เ
เสนอ ครูรตั นพ์ ภี รณ์ ทองประพนั ธ ์
โดย นางสาวรุสนีตา อาบู รหสั 63305010040
สาขา เกษตรศาสตร ์
เอกสารเป็นส่วนหนึ่งของวชิ า การสมั มนาทางดา้ นการเกษตร
วิทยาลยั เทคโนโลยีการเกษตรและประมงปตั ตานี
ก
คำนำ
รายงานเล่มนจ้ี าทาข้ึนเพ่ือเป็นส่วนหนึ่งของวชิ าสมั มนาชั้นประกาศนยี บตั รวชิ าชีพชั้นสูงเพ่ือให้ได้
คกึ ษาหาความรใู้ นเร่ือง หอมแดง และได้ศึกษาอย่างเขา้ ใจเพื่อเป็นประโยชน์กบั การเรยี น
ผูจ้ ดั ทาหวังว่ารายงานเล่มนี้จะเปน็ ประโยชน์กบั ผู้อา่ นหรือนกั เรียนนักศึกษาท่กี าลงั หาข้อมูลเร่ืองนีอ้ ยู่
หากมขี ้อแนะนาหรือผดิ พลาดประการใดผู้จดั ทาน้อมรบั ไว้และขออภัยมา ณ ท่นี ด้ี ้วย
นางสาวรสุ นีตา อาบู
ผ้จู ดั ทำ
สารบญั ข
ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ หนา้
สรรพคณุ
คณุ ค่าทางอาหาร 1-6
การปลูกหอมแดง 6-7
การเกบ็ เก่ียวผลผลติ 7-8
การดแู ล 9-10
การเกบ็ เก่ียว 10
พนั ธหุ์ อมแดง 11-12
มาตรฐานหอมแดง 12-13
โรคของพืชตระกลู หอม 13-14
การปอ้ งกันกาจัดโรคของพืชตระกลู หอม 14-15
สรรพคุณทางยา 15-18
18
19-20
1
หอมแดง
ช่อื วทิ ยาศาสตร:์ Allium ascalonicum
อาณาจักร: Plantae
หมวด: Magnoliophyta
ชนั้ : Liliopsida
อันดบั : Asparagales
วงศ์: Amaryllidaceae
วงศย์ อ่ ย: Allioideae
สกลุ : Allium
สปีชีส์: A. oschaninii
หอมแดง (Hom-Dang) หรือเรียกว่า หอมไทย หอมเล็ก เป็นพืชล้มลุก อยู่วงค์เดียวกับกระเทียม เป็น
หอมชนิดหน่ึง มีหัวอยู่ใต้ดิน ลาต้นจะถูกห่อหุ้ม ไปด้วยกาบใบโดยรอบๆ มีสีเขียวอ่อน ใบเป็นใบเด่ียว ออก
เรียงสลับ ใบมีลักษณะดาบยาวรี ปลายแหลม ใบกลมข้างในกลวง โคนใบเปน็ กาบออกหุ้มสลบั ซ้อนกันอยู่ ตรง
โคนลาต้น มีสีเขียว มีรสชาติเผ็ดร้อน มีกล่ินฉุนแรง ดอกออกเป็นช่อ แทงออกมาจากตรงกลางลาต้น ก้านช่อ
ดอกยาวกลมขา้ งในกลวง ดอกมีลกั ษณะแบบซี่ร่ม ทรงกลมแลว้ จะบานออก มดี อกยอ่ ยเลก็ ๆอยู่บนกา้ นจานวน
2
มาก กลีบดอกมีสีขาวอมม่วง ก้านมีสีเขียว หัวมีลักษณะทรงกลมแป้น หรือทรงกลมรี มีเปลือกกาบใบห่อหุ้ม
หลายๆชั้น หัวอ่อนมีสีแดงหรือสีแดงสีม่วง หัวแก่มีเปลือกด้านนอกแห้งมีสีแดงหรือสีแดงอมม่วง มีกล่ินฉุน
รสชาตเิ ผ็ดร้อน นามาประกอบอาหาร เมนตู ่างๆได้หลายเมนู ในประเทศไทยมีปลกู หลายสายพันธุ์
ภาพท่ี 1 ลาต้น
ลาต้น เป็นพืชล้มลุก มีหัวอยู่ใต้ดิน ลาต้นสั้นมีลักษณะทรงกลม ลาต้นจะถูกห่อหุ้มไปด้วยกาบใบ
โดยรอบๆ มสี เี ขียวอ่อน
3
ภาพท่ี 2 ราก
ราก ระบบรากฝอยเล็กๆ สีนา้ ตาล ออกเปน็ กระจกุ ดา้ นลา่ งของหัว
ภาพท3่ี หวั หอม
หัว มลี ักษณะทรงกลมแป้น หรือทรงกลมรี มเี ปลอื กกาบใบหอ่ หุ้มหลายๆช้นั หวั ออ่ นมสี แี ดงหรือสแี ดง
สีม่วง หัวแก่มีเปลอื กด้านนอกแหง้ มสี แี ดงหรอื สีแดงอมม่วง มีกลน่ิ ฉนุ รสชาตเิ ผด็ รอ้ น
ภาพท่ี 4 ใบ
4
ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ อยู่เป็นกระจุก ใบเป็นท่อยาว ใบมีลักษณะดาบยาวรี ปลายแหลม ใบ
กลมข้างในกลวง โคนใบเป็นกาบใบสีขาว ออกหุ้มสลับซ้อนกันอยู่ ตรงโคนลาต้น ใบมีสีเขียว มีรสชาติเผ็ดรอ้ น
มกี ลิ่นฉุนแรง
ภาพท่ี 5 หวั หอม
ดอก ออกเป็นช่อ แทงออกมาจากตรงกลางลาต้น ก้านช่อดอกยาวกลมข้างในกลวง ดอกมีลักษณะ
คล้ายร่ม ทรงกลมแล้วจะบานออก มีดอกย่อยเล็กๆอยู่บนก้านจานวนมาก กลีบดอกมีสีขาวอมม่วง ก้านมีสี
เขยี ว
5
ภาพท่ี 6 ผล
ผล มีลกั ษณะกลมๆ ผลแก่จะแตกออก มีเมล็ดอยขู่ า้ งในผล
ภาพท่ี 7 เมลด็
เมล็ด เม่อื ผลแกแ่ ตกออกได้ มีเมลด็ อย่ขู ้างใน เมลด็ มลี ักษณะทรงรเี ล็กๆ ผวิ เรียบ มีสดี า
6
สมุนไพรหอมแดง มีชอ่ื ทอ้ งถน่ิ อ่นื ๆ ว่า ผกั บั่ว (ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ), หอมหวั ขาว หอมบัว หอม
ปว่ั (ภาคตะวนั ตกเฉียงเหนือ), หอมแกง หอมไทย หอมเล็ก หอมหวั (ภาคกลาง), หอมแกง (ภาคใต)้ เปน็ ต้น
หอมแดง จัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สาคัญของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซ่ึงประเทศไทยมี
การปลกู มากทางภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือและทางภาคเหนือ และหอมแดงที่ขึน้ ช่ือว่าเปน็ หอมแดงคุณภาพดีก็
ไดแ้ ก่หอมแดงจากจังหวัดศรีสะเกษ
เป็นพืชเศรษฐกิจสาคัญ ของประเทศในแถบ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยส่งออกหอมแดง ไปยัง
ประเทศมาเลเซียเป็นจานวนมาก การซ้ือขายส่วนใหญ่เป็นหวั ๆ ชั่งขายเป็นกิโลกรัม และมัดขายเป็นกาๆ แต่ก็
ขายตามน้าหนัก เช่นเดียวกัน[1] ในประเทศไทยปลูกกันมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ แต่
หอมแดงทมี่ ีชอื่ เสยี งว่าเปน็ หอมแดงคุณภาพดีได้แกห่ อมแดงจากจงั หวัดศรีสะเกษ
ลักษณะสาคญั
พืชที่มีลาต้นสั้นและฝังอยู่ใต้ดิน ขนาดสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กาบใบพองออกเพ่ือสะสมอาหาร
ดอกลกั ษณะเป็นช่อคล้ายรม่ ประกอบดว้ ยดอกย่อยจานวนมาก กลบี ดอกสขี าวอมม่วงมีกลีบดอก 6 กลีบ ออก
ดอกในชว่ งฤดูร้อน
สรรพคุณ
หัวหอม มีรสฉุน ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ช่วยย่อยและเจริญอาหาร แก้บวมน้า แก้อาการอักเสบต่าง ๆ
แก้บวมน้า ขับพยาธิ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น เมล็ด แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้กินเน้ือสัตว์เป็นพิษ ร่างกายซุบผอม
(ใช้เมล็ดแห้ง 5-10 กรัมต้มน้าดื่ม) ตารายาไทยใช้หัวหอมแดง ผสมรวมกับเหง้าเปราะหอมสุมหัวเด็ก แก้หวัด
คัดจมูก และกินเป็นยาขับลม[2][3] หอมแดงมีสารเคอร์ซิติน และสารฟลาโวนอยด์ (quercetin และ
flavonoid glycosides) อาจป้องกันโรคมะเรง็ ได้นอกจากนี้ หอมแดงยังมคี ุณสมบัติ เปน็ ยารกั ษาโรค ใชล้ ดไข้
และรกั ษาแผลได้ โดยเอาหัวหอมแดงมาซอยเปน็ แวน่ ๆ ผสมกับนา้ มันมะพรา้ วและเกลือ ตม้ ใหเ้ ดอื ด แลว้ นามา
พอกแผล นอกจากนั้นหอมแดง ยังช่วยลดระดับน้าตาลในเลือด และยับยั้งเส้นเลือดอุดตัน ด้วยการบริโภคสด
หรอื ประกอบอาหาร หรือบรโิ ภคชนดิ ผง
สรรพคุณทางยา ฟลาโวนอยด์ในหอมแดง มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ การบริโภคหอมแดงเป็นประจาจึง
สามารถลดระดับคอเลสเตอรอล และชว่ ยให้การไหลเวยี นของเลือดดีขึน้ ลดไขมนั ในเสน้ เลือดที่เปน็ สาเหตุของ
7
โรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ สามารถป้องกันการติดเชื้อ และช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดได้ ทาให้เจริญ
อาหาร และช่วยย่อยอาหาร ทั้งน้ี ฟลาโวนอยด์ปริมาณสูงมากๆ นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
แลว้ ยังลดความเสีย่ งตอ่ โรคมะเรง็ ได้ด้วย
สารต่างๆ ดงั กล่าวในหอมแดงยังมีคุณสมบัติต้านหรือยับยั้งการเติบโตของจุลนิ ทรีย์และแบคทีเรีย ศกึ ษาโดยใช้
น้าหอมหัวแดงถนอมเนื้อหมูสด โดยใช้เน้ือหมูขนาด 3x3x1 นิ้ว คั้นเอาน้าหัวหอมประมาณ 5 ลูกบาศก์
เซนติเมตร วางเน้ือหมูลงในภาชนะ เติมน้าหัวหอมแดงให้ท่วมเนอื้ หมู แล้วเก็บใส่กล่องพลาสติกปิดฝา หรือใช้
ใบตอง หรือถุงพลาสติกห่อไว้ ผลท่ีออกมาหอมแดงจะถนอมเนื้อหมูไม่ให้บูดเน่าได้ก่อนนาไปประกอบอาหาร
อย่างน้อย 5 วนั โดยไม่ต้องแชเ่ ยน็ แตเ่ น้ือหมอู าจมสี ีซีดลงไปบา้ ง
ในหอมแดงยังมีธาตุฟอสฟอรัสปริมาณสูง ช่วยให้มีความจาดี นอกจากน้ีหอมยังใช้บารุงรักษาหน้าได้ด้วยวิธี
งา่ ยๆ คอื ทบุ หรือฝานหอมแดงให้เปน็ แว่นบางๆ ทาบริเวณท่ีเป็นสิว ฝา้ หรือจุดดา่ งดา เพยี งไม่กีส่ ปั ดาห์ก็เห็น
ผลการรับประทานหอมไม่มีอันตรายหรือผลข้างเคียง แต่เป็นผลดีกับร่างกายมากกว่าเพราะมีคุณค่าทาง
โภชนาการสูงมาก อุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี ในหอมแดง 100 กรัม มีโปรตีน 2.1 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 11 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม น้าตาลหลายๆ ชนิดรวม 10.6 กรัม และมีพลงั งานเพียง 50-60 แคลอรี
การใช้ประโยชน์
คนไทยนิยมนาหอมแดง มาเป็นส่วนประกอบเคร่ืองแกงเผ็ด เป็นส่วนประกอบของไข่เจียวหมูสับ ซุป
หางวัว รับประทานสดโดยฝานเป็นแว่นบางๆ รับประทานร่วมกับแหนมสด เม่ียงคา ปลาเค็มทอดบีบมะนาว
หอมแดงซอย กับพริกขี้หนูสวนหน่ั ฝอย เป็นส่วนประกอบของนา้ พริกกะปิ หอมแดงเผาตาผสมกับน้าพริกปลา
รา้ และเป็นส่วนประกอบของหลนทุกอย่าง เปน็ ส่วนประกอบของขนมหวาน เช่น หอมแดงซอยเจยี ว ใส่ในขา้ ว
เหนยี วหนา้ ปลาแหง้ ขนมหมอ้ แกงถว่ั และไขล่ ูกเขย ( อาหารคาวหวาน ) ฯลฯ
คณุ ค่าทางอาหาร
คุณค่าทางอาหารของหอมแดง ในส่วนท่ีรับประทานได้ 100 กรัม คือ มีน้าเป็นส่วนประกอบ 88 กรัม
โปรตีน 1.5 กรัม ไขมัน 0.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 9 กรัม ใยอาหาร 0.7 กรัม เถ้า ( ash ) 0.6 กรัม แคลเซี่ยม
36 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 40 มิลลิกรัม เหล็ก 0.8 มิลลิกรัม วิตามินเอ 5 หน่วยสากล ( I.U. ) วิตามินบี1 0.03
มิลลิกรัม วิตามินซี 2 มิลลิกรัม พลังงาน 160 Kj คุณภาพของหอมแดงขึ้นอยู่กับของแข็ง ( Solids ) ที่ละลาย
น้าได้ และใหก้ ลิน่ หอม เมอื่ นาไปทอด หอมแดงจะมี soluble solid อยรู่ ะหวา่ ง 15-20 Brix เปน็ ส่วนประกอบ
ของกรดแอมิโน S-allkyl cysteine sulphoxides ท่ใี หท้ ั้งรสชาติ และกลนิ่ ฉุนของหอม
8
% ร้อยละของปริมาณแนะนาท่ีร่างกายต้องการในแต่ละวันสาหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient
database)
หัวหอมแดง มีสารเคมีและสารอาหารมากมาย เช่น ไดอัลลิน ไตรซัลไฟต์ (เช่นเดียวกับที่ได้ในกระเทียม) และ
ยงั มฟี ลาโวนอยด์ ไกลโคไซด์ เพคติน ลโู คคนิ นิ ซ่งึ สารต่าง ๆ เหลา่ นม้ี ีคณุ สมบัตใิ นการช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ลด
ไขมันในเส้นเลือด และในหวั หอมยงั มีนา้ มนั หอมระเหย ซงึ่ ประกอบไปด้วยสารกามะถนั และแรธ่ าตุอน่ื ๆ ไม่ว่า
จะเป็นธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัส
งานวิจัยหอมแดง พบว่าหอมแดงมีบทบาทเก่ียวกับการช่วยเผาผลาญอาหารในร่างกาย ช่วยลดระดับ
คอเลสเตอรอล และการรับประทานหอมแดงเป็นประจาจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจชนิดเส้น
เลือดมาเล้ียงหัวใจอุดตันได้ !การรับประทานหอมแดงจานวนมากเป็นประจา อาจจะทาให้ผมหงอก มีกล่ินตัว
ตาฝ้ามัว ฟันเสีย อาจทาให้มีอาการหลงลืมง่าย และประสาทเสียได้ และน้าหอมแดงมีสารกามะถันซึ่งทาให้
แสบตา แสบจมกู และผวิ หนังมีอาการระคายเคอื ง ปวดแสบปวดรอ้ นได้ จึงไมค่ วรทาใกลบ้ ริเวณทีบ่ อบบาง
การปลกู หอมแดง
หอมแดงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วน ดินร่วนปนทราย ความเป็นกรดของดิน
ประมาณ 5.0-6.8 และต้องการความชื้นในดินสูง สม่าเสมอ แต่ขณะหัวหอมแตกหัวใหม่ จะต้องการสภาพดิน
แห้งหรือดินร่วน ไม่แน่น ชอบอากาศชุ่มช้ืน และได้รับแสงแดดเต็มท่ีตลอดวัน ชอบอากาศเย็น ช่วงอุณหภูมิ
ประมาณ 13-24 องศาเซลเซียส เกษตรกรส่วนมากมักปลูกหัวหอมในช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน ใช้ระยะ
เพาะปลูกประมาณ 45-50 วนั
1. การเตรียมพันธุห์ อมแดง
การคลุกพันธุ์หอมแดง เป็นวิธีท่ีสะดวก ประหยัดและได้ผลดี เน่ืองจากเช้ือราไตรโคเดอร์มาสามารถจับติดหัว
หอมแดง สามารถป้องกันการทาลายของเช้ือโรคที่ติดมากับหัวพันธ์ุหอมแดง และเช้ือโรคในดินได้อย่างดี เช่น
โรคเมลด็ เนา่ และโรครากเนา่ ระดบั ดิน นอกจากน้ี เช้ือราไตรโคเดอร์มาท่ีเจริญสามารถแผ่ขยายติดสู่ระบบราก
ของหอมแดง ช่วยปกป้องระบบรากจากเชื้อโรค ป้องกันโรครากเน่า วิธีการคลกุ หัวพนั ธ์หุ อมแดงมีข้อจากัดบาง
ประการ กล่าวคอื หวั พนั ธหุ์ อมแดงทผ่ี ่านการคลกุ เช้อื แล้วต้องนาไปใชป้ ลกู ทันที ไมส่ ามารถเก็บไวไ้ ดน้ านๆ
9
วธิ กี ารคลกุ หัวพนั ธุห์ อมแดง คือ ใชผ้ งเชื้อไตรโคเดอรม์ า ชนิดผงแหง้ เช่น ยูนกิ รนี ยเู อ็น-1 หรือเช้ือสดบนเมล็ด
พืช คลุกหัวพันธุ์ในอัตรา 10-20 กรัม ต่อหอมแดง 1 กิโลกรัม อาจเติมน้าสะอาดหรือสารจับติด (Sticker) ลง
ไปเล็กน้อยในขณะคลุกเพ่ือชว่ ยใหผ้ งเช้อื จบั ตดิ หัวพนั ธ์หุ อมแดงไดด้ ีข้ึน
การเตรยี มแปลงปลกู
หอมแดงเป็นพืชที่มีระบบรากสั้น มีขอบเขตรากลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร ดังน้ัน ในระดับความลึกน้ี
หอมแดงจึงต้องการหน้าดินร่วนซุย และมีความชุ่มช้ืนสม่าเสมอ มีการระบายน้า และอากาศดี ไม่ต้องการดิน
แน่น โดยเฉพาะระยะที่มีการแตกหัวใหม่ การเตรียมดินให้ร่วนซุยจะช่วยใหห้ อมแดงเจริญเติบโตได้ดี ด้วยการ
ไถพรวนดินครง้ั แรก ลกึ 20 เซนตเิ มตร พร้อมกาจดั วชั พชื ตากแดดท้งิ ไว้ 7-15 วัน หลงั จากน้ัน ไถพรวนดินให้
รว่ นด้วยผานท่ีเลก็ ลง ลกึ 20-30 เซนติเมตร และตากดนิ กอ่ นปลกู 3-7 วนั กอ่ นไถพรวนคร้งั ท่ใี ห้หว่านปุ๋ยคอก
อตั รา 2-3 ตัน/ไร่ ร่วมกับปุย๋ เคมสี ตู ร 15-15-15 อัตรา 20-30 กิโลกรมั /ไร่
การเตรยี มแปลงเพาะปลูกโดยการไถพรวนและย่อยดินให้เปน็ ก้อนขนาดเลก็ และปรับให้ผวิ หนา้ ของแปลงที่จะ
ปลูกหอมแดงเรียบสม่าเสมอ แต่ไม่ควรย่อยให้ละเอียดมากเพราะจะทาให้น้าซึมผ่านได้ยาก ดินจะแน่นทึบ ใน
ฤดูฝนแปลงปลูกหอมแดงจะต้องยกร่องกว้างประมาณ 1-1.2 เมตร ความยาวขึ้นอยู่กับพ้ืนที่เพาะปลูกเพื่อให้
น้าฝนระบายออกได้ ระยะห่างระหว่างแปลงจะเว้นไว้ประมาณ 30-50 ซม. เพื่อเป็นทางเดินในการให้น้าหรือ
กาจัดวัชพืช ส่วนดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นดินร่วนปนทรายจึงไม่จาเป็นต้องยกร่อง เพราะจะทาให้
เสียแรงงานมาก และจะทาให้ดนิ แหง้ เร็ว ในพืน้ ท่ีทม่ี ดี นิ กรดควรใส่ปูนมานหรือปูนขาว
วิธีการปลกู
หอมแดงปลกู ได้ 2 วิธี
1. ใช้หัวพันธ์ุ เป็นวิธีของเกษตรกรท่ีนิยมปฏิบัติกันมานาน หัวหอมแดงที่จะปลูกต้องผ่านการพักตัวมาแล้วไม่
น้อยกวา่ 3 เดอื น จึงจะปลกู ได้
2. ใชเ้ มลด็ พันธุ์ เปน็ วธิ ีทลี่ ดต้นทุนในการผลติ ในการซอ้ื หวั พันธท์ุ มี่ ีราคาแพง
ก่อนปลูก 1-3 วัน ควรให้น้าในแปลงให้ชมุ่ ก่อน ขั้นตอนการปลกู นาหัวพันธ์ทุ ี่พักตัวดแี ล้วหรือหวั พันธ์ุท่ีเกบ็ ไว้
นาน 2-4 เดือนหลังจากเก็บเกี่ยว มาตัดรากแห้งออก แยกหัวออกจากกันให้เป็นหัวเดี่ยวๆ แล้วฝังหัวลงไปใน
ดินให้ปลายของหัวอยู่เสมอผวิ ดิน ระยะปลูกท่ี 15 x 15 ซม. ปิดฟางหนาประมาณ 1 เซนติเมตร เมื่อหอมแดง
10
งอกได้ประมาณ 15 วัน จึงหว่านปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต 21% อัตรา 10 กโิ ลกรมั /ไร่ แล้วให้นา้ เช้าเย็นหรือวัน
ละครงั้ แล้วแต่สภาพความชุม่ ช้ืนของผวิ ดิน
การปลกู และขยายพันธุห์ อมแดง
หอมแดงเจริญได้ในดินทุกชนิด ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทรายจะเจริญได้ดี การปลูกโดยใช้เมล็ด
และใช้หัวจะนิยมมากกวา่ ปลูกลงในแปลงดินที่เตรียมไว้ ปลูกให้ระยะห่างประมาณ 15×15 ซม. แล้วรดน้าให้
เพยี งพอ
วธิ ดี ูแลรกั ษาหอมแดง
หอมแดงเป็นพืชที่ชอบน้า ให้ระบายน้าดี น้าไม่ขัง ชอบแสงแดด ต้องดูแลรดน้าเสมอ ต้องหม่ันรดน้า
ใหช้ มุ่ โดยรดนา้ เช้าเย็น ให้โดนแดดตลอดวนั จะทาให้การแตกกอออกดี เจริญเตบิ โตได้เร็ว
การเก็บเกีย่ วผลผลติ หอมแดง
หอมแดงจะเก็บเก่ียวใช้เวลา ประมาณ 2 เดือน หลังปลูกลงแปลง ก่อนเก็บงดให้น้าประมาณ 10-15
วัน ก็จะเกบ็ ผลผลติ ได้ สังเกตุหวั แกจ่ ัดสแี ดงเขม้ ใบแหง้ เห่ยี ว โดยจะถอนตน้ ออกมา แยกออกเปน็ หัวๆ ตดั ราก
ออก แลว้ พกั ตากลมใหแ้ ห้งสนทิ
การเก็บรกั ษาหวั หอมแดง
นาหัวหอมแดงที่ตัดไว้ นามาพักตากลมไว้ให้แห้งสนิท แล้วนามาวางในอากาศถ่ายเทสะดวก แขวนไว้
ที่โปร่ง ลมผดั ผา่ นได้ จะสามารถเก็บไวไ้ ด้นานประมาณ 6 เดอื น
หอมแดงเป็นพืชรากต้ืน อยู่ท่ีชั้นดินลึกประมาณ 10 ซม. ซึ่งความลึกที่ความช้ืนสูญเสียได้อย่างรวดเร็วจากการ
ระเหยนา้ ซึ่งแปลงปลกู หอมแดงไม่ควรมีวชั พชื และดนิ แปลงปลูกต้องมีความชุ่มชื้นอยา่ งต่อเนื่อง ระวังอย่าให้
ดินผิวแปลงแตกระแหง เพราะจะทาให้ต้นหอมแดงชะงักการเจริญเตบิ โต และปลายใบเหลอื ง ดังน้ัน การปลูก
หอมแดงจึงจาเป็นต้องใช้วัสดุคลุมดินเพื่อรักษาให้หน้าดินให้ชื้นมากท่ีสุด และช่วยกาจัดวัชพืชอย่างสม่าเสมอ
วสั ดุคลมุ ดนิ ท่ใี ช้ ไดแ้ ก่ ฟางขา้ วหรอื ใชแ้ กลบ
11
การดแู ล
1. การให้น้า
หอมแดงตอ้ งการน้าตลอดช่วงเพาะปลูกประมาณ 250-400 มลิ ลเิ มตร การให้น้ามากเกินไปจะทาให้ดินแน่น มี
น้าขงั ดนิ ขาดอากาศ ทาใหร้ ากเน่าได้
– ให้นา้ ตั้งแต่เรม่ิ ปลกู ถึงอายุ 7 วัน ทุกวัน
– อายุ 7-20 วัน ให้น้า 2-3 วัน/คร้ัง เพราะเป็นระยะท่ีหัวเริ่มแตก ต้องเว้นการให้น้า เพ่ือให้ดินมีช่วงท่ีแห้ง
เหมาะสาหรับการขยายจานวนหวั
– อายุ 21-70 วนั ใหน้ ้า 1-2 วนั /ครงั้
– หยดุ ให้น้าหอมแดงกอ่ นการเก็บเกย่ี ว 10-15 วนั และใหน้ ้ากอ่ นถอนหอมแดง 1 วัน เพ่ือให้งา่ ยตอนถอน
2. การใสป่ ยุ๋
– ปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น แกลบ ขี้อ้อย อัตราไร่ละ 3-5 ตัน
โดยการหว่านกอ่ นไถพรวนดนิ คร้ังสุดทา้ ย
– ป๋ยุ เคมี สูตร 12-24-12 อัตราไรล่ ะ 30-50 กิโลกรมั รองพน้ื กอ่ นปลกู และในระยะแตกกอ ท้งั น้ี ในระยะแตก
ยอดใหใ้ ส่ปุย๋ ยูเรยี ไรล่ ะ 10 -15 กโิ ลกรมั
3. การควบคุมแมลงศตั รพู ชื
หนอนกระทู้ผักหรือหนอนกระทู้หลอดหอม เป็นหนอนท่ีเป็นศัตรูสาคัญท่ีสุดในการปลูกผัก เนื่องจากสามารถ
สรา้ งความตา้ นทานยาหรือเรียกวา่ หนอนดื้อยา หนอนกระทหู้ อมชอบซ่อนตัวตามใต้ใบยอด ซอกกาบใบ กดั กิน
ใบหอม การทาลายพบท้งั กลางวัน และกลางคนื
12
ลักษณะของวงจรชีวิต ตัวเต็มวัย เป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดกลาง แม่ผีเสื้อจะมีสีน้าตาลแก่ปนเทา ลักษณะเด่น
คอื ตรงกลางปกี คู่หน้ามีจุด 2 จดุ สนี ้าตาลออ่ น ปีกคหู่ ลังบางกว่าปีกคู่หน้า ปีกค่หู ลังสีขาว ปกี คู่หน้าสเี ข้มกว่า
ปีกคู่หลัง ลาตัวมีขนสีน้าตาลอ่อนปกคลุม หลบอยู่ตามใบพืช ใบผัก ตามท่ีรกพุ่มวัชพืชหรือใต้เศษพืช ตัวแก่
ชอบวางไขต่ ามโคนไข่ มีการวางไข่ตอนหวั ค่า (18.00-20.00 น.) เป็นกลุ่ม ๆสีขาว จานวนประมาณกลุ่มละ 20
ฟอง
ตัวอ่อนเป็นตัวหนอน ลักษณะอ้วน ผนังลาตัวเรียบมีสีหลายสีตามสภาพแวดล้อมหรือสีใบพืชท่ีเกาะ (ปรับตัว
พลางใหเ้ ข้ากบั สีท่มี ันเกาะอย)ู่ ดา้ นข้างมีแถบสีขาวข้างละแถบ พาดตามยาวของลาตวั ระยะตวั หนอนประมาณ
14-17 วัน แล้วเข้าดักแด้ประมาณ 5-10 วัน ดักแด้อยู่ใต้ดินบริเวณโคนต้น ลึกประมาณ 1 น้ิว เติบโตโดยการ
ลอบคราบ (ประมาณ 5 ครั้ง) หลังจากการลอกคราบ 1-2 ครั้ง แล้วเข้าทาลายพืชผักได้รุนแรงมาก โดยมีวงจร
ชวี ติ 25-36 วัน
วิธปี ้องกนั และกาจัดศตั รูหอมแดง
1. คอยระวงั และควบคุมมิให้เพิ่มจานวนดว้ ยการกาจัดวัชพืช และพืชอาศยั อื่นๆ ควรสลับปลกู พืชชนิดอ่ืนบ้าง
หรือเว้นระยะปลูก 1-2 ปี เพอื่ ตัดวงจรการระบาด เช่น เปลยี่ นไปปลูกผักพวกถัว่ หรอื ข้าวโพดฝักออ่ น
2. ทาลายผีเสื้อก่อนวางไข่ โดยใช้หลอดไฟสีล่อให้บินมาเล่นแสงบริเวณหลอดไปเบลคไลค์หรือหลอดไฟนีออน
หรือตะเกียงเจ้าพายุก็ได้ เนื่องจากตัวแก่เป็นผีเส้ือกลางคืนชอบเล่นแสงไฟเวลากลางคืนช่วงหัวค่าประมาณ
19.00-23.00 น.
3. ใชเ้ ชอื้ แบคทีเรยี บที ี (Bt) ผสมกบั สารจบั ใบ ฉดี พ่นในช่วงเวลาเยน็ ทกุ 5 วัน จนกวา่ การระบาดจะลดลง
การเกบ็ เกยี่ ว
ต้นหอมแดงเก็บเก่ียวเมื่ออายุประมาณ 45 วัน หอมแดงท่ีปลูกจากหัวเก็บเกี่ยวเมื่ออายุประมาณ 60
วนั หอมแดงท่เี หมาะสมในการเก็บเก่ยี วต้องแก่จัด มใี บแหง้ ตามธรรมชาติ โดยหา้ มใชส้ ารกาจดั วัชพชื พ่นบังคับ
ให้ใบแห้ง เพราะหัวหอมอาจเน่าเสียหายหรือมีอายุเก็บไว้บริโภคสั้น ก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 10-15 วัน
จะต้องงดให้น้า และใหน้ ้าอที ีก่อนเกบ็ เก่ียว 1 วนั เพือ่ ใหห้ อมแดงถอนไดง้ ่าย การเกบ็ เกีย่ วจะใช้วิธกี ารมือถอน
หรือใช้จอบหรือเสียมขุดร่วมด้วย หลังการเก็บเกี่ยว หอมแดงจะเก็บได้ไม่เกิน 6 เดือน หลังจากเก็บเกี่ยวบน
แปลง ถ้าเกิน 6 เดือน หวั หอมแดงจะฝ่อไมส่ ามารถรบั ประทานและไมส่ ามารถนาไปเพาะปลูกได้
13
การเกบ็ เกยี่ วหอมแดงมพี ิจารณา ดังน้ี
1. อายหุ อมแดง
2. ลักษณะลาต้น ใบ และหวั หอมแดงท่ีแก่พร้อมเก็บเก่ยี ว โคนใบจะออ่ น และหกั พับ ใบสเี หลือง สีเปลือกด้าน
นอกของหวั เข้ม
3. สีของหัวหอมมสี ีแดงเข้ม
4. ลักษณะหวั หอมอวบ เตง่ ตงึ เปลือกนอกมันวาว มขี นาดหัวใหญ่
พนั ธ์หุ อมแดง
พันธ์ุของหอมแดงทนี่ ิยมปลูกในประเทศไทยมีพันธห์ุ ลัก 2 สายพนั ธุ์ คอื
1. หอมแดงพนั ธ์ุพืน้ เมืองภาคเหนือ
ทางภาคเหนือเรียก หอมบว่ั เปน็ หอมแดงท่ีมีเปลือกนอกสีเหลืองปนส้มขนาดหัวปานกลาง ลักษณะ
กลมรี ใน 1 หัวแยกได้ 2-3 กลีบ กล่ินไม่ฉุนจัด รสหวาน ระหว่างการเจริญเติบโตไม่มีดอกและเมลด็ เม่ือ
ปลูก 1 หวั จะแตกกอให้หัวประมาณ 5-8 หัว อายุเมื่อหวั แกเ่ ต็มที่ในฤดูหนาว 90 วัน และฤดูฝน 45 วัน
ผลผลิตท่ีได้ประมาณ 2000-3000 กิโลกรัม/ไร่ ขึ้นอยู่กับฤดูปลูกและการดูแลรักษา คุณภาพในการเก็บ
รักษาไม่คอ่ ยดี เพราะมีเปอรเ์ ซน็ ต์แหง้ ฝ่อ และเนา่ เสียหายมากถึง 60%
2. หอมแดงพนั ธ์ุบางช้าง หรือหอมแดงศรีสะเกษ
เป็นหอมแดง ที่มีเปลือกนอกสีม่วงปนแดง เปลือกหนาและเหนียว ขนาดหัวใหญ่ สม่าเสมอ หัวมี
ลักษณะกลมใน 1 หัว มี 1-2 กลีบ กล่ินฉุนจัด มีรสหวาน ระหว่างการเจริญเติบโตจะสร้างดอกและเมล็ด
มาก ซึ่งจะต้องหม่ันตรวจดูและเด็ดท้ิงให้หมด มิฉะน้ันจะทาให้ได้ขนาดหัวเล็กและจานวนหัวน้อย
โดยท่ัวไปเมื่อปลูก 1 หัวจะแตกกอให้หัวประมาณ 8-10 หัว การแตกกอและลงหัวช้ากว่าหอมบ่ัว
เล็กน้อย มีอายุเม่ือหัวแก่เต็มที่ให้ฤดูหนาว 100 วันขึ้นไป และฤดูฝน 45 วัน ให้ผลผลติ แตกต่างกันไปตาม
ฤดปู ลูกและการดูแลรกั ษาได้ประมาณ 1000-5000 กิโลกรัม/ไร่ คุณภาพในการเก็บรักษาดีกว่าหอมบัว่
14
การเกบ็ เกี่ยวหอมแดง
โดยปกติหอมแดงท่ีปลูกในฤดูหนาว จะแก่จัดเมื่ออายุ 70-110 วัน ถ้าปลูกในฤดูฝนจะสามารถเก็บ
ได้เม่ืออายุประมาณ 45 วัน แต่ผลผลิตของหอมแดงท้ัง 2 ฤดูแตกต่างกัน คือในฤดูหนาวจะให้ผลผลิตมากเปน็
2-3 เท่าของในฤดูฝน จึงเป็นเหตุให้หอมแดงในฤดูฝนมีราคาสงู กว่าหอมแดงที่เร่ิมแก่แล้วจะสามารถสังเกตได้
จากสีของใบจะเขียวจางลง ปลายใบเริ่มเหลืองและใบมักจะถ่างออก เอนล้มลงมากขึ้น ถ้าบีบส่วนคอ คือ
บริเวณโคนใบต่อกับหัวหอมจะอ่อนนมิ่ ไม่แนน่ แขง็ แสดงวา่ หอมแกแ่ ลว้
การเกบ็ รกั ษา
หัวหอมแดงมีความช้ืนสูง มีปริมาณน้ามากกว่าร้อยละ 85 เป็นพืชหัวใต้ดิน มีการปนเป้ือนจาก
จุลินทรีย์จากสิ่งแวดล้อมสูงมาก การเก็บในสภวะไม่ควบคุมบรรยากาศ จะทาให้หอมแดงเน่าเสียหายได้ง่าย
โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ที่มีอากาศอบอ้าว ความช้ืนสัมพัทธ์สูง ปัญหาสาคัญท่ีทาให้หอมแดงอายุการเก็บสั้น
คือ การแพรก่ ระจายของราดา เน่าเละ
อายุการเก็บรักษาหอมแดง ในสภาวะบรรยากาศ ไม่เกิน 2 เดือนหลังเก็บเกี่ยว หลังจากเก็บเก่ียว มีการ
ปฏิบัติคล้ายกระเทียม คือหอมแดงท่ีถอนแล้วต้องนามาผึ่งลมในที่ร่มให้ใบเห่ียวแห้งจากน้ันก็มัดเป็นจุก คัด
ขนาดและทาความสะอาด คัดพันธุ์แล้วนาไปแขวนไว้ในท่ีร่ม เช่นใต้ถุนบ้าน ให้มีลมโกรก เพื่อระบายความชื้น
จากหัวและใบหอม ไมใ่ ห้ถูกแดด ฝนหรือนา้ คา้ ง หอมแดงหากเก็บไว้ในอากาศอบอ้าวจะเกิดโรคราสีดา และ
เน่าเสียหายเชน่ เดียวกบั กระเทยี ม
มาตรฐานหอมแดง
เป็นหอมแดงทง้ั หวั
มีสภาพสมบูรณ์ เนือ้ แน่น
สะอาด และปราศจากส่ิงแปลกปลอมท่ีมองเห็นได้
ไมเ่ นา่ เสีย หรอื เสียหาย ซงึ่ ทาให้ไมเ่ หมาะสมตอ่ การบรโิ ภค
ไมม่ ีศัตรพู ชื ทม่ี ีผลกระทบตอ่ ลักษณะทัว่ ไปของผลิตผล
ไม่มคี วามเสยี หายของผลิตผลเน่อื งจากศัตรูพชื
15
ไมม่ ีความเสยี หายอันเนื่องมาจากอณุ หภมู สิ ูง และ/หรือ อุณหภูมติ า่
ไมม่ คี วามชืน้ ที่ผิดปกติจากภายนอก ยกเว้นหยดนา้ ทเ่ี กิดหลงั จากการนาออกจากหอ้ งเย็น
ไมม่ ีกลนิ่ แปลกปลอม และ/หรือ รสชาติทผี่ ิดปกติ
ไมแ่ ตกยอด และ/หรอื ไม่แตกรากใหม่
ภาพที่ 8 โรคเห่ยี ว
ภาพที่ 9 โรคหัวเนา่
16
F
ภาพที่ 10 โรคหอมเล้ือย
การปอ้ งกันกาจัดโรคหัวและรากเน่า โรคเหย่ี ว และโรคหอมเลื้อย (หมานอน)
เลอื กใช้พนั ธห์ุ อมแดงทปี่ ลอดโรค
เตรียมดินก่อนปลูกโดยการไถตากดินอย่างน้อย 15 วัน เพื่อกาจัดเช้ือโรคท่ีอยู่ในดิน และควรปรับค่า
ความเปน็ กรดเปน็ ด่างของดิน (pH) ให้เหมาะสม (5.5 – 6.5 ) ด้วยปูนขาว
ยกร่องแปลงปลูกหอมแดงอย่างน้อย 50 เซนติเมตร และปรับพื้นที่บนหลังแปลงให้สม่าเสมอกัน เพื่อช่วยใน
การระบายน้าและปอ้ งกนั นา้ ท่วมขังเวลาฝนตกหนัก
หว่านเชื้อราไตรโคเดอร์มาในแปลงก่อนปลูกร่วมกับปุ๋ยหมัก โดยใช้อัตราส่วนเช้ือราไตรโคเดอร์ชนิดสด 1
กิโลกรัม : ปุ๋ยหมัก 40 กิโลกรัม : ราละเอียด 5 กิโลกรัม ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วหว่านรองพ้ืนก่อนปลูก
หอมแดงในพน้ื ท่ี 1 งาน (100 ตารางวา)
หากพบตน้ ท่เี ป็นโรค ให้ทาการควบคุมการแพร่กระจายของโรคโดยการถอนต้นที่เป็นโรคนาไปเผาทาลายนอก
แปลง แล้วหว่านปูนขาวบริเวณต้นท่ีถอนท้ิงเพ่ือยับย้ังการแพร่ระบาดสตู่ ้นข้างเคียง เนื่องจากเช้ือสาเหตุอยู่ใน
ดนิ หากพบการระบาดรุนแรงและมสี ภาพอากาศเหมาะสมต่อการแพร่ระบาดของโรค (ความช้ืนในอากาศสูง มี
น้าค้างตอนกลางคืน และมีหมอกในตอนเช้า) ให้ฉีดพ่นสารป้องกันกาจัดเชื้อราท่ีมีประสิทธิภาพในการปอ้ งกัน
กาจัดโรคเชื้อราในดิน เชน่ เทอร์ราคลอร์ ซปุ เปอร์-เอ็กซ์ (อีทรไิ ดอะโซล + ควนิ โทซนี ) หรือ รดิ โดมิลโกลด์ (เม
ทาแลกซลิ -เอม็ + แมนโคเซบ)
17
โรคของพืชตระกลู หอมท่ีเกิดจากเช้อื รา
พชื ตระกูลหอม ได้แก่ หอมแดง หอมหัวใหญ่ หอมแบง่ กระเทยี ม และกยุ ช่าย ทเี่ กษตรกรจะปลูกหลัง
การทานา ในแหล่งที่มีน้า ซ่ึงจะใช้เวลาช่วงนี้ราว 3-5 เดือน ตามอายุของชนิดหอมที่ปลูก เช่นภาคเหนือ แถว
เชียงใหม่ เชียงราย ลาพนู ลาปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื เชน่ ศรีษะเกส รอ้ ยเอ็ด ยโสธร อบุ ลราชธานี หรอื
ภาคกลาง แถบกาญจนบรุ ี เป็นต้น
บริเวณพื้นที่ดังกล่าวในช่วงหลังนา จะมีอากาศค่อนข้างเย็นและมีน้าค้างตกแรง ซ่ึงเป็นปัจจัยท่ีเหมาะสมต่อ
การแพร่ระบาดของโรคจากเชื้อราหลายชนิด โรคที่สาคัญได้แก่ #โรคลาต้นเน่า ของหอมแดงและหอมแบ่ง
อาจพบบนต้นหอมหัวใหญ่ได้เช่นกัน โรคน้ีเกิดจากราพิเทียม อฟานิเดอมาตัม อาการของโรคที่พบคือเส้นใยสี
ขาวละเอยี ด ฟขู ึ้นมาบนลาตน้ และใบบรเิ วณใกล้ดนิ มองเห็นขาวโพลนไปเกือบท่วั แปลง กอ่ นลกุ ลามไปยังใบที่
อยู่ด้านในโดยเฉพาะในช่วงทมี่ ีอากาศเย็น และมีน้าคา้ งลงจัดชว่ งเชา้ พอสายและมแี สงแดดสอ่ งลงมา ราท่ขี ้ึนฟู
จะยบุ ตัว มองเหน็ ไม่ค่อยชดั แต่ต้นหอมจะชา้ ใบหักล้ม และต้นเน่าตายหมดท้ังแปลง ได้ในเวลาไม่ก่วี ัน หากไม่
มีการป้องกันไว้ล่วงหน้า และหากพบโรคแล้วจะรักษาไม่ได้ การใช้สารป้องกันในแปลงข้างเคียงเพียงเพื่อไม่ให้
แปลงขา้ งเคียงเป็นโรคใหม่เท่านั้น
โรคของหอมต่างๆ และกระเทียมที่พบทั่วไปท้ังฤดูแล้งและฤดูฝน คือ #โรคใบจุดสีม่วง เกิดจากราที่ช่ือ อัล
เทอนาเรีย พอไร โดยเร่ิมแรกอาการจะเป็นจุดช้าเล็กๆ สีขาวบนใบ จุดอาจกลม หรือรี ยาวไปตามความยาว
ของแผ่นใบ ต่อมาแผลจะมีสีคล้ายสฟี างข้าว ขอบใบมีสีม่วงอมน้าตาล ตรงกลางแผลที่มีอายมุ ากข้ึนจะพบว่ามี
ผงละเอียดสีดา ใบหอมจะหักพับตรงรอยแผลและต้นจะแห้งตาย สปอร์สีดาตรงกลางแผลแพร่กระจายไปกับ
ลม น้าท่ีใช้รดหรือแมลง การระบาดเกิดได้ดีในสภาพฝนตกที่อากาศค่อนข้างเย็น หากอาการเกิดบน
หอมหัวใหญ่ที่อายุใกล้เก็บเกี่ยว จะพบอาการที่คอหรือกาบด้านนอกของหัวหอม เชื้อราจะติดไปกับหัวและ
แสดงอาการหวั เน่าในขณะเกบ็ รักษา
โรคต่อมาที่พบเป็นมากบนหอมหัวใหญ่และหอมแดงคือ #โรคแอนแทรคโนส ท่ีเกิดจากราชื่อคอลีทอตทีกัม
โกลอโี อสปอรริ อยเดส อาการท่พี บเร่มิ แรกจะเห็นจดุ ฉา่ นา้ สีเขยี วหมน่ บนใบ เมอื่ แผลขยายตวั ออก เนอื้ เย่ือของ
ใบจะยุบตัวลง แผลมีสีน้าตาลอ่อน ขอบแผลสีน้าตาลเข้ม ตรงกลางแผลจะมีจุดสีดาเล็กๆ เกิดกระจาย ถ้า
อากาศช้ืนจะมีเมือกเหลวสีส้มอมชมพูเย้ิมออกมาบนแผล ถ้าสภาพอากาศแห้งลง จุดสีดาจะแห้งและแข็ง ใบ
เน่า หักพับ ต้นหอมจะยืนต้นตายอย่างรวดเร็ว เมือกเหลวสีส้มคือสปอร์ของราที่จะระบาดในแปลงปลูกโดย
นา้ ฝน และตดิ ไปกับเมล็ดพนั ธ์ุได้ หากซากพืชท่ีเปน็ โรคตกค้างอยู่ในแปลงปลูก สปอรข์ องราสาเหตุจะอาศัยอยู่
ในดินไดน้ านและรอเข้าทาลายพืชในฤดูปลูกต่อไป
18
โรคทีพ่ บมากบนกระเทียมและกุยชา่ ยคือ #โรคราสนมิ ทีเ่ กดิ จากรา พกั ซเิ นยี อัลลิไอ ซึ่งเปน็ ราช้ันสูงสร้างส่วน
ขยายพันธุ์ท่ีมีผนงั หนา และฝังตัวอยู่ในเนอ้ื เยอ่ื พืช ดังนั้นการใช้สารป้องกันกาจัดจึงยากมากกว่ารากลมุ่ ที่สรา้ ง
สว่ นขยายพันธุ์ท่ีชขู นึ้ พน้ ผิวพืช
อาการท่ีพบเป็นแผลจุดสีซีด คล้ายขีดเล็กๆ บนใบ ตามความยาวของแผ่นใบ แผลนูนข้ึนจากผิวใบเล็กน้อยสี
เหลืองอมส้ม หรือท่ีเรียกว่าสีสนิม อาการของโรค จะปรากฎบนใบล่างก่อนลามข้ึนใบบนๆ แผลบนใบจะปริ
แตกออกภายในมีขุยสีสนิมหลุดออกมา อาการพบได้ท้ังบนใบและก้านดอก สปอร์สีสนิมระบาดไปในอากาศ
ทางลม และความชื้นสูง ชว่ ยใหก้ ารระบาดเกดิ ได้มากขน้ึ
การป้องกนั กาจดั โรคของพชื ตระกูลหอมท่เี กิดจากเชอื้ รา
การเตรียมแปลงปลูกให้มีการระบายน้าดี เนื้อดินโปร่ง มีค่าความเป็นกรด ด่างประมาณ 6.5-7.0 ซ่ึง
สามารถใช้ปูนขาวปรับปรุงดินก่อนปลูก ควรมีการไถดินในแปลงกลับไปกลับมา และตากแดดสัก 3-4 แดด
เพ่อื ให้ปรมิ าณของศตั รพู ชื ในดนิ ลดลง
ก่อนย้ายกลา้ ลงปลูก ควรแชต่ ้นกลา้ ในสารป้องกนั กาจัดโรคพชื เชน่ โปรคลอราช
การพ่นสารป้องกันกาจัดโรคต้นเน่า โรคใบจุดสีม่วง และโรคแอนแทรคโนส ด้วยสารเคมี เมตาแลกซิล ผสม
คาร์เบนดาซิม และสารกลุ่มไทอะโซล หรือ โปรคลอราช หรือโพรไซมิโดน ชนิดใดชนิดหน่ึง เม่ือเร่ิมพบอาการ
จุดเล็กๆฉ่าน้าบนใบ และพ่นซ้าทุก 5 วัน หากยังพบว่ามีอาการให้เห็นอยู่ โดยเฉพาะในช่วงท่ีสภาพอากาศชื้น
และเย็น การพ่นสารป้องกันกาจัดโรคพืชอย่างต่อเนื่องควรมีการสลับสารเคมีกับสารกลุ่มสัมผัส เช่น แมนโค
เซบ หรอื โปรปเิ นบ เพอื่ ลดการดื้อยาของเช้ือสาเหตุ
ส่วนโรคราสนิมของกุยช่าย และกระเทียม สารป้องกันกาจัดโรคท่ีดี ได้แก่ แมนโคเซบ โปรคลอราช สารกลุ่ม
ไทอะโซล พ่นเมื่อพชื เร่ิมมใี บ 4-5 ใบ และพน่ ตอ่ เนอ่ื งทกุ 10-14 วัน
ช่วงนีจ้ ะเหน็ หลายคนๆ มอี าการ ท้ังไอ จาม เจบ็ คอ หรือมนี ้ามูก บางคนเลือกซื้อยามาทาน เป็นอาทติ ยก์ ็ยังไม่
หาย เสียงเปลี่ยน เจ็บคอ เห็นแล้วสงสาร ก็หาข้อมูลว่ามีผักสวนครัวพื้นบ้านเราอะไรบ้าง ท่ีจะช่วยบรรเทา
อาการเหลา่ น้ี
ซ่ึงพบว่า “หอม” (มีชื่อพ้ืนบ้านว่า หอมไทย หอมหัวเล็ก หอมเล็ก หอมแดง และหอมหัวแดงคนไทย) มีหลาย
ชนิดแตกต่างกันไป ตามขนาด สี และกล่ินหอม หอมที่จะกล่าวถึงต่อไปน้ีเป็น หอมหัวเล็ก หรือที่เรียกว่า
“หอมแดง”น่ันเอง
19
เคลด็ (ไม่)ลบั สรรพคุณทางยา
ในหอมแดงอุดมด้วยวิตามิน และคุณค่าทางอาหารครบถ้วน แถมยังเพิ่มอุณหภูมิร่างกาย บารุงสมอง ช่วยให้
ระบบขับถ่ายทางานได้ดี ท่ีสาคัญ มีฤทธ์ิเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาระดับน้าตาลในเลือดใหค้ งท่ีไม่ขน้ึ
ลงวบู วาบ
ด้วยความหลากหลายของตัวยาในหอมแดง ส่งผลให้มีสรรพคุณมากตามไปด้วย ข้อมูลจากสถาบันอภัย
ภูเบศรกลา่ วถงึ วิธีใช้ประโยชน์ของหอมแดงไว้ดังน้ี
ไขห้ วัด แก้หวัดคดั จมกู และช่วยลดน้ามกู
ใชห้ วั เลก็ ปอกเปลือกทบุ พอแตก ห่อผ้าบางๆ วางไวต้ รงหวั นอน เพอื่ ให้กลิ่นหวั หอมเข้าจมกู ช่วยทาให้
จมูกโลง่ สามารถบรรทาอาการหวดั ได้ (วางไวเ้ วลาเด็กหลับ )
บรรเทาอาการท้องเดิน ท้องอดื /แน่น ขับลม"
นามาซอยเป็นแวน่ ตม้ เอาน้าดมื่
โรคหดื หอบ ไอเรอ้ื ร้ัง
ใช้หัวหอมขนาดประมาณหัวแม่มือ ใส่ขิงและกระเทียม ผสมน้า 1 แก้ว แล้วปั่นกรองเอาแต่น้า ใส่
นา้ ผึ้ง 1 ชอ้ นโตะ๊ บีบมะนาว 2-3 ลกู ดม่ื วนั ละ 1 แก้ว หลังแปรงฝนั เสรจ็ อาการหอบหืดจะคอ่ ยๆ ดขี ึ้น
แกผ้ ืน่ คนั ลดการอักเสบ
หอมแดงหัวเล็ก 4-5 หวั ตาให้แหลก คน้ั เอาน้า แลว้ นาไปแช่ตูเ้ ยน็ 30 นาที จากนนั้ นามาทาบริเวณที่
เป็นเมด็ ผดผ่นื
20
รกั ษาสิวและลดรอยดา่ งดา
หอมแดงหัวเล็ก 4-5 หวั ลา้ งให้สะอาดแล้วนามายา่ งไฟ หรือฝานบางๆ ใชแ้ ปะไว้บริเวณทีเ่ ปน็ สิวหรือ
รอยด่างดาบนใบหนา้ ยกเว้นรอบดวงตา และปลายจมูก เพราะอาจเกิดการระคายเคืองจากกามะถันในน้าหอม
แดง ทิง้ ไว้ 10 นาที แลว้ ล้างออก ทาทุกวันประมาณ 1 สปั ดาห์ รอยด่างดาจะคอ่ ยๆ จางลง
บรรณานุกรม
Disthhai.2564. หอมแดง ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวจิ ัย.สืบค้นจาก:
https://www.disthai.com/16941469 ( 2 กนั ยายน 2564)
นริ นาม.2557. หอมแดง สรรพคุณไม่ธรรมดาพาไกลโรค.สืบคน้ จาก:
https://www.sanook.com/men/4573/ ( 2 กนั ยายน 2564)
นิรนาม.2564. ลักษณะของหอมแดง.สืบคน้ จาก:
https://www.thai-thaifood.com/th ( 2 กันยายน 2564 )
นิรนาม.2564. วธิ ปี ลูกหอมแดง (Shallots).สืบคน้ จาก:
https://www.plookphak.com/how-to-plant-shallots/ ( 2 กันยายน 2564)
อรอุมา กาบก.2564.การให้ผลผลิตและการเก็บเกยี่ ว.สืบค้นจาก:
https://sites.google.com/site/fon07458/my-map ( 2 กนั ยายน 2564)
มาตราฐานสินคา้ เกษตร
มาตรฐานสนิ คาเกษตรและอาหารแหงชาติ
มกอช. 1509–2551
THAI AGRICULTURAL COMMODITY AND FOOD STANDARD
TACFS 1509-2008
หอมแดง
SHALLOT
สาํ นักงานมาตรฐานสินคา เกษตรและอาหารแหง ชาติ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ
ICS 67.080.20 ISBN XXX-XXX-XXX-X
มาตรฐานสนิ คา เกษตรและอาหารแหงชาติ
มกอช. 1509-2551
THAI AGRICULTURAL COMMODITY AND FOOD STANDARD
TACFS 1509-2008
หอมแดง
SHALLOT
สาํ นกั งานมาตรฐานสนิ คาเกษตรและอาหารแหงชาติ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ
50 ถนนพหลโยธนิ เขตจตุจักร กรงุ เทพฯ 10900
โทรศัพท 0 2561 2277 โทรสาร 0 2561 3357
www.acfs.go.th
ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ฉบับประกาศและงานท่วั ไป เลม 125 ตอนพิเศษ 139 ง
วนั ที่ 18 สิงหาคม พทุ ธศักราช 2551
(2)
คณะอนุกรรมการเฉพาะกจิ พิจารณารา งมาตรฐานพืชผัก เรอื่ ง หอมแดง
1. อธบิ ดีกรมวชิ าการเกษตร หรอื ผแู ทน ประธานอนุกรรมการ
(นายสชุ าติ วจิ ิตรานนท
แทนอธิบดกี รมวิชาการเกษตร)
2. ผูแทนกรมสงเสรมิ การเกษตร อนุกรรมการ
(นางอรสา ดสิ ถาพร)
3. ผแู ทนกรมสง เสรมิ สหกรณ อนุกรรมการ
(นายพัสนธิ ิ วสีวรี สวิ
นายสวุ ศิ ษิ ฎ โชติพทุ ธกิ ลุ )
4. ผูแ ทนสาํ นกั งานมาตรฐานสนิ คา เกษตรและอาหารแหงชาติ อนุกรรมการ
(นางอรทัย ศลิ ปนภาพร
นางวรนชุ กจิ สุขจิต)
5. ผแู ทนสถาบันวจิ ยั พืชสวน กรมวชิ าการเกษตร อนุกรรมการ
(นางพศิ วาท บัวรา)
6. ผแู ทนคณะเกษตร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร อนุกรรมการ
(นางสาวปรยิ านชุ จุลกะ)
7. ผแู ทนสภาหอการคา แหงประเทศไทย อนุกรรมการ
8. ผูแทนสมาคมพืชสวนแหง ประเทศไทย อนกุ รรมการ
(นายสรุ พงษ โกสยิ ะจนิ ดา)
9. ผแู ทนสมาคมผูผลติ อาหารสาํ เร็จรปู อนกุ รรมการ
(นายสนุ ทร วฒั นาพร
นางปราณี ศรีสมบูรณ)
10. ผูแ ทนสมาคมผปู ระกอบการพืช ผกั ผลไมไ ทย อนุกรรมการ
(นายปฐม แทนขํา)
11. ผทู รงคณุ วฒุ ิ ผูแทนเกษตรกร หรอื ผูแ ทนภาคเอกชน (เฉพาะคราวประชมุ ) อนุกรรมการ
(รองศาสตราจารยณรงค สงิ หบุระอุดม ผทู รงคุณวฒุ ดิ านโรคพืช
นายสมบัติ ห.เพียรเจรญิ ผูทรงคณุ วฒุ ดิ านเศรษฐกิจผลิตผล)
(3) อนุกรรมการและเลขานุการ
อนุกรรมการและผูช ว ยเลขานกุ าร
12. ผแู ทนสํานักมาตรฐานสินคา และระบบคณุ ภาพ
สาํ นกั งานมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหารแหงชาติ
(นางสาวนลนิ ทิพย เพณ)ี
13. ผแู ทนสํานกั มาตรฐานสนิ คา และระบบคณุ ภาพ
สาํ นักงานมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหารแหง ชาติ
(นางสาวกอวดี ผลเกลีย้ ง)
(4)
หอมแดงเปนสินคาเกษตรที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตและการสงออก การกําหนดมาตรฐาน
หอมแดง จึงมีความสําคัญที่จะชวยสงเสริมพัฒนาคุณภาพในการผลิตใหไดมาตรฐาน เพ่ือใหผลิตผล
หอมแดงมีมาตรฐานท้ังดานคุณภาพและความปลอดภัย สรางความนาเชื่อถือใหเปนท่ียอมรับท้ังในประเทศ
และการคาระหวางประเทศ เพื่อคุมครองความปลอดภัยของผูบริโภค รวมท้ังสงเสริมการสงออกสินคา
เกษตรของไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ จึงเหน็ สมควรจดั ทํามาตรฐานหอมแดงข้ึน
มาตรฐานสินคาเกษตรและอาหารแหงชาตินี้ กําหนดขึ้นโดยอาศัยขอมูลจากผลการศึกษาโครงการศึกษา
ดัชนีช้ีวัดคุณลักษณะสําคัญที่ใชเปนเกณฑในการบงชี้คุณภาพ การแบงช้ันคุณภาพ และการกําหนดรหัส
ขนาดหอมแดง ของสํานักงานมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหารแหงชาติ ซึ่งไดรับความรวมมือการ
ดําเนนิ งานจากคณะเกษตร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร
UN/ECE STANDARD FFV-18
concerning the marketing and commercial quality control of GARLIC moving in international trade
between and to UN/ECE member countr
มาตรฐานมะเขอื เทศ
UN/ECE Standard FFV-36 concerning the marketing and commercial quality control of Tomatoes.
มกอช. 1509-2551
มาตรฐานสินคา เกษตรและอาหารแหงชาติ
หอมแดง
1 ขอบขา ย
มาตรฐานสินคาเกษตรและอาหารแหงชาตินี้ครอบคลุม หอมแดง (shallot) พันธุที่ผลิตเปนการคา มีชื่อ
วทิ ยาศาสตรวา Allium ascalonicum L. อยูในวงศ Alliaceae มีการจัดเตรียมเรียบรอยแลว พรอมจําหนาย
เพ่อื การบริโภค ทัง้ น้ี ไมร วมหอมแดงท่ใี ชสําหรบั การแปรรูปในอุตสาหกรรม
2 คณุ ภาพ
2.1 คณุ ภาพข้นั ตา่ํ
2.1.1 หอมแดงทุกช้ันคุณภาพ ตองมีคุณภาพดังตอไปน้ี เวนแตจะมีขอกําหนดเฉพาะของแตละชั้น
และเกณฑค วามคลาดเคลื่อนท่ียอมใหม ไี ดตามทรี่ ะบไุ ว
(1) เปนหอมแดงทงั้ หัว
(2) มสี ภาพสมบรู ณ เนอ้ื แนน 1/
(3) สะอาด และปราศจากส่ิงแปลกปลอมที่มองเหน็ ได
(4) ไมเ นา เสยี หรอื เสียหาย ซ่งึ ทาํ ใหไมเหมาะสมตอการบรโิ ภค
(5) ไมม ศี ตั รพู ืชที่มผี ลกระทบตอ ลักษณะท่ัวไปของผลติ ผล
(6) ไมม ีความเสียหายของผลติ ผลเน่อื งจากศตั รพู ชื
(7) ไมมีความเสียหายอันเนื่องมาจากอุณหภมู สิ ูง และ/หรือ อณุ หภูมิตา่ํ
(8) ไมม คี วามชืน้ ที่ผดิ ปกตจิ ากภายนอก ยกเวนหยดน้าํ ท่ีเกิดหลังจากการนําออกจากหอ งเย็น
(9) ไมมีกลิ่นแปลกปลอม และ/หรอื รสชาตทิ ผี่ ิดปกติ
(10) ไมแ ตกยอด และ/หรือ ไมแ ตกรากใหม
2.1.2 หอมแดงตองมีความแกไดที่ เหมาะสมกับพันธุและพ้ืนท่ีปลูก ตองไดรับการเก็บเกี่ยว การจัดการ
หลังการเก็บเก่ียว การบรรจุและการขนสง อยา งระมดั ระวัง เพ่อื ใหอ ยูใ นสภาพทย่ี อมรบั ไดเ ม่ือถงึ ปลายทาง
1/ เมอ่ื จบั หอมแดงแลว เนื้อหอมแดงไมยบุ
มกอช. 1509-2551 2
2.2 การแบง ชน้ั คณุ ภาพ
หอมแดงตามมาตรฐานนี้ แบงเปน 3 ชน้ั คุณภาพ ดังน้ี
2.2.1 ชั้นพิเศษ (extra class)
หอมแดงในชั้นน้ีตองมีคุณภาพดีท่ีสุด มีลักษณะรูปทรง และสีตรงตามพันธุ ไมมีตําหนิ ในกรณีท่ีมีตําหนิ
ตองเปนตําหนิผิวเผินเล็กนอยท่ีไมสามารถมองเห็นไดชัดเจน โดยไมมีผลตอลักษณะท่ัวไปของผลิตผล
คุณภาพผลติ ผล คณุ ภาพการเกบ็ รกั ษา และการจดั เรยี งเสนอในภาชนะบรรจุ
2.2.2 ชนั้ หน่งึ (class I)
หอมแดงในช้ันนี้มีคุณภาพดี มีลักษณะรูปทรง และสีตรงตามพันธุ มีตําหนิดานสี และรูปทรงไดเล็กนอย
โดยตําหนิดังกลาวตองไมมีผลตอลักษณะท่ัวไปของผลิตผล คุณภาพผลิตผล คุณภาพการเก็บรักษาและ
การจัดเรียงเสนอในภาชนะบรรจุ
2.2.3 ชั้นทส่ี อง (class II)
หอมแดงในชั้นน้ีรวมหอมแดงที่มีคุณภาพไมเขาชั้นคุณภาพที่สูงกวา แตมีคุณภาพขั้นต่ําตามท่ีกําหนดใน
ขอ 2.1 โดยอาจมตี ําหนไิ ดเล็กนอยดานสี รปู ทรง รอยแผลเปน รอยขูดขีด หรือรอยช้ํา โดยหอมแดงยังคง
ลกั ษณะท่สี ําคัญในดานคณุ ภาพผลติ ผล คณุ ภาพการเกบ็ รกั ษา และการจดั เรยี งเสนอในภาชนะบรรจุ
3 ขนาด
3.1 ขนาดของหอมแดงแบบหัวเดี่ยว พิจารณาจากเสนผาศูนยกลางของหัว โดยวัดจากความยาว
เสน ผา ศูนยก ลาง ณ สว นทกี่ วา งทสี่ ดุ ของหอมแดง ดงั นี้
ตารางที่ 1 ขนาดของหอมแดงแบบหัวเด่ยี ว
(ขอ 3.1)
รหัสขนาด เสน ผาศูนยก ลาง (cm)
1
2 > 3.0
3 >2.5 ถงึ 3.0
4 >2.0 ถึง 2.5
1.0 ถึง 2.0
3 มกอช. 1509-2551
3.2 ขนาดของหอมแดงแบบมัด พิจารณาจากจํานวนหัวตอกิโลกรัม หรือเสนผาศูนยกลางของหัว ณ สวน
ที่กวา งที่สดุ ของหอมแดง หรอื นา้ํ หนักหัวโดยเฉล่ีย อยางใดอยา งหน่งึ ดงั นี้
ตารางท่ี 2 ขนาดของหอมแดงแบบมดั
(ขอ 3.2)
รหสั ขนาด จาํ นวนหวั ตอ 1 kg เสนผาศนู ยก ลาง (cm) นํา้ หนกั หัวโดยเฉล่ีย (g)
1 < 65 > 3.0 > 15
> 10 ถึง 15
2 65 ถึง 100 > 2.5 ถงึ 3.0 > 5 ถงึ 10
3 101 ถึง 200 > 2.0 ถึง 2.5 <5
4 > 200 1.0 ถึง 2.0
การแบงช้ันคุณภาพและขอกําหนดเร่ืองขนาดในมาตรฐานน้ี สามารถนําไปพิจารณาในทางการคา
โดยนําขอกําหนดการแบงช้ันคุณภาพไปใชรวมกับขอกําหนดเร่ืองขนาด เพื่อกําหนดเปนช้ันทางการคา
ซ่ึงคูคาอาจมีการเรียกช่ือชั้นทางการคาท่ีแตกตางกัน ขึ้นกับความตองการของคูคาหรือตามขอจํากัดที่มี
เน่อื งจากฤดูกาล
4 เกณฑความคลาดเคล่อื น
เกณฑความคลาดเคลอื่ นเรอ่ื งคณุ ภาพและขนาดที่ยอมใหมีไดในแตล ะภาชนะบรรจุ สาํ หรบั ผลติ ผลทไ่ี มเ ขา
ชน้ั ท่ีระบุไว มดี งั น้ี
4.1 เกณฑค วามคลาดเคล่อื นเรื่องคณุ ภาพ
4.1.1 ช้นั พิเศษ (extra class)
ไมเกิน 5% โดยจํานวนหรือนํ้าหนักของหอมแดงที่มีคุณภาพไมเปนไปตามขอกําหนดของชั้นพิเศษ
แตเปนไปตามคณุ ภาพช้นั หนงึ่ หรอื คณุ ภาพยงั อยูในเกณฑค วามคลาดเคลื่อนของคุณภาพชน้ั หนึง่
4.1.2 ชน้ั หนง่ึ (class I)
ไมเกิน 10% โดยจํานวนหรือนํ้าหนักของหอมแดงที่มีคุณภาพไมเปนไปตามขอกําหนดของชั้นหนึ่ง
แตเ ปน ไปตามคุณภาพชั้นสอง หรือคุณภาพยงั อยใู นเกณฑค วามคลาดเคล่ือนของคณุ ภาพชั้นสอง
4.1.3 ช้ันสอง (class II)
มีหอมแดงท่ีมีคุณภาพไมเปนไปตามขอกําหนดของช้ันสอง หรือไมไดคุณภาพขั้นตํ่า ไมเกิน 10% โดย
จํานวนหรอื นํ้าหนกั ของหอมแดง แตต องไมม หี อมแดงท่ไี มเ หมาะสมตอการบริโภค
มกอช. 1509-2551 4
4.2 เกณฑความคลาดเคลื่อนเรื่องขนาด
หอมแดงทุกรหัสขนาด มีหอมแดงขนาดที่ใหญหรือเล็กกวาชั้นถัดไปหนึ่งช้ันปนมาไดไมเกิน 10% โดย
จํานวนหรือน้าํ หนกั ของหอมแดง
กรณีหอมแดงแบบมดั ใหมีความคลาดเคลอ่ื นโดยมีขนาดท่ีใหญห รือเล็กกวาช้ันถัดไปหนึ่งช้ันปนไดไมเกิน
20% โดยจํานวนหรอื นํา้ หนกั ของหอมแดง
5 การบรรจแุ ละการจัดเรยี งเสนอ
5.1 ความสมา่ํ เสมอ
หอมแดงที่บรรจุในแตละภาชนะบรรจุ ตองมีความสมํ่าเสมอ ท้ังในเร่ืองของพันธุ คุณภาพ ขนาด และสี
กรณีทมี่ องเหน็ จากภายนอกภาชนะบรรจุ หอมแดงในสวนท่ีมองเห็นตอ งเปน ตัวแทนของผลิตผลท้ังหมด
5.2 การบรรจุ
ตอ งบรรจุหอมแดงในลักษณะท่ีสามารถเกบ็ รักษาหอมแดงไดเ ปนอยางดี วัสดุที่ใชภายในภาชนะบรรจุตอง
สะอาด และมีคุณภาพ สามารถปองกันความเสียหายท่ีจะมีผลกระทบตอคุณภาพของหอมแดง หากมีการ
ใชวัสดุ โดยเฉพาะกระดาษหรือตราประทับท่ีมีขอกําหนดทางการคาสามารถทําได หากการพิมพหรือการ
แสดงฉลากใชหมกึ พมิ พห รือกาวทไี่ มเปนพษิ
5.3 รายละเอยี ดของภาชนะบรรจุ
ภาชนะบรรจุตองมีคุณภาพดี ถูกสุขลักษณะ มีการถายเทอากาศท่ีดี ไมมีกล่ินและสิ่งแปลกปลอม และมี
คุณสมบัติทนทานตอ การขนสง และรกั ษาคณุ ภาพหอมแดงได
5.4 การจดั เรียงเสนอ
หอมแดงมกี ารจัดเรียงเสนอในรูปแบบใดรูปแบบหน่ึง ดังนี้
5.4.1 แบบหัวเดี่ยว โดยมีการตัดแตงรากใหชิดฐาน แตตองไมทําใหเกิดความเสียหายหรือบาดแผล
ทฐ่ี าน และคงใบไวไ มเกิน 2 cm
5.4.2 แบบมดั มีการมัด 2 แบบ ดงั น้ี
(1) แบบมดั ไมต ดั ราก (หอมปง ) โดยนําหอมแดงมามดั รวมกนั และไมมกี ารตดั แตง ราก
(2) แบบมดั ตัดราก (หอมจุก) โดยนาํ หอมแดงมามดั เปนจุก มีการตดั แตง รากใหชดิ ฐาน แตต อ งไมท าํ
ใหเ กดิ ความเสียหายหรอื บาดแผลที่ฐาน
ทง้ั นก้ี ารตดั แตงรากหรอื ใบอาจเปลี่ยนแปลงไดต ามขอ กาํ หนดของคคู า
5 มกอช. 1509-2551
6 เครอื่ งหมายและฉลาก
6.1 ภาชนะบรรจสุ ําหรบั ผบู รโิ ภค
อยางนอย ตองมีขอความแสดงรายละเอียดที่ภาชนะบรรจุหอมแดงใหเห็นไดงาย ชัดเจน ไมเปนเท็จหรือ
หลอกลวง ดงั ตอ ไปน้ี
(1) ประเภทของผลิตผล
ใหร ะบุขอความวา “หอมแดง”
(2) น้ําหนกั สทุ ธิเปนกรัม หรือกโิ ลกรมั
(3) ขอมลู ผผู ลิตและผจู ําหนา ย
ใหระบุช่ือและที่ต้ังของสถานที่ผลิต หรือแบงบรรจุ หรือจัดจําหนาย ท้ังน้ีอาจแสดงชื่อและท่ีต้ังสํานักงาน
ใหญข องผผู ลิต หรือผแู บงบรรจุกไ็ ด กรณีหอมแดงนาํ เขาใหระบชุ ือ่ และท่ีตงั้ ของผนู ําเขา
(4) ขอ มลู แหลงผลิต
ใหร ะบปุ ระเทศผูผลติ ยกเวนกรณหี อมแดงทผ่ี ลติ เพอ่ื จาํ หนา ยในประเทศ
(5) ภาษา
กรณีที่ผลิตเพื่อจําหนายในประเทศตองใชขอความเปนภาษาไทย กรณีท่ีผลิตเพื่อการสงออกใหแสดง
ขอ ความเปนภาษาตางประเทศได
6.2 ภาชนะบรรจสุ าํ หรับขายสง
แตละภาชนะบรรจุ ตองมีขอความท่ีระบุในเอกสารกํากับสินคา ฉลาก หรือแสดงไวท่ีภาชนะบรรจุ
โดยขอความตองอา นไดชดั เจน ไมห ลดุ ลอก ไมเปน เทจ็ หรือหลอกลวง โดยมรี ายละเอียดดงั ตอ ไปน้ี
(1) ประเภทของผลติ ผล
ใหระบขุ อ ความวา “หอมแดง”
(2) ช้ันคุณภาพ
(3) รหสั ขนาด ในกรณีที่มกี ารคดั ขนาด
(4) น้ําหนกั สทุ ธิเปน กรัม หรือกโิ ลกรัม
มกอช. 1509-2551 6
(5) ขอ มลู ผผู ลติ และผูจาํ หนาย
ใหระบชุ อ่ื และท่ีตงั้ ของสถานท่ีผลิต หรือแบงบรรจุ หรือจัดจําหนาย และหมายเลขรหัสขนาดสินคา (ถามี)
ทั้งน้ีอาจแสดงช่ือและท่ีตั้งสํานักงานใหญของผูผลิต หรือผูแบงบรรจุก็ได กรณีหอมแดงนําเขาใหระบุช่ือ
และที่ต้ังของผนู าํ เขา
(6) ขอ มลู แหลง ผลิต
ใหร ะบุประเทศผูผลิต หรอื พนื้ ท่ผี ลิต ยกเวน กรณีหอมแดงทผี่ ลติ เพ่อื จาํ หนา ยในประเทศ
(7) ภาษา
กรณีท่ีผลิตเพ่ือจําหนายในประเทศตองใชขอความเปนภาษาไทย กรณีท่ีผลิตเพ่ือสงออกใหแสดงขอความ
เปน ภาษาตา งประเทศได
6.3 การแสดงเครอ่ื งหมายรบั รองคุณภาพ
การแสดงเครื่องหมายรับรองคุณภาพตามมาตรฐานนี้ ใหเปนไปตามหลักเกณฑและเงื่อนไขท่ี
คณะกรรมการมาตรฐานสินคา เกษตรกาํ หนด
7 สารปนเปอน
ใหเปนไปตามขอกําหนดในกฎหมายท่ีเกี่ยวของ และขอกําหนดของมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหาร
แหงชาติ เร่อื ง สารปนเปอ น
8 สารพิษตกคาง
ใหเปนไปตามขอกําหนดในกฎหมายที่เก่ียวของ และขอกําหนดของ มกอช. 9002 มาตรฐานสินคาเกษตร
และอาหารแหงชาติ เร่ือง สารพิษตกคาง: ปริมาณสารพิษตกคางสูงสุด และ มกอช. 9003 มาตรฐาน
สินคา เกษตรและอาหารแหง ชาติ เร่ือง สารพษิ ตกคา ง: ปริมาณสารพษิ ตกคางสงู สดุ ทปี่ นเปอนจากสาเหตทุ ่ี
ไมอาจหลกี เลีย่ งได
9 สขุ ลักษณะ
การเก็บเก่ียว การปฏิบัติตอหอมแดงในขั้นตอนตางๆ รวมถึงการเก็บรักษา การบรรจุ และการขนสง
ตองปฏิบตั อิ ยา งถกู สขุ ลกั ษณะ เพอ่ื ปองกันการปนเปอ นที่จะกอใหเกิดอนั ตรายตอ ผูบรโิ ภค
7 มกอช. 1509-2551
10 วธิ วี ิเคราะหและชักตัวอยา ง
ใหเปนไปตามขอกําหนดในกฎหมายที่เก่ียวของ และขอกําหนดของมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหาร
แหงชาติ เรื่อง วิธวี ิเคราะหและชกั ตวั อยาง
มกอช. 1509-2551 8
ภาคผนวก ก
ภาพแสดงหอมแดง
ภาพ ก.1 หอมแดงแบบหัวเด่ียว
รปู ทรงกลม รปู ทรงรี
รปู ทรงยาว
ภาพ ก.2 หอมแดงรูปทรงตางๆ
9 มกอช. 1509-2551
ภาพ ก.3 หอมแดงแบบมดั ตดั ราก
ภาพ ก. 4 หอมแดงแบบมดั ไมต ดั ราก
มกอช. 1509-2551 10
ภาคผนวก ข
หนวย
หนวยและสัญลักษณท่ีใชในมาตรฐานน้ี และหนวย SI (International System of Units หรือ Le
Système International d’ Unités) ท่ยี อมรบั ใหใ ชไ ด มดี งั นี้
รายการ ชอ่ื หนว ย สัญลกั ษณหนว ย
น้ําหนัก กโิ ลกรัม (kilogram) kg
ความยาว g
กรมั (gram) cm
เซนตเิ มตร (centimeter)