คุกกี้ข้าวโอ๊ต
( OATMEAL COOKIES )
)
ส่วนผสม เแป้งอเนกประสงค์ (ตราว่าว) 150 กรัม
เกลือ 1/4 ช้อนชา
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
โซดาไบคาร์บอเนต 1/4 ช้อนชา
วานิลลา 1/2 ช้อนชา
ข้าวโอ๊ต 90 กรัม
มะม่วงหิมพานต์ 50 กรัม
ลูกเกด 50 กรัม
เนยจืด 175 กรัม
น้ำตาลทรายแดง 80 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 60 กรัม
ไข่ไก่ 1 ฟอง
ข้าวโอ๊ต สำหรับคลุกคุ๊กกี้ และ มะม่วงหิมพานต์
ไว้แต่งหน้า
วิธีการทำ
เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส นำมะม่วงหิมพานต์
เข้าอบประมาณ 10 นาทีหรือจนกระทั่งมีกลิ่นหอม
ร่อน แป้งอเนกประสงค์ เกลือ ผงฟู โซดาไบคาร์บอเนต
ให้เข้ากันแล้วพักไว้
หั่นลูกเกดให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ อาจจะนำไปล้างน้ำก่อนหั่น
สับมะม่วงหิมพานต์หยาบ ๆ แล้วนำมาผสมกับลูกเกด
และข้าวโอ๊ต
ร่อน น้ำตาลไอซิ่ง และน้ำตาลทรายแดง เพื่อให้น้ำตาล
ไม่จับเป็นก้อน
วิธีการทำ (ต่อ)
ตีเนยจืดให้อ่อนตัว ด้วยความเร็วต่ำก่อนแล้วปรับไปเป็น
ความเร็วกลาง ใช้เวลาประมาณ 2 นาที ขึ้นอยู่กับ
ความเย็นของเนย
หยุดเครื่องแล้ว ปาดอ่างจากนั้นจึงเติมน้ำตาลไอซิ่งและ
น้ำตาลทรายแดงที่ร่อนรวมกันไว้ลงไป ตีด้วยความเร็ว
ปานกลางนาน 4-6 นาที หยุดปาดอ่าง ทุก ๆ 2 นาที
ตีให้เนยดูฟู
เมื่อเนยได้ที่แล้ว หยุดเครื่องแล้วปาดอ่าง จากนั้นจึงใส่ไข่
ตีให้เข้ากันด้วยความเร็วต่ำ ตีแค่พอให้ส่วนผสมเข้ากันดี
วิธีการทำ (ต่อ)
จากนั้นตักเป็นก้อนด้วยช้อนชา ตักให้เป็นก้อนแล้วนำ จากนั้นตีด้วยความเร็วต่ำ ค่อย ๆ ใส่แป้งจนหมด ตีแค่
มาคลุกกับข้าวโอ๊ต พอให้แป้งเข้ากับส่วนผสม
นำไปวางเรียงในถาดที่ไม่ต้องทาเนย แต่งหน้าด้วย จากนั้นจึงเติม ข้าวโอ๊ต มะม่วงหิมพานต์ และลูกเกด
มะม่วงหิมพานต์ครึ่งซีก กดคุกกี้ลงไปนิดหน่อย ลงไป คลุกส่วนผสมให้เข้ากัน
อบที่ 180 องศาเซลเซียสนาน 12-15 นาทีหรือจน
กระทั่งสีเหลืองทอง นำออกมาวางในตะแกรงให้เย็นก่อน
เก็บ เท่านี้ก็จะได้คุกกี้ข้าวโอ๊ต
ทาร์ตผลไม้
( FRUIT TART )
)
ส่วนผสม แ ป้งอเนกประสงค์ 200 กรัม
เกลือป่น ⅛ ช้อนชา
แป้งทาร์ต น้ำตาลทราย 50 กรัม
เนยจืด 120 กรัม
ไข่ไก่ 1 ฟอง
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
ส่วนผสม ไข่แดง 4 ฟอง
นมสด 500 มิลลิลิตร
ไส้คัสตาร์ด น้ำตาลทราย 150 กรัม
เกลือป่น ½ ช้อนชา
แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
เนยจืด 30 กรัม
วิธีการทำ
STEP 1 : ทำแป้งทาร์ต
วอร์มเตาอบไฟ บน - ล่าง อุณหภูมิ 200 องศา
เซลเซียส 15 นาที จากนั้นปรับไฟเป็น 180 องศา
ร่อนแป้งอเนกประสงค์กับเกลือ เข้าด้วยกันใส่น้ำตาล เซลเซียส
ทราย เนยจืด ไข่ไก่ และกลิ่นวานิลลา จากนั้นนวดให้เข้า
กัน จากนั้นห่อด้วยฟิล์มถนอมอาหาร และนำไปแช่เย็น
30 นาที หยิบแป้งมาประมาณลูกปิงปอง ปั้นเป็นลูก
กลม ๆ และทำให้แบนประมาณ 1 มิลลิเมตร
นำไปใส่พิมพ์ทาร์ต และใช้ส้อมจิ้มแป้งทาร์ต เวลาอบ
แป้งจะไม่ให้แป้งพองขึ้นมา จากนั้นนำไปอบ 10 นาที
วิธีการทำ (ต่อ)
STEP 2 : ทำคัสตาร์ด
ตีไข่แดง และน้ำตาลทราย เข้าด้วยกัน
ใส่แป้งข้าวโพด นมสด กลิ่นวานิลลา ตีเข้าด้วยกัน
จากนั้นนำไปตั้งบนหม้อที่มีน้ำเดือด
ตีเรื่อย ๆ จนหนืด จากนั้นใส่เนยจืดลงไป คนให้เข้ากัน
และยกออกจากเตา
วิธีการทำ (ต่อ)
STEP 3 : ประกอบร่าง
บีบคัสตาร์ดลงในแป้งทาร์ตที่อบเตรียมไว้ ตกแต่งด้วยผล
ไม้ ได้แก่ สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี กีวี ราสป์เบอร์รี และระฆัง
ทอง
พร้อมเสิร์ฟ
ประเภทที่ 6
ชูเพสต์ / เอแคร์
ชูครีม
( CHOUX CREAM )
)
)
ส่วนผสม น้ำเปล่า 250 กรัม
เนยสดชนิดจืด 125 กรัม
แป้งชู แป้งสาลีอเนกประสงค์ 125 กรัม
ไข่ไก่ 3 ฟอง
เกลือ 1/2 ช้อนชา
ส่วนผสม น มจืด 250 กรัม
ไข่แดง 3 ฟอง
ไส้ครีม น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
เนยสด 50 กรัม
วิธีการทำ
ทำแป้งชู โดยเทน้ำเปล่ากับเนยลงไปในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ
ต้มไฟร้อนปานกลาง คนผสมจนละลายดีแล้ว ยกลง
จากเตา
เทแป้งสาลีอเนกประสงค์ลงไป คนผสมเร็ว ๆ จนเข้า
กันและแป้งไม่เป็นเม็ด ยกขึ้นตั้งบนเตาอีกครั้ง กวนจน
แป้งเหนียว ปิดไฟ ใส่ไข่ลงไปทีละฟอง คนผสมให้เข้า
กัน ตักใส่ถุงบีบ บีบใส่ถาด
วิธีการทำ (ต่อ)
นำไปอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส นานประมาณ
10-15 นาที หรือจนสุกเหลืองดี (ต้องอบให้ขนมสุกดี
ตัวขนมจะได้ฟูอยู่ตัวไม่ยุบ)
ทำไส้ครีม โดยผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันกัน นำขึ้นตั้ง
ไฟอ่อน คนผสมไปเรื่อย ๆ จนข้นและเหนียว พักทิ้งไว้
จนเย็น จากนั้นบีบใส่ตัวขนม โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่ง
พร้อมเสิร์ฟ
เอแคร์
( ECLAIR )
)
)
ส่วนผสม น้ำเปล่า 100 กรัม
นมสด 100 กรัม
แป้งเอแคร์ น้ำตาลทราย 10 กรัม
เกลือ 1/2 ช้อนชา
เนยสดรสเค็ม 85 กรัม
แป้งเค้กร่อน 120 กรัม
ไข่ไก่ (เบอร์ 2) 4 ฟอง
ส่วนผสม น มสด 400 กรัม
ไข่แดง (เบอร์ 2) 4 ฟอง
ไส้คัสตาร์ดครีม น้ำตาลทราย 90 กรัม (ถ้าชอบหวานก็เพิ่ม
ได้)
แป้งข้าวโพด 30 กรัม
เนยสดรสเค็ม 20 กรัม
กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา (ในคลิปใส่
1+1/2 ช้อนชา แต่ตอนหลังป้าลองใส่
1/2 ช้อนชาก็หอมพอแล้ว)
วิธีการทำ
ทำไส้คัสตาร์ดครีม โดยต้มนมจนเดือด และตีไข่แดงกับ
น้ำตาลทรายจนไข่มีสีอ่อนลง
ร่อนแป้งข้าวโพดลงไปแล้วตะล่อมให้เข้ากัน เติมนมที่
ต้มจนเดือดครึ่งหนึ่งลงไปผสม คนจนเข้ากันเสร็จแล้ว
ก็เทกลับลงหม้อต้มนม
เปิดไฟต่ำ คนจนส่วนผสมข้นขึ้น ปิดเตา เติมเนยกับ
กลิ่นวานิลลาเพิ่มความหอม คนจนเข้ากัน แล้วนำไป
พักในชาม คลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหาร พักไว้จน
เย็นสนิท
วิธีการทำ (ต่อ)
ทำแป้งชูครีม โดยต้มน้ำ นม น้ำตาลทราย เกลือ และ
เนยจนเดือดและเนยละลายหมด ยกหม้อลงจากเตา เท
แป้งที่ร่อนพักไว้ลงไปผัดจนไม่มีเม็ดแป้ง และแป้งร่อนไม่
ติดหม้อ
หลังจากนั้นก็นำไปผัดบนเตาต่ออีกสัก 30 วินาที - 1
นาที หรือจนมีแป้งติดเป็นฟิล์มบาง ๆ ที่ก้นหม้อ
พอแป้งเป็นฟิล์มติดก้นหม้อก็ยกลงจากเตา แล้วเปลี่ยน
หม้อเพื่อปรับอุณหภูมิให้ลดลง ใช้ไม้พายคนเพื่อให้
คลายความร้อน แล้วค่อยใส่ไข่ลงไปผสมทีละฟอง
วิธีการทำ (ต่อ)
นำส่วนผสมแป้งใส่ที่บีบแล้วบีบใส่ถาดเป็นเส้นยาว คนให้เข้ากัน ใส่ลงไปจนครบ 4 ฟอง และคนจนแป้ง
ประมาณ 6 เซนติเมตร หรือเป็นทรงกลม นำไปอบที่ หนืด สังเกตจากเวลาตักแป้งแล้วหยอดลงโถ จะมี
อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 25 นาที ใช้ ลักษณะย้อยเป็นสามเหลี่ยม
ไฟบน-ล่าง หลังจากที่อบเสร็จแล้วให้พักในเตาก่อน
แง้มเตาเพื่อปรับอุณหภูมิก่อนนำขนมออกจากเตาอบสัก
10 นาที ขนมจะได้ไม่แฟบ แล้วค่อยมาพักต่อข้างนอก
หลังจากนั้นเราก็เจาะรูขนมเปิดทางเพื่อที่จะบีบไส้คัส
ตาร์ดเข้าไป และก็บีบไส้ใส่ขนมจนเต็ม เป็นอันเสร็จ
ประเภทที่ 7
ครีมคัสตาร์ดและไส้ขนมต่างๆ
ไส้สังขยาใบเตย ( สูตรโบราณ )
( PANDAN CUSTARD )
)
)
ส่วนผสม ไข่ไก่เบอร์ 12 ฟอง
หัวกะทิ 250 ก.
น้ำใบเตย 150 ก.
น้ำตาล 150 ก.
แป้งข้าวโพด 3 ชช.
เกลือ 1/8 ชช.
วิธีการทำ
ปั่นใบเตยกับน้ำ (หรือโขลกด้วยครก) แล้วกรองกาก
ทิ้งไป เตรียมน้ำใบเตยไว้
เตรียมส่วนผสมทุกอย่างให้พร้อม
นำส่วนผสมทั้งหมดที่เตรียมไว้ ใส่ลงในโถปั่น ปั่นให้เข้า
กัน (หรือขยำด้วยมือก็ได้ ) กรองส่วนผสมที่ได้ พักไว้
ใส่น้ำลงในหม้อ แล้วนำขึ้นตั้งไฟกลาง รองก้นหม้อด้วย
ผ้า1ชิ้น เพื่อช่วยป้องกันน้ำร้อนปะทุเวลาเดือด
นำส่วนผสมที่พักไว้ ตั้งลงไป คนต่อเนื่องจนกระทั่ง
สังขยาสุก
วิธีการทำ (ต่อ)
เคล็ดลับ : ให้สังเกตุจากรอยตะกร้อ ถ้ายกตะกร้อขึ้นแล้วรอย
คมชัดแบบนี้ คือสุกได้ที่แล้ว
ถ้ารับประทานครั้งเดียวไม่หมด บรรจุใส่กระปุกลวกน้ำ
ร้อนฆ่าเชื้อ เก็บใส่ตูเย็นได้ประมาณ 3 สัปดาห์
แยมสตรอว์เบอร์รี
( STRAWBERRY JAM )
)
)
ส ตรอว์เบอร์รีสด 500 กรัม
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 150 กรัม (สามารถเพิ่ม
ปริมาณได้ตามความชอบ แต่ถ้าจะลด
ปริมาณ ไม่ควรต่ำกว่า 100 กรัม)
เกลือหยิบมือ (ไม่ใส่ก็ได้)
ส่วนผสม
วิธีการทำ
ล้างสตรอว์เบอร์รีให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง จากนั้นหั่น
เป็นชิ้นเล็ก ๆ
ใส่น้ำมะนาว เกลือ และน้ำตาลทรายลงในชาม
สตรอว์เบอร์รีที่เตรียมไว้ จากนั้นคลุกให้เข้ากัน และพัก
ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง ให้สตรอว์เบอร์รีคายน้ำออกมา
หลังจาก 1 ชั่วโมงแล้วสตรอว์เบอร์รีจะคายน้ำออกมา
ค่อนข้างเยอะ ให้นำไปใส่หม้อต้ม และต้มให้เดือด ใช้ไฟ
ปานกลาง
วิธีการทำ (ต่อ)
เมื่อเดือดแล้วให้หมั่นคนเป็นระยะ ๆ จะได้ไม่ไหม้ ต้มไป
เรื่อย ๆ จนน้ำค่อย ๆ ระเหยไป เมื่อแยมได้ที่แล้วจะไม่มี
ฟอง เพราะน้ำระเหยออกไปเกือบหมดแล้ว ใช้เวลา
ทั้งหมดประมาณ 30 นาที
วิธีเช็กว่าแยมได้ที่หรือยัง ให้ตักแยมออกมาป้ายลงบน
จาน แยมที่ได้ที่จะต้องหนืดพอที่จะเกาะติดจาน ไม่ไหล
เป็นน้ำ เมื่อแยมได้ที่แล้วให้ปิดไฟแล้วนำไปใส่ในขวดที่ฆ่า
เชื้อแล้ว เราสามารถฆ่าเชื้อด้วยวิธีใส่น้ำเดือดลงใน
ขวดโหล ส่วนฝาถ้าเป็นแบบทนความร้อนก็แช่น้ำร้อน
หรือต้มฆ่าเชื้อ จะได้เก็บได้นาน ๆ
อ้างอิง HTTPS.COOKING.KAPOOK.COM
แหล่งที่มา
HTTPS://COOKING.KAPOOK.COM
/VIEW235893.HTML. สืบค้นเมื่อ 20
กุมภาพันธ์ 2565.
HTTPS.WWW.WONGNAI.COM
แหล่งที่มา
HTTPS://WWW.WONGNAI.COM
/27/05/2020/ สไลด์ของแม่. สืบค้นเมื่อ
20 กุมภาพันธ์ 2565.
ห วั ง ว่ า ห นั ง สื อ E - B O O K เ ล่ ม นี้ จ ะ เ ป็ น
ป ร ะ โ ย ช น์ กั บ ผู้ ที่ ส น ใ จ ทุ ก ๆ ค น
"รสชาติ และหน้ าตาของขนมเ บเ กอรี่ นอก
เ หนื อจากความสำคั ญของวั ตถุ ดิ บแล้ ว ก็ ขึ้ น
อยู่ กั บจิ ตวิ ญญาณของคนที่ มี จิ ตสั มผั สใ น
การทำขนม เ พราะขนมจะ แสดงออกซึ่ งความ
สามารถหลาย ๆ อย่ าง ที่ บ่ งบอกถึ งความ
เ ป็ นตั วตนของเ ราไ ด้ อย่ างไ ม่ น่ าเ ชื่ อ"
ขอบคุณครับ / Thank you