1
โครงสรา้ งหน่วยการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหสั วชิ า ว 14101 รายวิชา วิทยาศาสตร์
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
คะแนนเตม็ 50 คะแนน อตั ราส่วนคะแนนระหวา่ งภาคเรียนกับปลายภาค 70 : 30
หนว่ ย ช่ือหน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคดิ เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนร้/ู ตวั ชวี้ ัด รวบยอด (ชวั่ โมง)
ระหว่าง ปลาย
เรยี น ภาค
1 ความหลากหลาย ว 1.3 ป.4/1 สิ่งมชี ีวิตมหี ลายชนิด โดย 25 20 10
ของสิง่ มีชีวิต ว 1.3 ป.4/2 แตล่ ะชนิดจะมีลกั ษณะ
ว 1.3 ป.4/3 สำคัญบางอย่าง
ว 1.3 ป.4/4 เหมือนกันหรือแตกต่าง
ว 1.2 ป.4/1 กันไป ซ่ึงสามารถใช้เปน็
เกณฑ์ในการจัดกลมุ่
สิ่งมชี ีวติ ออกเปน็ กลุ่มพืช
กลุ่มสตั ว์ และกล่มุ ทไ่ี ม่ใช่
พืชและสัตว์
ในการจำแนกพืชสามารถ
ใชล้ กั ษณะการมีดอกของ
พืชเปน็ เกณฑ์ และในการ
จำแนกสตั วส์ ามารถใช้
การมกี ระดูกสนั หลงั ของ
สัตวเ์ ป็นเกณฑ์ได้ สตั ว์มี
กระดูกสันหลังแบ่งออก
ได้ 5 กลุม่ ซึ่งสัตว์มี
กระดกู สนั หลังแต่ละกลมุ่
จะมลี กั ษณะเฉพาะท่ี
สังเกตไดแ้ ตกต่างกัน
พชื ดอกมสี ว่ นต่าง ๆ ที่
สำคญั ไดแ้ ก่ ราก ลำตน้
ใบ ดอก ผล และเมล็ด
ซึง่ สว่ นตา่ ง ๆ เหล่านจ้ี ะ
ทำหน้าทต่ี ่างกันไป
2
หน่วย ช่ือหนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคิด เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรยี นรู/้ ตวั ชี้วัด รวบยอด (ชั่วโมง) ระหวา่ ง ปลาย
เรยี น ภาค
2. แรงโน้มถว่ งของ ว 2.2 ป.4/1 แรงโนม้ ถว่ งของโลก เป็น 15 15 5
โลกและตวั กลาง ว 2.2 ป.4/2 แรงดึงดดู ท่โี ลกกระทำต่อ
ของแสง ว 2.2 ป.4/3 มวลของวัตถทุ ุกชนดิ ท่อี ยู่
ว 2.3 ป.4/1 บนโลกและทอ่ี ยู่ใกลโ้ ลก
ซ่ึงมที ศิ ทางเขา้ สู่
ศนู ย์กลางของโลก ทำให้
วตั ถมุ ีน้ำหนักและตกลงสู่
พน้ื โลก เราสามารถวัด
นำ้ หนักของวตั ถไุ ด้โดยใช้
เคร่ืองช่งั สปริง
มวลของวตั ถตุ ่างๆ มีผล
ตอ่ การเปลีย่ นแปลงการ
เคลอื่ นที่ของวัตถุ วัตถุทมี่ ี
มวลมากจะเปลย่ี นแปลง
การเคลอ่ื นท่ีไดย้ ากกวา่
วตั ถทุ ีม่ ีมวลนอ้ ย
เมือ่ มองสง่ิ ตา่ ง ๆ โดยมี
วตั ถุต่างชนิดมากน้ั แสง
จะทำใหม้ องเห็นสงิ่ นั้น ๆ
ชดั เจนแตกต่างกนั ไป จงึ
จำแนกวตั ถทุ ีน่ ำมากน้ั
แสงได้เป็นตัวกลาง
โปร่งใส ตัวกลางโปรง่ แสง
และวตั ถทุ ึบแสง
ระหวา่ งเรียน
ปลายภาคเรยี น
รวมทัง้ ภาคเรยี น 40 35 15
3
โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหสั วิชา ว 14101 รายวิชา วทิ ยาศาสตร์
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
คะแนนเตม็ 50 คะแนน อัตราสว่ นคะแนนระหว่างภาคเรยี นกบั ปลายภาค 70 : 30
หน่วย ชอื่ หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคิด เวลา น้ำหนกั คะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด รวบยอด (ช่ัวโมง)
ระหวา่ ง ปลาย
เรียน ภาค
1 วสั ดุและสสาร ว 2.1 ป.4/1 วัสดุต่าง ๆ มีสมบตั ิทาง 25 20 10
ว 2.1 ป.4/2 กายภาพทส่ี ามารถสังเกต
ว 2.1 ป.4/3 และทดสอบไดแ้ ตกต่าง
ว 2.1 ป.4/4 กันไป เช่น มีความแขง็ มี
สภาพยืดหยุ่น นำความ
ร้อน นำไฟฟา้ เปน็ ต้น
ซงึ่ เราสามารถนำวัสดทุ มี่ ี
สมบตั ทิ างกายภาพด้าน
ตา่ ง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้
ตา่ งกนั
สสารในชวี ิตประจำวันมี
หลายชนดิ แตล่ ะชนิด
อาจอยู่ในสถานะของแขง็
ของเหลว หรือแก๊ส ซงึ่
สสารแต่ละสถานะอาจมี
สมบตั บิ างประการ
เหมือนกนั หรือตา่ งกนั
โดยสังเกตไดจ้ ากการมี
มวล การต้องการทอี่ ยู่
การมรี ูปรา่ งและปรมิ าตร
ของสสาร ซ่ึงเราสามารถ
ใช้เครอ่ื งมือในการวัดมวล
และปริมาตรของสสารได้
4
หนว่ ย ชอ่ื หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคิด เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรียนร/ู้ ตวั ช้วี ัด รวบยอด (ช่วั โมง) ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
2 ระบบสุรยิ ะและ ว 3.1 ป.4/3 ระบบสรุ ิยะนั้นเปน็ ระบบ 15 15 5
การปรากฏของดวง ว 3.1 ป.4/1 ทมี่ ี ดวงอาทิตย์เปน็
จนั ทร์ ว 3.1 ป.4/2 ศูนย์กลาง และมีดาว
บรวิ ารตา่ งๆ โคจรอยู่
โดยรอบ ประกอบดว้ ย
ดาวเคราะห์8 ดวง
รวมทง้ั ดวงจนั ทร์บริวาร
ของดาวเคราะหต์ า่ ง ๆ
ดาวเคราะห์แคระ ดาว
เคราะหน์ อ้ ย ดาวหาง
และวัตถุขนาดเล็กอ่ืน ๆ
โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์
ดาวเคราะหท์ โี่ คจรรอบ
ดวงอาทติ ยแ์ ต่ละดวงจะมี
ขนาดของดาว ระยะห่าง
จากดวงอาทิตย์ และคาบ
การโคจรรอบดวงอาทิตย์
แตกตา่ งกันไป
ดวงจนั ทร์โคจรรอบโลก
พร้อมกับหมุนรอบตัวเอง
ในขณะทโ่ี ลกหมุนรอบ
ตัวเองจะทำให้เรา
มองเหน็ ดวงจนั ทรป์ รากฏ
ขน้ึ ทางด้านทศิ ตะวันออก
และตกทางดา้ นทิศ
ตะวนั ตก ซ่ึงหมุนเวียน
เปน็ แบบซำ้ ๆ
ดวงจันทร์นั้นเปน็ ทรง
กลม แตร่ ปู ร่างของดวง
จันทร์ทปี่ รากฏในแต่ละ
วันจะแตกตา่ งกนั ดวง
จนั ทร์จะมีรปู ร่างปรากฏ
เป็นเสี้ยวโดยจะมีขนาด
เพิ่มข้ึนในแต่ละวันจนเตม็
ดวง และมีขนาดลดลงจน
5
หน่วย ชื่อหนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคดิ เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด รวบยอด (ช่ัวโมง) ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
มองไม่เห็นดวงจนั ทร์
จากนน้ั รปู ร่างปรากฏของ
ดวงจันทร์จะเป็นเส้ยี ว
ใหญ่ขึ้นจนสว่างเต็มดวง
อีกครัง้ และเกิดการ
เปลี่ยนแปลงเชน่ นีเ้ ป็น
แบบรปู ซำ้ ๆ ทกุ เดือน
รวมทง้ั ภาคเรยี น 40 35 15
6
โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหสั วชิ า ว 15101 รายวิชา วทิ ยาศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5 เวลาเรียน 40 ชัว่ โมง ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
คะแนนเตม็ 50 คะแนน อัตราสว่ นคะแนนระหว่างภาคเรยี นกับปลายภาค 70 : 30
หนว่ ย ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคิด เวลา น้ำหนกั คะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนรู้/ตัวช้ีวัด รวบยอด (ช่วั โมง) ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
1 ส่งิ มชี วี ิตกับ ว 1.1 ป.5/1 สง่ิ มชี วี ิตทัง้ พืชและสัตว์ 14 10 4
สิ่งแวดลอ้ ม ว 1.1 ป.5/2 ต่างๆ จะมีโครงสร้างและ
ว 1.1 ป.5/3 ลักษณะทเ่ี หมาะสมในแต่
ว 1.1 ป.5/4 ละแหล่งทอี่ ยู่ เพ่อื ให้
ว 1.3 ป.5/1 ดำรงชวี ติ และอยู่รอดได้
ว 1.3 ป.5/2 ซงึ่ ในแหล่งทอ่ี ยหู่ นึง่ ๆ
สง่ิ มชี วี ิตจะมี
ความสัมพันธ์ซงึ่ กนั และ
กัน และสัมพันธก์ ับ
สง่ิ มีชวี ติ เพอ่ื ประโยชน์
ตอ่ การดำรงชีวติ
สิง่ มีชีวิตทง้ั พชื สัตว์ และ
มนษุ ย์ เม่ือเจริญเตบิ โต
เต็มที่แล้ว
จะมกี ารสบื พันธเุ์ พอ่ื เพ่ิม
จำนวนและดำรงชีวิต
โดยลูกทเ่ี กดิ มาจะไดร้ บั
การถ่ายทอดลกั ษณะทาง
พนั ธุกรรมจากพอ่ แม่ จึง
ทำให้มีลักษณะท่ีคลา้ ย
กบั พอ่ แม่ แต่จะแตกต่าง
จากส่ิงมชี ีวติ อนื่
7
หนว่ ย ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคดิ เวลา น้ำหนกั คะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรียนร/ู้ ตัวชว้ี ัด รวบยอด (ช่วั โมง) ระหว่าง ปลาย
เรยี น ภาค
2 แรงใน ว 2.2 ป.5/1 แรงลัพธ์ คือ ผลรวมของ 15 15 7
ชวี ิตประจำวนั ว 2.2 ป.5/2 แรงหลายแรงทก่ี ระทำต่อ
ว 2.2 ป.5/3 วัตถุเดียวกนั ในทศิ ทาง
ว 2.2 ป.5/4 เดยี วกัน หรือผลตา่ งของ
ว 2.2 ป.5/5 แรงสองแงที่กระทำต่อ
วัตถุในทิศทางตรงขา้ มกนั
สำหรบั วตั ถุทอี่ ย่นู ิ่งแรง
ลพั ธจ์ ะมีค่าเป็นศนู ย์
แรงเสยี ดทาน คือ แรงที่
เกดิ ข้นึ ระหวา่ งผิวสมั ผสั
ของวัตถุสองชนิด เพอื่
ตา้ นการเคลอื่ นท่ีของวตั ถุ
นั้นๆ และมที ิศทางตรง
ข้ามกับการเคลอ่ื นทข่ี อง
วตั ถุน้นั ๆ
3 พลงั งานเสียง ว 2.3 ป.5/1 เสยี งเกิดจากการ 11 10 4
ว 2.3 ป.5/2 ส่ันสะเทือนของวตั ถทุ ่ี
ว 2.3 ป.5/3 เป็นแหลง่ กำเนดิ เสียง
ว 2.3 ป.5/4 เสยี งเคลอื่ นท่ีได้ทุก
ว 2.3 ป.5/5 ทิศทางโดยอาศัยตวั กลาง
ได้แก่ ของแขง็ ของเหลว
และอากาศ มาถึงหูของ
เรา
เสียงจากแหลง่ กำเนิด
เสียงตา่ งๆ จะมเี สยี งสงู
เสยี งตำ่ หรือมีเสยี งดัง
เสียงค่อย แตกตา่ งกัน
หากเสยี งมคี วามดังมากๆ
จะก่อให้เกดิ อนั ตรายต่อ
การไดย้ ินเสียงของเรา
รวมทั้งภาคเรยี น 40 35 15
8
โครงสรา้ งหน่วยการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหัสวชิ า ว 15101 รายวิชา วทิ ยาศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2565
คะแนนเต็ม 50 คะแนน อัตราสว่ นคะแนนระหวา่ งภาคเรียนกบั ปลายภาค 70 : 30
หน่วย ชอื่ หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคิด เวลา น้ำหนกั คะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด รวบยอด (ชวั่ โมง) ระหวา่ ง ปลาย
เรยี น ภาค
1 การเปล่ยี นแปลง ว 2.1 ป.5/1 สสารที่อยูร่ อบตวั เรามี 20 20 8
ว 2.1 ป.5/2 หลายชนดิ สสารแตล่ ะ
ว 2.1 ป.5/3 ชนิดที่พบใน
ว 2.1 ป.5/4 ชีวิตประจำวันอาจมี
สถานะเป็นของแข็ง
ของเหลว หรือแก๊ส
ซง่ึ สสารอาจเปลย่ี นจาก
สถานะหนึง่ ไปเปน็ อกี
สถานะหน่ึงได้ โดยอาศยั
การเพ่ิมหรือลดความรอ้ น
ใหแ้ ก่สสารไปจนถึงระดับ
หนึ่ง เรียกว่า การเปลย่ี น
สถานะ
การหลอมเหลว เป็นการ
เปลยี่ นสถานะจาก
ของแข็งเปน็ ของเหลวโดย
เมื่อเพิม่ ความร้อนให้กับ
สสารทอ่ี ยู่ในสถานะ
ของแข็งจนถงึ ระดับหนงึ่
จะทำให้สสารนัน้ เปล่ยี น
สถานะจากของแขง็ เป็น
ของเหลว
การกลายเป็นไอ เปน็ การ
เปลี่ยนสถานะจาก
ของเหลวเปน็ แกส๊
โดยเมอื่ เพมิ่ ความร้อน
ให้กับสสารท่ีอยใู่ น
สถานะของเหลวจนถงึ
9
หนว่ ย ชื่อหนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคดิ เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรยี นร้/ู ตวั ช้ีวัด รวบยอด (ชว่ั โมง) ระหวา่ ง ปลาย
เรียน ภาค
ระดับหน่งึ จะทำให้สสาร
นั้นเปลยี่ นสถานะจาก
ของเหลวเปน็ สถานะแก๊ส
เรียกว่าการกลายเปน็ ไอ
ซงึ่ แบง่ ได้ 2 กระบวนการ
ได้แก่ การระเหย เป็น
การเปลยี่ นสถานะจาก
ของเหลวทีอ่ ยูบ่ รเิ วณ
ผวิ หน้าไปเป็นแก๊ส และ
การเดือด เปน็ การเปลีย่ น
สถานะจากของเหลวโดย
เพ่ิมความรอ้ นจนถงึ จดุ
เดือดจนเปน็ แก๊ส
การควบแน่น เป็นการ
เปล่ยี นสถานะจากแก๊ส
เปน็ ของเหลว
โดยเม่อื ลดความรอ้ น
ใหก้ ับสสารทอี่ ย่ใู น
สถานะแก๊สจนถงึ ระดับ
หน่ึงจะทำใหส้ สารน้ัน
เปลย่ี นสถานะจากแก๊ส
เปน็ ของเหลว
การแข็งตวั เปน็ การ
เปลี่ยนสถานะจาก
ของเหลวเปน็ ของแข็ง
โดยเมอื่ ลดความร้อน
ให้กบั สสารท่อี ยู่ใน
สถานะของเหลวจนถงึ
ระดบั หน่งึ จะทำใหส้ สาร
นน้ั เปลี่ยนสถานะจาก
ของเหลวเปน็ ของแข็ง
การระเหดิ เป็นการ
เปลี่ยนสถานะจาก
ของแขง็ เปน็ แก๊ส โดยเมือ่
10
หน่วย ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคดิ เวลา น้ำหนกั คะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรียนรู/้ ตวั ชวี้ ัด รวบยอด (ชั่วโมง) ระหว่าง ปลาย
เรยี น ภาค
เพ่มิ ความรอ้ นให้กับสสาร
ทอ่ี ยใู่ นสถานะของแขง็
บางชนิดจนถึงระดบั หนึ่ง
จะทำให้สสารนน้ั เปล่ียน
สถานะจากของแขง็ เป็น
แกส๊ โดยไมผ่ า่ นการเปน็
ของเหลว
การระเหดิ กลับ เปน็ การ
เปล่ียนสถานะจากของ
แกส๊ เป็นของแข็ง โดยเมอื่
ลดความร้อนใหก้ ับสสาร
ท่ีอยใู่ นสถานะแกส๊ บาง
ชนิดจนถงึ ระดบั หนงึ่ จะ
ทำให้สสารน้ันเปล่ียน
สถานะจากของแก๊สเป็น
ของแขง็ โดยไม่ผ่านการ
เปน็ ของเหลว
การละลายเปน็ การ
เปลยี่ นแปลงทาง
กายภาพของสารทเี่ กดิ ขึ้น
จากการนำสารใส่ลงในนำ้
แลว้ สารนัน้ ผสมรวมกับ
น้ำอยา่ งกลมกลืนจน
มองเห็นเปน็ เน้อื เดยี วกัน
ทกุ สว่ น โดยสารที่ได้
ยงั คงเปน็ สารเดิม เรยี กว่า
สารละลาย โดยสาร
ต่าง ๆ อาจอยใู่ นสถานะ
ของแข็ง ของเหลว หรือ
แกส๊ ซึ่งสารบางชนิด
ละลายน้ำได้ สว่ นสาร
บางชนิดไมส่ ามารถ
ละลายน้ำได้ แต่สามารถ
11
หน่วย ชอื่ หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคดิ เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ัด รวบยอด (ช่วั โมง) ระหวา่ ง ปลาย
เรยี น ภาค
ละลายในสารละลายอนื่
ไดแ้ ทน
การละลายของสารในน้ำ
ทำให้เกิดสารสะลาย ซึ่ง
เปน็ สารเนอื้ เดยี ว โดยใน
สารละลายจะมี
องค์ประกอบ 2 ส่วน
คอื ตัวทำละลายและตวั
ละลาย โดยสารทม่ี ี
ปรมิ าณมากกว่าและมี
สถานะเดียวกับ
สารละลาย เรียกว่า ตัว
ทำละลาย และสารที่มี
ปริมาณน้อยกวา่ เรยี กว่า
ตวั ละลาย
การเปลย่ี นแปลงทางเคมี
คือ การเปล่ียนแปลงของ
สารชนดิ เดียว หรอื การ
ทำปฏิกริ ิยาระหว่างสาร
2 ชนิด ข้ึนไปแล้วเกดิ
สารใหมข่ น้ึ ซ่ึงมีสมบตั ิ
ตา่ งไปจากสารเดิม และ
เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง
แลว้ จะทำให้กลับมาเปน็
สารเดิมยาก
12
หน่วย ชอ่ื หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคดิ เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนรู/้ ตัวช้วี ัด รวบยอด (ชวั่ โมง) ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
2 แหล่งน้ำและลมฟ้า ว 3.2 ป.5/1 โลกของเรามีนำ้ ปกคลมุ 15 10 4
อากาศ ว 3.2 ป.5/2 เปน็ สว่ นใหญ่ของ
ว 3.2 ป.5/3 พื้นผิวโลกท้งั หมด โดยมี
ว 3.2 ป.5/4 ทงั้ แหลง่ น้ำเค็มและแหล่ง
ว 3.2 ป.5/5 น้ำจืด ซึ่งมคี วามสำคญั
ต่อการดำรงชวี ิตของ
ส่ิงมีชีวิต เราจึงต้องใช้น้ำ
อยา่ งประหยดั และค้มุ คา่
เมฆ เกิดจากไอนำ้ ใน
อากาศจะควบแน่นเป็น
ละอองนำ้ เลก็ ๆ โดยมี
ละอองลอย เช่น เกลอื
ฝุ่นละออง ละอองเรณู
ของดอกไม้ เปน็ อนภุ าค
แกนกลาง เม่ือละอองน้ำ
จำนวนมากเกาะกล่มุ
รวมกนั ลอยอยู่สงู จาก
พ้ืนดินมาก แตล่ ะอองนำ้
ท่ีเกาะกลุ่มรวมกันลอย
อย่ใู กล้พน้ื ดิน เรียกว่า
หมอก
ไอนำ้ ท่ีควบแนน่ เปน็
ละอองน้ำเกาะอยูบ่ น
พน้ื ผิววัตถใุ กล้พืน้ ดิน
เรียกว่า น้ำคา้ ง ถ้า
อณุ หภมู ิใกลพ้ ื้นดินต่ำ
กวา่ จุดเยอื กแขง็ น้ำคา้ งก็
จะกลายเป็นน้ำคา้ งแขง็
ฝนเกิดไอน้ำในอากาศ
ควบแน่นเปน็ ละอองนำ้
เลก็ ๆ เมอ่ื ละอองนำ้
จำนวนมากในเมฆรวมตัว
กนั จนอากาศไม่สามารถ
พยงุ ไวไ้ ดจ้ งึ ตกลงมาเป็น
13
หนว่ ย ชอ่ื หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคดิ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรียนรู้/ตัวชี้วัด รวบยอด (ชว่ั โมง) ระหวา่ ง ปลาย
เรียน ภาค
ฝน หิมะเกดิ จากไอน้ำใน
อากาศระเหดิ กลบั เปน็
ผลึกนำ้ แขง็ รวมตวั กันจน
มีน้ำหนักมากขึน้ จนเกนิ
กวา่ อากาศจะพยุงไวจ้ งึ
ตกลงมา ลูกเห็บเกดิ จาก
หยดนำ้ ที่เปล่ยี นสถานะ
เป็นน้ำแขง็ แลว้ ถูกพายุ
พดั วนซำ้ ไปซำ้ มาในเมฆ
ฝนฟ้าคะนองทีม่ ขี นาด
ใหญ่และอยูใ่ นระดบั สูง
จนเป็นก้อนนำ้ แขง็ ขนาด
ใหญ่ข้นึ แลว้ ตกลงมา
วัฏจกั รน้ำ เปน็ การ
หมุนเวยี นของน้ำที่มแี บบ
รูปซำ้ เดิม และตอ่ เนอ่ื ง
ระหว่างนำ้ ในบรรยากาศ
น้ำผวิ ดิน และนำ้ ใต้ดนิ
ซง่ึ พฤตกิ รรมในการ
ดำรงชีวิตของพืชและสตั ว์
จะสง่ ผลตอ่ วฏั จกั รนำ้
3 ดาวบนท้องฟา้ ว 3.1 ป.5/1 ดาวท่มี องเห็นบนทอ้ งฟ้า 5 53
ว 3.1 ป.5/2 อย่ใู นอวกาศซง่ึ เป็น
บริเวณท่ีอยู่นอก
บรรยากาศของโลก มีทั้ง
ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์
ดาวฤกษเ์ ปน็ แหล่งกำเนดิ
แสงจึงสามารถมองเหน็
ได้ สว่ นดาวเคราะห์ไมใ่ ช่
แหล่งกำเนิดแสง
ดาวฤกษ์ เปน็ ดาวทม่ี แี สง
สวา่ งในตวั เอง จัดเปน็
แหล่งกำเนิดแสงจึง
14
หนว่ ย ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคิด เวลา น้ำหนกั คะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวัด รวบยอด (ช่ัวโมง) ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
สามารถมองเหน็ เป็นจดุ
สวา่ งและมแี สง
ระยบิ ระยบั บนทอ้ งฟา้ ใน
เวลากลางวนั จะมองเหน็
ท้องฟา้ เปน็ สีฟ้า ส่วนใน
เวลากลางคนื จะมองเห็น
กล่มุ ดาวฤกษ์ต่าง ๆ ทีอ่ ยู่
บนท้องฟ้ามรี ปู รา่ ง
แตกตา่ งกันออกไป
เมือ่ สงั เกตกลุ่มดาวฤกษ์
ในชว่ งเวลาตา่ ง ๆ ในคืน
เดยี วกัน
จะพบวา่ กลุ่มดาวฤกษม์ ี
การเปลี่ยนตำแหน่ง โดย
เคล่อื นจากทิศตะวันออก
ไปทางทิศตะวนั ตก
ทำให้มองเหน็ ดาวฤกษ์
ขน้ึ จากขอบฟา้ ทางทิศ
ตะวนั ออก และ
ตกลับขอบฟ้าไปทางทิศ
ตะวันตก ซึ่งดาวฤกษแ์ ละ
กลุ่มดาวฤกษม์ ีเสน้ ทาง
การขึ้นและตกตาม
เสน้ ทางเดิมทุกคืน และ
จะปรากฏตำแหนง่ เดิม
เสมอ
รวมทัง้ ภาคเรยี น 40 35 15
15
โครงสร้างหนว่ ยการเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหสั วชิ า ว 16101 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6 เวลาเรียน 40 ชั่วโมง ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
คะแนนเต็ม 50 คะแนน อตั ราสว่ นคะแนนระหว่างภาคเรยี นกบั ปลายภาค 70 : 30
หน่วย ช่อื หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคดิ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรยี นรู/้ ตวั ช้ีวัด รวบยอด (ช่วั โมง) ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
1 ร่างกายของเรา ว 1.2 มนษุ ยม์ ีการเจรญิ เติบโต 5 54
ป.6/1 และเปลย่ี นแปลงทางด้าน
ป.6/2 ร่างกายตงั้ แตแ่ รกเกิดจน
ป.6/3 เป็นผู้ใหญ่ จึงจำเปน็ ตอ้ ง
ป.6/4 บริโภคอาหารเพ่ือให้
ป.6/5 ได้รบั สารอาหารตา่ งๆ ใน
สดั ส่วนทเี่ หมาะสมกบั
เพศและวยั รวมทงั้ ต้อง
พักผอ่ นให้เพียงพอและ
ออกกำลงั กายสมำ่ เสมอ
จึงจะทำใหร้ ่างกาย
เจริญเตบิ โตและสขุ ภาพดี
ร่างกายของมนุษย์
ประกอบดว้ ยระบบตา่ งๆ
เชน่ ระบบยอ่ ยอาหาร
ประกอบดว้ ยอวยั วะ
ต่างๆ ไดแ้ ก่ ปาก หลอด
อาหาร กระเพาะอาหาร
ลำไสเ้ ลก็ ลำไส้ใหญ่
ทวารหนัก ตับ และตบั
อ่อน ซงึ่ ทำหนา้ ที่รว่ มกนั
ในการยอ่ ยและดดู ซึม
สารอาหารเข้าสู่ส่วน
ตา่ งๆ ของรา่ งกาย
16
หน่วย ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคิด เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรียนรู้/ตวั ชี้วัด รวบยอด (ชว่ั โมง) ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
2 แรงไฟฟ้าและ ว 2.2 เม่อื ขัดถวู ตั ถุบางชนดิ 25 20 7
พลังงานไฟฟา้ ป.6/1 แลว้ นำมาเขา้ ใกลก้ นั จะ
ว 2.3 ทำให้เกิดแรงดึงดูดหรือ
ป.6/1 แรงผลักกนั ข้นึ อย่กู บั
ป.6/2 ชนดิ ของวัตถุทน่ี ำมาขัดถู
ป.6/3 และนำมาใกล้กัน แรงท่ี
ป.6/4 เกดิ ข้นึ น้เี รยี กวา่ แรง
ป.6/5 ไฟฟ้า ซงึ่ เป็นแรงไมส่ มั ผัส
ป.6/6 วงจรไฟฟา้ อย่างง่าย
ประกอบดว้ ย
แหล่งกำเนิดไฟฟา้
สายไฟฟ้า และ
เครือ่ งใช้ไฟฟา้ หรอื
อปุ กรณไ์ ฟฟา้ ทต่ี ่อเข้ากัน
เปน็ วงจรปดิ ซึ่ง
วงจรไฟฟา้ มี 2 แบบ คอื
แบบอนกุ รมและแบบ
ขนาน
3 แสงและเงา ว 2.3 แสงเกิดจากแหลง่ กำเนิด 10 10 4
ป.6/7 แสง โดยเคลือ่ นท่อี อก
ป.6/8 จากแหล่งกำเนดิ แสงทุก
ทศิ ทางเป็นแนวเส้นตรง
เม่อื นำวัตถทุ ึบแสงมากน้ั
ทางเดนิ ของแสงจะเกิด
เงาขนึ้ บนฉากรับแสง โดย
เงาจะมรี ูปร่างคล้ายวัตถุ
ทีท่ ำให้เกดิ เงา เงา
แบง่ เป็น 2 ลกั ษณะ คือ
เงามืดและเงามวั
รวมท้ังภาคเรียน 40 35 15
17
โครงสร้างหนว่ ยการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหสั วชิ า ว 16101 รายวิชา วิทยาศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565
คะแนนเต็ม 50 คะแนน อตั ราส่วนคะแนนระหว่างภาคเรยี นกับปลายภาค 70 : 30
หน่วย ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคิด เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนรู้/ตัวช้ีวัด รวบยอด (ชวั่ โมง) ระหว่าง ปลาย
เรยี น ภาค
1 สารรอบตัวเรา ว 2.1 สารรอบตวั เราสว่ น 5 42
ป.6/1 ใหญเ่ ป็นสารผสม เช่น
น้ำจ้มิ ไก่ นำ้ โคลน ทราย
ผสมกรวด ซ่ึงเราสามารถ
แยกสารผสมออกจากกนั
ไดด้ ว้ ยวิธกี ารตา่ งๆ เช่น
การหยิบออก การรอ่ น
การใชแ้ ม่เหล็กดึงดูด การ
ตกตะกอน การกรอง
การรินออก โดยสามารถ
นำวิธีเหลา่ น้ไี ปใช้
ประโยชน์ในการแยกสาร
ผสมทีพ่ บใน
ชวี ิตประจำวนั ได้
18
หนว่ ย ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคดิ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด รวบยอด (ช่วั โมง) ระหวา่ ง ปลาย
เรยี น ภาค
2 หนิ และซากดกึ ดำ ว 3.2 หนิ เป็น 10 7 3
บรรพ์ ป.6/1 ทรพั ยากรธรรมชาติ
ป.6/2 ประเภทหนึ่ง หินแบ่ง
ป.6/3 ออกตามกระบวนการเกิด
ได้เปน็ 3 ประเภท คือ
หินอัคนี หนิ ตะกอน และ
หนิ แปร ซ่ึงหินแต่ละ
ประเภท จะมีลักษณะ
ต่างกัน จึงนำมาใช้
ประโยชน์ใน
ชวี ติ ประจำวนั ต่างกัน
ซากดึกดำบรรพเ์ กิดจาก
การทบั ถมหรือการ
ประทับรอยของสง่ิ มชี วี ติ
ในอดตี ซ่ึงซากดกึ ดำ
บรรพม์ ีประโยชน์หลาย
อย่าง เช่น ใชร้ ะบอุ ายุ
ของหิน อธิบาย
สภาพแวดลอ้ มในอดตี
3 ปรากฏการณ์ทาง ว 3.2 ลมบก ลมทะเล 19 19 8
ธรรมชาตแิ ละธรณี ป.6/4 และลมมรสมุ เกดิ จาก
พบิ ัติภัย ป.6/5 อณุ หภูมเิ หนือพนื้ ดินและ
ป.6/6 พน้ื นำ้ แตกต่างกนั จึงทำ
ป.6/7 ให้อากาศบริเวณท่ีมี
ป.6/8 อณุ หภมู ติ ำ่ เคลอ่ื นทไี่ ปยงั
ป.6/9 บริเวณที่มีอณุ หภมู ิสูง
นำ้ ทว่ ม การกัดเซาะ
ชายฝั่ง ดนิ ถล่ม
แผน่ ดินไหวและสึนามิ
เปน็ ภัยธรรมชาติท่มี ี
ลกั ษณะการเกิดและมี
ผลกระทบตอ่ ส่งิ มชี ีวติ
และสิ่งแวดลอ้ มแตกต่าง
กนั เราจงึ ควรเรียนรู้วธิ ี
19
หน่วย ชอื่ หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคิด เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรียนร/ู้ ตัวชี้วัด รวบยอด (ชั่วโมง) ระหวา่ ง ปลาย
เรียน ภาค
ปฏบิ ัตติ นเพ่อื ให้เกิด
ความปลอดภัยจากภยั
ธรรมชาติเหล่านัน้
ปรากฏการณเ์ รอื น
กระจกมผี ลทำใหอ้ ณุ หภูมิ
บนโลกเหมาะสมตอ่ การ
ดำรงชวี ติ หากเกดิ
ปรากฏการณเ์ รอื น
กระจกท่มี ากข้ึนจะมผี ล
ต่อการเปลย่ี นแปลง
อุณหภมู ิของโลก
4 ดาราศาสตร์และ ว 3.1 โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ 6 5 2
เทคโนโลยอี วกาศ ป.6/1 และดวงจนั ทร์จะโคจร
ป.6/2 รอบโลก เม่อื ดวง
อาทิตย์ ดวงจันทร์ และ
โลกโคจรมาอยใู่ นระนาบ
เดยี วกนั จึงทำให้เกิด
ปรากฏการณก์ าร บดบงั
กนั ระหว่างดวงอาทิตย์
ดวงจนั ทร์ และโลก
เรียกวา่ การเกิด
สุริยปุ ราคาและ
จันทรปุ ราคา
พฒั นาการของ
เทคโนโลยีอวกาศมี
ความสำคัญต่อการพฒั นา
เทคโนโลยีต่างๆ บนโลก
เพอื่ ใหเ้ กิดประโยชนใ์ น
การดำรงชีวิตของมนษุ ย์
รวมท้ังภาคเรยี น 40 35 15
20
โครงสรา้ งหนว่ ยการเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหสั วิชา ว 21101 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 เวลาเรียน 60 ช่ัวโมง ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
คะแนนเตม็ 100 คะแนน อัตราส่วนคะแนนระหวา่ งภาคเรยี นกบั ปลายภาค 70 : 30
หน่วย ชอ่ื หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคิด เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนร/ู้ ตวั ชีว้ ัด รวบยอด (ชวั่ โมง) ระหวา่ ง ปลาย
เรยี น ภาค
1 สารรอบตวั ว 2.1 สารรอบตัวประกอบไป 26 30 13
ม.1/1 ด้วยธาตแุ ละสารประกอบ
ม.1/2 สารแต่ละชนิดมสี มบัติทาง
ม.1/3 กายภาพและสมบัตทิ างเคมีท่ี
ม.1/4 เหมือนและแตกตา่ งกัน
ม.1/5 ความรอ้ นเป็นปัจจยั หนึง่ ท่ี
ม.1/6 ทำใหส้ ถานะของสาร ซึง่ เป็น
ม.1/7 สมบัตทิ างกายภาพ
ม.1/8 เปลย่ี นแปลงไป
ม.1/9 สารบรสิ ุทธ์ิ คือ สารทีม่ ี
ม.1/10 องค์ประกอบเพยี งชนดิ เดยี ว
ประกอบไปดว้ ยธาตแุ ละ
สารประกอบ โดยธาตแุ บ่ง
ออกเป็นธาตโุ ลหะ ธาตุกง่ึ
โลหะ และธาตุอโลหะ ซ่ึงธาตุ
บางชนิดสามารถแผ่รงั สไี ด้
เรยี กว่า ธาตุกัมมนั ตรังสี เม่อื
ธาตมุ ากกว่าหนงึ่ ชนิดมา
รวมกนั ทางเคมีกลายเปน็
สารประกอบท่ีมีสมบัติ
แตกตา่ งไปจากธาตเุ ดมิ ที่เป็น
องค์ประกอบ
สารมากกว่าหนึง่ ชนิดมาผสม
กนั เรยี กว่า สารผสม บางชนิด
ผสมเป็นเนอื้ เดียวกัน เรียกว่า
สารละลาย บางชนิดผสมไมเ่ ป็น
เน้ือเดียวกัน เช่น สารแขวนลอย
คอลลอยด์ เป็นต้น
21
หน่วย ช่อื หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคดิ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนรู้/ตัวชี้วัด รวบยอด (ช่ัวโมง) ระหวา่ ง ปลาย
เรยี น ภาค
2. หนว่ ยของสิง่ มีชวี ิต ว 1.2 สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีเซลล์ 12 15 6
ม.1/1
ม.1/2 เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดเป็น
องคป์ ระกอบ ซ่ึงสง่ิ มีชวี ิตบาง
ม.1/3
ม.1/4 ชนิดสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
ม.1/5 เพียงเซลล์เดียว บางชนิด
จำเป็นต้องมีหลายเซลล์มา
รวมกันเป็นเนื้อเยื่อ ซึ่งมี
รปู ร่างและหน้าที่แตกต่างกัน
ซึ่งองค์ประกอบพื้นฐานของ
เซลล์ ได้แก่ นวิ เคลยี ส ไซโตพ
ลาซมึ และเยื่อหุม้ เซลล์
กระบวนการแพร่และ
ออสโมซิสเปน็ กระบวนการท่ี
สง่ิ มชี วี ิตใช้ลำเลียงสารเข้า
และออกจากเซลล์
3. การดำรงชีวิตของพืช ว 1.2 พืชดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วย 22 25 11
ม.1/6 ส่วนประกอบตา่ ง ๆ ดงั น้ี
ม.1/7
ม.1/8 ใบไม้ มีคลอโรพลาสตท์ มี่ ี
ม.1/9 สารคลอโรฟลิ ลซ์ ่ึงเก่ียวขอ้ ง
ม.1/10 กับกระบวนการสังเคราะห์
ม.1/11 ดว้ ยแสงโดยมแี กส๊
ม.1/12 คารบ์ อนไดออกไซดแ์ ละน้ำ
เป็นสารตัง้ ตน้ และได้น้ำตาล
ม.1/13
ม.1/14 กลโู คส และแกส๊ ออกซิเจน
ม.1/15 เป็นผลติ ภณั ฑ์ ซง่ึ จำเปน็ ต่อ
ม.1/16 การดำรงชวี ติ ของสงิ่ มชี วี ติ
ม.1/17 รากและลำตน้ ประกอบไป
ม.1/18 ด้วยเนื้อเยือ่ ลำเลียงไซเล็ม
ทำหน้าที่ดดู น้ำและแรธ่ าตุ
โดยอาศัยกระบวนการแพร่
และออสโมซิส เนอื้ เย่ือ
ลำเลียงโฟลเอ็ม ทำหนา้ ที่
ลำเลียงอาหาร โดยอาศยั
กระบวนการทรานสโลเคช่นั
ดอกไม้ เป็นอวยั วะสบื พันธุ์
ของพืช เมื่อถูกผสมเกสร
ดอกจะเจริญกลายเป็นผลซ่ึง
22
หนว่ ย ช่อื หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคดิ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรียนรู/้ ตวั ชี้วัด รวบยอด (ชัว่ โมง) ระหวา่ ง ปลาย
เรยี น ภาค
ภายในมีเมล็ด ทำหน้าที่
กระจายพันธุ์พืช โดยพืชต้น
ใหม่จะมีลักษณะที่แตกต่าง
ไปจากต้นพอ่ แม่
พชื สามารถขยายพันธ์ุ โดย
ใชส้ ่วนโครงสรา้ งพเิ ศษต่าง ๆ
ของพืช เช่น ราก ลำต้น ใบ
และมนุษย์สามารถนำส่วน
ต่าง ๆ ของพืชมาขยายพันธุ์
ได้ เช่น การปักชำ การติดตา
การตอนกิ่ง เปน็ ต้น ซงึ่ พชื ตน้
ใหม่จะมีลักษณะไม่แตกต่าง
ไปจากต้นพ่อแม่
มนุษย์นำความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับ
พืช เช่น การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
พืช การดัดแปรพันธุกรรมพืช
เป็นต้น เพื่อให้เพียงพอต่อ
ความตอ้ งการของมนุษย์
รวม 60 70 30
23
โครงสรา้ งหนว่ ยการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหัสวิชา ว 21102 รายวิชา วิทยาศาสตร์
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 เวลาเรียน 60 ช่ัวโมง ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2565
คะแนนเตม็ 100 คะแนน อัตราสว่ นคะแนนระหว่างภาคเรยี นกับปลายภาค 70 : 30
หนว่ ย ชือ่ หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคิด เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด รวบยอด (ชวั่ โมง) ระหวา่ ง ปลาย
เรยี น ภาค
4. พลงั งานความรอ้ น ว 2.3 อุณหภูมิ คือ ระดับความ 21 24 10
ม.1/1 ร้อนของสาร สามารถวัดได้
ม.1/2 โ ด ย ใ ช ้ อ ุ ป ก ร ณ ์ ท ี ่ เ ร ี ย ก ว่ า
ม.1/3 เทอร์มอมเิ ตอร์
ม.1/4 เทอร์มอมิเตอร์มีอยู่หลาย
ม.1/5 แบบ เช่น เทอร์มอมิเตอร์
ม.1/6 แบบกระเปาะ เทอร์มอ
ม.1/7 มิเตอร์แบบดิจิทัล เป็นต้น
ข้นั ตอนการใช้เทอรม์ อมิเตอร์
แบบกระเปาะ คือ จุ่มเทอร์
มอมิเตอร์ดา้ นกระเปาะลงใน
สารที่ต้องการวดั โดยให้เทอร์
มอมิเตอร์อยู่ในแนวดิ่ง แล้ว
อา่ นคา่ อณุ หภูมโิ ดยใหส้ ายตา
อ ย ู ่ ร ะ ด ั บ เ ด ี ย ว ก ั บ ร ะ ดั บ
ของเหลวในเทอร์มอมเิ ตอร์
ห น ่ ว ย ว ั ด อ ุ ณ ห ภ ู ม ิ ม ี อ ยู่
หลายหน่วย ซึ่งแต่ละหน่วย
จ ะ ม ี จ ุ ด เ ย ื อ ก แ ข ็ ง แ ล ะ จุ ด
เดือดแตกต่างกัน หาก
ต ้ อ ง ก า ร เ ป ร ี ย บ เ ท ี ย บ ค่ า
อ ุ ณ ห ภ ู ม ิ ร ะ ห ว่ า ง ห น ่ ว ย วั ด
อณุ หภมู จิ ะไดส้ มการ ดังนี้
C/5 = (K-273)/5 =
(F-32)/9 = R/4
24
หนว่ ย ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคิด เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนร้/ู ตัวชี้วัด รวบยอด (ช่วั โมง) ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
5. บรรยากาศ ว. 2.2 บรรยากาศ คอื ช้ันแกส๊ ชนิด 23 27 12
ม.1/1 ตา่ ง ๆ หรอื อากาศท่ีห่อหุ้มดาว
ว. 3.2 เคราะห์ทั้งหมด ซึ่งประกอบไป
ม.1/1 ดว้ ยอากาศแหง้ ที่ไม่มนี ้ำเป็น
ม.1/2 องค์ประกอบ ไอน้ำ และอนุภาค
ฝ่นุ ต่าง ๆ
บรรยากาศแบง่ ออกเป็น 5
ชัน้ ตามสภาวะของอุณหภูมิ
ดังน้ี
1. ช้ันโทรโพสเฟียร์
(troposphere) มปี รากฏการณ์
ทางลมฟ้าอากาศ อุณหภมู ิ
ลดลงตามระดับความสูง
2. สตราโทสเฟียร์
(stratosphere) มีช้ันโอโซนชว่ ย
ดูดกลืนรงั สอี ัลตราไวโอเลตจาก
ดวงอาทิตย์ อุณหภูมิเพิ่มขึ้น
ตามระดบั ความสูง
3. มโี ซสเฟียร์
(mesosphere) ชว่ ยให้เกิดการ
เผาไหม้ ของวัตถุนอกโลก
อุณหภมู ิลดลงตามระดบั ความ
สูง
4. เทอรโ์ มสเฟยี ร์
(thermosphere) มโี มเลกลุ ที่
แตกตัวเป็นไอออนช่วยสะท้อน
คล่ืนวิทยุ อุณหภูมิเพิ่มข้ึนตาม
ระดบั ความสงู
5 . เ อ ก โ ซ ส เ ฟ ี ย ร์
(exosphere) เหมาะสำหรับการ
โคจรของดาวเทียมรอบโลกใน
ระดับต่ำ อุณหภูมิเพิ่มขึ้นตาม
ระดบั ความสงู
ลมฟา้ อากาศ เปน็ สภาวะของ
อากาศ ณ พื้นที่หนึ่งในเวลา
หน่งึ
อุณหภูมิอากาศ หมายถึง
ความร้อน-เย็นของอากาศ
25
หนว่ ย ชอ่ื หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคิด เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนรู้/ตัวชี้วัด รวบยอด (ช่วั โมง) ระหวา่ ง ปลาย
เรียน ภาค
6. บรรยากาศ 2 ว 3.2 ความชื้นอากาศ คือ ปริมาณ
ม.1/3 ไอนำ้ ทม่ี ีอยู่ในอากาศ
ม.1/4
ม.1/5 ความดันอากาศ คือ แรงที่
ม.1/6
ม.1/7 อากาศกระทำต ่ อหน ึ ่ งหน ่ วย
พื้นที่
ลม คือ การเคลื่อนที่ของ
อากาศ
เมฆ คือ ละอองน้ำหรือ
น้ำแข็งในอากาศที่รวมกันเป็น
กลมุ่ กอ้ น
ฝน คือ ละอองน้ำขนาดใหญ่
ทตี่ กลงสู่พืน้ ดนิ
องค์ประกอบของลมฟ้า 16 19 8
อากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้
เกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ ได้แก่
มรสุม พายุฟ้าคะนอง พายุ
หมนุ เขตร้อน เป็นตน้
มรสุม เป็นการหมุนเวียน
ของลมตามฤดู กาล แบ่ง
ออกเป็นมรสุมฤดูร้อนและ
มรสุมฤดูหนาว มรสุมฤดูร้อน
เกิดจากพื้นทวีปร้อนกว่า พื้น
มหาสมุทร มรสุมฤดูหนาวเกิด
จากพื้นทวีปเย็นกว่ าพ้ื น
มหาสมุทร ลมจึงพัดจากพื้น
ทวปี ไปยังพ้ืนมหาสมทุ ร
พายุฟ้าคะนอง เกิดขึ้นใน
วันที่อากาศร้อนจัด ทำให้เกิด
การระเหยของน้ำปริมาณมาก
เกิดเป็นเมฆคิวมโู ลนิมบัส แล้ว
เกดิ การกล่ันตัวเป็นฝน เกิดลม
กรรโชก ฟ้าแลบ ฟ้าร้องและ
ฟา้ ผา่
พายุหมุนเขตร้อน เกิดขึ้น
เหนือมหาสมุทร โดยอากาศ
บริเวณท่เี กิดพายุจะมีความดัน
อากาศตำ่ อากาศลอยตัวสูงขึ้น
อากาศบริเวณรอบข้างเข้ามา
แทนที่ ประกอบกับการ
26
หน่วย ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคดิ เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรยี นรู้/ตัวช้วี ัด รวบยอด (ชั่วโมง) ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
หมุนรอบตัวเองของโลก ทำให้
เกิดเปน็ พายหุ มนุ
การพยากรณ์อากาศ เป็น
การคาดหมายสภาวะของลม
ฟ้าอากาศ และปรากฏการณ์ที่
จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาข้างหน้า
โดยตรวจวัดองค์ประกอบของ
ลมฟ้าอากาศ
แผนที่อากาศ เป็นแผนที่
แสดงสภาพลมฟ้าอากาศใน
ช่วงเวลาหนึ่ง ข้อมูลในแผนที่
อากาศจะนำไปใช้ในการ
พยากรณอ์ ากาศ
การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
โลกส่งผลกระทบต่อสง่ิ มชี ีวิต
และส่ิงแวดล้อม ซ่ึงปจั จุบัน
ภมู อิ ากาศโลกเกดิ การ
เปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น
การหลอมเหลวของน้ำแขง็ ขั้ว
โลก การเพ่ิมขึน้ ของ
ระดบั นำ้ ทะเล การ
เปลี่ยนแปลงวัฏจกั รน้ำ การ
เกิดโรคอบุ ัติใหม่และอุบัตซิ ้ำ
รวม 60 70 30
27
โครงสรา้ งหนว่ ยการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหสั วิชา ว 23101 รายวิชา วิทยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี๋ 3 เวลาเรยี น 60 ช่วั โมง ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
คะแนนเตม็ 100 คะแนน อตั ราส่วนคะแนนระหว่างภาคเรียนกบั ปลายภาค 70 : 30
หนว่ ย ช่ือหน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคดิ เวลา น้ำหนกั คะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ัด รวบยอด (ช่วั โมง) ระหวา่ ง ปลาย
เรียน ภาค
1. ระบบนเิ วศ ว 1.1 ระบบนเิ วศประกอบด้วย 12 14 6
ม.3/1 องค์ประกอบท่ีไมม่ ีชีวิตและ
ม.3/2 องคป์ ระกอบที่มชี วี ิตซ่งึ มี
ม.3/3 ปฏิสมั พนั ธ์กันอยา่ งเป็น
ม.3/4 ระบบ ตวั อย่างปฏิสัมพันธ์
ม.3/5 ระหวา่ งองคป์ ระกอบทม่ี ี
ม.3/6 ชีวติ กับองคป์ ระกอบทไ่ี ม่มี
ชวี ติ เช่น ต้นไมต้ ้องการน้ำ
แสง ธาตุอาหาร และแกส๊
คาร์บอนไดออกไซด์
ตัวอยา่ งปฏสิ ัมพนั ธ์ระหว่าง
องคป์ ระกอบทมี่ ชี วี ิตกบั
องค์ประกอบท่มี ชี ีวิต เช่น
กวางกนิ หญ้า เสือกินกวาง
แรง้ กินซากเสือทีต่ ายแลว้
และจุลนิ ทรยี ์จะยอ่ ยสลาย
ซากเสือใหก้ ลายเป็น
สารอนิ ทรยี ์กลับคนื สู่
ธรรมชาติหรอื ไม่มผี ลต่อ
การดำรงชวี ติ ของสงิ่ มชี ีวติ
น้นั
2. พนั ธุกรรม ว 1.3 ลักษณะทางพนั ธกุ รรม 24 28 12
ม.3/1 ของสิ่งมีชีวติ สามารถ
ม.3/2 ถ่ายทอดจากรุ่นหนึง่ ไปยงั
ม.3/3 อีกรนุ่ หนึง่ ได้ โดยมียนี เปน็
ม.3/4 หนว่ ยควบคุมลกั ษณะทาง
28
หนว่ ย ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคิด เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรียนร้/ู ตวั ชว้ี ัด รวบยอด (ชว่ั โมง) ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
ม.3/5 พนั ธุกรรม โดยยนี เป็นส่วน
ม.3/6 หนึ่งของสายดเี อ็นเอ และดี
ม.3/7 เอน็ เอจะขดกันเป็น
ม.3/8 โครโมโซมอยูภ่ ายใน
ม.3/9 นิวเคลยี สของเซลล์
ม.3/10 สิ่งมชี วี ิตชนดิ เดียวกันจะมี
ม.3/11 จำนวนโครโมโซมเทา่ กัน
และอาจมจี ำนวนโครโมโซม
3. วสั ดใุ น ว 2.1 เท่าหรอื ไม่เท่ากับส่งิ มชี วี ิต 11 13 6
ต่างชนดิ กนั ซึง่ โครโมโซม
ชีวิตประจำวนั ม.3/1 แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท
คอื โครโมโซมรา่ งกายและ
ม.3/2 โครโมโซมเพศ และสงิ่ มชี วี ติ
ทมี่ โี ครโมโซม 2 ชุด อยกู่ ัน
เปน็ คู่และมกี ารเรยี งลำดบั
ยีนบนโครโมโซมเหมอื นกัน
เรยี กว่า ฮอมอโลกัส
โครโมโซม
เมลเดลเป็นบิดาแห่ง
วชิ าพนั ธุศาสตร์ ศกึ ษาการ
ถา่ ยทอดลักษณะทาง
พนั ธุกรรมของต้นถว่ั ลันเตา
พบวา่ ผลการผสมพนั ธุถ์ วั่
ลนั เตาที่มลี ักษณะต่างกันใน
รนุ่ พ่อแม่ ไดล้ กู ทปี่ รากฏ
ลักษณะเดน่ ในทุกร่นุ และ
ลกั ษณะด้อยจะมโี อกาส
ปรากฏในแต่ละรนุ่ นอ้ ยกวา่
นำมาสหู่ ลกั การพื้นฐานการ
ถ่ายทอดลกั ษณะทาง
พนั ธกุ รรม
พอลเิ มอร์เปน็ สารประกอบ
โมเลกุลใหญท่ เ่ี กิดจาก
โมเลกลุ จำนวนมากรวมตัว
กันทางเคมี เชน่ พลาสตกิ
เป็นพอลเิ มอร์ท่สี ามารถข้ึน
รูปเปน็ รปู ทรงตา่ ง ๆ ได้
ยางเป็นพอลิเมอรท์ ีส่ ามารถ
ยดื หยุ่นได้ และเส้นใยเป็น
29
หน่วย ชอ่ื หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคิด เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนรู/้ ตวั ชวี้ ัด รวบยอด (ชั่วโมง) ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
4. ปฏกิ ริ ิยาเคมี ว 2.1 พอลิเมอรท์ ี่สามารถดงึ เปน็ 13 15 6
ม.3/3 เสน้ ยาวได้ จงึ ถกู นำมาใช้
ม.3/4 ประโยชน์ไดแ้ ตกต่างกนั
ม.3/5
ม.3/6 เซรามิกเป็นวสั ดุที่ผลติ
จากดิน หิน ทราย และแร่
ม.3/7 ธาตตุ ่างๆ จากธรรมชาติ
ม.3/8 และสว่ นมากจะผ่านการเผา
ท่ีอณุ หภมู ิสูงเพอ่ื ให้ไดเ้ น้อื
สารที่แขง็ แรง เซรามิก มี
ลักษณะแข็ง ทนต่อการสึก
กรอ่ น และเปราะ จงึ
สามารถนำไปใช้ประโยชน์
ได้ เช่น ภาชนะที่เปน็
เครอ่ื งปน้ั ดนิ เผา
วสั ดผุ สมเปน็ วัสดทุ ่ี
เกิดจากวสั ดตุ ้งั แต่ 2
ประเภท ที่มสี มบตั ิตา่ งกนั
เพื่อนำไปใช้ประโยชนไ์ ด้
มากขึน้ เชน่ เสอ้ื กนั ฝนบาง
ชนดิ เป็นวัสดผุ สมระหวา่ ง
ผ้ากับยาง คอนกรตี เสรมิ
เหล็กเปน็ วัสดผุ สมระหว่าง
คอนกรีตกบั เหล็ก
ปฏกิ ิรยิ าเคมหี รอื การ
เปลี่ยนแปลงทางเคมีของ
สารทำใหเ้ กดิ สารใหม่
โดยสารทเ่ี ขา้ ทำปฏิกิรยิ า
เรยี กวา่ สารตั้งต้น และสาร
ท่เี กิดขึ้นใหม่ เรียกว่า
ผลติ ภณั ฑท์ ี่มีสมบัติแตกตา่ ง
ไปจากสารต้ังต้น เนอ่ื งจาก
มกี ารจัดเรียงอะตอมใหม่
ของสารตงั้ ต้นขณะ
เกดิ ปฏกิ ิรยิ า ซงึ่ การ
เกดิ ปฏิกิรยิ าเคมดี งั กลา่ ว
สามารถเขียนได้เปน็ สมการ
ขอ้ ความทแ่ี สดงถึงจำนวน
อะตอมแต่ละชนิดก่อนและ
หลงั การทำปฏิกริ ิยาเคมจี ะ
30
หน่วย ช่ือหนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคดิ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนรู้/ตวั ช้วี ัด (ชว่ั โมง) ระหว่าง ปลาย
รวบยอด เรียน ภาค
รวม 60
มีจำนวนเท่ากนั และมวล 70 30
รวมของสารตง้ั ตน้ จะเท่ากบั
มวลรวมของผลติ ภณั ฑ์ซ่งึ
เป็นไปตามกฎทรงมวล
ในขณะทเี่ กิดปฏิกริ ยิ า
เคมีจะมกี ารถ่ายโอนความ
รอ้ นควบค่ไู ปกบั การจัดเรียง
ตัวใหม่ของอะตอมของสาร
แบง่ เป็น 2 ประเภท ได้แก่
ปฏิกิรยิ าที่มีการถ่ายโอน
ความร้อนจากสง่ิ แวดล้อม
เข้าสรู่ ะบบ เรยี กวา่
ปฏกิ ริ ยิ าดดู ความร้อน และ
ปฏกิ ิรยิ าท่มี ีการถา่ ยโอน
ความร้อนจากระบบออกสู่
ส่งิ แวดล้อม เรยี กวา่
ปฏกิ ริ ิยาคายความรอ้ น
31
โครงสรา้ งหนว่ ยการเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหัสวชิ า ว 23102 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท๋ี 3 เวลาเรยี น 60 ชวั่ โมง ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2565
คะแนนเต็ม 100 คะแนน อตั ราส่วนคะแนนระหวา่ งภาคเรยี นกบั ปลายภาค 70 : 30
หนว่ ย ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคดิ เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนรู/้ ตัวชว้ี ัด รวบยอด (ชวั่ โมง) ระหว่าง ปลาย
เรยี น ภาค
5. ไฟฟ้าและ ว 2.3 กระแสไฟฟ้าเกิดจาก 20 23 10
อิเล็กทรอนกิ ส์ ม.3/1 การเคล่ือนท่ีของประจุ
ม.3/2 ไฟฟ้า โดยกระแสไฟฟ้าจะ
ม.3/3 ไหลจากจุดท่ีมีความต่าง
ม.3/4 ศักย์สูงกว่าไปยังจุดท่ีมี
ม.3/5 ความต่างศักย์ต่ำกว่า ค่า
ม.3/6 กระแสไฟฟา้ สามารถวัดได้
ม.3/7 โดยการตอ่ แอมมเิ ตอรเ์ ขา้
ม.3/8 ไปในวงจร และค่าความ
ม.3/9 ตา่ งศกั ย์สามารถวัดไดโ้ ดย
การต่อโวลตม์ เิ ตอรเ์ ข้าไปใน
วงจร
ในวงจรไฟฟ้าใดๆ เมื่อมี
ความต่างศกั ยต์ กครอ่ ม
อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือมีความ
ตา่ งศักยร์ ะหวา่ งจุด 2 จุด
บนตวั นำโลหะ จะมี
กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน
อปุ กรณ์ไฟฟ้าหรือตัวนำ
โลหะน้นั ด้วย โดย
ความสัมพันธร์ ะหวา่ ง
กระแสไฟฟา้ และความ
ตา่ งศกั ย์เปน็ ไปตามกฎของ
โอห์มทก่ี ล่าวว่า
กระแสไฟฟา้
ในตวั นำโลหะจะแปรผัน
ตรงกบั ความตา่ งศักย์
ระหว่าง
ปลายท้ัง 2 ขา้ งของตัวนำ
น้ัน ตามสมการ V = IR
32
หน่วย ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคิด เวลา น้ำหนกั คะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรียนร้/ู ตวั ชีว้ ัด (ชวั่ โมง)
รวบยอด ระหวา่ ง ปลาย
เรียน ภาค
ตวั ต้านทานเปน็ อปุ กรณ์
ไฟฟ้าทมี่ หี น้าทห่ี ลกั
ในการควบคมุ ปรมิ าณ
กระแสไฟฟา้ และความตา่ ง
ศักย์
ในวงจรไฟฟา้ ใหเ้ หมาะสม
กับการใชง้ าน โดยการนำ
ตัวต้านทานมากกวา่ 1 ตัว
มาต่อรวมกนั ในวงจรไฟฟา้
เพ่ือใหไ้ ด้ความต้านทาน
รวมหรือความต้านทาน
สมมูลตามที่ต้องการ
สามารถต่อได้ 2 วิธี คอื
การตอ่ ตัวต้านทานแบบ
อนกุ รม เป็นการนำตัว
ตา้ นทานหลายๆ ตัวมาเรยี ง
ต่อกนั โดยขาข้างหนึง่ ตอ่ กับ
ขาอกี ขา้ งหนึ่งของตัว
ตา้ นทานอกี ตัวหน่งึ ไป
เรอื่ ยๆ ทำใหค้ วาม
ต้านทานสมมูลเท่ากบั
ผลรวมของความตา้ นทาน
ของตวั ตา้ นทานแต่ละตัว
และการตอ่ ตัวตา้ นทาน
แบบขนานเปน็ การนำตัว
ตา้ นทานหลายๆ ตวั มาเรยี ง
ตอ่ กนั โดยรวบปลายของตวั
ตา้ นทานแตล่ ะตัวไวท้ จ่ี ดุ
เดียวกันทงั้ สองข้าง
ทำให้ส่วนกลบั ของความ
ตา้ นทานสมมูลเท่ากบั
ผลรวมของสว่ นกลับของ
ความตา้ นทานของตัว
ตา้ นทานแต่ละตัว
ช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์
เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สำคัญ
อย่างหนึ่งในวงจรไฟฟ้า
โดยมีหน้าท่ีหลักแตกต่าง
กันไป
33
หน่วย ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคดิ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนรู/้ ตวั ชว้ี ัด
รวบยอด (ชว่ั โมง) ระหว่าง ปลาย
เรยี น ภาค
ตามความต้องการในการ
ใช้งาน เช่น ไดโอด จะ
ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหล
ผ่านได้ทางเดียวและกั้น
การไหล
ในทิศทางตรงกันข้าม
ทรานซิสเตอร์ ทำหน้าท่ี
เป็นสวิตช์ปิดหรือเปิด
วงจรไฟฟ้าและควบคุม
ปริมาณกระแสไฟฟ้า
ตัวเก็บประจุทำหน้าท่ีเก็บ
และคายประจุไฟฟ้า
พลังงานที่ได้รับจาก
แหล่งกำเนิดไฟฟ้าแลว้ ทำให้
ปร ะจ ุ ไฟฟ ้ าเค ล ื ่ อ น ท่ี
เรยี กว่า พลังงานไฟฟ้า และ
งานทปี่ ระจุไฟฟ้าทำไดใ้ น 1
หน่วยเวลาหรือพลังงาน
ไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้าใช้ใน
1 หน่วยเวลาหรืออัตราการ
ใช้พลังงานไฟฟ้า เรียกว่า
กำลงั ไฟฟ้า
การคำนวณค่าไฟฟ้าท่ใี ช้
ในบ้านเรือนจะคำนวณจาก
พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไปในแต่
ละเดือนในหน่วย กิโลวัตต์
ชั่วโมง (kW h) หรือ หน่วย
(unit) โดยค่าไฟฟ้าท ี่ผู้
ให้บริการหรือทางการไฟฟ้า
เรียกเก็บจะประกอบด้วยค่า
ไฟฟ้าฐาน ค่าไฟฟ้าผันแปร
และคา่ ภาษีมูลค่าเพิม่
ไฟฟ้าที่ใชต้ ามบา้ นเรือน
ส่วนใหญจ่ ะมีความต่างศกั ย์
220 โวลต์ การสง่ พลังงาน
ไฟฟ้าเข้าบ้านจะส่งผ่านสาย
มีศกั ย์
(สาย L) และสายกลาง (สาย
N) แลว้ ผ่านแผงควบคุม
34
หน่วย ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคดิ เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด (ช่วั โมง)
รวบยอด ระหวา่ ง ปลาย
เรยี น ภาค
ไฟฟา้ กอ่ นจะแยกไปตาม
เครอื่ งใชไ้ ฟฟ้าต่างๆ ภายใน
บ้าน ซึง่ มี
การต่อวงจรแบบขนาน
ไฟฟ้าเปน็ พลังงาน
รูปแบบหนงึ่ ซง่ึ สามารถสง่ ไป
ตามสายไฟได้อย่างรวดเรว็
และพลังงานไฟฟา้ ยัง
สามารถเปลี่ยนรปู ไปเปน็
พลังงานอ่ืนได้มากมาย แต่
พลงั งานไฟฟา้ ก็มีโทษ
เชน่ กนั หากผู้ใช้ไฟฟา้
ปราศจากความรใู้ นการใช้
งานทถี่ ูกตอ้ งและเหมาะสม
และการผลิตพลังงานไฟฟ้า
ต้องอาศยั พลังงานจากแหลง่
ต่างๆ จงึ จำเปน็ ต้องช่วยกัน
ประหยัดการใช้พลงั งาน
ไฟฟ้าและเลอื ก
เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าใหเ้ หมาะสม
กบั การใชง้ านเพ่อื ไมใ่ ห้
กระทบกบั
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
ส่ิงแวดล้อม
6. คลื่น ว 2.3 คลนื่ กลเป็นคลน่ื ท่ีตอ้ ง 6 73
ม.3/10 อาศัยตัวกลางในการ
ม.3/11 เคลอื่ นที่ เช่น คลื่นผวิ นำ้
ม.3/12 คล่ืนแผ่นดนิ ไหว ในคลนื่ กล
พลงั งาน
จะถกู ถ่ายโอนผ่านตัวกลาง
โดยอนภุ าคของตัวกลาง
ไม่เคลอ่ื นที่ไปกับคลน่ื คล่ืน
ท่ีแผอ่ อกมาจาก
แหล่งกำเนดิ คลื่นอย่าง
ต่อเนื่องและมรี ูปแบบท่ีซำ้
กนั
คล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ เปน็
คล่ืนท่ไี มอ่ าศยั ตัวกลาง
35
หนว่ ย ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคดิ เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ท่ี เรียนรู้ เรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด รวบยอด (ช่ัวโมง) ระหว่าง ปลาย
เรยี น ภาค
ในการเคล่ือนที่ จัดเป็น
คล่ืนตามขวาง คล่ืน
แม่เหล็กไฟฟ้า
ทกุ ความถส่ี ามารถนำมาใช้
ประโยชน์ในชวี ิตประจำวัน
อย่างกว้างขวาง แต่ใน
ทำนองเดยี วกัน คลน่ื
แม่เหล็กไฟฟา้
กส็ ามารถก่อให้เกดิ โทษได้
จงึ ควรศกึ ษาการนำไปใช้
ให้เกิดประโยชน์และรูจ้ กั
การปอ้ งกนั อันตรายทีอ่ าจ
เกดิ ขน้ึ
7. แสง ว 2.3 การสะท้อนของแสงบน 18 20 9
ม.3/13 กระจกเงาราบทำให้เกดิ
ม.3/14 ภาพเสมอื น
ม.3/15 หัวตัง้ ท่มี ีขนาดเทา่ กับวัตถุ
ม.3/16 แต่ภาพจะกลับดา้ นจากซ้าย
ม.3/17 เป็นขวา และขวาเปน็ ซ้าย
ม.3/18 ส่วนการสะท้อนของแสงบน
ม.3/19 กระจกเงานนู ทำให้เกิด
ม.3/20 ภาพเสมือนหัวต้ังทมี่ ีขนาด
ม.3/21 เลก็ กวา่ วัตถุ ส่วนการสะท้อน
ของแสงบนกระจกเงาเว้า
สามารถเกิดภาพไดห้ ลายแบบ
ขนึ้ อย่กู ับ
ระยะระหว่างวัตถุกับกระจก
การหักเหของแสงเกิดจาก
การที่ความเร็วของแสง
เปลี่ยนไป เมื่อแสงเดิ น
ทางผ่านตัวกลางต่างชนิดกัน
แสงจะเบนมากหร ื อน ้ อย
ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นและ
ดรรชนีหักเหของตัวกลาง
การห ั กเหของแสงผ ่ าน
เลนส์เว้าทำให้เกิดภาพได้
หลายแบบขึ้นอยู่กับระยะ
ระหว่างวัตถุกบั เลนส์ และการ
หักเหของแสงผ่านเลนส์นูนทำ
36
หน่วย ชอื่ หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคดิ เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรยี นรู้/ตัวช้ีวัด ระหวา่ ง ปลาย
รวบยอด (ช่วั โมง) เรยี น ภาค
8. ปฏิสมั พันธใ์ นระบบ ว 3.1 ให้เกิดภาพเสมือนหัวต้ังขนาด 16 20 8
เลก็ กวา่ วตั ถุ
สุริยะและเทคโนโลยี ม.3/1
ม.3/2 การสะท้อนและการหัก
อวกาศ ม.3/3
เหของแสงนำไปใช้อธิบาย
ม.3/4 ปรากฏการณท์ ี่เก่ยี วกับแสง
เช่น รุ้ง มิราจ และอธิบาย
การทำงานของทัศน
อุปกรณ์ เช่น แว่นสายตา
แว่นขยาย กระจกโค้ง
จราจร กล้องโทรทรรศน์
กล้องจุลทรรศน์
ความบกพร่องทาง
สายตา เช่น สายตาส้ัน
สายตายาว เป็นเพราะ
ตำแหน่งที่เกิดภาพไม่ได้อยู่
ทจี่ อตาพอดี จงึ ต้องใช้เลนส์
ใ น ก า ร แ ก ้ ไ ข เ พ ื ่ อ ช ่ ว ย ใ ห้
มองเห็นเหมือนคนสายตา
ปกติ โดยคนสายตาสั้นใช้
เลนส์เว้า ส่วนคนสายตา
ยาวใชเ้ ลนสน์ นู
ความสวา่ งของแสงมี
ผลตอ่ ดวงตามนุษย์ การใช้
สายตาในสภาพแวดล้อมที่
มคี วามสว่างไม่เหมาะสมจะ
เป็นอนั ตรายต่อดวงตา เชน่
การดูวัตถุในทม่ี ีความสว่าง
มากหรือน้อยเกินไป
ระบบสรุ ิยะมดี วง
อาทติ ยเ์ ป็นศนู ยก์ ลางโดยมี
ดาวเคราะหแ์ ละบรวิ าร
ดาวเคราะหแ์ คระ ดาว
เคราะหน์ อ้ ย ดาวหาง และ
อื่นๆ โคจรอยูโ่ ดยรอบ ซึ่ง
วตั ถุเหลา่ น้จี ะโคจรรอบดวง
อาทติ ย์ด้วยแรงโนม้ ถ่วง ซ่ึง
แรงโน้มถว่ งเปน็
แรงดงึ ดูดระหว่างวัตถุสอง
วตั ถุ โดยเปน็ สัดสว่ นกับผล
37
หน่วย ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคดิ เวลา น้ำหนกั คะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรียนร้/ู ตวั ชีว้ ัด (ชั่วโมง)
รวบยอด ระหว่าง ปลาย
เรยี น ภาค
คูณของมวลทั้งสอง และ
เป็นสัดส่วนผกผนั กบั กำลัง
สองของระยะทางระหวา่ ง
วัตถทุ ง้ั สอง การท่โี ลกโคจร
รอบ
ดวงอาทิตยใ์ นลกั ษณะท่ี
แกนโลกเอยี งกับ
แนวตั้งฉากของระนาบทาง
โคจรทำใหส้ ว่ นต่างๆ บน
โลกได้รับปรมิ าณแสงจาก
ดวงอาทติ ย์แตกต่างกันใน
รอบปี เกิดเปน็ ฤดูกาลและ
ยงั ทำใหก้ ลางวนั และ
กลางคนื ยาวนานไม่เท่ากัน
สว่ นการหมนุ รอบตวั เอง
ของโลกทำให้เราสงั เกตเห็น
การเคลอ่ื นที่ปรากฏของ
ดวงอาทิตยจ์ ากทศิ
ตะวนั ออกไปยงั ทิศ
ตะวนั ตก ซ่งึ ปรากฏการณ์น้ี
เรยี กว่า การข้นึ และตกของ
ดวงอาทติ ย์ ส่วนดวงจนั ทร์
โคจรรอบโลกในทิศทาง
เดียวกันกบั ที่โลกหมนุ รอบ
ตัวเอง จงึ ทำใหเ้ ห็นดวง
จันทร์ขึน้ ช้าไปประมาณวัน
ละ 50 นาที และเน่ืองจาก
ดวงจันทร์ใช้เวลาหมนุ รอบ
ตวั เองเท่ากบั เวลาที่ใชใ้ น
การโคจรรอบโลก ทำให้
ดวงจนั ทร์หนั ด้านเดียวเข้า
หาโลก เมือ่ ดวงจนั ทรโ์ คจร
รอบโลกจะหันสว่ นสวา่ ง
มายังโลก ทำให้เรา
สงั เกตเห็นสว่ นสว่างของ
ดวงจันทรแ์ ตกตา่ งกันในแต่
ละวัน เกิดเป็นข้างข้ึน
ข้างแรมหรอื วิถีจนั ทร์ ผล
ของความแตกต่างของแรง
38
หนว่ ย ชื่อหนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคิด เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี เรยี นรู้ เรียนร/ู้ ตวั ช้วี ัด (ชั่วโมง) ระหวา่ ง ปลาย
รวบยอด เรียน ภาค
รวม 60
โนม้ ถว่ งที่ดวงอาทิตยแ์ ละ 70 30
ดวงจันทร์กระทำตอ่ โลกทำ
ให้เกดิ ปรากฏการณ์นำ้ ข้นึ
น้ำลง วันท่นี ำ้ มีระดบั การ
ข้ึนสูงสุดและลงตำ่ สดุ
เรียกวา่ วันนำ้ เกิด สว่ น
วันท่ีระดบั นำ้ มกี ารข้ึนและ
ลงน้อยเรยี กวา่ วันน้ำตาย
โดยวนั น้ำเกดิ และวันน้ำ
ตายมคี วามสัมพันธก์ ับ
ขา้ งขึ้นข้างแรม
เทคโนโลยีอวกาศเปน็ การ
นำความร้แู ละวิธีการตา่ ง ๆ ทาง
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยมี า
ใช้ใหเ้ หมาะสมในการศึกษาทาง
ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ
ตลอดจนนำมาประยุกต์ใชใ้ ห้
สอดคล้องกับ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละการ
ดำรงชวี ิตของมนษุ ย์ ซงึ่ อุปกรณ์
ท่ใี ช้ในการศกึ ษาเทคโนโลยี
อวกาศมีหลายอยา่ ง เชน่
กลอ้ งโทรทศั น์ กระสวยอวกาศ
ดาวเทียม ยานอวกาศ
39
โครงสรา้ งหน่วยการเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
รหัสวิชา ส 21101 รายวชิ า สงั คมศึกษา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 เวลาเรียน 40 ช่วั โมง ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
คะแนนเตม็ 50 คะแนน อตั ราสว่ นคะแนนระหว่างภาคเรยี นกบั ปลายภาค 35 : 15
หน่วย ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ท่ี เรียนรู/้ ตวั ช้ีวัด (ชม.)
ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
1. บทบาทและหนา้ ที่ ส 2.1 1. เคารพสิทธิของตนเองและผู้อ่ืน 552
ของเยาวชนทีม่ ตี อ่
สังคมและ ม.1/2 2. ทำประโยชน์ตอ่ สงั คมและประเทศชาติ ซง่ึ
ม.1/4
จะสง่ ผลต่อการอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสงบสขุ
ประเทศชาติ
2 รฐั ธรรมนูญกบั ส 2.2 1. หลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง 552
การเมืองการปกครอง ม.1/1 สาระสำคญั และการใชอ้ ำนาจอธปิ ไตย
ของไทย ม.1/2 2. ปฏิบตั ิตนตามบทบญั ญัตขิ องรฐั ธรรมนญู
ม.1/3
3 กฎหมายคมุ้ ครอง ส 2.1 1. เคารพสิทธขิ องตนเองและผู้อนื่ 552
สิทธิของบุคคล ม.1/1
2. ปฏิบตั ิตอ่ กันอยา่ งเหมาะสม ส่งผลดตี ่อ
การพัฒนาคณุ ภาพชีวิต
4 วฒั นธรรมไทยและ ส 2.1 1. วิเคราะห์วฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรม 5 4 2
วัฒนธรรมของ ม.1/3
ประเทศในภูมิภาค ของ
เอเชียตะวันออก ส 3.1
ม.1/1 ประเทศในภมู ภิ าคเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้
เฉยี งใต้
5 เศรษฐศาสตร์ เพอ่ื ให้เขา้ ใจแนวทางการสร้าความสมั พนั ธ์
เบื้องต้น ท่ีดีตอ่ กนั
1. มคี วามร้คู วามเข้าใจในทรพั ยากรทาง 331
เศรษฐศาสตร์ เพือ่ ให้สามารถตัดสินใจ
เลือกใช้ทรพั ยากรทม่ี ีอยูอ่ ยา่ งคมุ้ คา่
6 พฤตกิ รรมการบรโิ ภค ส 3.1 1. ค่านยิ มและพฤติกรรมการบริโภคของคน 4 3 2
ม.1/2
ในสังคม มคี วามสมั พันธ์กบั อปุ สงค์และ
ส 3.2
ม.1/3 อุปทาน
ม.1/4
2. ค่านยิ มและพฤติกรรมการบรโิ ภคของคน
ในสงั คม มผี ลตอ่ เศรษฐกจิ ของชมุ ชนและ
ประเทศ
40
หน่วย ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี เรยี นร/ู้ ตวั ชี้วัด (ชม.)
ระหว่าง ปลาย
ส 3.1 เรียน ภาค
ม.1/2
3. กฎหมายทรพั ย์สินทางปัญญาเป็น
ส 3.2
ม.1/2 เคร่ืองมือ คมุ้ ครองทรพั ย์สนิ ทางปัญญา
ประเภทตา่ ง ๆ
7 สถาบันการเงิน 1. บทบาทหนา้ ทีข่ องสถาบนั การเงนิ และ 4 3 1
8 เศรษฐกจิ ความสำคัญต่อเศรษฐกจิ ของประเทศ
ประเทศไทย
1. การพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศไทย มีท้ัง 4 3 1
9 เศรษฐกจิ พอเพียง
การพ่งึ พาอาศยั กนั และการแข่งขันกัน
ส 3.1 1. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีหลกั การที่ 542
ม.1/3 สำคัญที่ทำให้ผ้ปู ฏบิ ัติสามารถดำรงชีวติ อยา่ ง
มดี ลุ ยภาพ ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและ
สงั คมของประเทศอย่างย่งั ยนื
รวม 40 35 15
41
โครงสรา้ งหนว่ ยการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
รหสั วิชา ส16234 วิชาหนา้ ทีพ่ ลเมอื งต้านทจุ รติ 6
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง ปีการศึกษา 2565
คะแนนเตม็ 100 คะแนน อัตราส่วนคะแนนระหว่างภาคเรยี นกบั ปลายภาค 35 : 15
หนว่ ยที่ ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนกั คะแนน
สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
1 การคดิ แยกแยะ ระหว่าง ปลาย
ระหวา่ งผลประโยชน์ (ช่ัวโมง) เรียน ภาค
ส่วนตนและ 12 5
ผลประโยชน์ การคดิ แยกแยะระหวา่ ง 14
สว่ นรวม ผลประโยชน์สว่ นตน
และผลประโยชน์สว่ นรวม
- การคิดแยกแยะ
- ระบบคิดฐาน ๒
- ระบบคดิ ฐาน ๑๐
- ความแตกต่างระหวา่ ง
จรยิ ธรรมและการทุจริต
- ประโยชนส์ ว่ นตนและ
ประโยชน์สว่ นรวม
- การขดั กันระหวา่ งประโยชน์
สว่ นตนและผลประโยชน์
สว่ นรวม
- ผลประโยชน์ทบั ซ้อน
- รปู แบบของผลประโยชน์
ทับซอ้ น
2 ความละอายและความ ความละอายและความไมท่ นต่อ 10 10 4
ไมท่ นต่อการทุจริต การทุจริต
- การทำการบ้าน
- การทำเวร
- การสอบ
- การแตง่ กาย
- กจิ กรรมนกั เรยี น
(ในหอ้ งเรียน โรงเรยี น
ชุมชน สังคม)
- การเขา้ แถว
42
เวลา น้ำหนักคะแนน
หนว่ ยท่ี ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
(ช่วั โมง)
53
3 STRONG / จิตพอเพียง STRONG / จิตพอเพียงต่อต้าน 6
83
ต่อต้านการทจุ ริต การทุจริต
- การสร้างจติ สำนกึ ความ 35 15
พอเพยี งตอ่ ต้านการทจุ ริต
- ความโปร่งใส
- ความตน่ื รู้ / ความรู้
- ตา้ นทุจริต
- มุง่ ไปขา้ งหน้า
- ความเออ้ื อาทร
4 พลเมืองกับความ พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบตอ่ 10
รับผิดชอบต่อสงั คม สงั คม
- เร่อื งการเคารพสิทธหิ นา้ ที่ต่อ
ตนเองและผอู้ น่ื ท่ีมตี ่อ
ประเทศชาติ
- ระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย
- ความรับผดิ ชอบ
(ตอ่ ประเทศชาติ)
- ความเป็นพลเมอื ง
รวมทั้งภาคเรียน 40
43
โครงสรา้ งหนว่ ยการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
รหสั วชิ า ส 21102 รายวชิ า สังคมศึกษา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 เวลาเรียน 40 ชวั่ โมง ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2565
คะแนนเตม็ 100 คะแนน อัตราสว่ นคะแนนระหว่างภาคเรียนกบั ปลายภาค 70 : 30
หนว่ ย ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ท่ี เรียนร/ู้ (ช่วั โมง)
ตัวช้วี ัด ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
1 เครื่องมอื ทาง ส 5.1 1. ระบบพิกัดภูมิศาสตร์ในการอา้ งอิง 4 73
ภูมศิ าสตร์และเวลา ม.1/2 ตำแหนง่ และการคำนวณวัน เวลา
โลก
2 ทวปี เอเชีย ส 5.1 1. เครือ่ งมอื ทางภูมศิ าสตรส์ ามารถนำไปใช้ใน 14 25 10
ม.1/1 การสืบคน้ ข้อมลู เพอ่ื วเิ คราะหล์ กั ษณะภมู ิ
ประเทศ ลักษณะภูมอิ ากาศ และ
ส 5.2
ม.1/1 ทรพั ยากรธรรมชาตขิ องทวีปเอเชยี ทวปี ออ
ม.1/2 สตรเลยี และโอเชยี เนยี
2. ทำเลท่ตี งั้ ของกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และ
สังคมในทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลยี
และโอเชียเนีย มีความสมั พันธ์กับลักษณะ
ภูมิประเทศ ภูมอิ ากาศ และ
ทรพั ยากรธรรมชาติ
3. ปจั จัยทางกายภาพและปจั จยั ทางสงั คมมี
ผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงทางประชากร
เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมในทวีปเอเชยี
ทวปี ออสเตรเลียและโอเชียเนีย
3 ทวีปออสเตรเลียและ ส 5.1 1. เครือ่ งมอื ทางภูมศิ าสตรส์ ามารถนำไปใชใ้ น 10 18 7
โอเชียเนยี ม.1/1 การสบื คน้ ข้อมลู เพ่อื วเิ คราะห์ลกั ษณะภมู ิ
ส 5.2 ประเทศลกั ษณะภมู อิ ากาศ และ
ม.1/1 ทรพั ยากรธรรมชาติของทวีปเอเชีย ทวปี ออ
ม.1/2 สตรเลีย และโอเชยี เนีย
2. ทำเลทต่ี ั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกจิ และ
44
หนว่ ย ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี เรยี นร/ู้ สงั คมในทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลยี (ช่ัวโมง)
ตัวชี้วัด ระหว่าง ปลาย
เรียน ภาค
และโอเชยี เนีย มคี วามสมั พันธ์กบั ลกั ษณะ
ภูมปิ ระเทศ ภูมิอากาศ และ
ทรพั ยากรธรรมชาติ
3. ปจั จัยทางกายภาพและปจั จัยทางสังคมมี
ผลต่อการเปล่ียนแปลงทางประชากร
เศรษฐกจิ สังคมและวฒั นธรรมในทวีปเอเชยี
ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนยี
4 ภยั พิบัติทางธรรมชาติ ส 5.1 1. ลักษณะทางกายภาพของทวีปเอเชียm 6 10 5
ทวีปออสเตรเลียและโอเชยี เนีย สง่ ผลตอ่ การ
ในทวปี เอเชีย ทวปี ม.1/3 เกดิ ภัยพิบัตทิ ่แี ตกตา่ งกนั
ออสเตรเลยี และ ส 5.2
โอเชยี เนีย 2. การจดั การภยั พบิ ตั ิและการจัดการ
ม.1/4 ทรพั ยากรและสง่ิ แวดลอ้ มในทวีปเอเชีย ทวีป
ออสเตรเลยี และโอเชียเนียจะช่วยใหม้ นษุ ย์
อาศัยอยู่รว่ มกับธรรมชาตไิ ด้อย่างยงั่ ยนื
5 ปัญหา ส 5.2 1. สงิ่ แวดล้อมทางกายภาพมีอิทธิพลตอ่ 6 10 5
กิจกรรมของมนุษย์ ขณะเดยี วกนั กจิ กรรม
ทรัพยากรธรรมชาติ ม.1/3
และสงิ่ แวดล้อมใน ม.1/4 ของมนษุ ย์ก็สง่ ผลต่อส่ิงแวดล้อมทางกายภาพ
ทวีปเอเชยี ทวีป และกอ่ ใหเ้ กดิ ปัญหาการทำลายส่ิงแวดลอ้ ม
ออสเตรเลยี และ ในทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลยี และ
โอเชยี เนีย โอเชียเนยี
2. การจัดการภัยพิบตั ิและการจดั การ
ทรัพยากรและสงิ่ แวดลอ้ มในทวีปเอเชีย ทวีป
ออสเตรเลียและโอเชยี เนียจะชว่ ยใหม้ นษุ ย์
อาศยั อยรู่ ่วมกับธรรมชาตไิ ด้อยา่ งย่งั ยนื
รวม 40 70 30
45