The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชางานส่งกำลังรถยนต์ 20101-2004

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aree2244, 2022-03-19 09:29:43

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชางานส่งกำลังรถยนต์ 20101-2004

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชางานส่งกำลังรถยนต์ 20101-2004

แผนการจดั การเรยี นรู้มุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพบูรณาการปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง

รายวชิ า งานส่งกาลงั รถยนต์
รหัส 20101 – 2004

หลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชพี (ปวช.) พุทธศักราช 2562

จดั ทาโดย
นายพิทยา คงปาน

วิทยาลยั การอาชพี บ้านตาก
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา



ลกั ษณะรายวิชา

รายวชิ า งานสง่ กาลังรถยนต์ รหัสวชิ า 20101 – 2004 ท-ป-น (1-3-2)

(Automotive Transmission Job)

หลักสตู รประกาศนียบตั รวชิ าชีพ พทุ ธศกั ราช 2562

ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม สาขาวิชาช่างยนต์ สาขางานยานยนต์

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จดุ ประสงค์รายวชิ า

1. เพือ่ ใหเ้ ข้าใจเกย่ี วกบั โครงสร้างและหลักการทางานของระบบสง่ กาลังรถยนต์

2. เพ่ือใหส้ ามารถถอด ประกอบ ตรวจสภาพ บารุงรกั ษาระบบสง่ กาลังรถยนต์

3. เพอื่ ใหม้ กี ิจนิสัยที่ดีในการทางาน รบั ผิดชอบ ประณตี รอบคอบ ตรงต่อเวลา สะอาด ปลอดภัย

และรักษาสภาพแวดลอ้ ม

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกย่ี วกบั โครงสร้างและหลกั การทางานของระบบส่งกาลังรถยนต์
2. ถอด ประกอบ ตรวจสภาพชนิ้ สว่ นของระบบส่งกาลังรถยนต์ตามค่มู อื

3. ซอ่ มและบริการระบบสง่ กาลงั รถยนตต์ ามคู่มอื
4. บารุงรกั ษาชิ้นส่วนของระบบสง่ กาลังรถยนต์ตามคมู่ อื

คาอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับโครงสร้างและหลักการการทางานของระบบส่งกาลังรถยนต์ การใช้

เคร่ืองมือและอุปกรณ์ยกรถ การถอด ประกอบ และตรวจสภาพคลตั ช์ เกียร์ ข้อต่อ เพลากลาง เฟืองท้าย
เพลาขับลอ้ การบารุงรกั ษาระบบส่งกาลงั รถยนต์และประมาณราคาค่าบรกิ าร

ครพู ทิ ยา คงปาน

สารบญั ข

คาอธิบบารราริาบ า หน้า
สารบญั ก
การิเบ คราะหห์ นิ่ รการเรีรนรูแ้ ละสมรรถนะราริาบ า ข
การิบเคราะห์หลักสูตรราริบาา ค
การิบเคราะห์หนิ่ รการเรีรนรู้และเิลาที่ใา้ในการจัดการเรีรนรู้ ง
โครงการจัดการเรีรนรู้ จ
ขอ้ ธตกลงเกร่ี ิกบั ผเู้ รีรน ฉ

แผนการจดั การเรีรนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้หน่วยที่ 1 คลัตช์ 1
1
สาระสาคญั 1
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1
สมรรถนะรายหน่วย 2
เนือ้ หาสาระการเรียนรู้ 3
กจิ กรรมการเรียนรู้ (สัปดาห์ท่ี 1) 5
ส่ือการเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้ 5
เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ 5
การวัดและประเมินผล 6
บนั ทึกหลงั การสอน 7
แบบฝึกหัดท้ายหน่วย 8
เฉลยแบบฝึกหัดท้ายหนว่ ย 9
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลังเรยี น 12
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลังเรียน 13
ใบเนอื้ หาที่ 1 20
ใบงานท่ี 1 22
ใบประเมินผลการปฏิบตั ิงาน 23
ใบประเมนิ คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์

ครพู ทิ ยา คงปาน





การวเิ คราะห์หนว่ ยการเรยี นรแู้ ละสมรรถนะรายวชิ า
ช่ือวิชา งานส่งกาลงั รถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2004

บทท่ี ชื่อเรอื่ ง สมรรถนะรายวิชา

1 คลตั ช์ 1. แสดงความรู้เก่ยี วกับโครงสร้างและหลักการ
2 เกียร์ ทางานของระบบสง่ กาลังรถยนต์
3 เพลากลางและข้อตอ่ ออ่ น 2. ถอด ประกอบ ตรวจสภาพชิ้นส่วนของระบบ
4 เพลาขบั ลอ้ ส่งกาลงั รถยนต์ตามคู่มือ
5 เฟอื งทา้ ย 3. ซอ่ มและบรกิ ารระบบสง่ กาลังรถยนตต์ ามคูม่ ือ
4. บารงุ รักษาชน้ิ ส่วนของระบบส่งกาลังรถยนต์
ตามคู่มอื

ครพู ทิ ยา คงปาน

การวิเคราะห์หลักสูตรรายวชิ า ง
ชื่อวชิ า งานส่งกาลงั รถยนต์ รหัสวิชา 20101 - 2004
40
จดุ มงุ่ หมาย ความ ู้ร 16 2 10
ความเ ้ขาใจ 18 1 10
ชือ่ หนว่ ย นาไปใ ้ช 9 46
ิวเคราะห์ 8 55
สังเคราะห์14 3 9
ประเมิน ่คา65 40
รวม
ลาดับ
จคาวานมวสนา ัคญ
้ขอสอบ

นาหนกั (คะแนนเต็ม) 10 10 10 10

1.คลตั ช์ 484

2.เกียร์ 4 8 4 2

3.เพลากลางและข้อตอ่ อ่อน 252

4.เพลาขบั ล้อ 242

5. เฟืองท้าย 482

รวม 16 33 14 2

ลาดบั ความสาคญั 2134

หมายเหตุ นา้ หนักคะแนนความสาคญั

มากท่สี ุด 9 – 10 คะแนน

มาก 7-8 คะแนน
ปานกลาง 4–6 คะแนน
นอ้ ย 2–3 คะแนน
สาคัญนอ้ ย 0–1 คะแนน

ครพู ิทยา คงปาน



การวิเคราะห์หน่วยการเรยี นรแู้ ละเวลาที่ใช้ในการจดั การเรียนรู้

บทท่ี ช่อื เร่อื ง/รายการสอน สัปดาหท์ ี่ ช่ัวโมงท่ี
1 คลตั ช์ 1-4 1-16

1.ชนิดของคลตั ช์ 5-10 17-40
2.หนา้ ท่ีการทางานของคลัตช์
3.โครงสร้างของคลตั ช์ 11-12 41-48
4.การควบคมุ การทางานของคลัตช์ 13-14 49-56
5.การบารุงรักษาคลตั ช์ 15-17 57-68
แบบฝึกหัดท้ายบท/แบบทดสอบ/ใบงาน
2 เกียร์ 18 69-72
1.ชนดิ ของเกียร์
2.หน้าทข่ี องกระปกุ เกยี ร์
3.โครงสร้างและการทางานของเกยี ร์
4.การบารุงรักษากระปุกเกียร์
5.การทดสอบเกียรอ์ ตั โนมตั ิ
แบบฝกึ หัดทา้ ยบท/แบบทดสอบ/ใบงาน
3 เพลากลางและข้อตอ่ อ่อน
1.เพลากลาง
2.ขอ้ ต่ออ่อนและข้อต่อเลอ่ื น
3.การบารงุ รักษาเพลากลางและขอ้ ต่ออ่อน
แบบฝกึ หัดท้ายบท/แบบทดสอบ/ใบงาน
4 เพลาขบั ล้อ
1.เพลาขับล้อหนา้
2.เพลาขบั ล้อหลงั
3.การบารุงรักษาเพลาขับลอ้
4.การเปรียบเทียบเพลาขบั ลอ้ หนา้ และลอ้ หลงั
แบบฝกึ หัดทา้ ยบท/แบบทดสอบ/ใบงาน
5 เฟืองทา้ ย
1. เฟืองทา้ ย
2. การส่งกาลงั งานของเฟืองดอกจอก
3. โครงสรา้ งและสว่ นประกอบของเฟืองท้าย
4. การปรับตงั้ ระยะคลอนโดยใชแ้ ผน่ จมี รองลูกปืนเสื้อดอกจอก
5. การบารงุ รกั ษาเฟืองทา้ ย
แบบฝกึ หดั ท้ายบท/แบบทดสอบ/ใบงาน

สอบปฏบิ ตั ิสอบปลายภาค

ครพู ทิ ยา คงปาน



สปั ดาหท์ ี่/ โครงการสอน หมายเหตุ
(ชม.ที)่
1-4 รายวชิ า งานส่งกาลงั รถยนต์ รหัสวชิ า 20101-2004
(1-16)
ชื่อหน่วยและรายการสอน

บทท่ี 1 คลตั ช์
จุดประสงค์ท่ัวไป
1. เพ่ือให้นักเรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจชนิด หน้าที่ หลกั การทางาน
โครงสร้าง และส่วนประกอบของคลตั ช์
2. เพอ่ื ให้ทราบข้ันตอนการถอดประกอบและตรวจสภาพคลัตช์แบบต่างๆ
3.เพอื่ ใหร้ วู้ ิธีการบารุงรกั ษาคลตั ช์

จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธิบายชนิดหนา้ ท่กี ารทางานของคลตั ชไ์ ดถ้ กู ต้อง
2. บอกโครงสรา้ งและสว่ นประกอบของคลัตช์ไดถ้ ูกต้อง
3. ปฏิบัติการถอดประกอบและตรวจสภาพคลัตชไ์ ด้ถูกต้อง
4. บารุงรกั ษาคลัตช์ไดถ้ ูกตอ้ ง

กิจกรรมการเรยี นการสอน
แบบทดสอบก่อนเรียน
นาเขา้ สู่บทเรยี น

บรรยายเนอื้ หา ถาม/ตอบ
สรุปเนอ้ื หา

แบบทดสอบหลงั เรยี น

สื่อการเรยี นการสอน

ส่ือ Power Point
ส่ือคลิปวดิ โี อ

ใบเนอื้ หา
สือ่ E-book

วธิ ีการและคะแนนวัดผล
สงั เกตการทางาน

ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
ทดสอบการปฏิบตั งิ าน

ครพู ิทยา คงปาน

โครงการสอน (ตอ่ ) ช
หมายเหตุ
รายวิชา งานสง่ กาลงั รถยนต์ รหสั วชิ า 20101-2004

สปั ดาหท์ ่ี/ ช่ือหนว่ ยและรายการสอน
(ชม.ที)่
บทท่ี 2 เกยี ร์
5-10 จดุ ประสงค์ท่ัวไป
(17-40) 1.เพือ่ ให้นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจชนดิ หนา้ ที่หลักการทางาน
โครงสรา้ งของเกียร์
2.เพ่อื ให้ทราบข้นั ตอนการถอดประกอบและตรวจสภาพเกียร์แบบต่างๆ
3.เพอ่ื ให้รู้วิธกี ารบารงุ รกั ษาเกียร์

จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1.อธิบายชนดิ หน้าที่หลักการทางานของเกยี รไ์ ด้ถกู ต้อง
2.บอกโครงสรา้ งและส่วนประกอบของเกยี รไ์ ด้ถกู ต้อง

3.ปฏบิ ตั ิการถอดประกอบและตรวจสภาพเกียร์ไดถ้ กู ตอ้ ง
4. บารงุ รกั ษาเกียร์ไดถ้ กู ต้อง

กิจกรรมการเรยี นการสอน
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

นาเข้าสู่บทเรียน
บรรยายเนอื้ หา ถาม/ตอบ สาธติ

สรปุ เนอ้ื หา
แบบทดสอบหลังเรยี น

สื่อการเรยี นการสอน
สอ่ื Power Point

ส่อื คลิปวดิ ีโอ
ใบเนอื้ หา
สอ่ื E-book

ส่อื ของจริง

วธิ ีการและคะแนนวดั ผล
สงั เกตการทางาน
ทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น

ทดสอบการปฏบิ ตั งิ าน

ครพู ิทยา คงปาน



โครงการสอน (ตอ่ )

รายวิชา งานสง่ กาลงั รถยนต์ รหสั วชิ า 20101-2004

สัปดาห์ท่ี/ ชอื่ หนว่ ยและรายการสอน หมายเหตุ
(ชม.ท่)ี
บทท่ี 3 เพลากลางและขอ้ ต่อออ่ น
11-12 จุดประสงคท์ ั่วไป
(41-48) 1.เพอ่ื ใหน้ ักเรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจชนดิ หนา้ ที่ หลักการทางาน
โครงสร้างของเพลากลางและข้อต่ออ่อน
2.เพ่ือให้ทราบข้นั ตอนการถอดประกอบและตรวจสภาพเพลากลางและขอ้
ต่ออ่อน
3.เพื่อใหร้ วู้ ธิ ีการบารงุ รกั ษาเพลากลางและขอ้ ตอ่ อ่อน
จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. อธิบายชนดิ หนา้ ท่ีหลักการทางานของเพลากลางและข้อต่ออ่อน
ได้ถูกตอ้ ง
2. บอกโครงสรา้ งและส่วนประกอบของเพลากลางและขอ้ ตอ่ ได้ถกู ตอ้ ง
3. ปฏบิ ัตกิ ารถอดประกอบและตรวจสภาพเพลากลางและข้อต่อออ่ นได้
ถกู ต้อง
4. บารงุ รักษาเพลากลางและขอ้ ต่อออ่ นได้ถกู ต้อง
กจิ กรรมการเรียนการสอน
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
นาเขา้ สู่บทเรยี น
บรรยายเนือ้ หา ถาม/ตอบ สาธิต
สรุปเนอ้ื หา
ปฏิบตั ิใบงาน
แบบทดสอบหลังเรียน
สอ่ื การเรียนการสอน
สอื่ Power Point
สื่อคลิปวิดีโอ
ใบเน้อื หา
สื่อ E-book
ส่อื ของจริง
วิธีการและคะแนนวดั ผล
สังเกตการทางาน
ทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรียน
ทดสอบการปฏิบตั ิงาน

ครพู ทิ ยา คงปาน

โครงการสอน (ตอ่ ) ฌ
หมายเหตุ
รายวชิ า งานสง่ กาลงั รถยนต์ รหสั วชิ า 20101-2004

สัปดาห์ที่/ ช่อื หนว่ ยและรายการสอน
(ชม.ท)่ี
บทที่ 4 เพลาขับลอ้
13-14 จดุ ประสงคท์ ่ัวไป
(49-56) 1. เพื่อให้นกั เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจชนิด หนา้ ที่ หลกั การทางาน
โครงสร้างของเพลาขบั ลอ้
2. เพ่อื ให้ทราบขนั้ ตอนการถอดประกอบและตรวจสภาพของเพลาขับล้อ
3. เพือ่ ใหร้ ูว้ ิธกี ารบารุงรกั ษาเพลาขับล้อ

จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. อธิบายชนดิ หน้าที่หลักการทางานของเพลาขับล้อไดถ้ กู ต้อง
2. บอกโครงสร้างและสว่ นประกอบของเพลาขบั ล้อได้ถูกตอ้ ง

3. ปฏิบัติการถอดประกอบและตรวจสภาพเพลาขับลอ้ ไดถ้ กู ตอ้ ง
4. บารงุ รักษาเพลาขบั ล้อได้ถกู ตอ้ ง

กจิ กรรมการเรยี นการสอน
แบบทดสอบก่อนเรยี น

การนาเขา้ สู่บทเรยี น
บรรยายเนือ้ หา ถาม/ตอบ , สาธิต

แบบฝกึ หัด /ปฏบิ ัตใิ บงาน
แบบทดสอบหลังเรียน

สอื่ การเรียนการสอน
สอ่ื Power Point

สอ่ื คลิปวิดีโอ
ใบเน้ือหา
สื่อ E-book

สื่อของจริง
วิธีการและคะแนนวัดผล

สังเกตการทางาน
ทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน
ทดสอบการปฏบิ ตั งิ าน

ครพู ิทยา คงปาน



โครงการสอน (ตอ่ )

รายวชิ า งานสง่ กาลงั รถยนต์ รหสั วิชา 20101-2004

สัปดาห์ที่/ ชื่อหนว่ ยและรายการสอน หมายเหตุ
(ชม.ที่)
15-17 บทท่ี 5 เฟืองทา้ ย
(57-68) จุดประสงคท์ ่ัวไป
1. เพ่อื ให้นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจชนดิ หน้าท่ีหลกั การ
18 (69-72) ทางาน โครงสร้างของเฟืองทา้ ย
2. เพ่ือใหท้ ราบข้นั ตอนการถอดประกอบและตรวจสภาพของ
เฟืองท้าย
3. เพอ่ื ให้รู้วธิ กี ารบารงุ รกั ษาเฟอื งทา้ ย
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. อธบิ ายชนิดหน้าทกี่ ารทางานของเฟอื งท้ายไดถ้ กู ต้อง
2. บอกโครงสรา้ งและสว่ นประกอบของเฟอื งทา้ ยไดถ้ กู ตอ้ ง
3. ปฏิบตั ิการถอดประกอบและตรวจสภาพเฟอื งท้ายได้
ถูกต้อง
4. บารงุ รักษาเฟืองทา้ ยได้ถูกตอ้ ง
กจิ กรรมการเรียนการสอน
แบบทดสอบก่อนเรยี น
การนาเขา้ สบู่ ทเรยี น
บรรยายเนอ้ื หา ถาม/ตอบ , สาธิต
แบบฝึกหดั
ปฏบิ ัติใบงาน
แบบทดสอบหลงั เรียน
สอ่ื การเรยี นการสอน
สอ่ื Power Point
สอ่ื คลิปวิดีโอ
ใบเนอ้ื หา
ส่อื E-book
สือ่ ของจริง
วธิ กี ารและคะแนนวัดผล
สังเกตการทางาน
ทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น
ทดสอบการปฏบิ ัติงาน

สอบปฏบิ ัติ/สอบทฤษฎีปลายภาค

ครพู ทิ ยา คงปาน



ขอ้ ตกลงเก่ยี วกบั ผ้เู รยี น

1. มีหนังสือ/ใบงานภาคปฏบิ ตั ิ ทกุ ครงั้ ที่เขา้ เรยี น

2. เช็คชอ่ื ทุกครัง้ ทเ่ี ขา้ เรยี น

3. แตง่ กายเรยี บรอ้ ยถูกตอ้ งตามระเบยี บของสถานศึกษา

4. เขา้ เรยี นไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นทก่ี าหนด

5. คะแนนวัดผลประเมนิ ผล

ภาคทฤษฎี 20 %

ภาคปฏิบัติ 30 %

จติ พิสยั 20 %

สอบปลายภาคเรียน 30 %

ครพู ทิ ยา คงปาน

1

แผนการจดั การเรียนรู้มุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพ หน่วยท่ี 1
บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สอนครง้ั ที่ 1
วขิ า งานส่งกาลังรถยนต์ รหัสวชิ า 20101-2004 (ทฤษฎี 1 ปฏบิ ตั ิ 3)

ช่ือหน่วย คลตั ช์ ช่ัวโมงรวม 4

1. สาระสาคญั
คลัตช์ (Clutch) เป็นอุปกรณ์ที่ติดต้ังอยู่ระหว่างเครื่องยนต์กับกระปุกเกียร์ ทาหน้าท่ีในการตัดต่อ

การถ่ายทอดแรงบิดท่ีสง่ จากเครื่องยนต์ไปยงั กระปุกเกยี ร์ ให้เป็นไปตามสภาวะของการทางาน เพ่ือให้คลัตช์
ทางานได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ จาเปน็ ต้องรกั ษาระยะฟรีของตวั ก้านดันคลัตช์ใหถ้ ูกตอ้ งอยเู่ สมอ วธิ กี ารปรบั ตั้ง
ระยะฟรีตวั ของคันเหยียบคลัตช์แตล่ ะแบบจะมลี กั ษณะแตกต่างกันออกไป

2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
2.1 เขา้ ใจชนิด โครงสร้างและหลกั การทางานคลัตชร์ ถยนต์แบบต่างๆได้ตามคู่มอื
2.2 ตรวจสอบและบรกิ ารคลัตช์รถยนตไ์ ด้ตามคู่มือ

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้
3.1.1 เพือ่ ให้นกั เรยี นมีความร้คู วามเข้าใจชนดิ ของคลตั ช์
3.1.2 เพอ่ื ใหน้ ักเรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจโครงสร้างส่วนประกอบของคลัตช์
3.1.3 เพือ่ ให้นักเรยี นมคี วามรูค้ วามเข้าใจหลักการทางานของคลัตช์

3.2 ดา้ นทักษะ
3.2.1 ปฏบิ ัติงานถอดประกอบและตรวจสภาพคลัตชไ์ ด้ถกู ตอ้ ง
3.2.2 บารุงรกั ษาคลตั ช์ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง

3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์
3.3.1 มีความตระหนกั ในเรือ่ งความมรี ะเบยี บวินยั ใฝร่ ู้ ใฝ่เรียน
3.3.2 มีความซ่ือสัตย์ ประหยดั

2

แผนการจัดการเรยี นรู้มุ่งเนน้ สมรรถนะอาชพี หนว่ ยท่ี 1
บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
สอนครง้ั ที่ 1
วขิ า งานส่งกาลังรถยนต์ รหัสวชิ า 20101-2004 (ทฤษฎี 1 ปฏิบตั ิ 3)

ช่อื หน่วย คลตั ช์ ชั่วโมงรวม 4

4. เนื้อหาสาระการเรยี นรู้
4.1 ชนดิ ของคลัตช์
4.1.1 คลัตช์ทท่ี างานโดยอาศยั ความเสยี ดทาน
4.1.2 คลัตช์ทีท่ างานโดยอาศัยอานาจแม่เหล็กไฟฟา้
4.1.3 คลตั ช์ท่ที างานโดยอาศยั แรงเหวี่ยง
4.1.4 คลตั ช์ทที่ างานโดยอาศัยของเหลว

4.2 หน้าทก่ี ารทางานของคลตั ช์
4.2.1 แบบกลไก
4.2.2 แบบไฮดรอลิก
4.2.3 แบบอัตโนมตั ิ

4.3 โครงสร้างของคลัตช์
4.3.1 โครงสรา้ งของคลัตชแ์ บบสปริงไดอะแฟรม
4.3.2 โครงสรา้ งของคลัตชแ์ บบสปรงิ ขด

4.4 การควบคมุ การทางานของคลตั ช์
4.4.1 การควบคุมการทางานของคลตั ช์แบบกลไก
4.4.2 การควบคมุ การทางานของคลตั ชแ์ บบไฮดรอลกิ
4.4.3 การควบคมุ การทางานของคลัตชแ์ บบอัตโนมตั ิ

4.5 การบารงุ รกั ษาคลตั ช์
4.5.1 การใช้คลตั ชอ์ ยา่ งถกู วธิ ี
4.5.2 การดแู ลรกั ษาคลัตช์

. 4.5.3 การเปล่ยี นคลตั ชต์ ามระยะเวลาการใช้งาน

3

แผนการจดั การเรียนรมู้ ุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพ หนว่ ยท่ี 1
บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
สอนครั้งท่ี 1
วิขา งานส่งกาลังรถยนต์ รหัสวิชา 20101-2004 (ทฤษฎี 1 ปฏิบตั ิ 3)

ช่ือหน่วย คลตั ช์ ช่วั โมงรวม 4

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สัปดาห์ท่ี 1 )

กจิ กรรมการเรียนรู้

ขั้นตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ขน้ั ตอนการเรียนร้หู รือกจิ กรรมของนักเรียน

เชค็ ชอื่ นกั เรียนที่เข้าเรียนในสปั ดาหท์ ่ี 1 นกั เรยี นเขา้ รับการเชค็ ช่อื จากครู

ใหน้ ักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน โดยใช้ นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน จาก

Google ฟอร์ม (เวลา 10 นาที) Google ฟอรม์ (ใช้เวลา 10 นาที)

5.1 การนาเขา้ สบู่ ทเรียน 5.1 การนาเขา้ สู่บทเรยี น

5.1.1 ใช้คาถามท่ีน่าสนใจถามเพ่ือ 5.1.1 นกั เรยี นพยายามหาคาตอบจาก

กระตุ้นให้ผเู้ รียนตอบคาถาม คอื ในการขบั คาถามท่ีครูถาม

รถยนตเ์ กยี รธ์ รรมดา ในขณะเปลย่ี นเกยี รต์ อ้ งใช้

อปุ กรณ์ใดเปน็ ตัวตัดกาลงั เครือ่ งยนต์

5.1.2 ใชร้ ปู ภาพท่นี ่าสนใจจากส่ือ 5.1.2 นักเรยี นสงั เกตรูปภาพท่ีน่าสนใจ

Power Point กระตุน้ ใหผ้ เู้ รียนเกิดความ จากสือ่ Power Point เพอ่ื หาคาตอบ

ตอ้ งการเรียนรู้

5.2 การเรียนรู้ (ภาคทฤษฎี) 5.2 การเรียนรู้ (ภาคทฤษฎ)ี

5.2.1 ครูอธบิ ายชนิด หนา้ ท่หี ลกั การ 5.2.1 นกั เรียนฟงั ครอู ธบิ ายชนดิ หน้าที่

ทางานและโครงสรา้ งของคลตั ช์ หลักการทางานและโครงสรา้ งของคลตั ช์

5.2.2 ครูใชส้ อื่ Power Point ใบเนอ้ื หา 5.2.2 นักเรียนดูสื่อ Power Point

สอื่ คลิปวิดโี อ สอื่ E-book ประกอบการเรียนการ ใบเน้ือหา สอ่ื คลิปวดิ โี อ ส่อื E-book ประกอบการ

สอน เรอื่ ง คลัตช์ (ใชเ้ วลา 30 นาที) เรียนการสอน เรอื่ ง คลัตช์ (ใช้เวลา 30 นาที)

5.2.3 เปิดโอกาสให้นกั เรยี นไดซ้ ักถาม 5.2.3 นกั เรยี นได้ซักถามขอ้ สงสยั ตา่ งๆ

ข้อสงสัยตา่ งๆในการเรยี นการสอน เพอ่ื ให้ ในการเรยี นการสอน เพ่ือใหน้ กั เรียนเกิดการเรียนรู้

นกั เรียนเกดิ การเรียนรไู้ ด้มากขึน้ ได้มากข้ึน (ใชเ้ วลา 5 นาที)

(ใชเ้ วลา 5 นาท)ี

5.2.4 ให้นักเรยี นทาแบบฝึกหดั ท้าย 5.2.4 นักเรยี นทาแบบฝึกหัดท้ายหนว่ ย

หน่วย หนว่ ยท่ี 1 เร่อื งคลตั ช์ (ใช้เวลา 10 นาที) ท่ี 1 เรื่องคลตั ช์ (ใช้เวลา 10 นาที)

5.2.5 เฉลยแบบฝกึ หัดท้ายหนว่ ย 5.2.5 นกั เรียนตรวจแบบฝกึ หัดท้ายหน่วย

หนว่ ยที่ 1 เร่อื งคลตั ช์ (ใชเ้ วลา 5 นาที) หนว่ ยที่ 1 เรอ่ื งคลัตช์ (ใชเ้ วลา 5 นาที)

4

5.3 การเรยี นรู้ (ภาคปฏิบตั ิ) 3.3 การเรียนรู้ (ภาคปฏบิ ัต)ิ
5.3.1 ครูแบง่ กลมุ่ ผู้เรียนออกเป็นกลุม่ ๆ 5.3.1 นกั เรียนแบง่ กลุม่ ออกเปน็ กล่มุ ๆ

ละ 4 คน เพื่อปฏบิ ัติงาน ตามใบงานท่ี 1 ละ 4 คน เพอื่ ปฏิบัตงิ าน ตามใบงานที่ 1
เรอื่ ง ปฏบิ ัตงิ านถอดประกอบคลัตชแ์ บบสปรงิ
ไดอะแฟรม (ใช้เวลา 5 นาท)ี เรือ่ ง ปฏบิ ัติงานถอดประกอบคลตั ชแ์ บบสปรงิ
ไดอะแฟรม (ใช้เวลา 5 นาท)ี
5.3.2 ครสู าธติ การปฏิบัติงานตามใบงาน
ที่ 1 เรอื่ ง ปฏบิ ตั ิงานถอดประกอบคลัตชแ์ บบ 5.3.2 นกั เรียนสังเกตครูสาธิตการ
สปรงิ ไดอะแฟรม (ใชเ้ วลา 50 นาที) ปฏบิ ตั งิ านตามใบงานที่ 1 เรือ่ ง ปฏบิ ตั งิ านถอด
ประกอบคลตั ชแ์ บบสปริงไดอะแฟรม
5.3.3 ครตู ั้งคาถามเกี่ยวกับการ
บารุงรักษาเครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการ (ใช้เวลา 50 นาท)ี
ปฏิบัติงาน เพือ่ อะไร (บรู ณาการหลกั ปรชั ญา 5.3.3 นกั เรยี นหาคาตอบเก่ยี วกับการ
ของเศรษฐกจิ พอเพียง ความพอประมาณ ความ
มีเหตผุ ล ความมีภูมิคมุ้ กนั ) ใชเ้ วลา 10 นาที บารงุ รกั ษาเคร่อื งมอื และอุปกรณ์ทีใ่ ชใ้ นการ
ปฏิบตั ิงาน เพ่ืออะไร (บูรณาการหลักปรชั ญาของ
5.3.4 ใหน้ ักเรยี นลงมอื ปฏิบตั ิงานตามใบ เศรษฐกิจพอเพยี ง ความพอประมาณ ความมี
งานที่ 1 เรื่อง ปฏบิ ตั ิงานถอดประกอบคลัตช์
แบบสปริงไดอะแฟรม (ใช้เวลา 90 นาท)ี เหตุผล ความมภี มู ิคุ้มกนั ) ใช้เวลา 10 นาที
5.3.4 นกั เรยี นลงมอื ปฏิบตั งิ านตาม
5.3.5 ครูประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงานของ
นกั เรียนตามใบประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ าน ใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง ปฏิบัตงิ านถอดประกอบคลตั ช์
แบบสปรงิ ไดอะแฟรม (ใช้เวลา 90 นาที)

5.3.5 นักเรยี นรบั การประเมนิ ผลการ

ปฏบิ ตั ิงานของครู

5.4 การสรปุ 5.4 การสรุป
5.4.1 ครสู รุปใบงานท่ี 1 เรื่อง ปฏบิ ตั งิ าน 5.4.1 นกั เรยี นสรุปใบงานท่ี 1 เร่ือง

ถอดประกอบคลตั ชแ์ บบสปริงไดอะแฟรม ปฏบิ ตั ิงานถอดประกอบคลัตช์แบบสปรงิ

(ใช้เวลา 15 นาท)ี ไดอะแฟรม (ใช้เวลา 15 นาท)ี

5.5 การวัดและประเมินผล 5.5 การวัดและประเมนิ ผล
5.5.1 ทดสอบหลงั การจัดการเรยี นรู้ 5.5.1 นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน

โดยใชแ้ บบทดสอบหลงั เรียน (ใช้เวลา 10 นาที) (ใช้เวลา 10 นาที)

5.5.2 ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน ร้อยละ 80 5.5.2 นักเรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ
ของแบบทดสอบหลงั การจดั การเรียนรู้ ร้อยละ 80 ของแบบทดสอบหลงั การจดั การเรียนรู้

5

แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ หนว่ ยที่ 1
บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
สอนครั้งที่ 1
วิขา งานส่งกาลังรถยนต์ รหสั วชิ า 20101-2004 (ทฤษฎี 1 ปฏิบตั ิ 3)

ชือ่ หนว่ ย คลตั ช์ ชั่วโมงรวม 4

6. สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งการเรียนรู้

6.1 ส่ือสิ่งพมิ พ์
6.1.1 หนังสอื เรียนวชิ า งานส่งกาลงั รถยนต์ ของ บตั รเชิญ ถาวรชาติ และทา่ นอืน่ ๆ
6.1.2 เอกสารประกอบการสอน เช่น ใบเนื้อหา ใบความรู้

6.2 สื่อโสตทัศน์

6.2.1 ส่ือ Power Point
6.2.2 สอื่ คลิปวดิ ีโอ
6.2.3 สื่อชั้นวาง E-book

7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้

7.1 หนงั สอื เรยี นรายวิชางานส่งกาลงั รถยนต์
7.2 ใบเน้ือหา เรอ่ื ง คลัตช์

8. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธก์ บั วิชาอื่น
-

9. การวัดและประเมนิ ผล
9.1 กอ่ นเรียน

- ให้นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน

9.2 ขณะเรยี น
- การมสี ่วนรว่ มในการตอบคาถามของครู

9.3 หลังเรยี น
- ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน

- ปฏิบัติใบงานตามที่ไดร้ ับมอบหมาย

6

แผนการจดั การเรียนร้มู ุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพ หนว่ ยที่ 1
บรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สอนครั้งท่ี 1
วขิ า งานส่งกาลังรถยนต์ รหสั วชิ า 20101-2004 (ทฤษฎี 1 ปฏบิ ตั ิ 3)

ช่อื หนว่ ย คลตั ช์ ช่วั โมงรวม 4

10. บันทกึ หลังสอน
สอนวันท่ี ..........................ระดบั ช้นั /สาขาวิชา........................................................................

10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

10.2 ผลการเรียนรู้ของนกั เรยี น นกั ศกึ ษา
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

10.3 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรู้
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(.............................................................) (................................................................)
ครูผู้สอน หวั หน้าแผนกวิชา

(...............................................................) (...............................................................)
รองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั การอาชีพบ้านตาก

7

แบบฝึกหดั ท้ายบท หน่วยที่ 1 คลตั ช์

จงเตมิ คำลงในช่องวำ่ งใหถ้ กู ต้องและสมบรู ณ์ที่สุด
1. คลัตช์รถยนตท์ ำหนำ้ ที่อะไร
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

2. คลัตช์แบบแห้ง (Dry Clutch) มีส่วนประกอบ อะไรบ้ำง
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

3. คลัตช์รถยนตใ์ นปจั จุบนั ทน่ี ิยมใช้แบ่งเปน็ กี่ชนดิ อะไรบำ้ ง
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.
4. ชุดแผ่นกดคลตั ชท์ ี่ใชอ้ ยู่กบั รถยนต์ท่วั ๆ ไปปจั จบุ ันมีก่แี บบ
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

5. ลอ้ ชว่ ยแรง (Flywheel) มีหนำ้ ที่อะไร
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

8

เฉลยแบบฝึกหดั ท้ายบท หน่วยที่ 1 คลัตช์

จงเติมคำลงในชอ่ งวำ่ งใหถ้ ูกตอ้ งและสมบรู ณ์ท่สี ุด
1. คลัตชร์ ถยนตท์ ำหนำ้ ที่อะไร

ทำหน้ำที่ตัดต่อกำลงั งำนทีส่ ง่ มำจำกเคร่อื งยนต์ไปยังเกยี ร์ เพ่อื สะดวกตอ่ กำรเปลีย่ นควำมเรว็
ของรถยนต์ กำรหยุดรถ และกำรสตำรท์ เครือ่ งยนตเ์ มือ่ ผขู้ บั ขี่ตอ้ งกำร

2. ชดุ คลัตช์ มสี ่วนประกอบทส่ี ำคญั กีอ่ ย่ำง อะไรบำ้ ง
ชุดคลตั ช์ประกอบดว้ ยสว่ นประกอบทสี่ ำคญั 6 อย่ำง ดงั น้ี
1. ลอ้ ช่วยแรง (Flywheel)
2. แผ่นคลัตช์ (Clutch Disc)
3. แผน่ กดคลตั ช์ (Pressure Plate)
4. ลูกปืนกดคลตั ช์ (Release Bearing)
5. ก้ำมปกู ดคลัตช์ (Release Fork)
6. เพลำคลตั ช์ (Clutch Shaft Bearing)

3. คลตั ชร์ ถยนต์ในปัจจบุ นั ทนี่ ยิ มใชแ้ บง่ เป็นกช่ี นดิ อะไรบำ้ ง
ในปจั จุบนั คลัตช์ท่ีนิยมใชก้ ับรถยนตม์ เี พียง 2 ชนดิ คือ
1. คลตั ชท์ ่ีทำงำนโดยอำศยั ควำมเสยี ดทำนแผน่ เดียว
2. คลตั ชท์ ี่ทำงำนโดยอำศัยของเหลว

4. ชดุ แผ่นกดคลตั ชท์ ่ีใช้อยูก่ บั รถยนตท์ ว่ั ๆ ไปปัจจบุ นั มีก่แี บบ อะไรบ้ำง
ชดุ กดแผ่นคลัตชท์ ใ่ี ช้อยกู่ บั รถยนตท์ ่ัว ๆ ไป ปัจจุบนั มอี ยู่ 2 แบบ คอื
1. แผน่ กดคลัตชแ์ บบขดลวดสปรงิ (Coil Spring Clutch)
2. แผน่ กดคลัตช์แบบไดอะแฟรม (Diaphram Spring Clutch)

5. ล้อชว่ ยแรง (Flywheel) มหี น้ำที่อะไร
ทำหน้ำที่ เป็นตัวสะสมพลังงำนเพ่ือชว่ ยลดอำกำรสั่นของเคร่ืองยนต์

9

แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรยี น
หนว่ ยท่ี 1 เร่อื งคลัตช์

1. คลัตช์รถยนตท์ ำหนำ้ ที่อะไร
ก. เพิ่มควำมเรว็ รอบใหเ้ ครอ่ื งยนต์
ข. ตัดตอ่ กำลงั งำนท่สี ่งมำจำกเคร่ืองยนต์
ค. เปลย่ี นแปลงอัตรำทด
ง. สง่ กำลงั จำกกระปกุ เกียร์ไปยงั เฟอื งทำ้ ย

2. คลตั ช์รถยนตใ์ นปัจจบุ ันที่นยิ มใชง้ ำนแบ่งออกเป็นก่ีชนดิ
ก. 2 ชนดิ
ข. 3 ชนดิ
ค. 4 ชนดิ
ง. 5 ชนดิ

3. จำกรปู เป็นคลัตช์รถยนต์ประเภทใด

ก. คลัตชแ์ บบก่ึงอัตโนมตั ิ
ข. คลัตชอ์ ัตโนมัติ
ค. คลตั ช์แบบแหง้
ง. ไมม่ ีข้อใดถกู
4. จำกรูปคือส่วนประกอบของคลัตชร์ ถยนตเ์ รียกวำ่ อะไร
ก. แผ่นคลัตช์
ข. ล้อช่วยแรง
ค. ชดุ แผน่ กดคลัตช์
ง. ลูกปืนกดคลัตช์

10

5. สว่ นประกอบในข้อใดช่วยทำหนำ้ ท่เี ปน็ ตวั สะสมพลังงำนเพอื่ ชว่ ยลดอำกำรส่นั ของเครือ่ งยนต์
ก. แผน่ คลัตช์
ข. ลอ้ ชว่ ยแรง
ค. ชุดแผน่ กดคลตั ช์
ง. ลูกปืนกดคลตั ช์

6. แผน่ กดคลตั ช์ทใ่ี ช้ในรถยนตท์ ่ัวไปในปจั จุบันแบ่งเปน็ กี่แบบ อะไรบ้ำง
ก. 2 แบบ แบบแหง้ และแบบเปยี ก
ข. 3 แบบ แบบธรรมดำ แบบอัตโนมตั ิ และแบบกึ่งอตั โนมัติ
ค. 2 แบบ แบบขดลวดสปรงิ และแบบสปริงไดอะแฟรม
ง. 3 แบบ แบบไฟฟำ้ แบบขดลวดสปริง และแบบสปริงไดอะแฟรม

7. เพลำคลตั ช์ทำหนำ้ ที่อะไร
ก. หมนุ แบบอิสระ
ข. รบั กำลงั จำกชุดเกียร์ส่งไปยังเฟืองท้ำย
ค. ตัดต่อกำลงั ของเคร่อื งยนต์
ง. รบั กำลงั จำกเคร่ืองยนต์สง่ ไปยงั กระปกุ เกยี ร์

8. สว่ นประกอบของคลตั ช์ที่ทำหน้ำท่ีถำ่ ยทอดแรงบิดใหเ้ ปน็ ไปอย่ำงรำบเรียบ โดยไมม่ อี ำกำรกระตกุ และตอ้ ง
ถำ่ ยทอดกำลงั อยำ่ งต่อเนอื่ งโดยไมเ่ กดิ กำรลื่นไถล หมำยถึงขอ้ ใด

ก. กำ้ มปูกดคลตั ช์
ข. เพลำคลัตช์
ค. Flywheel
ง. แผน่ คลตั ช์
9. รถยนตท์ ี่ใช้กระปุกเกยี รแ์ บบธรรมดำ คลัตช์จะติดตัง้ อยใู่ นลกั ษณะใด
ก. ติดตง้ั อยูร่ ะหว่ำงเคร่อื งยนตก์ ับกระปุกเกียร์
ข. ติดตงั้ อยูร่ ะหวำ่ งกระปกุ เกียร์กับเพลำกลำง
ค. ติดตั้งอยู่ระหว่ำงเครอ่ื งยนต์กบั เพลำกลำง
ง. แลว้ แตร่ ่นุ ของรถยนต์

11

10. จำกรูปเป็นคลตั ช์ทที่ ำงำนโดยอำศยั ของเหลวแบบใด
ก. แบบหลำยแผ่น
ข. แบบทอร์กคอนเวอรเ์ ตอร์
ค. แบบฟลอู ดิ คปั ปล้งิ
ง. คลัตช์เปยี ก

12

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น/หลังเรยี น
หน่วยท่ี 1 เรอ่ื งคลตั ช์

1. ข.
2. ก.
3. ค.
4. ค.
5. ข.
6. ค.
7. ง.
8. ง.
9. ก.
10. ข.

ใบเนือ้ หาที่ 1 13
วิขา งำนสง่ กำลงั รถยนต์ รหสั วิชา 20101-2004
ชื่อหนว่ ย คลตั ช์ หน่วยที่ 1
สอนคร้งั ที่ 1
ทฤษฎี 1 ปฏิบัติ 3
ชัว่ โมงรวม 4

คลัตช์

ระบบส่งกำลังในรถยนต์ คลัตช์ (Clutch) จะทำหน้ำที่ตดั ตอ่ กำลังงำนท่ีส่งมำจำกเคร่ืองยนต์
ไปยังเกียร์ เพ่ือสะดวกต่อกำรเปลี่ยนควำมเร็วของรถยนต์ กำรหยุดรถ และกำรสตำร์ทเคร่ืองยนต์เมื่อผู้ขับข่ี
ตอ้ งกำร

คลัตช์ติดตั้งอยู่ระหว่ำงเคร่ืองยนต์กับกระปุกเกียร์ คลัตช์มีหลำยชนิด ซ่ึงแต่ละชนิดที่นำมำ
ติดต้ังในรถยนต์ขึ้นอยู่กับชนิดของกระปุกเกียร์ แรงบิดท่ีเคร่ืองยนต์ให้ได้สูงสุดและลักษณะกำรให้บริกำร
ซ่ึงแบ่งออกตำมลักษณะกำรทำงำนได้ 4 ชนดิ ดงั นี้

1. คลัตช์ที่ทำงำนโดยอำศัยควำมเสียดทำน เป็นคลัตช์ที่ทำงำนได้โดยอำศัยค่ำสัมประสิทธิ์ควำมฝืด
ของผำ้ คลตั ช์ยดึ ตดิ อยู่ทผี่ วิ หน้ำทง้ั สองดำ้ น มใี ชก้ บั รถอยู่ 2 แบบ คือ

1.1 คลัตช์แบบแห้ง (Dry Clutch) ประกอบด้วยแผ่นคลัตช์ ลักษณะเป็นแผ่นจำนโลหะกลม
และมีแผ่นควำมฝืดท่ีทำจำกสำรกันควำมร้อนและแรงเสียดทำนสูงยึดติดอยู่กับผิวของแผ่นคลัตช์ทั้งสองด้ำน
ดุมของแผ่นคลัตช์จะถูกทำให้เป็นร่องไว้สวมกับเพลำรับกำลังจำกเคร่ืองยนต์ที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน เพ่ือให้
แผ่นคลัตช์นัน้ สำมำรถเล่ือนไปมำบนเพลำได้ เมื่อคลัตช์ทำงำนแผ่นคลัตช์จะถูกบบี ให้อดั อยู่กับล้อชว่ ยแรงด้วย
แรงกดของแผ่นกดคลตั ชใ์ หห้ มุนไปกบั เพลำรบั กำลงั ของกระปุกเกยี ร์ด้วยควำมเร็วเท่ำกับเคร่ืองยนต์

รปู ที่ 1.1 แสดงสว่ นประกอบของคลัตช์แบบแหง้

14
1.2 คลตั ชเ์ ปยี ก (Clutch Running Oil) คลัตช์เปียกเปน็ คลัตช์ท่ีนิยมใช้กับรถยนตร์ ะบบเกยี ร์
อัตโนมัติ (Automatic Transmission) และนิยมใช้กับรถจักรยำนยนต์ ชุดคลัตช์จะประกอบอยู่ในห้องซึ่งมี
น้ำมนั หล่อลื่นคลัตช์ และคลัตชจ์ ะเปียกอยู่ตลอดเวลำ แผ่นคลัตช์มีจำนวนหลำยแผน่ วำงเรียงสลับกับแผ่นขับ
ซงึ่ ทำให้คลตั ช์มีขนำดเลก็ ลงได้
แผ่นคลตั ชป์ ระกอบด้วยแผน่ ขับและแผ่นตำม แผ่นขบั จะทำด้วยแผน่ เหล็กกล้ำทมี่ คี วำมฝืดท้ังสองดำ้ น
ทำด้วยไมก้ ๊อก ดำ้ นในทำเป็นรอ่ งฟนั เฟอื งใน และขบอยูก่ ับร่องดุมคลัตช์ เมอ่ื เครื่องยนต์หมนุ ตวั เรอื นคลัตชจ์ ะ
ถูกขับให้หมุนตำมด้วยกำรส่งถำ่ ยแรงบิดจำกเพลำข้อเหว่ียงผ่ำนเกียรห์ รือโซ่ ซง่ึ ก็จะทำให้หมุนอยู่ตลอดเวลำ
ส่วนแผน่ ตำมผวิ ทงั้ สองดำ้ นจะไมม่ ีไม้ก๊อก จะถกู ติดต้งั สลบั กนั กับแผ่นขบั

รปู ที่ 1.2 แสดงโครงสร้ำงของคลตั ช์แบบเปียก
2. คลัตช์ท่ีทำงำนโดยอำศัยอำนำจแม่เหล็กไฟฟ้ำ คลัตช์ชนิดนี้ทำงำนได้โดยอำศัยอำนำจ
แม่เหล็กไฟฟ้ำ ซ่ึงระหว่ำงล้อตุนกำลังกับแผ่นคลัตช์จะบรรจุผงเหล็กและเม็ดเหล็กไว้โดยรอบ สวิตช์ต่อวงจร
ควบคมุ ด้วยแรงเหว่ยี ง เม่อื สตำรท์ เคร่อื งยนต์ คลตั ช์จะไม่สง่ ผ่ำนกำลัง ผขู้ ับขี่สำมำรถเข้ำเกยี รไ์ ด้ ขณะเริม่ ออก
รถกระแสไฟฟำ้ จำกเครื่องกำเนดิ ไฟฟำ้ กระแสสลับ (Alternator) ไหลผำ่ นขดลวดข้ึนอย่ำงช้ำๆ อำนำจแม่เหล็ก
กเ็ พ่ิมมำกขนึ้ ตำมกระแสไฟฟ้ำ ทำใหเ้ กิดอำนำจแม่เหล็กดึงดูดอัดผงเหล็กให้อดั แน่น เป็นตัวถ่ำยทอดกำลังให้
แผน่ คลัตช์หมุนไปกับล้อตุนกำลัง กำลงั ที่ส่งได้ ขึ้นอย่กู บั ควำมเร็วรอบและภำระที่รบั

รูปท่ี 1.3 คลตั ชอ์ ัตโนมัตทิ ่ใี ชอ้ ำนำจแม่เหล็กไฟฟำ้

15
3. คลัตช์ท่ที ำงำนโดยอำศัยแรงเหวี่ยง (Centrifugal Clutch) คลัตช์ชนิดนี้ไม่มีคันเหยียบคลัตช์ แตใ่ ช้
กลไกควบคุมกำรทำงำนของคลัตช์เม่อื เครอื่ งยนตเ์ ดินเบำ ล้อตนุ กำลงั หมนุ ช้ำ ตุ้มเหว่ียงคลัตชม์ ีแรงเหวี่ยงน้อย
มำก สำมำรถเอำชนะแรงของสปริงได้ ตุ้มเหว่ียงจึงถูกสปริงดันหุบเข้ำ กำลังงำนจึงไม่ถูกส่งผ่ำนแผ่นคลัตช์
ขณะทค่ี วำมเร็วเครอ่ื งยนต์สงู เกนิ 800 รอบต่อนำที ตุ้มเหว่ยี งเกดิ แรงเหวี่ยงหนศี นู ยก์ ลำงมำกขึ้นและถูกเหว่ียง
ใหเ้ คลอื่ นออก

รปู ที่ 1.4 แสดงส่วนประกอบของคลตั ช์แบบแรงเหว่ียง
4. คลตั ช์ทีท่ ำงำนโดยอำศัยของเหลว (Hydraulic Clutch)

รปู ที่ 1.5 คลัตช์แบบทอร์กคอนเวอรเ์ ตอร์
ในปจั จุบนั คลัตช์ทีน่ ยิ มใช้กับรถยนตม์ เี พียงสองชนดิ คอื คลตั ช์ทที่ ำงำนโดยอำศยั ควำมเสยี ดทำน
แผน่ เดียวและคลตั ช์ท่ที ำงำนโดยอำศยั ของเหลว

16

โครงสร้างสว่ นประกอบของคลัตช์
รถยนต์ท่ีใช้กระปุกเกียร์แบบธรรมดำ คลัตช์คือกลไกทำหน้ำท่ีควบคุมกำรตัดและต่อกำลังจำก

เครื่องยนต์ไปยังกระปุกเกียร์ คลัตช์จะติดต้ังอยู่ระหว่ำงเครื่องยนต์กับกระปุกเกียร์ ชุดคลัตช์จะยึดติดกับล้อ
ช่วยแรงด้วยโบลต์ท่ีด้ำนหลังของเครื่องยนต์ ก็คือเพลำข้อเหวี่ยง อุปกรณ์ในชุดคลัตช์มีส่วนประกอบ
ที่สำคญั ๆ คอื

1. ลอ้ ช่วยแรง (Flywheel)
2. แผน่ คลัตช์ (Clutch Disc)
3. แผ่นกดคลัตช์ (Pressure Plate)
4. ลกู ปนื กดคลัตช์ (Release Bearing)
5. ก้ำมปูกดคลตั ช์ (Release Fork)
6. เพลำคลัตช์ (Clutch Shaft Bearing)
1.ลอ้ ช่วยแรง (Flywheel)
ล้อช่วยแรง ติดต้ังอยู่กับเพลำข้อเหวี่ยง (Crank Shaft) มีฟันเฟือง ( Ring Gear) ติดอยู่กับขอบ
ด้ำนนอกของล้อช่วยแรง ล้อช่วยแรงผลิตจำกเหล็กหล่อผสมแกรไฟต์ หน้ำสัมผัสด้ำนนอกมีลักษณะเรียบ
ติดแนบสนิทกบั แผน่ คลัตช์ ลอ้ ชว่ ยแรงทำหน้ำที่เปน็ ตัวสะสมพลังงำนเพอื่ ชว่ ยลดอำกำรส่นั ของเครอื่ งยนต์

รูปท่ี 1.5 แสดงลกั ษณะลอ้ ชว่ ยแรง (Flywheel)
2. แผน่ คลัตช์ (Clutch Disc)

แผ่นคลัตช์ ทำหน้ำที่ ถ่ำยทอดแรงบิดให้เป็นไปอย่ำงรำบเรียบ โดยไม่มีอำกำรกระตุก และต้อง
ถ่ำยทอดกำลงั อย่ำงต่อเนื่องโดยไมเ่ กิดกำรลื่นไถล

แผ่นคลัตช์ มลี ักษณะเป็นแผน่ กลม ๆ ทำจำกเหลก็ กลำ้ เป็นแผน่ บำง ๆ มแี ผน่ ควำมฝดื ท่ีทำมำจำกวัสดุ
ที่เป็นแร่ใยหิน (Asbestos) ผสมผงโลหะ เช่น ผงทองแดง ทองเหลือง เพ่ือช่วยในกำรจับตัวกันที่หน้ำสัมผัส
เพ่ิมควำมทนทำน ทนต่อควำมร้อนและแรงเสียดทำนสูง โดยจะถูกยึดติดอยู่กับผิวของแผ่นคลัตช์ทั้งสองด้ำน
ดุมของแผ่นคลตั ช์จะถกู ทำให้เป็นรอ่ งไวส้ วมกบั เพลำรบั กำลังจำกเคร่ืองยนตท์ ่ีมีลกั ษณะเชน่ เดียวกนั

17
เพ่ือให้แผ่นคลัตช์นั้นสำมำรถเลื่อนไปมำบนเพลำได้ เม่ือคลัตช์ทำงำน แผ่นคลัตช์จะถูกบีบให้อัดอยู่กับล้อ
ช่วยแรงด้วยแรงกดของชุดแผ่นกดคลัตช์ให้หมุนไปกับเพลำรับกำลังของกระปุกเกียร์ ด้วยควำมเร็วที่เท่ำกับ
เคร่อื งยนต์

รปู ที่ 1.6 แสดงลักษณะแผ่นคลตั ช์ (Clutch Disc)
3. แผน่ กดคลัตช์ (Clutch Pressure Plate)

แผ่นกดคลัตช์ จะทำหน้ำท่ียึดและติดตั้งชุดอุปกรณ์ต่ำง ๆ ของคลัตช์ โดยจะยึดกดแผ่นคลัตช์ให้
แนบสนิทกับล้อช่วยแรงโดยมีสปริงกดอยู่ที่ด้ำนหลังของแผ่นกดคลัตช์ หน้ำสัมผัสของแผ่นกดคลัตช์จะต้อง
เรียบสม่ำเสมอกัน ถ้ำแผ่นกดมีแรงกดไม่สม่ำเสมอก็จะทำให้แรงกดท่ีแผ่นคลัตช์เอียงและเกิดกำรเสียดสี
เกิดควำมร้อน และเกิดกำรสึกหรอ และทำให้คลัตช์ล่ืนได้ ชุดกดแผ่นคลัตช์ที่ใช้อยู่กับรถยนต์ทั่ว ๆ ไป
ปจั จบุ ันมอี ยู่ 2 แบบ คือ

3.1 แผ่นกดคลัตช์แบบขดลวดสปริง (Coil Spring Clutch)
จะมีอยู่ 3 ขำ ที่เรยี กว่ำนิ้วคลตั ช์ ขำคลัตช์ หรือ “ตีนผี” แต่ละขำอยใู่ นรูปสเี่ หลี่ยมของฝำครอบคลตั ช์ และยึด
อยู่กับสลักเกลียวปรับของขำคลัตช์ แผ่นกดคลัตช์แบบน้ีถูกอัดแน่นกับล้อช่วยแรงได้ด้วยแรงกดของขดลวด
สปรงิ จำนวนตง้ั แต่ 6 – 12 ตัว ทต่ี ิดต้ังโดยรอบในแนวตงั้ ฉำกกบั แผ่นกดคลัตช์ เม่อื แผ่นคลัตช์ถกู แผ่นกดคลัตช์
อัดแน่นกับล้อช่วยแรง แผ่นคลัตชจ์ ึงหมุนไปพร้อมกับเพลำข้อเหวี่ยง และทำให้เพลำคลัตช์ซึ่งสวมอยู่กับแผ่น
คลัตชห์ มุนตำมไปดว้ ย เม่ือกดคลตั ช์ ขำคลัตชถ์ ูกกดลงเป็นกำรตัดกำรส่งกำลัง ลูกปืนคลัตช์เล่ือนเขำ้ หำปลำย
ด้ำนใน และปลำยด้ำนนอกของ 3 ขำ กระดกยกแผ่นกดคลัตช์ให้ออกจำกแผ่นคลัตช์ ทำให้แผ่นคลัตช์เป็น
อสิ ระ จึงเปน็ กำรตดั กำรส่งกำลงั จำกเครอื่ งยนต์

รปู ท่ี 1.7 แสดงลักษณะแผ่นกดคลตั ชแ์ บบขดลวดสปรงิ (Coil Spring Clutch)

18
3.2 แผน่ กดคลัตช์แบบไดอะแฟรม (Diaphram Spring Clutch)

หรือแบบหวี แผ่นกดคลัตช์แบบนี้ใชแ้ ผ่นไดอะแฟรมสปริงท่ีทำจำกโลหะเหล็กกล้ำท่ีผ่ำนกรรมวิธี
กำรผลิต โดยกำรอัดขึ้นรูป และชุบแข็งด้วยควำมร้อน กดแผ่นกดคลัตช์ให้อัดแน่นกับล้อช่วยแรง และเม่ือ
ปลำยหวีคลัตช์ถูกกด แผ่นไดอะแฟรมถูกดันเข้ำด้ำนใน ต้ำนกับแหวน ที่ทำหน้ำที่เป็นจุดหมุน ขอบด้ำนนอก
ของขอบไดอะแฟรมจะดึงให้แผ่นกดคลัตช์แยกออกจำกแผ่นคลัตช์ และแผ่นคลัตช์ก็จะหมุนได้อย่ำงอิสระ
ข้อดีของคลัตชแ์ บบแผ่นไดอะแฟรม คือ

1. แรงกดท่ีเกดิ ข้นึ ได้เทำ่ ๆ กันทุกจุด
2. มีควำมสมดุลดกี วำ่ แบบขดลวดสปริง เนื่องจำกเปน็ วงกลมแผ่นเดียว
3. ออกแรงกดน้อยกว่ำแบบขดลวดสปรงิ แรงกดเปล่ยี นแปลงเลก็ น้อยเม่อื แผน่ คลัตช์สึก
4. แรงกดไม่เปลย่ี นแปลงขณะควำมเร็วสูง

รูปท่ี 1.8 แสดงลกั ษณะแผน่ กดคลัตชแ์ บบไดอะแฟรม (Diaphram Spring Clutch)
4. ลกู ปืนกดคลัตช์ (Release Bearing)

ลูกปนื กดคลัตช์ ทำหน้ำท่ี กดหวีคลัตช์ให้เคล่อื นที่ไปในแนวทิศทำงเดยี วกนั กับลอ้ ชว่ ยแรงเพอื่
ดึงแผน่ กดคลตั ช์ให้เคลอ่ื นทีถ่ อยออกมำ ลูกปืนกดคลัตช์น้ีจะติดอยกู่ ับตัวกำ้ มปูกดคลัตช์ สว่ นตวั รองรบั จะเป็น
แผ่นวงแหวนหนำ ติดอยู่กับตัวคลัตช์หรือหวีคลัตช์ ซ่ึงมีขนำดเท่ำๆกันกับตัวลูกปืนกดคลัตช์และจะหมุนไป
พรอ้ มๆ กันกับแผน่ กดคลัตช์ ลูกปืนกดคลัตชจ์ ะทำเปน็ ชดุ สำเร็จ อัดจำระบซี ีลปิดอยำ่ งดีเพ่ือป้องกนั กำรชำรุด
ไม่ให้เสียหำยได้ง่ำย จงึ ไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งมกี ำรหล่อลื่น

รปู ท่ี 1.9 แสดงลกั ษณะลูกปืนกดคลตั ช์ (Release Bearing)

19
5. ก้ำมปูกดคลัตช์ (Clutch Release Fork)

ก้ำมปูกดคลัตช์ จะยื่นออกมำทำงด้ำนข้ำงของตัวเรือนคลัตช์ (Clutch housing) ในกำรติดต้ังจะมี
สปริงสำหรับดันซีลกันฝุ่นท่ีปิดรูตัวเรือนคลัตช์นี้ เพ่ือป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองเข้ำไปภำยใน จะมีสตัดหัวกลม
(Clutch ball stud) ที่อยู่ด้ำนข้ำง ในตัวเรือนคลัตช์ทำหน้ำท่ีเป็นจุดหมุนให้ก้ำมปูกดคลัตช์ ในขณะท่ีปลำย
ด้ำนนอกของก้ำมปูกดคลัตช์ จะเคลื่อนที่ไปมำของโดยกำรทำงำนของคลัตช์ ทำให้ลูกปืนกดคลัตช์ท่ี
(Throwout bearing) ประกอบอยู่ท่ปี ลำยของกำ้ มปูกดคลัตช์เคลอื่ นท่ีไปมำดว้ ย

รปู ท่ี 1.10 แสดงลักษณะกำ้ มปูกดคลัตช์ (Release Fork)

6. เพลำคลตั ช์ (Clutch Shaft Bearing)
เพลำคลตั ช์ มีลักษณะ ด้ำนหวั ของเพลำคลัตช์มีฟันหนำ้ เฟือง (Dog Teeth) สำหรับต่อกบั ปลอก ดุม

คลตั ช์ หรอื ปลอกเลือ่ นของตำแหน่งเกียร์4 และบนเพลำคลตั ชย์ งั มีเฟืองฟนั เฉียงขบกับเฟืองฟนั เฉียงตวั แรกบน
เพลำรอง สว่ นดำ้ นปลำยของเพลำคลตั ชส์ วมอยูก่ ับลกู ปนื ปลำยเพลำคลตั ช์ ซง่ึ อยูใ่ นเบำ้ ของเพลำขอ้ เหวยี่ ง

เพลำคลัตช์ ทำหน้ำท่ีรับกำลังจำกเคร่ืองยนต์ส่งไปยังกระปุกเกียร์ บนเพลำคลัตช์ มีแผ่นคลัตช์
เคลือ่ นที่ไปมำ ตำมควำมยำวของร่องสไปร์ (Spline) เมอ่ื แผ่นคลตั ชห์ มุนจะทำใหเ้ พลำคลตั ช์หมนุ ตำมไปดว้ ย

รปู ที่ 1.11 แสดงลกั ษณะเพลำคลัตชห์ รือเพลำรับกำลงั

20

ใบงานท่ี 1 หนว่ ยที่ 1
วิขา งานสง่ กาลังรถยนต์ รหสั วิชา 20101-2004
เร่อื ง ปฏิบัติงานถอดประกอบคลัตชแ์ บบสปรงิ ไดอะแฟรม สอนครงั้ ท่ี 1
ทฤษฎี 1 ปฏิบัติ 3

ชวั่ โมงรวม 4

จุดประสงค์ทั่วไป
1. มีความสามารถในการถอดประกอบคลัตช์แบบสปรงิ ไดอะแฟรม
2. ตระหนกั ถึงคุณธรรม จริยธรรม

จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
1. ปฏิบัติงานถอดประกอบคลัตช์แบบสปริงไดอะแฟรมไดถ้ กู ตอ้ ง
2. แสดงออกถงึ กิจนสิ ยั ทีด่ ีในการทางาน รบั ผิดชอบ ประณตี รอบคอบ ตรงต่อเวลา สะอาด
ปลอดภยั และรกั ษาสภาพแวดลอ้ มได้

เครอ่ื งมือและอุปกรณ์
1. ประแจรวม
2. ลกู บลอ็ ก
3. ด้ามขันกรอกแกรก
4. ด้ามตอ่ ส้นั
5. ด้ามตอ่ ยาว
6. ดา้ มขันเลอื่ น
7. ไขควงแบน
8. ตวั ดูดลกู ปืนปลายเพลาคลตั ช์แบบกระแทก
9. ตัวต้ังศูนย์จานคลัตช์
10. ค้อน

ลาดับขัน้ การปฏิบัติงาน
- การถอดชุดคลตั ชอ์ อกจากรถยนต์
1. นารถยนต์ข้นึ ลฟิ ต์อย่างถูกต้อง
2. ยกลิฟตข์ ้นึ ในตาแหน่งที่เข้าใต้รถไดแ้ ละลอ็ กลิฟต์เพอื่ ความปลอดภยั
3. ทาเครอ่ื งหมายการประกอบท่หี น้าแปลนเพลากลางกับหนา้ แปลนเฟอื งทา้ ยและใชป้ ระแจ
ถอดนอตทัง้ 4 ตวั ออก
4. ถอดลูกปนื รองรับเพลากลาง ใช้ประแจคลายนอตยดึ 2 ตวั ออก และต้องรองรบั เพลา
ไม่ให้รว่ ง
5. ถอดเพลากลางออกจากหน้าแปลนเฟืองทา้ ยและท้ายเกียร์ พรอ้ มกับใชถ้ งุ พลาสติกผกู รดั
ทา้ ยเกยี รไ์ วไ้ มใ่ ห้นา้ มนั ร่วั ไหล

21

6. ใช้มอื ปลดล็อกถอดปล๊กั สายไฟตัววัดความเรว็ รอบเครื่องยนต์และถอดขอ้ ตอ่ สายไฟเตือน
เกยี รถ์ อยหลงั ออก

7. ถอดนอตยดึ ทา้ ยเกียร์และยางรองท้ายเกียรอ์ อก
8. ถอดนอตยึดเส้อื เกียรอ์ อกจากเคร่อื งยนต์ ในตาแหน่งนจ้ี ะตอ้ งถอดและใชด้ ้ามขันหลายตัว
9. ถอดกระปุกเกียรอ์ อกจากท้ายเครอื่ งยนต์

ในรถยนต์บางรุ่นอาจจะต้องหมุนหาตาแหน่งเพ่ือถอดเกียร์ออก จะถอดออกเลยไม่ได้
รองรบั ท้ายเคร่อื งยนตด์ ว้ ยแมแ่ รงดงึ กระปกุ เกยี รอ์ อกให้ปลายเพลาคลัตช์หลุดออก
จากเสอื้ คลัตช์ จากน้ันหมนุ หรือโยกกระปกุ เกยี รเ์ พ่ือหาตาแหน่งยกกระปกุ เกยี ร์ลงได้
- การถอดชุดคลัตช์ออกจากล้อช่วยแรง (Flyweel)
1. ทาเครือ่ งหมายการประกอบที่เสอื้ คลตั ชก์ ับล้อช่วยแรง

วิธีการคลายนอตยึดเสื้อคลัตช์ ให้คลายน๊อตออกตรงข้ามกันคร้ังละเล็กน้อยจนกว่า
จะออกหมดทุกตัว ทาเคร่ืองหมายการประกอบที่เส้ือคลัตซ์ให้ตรงกับเคร่ืองหมายท่ี
ล้อช่วยแรงกอ่ นถอดน๊อตยดึ เส้ือคลตั ชอ์ อก
2. ถอดเส้อื คลัตช์ออกจากลอ้ ชว่ ยแรง

วิธีการคลายน๊อตยึดเส้ือคลัตช์ให้คลายน๊อตออกตรงข้ามกันครั้งละเล็กน้อยครบ
ทุกตัวและใช้มือหรือตัวตั้งศูนย์คลัตช์รองรับไม่ให้แผ่นคลัตช์ตกลงสู่พ้ืนเสียหายขณะถอด
เสือ้ คลตั ช์ และสงั เกตลกั ษณะการประกอบแผน่ คลัตช์
3. ถอดลูกปืนรองรับเพลาคลัตช์ออกเม่อื หมดอายุการใช้งานเท่านั้น ถ้าตรวจสอบแลว้
ยงั ใชง้ านได้ไมต่ ้องถอดออก ประกอบเคร่อื งมือพิเศษชนิดใชแ้ รงกระแทกลูกปนื ให้
ออกจากล้อช่วยแรง
ข้อควรระวัง การใช้เครื่องมือพิเศษกระแทกเกาะดึงลูกปืนออก ต้องระวังไม่ให้ตัวเกาะ
ดึงลูกปืนทาให้ฝาปิดสารหล่อล่ืนลูกปืนเสียหาย เพราะลูกปืนชนิดน้ีเป็นแบบหล่อลื่นในตัว
และอาจเปน็ อันตรายต่อรา่ งกายได้
4. ถอดก้ามปูและลูกปืนคลัตช์

ใชม้ อื จบั ก้ามปูตรงกลางดึงออกมาให้สปรงิ ล็อกก้ามปูหลดุ จากนนั้ ถอดออกมาพรอ้ ม
กับลกู ปืนคลตั ช์ทางดา้ นหน้าเกียร์หรือดา้ นปลายเพลาคลัตช์
ขอ้ ควรระวัง ไมค่ วรใหล้ ูกปืนคลตั ช์ตก และห้ามนาไปล้างกบั น้ามนั หรอื น้า เพราะเปน็ ลกู ปืน
ช นิ ด ที่ ห ล่ อ ล่ื น ใ น ตั ว แ ล ะ สั ง เ ก ต ก า ร ติ ด ต้ั ง ก้ า ม ปู กั บ ต ลั บ ลู ก ปื น ว่ า อ ยู่ ใ น ลั ก ษ ณ ะ ใ ด
ก่อนแยกออกจากกนั
- การประกอบชดุ คลัตช์ ทาย้อนขั้นตอนการถอด

หลักสตู ร : ประกาศนียบัตรวชิ าชพี 22
ชอ่ื วิชา : งานสง่ กาลงั รถยนต์
ใบประเมนิ ผล
หวั ข้อเรื่อง : งานถอดประกอบคลตั ช์แบบสปริงไดอะแฟรม การปฏิบตั ิงาน

ชอ่ื นกั เรียน............................................................................................ระดับชนั้ ...........................
วันท่ปี ฏิบัตงิ าน..............................................................................................................................

คาช้แี จง ให้ทาเคร่อื งหมาย  ลงในชอ่ งระดบั ความคิดเห็นตรงกับระดบั ผลงานของนักเรยี น

ลาดบั รายการ คะแนน หมายเหตุ
เตม็ ได้
1 เลือกใช้เครื่องมอื ในงานถอดประกอบคลตั ชแ์ บบสปรงิ 10
ไดอะแฟรมไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
20
2 ถอดคลัตชแ์ บบสปริงไดอะแฟรมไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 20

3 จดั วางชน้ิ ส่วนของคลัตช์แบบสปริงไดอะแฟรมไดอ้ ยา่ ง 20
เปน็ ระเบียบเรยี บร้อย 10
10
4 ประกอบคลตั ชแ์ บบสปรงิ ไดอะแฟรมไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 10

5 ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความปลอดภัย 100
6 ผลงานเรยี บร้อยถูกตอ้ งตามเวลาทกี่ าหนดไว้
7 ทาความสะอาดเครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์ทกุ คร้ังหลงั

ปฏบิ ตั ิงาน

รวม

หลกั สตู ร : ประกาศนียบตั รวิชาชีพ 23
ชอื่ วิชา : งานส่งกาลังรถยนต์
ใบประเมิน
หวั ข้อเรอ่ื ง : งานถอดประกอบคลตั ชแ์ บบสปรงิ ไดอะแฟรม คุณลักษณะ
ทีพ่ งึ ประสงค์

ช่อื นักเรยี น............................................................................................ระดับชนั้ ...........................
วนั ท่ปี ฏบิ ตั งิ าน..............................................................................................................................

คาชแี้ จง ให้ทาเครอ่ื งหมาย  ลงในชอ่ งระดบั ความคิดเห็นตรงกบั ระดบั ผลงานของนักเรยี น

ลาดบั รายการ คะแนน หมายเหตุ
เตม็ ได้
1 ความมีระเบียบวนิ ยั 20
2 ความใฝร่ ู้ ใฝ่เรียน
3 การตรงตอ่ เวลา 20
4 ความซ่ือสตั ย์
5 ความประหยัด 20

รวม 20

20
100


Click to View FlipBook Version