231
แผนการจดั การเรียนรู้ พส.9
รหัสวชิ า 20100-1002 วชิ าวสั ดุชา่ งอตุ สาหกรรม ท2ป0น2 หน่วยที่ 8
เวลารวม 2 ชม.
ชื่อหน่วย..บทท่ี 8 วัสดุไฟฟ้า และอิเลก็ ทรอนิกส์
สปั ดาห์ 15/18
เร่อื ง วัสดุไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ จานวน 2 ชม.
1. สาระสาคัญ
ปัจจุบันไฟฟ้าเป็นพลังงานท่ีให้ความสะดวกสบายเรานาเครื่องใช้ต่างๆ มาใช้ในชีวิตประจาวัน
อยา่ งมากมาย เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ต่างๆ ประกอบข้ึนมาจากวัสดุ เช่น ตัวนา ฉนวน วัสดุต้านทานไฟฟ้า วัสดุกึ่งนา และ
แม่เหล็ก วัสดุไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติในการเป็นตัวนา ฉนวนวัสดุต้านทานไฟฟ้า วัสดุก่ึง
ตัวนา และแม่เหล็กเปน็ วัสดทุ ่เี รานามาสร้างเคร่ืองใช้ไฟฟ้าตา่ งๆ ในชีวติ ประจาวัน และในงานชา่ งอุตสาหกรรม
2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
1. บอกชนิดของตวั นาไฟฟ้าได้
2. บอกชนดิ ของฉนวนไฟฟ้าได้
3. อธิบายวัสดตุ า้ นทานไฟฟ้าได้
4. อธิบายวสั ดกุ ึ่งตัวนาได้
5. จาแนกวสั ดุแมเ่ หลก็ ได้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
นกั เรยี นมีความรคู้ วามเข้าใจขบวนการเรียนการสอนวสั ดไุ ฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
4. สาระการเรยี นรู้
1. วัสดไุ ฟฟ้า
ตวั นาไฟฟ้า [Conductor]
หมายถึง วสั ดุสอื่ ไฟฟา้ ทย่ี อมให้กระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นได้ เชน่
1. สายไฟฟ้า
2. สวติ ซ์ไฟฟ้า
3. ฟวิ ส์
4. ถ่านสาหรบั งานไฟฟ้า
ฉนวนไฟฟา้
ฉนวนไฟฟ้า คอื วสั ดุทไี่ ม่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน หรอื ไหลผ่านได้ยาก ซงึ่ เปน็ วสั ดทุ ไี่ มม่ ีความ
ต้านทานมาก
232
1. ฉนวนทีเ่ ป็นของแขง็
1.1ไมก้า
1.2เซรามิกส์
1.3แกว้
1.4กระดาษ
1.5พลาสตกิ
2. ฉนวนที่เป็นของเหลว ได้แก่ นา้ มันพาราผนิ หรอื คลอรเิ นตไดผลิ นิ ที่ใช้ในหมอ้ แปลงไฟฟา้ ขนาดใหญ่
3. ฉนวนทเ่ี ปน็ ก๊าซ
อากาศแหง้ และกา๊ ซไนโตรเจนเป็นฉนวนในสายไฟฟา้ แรงสงู และสายอากาศ สถานสี ง่ วิทยุมกี ารใช้
ก๊าซไนโตรเจนอัดเขา้ ไปเพอื่ เปน็ ฉนวนไฟฟา้
2. สารกึ่งตัวนา (จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมขอ้ ที่ 3)
สารกึ่งตัวนาทใ่ี ช้กนั มาก คอื ซลิ ิคอนและเจอรม์ าเนียม เมอ่ื หลอมเหลว ผสมกับสารประเภท อะลูมเิ นยี ม
หรือแกลเลยี ม โบรอน จะไดส้ ารก่งึ ตัวนาชนิด พี[P-Type] หรือผสมกับวัสดุประเภทสารหนู ฟอสฟอรัส
หรอื พลวง จะได้สารกึ่งตวั นาชนดิ เอ็น [N-Type]
3. แมเ่ หล็กถาวรกบั แม่เหล็กชั่วคราว (จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 4)
แม่เหล็กถาวร ซ่ึงวัสดทุ ใี่ ชใ้ นการทาแมเ่ หล็กใหแ้ ม่เหล็กได้รกั ษาอานาจไวไ้ ด้นาน ทามาจาก
โลหะอัลนิโก [Alnico] เปน็ โลหะผสมระหว่างโคบอลต์ โครเมยี มและ แบบเรียมฟอรไ์ รต์นามาบดเปน็ ผงละเอยี ด แล้ว
นามาขึ้นรูปโดยกรรมวิธชี ินเตอร์
แม่เหล็กช่ัวคราว ซงึ่ ใช้วัสดใุ นการทาแมเ่ หลก็ ชัว่ คราว ทามาจากเหล็กออ่ น หรอื เหลก็ กลา้ คารบ์ อนตา่
โดยการนาลวดทองแดงมาพันรอบชน้ิ เหลก็ แล้วปลอ่ ย กระแสไฟฟ้าเขา้ ไปในขดลวดทองแดง แระแสไฟฟ้าจะเกิดการ
เหนย่ี วนาทาให้ เหล็กเป็นแมเ่ หล็กและหมดสภาพเม่ือตดั กระแสไฟฟา้ น้นั ออกไป นาไปใชท้ าแท่นแม่เหล็กจับชิ้นงาน
บนเครอื่ งเจยี ระไน กระดิง่ ไฟฟ้า
5.การออกแบบการจดั การเรยี นรู้
การจัดการเรยี นรโู้ ดยกระบวนการกลมุ่ (Group Process)
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
6.1 ข้ันนา
เป็นการสร้างบรรยากาศและสมาธิของผ้เู รียนใหม้ คี วามพร้อมในการเรยี นการสอน การจดั สถานที่ การแบ่งนักเรียน
ออกเป็นกล่มุ ยอ่ ย แนะนาวิธดี าเนนิ การสอน กตกิ าหรอื กฎเกณฑ์การทางาน ระยะเวลาการทางาน
6.2 ขน้ั สอน
เป็นขัน้ ที่ครลู งมือสอนโดยใหน้ กั เรยี นลงมือปฏิบตั กิ จิ กรรมเป็นกลมุ่ ๆ เพ่ือใหเ้ กิดประสบการณต์ รง โดยทก่ี จิ กรรมต่าง
ๆ จะตอ้ งคดั เลอื กให้เหมาะสมกับเน้อื เรอ่ื งในบทเรียน เชน่ กจิ กรรม เกมและเพลง บทบาทสมมติ สถานการณจ์ าลอง
การอภปิ รายกลมุ่ เปน็ ตน้
6.3 ขนั้ สรุป
นกั เรียนสรปุ รวบรวมความคิดให้เปน็ หมวดหมู่ โดยครูกระตนุ้ ให้แนวทางและหาข้อสรุป จากนัน้ นาขอ้ สรุปทีค่ ้นพบ
จากเนอ้ื หาวชิ าทเี่ รียนไปประยกุ ต์ใช้ใหเ้ ขา้ กับตนเองและนาหลักการที่ไดไ้ ปใช้เพอ่ื การปรับปรุงตนเอง ประยกุ ตใ์ ชใ้ ห้
เขา้ กับคนอน่ื ประยกุ ตเ์ พ่อื แกป้ ญั หาและสร้างสรรคส์ ่ิงทเ่ี กิดประโยชนต์ ่อสงั คม ชมุ ชน และดารงชีวติ ประจาวนั เชน่
การปรบั ปรงุ บุคลกิ ภาพ เกิดความเห็นอกเห็นใจ เคารพสทิ ธขิ องผู้อ่นื แก้ปญั หา ประดษิ ฐส์ ่ิงใหม่ เปน็ ตน้
233
8. คณุ ธรรม จริยธรรมประจาหนว่ ย
นกั เรยี นมีความรับผิดชอบตอ่ งานทไี่ ด้รบั ทาใหง้ านสาเรจ็ ลลุ ว่ ง และมคี วามตรงต่อเสลาการการเขา้ เรียนตาม
เวลาทีก่ าหนด
9. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้( เช่น พาวเวอรพ์ อ้ ยท์ ใบความรู้ วดิ โี อ ยทู ปู อี-บุ๊คส์ ฯลฯ )
พาวเวอรพ์ ้อยท์ เรือ่ ง วัสดุไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์
ใบความรู้ เร่อื ง วสั ดุไฟฟ้า และอเิ ล็กทรอนกิ ส์
วิดโี อ เร่ือง วัสดุไฟฟ้า และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
10. การวัดผลและประเมินผล ( เชน่ แบบทดสอบทา้ ยบทเรยี น , แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรยี น )
แบบทดสอบท้ายบทเรยี น เรอ่ื ง วสั ดไุ ฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์
แบบทดสอบกอ่ นเรียน เร่อื ง วัสดไุ ฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์
แบบทดสอบหลงั เรียน เร่อื ง วัสดุไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์
11. หลักฐานการเรียนรู้
7.1 เอกสารประกอบการสอนฯ บทท1่ี วัสดุอุตสาหกรรม
7.2 แบบฝกึ หดั ที่ 1
7.3 เฉลยแบบฝกึ หดั ท่ี 1
7.4 แบบทดสอบ
7.5 เฉลยแบบทดสอบ
12. เอกสารอา้ งองิ
9.1 หนังสอื เรยี น วสั ดุชา่ งอตุ สาหกรรม สานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์ จากดั
9.2 หนงั สอื เรยี น วสั ดุช่างอุตสาหกรรม สานักพิมพจ์ ิครวัฒน์
9.3 หนงั สือเรียน วัสดุช่างอุตสาหกรรม สานักพิมพแ์ ว่นแก้ว แอ็ดดเู ทนเม้นท์ จากดั
9.4 หนังสอื เรียน วัสดชุ า่ งอตุ สาหกรรม สานกั พิมพศ์ นู ยส์ ง่ เสรมิ อาชีวะ
234
พส.11
บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้
รหสั วชิ า...........................ช่อื วชิ า.........................................................................................ระดับชัน้ ปวช. ปวส.
สาขางาน..............................................................................................สัปดาห์ที่..........วนั ทส่ี อน..............................................
หนว่ ยท่ี............ชื่อหนว่ ย......................................................................................................................จานวน................ชั่วโมง
จานวนผู้เรยี น..........................คน มาเรยี น........................คน ขาดเรียน.........คน ลาป่วย.........คน ลากจิ ..........คน
1. ผลการจดั การเรียนรู้
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ปัญหาและอปุ สรรค
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………
ลงชอ่ื .......................................................ครูผูส้ อน
(............................................................)
........../................/............
ความเห็น................................................................................. ความเห็น.................................................................................
................................................................................................ ................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................หวั หน้าแผนกวชิ า ลงชือ่ ............................................รองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ
(............................................................) (นางสาวนศิ ากร เจรญิ ดี)
............/................../............
............/................../............
ความเหน็ ผ้อู านวยการ.................................................................................
....................................................................................................................
ลงชือ่ ...........................................
(นางสาวสุมนี า แดงใจ)
ผูอ้ านวยการวิทยาลยั การอาชีพนครปฐม
............/................../............
พส.12
235
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า…20100 – 1002….วชิ า………………วัสดุชา่ งอตุ สาหกรรม………………………………
ชอ่ื หนว่ ย บทท่ี 8 วสั ดไุ ฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
เร่อื ง วสั ดไุ ฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ จานวนช่วั โมงสอน........2........
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ รายการเรียนรู้
- จุดประสงคท์ ั่วไป 1. บอกชนดิ ของตวั นาไฟฟ้าได้
นักเรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจขบวนการเรียนการสอน 2. บอกชนดิ ของฉนวนไฟฟ้าได้
3. อธบิ ายวสั ดตุ า้ นทานไฟฟา้ ได้
วัสดุกอ่ สรา้ ง 4. อธบิ ายวัสดกุ งึ่ ตวั นาได้
- จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม 5. จาแนกวสั ดุแมเ่ หล็กได้
1. ตัวนาไฟฟ้าได้
2. ฉนวนไฟฟา้ ได้
3. วัสดตุ า้ นทานไฟฟา้ ได้
4. วัสดกุ ่ึงตัวนาได้
5. วัสดแุ ม่เหล็กได้
เนือ้ หาสาระ
วัสดุไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์
หมายถึง การเลอื กใชว้ ัสดใุ หเ้ หมาะสมและถกู ต้องกับลักษณะงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ โดยคานงึ ถึง
คุณสมบัติ ประโยชนก์ ารใช้งานของวสั ดไุ ดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ไมเ่ กดิ อนั ตรายตอ่ ชวี ิตและอปุ กรณ์อ่ืนๆ
ปัจจบุ ันวัสดุไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ได้เข้ามาอานวยความสะดวกในชวี ิตประจาวนั อยา่ งมากมาย ในด้าน
เครือ่ งมือเคร่ืองใช้ เครอ่ื งเล่น แตถ่ า้ หากไมเ่ ข้าใจการใช้ การบารงุ รกั ษาป้องกนั จะตอ้ งเสียคา่ ใช้จา่ ยเพม่ิ ขนึ้
อย่างไมร่ ู้ตวั
10.2 ชนดิ วัสดไุ ฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
10.2.1 ตัวนาไฟฟา้ (Electrical Conductor)
เปน็ วสั ดสุ ื่อไฟฟา้ ทส่ี ามารถยอมให้กระแสไฟฟา้ ผา่ นได้ ไดแ้ ก่
1. สายไฟฟา้ สายไฟฟา้ นยิ มใชท้ องแดงมาผลิต แตถ่ า้ เป็นสายโตๆ การใชท้ องแดงกจ็ ะแพงกว่า
จึงเลือกใชอ้ ะลูมเิ นยี มแทน ในประเทศไทยมบี ริษทั ตา่ งๆ มากมายผลิตสายไฟฟา้ มาขายตาม
ทอ้ งตลาด สายไฟทีด่ จี ะตอ้ งมีตรามาตรฐานผลติ ภัณฑอ์ ุตสาหกรรมของไทย ทีไอเอส (TIS) ท่ี
สายไฟฟา้ แตล่ ะชนดิ แตล่ ะขนาด ตลอดจนชนดิ ของวัสดทุ หี่ มุ้ สายไฟนามาใช้งานต่างๆ กนั
อย่างไรก็ตามการเลือกใชส้ ายไฟฟา้ ภายบ้านต้องคานึงถงึ องคป์ ระกอบตา่ งๆ ดังน้ี
1. ความทนทานของกระแสไฟของสายไฟ (แอมแปร)์
2. อุณหภูมทิ ่ใี ช้งาน
3. แรงดนั ไฟฟ้า (ตามบ้านปกตใิ ช้ 220 โวลท์ )
4. ตาแหน่งทีใ่ ช้งาน (ในอาคาร, นอกอาคาร, ในท่อ)
5. ความเหมาะสมในการเลอื กไฟมาใชก้ ับงาน เชน่ สายเดยี่ วใชก้ ับสายเมนหรอื ปลั๊กสาย
คู่ใช้กบั หลอดไฟ, สวิตซต์ ดั ตอน, ปลกั๊ ฯลฯ
236
ตารางจานวนกระแสสูงสุดท่ยี อมให้ใช้ได้กับสายไฟฟา้ ขนาดต่างๆ
ขนาดพืน้ ทหี่ นา้ ตดั (มม2) กระแสสงู สดุ สาหรบั สายห้มุ กระแสสงู สาหรบั สายหมุ้
เดนิ ในอาคารและนอกอาคาร หมุ้ เดนิ ในทอ่ หรือในอาคาร
(แอมแปร์) (แอมแปร์)
0.5 - 3
1.0 10 6
1.5 13 8
2.5 19 12
4 27 16
6 36 22
10 51 30
ตารางแสดงค่าจานวนวตั ต์ของเครอื่ งใช้ไฟฟา้ ชนดิ ตา่ งๆ (โดยประมาณ)
ลาดบั ชนิด วตั ต์
1 วิทยุ 85
2 วทิ ยพุ รอ้ มเครอ่ื งเลน่ แผน่ เสยี ง 100
3 โทรทัศน์ 275
4 เตารีดไฟฟา้ 1,000
5 เครือ่ งปรบั อากาศขนาดเลก็ 1,000
6 พัดลมเพดาน 375
7 พัดลมตั้งโตะ๊ 75
8 จกั รเย็บผา้ 75
9 ตเู้ ยน็ 205
10 เตาไฟฟ้า 1,200
11 กระทะไฟฟ้า 1,300
12 เครอื่ งซกั ผา้ 300
237
ตัวอย่าง รปู ท่ี 10.1 โคดสายไฟฟา้
โคดสายไฟฟา้ (เขียนที่ตัวสาย) Cable TIS 11 – 1975 PVC 2.5 SQMM 250 V. 60 C
TIS 11 – 1975 มาตรฐานอุตสาหกรรมของไทยตามตวั โคดตวั เลขนี้
PVC ฉนวนหุ้มทาดว้ ย
250 V. ใชไ้ ดก้ บั แรงดนั 250 โวลท์
60 C ทนความร้อนได้ 60 เซลเซยี ส
2.5 SQMM พ.ท. หนา้ ตัดตัวนาเป็น มม2
แผนภูมแิ สดง กรรมวธิ ีการผลสิ ายไฟ
รูปที่ 10.2 กรรมวิธกี ารผลติ สายไฟฟ้า
238
2. สวิตซ์ไฟฟ้า เปน็ อปุ กรณ์ทีน่ ามาใช้ทาหนา้ ที่ เปดิ – ปดิ ให้กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นสวติ ซต์ อ้ งมี
คุณสมบตั ิ คอื
2.1ตอ้ งเปน็ ตัวนาไฟฟ้าไดด้ ี
2.2ต้องทนต่อความรอ้ นไดด้ ี
2.3ต้องมีความแขง็ แรง ทนต่อการสึกหรอ
2.4ทนตอ่ สารเคมี
2.5มีความต้านทานคงท่ี
2.6 ทานตอ่ การเกดิ ออกไซด์หรอื ปราศจากสนมิ
โลหะทใ่ี ช้ทาวสั ดุสวชิ ท์
ทองแดง เปน็ ตัวนาท่ีดที งั้ ไฟฟา้ และความร้อน การสึกหรอและการรกั ษารูปทรงไมด่ ีนัก
เมอ่ื ทงิ้ ไวน้ านๆ จะเกดิ เปน็ ฟลมี บางๆ ปิดผิวโดยรอบ สวชิ ทท์ ่ใี ช้ทองแดงทา มกั เป็นสวชิ ท์แรงดันสงู
เงิน เปน็ โลหะตัวนาไฟฟา้ และความไดด้ ที ่สี ุด เงินไมท่ นต่อสารประกอบกามะถนั
เพราะกามะถนั จะทาใหเ้ งนิ เป็นซัลไฟล์ซง่ึ เป็นตัวนาไฟฟา้ เลว โดยปกติแลว้ ในการทาสวิชทจ์ ะไมใ่ ช้เงนิ ท้ังแผน่ เอา
ไปทา แต่ จะทาเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วบดั กรีหรืออัดแผ่นบางๆ ไวบ้ างผิวบริเวณหน้าสัมผัส ตวั อย่างงานทพี่ บไดแ้ ก่ที่
รเี ลย์ (Relay)
ทอง ทองบรสิ ทุ ธ์ิเป็นตวั นาความร้อนและไฟฟ้าได้ดีมาก ทนตอ่ สารเคมแี ตท่ ว่า
อ่อนมาก พับตวั ไดง้ ่ายและไมค่ ่อยนามาใชม้ ากนักเพราะมรี าคาแพง
ทองคาขาว เป็นตัวนาไฟฟา้ ทีด่ แี ต่มรี าคาแพงทนต่อสารเคมแี ละไม่ทาปฏิกริ ิยากอั อกซเิ จน
รีเนยี ม เป็นธาตุทม่ี จี ุดหลอมเหลวสงู มาก ประมาณ 3170 องศาเซลเซียส ฟิลม์ ทเ่ี กิด
บนผิวเปน็ ตัวนาไฟฟ้าทด่ี ี แตธ่ าตนุ ้ไี มค่ ่อยนยิ มเน่อื งจากมรี าคาแพงมาก
วุลเฟรม เป็นตัวนาความรอ้ นทดี่ ี แตต่ อ้ งระวังการสปารค์ (Spark) เพราะจะทาใหเ้ กดิ
ออกไซด์ จงึ จาเปน็ ตอ้ งใช้แรงงานกดที่หน้าสัมผัสมากกว่าปกติ
วสั ดสุ วิชท์ทเ่ี ป็นโลหะ
วสั ดุสวิทซท์ เ่ี ปน็ โลหะประสมมีหลายชนดิ ตามความเหมาะสมของการใช้งาน เชน่
ทองแดงประสม ทีใ่ ชท้ าสวทิ ซ์ บรอนซเ์ งนิ มีเงนิ ประสมประมาณ 2.6% และแคดเมียม
ทาใหแ้ ขง็ และเปน็ สปริงไดด้ ี เหมาะสาหรับทาสวชิ ท์สปรงิ
เงินประสม เปน็ ตวั ไฟฟ้าไดด้ ไี มเ่ ทา่ เงนิ วสั ดุสวชิ ทท์ ้ังหลายทาจากเงินประสม
พลาเดยี มากทสี่ ดุ ส่วนสวชิ ท์ต่อวงจรจะเป็นเงินประสมแคดเมียม
ทองประสม ทองมกั ประสมกบั เงิน ทองแดง นเิ กลิ โคบอลท์ ทองคาขาว
พลาเดยี ม ใช้เป็นวสั ดุสวชิ ทส์ าหรับงานท่มี คี ุณภาพของวงจรจริงๆ หรือเป็นงานท่ตี อ้ งใช้แรงกดสัมผสั น้อย
สวชิ ทท์ ใ่ี ช้ควบคมุ ดว้ ยอุณหภมู ิ
สวชิ ท์จาพวกน้จี ะใชโ้ ลหะแผ่น 2 ชนดิ แตกต่างกัน ข้อสาคัญของการทางานกค็ อื สมั ประสทิ ธ์ิ
ของการขยายตัวตามเสน้ ของโลหะน้นั จะตอ้ งแตกตา่ งกัน วธิ ีประกอบแผน่ โลหะทง้ั สองเข้าด้วยกนั อาจใชว้ ธิ ี
เชื่อมอดั ตดิ กนั จนแน่น เมื่อค่ปู ระกบของโลหะทั้งสองนไ้ี ดร้ บั ความรอ้ นข้นึ โลหะทม่ี สี ัมประสิทธิก์ ารขยายตัว
ตามเสน้ มากกวา่ จะขยายตัวยาวกวา่ โลหะอกี ชนดิ หนง่ึ ทาใหเ้ กิดการโกง่ ตวั ซงึ่ จะนาเอาผลอันนีไ้ ปใช้ในการ
บงั คับทางานของวงจรใหป้ ิดเปดิ เม่ืออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
239
รูปที่ 10.3 โลหะท่ใี ช้ทาเปน็ สวติ ช์
วัสดุสวิชท์ท่เี ปน็ โลหะซนิ เตอร์
1. วุลเฟรมและโมลิบดนิ มั มจี ดุ หลอมเหลวสูงมาก คอื วลุ เฟรม 3370 องศาเซลเซยี ส โม
ลิบดินัม 2620 องศาเซลเซยี ส ใชข้ นึ้ รปู โดยวธิ ีซนิ เซอรส์ ามารถคงทนต่อการอาร์คไฟฟา้
ไดด้ ี
2. วุลเฟรมประสมกบั เงนิ ตามปกตจิ ะประสมเงนิ ประมาณ 10-70% วสั ดชุ นิดนมี้ ี
คุณสมบตั ใิ นการนาไฟฟา้ เทา่ กบั เงนิ ใชก้ นั มากกบั ระบบสวชิ ทท์ ม่ี กี ารเปิด-ปิดบ่อยๆ เช่น
สวิชท์ไฟกระพริบ
3. วลุ เฟรมประสมกับทองแดง ใชก้ นั มากในระบบไฟฟ้าแรงสงู และสวชิ ท์ใหญๆ่ มีท้งั สวิชท์
น้ามัน สวชิ ทอ์ ากาศ
ตัวอย่างสวิชท์อัตโนมัตทิ เ่ี รยี กว่า เบรคเกอร์ (Circuit Breaker)
เปน็ อปุ กรณ์ตัดวงจรไฟฟา้ อัตโนมัติ ซ่งึ คอ่ นขา้ งจะเป็นของใหม่ ในยคุ ปัจจบุ ัน โรงงานผผู้ ลติ
อุปกรณ์ชนดิ นี้ไดแ้ ข่งขันและพฒั นาทางดา้ นเทคโนโลยี การผลติ กนั อย่างหนกั เพอื่ ทจ่ี ะได้เป็นผ้คู รองตลาด
การคา้ อุปกรณ์ประเภทนี้
Circuit Breaker เปน็ ผลติ ภัณฑท์ ม่ี กี ารผลติ ขึน้ เพื่อใช้ทง้ั ในระบบไฟแรงสูงและไฟแรงตา่
สวิชทน์ ้ามัน (Minimum Oil Circuit Breaker) มกั ใชใ้ นระบบไฟแรงสงู หนา้ สมั ผสั จะถกู แช่
อยู่ในนา้ มัน ซงึ่ เปน็ ตวั ชว่ ยดับประกายไฟ (Arc) ทเ่ี กดิ ข้นึ ในขณะท่ีหน้าสัมผัสกาลังจากกัน นา้ มันที่ใช้
เป็นนา้ มันชนิดเดียวกนั กบั ทีใ่ ช้ในหม้อแปลงน้ามันน่นั เอง
สวิชท์แบบสุญญากาศ (Vacuum Circuit Breaker) เป็นแบบทีใ่ ชใ้ นระบบไฟฟา้ แรงสงู
เช่นกัน โดยหน้าสัมผสั ของมันจะอยู่ภายในกระบอกสญุ ญากาศ ซึง่ จะชว่ ยให้ประกายไฟฟา้ ที่เกิดขึ้นดับได้
อย่างรวดเร็ว
สวิชท์แบบกา๊ ซเฉอ่ื ย (Gas Circuit Breaker) เปน็ ววิ ฒั นาการใหมใ่ นวงการผลิตสวชิ ท์
ไฟฟา้ แรงสงู ทสี่ รา้ งใหห้ นา้ สมั ผสั อยใู่ นกระบอกบรรจุกา๊ ซชนดิ ทีไ่ ม่ติดไฟ ท่นี ิยมใชใ้ นปัจจบุ ัน คือ SF6
สวิชทแ์ บบใชอ้ ากาศ (Air Circuit Breaker) เปน็ แบบท่ีผลิตขน้ึ มาเพือ่ ใชใ้ นระบบกระแสแรง
ตา่ และแรงสงู ปานกลาง ซึง่ ผลติ ขน้ึ มามขี นาดสงู สดุ ประมาณ 6,000 แอมแปร์
สวชิ ท์ทัง้ 4 ชนดิ ทีก่ ลา่ วมานนั้ จะต้องมอี ปุ กรณ์อีกชนดิ หนง่ึ คอื Protective Relay เปน็ ตัวจบั
สภาพของกระแสไฟฟา้ ในระบบและควบคมุ ให้วงจร ตดั ออก ดังนนั้ ความสามารถหรอื ความเท่ียงตรง
ตลอดจนความไวไฟในระบบและควบคุมใหว้ งจรตัดออก ดงั น้นั ความสามารถหรอื ความเทีย่ งตรง
ตลอดจนความไวในการตัดวงจรจะข้ึนอยู่กบั ประสทิ ธภิ าพของ Protective Relay น้ันด้วย
3. ฟวิ ส์ (Fuse)
เมื่อกระแสไฟฟา้ ผ่านมากเกนิ ไปหรือใชง้ านเกนิ กาลงั วัสดทุ ใี่ ชท้ าฟิวส์จะร้อนและหลอมละลาย
240
ขาดออกจากกนั โดยปราศจากเปลวไฟ
วัสดทุ ี่ใช้ทาฟวิ สจ์ ะทาจากโลหะผสมมจี ดุ หลอมเหลวต่า เชน่ ตะก่ัว สงั กะสี ดบี กุ และ ทองแด
เส้นฟวิ ส์ เปน็ ฟวิ สเ์ ปลือยไมม่ ฉี นวนหมุ้ มีข้ัว หรอื งอเปน็ ข้วั สาหรบั ใช้สกรยู ดึ
รูปท1ี่ 0.4 แสดงลกั ษณะของฟิวสเ์ ส้นและฟวิ สก์ า้ มปู
การใชฟ้ วิ ส์เสน้ หรือฟิวส์ก้ามปทู ี่กลา่ วมานี้ ตอ้ งใช้ร่วมกบั สะพานไฟหรอื คตั เอาต์ (Cut out)
สะพานไฟเปรียบเสมือนสะพานขา้ มแม่นา้ ทีป่ ิดเปดิ ได้ เพราะเม่ือเปดิ สะพานใหเ้ รอื ขนาดใหญผ่ า่ น
รถยนต์ต่างๆ จะไม่สามารถเคลื่อนทผี่ ่านจากฝงั่ หนึ่งมาอกี ฝง่ั หนง่ึ ได้ สะพานไฟก็เชน่ เดียวกนั เม่ือยกคัต
เอาตข์ ้นึ สะพานไฟจะถูกตดั ขาด กระแสไฟฟา้ กไ็ มส่ ามารถไหลผ่านได้ (ตดั วงจรไฟฟา้ ) แตเ่ มอ่ื สับคัตเอาต์
ลงวงจรถกู ต่อเขา้ ดว้ ยกนั กระแสไฟฟ้าก็สามารถไหลผา่ นไปได้
สะพานไฟหรอื คตั เอาต์ (Cut Out) น้เี ป็นตวั ตัดวงจรไฟฟ้าแบบธรรมดาซง่ึ นยิ มใชต้ าม อาคาร
หรือตามที่อยู่อาศยั ทวั่ ไป ดงั แสดงในรปู ท่ี 6.13
รปู ที่ 10.5 แสดงลกั ษณะของคตั เอาต์ (Cut Out)
ฟิวสป์ ลกั๊ (Plug fuse) นยิ มใช้กนั มากตามบา้ นพกั อาศัย เพราะการเปลย่ี นฟวิ ส์ทาได้งานและ
241
ปลอดภัย ถ้าฟวิ ส์ขาดสงั เกตได้งา่ ย ปมุ่ ฟวิ ส์จะหลดุ ออกจากแท่งเซรามกิ ดงั แสดงในรปู ท่ี 6.14
รูปที่ 10.6 แสดงลกั ษณะของฟวิ สป์ ลกั๊
คารท์ ริดจ์ฟวิ ส์ (Cartridge Fuse) มอี ยู่ 2 ชนดิ คอื แบบกระบอกหรอื แบบเฟอรร์ ลู
(Ferrule) และแบบใบมีด (Knife Blade Type) เป็นฟิวสท์ ่มี กั ใชร้ ่วมกบั เซฟตีสวติ ช์ (Safety Switch)
รูปที่ 10.7 แสดงลักษณะของฟิวส์กระบอก
242
เซฟตสี วติ ซ์ หมายถงึ สวิตช์ที่อยู่ภายในกล่องโลหะ ฝาจะเปดิ ออกไดเ้ ม่ือตอนทสี่ วิตช์อยใู่ นตาแหน่ง off เท่าน้นั
รูปท่ี 10.8 แสดงลกั ษณะของฟวิ ส์แบบใบมดี
ตวั ตัดไฟอัตโนมตั ิ (Circuit Breaker) หรือเบรกเกอร์
เป็นอปุ กรณไ์ ฟฟา้ ที่ถกู ออกแบบขน้ึ มาสาหรับตดั ตอ่ วงจรแทนมอื สามารถตัดวงจรโดยอัตโนมตั ิ
เม่อื กระแสไฟฟ้าไหลผา่ นมากกว่าปกติ ภายในของตัวตดั ตอนมกี ารทางานโดยอาศยั ความรอ้ นหรืออานาจ
แมเ่ หลก็ แต่ตัดตอนทน่ี ิยมใชก้ ันจะมีทง้ั ระบบการทางานดว้ ยอานาจแมเ่ หลก็ และความร้อนอยูใ่ นตัว
เดียวกนั ซ่งึ มปี ระโยชน์ คอื
สามารถปอ้ งกนั การลดั วงจรดว้ ยอานาจแมเ่ หล็ก
สามารถป้องกนั การใช้งานเกินกาลงั โดยอาศัยความรอ้ น
ตาแหนง่ ของก้านสวิตชจ์ ะมี 3 ตาแหนง่ เชน่ เมอ่ื ใชง้ านตอ้ งโยกสวติ ซ์ขึ้นไปยู่ในตาแหนง่ “ON”
แตถ่ า้ กระแสไหลผา่ นมากเกนิ ไปตัวตดั ตอนจะทาการดัดวงจร ก้านสวิตซจ์ ะเคล่ือนมาอยทู่ ่ตี าแหนง่
“Tripped” เมื่อตอ้ งการใหท้ างานก็โยกกา้ นสวิตชม์ ายังตาแหน่ง “OFF”
ตวั ตัดตอนอัตโนมตั ิ จะมขี นาดจง้ั แต่ 10, 15, 20, 25 จนถงึ 200 แอมแปร์
รูปที่ 10.9แสดงการทางานของเบรกเกอร์ (Breaker)
243
สวิตชอ์ ัตโนมัติ (Automatic Switch)
ปัจจบุ ันนิยมใชก้ ันมาก จงึ นามาใชแ้ ทนสะพานไฟ (Cut Out) เม่ือกระแสไฟฟา้ ผ่านมากเกิน
ขนาดทก่ี าหนดไว้ (Over load) สวิตชน์ ีจ้ ะตัดวงจรไฟฟา้ ทนั ที และเมอ่ื แก้ไขให้กระแสไฟฟา้ อยใู่ นระดบั
ปกติแล้ว ก็เม่อื แกไ้ ขให้กระแสอยู่ในระดบั ปกติแลว้ กส็ ามารถกดปมุ่ ทางาน (ON) วงจรไฟฟา้ จะตอ่ กัน
ใหม่โดยตอ้ งหาประแจมาเปลีย่ นฟวิ ส์อีก มีความสะดวกปลอดภยั แตม่ รี าคาสูงกว่าตวั ตดั กระแสไฟฟา้
ชนิดอ่นื ดังแสดงในรปู ท่ี 6.18
รปู ที่ 10.10 แสดงลกั ษณะการทางานของสวติ ซ์อตั โนมตั ิ (Automatic Switch)
4. ถ่านท่ีใช้ในงานไฟฟ้า
ถ่านทีใ่ ชใ้ นการผลติ โดยนาถา่ นหนิ แอนทราไซต์ ถ่านโค้ก และถา่ นไม้มาบดเขา้ ด้วยกัน
จนละเอียด ผสมนา้ มันดินลงไปเป็นตวั ประสาน เสรจ็ แลว้ ใช้อดั ดว้ ยเคร่อื งไฮดรอลิกอัดข้นึ รปู
เป็นแผ่นหรือรปู ทรงตามที่ต้องการ แลว้ นาไปอบในเตาเพ่ือใหน้ า้ มันดนิ สลายจบั ตัวกบั ถ่าน
แลว้ ถ่านจะเปล่ยี นอันยรูปเปน็ กราไฟตไ์ ดม้ าก กราไฟต์ทไี่ ด้จะมีคณุ สมบตั เิ ป็นตัวนาไฟฟ้า
เรยี กว่า กราไฟตไ์ ฟฟา้
ถา่ นทีใ่ ชใ้ นงานช่างไฟฟา้ คือเปน็ แปรงถา่ น ซ่งึ เป็นตวั นาไฟฟา้ ทก่ี ดอยบู่ นฟันของคอม
มวิ เตอรใ์ นเครอ่ื งจกั รไฟฟา้
ถ่านชนิดพเิ ศษ
1. ถ่านท่ใี ชใ้ นการอาร์คไฟฟา้ ใชท้ าสวติ ชเ์ ลอื่ นในรถไฟ, รถเครน
2. ถ่านขดี อาร์ค ใชท้ าไฟอาร์ค เช่น ไฟฉายภาพยนตร์, ไฟฉายเครอื่ งบิน
3. ถา่ นอเิ ลคโตรด ในเตาอารค์ ไฟฟา้ เชน่ เตาหลอมเหลก็ ไฟฟา้
4. ถ่านไฟเคมี ใช้ในอิเลคโตรดขดี อารค์ เพอื่ ต้องการความรอ้ นไปหลอมวัสดอุ ่ืนใน
กรรมวิธที างเคมี เชน่ กรรมวธิ ีถลงุ อลมู ิเนยี มและแมกนเี ซียม
5. ถา่ นอาโนดกราไฟต์ ใช้ทาตวั ตา้ นทาน (register) ใชก้ ันมากในงานดา้ น
อเิ ลค็ ทรอนิกส์
244
สารกงึ่ ตัวนา ซ่งึ ใชใ้ นการทาชิ้นสว่ นสาคัญของอปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนกิ สท์ ง้ั หลาย เช่น
โทรทศั น์, เครื่องรบั สง่ วทิ ย,ุ และคอมพิวเตอรเ์ ปน็ ตน้ สารกงึ่ ตวั นาทีใ่ ช้กันมาก กค็ ือ เยอรามาเนยี มและซลิ ิกอน ซงึ่
ถา้ หลอมเหลวผสมกบั วสั ดปุ ระเภทสารหนู พลวง หรือฟอสฟอรัส และไดส้ ารก่งึ ตวั นาชนดิ “เอน็ ” (N-Type) แต่
ถ้าผสมสารกบั สารประเภทโบรอนอลมู เิ นียม จะได้สารก่งิ ตวั นาชนิด “พี” (P-Type) ซ่ึงนามาเรียงกนั 3 ตวั
ตามลาดบั ท่เี หมาะสม จะไดช้ ิ้นส่วนทเ่ี รียกวา่ “ทรานซสิ เตอร”์
ในปัจจบุ ัน ววิ ฒั นาการทางดา้ นอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ไดเ้ จรญิ มาก จะสามารถย่อสว่นทรานซิ
สเตอร์แตล่ ะตัวใหเ้ ลก็ กวา่ หวั เข็มหมดุ แลว้ ปรกอบตอ่ เปน็ วงจรสาเรจ็ เรียกวา่ วงจรอนิ ตเิ กรดเซอร์กิต
(Integrated Circuit) ทเ่ี รียกว่า IC การประกอบเป็น IC เพอ่ื ใชใ้ นงานต่างๆ ท่เี ห็นโดยท่ัวไป คือ ใช้ในงานคานวณ
วงจรนาฬกิ า เป็นต้น
5. หลอดไฟฟา้
หลอดไฟฟ้า เปน็ อุปกรณท์ ใ่ี ห้แสงสว่าง เป็นอปุ กรณไ์ ฟฟ้าทมี่ ปี ระสิทธิภาพต่า เนอ่ื งจากใชพ้ ลงั งานจ่ายเข้าหลอดไฟ
เพยี บ 25% อกี 75% สญู เสียไปในรปู ของความรอ้ น ปัจจบุ ันนีก้ ารเปล่ียนพลังงานไฟฟ้าใหเ้ ป็นพลังงานแสง
โดยตรงยงั ไมส่ ามารถทาได้ จงึ ตอ้ งใช้พลงั งานทางอ้อม เช่น โดยการใช้พลงั งานไฟฟ้าเข้าไปในขดลวดความ
ต้านทาน ทาให้เกดิ ความรอ้ นและใหแ้ สงสวา่ ง เชน่ หลอดเผาไส้ (Incandescent Lamp) หลอดฟลอู อเรสเซนต์
(Fluorescent Lamp)
หลอดเผาไส้ (Incandescent Lamp) เป็นทนี่ ิยมใชก้ นั มาก ราคาถูก ใช้หลกั การทางาน
คือ
เมือ่ ปล่อยกระแสไฟฟา้ เขา้ ไสห้ ลอดทีม่ ีความตา้ นทานสูงซ่งึ ทาจากลวดทงั สเตน ทาให้ไส้หลอดรอ้ นมากขึ้น
จนกระท่ังแปลง่ แสงออกมา ตาเนอื่ งจากไสห้ ลอดอยูภ่ ายในสุญญากาศหรอื หลอดบรรจุกา๊ ซเฉ่อื ย จึงทาให้ไสห้ ลอด
ไมห่ ลอมละลาย ดังแสดงในรปู ที่ 6.7
245
รูปท1่ี 0.12 แสดงลกั ษณะของหลอดเผาไหม้ชนดิ ขั้วแบบเกลียว และขวั้ แบบเข้ียว และหลอดทใ่ี ช้งานทว่ั ไป
หลอดฟลอู อเรสเซนต์ (Fluorescent Lamp) เป็นหลอดเรืองแสงชนดิ หนง่ึ
ประกอบด้วย
หลอดแกว้ รูปร่างกลมยาว บรเิ วณหัวทา้ ยจะมขี าหลอดด้านละ 2 ขา ซ่ึงตอ่ อยกู่ บั กเิ ล็กโทรดทที่ าด้วยเส้นทงั สเตน
ขนาดเลก็ หวั ทา้ ยของหลอดน้ไี มม่ ีวสั ดุใดตอ่ ถงึ กันเลย ภายในบรรจุดว้ ยไอปรอทและก๊าซอาร์กอน หรือการผสม
ระหว่างกา๊ ซอารก์ อนกบั กา๊ ซนอี อน บรเิ วณด้านในของหลอดจะเคลอื ยด้วยสารฟอสเฟอร์ (Phosphor) ทาหน้าที
เปล่ยี นแสงอลั ตราไวโอเลต (Ultraviolet) ทเ่ี กดิ ขนึ้ ภายในหลอด (มองไมเ่ ห็น) ใหเ้ ป็นแสงทส่ี ามารถมองเหน็ ได้
หลอดฟลูออเรสเซนต์นใ้ี ห้แสงนวลตา มีความสวา่ งมกกว่าชนดิ เผาไส้ 3-4 เทา่
มีลกั ษณะยาว วงกลม และตัวยู ดงั แสดงในรปู ท่ี 10.13
โครงสรา้ งของหลอด
1. หลอดแก้ว
2. ฟอสเฟอร์
3. ขว้ั หลอด
4. ฐาน
5. ปรอท
6. ก๊าซเฉ่อื ย
รูปที่ 10.13 แสดงโครงสรา้ งของหลอดฟลอู อเรสเซนต์
246
รูปท่ี 10.13 แสดงการเปลง่ แสงของหลอดฟลอู อเรสเซนต์
สตาร์ทเตอร์ (Starter)
เมื่อมกี ระแสไฟฟา้ ผ่านเขา้ ไปจานวนหนึ่ง ก๊าซเฉอื่ ยภายในหลอดจะแตกตัวเกดิ ความรอ้ น ทาให้โลหะทงี่ ออยู่
ขยายตัวมาสมั ผสั แท่งโลหะนี้ เข้าไปยังบลั ลาสต์หลังจากหลอดไฟใหแ้ สงสวา่ งแลว้ โลหะนจ้ี ะหดกลบั ดังเดิม
เน่ืองจากไฟฟา้ ไมผ่ า่ นไอของก๊าซทาให้ความรอ้ นลดลง
รปู ที่ 10. 14 แสดงโครงสรา้ งของสตาร์เตอร์
บลั ลาสต์ (Ballast)
จะทาหน้าท่สี รา้ งแรงดนั สูงเพอ่ื ใหห้ ลอดเริ่มทางาน และเปน็ ตวั ควบคุมกระแสให้ไหลผา่ นคงที่ การสร้างแรงดนั สงู
จะเกิดขึ้นในช่วงโลหะของสตารท์ เตอรส์ ัมผัสกันกอ่ นท่จี ะแยกออกจากกนั ทาใหบ้ ลั ลาสตเ์ กิดการเหนย่ี วนาตัวเอง
เกิดแรงดนั ไฟฟ้าสงู ทาใหไ้ อปรอทแตกตวั ความต้านทานลดลง ทาใหก้ ระแสไฟฟา้ ไหลผ่านหลอดได้ อิเล็กตรอนจะ
เคลื่อนทภ่ี ายในหลอดและชนไอปรอท ทาให้ไอปรอทแตกตวั เป็นรงั สเี หนอื สีมว่ งหรอื รงั สีอลั ตราไวโอเลท รงั สีอลั
ตราไวโอเลทเมอ่ื ไปกระทบฟอสเฟอร์ เกดิ แสงทตี่ าสามารถมองเหน็ ได้
247
รูปที่ 10. 15 รปู แสดงโครงสร้างของบลั ลาสต์
10.2.2 ฉนวนหมุ้ ไฟฟ้า (Insulators)
ฉนวนไฟฟ้า คือ วสั ดทุ ไ่ี ม่ยอมให้กระแสไฟฟา้ ไหลผ่าน หรอื ไหลผ่านได้ยาก ซงึ่ เป็นวสั ดทุ มี่ ีความตา้ นทาน
มาก ได้แก่
ฉนวนที่เป็นของแขง็
1. พลาสตกิ ออ่ น เชน่ โพลีไวนลี คลอไรด์ (PVC) ใชห้ มุ้ สายไฟ
2. พลาสตกิ แข็ง จาพวกเทอร์โมเซตต้ิง ให้หมุ้ ตลบั ฟิวส์, เปลือนอกของปลก๊ั , สวติ ช,์ เปลอื ก
แบตเตอรร่ี ถยนต์
3. เซรามิก ใช้ทาถ้วยเดนิ สายไฟ หุ้มแกนกลางหัวเทียนแท่นสวติ ซ์ไฟฟา้ กาลงั , ตลับฟวิ ส์หลอด ฯลฯ
4. ยาง ใช้หุ้มสายเคเบลิ้ หมอ้ แบตเตอรรข่ี นาดกลาง ขนาดใหญ่
5. ไมกา้ เปน็ เกล็ดหินใส ทาเปน็ แผน่ บางใช้ในเตาห้มุ ต้มไฟฟ้า เตารดี ไฟฟ้า
6. แลคเกอร์ ใช้อาบลวดไฟฟ้า ส่วนใหญเ่ ห็นได้จากมอเตอรไ์ ฟฟ้า
ฉนวนทเ่ี ป็นของเหลว ไดแ้ ก่ น้ามันพาราฟนิ หรือคลอริเนตไดนผิ นิ ิลที่ใช้ในหมอ้ แปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่
นอกจากนท้ี าหนา้ ทเี่ ป็นฉนวนแล้วยงั ระบายความร้อนด้วย
ฉนวนทีเ่ ป็นก๊าซ
อากาศแหง้ และก๊าซไนโตรเจนเป็นฉนวนในสายไฟฟา้ แรงสงู และสายอากาศ สถานสี ่งวทิ ยุการใช้ก๊าซ
ไนโตรเจนอดั เขา้ ไปเพ่อื เปน็ ฉนวนไฟฟ้า ในเครื่องเอกซเรยใ์ นกา๊ ซฟรอี อน (Freon) อดั เข้าไปเพอ่ื ทา
หน้าทีเ่ ป็นฉนวนไฟฟา้
248
ตารางตวั อยา่ งฉนวนและการเลอื กใชง้ าน
ประเภทของฉนวน ตวั อยา่ งฉนวน ทใ่ี ช้งาน
ฉนวนยาง
- ยางเทยี ม - สายโทรศัพท์
- ยางธรรมชาติ - สายแบตเตอรี่ขนาดกลาง และใหญ่
ฉนวนอินทรยี ์ - ฝา้ ยหรือไหม - หมุ้ ภายนอกสายอปุ กรณใ์ หค้ วามร้อน เชน่
ฉนวนสังเคราะห์ - พ.ี วี.ซ.ี สายเตารดี เตาไฟฟา้ เป็นตน้
- หุ้มสายไฟฟา้ ที่ใช้ในอาคารบา้ นเรือน
ฉนวนสังเคราะห์ - พลาสตกิ - เปลือกสวิตช์ และปลกั๊
(เบเกอรไ์ ลท)์ - เปลอื กนอกแบตเตอรข่ี นาดเลก็
ประเภทของฉนวน ตวั อยา่ งฉนวน ทใ่ี ชง้ าน
ฉนวนสังเคราะห์ - แลกเกอร์, วานิช
- เคลือบลวดทองแดง
ฉนวนอนิ ทรีย์ (หุ้มโดยการเคลือบ) สาหรบั พนั มอเตอรห์ รือหม้อแปลง
- เซรามกิ - ลูกถว้ ยตามเสาไฟ
- หุ้มแกนหวั เทยี น
- ฐานคทั เอาท์ ฐานปลกั๊ ฟวิ ส์
ฉนวนสงั เคราะห์ - แอสเบสตอส - ฉนวนในเตารดี
- ไมก้า ห้มุ สายภายนอกอุปกรณ์ความรอ้ น
ฉนวนความร้อน
ต้องมคี ณุ สมบตั ติ า้ นทานความร้อนได้ดี มีจดุ หลอมเหลวสงู ตวั อย่าง ไดแ้ ก่
1. แกว้ ใชท้ าหลอดไฟฟ้า
2. ดินขาวเผา ใชท้ าลกู ถว้ ยไฟฟ้า เตาไฟฟา้
3. พลาสตกิ แข็ง (จาพวกเทอโมเซตตงิ้ ดา้ มจบั ของอปุ กรณ์ตา่ งๆ เช่น หวั แร้งไฟฟา้ , หกู ะทะ,
หมอ้ หงุ ข้าว, หวั จบั ลวดเชอื่ ม ฯลฯ
4. เซรามกิ ทนความร้อนไดส้ ูง ทาถว้ ยจาน เตาต่างๆ ตลอดจนเตาไฟฟ้า ฯลฯ
249
10.2.3 วสั ดตุ ้านไฟฟ้า (Resistance)
วัสดตุ ้านไฟฟา้ หมายถึง โลหะต้านทานตอ่ การไหลของกระแสไฟฟ้า เมอ่ื กระแสไฟฟ้าไดไ้ หลผ่านกจ็ ะมี
อุณหภมู ิสงู ข้นึ ที่วัสดตุ า้ นทาน ไดแ้ ก่ คอนสแตนแตน (Constantan) โดยเป็นโลหะผสมระหวา่ ง นิกเกลิ
กับทองแดง นามาใชท้ าขดลวดในเตารดี ไฟฟ้า เตาไฟฟา้ ได้ฝังขดลวดทานไว้ในวสั ดทุ นไฟฟ้า ต้านทานไว้
ในวสั ดุทนไฟ ได้แก่ ไมก้า เซรามิก
รปู 10.16 ลักษณะวสั ดุต้านทานทีน่ ามาใช้งานไฟฟ้า
10.2.4 วสั ดกุ งึ่ ตวั นา (Semi Conductor)
เปน็ วัสดุทม่ี ีความสาคัญในการผลิตทรานซสิ เตอรแ์ ละวงจรอนิ ติเกรด ซึง่ เป็นช้ินส่วนสาคัญของ
อปุ กรณท์ างด้านอเิ ลก็ ทรอนกิ สท์ ง้ั หลาย
วัสดุทนี่ ามาใช้ในการผลติ เปน็ วัสดกุ ่งึ ตัวนา ได้แก่ เยอรมาเนียและซลิ ิกอนถ้าหลอมเหลวเยอรมาเนียม
และซลิ กิ อนแล้วนาไปผสมกบั สารหนู พลวง ฟอสฟอรสั และไดว้ ัสดกุ ึ่งตวั นาชนดิ เอ็น (N) แตถ่ ้าผสมกบั
สารผระเภทโบรอนิ อลูมเิ นียม แกลเลียม จะได้วัสดุกง่ึ ตวั นาชนดิ พี (P) ถา้ นาวสั ดุกึ่งตวั นาชนิด เอน็
และชนิด พี มาตอ่ เรยี งกนั 3 ตัวตามลาดับที่เหมาะสม จะไดช้ ้ินส่วนอปุ กรณท์ างดา้ นอเิ ลก็ ทรอนกิ สท์ มี่ ี
ชื่อเรยี กว่า “ทรานซสิ เตอร”์ ซงึ่ พบเมอ่ื ปี พ.ศ.2490 เพอ่ื นามาใช้ประโยชนใ์ นการขยายสัญญาณและ
ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจรได้ สามารถใช้แทนหลอดสญุ ญากาศของเครอื่ งรบั วทิ ยุใน
สมยั ก่อนไดเ้ ป็นอย่างดี
ในสมยั ปจั จบุ ันทรานซสิ เตอร์ได้ถกู ยอ่ สว่ นแลว้ นามาประกอบกนั เปน็ วงจรสาเรจ็ รปู ทม่ี ขี นาดเลก็
เรียกวา่ “วงจรอินติเกรต” (Integrated Circuit) หรือเรียกช่ือยอ่ ว่า “ไอซ”ี (IC) ซึ่งประกอบด้วย
ทรานซสิ เตอรน์ ับหมืน่ นบั พันตัว ซึ่งเป็นช้นิ ส่วนสาคญั ทใี่ ช้กบั อุปกรณ์ทางดา้ นอเิ ลก็ ทรอนิกสต์ ่างๆ เชน่
เครอ่ื งรบั วิทยุ โทรทศั น์ คอมพิวเตอรแ์ ละเคร่ืองใชอ้ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์
ประเทศไทยสามารถผลติ วงจรไอซสี ง่ ออกขายต่างประเทศปลี ะหลายรอ้ ยลา้ นบาท โดยมบี ริษทั ที่
ทาการผลติ ภายในประเทศหลายบรษิ ทั
คณุ ภาพของไอซีทีผ่ ลิตไดใ้ นประเทศนน้ั นบั ได้ว่ามคี ณุ ภาพได้มาตรฐานโลกเชน่ เดียวกบั นานา
ประเทศทเ่ี จรญิ แลว้ ทางดา้ นเศรษฐกจิ อืน่ ๆ
250
10.2.5 วสั ดุแมเ่ หล็ก (Magnetic)
แม่เหลก็ หมายถงึ เหล็กทม่ี ีอานาจสามารถดงึ ดดู โลหะทีเ่ ป็นเหลก็ ได้ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คอื
แมเ่ หลก็ ชว่ั คราว (Non-Permanent Magnetic)
แม่เหลก็ ชัว่ คราว ซึ่งใชว้ ัสดใุ นการทาแมเ่ หลก็ ชั่วคราว ทามาจากเหลก็ ออ่ น หรือเหล็กคาร์บอนตา่
โดยการนาลวดทองแดงมาพันรอบชิ้นเหล็กแลว้ ปลอ่ ย กระแสไฟฟ้าเข้าไปในขดลวดทอง กระแสไฟฟา้ จะ
เกดิ กีเ่ หนี่ยวนาทาใหเ้ หลก็ เป็นแมเ่ หลก็ และหมดสภาพเมื่อตดั กระแสไฟฟ้านนั้ ออกไป นาไปใช้ทาแท่น
แมเ่ หล็กจบั ช้ินงานบนเครอ่ื งเจยี ระไน กระดิง่ ไฟฟา้
แม่เหลก็ ถาวร (Permanent Magnetic)
วสั ดทุ ่ใี ชท้ าแมเ่ หลก็ ชนดิ นี้ ได้แก่ โลหะ อลั นโิ ค (Alnico) ซึ่งได้มาจากโลหะผสมระหวา่ ง
โครเมยี ม นิกเกิล โคบอลต์และแบเรียมเฟอร์ไรต์ นามาขนึ้ รูปโดยกรรมวธิ ซี นิ เตอร์ จะได้ออกมาเป็น
แม่เหล็กถาวร คงสภาพความเป็นแมเ่ หลก็ สงู นน่ั เอง นามาใช้งาน เช่น แมเ่ หล็กลาโพง ไดนาโม
รถจักรยานและแมก๊ นีโต ฯลฯ
รูปที่ 17 การนาแม่เหลก็ ถาวรมาใชส้ รา้ งลาโพง ได้แก่
คาถาม
แบบฝึกหดั
1. วัสดไุ ฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หมายถึง
2. วสั ดตุ วั นาไฟฟ้า หมายถงึ
3. การเลือกใชส้ ารไฟฟา้ ภายในบา้ นตอ้ งคานงึ ถึง
4. คุณสมบตั ขิ งิ สวติ ซไ์ ฟฟ้า ได้แก่
5. หน้าที่ของสวิตซไ์ ฟฟา้ คอื
6. ฟวิ สเ์ ปน็ วสั ดุไฟฟ้าทีท่ าหน้าท่ี
7. อปุ กรณ์ไฟฟ้าทีถ่ กู ออกแบบให้สามารถตวั วงจรโดยอัตโนมตั เิ มื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านมากกว่าปกติ
8. สายไฟฟ้าทีน่ ิยมใชภ้ ายในบา้ นนิยมใช้โลหะ……………….มาทา
9. วสั ดุฉนวนไฟฟา้ หมายถงึ
10.ฉนวนไฟฟ้าทต่ี ้านทานความรอ้ นไดด้ ี ได้แก่
251
11.ถ่านท่ีใช้ในงานไฟฟา้ ทาหน้าท่ี
12.หลอดไฟฟา้ เปลีย่ นแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงาน
13.วสั ดตุ า้ นทานไฟฟา้ นยิ มใชท้ าอปุ กรณ์
14.วสั ดุกง่ึ ตวั นานยิ มใชท้ าอปุ กรณ์
15.วัสดแุ มเ่ หลก็ ถาวรทาจากวสั ดุ
เฉลยคาถาม
เฉลยแบบฝกึ หัด
1. วสั ดุไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ หมายถึง
การเลอื กใชว้ ัสดุ ให้เหมาะสมและถกู ตอ้ งและลกั ษณะงานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์โดยคานงึ ถงึ
คณุ สมบัติ ประโยชน์การใช้งานไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและปลอดภัย
2. วสั ดตุ ัวนาไฟฟา้ หมายถงึ ที่สามารถยอมใหก้ ระแสไฟฟา้ ผ่านได้
4. การเลือกใชส้ ารไฟฟ้าภายในบา้ นต้องคานงึ ถงึ
1. ความทนกระแสไฟฟา้ ของสายไฟ
2. อณุ หภมู ิใชง้ าน
3. แรงดันไฟฟ้า
4. ตาแหน่งทใี่ ช้งาน
5. ความเหมาะสมในการเลอื กสายในมาใชง้ าน
4. คุณสมบัติขงิ สวติ ซ์ไฟฟา้ ได้แก่
1 เป็นตวั นาไฟฟ้าทดี่ ี
2. ต้องทนตอ่ ความร้อนได้ดี
3. ต้องมีความแขง็ แรง ทนตอ่ การสกึ หรอ
4. ทนตอ่ สารเคมี
5.มีความต้านทานคงท่ี
6.ทนตอ่ การเกดิ ออกไซดห์ รือสนมิ
5.หน้าที่ของสวติ ซ์ไฟฟา้ คือ ทาหน้าท่ี เปดิ – ปดิ ใหก้ ระแสไฟฟา้ ผา่ น
6.ฟิวส์เปน็ วัสดุไฟฟ้าทท่ี าหนา้ ท่ี ตัดกระแสไฟฟา้ เมือ่ กระแสไฟฟา้ ผ่านมากเกินไปหรือใช้งานเกนิ กาลงั
7.อุปกรณ์ไฟฟา้ ทถ่ี ูกออกแบบใหส้ ามารถตวั วงจรโดยอตั โนมตั เิ ม่ือกระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นมากกวา่ ปกติ ไดแ้ ก่
1.เบรกเกอร์
2..สวติ ซอ์ ัตโนมัติ
8.สายไฟฟ้าทนี่ ิยมใช้ภายในบา้ นนิยมใช้โลหะ ทองแดง มาทา
9.วัสดุฉนวนไฟฟา้ หมายถงึ วสั ดทุ ีไ่ ม่ยอใหก้ ระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นหรือไหลผา่ นได้ยาก
10.ฉนวนไฟฟา้ ทตี่ ้านทานความรอ้ นไดด้ ี ไดแ้ ก่
1 แกว้
2 ดินขาวเผา
3 พลาสติกแขง็
4 เซรามกิ
252
11.ถา่ นท่ีใชใ้ นงานไฟฟา้ ทาหน้าท่ี เปน็ ตัวนาไฟฟา้ เมอื่ นาไปใช้จะหมาดไป หรือหมดอายใุ ช้งาน..
12.หลอดไฟฟ้าเปล่ยี นแปลงพลงั งานไฟฟ้าเป็นพลังงาน พลงั งานแสงสว่าง
13.วสั ดตุ า้ นทานไฟฟา้ นยิ มใช้ทาอปุ กรณ์ ทาขดลวดในเตารดี ไฟฟ้า เตาไฟฟ้า หวั แรง้ บัดกรี
14.วสั ดุก่ึงตัวนานิยมใชท้ าอปุ กรณ์ อปุ กรณ์ทางดา้ นอเิ ลก็ ทรอนิกส์
15.วสั ดุแมเ่ หลก็ ถาวรทาจากวัสดุ โลหะอลั นิโค (Alnico)
เอกสารอ้างองิ
............................................................................................................................. .......................................................
................................................................................................................................................................... .................
................................................................................................................. ...................................................................
253
พส.15
ใบมอบหมายงาน (Assignment Sheets)
รหัสวิชา……20100 - 1002…..………….วิชา……วสั ดุชา่ งอุตสาหกรรม……………………
ชอื่ หน่วย บทที่ 8 วัสดุไฟฟ้า และอเิ ลก็ ทรอนิกส์
เรื่อง วสั ดุไฟฟ้า และอเิ ล็กทรอนกิ ส์ จานวนชั่วโมงสอน..........2............
จุดประสงค์การมอบงาน
1. บอกชนดิ ของตัวนาไฟฟา้ ได้
2. บอกชนดิ ของฉนวนไฟฟา้ ได้
3. อธิบายวัสดตุ า้ นทานไฟฟา้ ได้
4. อธบิ ายวสั ดกุ ึง่ ตวั นาได้
5. จาแนกวสั ดแุ ม่เหลก็ ได้
แนวทางการปฏบิ ตั งิ าน
ศกึ ษาเน้อื หาจากใบงานและหนงั สอื อา้ งองิ วัสดชุ า่ งอุตสาหกรรม
แหล่งค้นคว้า
1.หนังสือวัสดชุ า่ งอุตสาหกรรม
2.ชดุ แบบทดสอบ
3.สือ่ รูปภาพและ Power Point
คาถาม/ปัญหา คาสั่ง ใหเ้ ติมคาหรอื ข้อความลงในชอ่ งว่างใหถ้ กู ต้อง
1. วัสดไุ ฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์ หมายถึง…………………………………………………………………….
2. วัสดุตวั นาไฟฟ้า หมายถึง ……………………………………………………………………………........
3. การเลอื กใชส้ ารไฟฟ้าภายในบ้านตอ้ งคานงึ ถงึ ……………………………………………………………
4. คณุ สมบัตขิ ิงสวติ ซไ์ ฟฟา้ ไดแ้ ก่……………………………………………………………………………
5. หนา้ ท่ีของสวิตซไ์ ฟฟา้ คือ…………………………………………………………………………………
6. ฟวิ สเ์ ปน็ วัสดไุ ฟฟ้าทที่ าหนา้ ท่ี………………………………………………………………………………
7.อปุ กรณ์ไฟฟ้าท่ีถกู ออกแบบใหส้ ามารถตวั วงจรโดยอัตโนมัติเมือ่ กระแสไฟฟา้ ไหลผ่านมากกวา่ ปกติ ได้แก่
8. สายไฟฟ้าทน่ี ิยมใช้ภายในบา้ นนยิ มใช้โลหะ……………….มาทา
9.วสั ดฉุ นวนไฟฟา้ หมายถึง…………………………………………………………………………………
10.ฉนวนไฟฟ้าทตี่ ้านทานความร้อนได้ดี ได้แก่………………………………………………………………
11.ถา่ นทใี่ ชใ้ นงานไฟฟา้ ทาหน้าที่……………………………………………………………………………..
12.หลอดไฟฟา้ เปล่ียนแปลงพลงั งานไฟฟ้าเปน็ พลังงาน………………………………………………………
13.วสั ดตุ ้านทานไฟฟ้านิยมใช้ทาอปุ กรณ์………………………………………………………………………
14.วัสดกุ ่ึงตวั นานยิ มใชท้ าอปุ กรณ์……………………………………………………………………………..
15.วสั ดแุ ม่เหลก็ ถาวรทาจากวัสดุ………………………………………………………………………………
กาหนดเวลาทางาน
1..ใหท้ าแบบฝึกหัดหลงั ครอู ธบิ ายในเนอื้ หาเสรจ็ และใหเ้ วลานกั เรียนศกึ ษาค้นคว้าจากขอ้ มลู ที่ให้ ประมาณ 1 ชม.
หมายเหตุ ควรมภี าพประกอบแสดงการปฏิบัติงานในแตล่ ะข้นั
254
พส.16
ใบกิจกรรมท่ี.......8.........
รหสั วชิ า 20100-1002 วิชา วสั ดชุ า่ งอุตสาหกรรม ท-ป-น…2-0-2…
หน่วยท.่ี . บทท่ี 8 วัสดุไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ เวลา..2.ชม.
ชื่อกิจกรรม.................แบบทดสอบหลงั เรียน....................เวลา........2......ชม.
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกชนดิ ของตวั นาไฟฟ้าได้
2. บอกชนดิ ของฉนวนไฟฟ้าได้
3. อธบิ ายวัสดตุ ้านทานไฟฟา้ ได้
4. อธิบายวสั ดกุ ึ่งตวั นาได้
5. จาแนกวสั ดุแมเ่ หลก็ ได้
วสั ด/ุ อปุ กรณ์
1.หนงั สอื วสั ดุชา่ งอุตสาหกรรม
2.ชุดแบบทดสอบหลงั เรียน
คาสง่ั
1. ใหน้ ักเรียนตอบคาถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ ูกต้อง
2. ..................................................................................................................................................................
การประเมินผล
1ขั้นดีเย่ยี ม แบบทดสอบหลังเรยี น แบบฝกึ หัดและใบปฏบิ ตั ิงาน เกณฑ์ผ่านรอ้ ยละ 100 ได้ 5
คะแนน
2ขน้ั ดี แบบทดสอบหลังเรียน แบบฝกึ หัดและใบปฏบิ ัตงิ าน เกณฑ์ผา่ นไม่ตา่ กว่าร้อยละ 80 ได้ 4 คะแนน
3ขน้ั ปานกลาง แบบทดสอบหลงั เรยี น แบบฝึกหัดและใบปฏบิ ัติงาน เกณฑผ์ า่ นไม่ตา่ กว่ารอ้ ยละ 70 ได้ 3 คะแนน
4ขั้นพอใช้ แบบทดสอบหลงั เรยี น แบบฝกึ หดั และใบปฏิบตั งิ าน เกณฑ์ผ่านไม่ต่ากว่าร้อยละ 60 ได้ 2 คะแนน
5ขั้นปรับปรงุ แบบทดสอบหลังเรยี น แบบฝกึ หดั และใบปฏบิ ตั ิงาน เกณฑผ์ ่านไม่ต่ากวา่ รอ้ ยละ 50 ได้ 1 คะแนน
255
แบบทดสอบหลงั เรยี น
วชิ า วัสดุอุตสาหกรรม 2100-1002
เรอื่ ง วัสดุไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์
คาสง่ั ให้เลือกคาตอบทีถ่ ูกตอ้ งทส่ี ุด เพยี งคาตอบเดยี ว
1. โลหะที่นาไฟฟ้าได้ดีท่สี ดุ คือข้อใด
ก. ทองแดง
ข. อลูมเิ นียม
ค. เงิน
ง. ทงั สเตน
2. สายไฟฟา้ ทผี่ ลิตใชใ้ นประเทศไทยต้องไดม้ าตรฐานอะไร
ก. TIS
ข. TOI
ค. TSI
ง. TOP
3. สายไฟฟ้านยิ มหุ้มดว้ ยพลาสตกิ ใด
ก. PVA
ข. PVC
ค. PE
ง. PP
4. จุดหลอมต่านาไฟฟ้าไดด้ เี ปน็ คุณสมบัติของสิ่งใด
ก. สายไฟ
ข. ตัวนา
ค. สวติ ซ์
ง. ฟิวส์
5. วสั ดทุ ีใ่ ชท้ าสวิตซ์ใหญ่ ๆ ที่นยิ มใช้กันมากในระบบไฟฟา้ แรงสงู คือข้อใด
ก. เงินประสมแคดเมยี ม
ข. ทองประสมเงนิ
ค. วลุ แฟลมประสมเงนิ
ง. วลุ แฟลมประสมทองแดง
6. ฟวิ สท์ ่นี ยิ มนามาใชต้ ามทอี่ ยอู่ าศัยคอื
ก. ฟิวสก์ ระบอก
ข. ฟวิ สแ์ บบใบมดี
ค. ฟิวสป์ ลัก๊
ง. เส้น
7. ถ่านทีใ่ ชใ้ นเตาอาร์คไฟฟา้ คอื ชนิดใด
ก. ถ่านอเี ลคโตรด
ข. ถา่ นขดี อาร์ค
ค. ถา่ นไฟเคมี
ง. ถ่านความต้านทาน
256
8. อปุ กรณไ์ ฟฟา้ ทใี่ ห้แสงสวา่ งชนดิ ใดทาหนา้ ทีค่ วบคุมกระแสให้ไหลคงที่
ก. ไส้หลอด
ข. บัลลาสต์
ค. สตาร์ตเตอร์
ง. ขั้วหลอด
9. ฉนวนไฟฟ้าชนิดที่เปน็ ของเหลวคือขอ้ ใด
ก. น้ามันพาราฟนิ
ข. คลอลเิ นตไตฟินิล
ค. เบคเกอรไ์ ลต์
ง. ขอ้ ก และ ข ถกู
10. สายอากาศสถานสี ง่ วิทยใุ ชก้ า๊ ซใดในการอนั เขา้ ไปเพือ่ เปน็ ฉนวนไฟฟา้
ก. กา๊ ซฟรอี อน
ข. ไนโตรเจน
ค. ไฮโดรเจน
ง. ฮีเลยี ม
11. โลหะทีใ่ ช้ทาวัสดตุ า้ นทานไฟฟ้าไดแ้ กอ่ ะไรผสมกบั อะไร
ก. นกิ เกลิ กับทองแดง
ข. เงนิ กบั พลาเดียม
ค. ทองกบั นิกเกลิ
ง. วุลแฟลมกับเงนิ
12. สารกง่ึ ตวั นาท่นี ยิ มใชก้ ันมากคอื ขอ้ ใด
ก. นิกเกลิ
ข. เยอรมาเนียม
ค. โครเมียม
ง. ถูกทุกข้อ
13. สารกง่ึ ตัวนาถ้าหลอมเหลวกบั วสั ดปุ ระเภทสารหนู พลวง ฟอสฟอรสั จะไดว้ สั ดกุ ึง่ ตวั นาชนิดใด
ก. ชนดิ N
ข. ชนิด P
ค. ชนดิ A
ง. ชนดิ B
14. แมเ่ หลก็ (Magnetie) แบ่งออกเปน็ ก่ีชนิด
ก. 2 ชนิด
ข. 3 ชนดิ
ค. 4 ชนิด
ง. 5 ชนดิ
15. แมเ่ หลก็ ชวั่ คราวจะถกู นามาใชใ้ นงานด้านใด
ก. ไดนาโมรถจักรยาน
ข. กระดง่ิ ไฟฟา้
ค. แมก็ นโี ต
ง. แมเ่ หล็กลาโพง
257
เฉลย แบบทดสอบหลงั เรยี น
1. ค.
2. ก.
3. ข.
4. ง.
5. ง.
6. ค.
7. ก.
8. ข.
9. ง.
10.ค.
11.ก.
12.ข.
13.ก.
14.ก.
15.ข.