บทที 11 การสงั เคราะหด์ ้วยเเสง
1.ไทลาคอยด์ (Thylakoid)
ไทลาคอยด์ เปนโครงสร้างทีใชร้ ับพลงั งานจาก
แสงเพือใช้ในการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง เปนอวัยวะ
ย่อยทสี ร้างขนึ จากส่วนหนงึ ของเยอื หมุ้ ชนั ในของ
คลอโรพลาสต์ (inner membrane) ไทลาคอยด์
เรยงซอ้ นกนั เปนตงั เรยกวา่ กรานมั (granum)
ในไทลาคอยด์มโี พรงอยภู่ ายในเรยกวา่ ลูเมน
(lumen) ซงึ มีของเหลวอย่ภู ายใน ส่วนผนงั หุ้ม
ไทลาคอยดเ์ รยกวา่ เยอื หมุ้ ไทลาคอยด์
2.ปฏิกริ ิยาแสง (light reaction)
เปนปฏกิ ริ ยาทพี ชื รับพลังงานแสงมาใชส้ ร้างสาร
อนิ ทรย์พลงั งานสงู 2 ชนิด คอื ATP และ
NADPH โดยใชน้ าํ เขา้ ร่วมปฏกิ ิรยาและไดก้ ๊าซ
ออกซเิ จนเปนผลิตผลพลอยได้
3.ปฏิกริ ยิ าไมใ่ ชแ้ สง
(Dark Reaction)
เปนปฏิกริ ยาทีพชื สร้างนาํ ตาล โดยนาํ ATP
และ NADPH จากปฏิกิรยาใช้แสงมาใช้
4.ระบบแสง I
(Photosystem I หรือ PSI)
P700 ทาํ หนา้ ทรี ับพลังงานแสง ซึงประกอบ
ดว้ ยรงควัตถชุ นดิ สาํ คัญคือ คลอโรฟลล์ เอ ชนิด
พเิ ศษ รับแสงทีมคี วามยาวคลืน 683 และ 700
นาโนเมตร ไดด้ ี พบในพชื และสาหร่ายทกุ กลมุ่
5.ระบบแสง II
(Photosystem II หรือ PSII)
P800 ทําหน้าทีรับพลงั งานแสง
6.สโตรมา (stroma)
เปนของเหลวภายในคลอโรพลาสต์
7.การตรึงคารบ์ อนไดออกไซด์
(cabondioxide fixation)
ปฏิกิรยาการตรงแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
มีการหมนุ เวยนสารเปนวัฎจกั ร เรยกวา่ วัฎจักร
คัลวน(Calvin cycle ) ซงึ เปนปฏิกิรยาทีเกดิ
ขนึ ในสโตรมา (stroma) ของคลอโรพลาสต์
8.ไฟโคบิลิน (phycobilin)
โคบิลินเปนรงควัตถุทพี บเฉพาะในไซยา
โนแบคทีเรยกับสาหรายสแี ดง ไฟโคบิ
ลินประกอบดว้ ยสารประกอบ 2 ชนดิ
คือ ไฟโคอริ ทรน และไฟโคไซยานนิ
หากพืชมรี งควัตถหุ ลายชนิดจะมี
ประโยชน์ในการรับชว่ งคลืนแสงสตี า่ งๆ
ทีแตกต่างกันไดม้ ากขนึ ทําให้
ประสทิ ธภิ าพในการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
ดยี ิงขนึ
9.กรานา ( grana )
ของเหลวเปนเยือลักษณะคล้าย
เหรยญ ทเี รยงซอ้ นกนั อยู่
10.ลาเมลลา( lamella )
lamella ในทางชวี วทยาหมายถึงชนั บาง ๆ เม
มเบรนหรอแผ่นเนอื เยือ นเี ปนคําจํากัดความที
กวา้ งมากและสามารถอ้างถึงโครงสร้างต่างๆ
เนอื เยืออนิ ทรยช์ ันบาง ๆ สามารถเรยกวา่
lamella และมีฟงกช์ ันมากมายทแี ตล่ ะชัน
สามารถให้บรการได้
11.อนิ เตอรก์ รานา ( intergrana )
หนว่ ยยอ่ ย ซงึ เปรยบเสมือน เหรยญแต่ละอนั
12.ปจจยั จํากัด(limiting factor)
สิงมีชวี ตทกุ ชนดิ ยอ่ มมสี งิ แวดล้อมทเี หมาะสมใน
การดาํ รงชวี ตเฉพาะตวั ซงึ เมอื กลา่ วถงึ สิงแวดลอ้ ม
โดยทัวไปมักจะหมายถึงสงิ มชี ีวตและไมม่ ชี ีวตแต่ใน
ความหมายของปจจยั จํากัดจะกําหนดเฉพาะปจจัย
สงิ แวดล้อมทีไม่มีชีวต ซึงปจจยั เหล่าน่าจะมผี ลตอ่
สิงมีชีวตอยา่ งมาก โดยเปนตวั จาํ กัดการเจรญ
เตบิ โต การดํารงชีวตและแพร่กระจาย เชน่ แสง
อุณหภูมิ ความชนื ปรมาณออกซเิ จน ความเปนกรด
เปนด่าง ตลอดจนปรมาณของแร่ธาตุตา่ ง ๆ
เปนตน้
13.คารบ์ อกซเิ ลชัน
( Carboxylation )
ปนปฏกิ ริ ยาการตรง CO2 ซึงมี คาร์บอน ( C
) 1 อะตอมจะเขา้ ส่วู ัฎจกั คลั วน โดยการทาํ
ปฏิกิรยากบั ไรบูโลสบิสฟอสเฟต ( ribulose
bisphosphate หรอ RuBP ) ซึงมี C 5
อะตอม โดยมีเอนไซมร์ ูบิสโก(rubisco) เปน
คะตะลสิ ต์ ได้สารประกอบใหมท่ มี ี C 6
อะตอม แตเ่ ปนสารทไี มค่ งตัว และจะเปลียน
เปนสารประกอบ ฟอสโฟกลีเซอเรต(
phosphoglycerate หรอ PGA ) ซงึ มี
3 อะตอม จํานวน 2 โมเลกุล ซงึ ถอื วา่ เปน
14.รีดักชัน (Reduction)
ในขนั ตอนนีแต่ละโมเลกลุ ของ PGA จะรับหมู
ฟอสเฟต(Pi) จาก ATP กลายเปน 1,3 บสิ ฟอสโฟกลี
เซอเรต(1,3 bisphosphoglycerate ) ซงึ รับอิเลค
ตรอนจาก NADPH และจะถกู เปลยี นไปเปน กลเี ซอรอ
ลดไี ฮด์ 3-ฟอสเฟต( glyceraldehydes 3-
phosphate ) เรยกยอ่ ๆวา่ G3P หรอ PGAL เปน
นาํ ตาลทีมี 3 อะตอม
15.รีเจนเนอเรชนั (Regeneration )
G3P ซงึ เปนสารทมี ี C 3 อะตอม เปลยี นไป
เปน RuBP และขนั ตอนนตี อ้ งอาศัยพลงั งาน
จาก ATP จากปฏกิ ริ ยาแสง สว่ น G3P บาง
โมเลกลุ จะถกู นําไปสร้างเปนนําตาลกลโู คส
และสารประกอบอนิ ทรย์อืนๆ
จดั ทําโดย
นาย วรปรัชญ์ กิงแกว้ กา้ นทอง
ม.5/2 เลขที32