กจิ กรรมสง่ เสรมิ การอ่าน หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอบา้ นสรา้ ง
คำนำ
หนังสือสง่ เสรมิ ความรู้เรอื่ ง “บทเพลงพระราชนิพนธ์ ในรชั กาลท่ี ๙” จดั ทาขน้ึ
เพอื่ ราลึกในพระมหากรุณาธิคณุ ของสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช เน่ืองใน
โอกาสครบรอบ 4 ปี ในการเสด็จสวรรคต วันท่ี 13 ตลุ าคม 2563
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช ทรงมีเปน็ ผู้มีอัจฉริยภาพใน
หลายด้าน ท้ังในด้านการบรหิ าร การเกษตร การจัดสรรทรพั ยากรน้า ดนิ การกฬี า
โดยเฉพาะอย่างย่งิ การดนตรี หนงั สอื ส่งเสรมิ ความร้เู ล่มน้ีจงึ ได้นาความสามารถทางดา้ น
ดนตรขี องพระองค์ มานาเสนอให้แกผ่ ้อู ่านเพื่อใหผ้ ู้อา่ นไดร้ ถู้ ึงอจั ฉรยิ ภาพของพระองค์
หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอบ้านสร้าง
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 9 ทรงมี
พระราชปรีชาญาณในเรอื่ งของดนตรี และทรงพระราช
นพิ นธท์ านองเพลงตั้งแตย่ ังทรงเป็นสมเดจ็ พระอนุชาธิราช
รวมบทเพลงพระราชนิพนธ์ทงั้ สิ้น 48 เพลง ประกอบดว้ ย
เพลงทท่ี รงพระราชนิพนธท์ านอง และคารอ้ งภาษาองั กฤษ
ด้วยพระองค์เองมี 5 เพลง คอื "Echo", "Still on My
Mind", "Old-Fashioned Melody", "No Moon" และ
"Dream Island" เพลงท่ีทรงพระราชนิพนธ์ทานองขนึ้
ภายหลงั โดยใสใ่ นคาร้องที่มีผ้ปู ระพันธ์ไว้แลว้
ได้แก่ ความฝนั อันสูงสดุ เราสู้ และ รัก
ผทู้ ี่โปรดเกลา้ ฯ ให้แตง่ คาร้องประกอบเพลงพระ
ราชนิพนธม์ หี ลายทา่ น ไดแ้ ก่ พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระองค์
เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศริ ิ, ศาสตราจารย์ ทา่ นผู้หญิงนพคณุ
ทองใหญ่ ณ อยธุ ยา, ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ
นคร, ท่านผูห้ ญงิ สมโรจน์ สวัสดกิ ลุ ณ อยธุ ยา, นายจานง
ราชกจิ (จรลั บณุ ยรัตพนั ธุ)์ , หม่อมราชวงศเ์ สนีย์ ปราโมช, หมอ่ มหลวงประพนั ธ์ สนทิ วงศ์ และทา่ น
ผูห้ ญิงมณรี ัตน์ บุนนาค เปน็ ต้น
ในยุคแรก หลังจากที่เพลงพระราชนิพนธ์มีทานองและคารอ้ งสมบรู ณ์แลว้ จะทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯใหค้ รูเออ้ื สุนทรสนาน นาไปบรรเลงในวงดนตรีกรมโฆษณาการหรือวงกรม
ประชาสัมพนั ธ์ เพอื่ ใหแ้ พร่หลายทว่ั ไป และโดยพระองค์ทา่ นเองทรงดนตรรี ว่ มกบั วงดนตรี วง อ.ส.
วันศุกร์ ออกอากาศ ปรากฏวา่ หลายเพลงกลายเป็นเพลงยอดนิยมทั้งในหมชู่ าวไทยและชาว
ต่างประเทศ
ในระยะหลงั พระองค์มพี ระราชกรณยี กจิ มากมาย ทาให้พระองค์ทรงไมม่ ีเวลาท่ีจะพระราช
นิพนธเ์ พลง เพลงสดุ ทา้ ยที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ออกมาคอื เพลง "เมนไู ข่" เปน็ เพลงแนว
สนกุ สนาน เนือ้ รอ้ งทรงพระนพิ นธโ์ ดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า
ฯ สยามบรมราชกมุ ารี พระราชทานเป็นของขวัญวนั พระราชสมภพครบ 72 พรรษาแด่ สมเด็จพระ
เจา้ พ่นี างเธอ เจา้ ฟา้ กลั ยาณวิ ัฒนา กรมหลวงนราธวิ าสราชนครนิ ทร์ ในปี พ.ศ. 2538
แสงเทียน
จดุ เทียนบวงสรวงปวงเทพเจ้า
สวดมนต์คา่ เช้าถึงคราวระทมทน
โอช้ ีวติ หนอล้วนรอความตายทุกคน หลกี ไปไม่พ้น
ทกุ ขท์ นอาทรรอ้ นใจ ตา่ งคนเกิดแลว้ ตายไป
ชดใช้เวรกรรมจากจร
นิจจงั สงั ขารนนั้ ไม่เท่ียงเส่ียงบญุ กรรม
ทกุ คนเคยทากรรมไวก้ ่อน
เชิญปวงเทวดาข้าไหว้วอน
ขอพรคุ้มไปชวี ิตหน้า
ทนทรมานมามากแล้วจะกราบลา
หนปี วงโรคาที่เบียดเบียน
แสงแววชวี าเปรยี บแสงเทียน
เปรียบเทยี นส้ินแสงยามแรงลมเปา่
ชพี ดับอับเฉาเหมือนเงาไร้ดวงเทียน
จดุ เทียนถวายหมายบนบชู าร้องเรียน
โรคภัยเบยี ดเบยี นแสงเทียนทานลมพัดโบย
โรครมุ เร่าร้อนแรงโรย
หวนโหยอาวรณอ์ ่อนใจ
ทาบุญทาทานกนั ไว้เถิดเกิดเป็นคน
ไวเ้ ตรียมผจญชวี ติ ใหม่
เคยทาบญุ ทาคุณปางก่อนใด
ขอบุญคมุ้ ไปชวี ติ หน้า
ทนทรมานมามากแล้วจะกราบลา
เพลงพระราชนพิ นธ์ แสงเทียน : CANDLELIGHT BLUES แสงเทียนบูชาจะดับพลนั
แสงเทยี นบชู าดบั ลับไป
เป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรก ทรงพระราชนพิ นธ์ในเดือน
เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๙ ครง้ั ดารงพระราชอสิ ริยยศเป็นสมเดจ็ พระอนชุ าธริ าช ได้ทรงพระ-กรุณา
โปรดเกล้าฯ ใหพ้ ระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจา้ จักรพนั ธเ์ พ็ญศริ ิ (ขณะดารงพระยศเปน็ หมอ่ มเจา้
จกั รพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ)์ นพิ นธ์คารอ้ งภาษาไทย แต่เนอ่ื งจากมพี ระราชประสงค์ท่ีจะทรง
แกไ้ ขทานอง และคอร์ดบางตอน จงึ ยงั ไม่โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้นาออกมาบรรเลงในเวลา
นน้ั ต่อมา ไดพ้ ระราชทานใหน้ าออกบรรเลงครัง้ แรกพ.ศ. ๒๔๙๐ และใน พ.ศ. ๒๔๙๖ นางสาว
สดใสวานชิ วัฒนา (รองศาสตราจารย์ สดใสพนั ธมุ โกมล) ประพนั ธค์ าร้องภาษาอังกฤษถวาย
ยามเยน็
แดดรอนรอน
เมือ่ ทนิ กรจะลบั เหล่ียมเมฆา
ทอแสงเรอื งอร่ามชา่ งงามตา
ในนภาสลับจบั อัมพร
แดดรอนรอน
เม่อื ทนิ กรจะลาโลกไปไกล
ยามน้ีจาต้องพรากจากดวงใจ
ไกลแสนไกลสดุ ห่วงยอดดวงตา
แตก่ อ่ นเคยคลอเคลยี กนั
ทุกวันคนื ร่นื อรุ า
ตอ้ งอย่เู ดียวเปลยี่ นวิญญาณ์
เหมือนดงั นภาไร้ทนิ กร
แดดรอนรอน
หากทนิ กรจะลาโลกไปไกล
ความรักเราคงอยคู่ ู่กนั ไป
ในหวั ใจคงอย่คู ูเ่ ชยชม
แดดรอนรอน
หม่มู วลภมรบนิ ลอยลอ่ งตามลม
คลอเคลา้ พฤกษาชาติช่ืนเชยชม
ชมสมตามอารมณล์ อ่ งเลยไป
ล่ิวลมโชย
กลิน่ พรรณไมโ้ ปรยโรยรว่ งหว่ งอาลัย
ยามสายัณหพ์ ลันพรากจากดวงใจ
คอยแสงทองวนั ใหมก่ ลบั คนื มา
แต่กอ่ นเคยคลอเคลยี กนั
ทกุ วันคืนชืน่ อุรา
ต้องอยู่เดียวเปล่ียววิญญาณ์
เหมอื นดงั นภาไร้ทนิ กร
โอ้ยามเยน็
จวบยามนเี้ ปน็ เวลาสดุ อาวรณ์
ยามไรค้ วามสว่างห่างทินกร
ยามรกั จาจะจรจากกนั ไป
ยามเย็น ทรงพระราชนพิ นธ์ ใน พ.ศ. 2489 ขณะยงั ทรงเปน็ สมเดจ็ พระอนุชาธิราช เปน็ งานทดลองของ
พระองคใ์ นจงั หวะฟ็อกซ์ทร็อต ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าจกั รพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คา
รอ้ งภาษาไทย และทา่ นผหู้ ญิงนพคณุ ทองใหญ่ ณ อยธุ ยา แตง่ คาร้องภาษาอังกฤษ แล้วพระราชทานเพลงพระราช
นพิ นธท์ ่มี ีคาตอ้ งสมบูรณ์ให้นายเอื้อ สนุ ทรสนาน นาออกบรรเลงในงานของสมาคมปราบวัณโรค ณ เวทีลีลาศสวน
อมั พร เมือ่ วนั เสารท์ ่ี 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 นับเปน็ เพลงพระราชนิพนธเ์ พลงแรกทีน่ าออกบรรเลงสู่ประชาชน เปน็
เพลงที่รา่ เรงิ แจม่ ใสเหมาะสาหรบั การเตน้ ราในสมัยนัน
สายฝน
เมอื่ ลมฝนบนฟา้ มาลิว่
ตน้ ไมพ้ ลิ้วลกู่ ิง่ ใบ
เหมอื นจะเอนรากคลอนถอนไป
แต่เหล่าไมย้ ิง่ กลับงาม
พระพรหมทา่ นบันดาลให้ฝนหลัง่
เพอ่ื ประทังชีวติ มิทราม
น้าทพิ ย์สาดเปน็ สายพรายพล้ิวทวิ งาม
ทั่วเขตคามชมุ่ ธารา
สาดเป็นสายพรายพลิ้วทวิ ทงุ่
แดดทอรงุ้ อรา่ มตา
รงุ้ เลอื่ มลายพรา่ งพรายนภา
ยามเมื่อฝนมาแต่ไกล
พระพรหมชว่ ยอานวยให้ชืน่ ฉา่
เพอ่ื จะนาดบั ความร้อนใจ
น้าฝนหลง่ั ลงมาจากฟ้าแดนไกล
พชื พรรณไม้ชื่นยนื ยง
เพลงพระราชนพิ นธ์ สายฝน หรือ Falling Rain เปน็ เพลงพระราชนพิ นธล์ าดบั ที่ 3 ทรงพระราชนิพนธใ์ น พ.ศ.
2489 ขณะทรงเปน็ สมเดจ็ พระเจ้านอ้ งยาเธอ เจ้าฟา้ ภมู ิพลอดลุ ยเดช เปน็ งานทดลองของพระองค์ในจังหวะวอลทซ์ ทรง
พระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจา้ จกั รพนั ธเ์ พญ็ ศริ ิ นิพนธค์ าร้องภาษาไทย ส่วนภาษาอังกฤษ
พระเจา้ วรวงศ์เธอ พระองค์เจา้ จกั รพันธ์เพญ็ ศิริ ทรงแตง่ ร่วมกับท่านผู้หญงิ นพคณุ ทองใหญ่ ณ อยุธยา เพลงพระราช
นิพนธ์สายฝนน้ีบรรเลงครั้งแรกที่เวทีลีลาศสวนอมั พร เมอื่ วันอาทติ ยท์ ี่ 2 มถิ ุนายน พ.ศ. 2489 ในงานรน่ื เรงิ ของ สมาคม
ส่งเสริมการเลีย้ งไก่แหง่ ประเทศไทย บรรเลงโดยวงสุนทราภรณ์ ขับร้องโดย เพญ็ ศรี พุ่มชศู รี ในเวลาต่อมาเพลงนี้นามา
ขบั ร้องใหมโ่ ดย รุ่งฤดี แพง่ ผอ่ งใส , นภา หวงั ในธรรม, สวลี ผกาพันธ์
ใกล้รงุ่
ไดย้ ินเสียงแว่วดงั แผ่วมาแต่ไกลไกล
ชมุ่ ชื่นฤทยั หวานใดจะปาน
ฟังเสียงบรรเลงกับเพลงประสาน
จากทพิ ยว์ ิมานประทานกล่อมใจ
ใกลย้ ามเม่อื แสงทองส่อง
ฉันคอยมองจอ้ งฟา้ เรืองราไร
ลมโบกโบยมาหนาวใจ
รอช้าเพียงไรตะวนั จะมา
เพลิดเพลนิ ฤทัยฟงั ไก่ประสานเสยี งกัน
ดอกมะลวิ ัลย์อวลกลิน่ ระคนมณฑา
โอ้ในยามน้เี พลนิ หนักหนาแสงทองนวลผอ่ งนภา
แสนเพลนิ อุราสาราญ
หมู่มวลวหิ คบนิ ผกมาแตร่ งั นอน
เฝา้ เชยชิดชอ้ นล้ิมชมบัวบาน
เปน็ เพลงพระราชนพิ นธ์ลาดับที่ 4 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2489 ขณะทรงเปน็ สมเดจ็ พระอนชุ าธิราช
ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสรฐิ ณ นคร ประพันธ์คารอ้ งภาษาไทย ส่วนคาร้องภาษาองั กฤษ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทา่ นผหู้ ญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ประพันธ์ พระราชทานให้วงดนตรีสุนทราภรณ์ นา
ออกบรรเลงครัง้ แรก ทางสถานีวิทยกุ ระจายเสียงกรมโฆษณาการ (ปจั จุบนั คอื กรมประชาสัมพนั ธ์) เม่อื เดือนกรกฎาคม
พ.ศ. 2489
ชะตาชวี ติ
นกน้อยคล้อยบนิ ตามเดยี วดาย
คดิ คดิ มิวายกงั วลให้หมน่ ฤทัยหมอง
ขาดมวลมติ รไรค้ นสนทิ คู่เคยี งครอง
หลงใหลหมายปองคนปรานี
ขาดเรอื นแหลง่ พกั พานกั นอน
ขาดญาตบิ ิดรและนอ้ งพี่
บาปกรรมคงมี
จาทนระทม
ทอ้ งฟ้าสายณั ห์ตะวนั เลือน
แสงลบั นบั วันจะเตอื นใหใ้ จต้องขืน่ ขม
หากเย็นลงฟา้ คงยิ่งมืดย่ิงตรอมตรม
ชวี ิตระทมเพราะรอมา
จวบจันทร์แจ่มฟ้านภาผอ่ ง
เฝ้ามองให้เดอื นชบุ วิญญาณ์
สกั วันบุญมา
ชะตาคงดี
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ วั ทรงพระราชนิพนธเ์ พลงนใ้ี นปลาย พ.ศ. 2489 ขณะที่เสดจ็ พระราชดาเนนิ ไปทรง
ศกึ ษา ณ เมอื งโลซานน์ ประเทศสวิตเซอรแ์ ลนด์ อีกวาระหนง่ึ หลังจากเสด็จข้นึ ครองราชยแ์ ล้ว เพลงพระราชนิพนธช์ ะตา
ชวี ิต เป็นเพลงเดียวทที่ รงพระราชนิพนธใ์ นแบบบลสู แ์ ทๆ้ โดยไม่มีสเกลอน่ื ปะปนเลย ตอ่ มาเม่ือบรรเลงในวงบิกแบนด์
(Big Band) จึงเลน่ ใหเ้ รว็ และกระชับขน้ึ โดยบรรเลงเป็นบลูส์สวิง คอื นาเอาจงั หวะสวิงของแจสมาผสมกบั บลูส์ หลักพระ
ราชประสงค์ คอื ตอนท้ายตอ้ งสะท้อนปรัชญาชวี ติ ท่ีให้มีความหวงั อย่ดู ้วย
ยิม้ สู้
โลกจะสขุ สบายนั้นเป็นได้หลายทาง
ต้องหลบส่งิ กดี ขวางหนทางใหพ้ ้นไป
จะสบความสุขสนั ตส์ าคญั ท่ใี จ
สุขและทกุ ข์อยา่ งไรเพราะใจตนเอง
ฝ่าล่ทู างชีวติ ตอ้ งคดิ เฝา้ ยอ้ มใจ
โลกมืดมนเพียงใดหวั ใจอยา่ คร้ามเกรง
ตง้ั หนา้ ชื่นเอาไว้ยอ้ มใจด้วยเพลง
ไยนกึ กลวั หวาดเกรงยิม้ สู้
คนเป็นคนจะจนหรือมี
รา้ ยหรอื ดคี งมีหวังอยู่
ยามปวงมารมาพาลลบหลู่
ยมิ้ ละไมใจสู้หมู่มวลเภทภยั
ใฝก่ ระทาความดใี ห้มีจิตโสภา
สร้างแต่ความเมตตาหาความสุขสันตไ์ ป
จะสบความสขุ สนั ตส์ าคัญทใี่ จ
เฝา้ แต่ย้มิ สไู้ ปแลว้ ใจช่นื บาน
เพลงพระราชนิพนธ์ ยิม้ สู้ : SMILES เป็นเพลงพระราชนพิ นธ์ลาดับที่ 16 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2495 ทรงพระ
กรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้พระ-เจ้าวรวงศ์เธอ พระองคเ์ จา้ จักรพนั ธ์เพ็ญศิริ นพิ นธ์คาร้องภาษาไทย เพ่อื เปน็ การปลอบขวัญ
และให้กาลงั ใจแก่คนตาบอด แลว้ พระราชทานให้นาไปบรรเลงในงานสมาคมชว่ ยคนตาบอด ในพระบรมราชูปถมั ภ์ ณ
เวทีลีลาศสวนอมั พร เมอ่ื วันเสารท์ ี่ 1 มีนาคม 2495 ส่วนคาร้องภาษาอังกฤษ พระเจา้ วรวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าจกั รพนั ธ์
เพญ็ ศิริ ทรงนพิ นธ์ในปีตอ่ มา
คาแลว้
วันคล้อยมา ค่าแล้วแกว้ ตาสุรยิ าเรอื งรอน
นอนเสียนอน จงอยา่ อาวรณ์นอนเถิดนะดวงตา
ฟังเสียงเพลง แวว่ ดังวังเวงเสียงครวญเครงนภา
จันทรฉ์ ายมา พร่างพรายดาราดงู ามฟ้าเพลนิ ใจ
โชคนาหนุนบุญสง่ มา
ประนมกรขอพรชยั งามนกั หนาพักตร์อาไพ
ดลบนั ดาล รัตนตรยั ปวงเทวญั
อยดู่ ้วยกนั แตค่ วามช่นื บานแสนสาราญนริ นั ดร์
สุดรักเอย เปน็ มิ่งเป็นขวัญอย่าห่างรา้ งแรมไกล
ต่นื ได้เชยชมดวงใจ
คาแล้ว หรือ Lullaby เปน็ เพลงพระราชนพิ นธ์ลาดบั ที่ ๒๔ พระราชนพิ นธเ์ มือ่ เดอื นกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ พระกรุณา
โปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าจักรพนั ธเ์ พญ็ ศริ ิ นพิ นธค์ าร้องภาษาอังกฤษรว่ มกับทา่ นผหู้ ญิงนพคณุ ทอง
ใหญ่ ณ อยุธยา และท่านผู้หญงิ สมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา ประพันธค์ าร้องภาษาไทยถวาย
ความฝนั อนั สูงสุด
ขอฝนั ใฝใ่ นฝนั อันเหลือเช่อื ขอสูศ้ ึกทุกเมือ่ ไมห่ วน่ั ไหว
ขอทนทุกขร์ กุ โรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟนั ผองภยั ด้วยใจทะนง
จะแนว่ แนแ่ ก้ไขในสง่ิ ผิด จะรกั ชาตจิ นชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกยี รติดารง จะปิดทองหลงั องค์พระปฏิมา
ไม่ทอ้ ถอยคอยสร้างสงิ่ ทีค่ วร ไมเ่ รรวนพะวา้ พะวงั คิดกงั ขา
ไม่เคอื งแคน้ นอ้ ยใจในโชคชะตา ไม่เสยี ดายชีวาถ้าสิ้นไป
นค่ี ือปณธิ านท่หี าญมุ่ง หมายผดุงยุตธิ รรม์อนั สดใส
ถึงทนทกุ ขท์ รมานนานเทา่ ใด ยงั มน่ั ใจรักชาตอิ งอาจครัน
โลกมนษุ ย์ยอ่ มจะดีกวา่ นี้แน่ เพราะมีผู้ไมย่ อมแพแ้ ม้ถูกหยนั
คงยนื หยัดสไู้ ปใฝป่ ระจัญ ยอมอาสญั กเ็ พราะปองเทดิ ผองไทย
เมื่อ พ.ศ. 2512 ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ไดร้ ับพระราชเสาวนยี ์จาก สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ ิกิต์ิ พระบรมราชินนี าถ พระบรม
ราชชนนพี นั ปีหลวง ให้เขียนบทกลอนแสดงความนิยมสง่ เสรมิ คนดีให้มีกาลังใจทางานเพอ่ื อดุ มคติเพอ่ื ประเทศชาติ ออกมาเปน็ กลอน 5
บท สมเดจ็ พระนางเจ้าสิรกิ ติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ พระบรมราชชนนีพันปหี ลวงโปรดให้พมิ พบ์ ทกลอนนี้ลงในกระดาษการด์ แผ่นเลก็ ๆ
พระราชทานแก่ข้าราชการ ทหาร ตารวจ พลเรือน และผทู้ างานเพือ่ ประเทศชาติ เตอื นสติมิใหท้ ้อถอยในการทาความดี[1] ตอ่ มา สมเด็จ
พระนางเจา้ สิริกติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ พระบรมราชชนนพี นั ปีหลวงไดก้ ราบบงั คมทูลพระกรุณาขอให้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบ
ศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงใสท่ านองเพลงในคากลอน "ความฝันอันสงู สดุ " ใน พ.ศ. 2514 ขบั ร้องโดย ทา่ น
ผหู้ ญงิ มณีรัตน์ บุนนาค
ภาพโดย Chacha Kaewvichian มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร
เราสู้
บรรพบรุ ษุ ของไทยแต่โบราณ ปกบ้านปอ้ งเมืองคมุ้ เหย้า
เสยี เลอื ดเสยี เน้ือมใิ ช่เบา หน้าทเี่ รารักษาสบื ไป
ลกู หลานเหลนโหลนภายหน้า จะได้มีพสธุ าอาศยั
อนาคตจะตอ้ งมปี ระเทศไทย มิยอมใหผ้ ใู้ ดมาทาลาย
ถงึ ขู่ฆ่าล้างโคตรกไ็ ม่หวนั่ จะสกู้ ันไม่หลบหนหี าย
สูต้ รงน้สี ทู้ ่ีน่ีสู้จนตาย ถึงเปน็ คนสุดท้ายก็ลองดู
บา้ นเมอื งเราเราต้องรักษา อยากทาลายเชิญมาเราสู้
เกยี รติศักด์ิของเราเราเชดิ ชู เราสไู้ ม่ถอยจนกา้ วเดยี ว
เพลง เราสู้ ทรงพระราชนพิ นธใ์ น พ.ศ. ๒๕๑๖ นายสมภพ จนั ทรประภา ได้ประพนั ธ์กลอนสภุ าพ ๔ บท จากพระราชดารสั ท่ี
พระราชทานแกส่ มาชกิ สภานิติบัญญตั ทิ ี่เข้าเฝ้าฯ ณ พระตาหนักจิตรลดารโหฐาน มาเขยี นเป็นคากลอนถวาย เม่ือทรงเกิดแรงบนั ดาลพระ
ราชหฤทัย ท่ีจะทรงพระราชนิพนธเ์ พลง “เราสู้” พระราชทานใหเ้ ป็นของขวัญปใี หมแ่ ก่ทหาร อาสาสมัครและตารวจชายแดน ทรงหยิบ
ซองจดหมายใกลพ้ ระหัตถ์มาตบี รรทัด ๕ เสน้ เพอ่ื ทรงพระราชนิพนธท์ านอง เสร็จแลว้ พระราชทานให้ วง อ.ส. วันศกุ ร์ ซึง่ กาลงั บรรเลง
อย่ใู นงานวันข้นึ ปีใหม่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๗ นาออกบรรเลง ณ พระราชวงั บางปะอิน จากนั้นไดท้ รงนากลบั ไปแก้ไขก่อนจะ
พระราชทานออกมาใหว้ งดนตรี อ.ส.วันศุกร์ บรรเลง และทรงแก้ไขอีกจนพอพระราชหฤทัย
ภาพจากบล็อก https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=haiku&month=08-12-2014&group=22&gblog=62
แหลง่ ทมี าของขอ้ มลู
Youtube
GMM Grammy Official
Songtopia
Thai PBS
เนอื้ หา
Wikipedia
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=haiku&month=08-12-
2014&group=22&gblog=62