The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติกีฬาบาสเกตบอล กฏกติกา มารยาทในการเล่น ขนาดสนาม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thanawat Mugdasanit, 2019-10-08 00:09:56

บาสเกตบอล

ประวัติกีฬาบาสเกตบอล กฏกติกา มารยาทในการเล่น ขนาดสนาม

ประวัตกิ ฬี าบาสเกตบอล

ประวัตกิ ีฬาบาสเกต็ บอลตา งประเทศ
กีฬาบาสเกตบอลเปนกีฬาประเภททมี มผี ูเลนฝายละ ๕ คน โดยมีจุดมุงหมายเพื่อนาํ ลกู บาสเกตบอลไป

โยนลงหวงประตขู องฝา ยตรงกันขา มใหไ ดม ากทสี่ ดุ โดยมที ักษะการเลน ไดแ ก การสง – รบั ลกู การเลี้ยงลูกและ
การยิงประต กฬี าบาสเกตบอลมกี ําเนดิ ขน้ึ เปน ครง้ั แรกทป่ี ระเทศสหรัฐอเมริกา โดยเร่ิมจาก ดร. เจมส เอ เนสมิท
( JamesA. Naismith ) ไดคดิ ขน้ึ เพือ่ เลนในโรงพลศกึ ษาของโรงเรียนฝก อบรมของสมาคมวายเอ็มซีเอนานาชาติ
(International Young Men’s ChristianAssociation Training School) ท่ีเมือง สปริงฟล ด มลรฐั แมสซาซูเซตส
ในชว งท่ีมีหิมะตก เมอ่ื ค.ศ. ๑๘๙๑ (พ.ศ. ๒๔๓๔) โดยใชต ะกรา ลกู พีช ๒ ใบ แขวนเปน ประตู จงึ ทําใหก ีฬานไ้ี ด
ชื่อวา บาสเกตบอล (Basketball) การเลนครง้ั นัน้ ใชลูกฟตุ บอลเปนลูกบอล มผี เู ลนทั้งหมด ๑๘ คน แบง ออกเปน ๒
ฝา ย ฝายละ ๙ คน มกี ฎการเลน ๔ ขอ คือ

๑. หามถอื ลูกเคล่อื นที่
๒. หามมิใหผ เู ลน ปะทะตวั กนั
๓. ประตอู ยรู ะดบั ศีรษะและขนานพนื้
๔. ผูเ ลน จะถือลกู บอลนานเทา ใดก็ได และผเู ลน ฝา ยตรงขามจะตอ งไมถ ูกตวั ผูเลน
ตอมามกี ารปรับปรุงการเลน โดยลดผูเลน เหลือฝายละ ๕ คน เนื่องจากในการเลนเกิดการปะทะกนั
เพราะสนามแคบ กตกิ านใี้ ชมาจนถึง ค.ศ. ๑๙๓๗ (พ.ศ. ๒๔๘๐) จงึ ไดปรับปรงุ แกไ ขครง้ั ใหญเ พอ่ื ใชในการ
แขง ขันกีฬาโอลมิ ปกครงั้ ท่ี ๑๑ ทกี่ รงุ เบอรลิน ประเทศสเยอรมนี และใน ค.ศ. ๑๙๓๙ (พ.ศ. ๒๔๘๒) ดร.เจมส เอ.
เนสมทิ ก็เสยี ชวี ติ ลงกอน จะไดเห็นความสําเร็จ และความย่งิ ใหญในกีฬาบาสเกตบอลท่ีเขาคดิ คน ขนึ้ ตอ มา
จากนน้ั กฬี าบาสเกตบอลกแ็ พรหลายพัฒนาการเลน เปน ท่นี ยิ มอยางรวดเร็วเปน ทร่ี ูจ กั กนั ทว่ั โลก องคกรทเี่ กีย่ วของ
กบั กีฬาบาสเกตบอลในระดบั นานาชาติ ไดแก สหพันธบ าสเกตบอลนานาชาติ ( ชอื่ ภาษาองั กฤษ International
Amateur BasketballFederation ชอื่ ภาษาฝรั่งเศส Fe’de’ration International de Basketball Amateur ใชชือ่ ยอวา
FIBA) นอกจากนีย้ ังมอี งคก รในระดับทวปี เชน สมาพนั ธบ าสเกตบอลเอเชยี (Asian Basketball Confederation
หรอื ABC) เปนตน

ประวัติกีฬาบาสเกตบอลในประเทศ
ประเทศไทยเริ่มเลนกฬี าบาสเกตบอลกนั ต้งั แตเม่อื ใด สมัยใด ยังไมมีหลกั ฐานยนื ยันอยา งแนช ัด แตเ ทา ท่ี

คน ควา ไดปรากฏวา นายนพคณุ พงษสวุ รรณไดแ ปลกตกิ าการเลนบาสเกตบอลจากภาษา อังกฤษ เปนภาษาไทยข้ึน
เปน คร้งั แรก ในป พ.ศ. ๒๔๗๗และในปเดยี วกันนี้กรมพลศกึ ษา ไดจ ัดการแขง ขันบาสเกตบอลระดบั นกั เรยี นขนึ้
เปน ครงั้ แรก พ.ศ. ๒๔๙๖ ไดม ีการจัดต้งั สมาคม บาสเกตบอลแหงประเทศไทย และไดเปน สมาชิก สมาคม
บาสเกตบอลระหวา งประเทศตั้งแต วนั ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๔๙๖ ปจจุบนั กีฬาบาสเกตบอลถูกบรรจใุ นหลกั สตู รการ
เรยี นการสอนแทบ ทกุ ระดบั การศกึ ษา คอื ตั้งแตระดบั ประถม มัธยม และอุดมศึกษา นอกจากนย้ี ังมี การแขงขนั อยู
ตลอดเวลา องคก รสาํ คัญท่สี ง เสรมิ และจดั การแขง ขนั กีฬาบาสเกตบอล ในประเทศไทย ไดแ ก สมาคมบาเกตบอล
แหงประเทศไทยในพระบรมราชูปถมั ภ กรมพลศกึ ษา กรงุ เทพมหานครการกีฬาแหงประเทศไทย บวงมหาวิทยาลัย
(กฬี ามหาวทิ ทยาลัย) กองทพั (กีฬาเหลา ทัพ) กองทัพอากาศ (กฬี านกั เรียน) สถาบนั การศึกษาทวั่ ไป

ประโยชน ความปลอดภยั การเกบ็ รกั ษาอปุ กรณก รฑี า

ประโยชนของการเลน บาสเกตบอล
กีฬาบาสเกตบอลเปนกฬี าที่ทาํ ใหผเู ลน ไดรบั ประโยชนด งั น้ี

1. ชว ยพฒั นาสงเสริมสมรรถภาพดานตา ง ๆ ไดแ ก รางกาย จติ ใจ สติปญญา อารมณและสังคแก
บุคคล

2. ชวยพัฒนาสง เสริมกลไกการเคลอื่ นไหวของรางกาย ( motor skills) ใหทาํ งานประสานโดยมี
การทาํ งานทป่ี ระสานกนั ระหวางระบบ กลา มเนื้อและระบบประสาท ไดแ กก ารประสานงานของตากบั มือ ตากับ
เทา และมือกับเทา ใหเคลอื่ นไหวไดอยางถกู ตอ ง

3. เปนกจิ กรรมนนั ทนาการสําหรบั พักผอ น คลายความตึงเครยี ด แกผูเลนและผชู ม
4. ชว ยฝก การตดั สินใจ และรจู ักคดิ แกปญหา ตลอดจนมสี มาธิทด่ี ี
5. ชวยฝกใหม ีนา้ํ ใจเปน นกั กฬี า รจู กั แพ รจู ักชนะ และรูจกั ใหอ ภยั ยอมรบั ฟงความคิดเห็นของผู
อ่ืน ตลอดจน การเคารพตอกฎระเบียบและกติกาของการเลน บาสเกตบอล
6. ใชเปนส่ือนาํ ในการสรา งความสัมพนั ธระหวางบคุ คลและสว นรวมระหวา งหนว ยงาน หรือ
ระหวางประเทศชาติ
7. ใชเ ปน ส่อื นําในการจัดการกจิ กรรมการเรยี นการสอนวชิ าพลศึกษา
8. ผเู ลน ที่มีความสามารถจะทําช่ือเสยี งใหแกต วั เอง วงศต ระกูล และประเทศชาติ
9. เปน วชิ าชีพดานหนึ่งสาํ หรบั งานกีฬา เชน การแขงขันกฬี าบาสเกตบอลอาชีพ เปน ตน

การดแู ลรกั ษาอปุ กรณก ีฬาบาสเกตบอล

การดแู ลรกั ษาอปุ กรณ
๑. ไมนาํ ลูกบาสเกตบอลมาใชเปนทร่ี องนงั่ จะทําใหล กู บาสเกตบอลผดิ รูปทรง ถา เปยก

น้ําหรือเปรอะเปอนใหเชด็ ทาํ ความสะอาด ผง่ึ ใหแ หง กอ นเก็บ
๒. อปุ กรณก ารเลนเมื่อเลิกเลนแลวตอ งสาํ รวจดใู หครบถว น
๓. หา มกระโดดเกาะหรอื หอ ยโหนหว งประตเู ลน
๔. จัดเวรนําอุปกรณ และเกบ็ อปุ กรณไปไวใ นทีเ่ กบ็ อปุ กรณใหเปน ระเบยี บ

มารยาทของผเู ลน และผูดูบาสเกตบอลท่ีดี

มารยาทของผูเลนและผูดูกีฬาบาสเกตบอลที่ดี

มารยาทผูเลน ทีด่ ี
1. มีความรเู รื่องระเบียบและกฎกตกิ าการเลน
2. แตงกายดว ยชุดทเี่ หมาะสมตอการเลนหรอื การแขงขันกฬี าบาสเกตบอล
3. สภุ าพท้งั กริ ยิ าทา ทางตลอดจนคาํ พดู
4. ใหเกียรตแิ ละเช่ือฟง ยอมรับคาํ ตัดสินของผตู ดั สนิ
5. มีนํา้ ใจนักกฬี า รูจกั แพ รจู กั ชนะ รจู ักใหอ ภยั
6. เปน ผทู ีต่ รงตอ เวลา
7. ไมค วรดถู กู ความสามารถผอู น่ื จะดว ยวาจาหรอื ทา ทาง
8. ควรแสดงความยนิ ดแี ละชมเชยเมื่อผเู ลน เลนไดดี
9. ควรเปด โอกาสใหผอู ่นื ไดเลนบา งเมอื่ อุปกรณมจี าํ กดั
10. ไมก ระทําการใดๆ อันเปน การยว่ั ยุหรือกลัน่ แกลงผูเ ลน ฝายตรงขา ม

มารยาทผูด ทู ด่ี ี
1. แสดงความยินดแี กผ ูเ ลนที่ดีเชน ปรบมอื
2. ไมแสดงอาการหรอื สง เสียงยว่ั ยจุ นทําใหผเู ลนหรือกองเชียรฝา ยตรงขามเกิดโทสะ
3. ไมก ระทําตวั เปนผตู ัดสินเสยี เอง เชน ตะโกนดา หรือคัดคา นการตดั สนิ
4. ไมควรสูบบหุ รีห่ รือเสพเคร่อื งด่มื มึนเมาขณะชมการแขง ขนั
5. ไมก ระทาํ การใดๆอันเปน อุปสรรคตอการเลน ของผูเ ลน และผูตัดสนิ

*************************************

วธิ ีการบริหารกายกอนการเลนกีฬาหรือออกกาํ ลังกาย

การบริหารรางกายทําไดห ลายวิธี จะเปนวิธใี ดก็แลว แตท ีส่ าํ คญั ตอ งใหม ีผล ตอการทํางาน ของ
หวั ใจ และปอด และใหเกดิ การเคลื่อนไหวของกลา มเนือ้ และขอ ตอท่วั รางกาย ดัง ทากายบริหาร ตอ ไปนี้

ทาที่ ๑ ว่ิงเหยาะ ๆรอบสนาม (เสริมความแข็งแรงและความอดทนท่วั ไป)
ทาที่ ๒ กระโดดปรบมอื เหนอื ศีรษะ (สรา งความแขง็ แรงและความอดทนทวั่ ไป)
ทาที่ ๓ กม - เงยศรี ษะ (บรหิ ารคอ)
ทาที่ ๔ หมนุ แขนไปดา นหนา และหลงั เปนวงกลม (บรหิ ารขอ ตอหวั ไหล)
ทาท่ี ๕ ดงึ เขาทีละขางเขาชดิ อก (บริหารขอเขา และขา)
ทาที่ ๖ กม ตวั แตะพนื้ ขาเหยียดตึง (ความออ นตัว)
ทาท่ี ๗ มอื ประสานทายทอยบิดตัวสลับซา ย ขวา (บริหารเอว และลําตวั )
ทาที ๘ นอนหงายยกศีรษะขน้ึ มาดปู ลายเทา (บริหารคอ)
ทาที ๙ วิดพ้ืน (สรางความแข็งแรงใหข อมอื แขน และไหล)
ทา ที ๑๐ นอนควํา่ ยกลําตวั ทอนบนและขาพน จากพ้นื (บริหารหลงั )
ทา ที ๑๑ น่ังยองๆมอื ประสานทา ยทอย กระโดดสลับปลายเทา ซายขวา
ทาที ๑๒ นงั่ ขาเหยียดตรงแยกขาทั้ง๒ออกกมตวั และบิดลาํ ตัวใชป ลายนวิ้ มอื ขวาแตะปลาย
เทา ซายทาํ สลบั ซา ย และขวา
ทาที ๑๓ ลุกนง่ั เขางอ ๔๕ องศา (บรหิ ารกลามเนื้อทอง)
ทาที ๑๔ ลกุ น่งั ขาราบ ศอกแตะเขา (บริหารกลา มเนอื้ ทอง)
ทา ที ๑๕ ยืนยอ บนปลายเทา เหยียดแขนท้ังสองไปขางหนา (บรหิ ารขอ เทา และฝกการทรงตัว)
ทาที ๑๖ บิดขาไขวข ามมาแตะปลายนว้ิ มือ (บรหิ ารขอสะโพกและโคนขา)
ทาที ๑๗ นอนตะแคงขาง ยกขาข้นึ ลงทีละขาง (บริหารสะโพกและโคนขา)
ทา ที ๑๘ นอนหงายยกขาข้นึ ลงทลี ะขาง (บริหารโคนขา)
ทาที ๑๙ นอนหงายราบกับพน้ื แขนเหยียดเหนือศรี ษะ ยกลําตวั และเทา ขน้ึ เหว่ียงแขน และเทาแตะกัน (ตวั V)
ทา ที ๒๐ ควํ่าตวั มอื เทา พน้ื แขนตงึ ขาเหยยี ดตรง ดึงเทาทง้ั สองเขามาชิดลําตวั แลวเหยียดขาทงั้ สอง
ออกไปใหม ทําสลบั กนั
ทา ที ๒๑ น่งั เหยยี ดปลายเทา กม ลาํ ตวั ไปขางหนา ใชม อื จบั ขอเทา (ความออ นตวั )
ทา ที ๒๒ ยืนหันหนาหากัน ใชม อื จบั ไหลซ่งึ กันและกนั กดลําตวั ของเพ่ือนให
ลงต่าํ (บริหารลาํ ตวั )
ทา ที ๒๓ จบั คหู ันหลังชนกนั จบั ขอมอื เพ่ือนใหน อนราบทับหลงั กม ตัวใหมาก (ความออ นตวั )
ทา ที ๒๔ จับคูเพ่ือนยนื ขางเขา หากัน ใหยกแขนทอ่ี ยูด านนอกขึ้นเหนอื ศรี ษะ แขนดานในจับมอื กนั ไว
และออกแรงดึงจากแขนทอ่ี ยูเหนอื ศรี ษะ (บริหารไหล)
ทาที ๒๕ จับคูยืนหนั หนาเขา หากนั ตางคนตา งยกเทา ซา ยใหเพอื่ นจบั ทขี่ อ เทาโดยทงั้ คสู ปริงดว ยปลาย
เทาขวาพรอ ม ๆ กัน (กําลังขา)
ทาที ๒๖ บริหารขอมือและขอ เทา

ทา ที ๒๗ แขนเหยียดตึงเหนือศรี ษะพรอ มกบั เอยี งลาํ ตัวดา นขางซา ยและขวา
ทา ที ๒๘ ยืนไขวข ากมแตะ
ทา ที ๒๙ กระโดดตบใตข า สลับซายขวา
ทาที ๓๐ กมแตะสลบั ปลายเทา



การสรางความคนุ เคยกบั ลกู บอล

๑. เลย้ี งลูกบอลลงพน้ื ติดตอ กัน
๒. การจบั ลกู บอลลอดใตข าเปน เลขแปดรอบตนเอง
๓. ฝก การรับ-สง ลูกบอลเปนวงกลมรอบเอวตนเอง
๔. ปนบอลบนนว้ิ ของตนเอง
๕. การกลงิ้ ลูกบอลลอดใตข าเปน เลขแปดรอบตนเอง
๖. ถือลกู บอลไวข า งหลงั กมตัวไปขา งหนา พรอมกับ เหวยี่ งแขนขน้ึ ใหลูกบอลลอยพงุ ไปขา ง
หนา แลว วิ่งตามไปจับลกู บอล
๗. ยนื ใชข อเทาหนีบลกู บอลแลว กระโดดไปขางหนา
๘. จบั ลกู บอลระหวา งขา สลับมือซา ยขวาโดยลกู บอลไมต กพื้น
๙. ยนื ใชเขาหนีบลกู บอลแลว กระโดดไปขางหนา
๑๐. จับลกู บอลลอดใตข าซาย และขาขวาสลบั กนั อยา งตอ เนอ่ื ง
๑๑. เลี้ยงลูกบอลลอดใตขาไปขางหนาและขางหลังสลบั กนั
๑๒. ฝกการรบั -สงลกู บอลเปน วงกลมรอบเขา ตนเอง
๑๓. จับลกู บอลดวย 2 มอื แลวกระโดดทุม บอลลงพ้นื
๑๔. หันหนาเขา หากันถือลูกบอลไวข างหลังกม ตัวไปขางหนาแลว สงลูกบอลลอยพุงไปยงั คูท ี่
เตรียมคอยรับลูกบอลอยู
๑๕. หนั หลงั รบั -สงบอลแบบ ลอดใตขา สลับสง ขาม ศรษี ะตนเอง ใหคู
๑๖. ทุม บอลกระดอนพื้น ๑ ครง้ั ใหค ทู ําสลับกนั ไปมา
๑๗. หนั หลงั สง ลกู บอลดา นขางลาํ ตวั ใหคสู ลับซายและขวา
๑๘. นง่ั หันหนาเขา หากัน รับ-สง ลกู บอลใหค ูสลับไปมา
๑๙. ใชข าหนบี ลูกบอลสงใหคู
๒๐. เล้ียงลกู บอลรอบขาทง้ั 2 ขา งของตนเอง

เกมสงบอลลอดใตขาสลับเหนอื ศรี ษะ
คนท่ี ๑ สง ลกู บอลลอดใตข าไปดานหลงั ใหค นที่ 2 คนที่ 2 รับลกู บอลแลว สงขา มศรษี ะไปดา น

หลงั ใหค นตอ ไป คนตอไปกส็ งลอดใตข าอกี สลับกันอยา งน้ีจนครบคน กลุมใดสง ลกู บอลครบกอ นชนะ

เกมสง บอลลอดใตขาไปดา นหลัง
รับสงลกู บอลใตข าไปดา นหลังใหผูเลนในกลมุ คนสุดทา ยว่ิงขึ้นมาหวั แถวเปน การแขงขนั

ระหวา งกลมุ

การยืนเตรยี มพรอมและการเคลอ่ื นท่ีแบบตางๆ

๑. ทาการยีนเตรียมพรอม
๑. ยนื แยกเทาหา งกนั ประมาณ 1 ชว งไหล เทาทั้งสองขนานกันหรอื ใหเ ทา ใดเทา

หนงึ่ อยขู า งหนา เล็กนอยและปลายเทาทัง้ สองขางชต้ี รง
๒. ยอเขา และโนม ลําตัวไปขางหนาเล็กนอยยกสน เทาท้ังสองขึน้ พอสมควรหนกั

ตัวตกคอ นมาทปี่ ลายเทา ท้ังสองขาง
๓. ยกแขนทง้ั สองขา งไปขา งหนา งอขอศอกเลก็ นอย และกางนิ้วมอื ทงั้ สองขาง

ออกไป รปู ท่ี ๑ คลา ยรปู ถว ย รปู ที่ ๒
๔. ศีรษะและคางตรง ตามองไปขา งหนา หรือจดุ หมายทีต่ อ งการ ดังรูปท่ี ๑ - ๒

๒. การเคลอื่ นท่ีแบบตางๆ
๒.๑ การเคลื่อนท่ีโดยการวิง่
๑. ใหก าวเทา ซา ยและเทา ขวาสลบั กนั อยา งรวดเรว็
๒. วิง่ ลงดวยปลายเทา เพ่อื ลดความเสียดทานทําใหว ่งิ ได เรว็ ขนึ้
๓. ลําตวั โนม ไปขางหนาเล็กนอย สายตามองตรง แขนแกวง สลบั กนั และ

พรอ มที่จะรบั ลูกบอลอยูตลอดเวลา
๒.๒ การเคลอื่ นทโี่ ดยการสไลด
๑. กา วเทาขางใดขา งหนง่ึ เปน เทานํา
๒. ลากเทาอกี ขางหนึ่งทเ่ี ปนเทา ตามเขา มาชดิ เทาขา งแรก
๓. จงั หวะทเ่ี ทา ตามเขาชดิ เทา นําใหดดี เทานาํ ออกไปดานขา งอกี ใหทาํ ในลกั ษณะตอ เน่อื ง
๔. การเคลอ่ื นไหวแบบสไลด อาจเรียกส้ันๆ วา “ กาวชิด กา วชิด

แบบฝกการเคลื่อนทเี่ ลน ลูกบาสเกตบอลในลักษณะตางๆ
แบบฝกเคล่ือนท่ี ไลดด า นขาง
ใชผ ูฝ ก ๒ คน ยนื หางกนั ประมาณ ๓ - ๕ เมตร สงลูกกลบั ไปกลับมาพรอ มเคลื่อน

ทแ่ี บบสไลดไปดา นซา ยหรอื ดานขวา
แบบฝก เคลอ่ื นท่ี โดยการวิ่ง
ใชผฝู ก ๒ คน ยนื หา งกนั ประมาณ ๓ - ๕ เมตร สงลูกกลบั ไปกลับมาพรอมเคล่ือนท่ี แบบวิ่ง

ไปดานซา ย หรอื ดา นขวา

การรับลกู สงลูก

การสงลกู บอลมีดว ยกนั หลายวธิ ี การสง ลูกบอลในระดบั หนา อกของผูรบั ถือวา เปน ระดับที่ดที สี่ ุด
การสงลกู อาจสง ไดท ั้งลูกสน้ั และลูกยาว การสงลูกส้ันน้นั จะใชม ากกวา เพราะมีความแมนยํา และไดประโยชนม ากกวา สว นการ
สงลูกยาวขาดความแมนยํา และคูต อสูอาจตดั ลูกไดง าย การสง ลูกบอลอาจสง ไดท ้งั มอื เดยี วและสองมือ ทกั ษะการสงลกู บอลมีดังน้ี

1. การสง ลกู สองมือระดบั อก จับลูกบอลดว ยมอื ท้ัง
สองอยูใ นระดับแนวไหล เวลาจะสงลกู ใหโนมลําตวั ไปขาง
หนา ผลักลูกเหยยี ดแขนพุง ไปขางหนาอยางรวดเร็วแขนตงึ
ใชก าํ ลงั สง จากนว้ิ หวั แมม อื ผลกั ลกู ออกจากหนา อกใหลกู พงุ
ไปขา งหนา ดวยความเรว็ และแรงดวยการกา วเทา ไปขา งหนา
ชวย เมอ่ื ปลอยลูกไปแลว ผอนแขนท้งั สองตามลกู บอลไป

2. การสง ลูกสองมือเหนอื ศีรษะ จับลกู บอลแลว
เหยียดแขนทั้งสองขนึ้ เหนอื ศีรษะ เง้อื มอื และแขนไปขางหลัง แลว
ตวัดขอมอื เหวย่ี งลกู ไปทศิ ทางทตี่ อ งการ ใชเ มอื่ ตองการสงลกู บอล
ใหขา มศรี ษะของคูต อ สู

3. การสง ลูกกระดอน ผูสงตอ งสง ลกู บอล
ใหต กลงบนพื้นที่จุดๆ หนง่ึ ท่อี ยูหางจากผูรับ 1 ใน 3
ของระยะทงั้ หมด เพ่ือใหลกู บอลกระดอนข้นึ หาผูร บั
ในระดับเองหรืออก ใชไดดเี ม่ือตองการหลบคูต อ
สทู ปี่ องกันอยางใกลชดิ

4. การสง ลกู มือเดียวเหนือไหล ผูเลนจบั
ลูกบอลมือเดียวทางดา นหลังลกู เพอื่ ชว ยบงั คบั ลกู และเพม่ิ
แรงสงลูก ยกขึน้ เหนอื ไหลเหวยี่ งไปดานหลังของลาํ ตวั แลว
ตวัดมือเหยยี ดสง ไปขางหนา อยางรวดเร็ว การสง ลกู มือเดียว
เหนอื ไหลน้ีใชใ นการสงลูกยาว ใชมากทส่ี ดุ และมีความแมน
ยาํ มากท่ีสุด

5. การสงลูกมือเดยี วดานขาง จบั บอลมอื เดียวคอ น
ไปทางดา นลา ง นวิ้ มือกางออกเพือ่ ชวยในการตวัดออกแรง ถา สงดวย
มอื ขวาใหเ อียงตวั ไปทางขวา โลน ํ้าหนกั ตัวอยูบนเทาขวา แลว สง ลกู
บอลผา นตัดลําตัวไปทางซา ย ลูกบอลวิง่ ไปในระดบั อก หรือจะสงลูก
กระดอนก็ได ใชเมื่อตองการใหค ตู อ สหู ลงทศิ ทาง

การรับลูกบอลท่ดี ีนัน้ ตอ งสามารถรบั ลูกบอลที่มาไดในทุกจงั หวะ เชน
1. การรบั ลกู สองมือระดับอก ใหย กมอื ทั้งสองขนึ้ ระดบั อก กางน้ิวมอื ทุกนว้ิ ออก นิว้ หวั แมม ือ

จดกัน น้วิ ช้ีหา งกันประมาณ 2 ซ.ม. ย่นื แขนออกไปรบั ลูก ขอ ศอกงอเมอื่ ลูกบอลสงมาใชน ้ิวรับลกู อยา ใหลกู กระ
ทบอุง มือพรอ มกบั ดงึ แขนผอ นลกู เขา หาอก

2. การรบั ลกู เหนือศีรษะ ใหยนื ตรง ลาํ ตวั และขาเหยียดตรง เหยยี ดแขนทง้ั สองขึน้ เหนือศีรษะ
หนั ฝามือไปตามทิศทางท่ลี ูกจะมา ปลายน้ิวช้ขี น้ึ บน เมื่อลูกบอลกระทบมอื ใหร บี ดึงมอื ผอ นลูกเขาหาอกโดยเรว็

3. การรับลูกกระดอน ยอ ลาํ ตัวโนม ไปขา งหนา งอเขาเลก็ นอ ย เหยียดแขนท้งั สองลงไป
ขางหนา ปลายนวิ้ มือชล้ี งสพู ื้น ขณะท่ีจับลูกบอล ผูจ ับจะตองอยดู า นหลังของทิศทางของลูก เพอ่ื ปอ งกันการจบั
ลกู ผดิ พลาด เม่อื ลูกบอลกระทบมอื รบี ดึงมือผอนลูกเขา หาอกโดยเร็ว เพอ่ื ปอ งกนั การแยง ลูก

4. การรับลกู ทางดา นขาง ยกมือขึน้ เหนือไหลไ ปทางดา นขา งของลาํ ตวั หนั ฝามือไปตามทศิ
ทางท่ลี กู ว่งิ มา นาํ้ หนกั ตัวอยูบนเทา หนา อีกมือหน่ึงชว ยประคองลกู ไว

แบบฝก ที่การรบั ลกู สง ลูก

แบบฝก ที่ 1 วง่ิ สลับแทนท่ีรบั -สง ลกู บอล
1 สง ลกู ให 3 แลววง่ิ ไปแทนท่ี 2 พรอ มกับ 2 วง่ิ มาแทนท่ี 1 3

รับลูกแลวสง ให 2 ท่ีมาแทนท่ี 1 แลว วง่ิ ไปแทนท่ี 4 ในจังหวะเดยี วกัน
4กว็ ่ิงมาแทนท่ี 3 จะเหน็ วา 1 กับ 2 และ 3 กบั 4จะวิง่ สลบั ท่ีเพ่ือ
ผลัดเปลยี่ นกัน รับและสงลูกบอลอยางตอ เน่ือง

แบบฝก ท่ี 3รบั -สงลูกบอลจากซา ยไปขวา
ผเู ลน 4 และ 5 ถือลกู บาสเกตบอลคนละ1 ลูกผูเลน 6 เคลือ่ นท่ี

ไปทางซายและทางขวาเพ่อื รบั ลกู และสงลกู จาก 4 และ5 ผเู ลน ปฏบิ ัติ
เชน น้ไี ปเร่ือยๆ แลว เปล่ยี น กนั

แบบฝกที่ 3รับ-สงลูกบอลแลว ไปตอทา ยแถวตรง
ผเู ลน เขา แถวตอน 2 แถวหันหนาเขา หากนั รับและสง ลูกบอล

ไปใหผ ูเลน แถวตรงขาม แลววิง่ ไปตอทายแถวตรงขา ม

แบบฝกท่ี 4 ขา ม รบั -สง ลกู บอลแลวไปตอ ทายแถวตนเอง
ผูเลนเขาแถวตอน 2 แถวหนั หนาเขา หากนั รบั และสงลูกบอล

ไปให

แบบฝกที่ 5 สงลกู 3 เหลยี่ ม
ผูเลน เขาแถวตอน 3 แถวดงั รูป ยืนเปนรูป 3 เหลีย่ มหันหนา

เขาหากนั โดยใหผเู ลน สงลูกไปใหแถวใดกใ็ หว ่งิ ไปตอทา ยแถวนน้ั เชน
4 สงลูกให 5 แลว วิง่ ไปตอ ทา ยแถว 5
5 สง ลกู ให 6 แลว วง่ิ ไปตอ ทายแถว 6
6 สงลูกให 4 แลววง่ิ ไปตอทายแถว 4

แบบฝกท่ี 6 ว่ิงรบั -สง ลกู 4 มุม
ผูเลน เขา แถวตอน 4 แถวดังรูป ยืนเปน รูป 4 เหล่ยี มหนั หนา

เขาหากัน โดยใหผ เู ลน ปฏบิ ตั ดิ ังนี้
1 วง่ิ ไปรบั ลกู จาก 2 รับแลว สงลูกไปให 3 แถวตรงขา มจากนัน้

1วิง่ ไปตอทา ยแถว 7
2 สง ลกู แลว วง่ิ ไปรับลกู จาก 3 รบั แลวสง ลกู ไปให 4 แถวตรง

ขา ม จากนัน้ 2ว่ิงไปตอ ทา ยแถว 8
3 สงลกู แลววิง่ ไปรบั ลูกจาก 4 รับแลวสง ลกู ไปให 1 แถวตรง

ขาม จากนน้ั 3วงิ่ ไปตอ ทา ยแถว 5
4 สงลกู แลว วิง่ ไปรับลูกจาก 1 รับแลว สง ลกู ไปให 2 แถวตรง

ขา ม จากน้นั 4วง่ิ ไปตอ ทายแถว 6 *

แบบฝก ท่ี 7 สง ลกู วงกลม
ผเู ลน ยนื เปน รูปวงกลมหันหนา เขา หากนั ดงั รปู
ผเู ลนทถี่ ือบอล สงบอลขา มขางเคียงอยางนอย 1 คน ใชทกั ษะ

การสง ไดท กุ แบบ และอาจใชล กู บาส 2 ลูกก็ได

แบบฝกที 8 สง แลวว่ิง 4 มมุ
ผูเลนยนื แถวตอนเปนรูป 4 เหลย่ี ม ดงั รปู
ผเู ลน1สงบอลให 2 แลววิ่งไปตอทา ยแถว 2
ผเู ลน 2สงบอลให 3 แลว วงิ่ ไปตอทา ยแถว 3
ผูเ ลน3สง บอลให 4 แลววงิ่ ไปตอทายแถว 4
ผเู ลน 4สงบอลให 1 แลว วิ่งไปตอทายแถว 1

แบบฝก ท่ี 9 รับ-สงดาว 7 แฉก
ผเู ลน 7 คนยืนเปน รปู วงกลม แลวรับสงลูกในลกั ษณะ ดาว 7

แฉกดงั รปู โดยปฏิบตั ิดงั น้ี
ผูเลน1สง บอลให 2 และ 2สงลกู บอล ให 3
ผูเลน 3สงบอลให 4 และ 4สงลูกบอล ให 5
ผูเลน5สงบอลให 6 และ 6สง ลูกบอล ให 7
ผเู ลน7สง บอลให 1 จากนนั้ ปฏิบัติเหมอื นเดมิ ถาฝก ชาํ นาญ

แลว อาจใชลูกบาส 2ลกู ในการฝก

แบบฝก ท่ี 10 รบั -สง ลกู ซกิ แซก
ผเู ลน ยนื แถวหนา กระดาน 2 แถว ดงั รูป
ผูเลน 1สงบอลให 2 และ 2สงลูกบอล ให 3
ผเู ลน3สงบอลให 4 และ 4สง ลูกบอล ให 5
ผูเลน5สง บอลให 6 และ 6สง ลูกบอล ให 7
ผเู ลน7สงบอลให 8 และ 8สง ลกู บอล ให 1
จากนนั้ ปฏิบตั ิเหมือนเดิมถา ฝก ชํานาญแลว อาจใชลกู บาส 2ลกู

ในการฝก

แบบฝก ที่ 11 รับ-สงลูกดาว 5 แฉก
ผเู ลน 5 คนยืนเปน รปู วงกลม แลว รบั สงลูกในลกั ษณะ

ดาว 5 แฉกดังรูป โดยปฏิบตั ดิ งั นี้
ผูเลน 1 สงบอลให 3 และ 3 สง ลูกบอล ให 5
ผเู ลน 5 สงบอลให 2 และ 2 สงลูกบอล ให 4
ผเู ลน 4 สงบอลให 1 จากนน้ั ปฏิบตั ิเหมือนเดิม

แบบฝกท่ี 12 รับ-สง ลูกบอล 3 คนออมหลัง

การรบั และการสง ลูกบอล ๓ คนออ มหลงั ใชผูฝก ๓ คน ยนื อยูในตาํ แหนง ดงั รูป ผูฝก คน
ท่ี ๑ ถือลกู บอลไว แลวปฏิบัติดังตอไปนี้

๑. ๑ สงลูกให ๒ แลว ว่งิ ออมหลัง ๒ ไปขา งหนา
๒. ๒ สง ลูกให ๓ แลว วงิ่ ออ มหลัง ๓ ไปขางหนา
๓. ๓ สง ลกู ให ๑ แลว ว่ิงออ มหลัง ๑ ไปขางหนา
๔. ๑ สงลูกให ๒ แลว วิ่งออ มหลัง ๒ ไปขางหนา

= สง ลูกบอล
= วง่ิ

การเลยี้ งลูกแบบตา ง ๆ

การเลย้ี งลกู บอลระดับสงู
๑. ยนื ในทา ทรงตวั แบบเทา นาํ เทา ตาม ใหล าํ ตัว ศรี ษะโนมตัวไปขางหนาเลก็ นอย
๒. ใชมือขา งท่ีครอบครองลกู บอลขางเดยี วกดลกู บอลทุมลงกบั พนื้ โดยใชข อมือ

กระดก ขนึ้ ลง กดลกู บอลตดิ ตอ กนั เพื่อควบคุมทศิ ทางและความสงู ตํ่าของลูกบอลดวยน้วิ มอื ทัง้ ๕ นว้ิ ใหล กู
บอลกระดอนสงู ระดบั เอว แตไมเ กนิ ระดบั ไหล

๓. ใชมือบังคบั ลูกบอลเคลอ่ื นที่ไปในทศิ ทางทีต่ อ งการ

การเลีย้ งลกู บอลระดบั กลาง
การเลย้ี งลกู ระดบั กลาง คอื การใชข อ มอื กดลกู บอลลงพื้นใหกระดอนขนึ้ ลงติดตอ กัน

สงู ระดับเอวหรอื สูงกวาเลก็ นอย ใชใ นการเลี้ยงลูกบอลในขณะหยุดอยกู บั ที่ หรือเคลื่อนที่ไป อยางชา ๆ เพอื่ รอ
จงั หวะในการสง ลูกบอลใหเพื่อนรวมทมี หรอื เพือ่ การเคลอื่ นทตี่ อไป ซ่งึ มีวิธีปฏบิ ัตเิ หมอื นกับการเลี้ยงลูกบอล
ระดับสงู เพียงแตบังคบั ใหล ูกบอลกระดอนข้นึ ลง ระดบั เอว หรือสงู กวา เลก็ นอ ย

การเล้ียงลกู บอล

การเลี้ยงลกู บอลระดบั ตํา่
๑. ยืนเตรยี มพรอ มในลกั ษณะเทา นาํ เทา ตาม ยอ เขา โดยโนม ตัวไปขา งหนา ใหศีรษะ

และไหลก มต่าํ ลง ตามองไปขางหนา
๒. กางนว้ิ มอื ออกพรอมกับใชขอ มือ กดลกู บอลใหกระดอนขึ้นลงในระดบั เขา และ

เคล่อื นท่ีไปในทศิ ทางท่ีตอ งการ

แบบฝกท่ี ๑ เลยี้ งลกู บอลออ มหลกั

วธิ ีฝก
๑. ผูฝกเขาแถวตอนลึกยืนอยูห ลังเสน ที่กาํ หนด
๒. เริม่ โดยคนท่ี ๑ ของแถวเลี้ยงลกู บอลออมหลัก

จนถึงเสน สง ลูกบอล ใหจับลูกบอลสงใหคนที่ ๒ แลว ไป
ตอ ทา ยแถว

๓. คนท่ี ๒ เมื่อไดล ูกบอลแลว ใหป ฏิบัตเิ ชน เดียวกับ
คนท่ี ๑ ทําเชนน้ีเรือ่ ยไป จนครบทกุ คนในกลมุ

แบบฝกที่ ๒ เลีย้ งลกู บอล ๔ มมุ

วิธฝี ก
แบง ผูฝก เปน ๔ กลุม ต้งั แถวตอนหันหนา เขา หากนั

หา งกนั พอประมาณ เริ่มโดย
๑. หวั แถวกลุมที่ ๑เล้ียงลูกบอลไปสงใหห วั

แถวกลุมท่ี ๒ แลว ไปตอ ทา ย แถวกลุมท่ี ๒
๒. หัวแถวกลุม ที่ ๒เลย้ี งลกู บอลไปสง ใหห ัวแถว

กลุมที่ ๓ แลว ไปตอทา ย แถวกลมุ ที่ ๓
๓. หวั แถวกลุมที่ ๓ เลยี้ งลกู บอลไปสง ใหห ัวแถว

กลมุ ท่ี ๔ แลว ไปตอทา ย แถวกลมุ ที่ ๔
๔. หัวแถวกลมุ ที่ ๔ เลี้ยงลกู บอลไปสงใหหัวแถว

กลุมที่ ๑ แลวไปตอ ทา ย แถวกลมุ ที่ ๑
ทาํ เชนนี้เรอ่ื ยไป

แบบฝก ท่ี ๓ เลีย้ งลกู บอลหมนุ ตวั ๑ รอบ
วิธฝี ก
๑. แตล ะกลมุ แบงผเู ลน ออกเปน ๒ ฝง เร่มิ โดยใหหัว
แถว ( หมายเลข ๑ )เลยี้ งลูกบอลไปฝง ตรงกันขา มพอถึงกลาง
สนาม ใหเล้ยี งบอลออมหลกั ๑ รอบ แลวเลี้ยงตอไปสง ใหค น
หัวแถว ฝงตรงขาม( หมายเลข ๒ ) เมอื่ สง แลวไปตอ ทายแถว
๒. หมายเลข ๒ เมือ่ ไดล ูกบอลแลวกใ็ หทํา
เชนเดยี วกนั คือเลย้ี งลูกบอลมาใหอ กี ฝง หนึ่ง

แบบฝก ที่ ๔ เลยี้ งลกู บอลวง่ิ เปย ว
วธิ ปี ฏิบัติ
๑. แบง ผฝู กออกเปน ๒ กลมุ เทา ๆ กนั
๒. ใหท้งั ๒ กลุม ยนื เขา แถวหางกนั ๑๕ เมตร
๓. ขา งหนา ของแตละกลุม ใหมกี รวยยางวางไวเปน
หลกั
๔. เรม่ิ ใหหวั แถวของแตล ะกลุมถอื ลกู บอล เมื่อไดยิน
สัญญาณเรมิ่ ใหเล้ยี งลกู บอลไปออ ม
หลักฝา ยตรงขามแลว เลี้ยงกลบั มาสงใหค นที่ ๒ พรอมกบั ไป
ตอทา ยแถวตนเอง
๕. คนที่ ๒ เม่ือไดลูกบอลแลว กใ็ หปฏิบัติ
เชน เดียวกบั คนแรก จนครบทกุ คน

แบบฝกที ๕ เลยี้ งลูกบอลออ มหลกั ๕ หลกั
วธิ ีปฏิบตั ิ
๑. ใหผฝู ก ตงั้ แถวตอนอยหู ลังเสนเร่ิม
๒. ภายในสนามตั้งหลักไว ๕ หลัก ( หลกั A – E )
๓. คนหัวแถวถือลูกบอลใหเ ลย้ี งลกู บอลไปออ มหลัก
A – E ตามลกู ศร จนครบท้ัง ๕ หลกั
และสง ลกู บอลใหค นท่ี ๒ แลวไปตอ ทายแถว ปฏิบัติเชน นไี้ ป
เรอื่ ยๆ จนครบทกุ คน

แบบฝกที่ ๖ เล้ยี งลกู บอลซ๊กิ แซก วธิ ปี ฏิบตั ิ
แบบฝก ท่ี ๗ เลยี้ งลกู บอลรอบสนาม ๑. ผฝู ก เขาแถวตอนอยูหลังเสน เรม่ิ คนที่ ๑ ถือลูก

บอลไว
๒. คนที่ ๑ เลีย้ งลกู บอล ซกิ๊ แซก ออมหลกั เมือ่ ถึงเสน

สง ลกู บอล ใหส งลกู บอลไปใหค นท่ี ๒ ของแถว แลว ว่งิ ไป
ตอทา ยแถว

๓. คนท่ี ๒ ทําเชนเดยี วกบั คนที่ ๑ ปฏิบตั เิ ชนนี้ไป
เรอ่ื ยๆ จนครบทกุ คน

วธิ ีฝก คนหน่ึงของแตล ะคูเลย้ี งลูกบอลรอบสนาม
บาสเกตบอลเมอ่ื มาถงึ จุดทก่ี ําหนดใหสง ลูกบอลใหค ูของ
ตนเอง คูเมือ่ รบั ลูกบอลแลว ใหป ฏิบตั ิเชน เดียวกนั แตล ะคู
ปฏิบัติ ๓ รอบ

ตาํ แหนง การเลนทีม

ตําแหนงการเลน ทีม
1 คอื ผูเลน ตาํ แหนง หลงั ซา ยหรือการดซาย (Left Guard)
2 คอื ผเู ลน ตําแหนง หลังขวาหรอื การด ขวา (Right Guard)
3 คือผเู ลนตาํ แหนงหนา ซา ยหรือปก ซา ย (Left Forward)
4 คอื ผเู ลนตําแหนง หนาขวาหรอื ปก ขวา (Right Forward)
5 คอื ผเู ลนตาํ แหนง กลางหรือศนู ยหนา (Center)

การตง้ั รบั แบบ ๒ - ๑ - ๒
นิยมเลนกนั มาก เพราะสามารถเปล่ียนสภาพของรูป

แบบไดง า ย โดยการเคล่อื นท่ีของ คนกลางขนึ้ หรือลงเพยี งคนเดียว
เทานั้น ก็จะทําใหร ูปแบบเปลยี่ นไป การต้ังรับแบบน้มี ักใชก ับทีมตรง
ขา มทเ่ี กงในการสง ลกู บอลวงนอก ซึ่งสามารถปองกนั พ้ืนทเ่ี ขตโทษได
ดี และปองกนั การยิงประตใู นระยะไกล การต้ังรับแบบนีจ้ ะมผี เู ลนอยู
หนา ๒ คน อยกู ลาง ๑ คน อยหู ลัง ๒ คน โดยแตล ะคนจะตองคอย
ดแู ลรับผดิ ชอบในพืน้ ทขี่ องตน
การปอ งกันแบบ ๓ - ๒

ใชเมอื่ ผูเลน ศนู ยห นา และผูเ ลน หลังหรือการด ๒ คน ยิงประตู
วงนอกไดแมน ยํา แตข าดประสิทธิภาพในการรกุ ใตแปน โดยการตง้ั
รบั แบบนจ้ี ะมผี เู ลนอยหู นา ๓ คน และอยูห ลัง ๒ คน คอยดูแล
รบั ผิดชอบในพนื้ ทข่ี องตน

การปองกันแบบ ๒ - ๓
มักใชก ับทีมตรงขา มท่ีมีความสามารถรุกใตแ ปน ไดดี โดยการ

ต้ังรับแบบน้ีจะมผี เู ลน ๒ คน อยหู นา และอยหู ลงั ๓ คน คอยดูแล
รับผดิ ชอบในพนื้ ทีข่ องตน ดงั รปู ที่ ๕.๑

การปองกนั แบบ ตัวตอตวั
วิธีปฏบิ ัติ

๑. ยนื เตรยี มพรอ ม และเคลอ่ื นท่ไี ปตามทศิ ทาง
ของฝา ยรุก และตอ งตดิ ตามไปเปน เงาตามตวั
พยายามขวางทศิ ทางการเคล่ือนทขี่ องคแู ขง ขนั

๒. สายตาจะตองจับจอ งอยูที่ลกู บอล และคูแ ขง ขนั
ของตนตลอดเวลา

๓. ยกมอื กนั คูตอ สไู มใ หสงลกู บอลไดส ะดวก พรอ ม
ทั้งพยายามดึง หรือแยง ลกู บอล ไปครอบครอง

การยิงประตแู บบตา ง ๆ

การยนื ยงิ ประตูมือเดียว
๑. ผเู ลน ยืนแยกเทาประมาณ ๑ ชว งไหล ยนื เทา นาํ และเทาตาม (ยิงดว ยมอื ขวา

ใหเ ทา ขวาอยหู นาโดยยนื ใหเ ตม็ ฝาเทา สวนเทาซายทีอ่ ยูดา นหลังใหย กสนเทาขนึ้ เล็กนอย
๒. ตง้ั มอื ท่ใี ชยิงขนึ้ ระดับไหล มอื อีกขางหนง่ึ ประคองดา นขางของลูกบอล
๓. ตามองตรงไปยงั หว งประตู ยอเขา ลงเลก็ นอ ย สงแรงจากเทา หัวไหลแ ละอาศัย

แรงจากการหกั ขอ มือ การสปรงิ ของนว้ิ มอื โดยใหล กู บอลลอยโดง ลงในหว งประตู
๔. ลกั ษณะของลูกจะหมุนกลับเล็กนอ ย ใชน ้วิ บงั คบั ลกู บอลใหลอยสงู โคง ไปตาม

ทิศทาง ท่ตี อ งการ แขนที่ยิงประตเู คลอ่ื นท่ีตามทิศทางท่ยี ิงลกู บอลออกไป

การยืนยงิ ประตู ๒ มือ
๑. ผูเลนยนื แยกเทา ประมาณ ๑ ชวงไหล ปลายเทาเหลอ่ื มล้ํากนั เล็กนอย สายตา

มองที่ หวงประตู
๒. จบั ลกู บอลใหน ้วิ หวั แมมอื ทาบอยูดา นหลัง หนั หัวแมม อื เขาหากัน งอเขา เล็ก

นอย ยกสน เทาหลงั นาํ้ หนักตัวทิ้งลงที่เทา หนา
๓. สง แรงจากเทาสูหัวไหลแ ละแขน ผลกั ลกู บอลออกไปตามทิศทางที่เลง็ ไว ให

ลกู บอลลอยโคง ลงหวงประตูและหมุนกลับเล็กนอ ย แขนทง้ั สองทีผ่ ลักลกู บอลออกไปให
เหยียดตึงและนวิ้ มอื อยูใ นลักษณะตามทิศทางทีล่ กู เคลือ่ นทอี่ อกไป

การกระโดดยิงประตู
๑. ผูเลนยนื แยกเทา ประมาณ ๑ ชว งไหล ปลายเทา เหลือ่ มลํ้ากันเล็กนอย สายตา

มองที่ หว งประตู
๒. ยอเขาและยอตวั ลงพอถนัดเพอื่ ตั้งลกู บอลตามทา ทีผ่ ยู งิ ถนดั มอื เดียวหรือ

สองมือ)
๓. กระโดดขนึ้ ใหตวั ลอย ขณะทต่ี ัวลอยน่งิ แลว ใหส ง แรงจากหัวไหล แขน และมอื

ท่ถี อื ลกู บอล ผลกั ลูกบอลใหล อยโคงออกไปลงหว งประตู ตามทศิ ทางทต่ี องการ
๔. ขณะท่ียงิ แลว ลาํ ตัว แขนควรเหยยี ดตรงใชน ิ้วมือบงั คบั ลูกบอลใหไปตามทศิ

ทาง ท่ตี องการ เมอื่ ยิงแลวขณะลงสูพนื้ ลงดว ยปลายเทาแลว ยอเขา เล็กนอย เพ่ือลดแรงกระแทกของเทา กับพ้นื

แบบฝกที่ ๑ จบั คูยงิ ประตใู ตห วง
วิธปี ฏบิ ัติ
๑. ใหผฝู ก จับคูกนั คนหนึง่ เปน ผูยงิ ประตู อกี คนหนึ่งเปนผู
เก็บลูกบอล
๒. ผูย ิงประตูสามารถเคลอ่ื นทไี่ ป ณ. จดุ ใดกไ็ ดใตหว งประตู
โดยคจู ะตองเกบ็ ลูกบอล แลว สง ใหต ามจดุ ที่ผยู งิ ประตเู คลอ่ื นทไี่ ป เชน
เกบ็ ลกู บอลสงให
๓. ปฏิบัตเิ ชนน้ี ๕ - ๑๐ ครง้ั แลวเปล่ียนกนั

แบบฝกที่ ๒ ยิงประตเู สน โทษ บบฝกที่ ๒ ยงิ ประตเู สนโทษ
วธิ ปี ฏิบตั ิ
๑. ใหผฝู ก แตล ะกลมุ แบง เปนแถวตอน สองแถว
เทาๆกันหนาเสนโยนโทษ
๒. ใชล กู บอลแถวละ ๑ ลกู เริ่มเลน จากคนท่ี ๑ ของแตละแถว
ยงิ ประตู เมอื่ ยิงประตแู ลว ใหว ่งิ ไปเกบ็ ลกู บอลแลวสงใหคนท่ี ๒
จากนน้ั ไปตอ ทายแถว
๓. คนที่ ๒ ปฏิบตั เิ ชนเดยี วกบั คนท่ี ๑ จนครบทกุ คน

แบบฝก ท่ี ๓ เลย้ี งลกู บอลยิงประตใู ตแปน
วิธีปฏิบัติ
๑. ใหผ ฝู ก แตละกลุม แบง เปน แถวตอน สอง
แถวเทา ๆกันหนาเสนโยนโทษ
๒. ใชล ูกบอลแถวละ ๑ ลูก เรมิ่ เลนจากคนที่ ๑ ของแตละแถว
เลย้ี งลกู บอลไปยงิ ประตใู ตแปน เมอ่ื ยงิ ประตูแลว ใหเ กบ็ ลกู บอลแลวสง
ใหคนที่ ๒ จากนนั้ ไปตอทายแถว
๓. คนที่ ๒ ปฏิบัติเชนเดยี วกบั คนท่ี ๑ จนครบทกุ คน

การกาวเทา ยงิ ประตแู บบควา่ํ มือ มวี ธิ ปี ฏบิ ตั ิ ดงั นี้
๑. ขณะเคล่ือนทเ่ี ขา รบั ลูกบอล หรอื เล้ียงลกู บอลอยู ใหจับลูกบอลในขณะท่เี ทาขางขวา กาวตก

ลงพื้นนบั เปนจังหวะท่ี ๑ ( ยงิ ประตดู วยมือขา งขวา )
๒. กา วเทาอีกขางหนึ่ง ( เทา ขา งซา ย )พรอมทั้งเตรยี มต้ังลูกบอลเพ่ือยงิ ประตแู บบคว่าํ มือ เปน

จงั หวะท่ี ๒
๓. ใหกระโดดลอยตวั พนพืน้ พรอ มยกเทาอีกขางหนึ่ง ( เทา ขางขวา ) งอเขาไปขางหนา ตง้ั มอื

พรอมยิงประตู การลอยตัวใหล อยตวั ใหส ูงทส่ี ดุ และใกลหวงประตมู ากทส่ี ดุ แลว จึงปลอ ยลกู บอลเขา หาหวงประตู
๔. เมอ่ื ลงสูพนื้ มกั จะลงดวยเทา ทล่ี ะขางใหล งดวยปลายเทา คลายกบั การกาวเทา

วิ่งหมายเหตุ ถา ยิงประตดู ว ยมือขา งซา ย ใหจ ับลกู บอลในขณะท่ีเทาขางซา ยกาว ตกลง พ้นื

การกาวเทายงิ ประตูแบบหงายมือ มวี ิธีปฏิบัติ ดงั น้ี
๑. ขณะเคลอื่ นทเ่ี ขารบั ลกู บอล หรอื เล้ียงลกู บอลอยู ใหจบั ลกู บอลในขณะท่ีเทา ขา งขวา

กา วตกลงพื้นนับเปนจงั หวะที่ ๑ ( ยิงประตดู วยมอื ขางขวา )
๒. กา วเทา อีกขางหนงึ่ ( เทาขา งซาย )พรอ มท้ังเตรียมตั้งลูกบอลเพอ่ื ยิงประตูแบบ

หงายมือ เปนจังหวะที่ ๒
๓. ใหก ระโดดลอยตวั พนพน้ื พรอมยกเทา อีกขา งหนงึ่ ( เทาขา งขวา ) งอเขา ไปขาง

หนา หงาย มือใตลกู บอลพรอ มยงิ ประตู การลอยตวั ให ลอยตวั ใหสงู ที่สดุ และใกลหวงประตูมากท่สี ดุ แลว จงึ
ปลอยลูกบอลเขา หาหวงประตู

๔. เมือ่ ลงสพู น้ื มกั จะลงดวยเทา ที่ละขางใหลงดว ยปลายเทาคลา ยกบั การกาวเทา วิง่
หมายเหตุ ถา ยงิ ประตูดวยมือขางซา ยใหจ ับลกู บอลในขณะที่เทาขางซา ยกาวตกลงพนื้

แบบฝกท่ี ๑ ถอื ลูกบอลกาวเทา ยิงประตู
แบงผฝู กเปน ๔ กลุม ตงั้ แถวตอน แลว เริม่ โดย
๑. ผฝู ก ยืนถอื ลูกบอล หางจากลกู บอลอกี ลูกหนงึ่ ทวี่ างอยู บนพ้ืน ๕ เมตร
๒. ว่งิ แลว ใชเ ทาทถ่ี นัด ( เทา ขา งขวา ) กระโดดขา ม ลกู บอล
๓. เทา ทถ่ี นัดลงสพู น้ื นับเปน จังหวะท่ี ๑
๔. กา วเทาอกี ขา งหนึง่ ลงสพู ้นื ( เทาขา งซาย ) นับเปนจังหวะท่ี ๒
๕ ใหก ระโดดลอยตัวพน พ้ืน พรอ มยกเทา อีกขา งหนึง่ ( เทาขางขวา )งอเขาไปขา งหนา

พรอมยิงประตูแบบ ควา่ํ มือ หรือแบบหงายมือ

แบบฝก ท่ี ๓ กา วเทายิงประตูจากการรบั ลกู บอล

วิธีปฏบิ ตั ิ
๑. ผูฝกต้ังแถวตอนหางจากผูสงลูกบอล ๕ เมตร
๒. ผฝู กคนแรก ( หมายเลข ๑ ) สง ลูกบอลใหผูเลน

A ( ผทู าํ หนา ทสี่ ง ลูกบอล ) แลว ว่ิงไปรับลกู บอล จาก ผูเลน
A ท่ีสงลูกบอลกลับมาให

๓. เมอื่ ผูฝกรบั ลกู บอลแลวใหก า วเทายงิ ประต(ู Lay
up shot ) จากนนั้ เกบ็ ลกู บอล แลวไปตอ ทายแถว

๔. ผฝู ก คนท่ี ๒ ( หมายเลข ๒ ) และคนตอๆไป ให
ปฏิบตั ิเหมือนผูฝ ก คนแรก

แบบฝก ที่ ๔ เลยี้ งลกู บอลออ มหลกั กาวเทา ยงิ ประตู

วิธีปฏบิ ตั ิ
๑. ผูฝก ตั้งแถวตอนทห่ี ลงั เสนหลงั ดายซา ย

หรือดานขวาของแปน บาส
๒. ผฝู ก คนแรก ( หมายเลข ๑ ) เลย้ี งลกู บอลไปออม

หลักแลว กา วเทา ยิงประตู ( Lay up shot ) เม่ือยงิ ประตูแลว ให
เกบ็ ลกู บอลสง ใหค นที่ ๒
( หมายเลข ๒ ) จากน้นั ไปตอทายแถว

๓. ผฝู ก คนท่ี ๒ ( หมายเลข ๒ ) และคนตอๆไป ให
ปฏิบัติเหมอื นกบั ผูฝกคนแรก

แบบฝกท่ี ๕ เลย้ี งลกู บอลกาวเทายงิ ประตู

วิธปี ฏบิ ตั ิ
๑. ผฝู ก ตั้งแถวตอนท่หี ลักเริ่มตนตง้ั แถวอยูห า งจาก

แปน บาส ๗ เมตร
๒. ผฝู กคนแรก ( หมายเลข ๑ ) เลย้ี งลกู บอลกา วเทา ยิง

ประตู ( Lay up shot ) จากนั้นเกบ็ ลูกบอลแลว ไปตอ ทายแถว
๓. ผูฝก คนที่ ๒ ( หมายเลข ๒ ) และคนตอๆไป ให

ปฏิบตั เิ หมือนกับผูฝ กคนแรก


Click to View FlipBook Version