The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัย การเข้าเรียนไม่ตรงเวลา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by snurs895, 2024-03-05 20:21:27

วิจัย การเข้าเรียนไม่ตรงเวลา

วิจัย การเข้าเรียนไม่ตรงเวลา

1 บทที่ 1 บทนํา วิจัยในชั้นเรียนเรื่อง การศึกษาพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาของนักศึกษาวิชา งานเครื่องยนตดีเซลปวช. 1/1,2 แผนกวิชาชางยนตวิทยาลัยเทคนิคลําพูน ที่เรียนวิชางานเครื่องยนต ดีเซล (20101-2002)ภาคเรียนที่2 ปการศึกษา 2566 ความเปนมาและความสําคัญของปญหา เนื่องดวยแผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูนมีนโยบายที่มุงเนนสงเสริมใหนักเรียน นักศึกษา ของแผนกวิชาชางยนต มีคุณธรรม จริยธรรม คานิยม คุณลักษณะอันพึงประสงค และ ปฏิบัติตามกฎระเบียบตางๆ ที่วิทยาลัยเทคนิคลําพูน กําหนดไว ปญหาการเขาชั้นเรียนไมตรงเวลาเปนปญหาที่มาจากพฤติกรรมของนักศึกษาที่เกิดขึ้นตั้งแต อดีตจนถึงปจจุบันปญหานี้ควรจะหาวิธีการแกไขใหถูกตองและนํามาปรับปรุงพฤติกรรมอันพึง ประสงคของนักศึกษาในชั่วโมงจึงเปนหนาที่ความรับผิดชอบของครูผูสอนทุกคนที่จะแกไขปญหานี้จึง เปนสาเหตุที่ทําใหเกิดปญหาตางๆในชั้นเรียนเชนทําใหเกิดการหยุดการสอนในชวงหนึ่งเมื่อนักศึกษา ที่มาสายเดินเขาในชั้นเรียนในขณะที่นักศึกษาทุกคนกําลังเรียนและเมื่อเขาไปนั่งเรียนแลวก็จะ สอบถามเพื่อนที่นั่งใกลวาอาจารยสอนอะไรบางทําใหเกิดการพูดคุยในเวลาเรียนบางครั้งครูผูสอนตอง เริ่มทําการสอนใหมทําใหนักศึกษาที่ตั้งใจเรียนอยูกอนเกิดความเบื่อหนายทําใหเสียเวลาในการเรียน การสอน อีกทั้งผูสอนไมสามารถติดตาม พูดคุย ซักถามปญหาตางๆจากการเรียนการสอน หรืออบรม สอดแทรกการอบรมคุณธรรม จริยธรรมใหแกนักศึกษาได หลังจากเปดภาคเรียนที่ 2ปการศึกษา 2566เปนเวลา 2 เดือน พบวามีนักศึกษาเขาเรียนใน วิชางานเครื่องยนตดีเซล (20101-2002) ชาเกินกวาที่ตกลงไว 5-39 นาทีเปนประจําตั้งแตชั่วโมงแรก ของการทําการเรียนการสอน โดยไมทันไดรวมกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งแสดงใหเห็นวานักศึกษา กลุมนี้ยังขาดความรับผิดชอบตอตนเอง และยังขาดความรับผิดชอบตอหนาที่ในการเรียน ซึ่งเปน คุณลักษณะที่ไมพึงประสงค และอาจสงผลกระทบตอรายวิชา เปนตนวา ผลการเรียนที่ไมพึงประสงค หมดสิทธสอบ ผูวิจัยจึงเห็นวาปญหาการเขาเรียนไมตรงเวลาเปนปญหาที่สําคัญอยางยิ่งจึงไดนํามาเปน หัวขอการวิจัยดังกลาวในภาคเรียนที่ 2ปการศึกษา 2566 นี้ผูวิจัยไดทําการสอนในวิชางานเครื่องยนต ดีเซล (20101-2002) ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ


2 ชั้นปวช. 1 /1,2สาขาเทคนิคยานยนต แผนกวิชาชางยนต ในชั้นเรียนนี้นักศึกษาทุกคน ผูวิจัยซึ่งเปน ครูผูสอนจึงนําปญหานี้มาศึกษาพฤติกรรมเพื่อหาแนวทางในการแกไขปญหาปรับปรุงพฤติกรรมการ เขาชั้นเรียนใหตรงตอเวลาของผูเรียนกลุมเปาหมายตอไป วัตถุประสงคของการวิจัย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาของนักศึกษาวิชางานเครื่องยนตดีเซล ปวช. 1/1,2ภาคเรียนที่ 1ปการศึกษา 2566 แผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูน ขอบเขตของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ศึกษาเฉพาะนักศึกษาในระดับชั้น ปวช.1กลุม 1,2จํานวน 35 คน แผนกวิชา ชางยนตแผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูนภาคเรียนที่ 1ปการศึกษา 2566 ที่เรียนวิชางาน เครื่องยนตดีเซล (20101-2002) ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1. สามารถเขาใจถึงปญหาพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาของนักศึกษาวิชางาน เครื่องยนตดีเซลปวช. 1/1,2ภาคเรียนที่ 1ปการศึกษา 2566 แผนกวิชาชางยนตวิทยาลัยเทคนิคลําพูน ไดอยางถูกตอง 2. ทําใหรูจักนักศึกษาที่เกิดปญหาไดเปนรายบุคคลเพื่อใหทราบเปนแนวทางในการแกไข 3. เปนประโยชนดานการเรียนแกนักศึกษา ในวิชางานเครื่องยนตดีเซล วิธีดําเนินการวิจัย เปนการวิจัยเชิงทดลองโดยใชการศึกษาพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาของ นักศึกษาในการศึกษาปญหากับกลุมเปาหมาย ระยะเวลาดําเนินการ สัปดาหที่ 4 ถึงสัปดาหที่ 17 ของ ภาคเรียนที่ 1ปการศึกษา 2566รวม 13 สัปดาห กลุมตัวอยาง นักศึกษาในระดับชั้น ปวช.1กลุม 1,2จํานวน 35 คน แผนกวิชาชางยนตแผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูนภาคเรียนที่ 2ปการศึกษา 2566 ที่เรียนวิชางานเครื่องยนตดีเซล นิยามศัพทในการวิจัย 1. นักเรียน หมายถึง นักเรียนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 หรือนักศึกษา ที่จบจาก ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) 2. ปญหาดานพฤติกรรม หมายถึง นักศึกษาที่มีการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลา ในรายวิชา วิชางานเครื่องยนตดีเซล


3 3. แบบสอบถาม หมายถึง แบบสอบถามเพื่อการศึกษาพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนไมตรงตอ เวลากับนักศึกษาในระดับชั้น ปวช.1/1,2 แผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูนภาคเรียนที่ 2ป การศึกษา 2566 ที่เรียนวิชางานเครื่องยนตดีเซล


4 บทที่ 2 เอกสารและทฤษฎีที่เกี่ยวของ การรายงานการวิจัยเรื่อง การศึกษาพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาของนักศึกษา วิชางานเครื่องยนตดีเซลปวช. 1/1,2แผนกวิชาชางยนตวิทยาลัยเทคนิคลําพูน ที่เรียนวิชางาน เครื่องยนตดีเซล (20101-2002)ภาคเรียนที่2ปการศึกษา 2566 ผูรายงานไดศึกษาเอกสารและ วรรณกรรมที่เกี่ยวของ ดังนี้ 1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพพุทธศักราช 2562 2. การพัฒนาวินัยของนักเรียน 3. ความรับผิดชอบตอตนเอง 4. งานวิจัยที่เกี่ยวของ 1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 กระทรวงศึกษาธิการ (2562: 1 – 6) ไดกลาวถึงหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช พุทธศักราช 2562 ดังนี้ ประเภทวิชาอุตสาหกรรมสาขาวิชาเทคนิคเครื่องกล จุดประสงคสาขาวิชา 1. เพื่อใหสามารถประยุกตใชความรูและทักษะดานการสื่อสาร ทักษะการคิดและการ แกปญหา และทักษะทางสังคมและการดํารงชีวิตในการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ 2. เพื่อใหมีความเขาใจหลักการบริหารและจัดการวิชาชีพ การใชเทคโนโลยีสารสนเทศและ หลักการของงานอาชีพที่สัมพันธเกี่ยวของกับการพัฒนาวิชาชีพเครื่องกล ใหทันตอการเปลี่ยนแปลง และความกาวหนาของเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี 3. เพื่อใหมีความเขาใจในหลักการและกระบวนการทํางานในกลุมงานพื้นฐานดานเครื่องกล 4. เพื่อใหสามารถประยุกตใชความรูและเทคโนโลยีดานเครื่องกลในการพัฒนาตนเองและ วิชาชีพ 5. เพื่อใหสามารถปฏิบัติงานวิเคราะหแกปญหาสรางสรรคและนําเทคโนโลยีมาใชในการ พัฒนางานเทคนิคยานยนต เทคนิคเครื่องกลอุตสาหกรรม เทคนิคเครื่องกลเรือ เทคนิคเครื่องกล เกษตร เทคนิคเครื่องกลเรือพาณิชย เทคนิคซอมตัวถังและสีรถยนต บํารุงรักษาเครื่องกลอุตสาหกรรม ผลิตไฟฟาและเทคนิคเครื่องกลระบบขนสงทางราง 6. เพื่อใหสามารถปฏิบัติงานเครื่องกลในสถานประกอบการและประกอบอาชีพอิสระ รวมทั้ง การใชความรูและทักษะเปนพื้นฐานในการศึกษาตอในระดับสูงขึ้นได


5 7. เพื่อใหมีเจตคติที่ดีตองานอาชีพ มีความคิดริเริ่มสรางสรรค ซื่อสัตยสุจริต มีระเบียบวินัย เปนผูมีความรับผิดชอบตอสังคม สิ่งแวดลอม ตอตานความรุนแรงและสารเสพติด หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาเทคนิคเครื่องกล มาตรฐานการศึกษาวิชาชีพ คุณภาพของผูสําเร็จการศึกษาระดับคุณวุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ประเภท วิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาเทคนิคเครื่องกล ประกอบดวย 1. ดานคุณลักษณะที่พึงประสงค ไดแก 1.1 ดานคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ ไดแก ความเสียสละ ซื่อสัตยสุจริต กตัญูกตเวที อดกลั้น ละเวนสิ่งเสพติดและการพนัน มีจิตสํานึกและเจตคติที่ดีตอวิชาชีพและสังคม เปนตน 1.2 ดานพฤติกรรมลักษณะนิสัย ไดแก ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความรักสามัคคี มีมนุษยสัมพันธ เชื่อมั่นในตนเอง ขยัน ประหยัด อดทน พึ่งตนเอง ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความ ปลอดภัยอาชีวอนามัย การอนุรักษพลังงานและสิ่งแวดลอม เปนตน 1.3 ดานทักษะทางปญญา ไดแก ความรูในหลักทฤษฎี ความสนใจใฝรู ความคิดริเริ่ม สรางสรรคความสามารถในการคิด วิเคราะหเปนตน 2. ดานสมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป ไดแก 2.1 สื่อสารโดยใชภาษาไทยและภาษาตางประเทศในชีวิตประจําวันและเพื่อพัฒนางานอาชีพ 2.2 แกไขปญหาและพัฒนางานอาชีพโดยใชหลักการและกระบวนการทางวิทยาศาสตรและ คณิตศาสตร 2.3 มีบุคลิกภาพและคุณลักษณะเหมาะสมกับการปฏิบัติงานอาชีพและการอยูรวมกับผูอื่น 2.4 ประยุกตใชความรู ทักษะ ประสบการณและเทคโนโลยีเพื่อสงเสริมและพัฒนางานอาชีพ 3. ดานสมรรถนะวิชาชีพ ไดแก 3.1 วางแผน ดําเนินงาน จัดการและพัฒนางานอาชีพตามหลักการและกระบวนการ โดย คํานึงถึงการบริหารงานคุณภาพ การอนุรักษพลังงานและสิ่งแวดลอม และหลักความปลอดภัย 3.2 ประยุกตใชเทคโนโลยีคอมพิวเตอรและสารสนเทศเพื่อพัฒนางานอาชีพ 3.3 ทดสอบความแข็งแรงของวัสดุ 3.4 ทดสอบสมบัติของน้ํามันเชื้อเพลิง วัสดุหลอลื่นและของไหล 3.5 ทดสอบการทํางานของระบบนิวเมติกสและไฮดรอลิกส 3.6 ประยุกตใชหลักการทางเทอรโมไดนามิกสกับเครื่องยนตสันดาปภายใน


6 2. การพัฒนาวินัยของนักเรียน 1.1 ความหมายและประเภทของวินัยในตนเอง มีนักวิชาการและนักการศึกษาไดใหความหมายของวินัยไวดังนี้ วัชรีธุวธรรม (2525) [1]ไดใหความหมายของวินัย (Discipline) วาวินัยในภาษาอังกฤษมีราก ศัพทเดิมจากภาษาลาตินแปลวาการทําตามคําสั่งของผูนําสวนในภาษาไทยคําวา “วินัย” มีรากศัพท มาจากภาษาสันสกฤตซึ่งมีความหมายวา “การฝกหัดหรือการฝกฝน” การสอนวินัยนักเรียนในระยะ สั้นๆคือการทาใหเด็กเปนศิษยที่ยอมรับถือปฏิบัติตามคาสั่งสอนโดยการใชการฝกฝนจนเปนนิสัยและ ในระยะยาวคือการหาวิธีใหเด็กเรียนรูกระบวนการคิดดวยเหตุและผล วัชรีทรัพยมี(2539: 25)[2] กลาววาวินัยหมายถึงสิ่งที่ควบคุมใหคนมีระเบียบพรอมเพรียง เพื่อจะไดมีความสุขและทาใหการงานบรรลุผลสําเร็จดวยดี ธีรวุฒิประทุมนพรัตน(2536: 27)[3] กลาววาวินัยหมายถึงกฎเกณฑระเบียบหรือมาตรฐาน ทั้งภายในและภายนอกที่กําหนดขึ้นใหนักเรียนปฏิบัติตามคือเชื่อฟงครูอาจารยไมกลาฝาฝนเพราะกลัว การลงโทษทั้งนี้เพื่อใหเกิดความสงบเรียบรอยขึ้นในสังคมโรงเรียน วินัยพัฒนรัฐและคณะ (ม.ป.ป.: 9 ) ไดใหความหมายความมีระเบียบวินัยหมายถึงการ ประพฤติตามกฎขอบังคับและกติกาตางๆที่สังคมกําหนดขึ้นเพื่อใหเปนแนวทางในการปฏิบัติและใช ควบคุมความประพฤติของคนในสังคมเชนกฎหมายคําสั่งคําประกาศระเบียบโรงเรียนเปนตน บุญธรรมพูนทรัพย (2539 : 78) ไดใหความหมายของคําวาวินัยหมายถึงการปฏิบัติตาม กฎระเบียบที่ควบคุมคนในสังคมกฎระเบียบนั้นมีทั้งกฎระเบียบทางโลกเชนกฎหมายกฎขอบังคับของ โรงเรียนกฎระเบียบของชุมชนทั้งกฎระเบียบทางธรรมหรือทางศาสนาเชนศีล 5, ศีล 10, ศีลสาหรับ พระภิกษุ227 ขอ ฉันทนาภาคบงกชและคณะ (2539 : 70) ไดใหความหมายของคําวาวินัยดังตอไปนี้ 1. การมีวินัยโดยมองเชิงพฤติกรรมการกระทาการมีวินัยหมายถึงการที่บุคคลปฏิบัติตนให เปนไปตามกฎระเบียบขอบังคับแบบแผนขอตกลงที่สังคมกําหนดใหบุคคลประพฤติปฏิบัติตามเพื่อให บุคคลอยูรวมกันในสังคมไดอยางมีความสุข 2. การมีวินัยโดยมองเชิงความรูสึกนึกคิดจิตใจการมีวินัยหมายถึงความรูสึกนึกคิดความสํานึก และจิตวิญญาณที่มีอยูภายในตัวบุคคลเปนเครื่องกํากับใหบุคคลประพฤติปฏิบัติตามวินัย 3. การมีวินัยโดยมองเชิงจิตใจและพฤติกรรมการมีวินัยหมายถึงคุณลักษณะโดยรวมของ บุคคลที่แสดงออกดวยใจหรือความรูสึกความคิดการตัดสินใจและเลือกกระทาตามวินัยที่เปนไปในทาง สรางสรรคดวยความสมัครใจเพื่อแกปญหาของสวนตนและสวนรวมอันจะเปนประโยชนตอการอยู รวมกันในสังคม


7 4. การมีวินัยโดยมองเชิงสัมพันธกับจริยธรรมการมีวินัยหมายถึงจริยธรรมที่กากับความ ประพฤติที่สังคมยอมรับการพัฒนาการเสริมสรางวินัยนักเรียนนับวาเปนสิ่งจาเปนเพราะวินัยเปนสิ่ง สัมพันธกับชีวิตความเปนอยูทางสังคมในการปกครองระบอบประชาธิปไตยโรงเรียนในฐานะที่เปน บานหลังที่สองตองแนะนาแนวทางใหนักเรียนสามารถประพฤติตนใหเปนผูมีระเบียบวินัยโดยเฉพาะ อยางยิ่งการมีวินัยในตนเองซึ่งถือวาเปนสิ่งที่สําคัญสูงสุดสาหรับมนุษยเพราะถาตัวเราเองมีวินัยแลว วินัยดานอื่นๆก็จะตามมา กรมวิชาการ (2542: 21) ใหความหมายของวินัยไววาหมายถึงระเบียบกฎเกณฑขอตกลงที่ กําหนดขึ้นเพื่อใชเปนแนวทางในการใหบุคคลประพฤติปฏิบัติในการดารงชีวิตรวมกันเพื่อใหอยูอยาง ราบรื่นมีความสุขความสําเร็จโดยอาศัยการฝกใหรูจักปฏิบัติตนรูจักควบคุมตนเอง ดํารงประเสริฐกุล (2542 : 215) กลาววาวินัยหมายถึงการรูจักปกครองตนเองปฏิบัติตาม ระเบียบขอบังคับตางๆกอใหเกิดความสงบเรียบรอยและทําใหเกิดความสงบสุขสําหรับตนเองและ สมาชิกในสถาบัน แมกกินสันและคนอื่นๆ (นวรัตนวงศโสภา.2535 : 12 อางอิงมาจากMegginson and Others. 1993: 468 – 470) อธิบายความหมายของ “Discipline” มาจากคาวา “Disciple” ซึ่ง แปลวา “Follower” สาวกหรือผูปฏิบัติตาม “วินัย” จะมีความหมาย 3 ลักษณะดังนี้ 1. ลักษณะที่เปน “การควบคุมตนเอง” (Self - Control) วินัยในแงนี้มุงที่การพัฒนาตนเอง เพื่อปรับตัวใหสอดคลองกับความจาเปนความตองการเรียกวา “วินัยในตนเอง” (Self – Discipline) 2. ลักษณะที่เปน “เงื่อนไขที่ทาใหมีพฤติกรรมอันเปนระเบียบ” (Cognition for Orderly Behavior) การมอง Discipline ในแงนี้จะมุงไปที่การควบคุมคนในองคการใหมีความเปนระเบียบใน พฤติกรรมโดยใชวิธีการสรางเงื่อนไขชักนาตางๆเชนการสรางขวัญและความสามัคคีเปนตน 3. ลักษณะที่เปน “กระบวนการทางนิติกรรม” (Judicial due Process) เปนการมองวินัยใน แงที่มีการออกกฎหรือระเบียบกําหนดอันพึงปฏิบัติและหามมิใหปฏิบัติมีการกําหนดโทษของการฝาฝน และการกําหนดตางๆเพื่อการลงโทษผูกระทาผิด ประหยัดยางกลาง (2546 : 12 - 13) ไดกลาวสรุปวาระเบียบวินัยคือระเบียบแบบแผน ขอบังคับคําสั่งกฎหมายกฎกติกาที่วางไวเปนหลักใหประพฤติปฏิบัติหรือความสามารถในการบังคับ ตนเองใหอยูในกฎระเบียบเปนการฝกฝนจิตใจกิริยาทาทางเจตคติสัญชาติญาณเพื่อสงเสริมบุคลิกภาพ และลักษณะนิสัยที่ดีอันกอใหเกิดความสงบสุขในชีวิตของตนเองและความเรียบรอยของสังคมระเบียบ วินัยมีความหมายเดียวกันระเบียบวินัยของโรงเรียนหมายถึงระเบียบวินัยที่ครูและนักเรียนรวมกัน กําหนดขึ้นเพื่อเปนแนวทางในการปฏิบัติตามหรืองดเวนถือเปนมาตรฐานภายนอกถาเปนมาตรฐาน ภายในจะเนนคําวาวินัยและเรียกวาวินัยในตนเอง


8 จากความหมายของวินัยที่กลาวมาขางตนสรุปไดวาวินัยหมายถึงการปฏิบัติเพื่อบังคับตนเองใหปฏิบัติ ตามรูจักความรับผิดชอบปฏิบัติตามหนาที่ตนรับผิดชอบ 1.2 ความสําคัญและความจําเปนในการพัฒนาความมีระเบียบวินัย มีนักวิชาการและนักการศึกษาหลายทานไดใหความสําคัญและความจาเปนในการพัฒนา ความมีวินัยดังตอไปนี้ นวลศิริเปาโรหิตย(2539: 16-20) กลาวถึงความสําคัญของการสรางวินัยใหแกเด็กเพราะการ มีความสัมพันธกับคนอื่นการรูจักกฎระเบียบของสังคมความรับผิดชอบตอตนเองและผูอื่นรวมทั้งการ บังคับใจตนเองเปนตนสิ่งเหลานี้รวมเรียกวา “กระบวนการทางสังคม” นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งที่สังคม ยึดถือเปนแนวปฏิบัติตามความคาดหมายตางๆที่สังคมมีตอบุคคลศีลธรรมและขนบธรรมเนียม ประเพณีสิ่งเหลานี้ลวนเปนสิ่งที่ตองปลูกฝงใหเกิดกับตัวเด็กทั้งสิ้น นิดดาหงษวิวัฒน (2541:1) กลาวถึงความสําคัญของการสรางวินัยไววา “วินัยสรางความ รับผิดชอบวินัยสรางระเบียบแบบแผนวินัยสรางคนใหเปนคนดีวินัยสรางคนใหเปนคนเกง” คนที่มีวินัย เทานั้นจึงจะเปนผูมีความรับผิดชอบคนที่มีความรับผิดชอบเทานั้นจึงจะเปนผูกลาเผชิญกับอุปสรรค ปญหาประดามีและใชสติไตรตรองแกปญหาเพื่อใหบรรลุความรับผิดชอบและผูแกปญหาบอยๆเทานั้น จึงจะนํามาซึ่งความเฉลียวฉลาด ปราณีวิธุรวานิชย(2542:139) กลาววาการมีวินัยเปนมงคลกับชีวิตผูมีวินัยดียอมเกิดสิริมงคล เปนประโยชนดังตอไปนี้ 1) สามารถดําเนินชีวิตไปสูความเจริญกาวหนาทั้งทางโลกและทางธรรม 2) สังคมอยูรวมกันดวยความสุขความเจริญอยางอารยประเทศทั้งหลาย 3) กอใหเกิดสามัคคีในหมูคณะทั้งนี้เพราะปฏิบัติตามวินัยอยางเดียวกัน สุชาจันทรเอม (กรมวิชาการ. 2542: 23; อางอิงมาจากสุชาจันทรเอม. 2531: 49) ไดกลาวถึง หลักสําคัญในการสรางวินัยมี4 ประการคือ 1. เด็กจะตองเรียนรูถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไมพึงปรารถนาเปนพฤติกรรมที่ดีเปนที่ ปรารถนาของสังคม 2. เด็กจะตองประพฤติตนในสิ่งที่ดีและขจัดพฤติกรรมที่ไมพึงปรารถนา 3. เด็กจะตองกระทําความดีจนกระทั่งเกิดเปนนิสัยโดยไมตองมีใครคอยแนะนํา 4. ใหเด็กพอใจที่จะปฏิบัติในสิ่งที่ดีที่ควรและหลีกเลี่ยงในการปฏิบัติตนในสิ่งไมดีไมควร ทิศนาแขมมณี(นวรัตนวงศโสภา.2535: 13, อางอิงจากทิศนาแขมมณี. 2541) กลาววาหาก ประเทศชาติตองการที่จะแกปญหาวิกฤติทางคุณธรรมจริยธรรมและคานิยมของสังคมอยางจริงจัง จําเปนอยางยิ่งที่ทุกฝายทั้งบุคลากรที่รับผิดชอบในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียนจะตองหันมา


9 รวมมือกันเพื่อนําวิธีการตางๆมาดําเนินการอยางจริงจังและตอเนื่องปญหาของการแกไขปญหาทาง คุณธรรมจริยธรรมและคานิยมไมไดอยูที่การขาดวิธีการที่จะสั่งสอนอบรมหรือพัฒนาสาเหตุคงมีหลาย ประการเชนการขาดความตระหนักในความสําคัญของปญหาการขาดความรูความเขาใจที่แทจริงขาด เวลาขาดการสนับสนุนจากผูที่เกี่ยวของขาดขวัญกําลังใจในการดําเนินงานการมีภาระเกินกําลังและสิ่ง ที่ขาดมากที่สุดคือขาดการรวมมือกันนาวิธีการตางๆไปปฏิบัติอยางจริงจังและตอเนื่องจนกระทั่งบรรลุ เปาหมาย ณรงคสายพิมทอง (2546: 19) ไดสรุปถึงความสําคัญในการสรางวินัยวาการสรางวินัยใน หองเรียนชวยสงเสริมและปลูกฝงใหเด็กเปนผูมีความรับผิดชอบสูงสามารถควบคุมตนเองไดมี ความสามารถในการทํางานเปนกลุมมีความจาเปนและตีความหมายของกฎเกณฑตางๆเพื่อนามา ประพฤติปฏิบัติไดและสามารถอภิปรายแสดงความคิดเห็นรวมกับผูอื่นซึ่งเปนบุคลิกภาพที่สังคม ประชาธิปไตยตองการ ประหยัดยางกลาง (2546: 15) สรุปวาระเบียบวินัยมีความสําคัญตอความเปนระเบียบ เรียบรอยของสังคมมนุษยจึงจาเปนที่จะตองมีการรักษาระเบียบวินัยทั้งนี้เพื่อการเปนสมาชิกที่ดีของ ครอบครัวความเปนสมาชิกที่ดีในโรงเรียนและสถานศึกษาและความจาเปนของการเปนสมาชิกที่ดีของ สังคมการควบคุมตนเองไดความมีระเบียบวินัยมีวินัยในตนเองการชวยเหลือผูอื่นเสียสละมุงมั่นพัฒนา คือลักษณะพื้นฐานที่จําเปนตอการอยูรวมกันในสังคม สรุปความสําคัญและความจําเปนในการพัฒนาความมีระเบียบวินัยคือวินัยในตนเองจะชวย สงเสริมใหเด็กเปนผูที่มีความรับผิดชอบสูงสามารถควบคุมตนเองไดดวยสถิติเขาใจในกฎเกณฑ ระเบียบในสังคมและอยูรวมกันไดในวิถีทางแหงตน 1.3. ประเภทของความมีระเบียบวินัย การดําเนินการสงเสริมวินัยการแบงประเภทของวินัยนักการศึกษาและนักจิตวิทยาไดแบง ประเภทวินัยโดยยึดตามวัตถุประสงคและแนวทางปฏิบัติไวหลายประการดังนี้ ฉันทนาภาคบงกช (2539 :9) กลาวถึงคุณลักษณะของความมีวินัยจําแนกได2 ประเภทไดแก 1. วินัยภายนอกผูที่มีวินัยภายนอกจะมีการแสดงออกซึ่งมองจากภายนอกวาเปนการกระทําที่ บังเกิดผลดีตอตนเองสวนรวมและสังคมเชนมีความเปนระเบียบเรียบรอยเชื่อฟงและปฏิบัติตาม กฎระเบียบคําสั่งหรือขอตกลงพฤติกรรมที่ปรากฏเปนผลจากการอบรมสั่งสอนบังคับหรือเสริมแรงแต ผูที่มีวินัยภายนอกยังตองไดรับการดูแลควบคุมอยูเสมอมิฉะนั้นอาจไมปฏิบัติตามวินัยที่กําหนดได 2. วินัยในตนเองผูที่มีวินัยในตนเองจะมีการแสดงออกคลายกับผูที่มีวินัยภายนอกแตไมตอง ถูกควบคุมจากภายนอกเพราะไดรับการแนะนําหรืออบรมสั่งสอนประกอบดวยเหตุผลอยางดีและมี


10 บรรยากาศของความรักความหวังดียอมสามารถควบคุมตนเองไดทั้งในดานอารมณและพฤติกรรมของ ตนเพื่อใหพฤติกรรมเปนไปตามที่มุงหวังและไมขัดตอระเบียบกฎเกณฑที่สังคมวางไว ปราณีวิธุรวานิชย (2542:139) ไดแบงประเภทของวินัยตามหลักของพระพุทธศาสนา ออกเปน2 อยางคือ 1. อาคาริยวินัยคือวินัยของผูครองเรือนไดแกเบญจศีลกุศลกรรมบถ 10 หรืออุโบสถศีลเปน ตน 2. อนาคาริยวินัยคือวินัยของบรรพชิตไดแกภิกษุมีศีล 227 ขอกากับไวเปนปฏิโมกสังวรศีลมี อินทรียสังวรศีลอาชีวปาริสุทธิศีลและปจจัยสันนิสสิตศีลสวนสามเณรมีศีล 10 ขอเปนตน พนัสหันนาคินทร (นวรัตนวงศโสภา. 2535 :12; อางอิงจากพนัสหันนาคินทร.2524 :249) ไดแบง ประเภทของวินัยที่ใชกันอยูในโรงเรียนไวดังนี้คือ 1. วินัยเฉียบขาดแบบทหาร (Absolute Authority) วินัยแบบนี้ใชความกลัวของเด็กเปน เครื่องมือเพราะถือวาเด็กยังเล็กอยูยังไมมีความคิดไมรูจักผิดชอบชั่วดีเด็กจะตองปฏิบัติใหเปนไปตาม คําสั่งและระเบียบที่ครูในโรงเรียนวางไวใครละเมิดจะไดรับโทษซึ่งผิดหลักการประชาธิปไตยวินัยที่ดี นาจะเปนวินัยที่เกิดจากความรูจักผิดชอบชั่วดีในสวนตัวของนักเรียนเอง 2. วินัยแบบดําเนินงานใหสอดคลองกับความสนใจของนักเรียนวินัยแบบนี้ถือวาเมื่อนักเรียน ไดกระทําสิ่งที่ตัวเองใสใจแลวปญหาเรื่องวินัยจะไมเกิดขึ้นเชนนักเรียนชอบวาดรูปในเวลาเรียนครูจัด ชั่วโมงวาดเขียนใหเด็กจะเกิดการเลิกวาดรูปในชั่วโมงที่เรียนวิชาอื่นๆ 3.วินัยที่เกิดขึ้นจากการรูจักความรับผิดชอบและเกิดจากเกียรติของตนเองในการสรางให นักเรียนรักเกียรติของตนเองนั้นครูจะตองยอมรับนับถือในเกียรติของนักเรียนเสียกอนนักเรียนไดรูจัก การอบรมใหรูจักการเปนผูนําผูตามรูจักความคิดริเริ่มรูจักการใหความรวมมือสิ่งเหลานี้เปนคุณธรรมที่ โรงเรียนควรปลูกฝงใหมีในตัวนักเรียนทั้งสิ้น สมเจตนอภิมณฑรักษา(กุลชาศิรเฉลิมพงศ. 2535: 16,อางอิงจากสมเจตนอภิมณฑรักษา. 2520) กลาวถึงประเภทของวินัยอยางสอดคลองกันโดยแบงเปน 2 ประเภทคือ 1. วินัยสวนรวมหรือวินัยสําหรับหมูคณะ (External Authority Discipline) หมายถึงวินัยที่ ออกจากอํานาจภายนอกหรือวินัยภายนอกผูที่มีวินัยภายนอกจะมีการแสดงออกซึ่งมองจากภายนอก วาเปนการกระทําที่บังเกิดผลดีตอตนเองสวนรวมและสังคมเชนมีความเปนระเบียบเรียบรอยเชื่อฟง และปฏิบัติตามกฎระเบียบคําสั่งหรือขอตกลงพฤติกรรมที่ปรากฏเปนผลจากการอบรมสั่งสอนบังคับ หรือเสริมแรงแตผูที่มีวินัยภายนอกยังตองไดรับการควบคุมดูแลอยูเสมอมิฉะนั้นอาจไมปฏิบัติตามวินัย ที่กําหนดไดวินัยสวนรวมนี้จะตองเปนกฎเกณฑเปนแนวทางกลางๆใหทุกคนสามารถปฏิบัติตามได


11 2. วินัยในตนเอง (Self-Discipline) หมายถึงกระบวนการหรือวิธีการที่ปฏิบัติเพื่อบังคับ ตนเองใหปฏิบัติตามถานักเรียนมีวินัยในตนเองแลวก็จะลดปญหาในการปกครองนักเรียนไดอยางมาก โรงเรียนไมจาเปนจะตองออกขอบังคับระเบียบใหมากมายการควบคุมและการปกครองก็สะดวกสบาย เพราะตนเองจะตองรูจักควบคุมพฤติกรรมของตนเองใหบรรลุจุดหมายปลายทางไดอยางสุขสบายรูจัก ความรับผิดชอบปฏิบัติตามหนาที่ตนรับผิดชอบ ประหยัดยางกลาง (2546: 17) สรุปการแบงประเภทของวินัยไดตามลักษณะและแหลงที่มา ไดแกวินัยตามโครงการสรางเสริมวินัยทั่วประเทศแบงเปน 2 ประเภทคือวินัยในตนเองและวินัย สิ่งแวดลอมวินัยที่พบในโรงเรียนมี3 ประเภทคือวินัยแบบเฉียบขาดวินัยแบบดําเนินงานใหสอดคลอง กับความสนใจของนักเรียนวินัยที่เกิดจากความรับผิดชอบและเกียรติของตนเองวินัยจากแหลงที่มามี 3 ประเภทคือวินัยที่โรงเรียนกําหนดขึ้นวินัยที่โรงเรียนและนักเรียนกําหนดรวมกันและวินัยที่นักเรียน ประพฤติปฏิบัติสวนประกอบของระเบียบวินัยทั่วไปมี 2 ประเภทคือระเบียบวินัยในตนเองและ ระเบียบวินัยทางสังคม รุจิรภูสาระและคณะ (ไพบูลยขาขนมะลี. 2548: 28 ;อางอิงจากรุจิรภูสาระและคณะ. ม.ป.ป.: 17) ไดแบงระเบียบวินัยออกเปน 3 ประเภทซึ่งแตละประเภทตางก็มีแนวทางปฏิบัติแตกตางกัน ออกไปดังนี้ 1. ระเบียบวินัยสวนตัวหมายถึงกฎเกณฑแนวทางปฏิบัติหรือคติประจําใจซึ่งแตละคนจะ แตกตางกันออกไปไดแกเพศวัยฐานะทางสังคมระดับการศึกษาหนาที่การงานหรือคานิยมเชนการตรง ตอเวลาไมประพฤติผิดศีลเปนตน 2. ระเบียบวินัยในหนาที่หมายถึงกฎเกณฑหรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวของกับหนาที่การงานเชน วินัยของครอบครัวที่ทุกคนในบานตองปฏิบัติในฐานะบิดามารดาลูกหลานหรือผูอาศัยวินัยของ โรงเรียนเกี่ยวกับเรื่องตางๆเชนการแตงกายการทําความเคารพเปนตน 3. ระเบียบวินัยทางสังคมไดแกแนวปฏิบัติอันดีที่ทุกคนในสังคมยึดถือปฏิบัติเหมือนกันก็มี ลักษณะเหมือนกับวินัยสวนตัวและวินัยในหนาที่แตวินัยทางสังคมมีความหมายที่กวางกวาทั้งวินัยทั้ง สองเกี่ยวของกับกลุมเล็กกวาวินัยทางสังคมตัวอยางของวินัยทางสังคมเชนมารยาทกฎหมายจารีตประ เพรีหลักปฏิบัติทางศาสนาเปนตน จากที่กลาวมาขางตนสามารถสรุปประเภทของวินัยโดยสรุปไดเปนการยึดตามวัตถุประสงค และแนวทางปฏิบัติไวหลายประการโดยมีวินัยภายนอกหมายถึงการแสดงแสดงออกเปนการมองจาก ภายนอกวามีการกระทําดีทั้งตอตนเองและสวนรวมและการมีวินัยภายในหมายถึงความสามารถใน ควบคุมตนเองไดทั้งในดานอารมณและพฤติกรรมของตนเพื่อใหพฤติกรรมเปนไปตามที่มุงหวังและไม ขัดตอระเบียบกฎเกณฑที่สังคมวางไวนั่นเอง


12 1.4 แนวทางการสรางวินัยและการสรางวินัยในโรงเรียน มีวิชาการและนักการศึกษาไดใหแนวทางการสรางวินัยและการสรางวินัยในโรงเรียนไวดังนี้ วนิดาเสวดรุณทร (ไพบูลยขาขันมะลี 2535: 72-73)ไดแนวคิดและแนวทางในการสรางวินัยใหแก นักเรียนไวดังนี้ 1. ผูใหญสามารถสรางวินัยใหกับเด็กไดคือการทําตัวอยางที่ดีใหแกตัวเด็กประพฤติปฏิบัติตน คอยชี้แนะตักเตือนรวมทั้งใหเหตุผลขอดีขอเสียของการประพฤติปฏิบัติในเรื่องตางๆได 2. ชั้นเรียนกับการสรางวินัยซึ่งในการจัดกิจกรรมตางๆในชั้นเรียนครูตองควบคุมจริงกับ ระเบียบขอบังคับถาทาผิดก็ลงโทษและอยางตอเนื่อง 3. กิจกรรมโฮมรูมกิจกรรมสรางวินัยในโรงเรียนประถมศึกษาครูประจําชั้นมีความใกลชิดมาก จึงเหมาะที่จะชวยปลูกฝงและสรางนิสัยใหกับเด็กในหลายโอกาสที่เอื้ออํานวยใหโดยเฉพาะตอนเชา หลังการเคารพธงชาติซึ่งโรงเรียนสวนมากมีการจัดกิจกรรมโฮมรูมซึ่งเปนกิจกรรมที่ชวยใหนักเรียนได มีโอกาสเพิ่มพูนความรูประสบการณการปรับตัวตลอดจนการฝกทักษะตางๆที่จําเปนตอการดํารงชีวิต และกิจกรรมตางๆควรวางโครงการอยางมีจุดประสงคและปฏิบัติที่ชัดเจนรวมทั้งมีการประเมินผล ฉันทนาภาคบงกชและคณะ (2539) ไดเสนอแนะแนวทางการสรางเสริมวินัยดังนี้ 1. ควรเริ่มตนสงเสริมวินัยจากเรื่องที่งายในชีวิตประจาวันเชนการรักษาความสะอาดให คุนเคยกับการทําตามระเบียบงายๆเชนการเคารพสิทธิกอนหลังจนเกิดเปนนิสัยไมตองจงใจหรือตั้งใจ ฝกความรับผิดชอบตอสังคมเชนไมสรางมลภาวะโดยใหเหตุผลแนวคิดเพื่อใหเด็กเขาใจรับผิดชอบเพื่อ ความสุขของตนเองและสังคมเมื่อวินัยภายนอกเกิดเปนความเคยชินแลวจะฝกจิตใจใหมีคุณธรรมมี ความยับยั้งชั่งใจมีหิริโอตตัปปะเปนกําลังใจใหทาในสิ่งที่เหมาะที่ควร 2. ควรลดการชี้แนะบังคับสั่งสอนและอบรมลงเพราะวินัยที่เกิดจากการควบคุมบังคับจาก ภายนอกมักไมถาวรควรใชหลักจิตวิทยาแบบมนุษยนิยมในการชวยใหเด็กรูจักคิดและตัดสินใจดวย ตนเองสรางขอตกลงดวยตนเองและปฏิบัติตามระเบียบขอตกลงดวยความเต็มใจซึ่งเปนวินัยในตนเอง 3. ควรรณรงคใหมีการสงเสริมวินัยโดยใชสื่อตางๆผานสื่อมวลชน 4. ทําตนเองใหมีวินัยทําครอบครัวใหมีวินัยทําใหหนวยงานที่รับผิดชอบมีวินัยทาใหเพื่อนและ ผูใกลชิดมีวินัยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณคาของวินัยและประพฤติปฏิบัติอยางมี 5. วินัยรวมมือกับองคกรและสถาบันตางๆที่สรางเสริมวินัย 6. การกําหนดวินัยควรปรับใหทันสมัยสอดคลองกับสภาพแวดลอมและเปนธรรมควรฝกการ ทํากิจกรรมกลุม สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ (2540 :21) ใหแนวคิดในการสรางวินัยไว 5 ประการคือ


13 1. การทําใหเกิดพฤติกรรมเคยชินโดยใหบุคคลรูเพิ่มและปฏิบัติพฤติกรรมที่ดีเพื่อเปนพื้นฐาน และปฏิบัติตอเนื่องจนเกิดเปนพฤติกรรมเคยชินที่ดี 2. การใชวัฒนธรรมในสังคมเปนแนวปฏิบัติผสมผสานกับหลักการทําใหเปนพฤติกรรมที่เคย ชินเชนการทําความเคารพดวยการไหวเมื่อพบผูใหญเปนสิ่งที่เขาทําไดงายแตการเขาแถวไมใช วัฒนธรรมไทยเด็กไมไดเห็นแบบอยางที่ดีอยูเสมอดังเชนการไหวของไทยดังนั้นการไหวจึงงายตอการ ปฏิบัติมากกวาการเขาแถว 3. การใชองครวมเปนความสัมพันธระหวางจิตใจพฤติกรรมและสติปญญาซึ่งเปนหลักการ ทางการศึกษาและหลักการพัฒนาจริยธรรมคือมีความเขาใจในความสําคัญของสิ่งที่จะกระทํามีความ พอใจและยอมรับในสิ่งที่จะกระทํายอมนําไปสูความพรอมในการกระทํา 4. การใชแรงหนุนสภาพจิตเปนการตั้งความมุงมั่นหรืออุดมการณและพยายามปฏิบัติตาม เปาหมายที่อาจมุงมั่นไวซึ่งอาจทําใหเกิดการเปรียบเทียบแมความภาคภูมิใจในผลการปฏิบัติหากใช มากเกินไปจะกลายเปนดูถูกดูหมิ่นผูอื่นอันเกิดจากการเปรียบเทียบและพึ่งพากาลังใจจากภายนอก 5. การใชกฎเกณฑบังคับเปนวิธีหนึ่งที่ทาใหสําเร็จไดชั่วระยะหนึ่งเมื่อไมมีผูใดควบคุมวินัยก็ จะหายไปจึงเปนวิธีที่ไมถูกตอง นวลศิริเปาโรหิต (2540: 39-34) การสรางวินัยใหเด็กยอมรับวินัยหรือกฎทุกกฎตองมี ลักษณะ 3 ประการดังนี้ 1. กฎตองสมเหตุผลหมายความวาสิ่งที่อยากใหเด็กทานั้นควรเปนสิ่งที่ดีเปนไปไดและเปน เรื่องที่เด็กทําไดในระดับอายุของเขา 2. กฎตองถูกตองชัดเจนไมคลุมเครือคือตองแนใจวากฎที่ตั้งไวในเด็กทุกเรื่องเปนสิ่งที่ชัดเจน อยาใหมีขอสงสัย 3. กฎตองบังคับไดคือตองมีการกําหนดโทษถาทําผิดก็ตองลงโทษอยางจริงจังทําอยาง ตอเนื่องและสม่ําเสมอ กองวิจัยทางการศึกษา (2542: 99-106) ไดเสนอรูปแบบการพัฒนาศักยภาพดานความมีวินัย ในตนเองของนักเรียนไวดังนี้ รูปแบบการพัฒนาศักยภาพดานความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเองของนักเรียนมี 7 ขั้นตอนแตละขั้นตอนมีแนวทางดาเนินการดังนี้ 1. กําหนดนโยบายของโรงเรียนผูบริหารตองกําหนดใหการพัฒนาศักยภาพดานความ รับผิดชอบและมีวินัยในตนเองของนักเรียนเปนนโยบายของโรงเรียนอยางชัดเจนเปนลายลักษณอักษร โดยผูบริหารโรงเรียนประชุมชี้แจงรายละเอียดใหครู– อาจารยทุกคนในโรงเรียนทราบและเขาใจถึง


14 นโยบายวัตถุประสงคความสําคัญและประโยชนของการพัฒนาความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเอง ของนักเรียนและกําหนดใหเปนนโยบายที่ครู– อาจารยนักเรียนทุกคนในโรงเรียนตองปฏิบัติรวมกัน 2. แตงตั้งคณะกรรมการตามที่โรงเรียนไดตระหนักเห็นความสําคัญและประโยชนของความ รับชอบและความรับผิดชอบและความมีวินัยในตนเองของนักเรียนโดยกําหนดเปนนโยบายของ โรงเรียนอยางชัดเจนนั้นจาเปนตองมีคณะกรรมการรับผิดชอบในการดาเนินการโดยใหมีการแตงตั้ง เปนลายลักษณอักษรคณะกรรมการผูรับผิดชอบในการดําเนินการโดยมีแนวทางในการสรรหาแตงตั้ง หลายแนวทางทั้งนี้ขึ้นอยูกับสภาพความพรอมขอจํากัดบุคลากรสภาพแวดลอมและงบประมาณแตละ โรงเรียนดังนั้นคณะกรรมการผูรับผิดชอบในการดาเนินการของแตละโรงเรียนไมจําเปนตองเหมือนกัน 3. กําหนดกิจกรรมในการพัฒนาศักยภาพดานความรับผิดชอบและวินัยในตนเองของนักเรียน โรงเรียนตองดําเนินการอยางเปนระบบตอเนื่องและทั่วถึงนักเรียนทุกคนซึ่งกําหนดกิจกรรมในการ พัฒนาสามารถกําหนดไดหลายแนวทาง 4. ดําเนินการตามกิจกรรมที่กําหนดผูบริหารโรงเรียนและคณะกรรมการดําเนินการจัด ประชุมครูทุกคนในโรงเรียนชี้แจงรายละเอียดของกิจกรรมในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนดาน ความรับผิดชอบและมีวินัยของนักเรียนและเพื่อใหการกําเนินการตามกิจกรรมบรรลุตามวัตถุประสงค การพิจารณามอบหมายใหครูอาจารยรับผิดชอบการดาเนินงานของแตละกิจกรรมใหสอดคลองกับ บทบาทหนาที่และความรับผิดชอบ 5. นิเทศติดตามประเมินผลระหวางการดําเนินการการดําเนินการพัฒนาศักยภาพดานความ รับผิดชอบและมีวินัยในตนเองในระหวางที่ครูอาจารย 6. ประเมินและสรุปผลการดําเนินงานหลังจากดําเนินการพัฒนาศักยภาพดานความ รับผิดชอบและมีวินัยในตนเองของนักเรียนเสร็จสิ้นแลวของนักเรียนเสร็จสิ้นแลวใหมีการประเมินผล การดําเนินงานและพัฒนาศักยภาพดานความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเองของนักเรียนโดยประเมิน และสรุปผลของแตละกิจกรรมที่ไดดําเนินการและภาพรวมของการพัฒนาในขั้นตอนนั้นควรมี เครื่องมือในการประเมินผลเชนแบบทดสอบแบบสอบถามและแบบสังเกตและควรสรุปผลการ ดําเนินงานใหชัดเจนมีขั้นตอนอยางเปนระบบหลังจากประเมินผลแลวหากพบวาการดําเนินงานบรรลุ วัตถุประสงคใหดําเนินการตามขั้นตอนที่ 7 ถาไมบรรลุตามวัตถุประสงคควรมีการปรับปรุงแกไขแลว ดาเนินการตามในแผนภูมิที่ 1 ใหม 7.ดําเนินการตามกิจกรรมที่กําหนดอยางตอเนื่องจนเปนงานประจาที่ตองปฏิบัติโดยมีการ เปลี่ยนแปลงกิจกรรมไดตามความเหมาะสม ลัดดาวัลยเกษมเนตรและคณะ (กุลชาศิรเฉลิมพงศ. 2535 : 24 , อางอิงจากลัดดาวัลยเกษม เนตรและคณะ. 2539) ไดเสนอแนะแนวทางการปฏิบัติของครูในการสงเสริมใหนักเรียนเกิดวินัยดังนี้


15 1) ความแนนอนสม่ําเสมอครูควรมีตารางสอนและตารางกิจกรรมเสริมหลักสูตรในแตละภาค เรียนที่ชัดเจนแนนอนนักเรียนจะรูสึกสบายใจถาเขารูกําหนดการที่แนนอนของตนเองลวงหนาการตั้ง กฎเกณฑและระเบียบปฏิบัติตองคํานึงวามีความสําคัญและนักเรียนสามารถที่จะทําตามไดนักเรียน ตองการรูอยางชัดเจนวาครูและโรงเรียนตองการอะไรจากตนทั้งนี้เพื่อนักเรียนจะสามารถตัดสินใจได แนนอนหากมีการเปลี่ยนแปลงครูตองอธิบายเหตุผลวาเปนเพราะเหตุใด 2) ชมเชยใหกําลังใจนักเรียนตองการความสนใจและการยอมรับที่สม่ําเสมอจากครูครูจึงควร บอกใหนักเรียนรูถึงความตองการอยางชัดเจนและชมเชยเมื่อนักเรียนแสดงพฤติกรรมที่ดี 3) ทําเปนตัวอยางนักเรียนจะเลียนแบบสิ่งตางๆรอบตัวดังนั้นครูจึงควรทําเปนตัวอยางที่ดีให นักเรียนเห็นเพื่อใหเด็กมีพฤติกรรมที่ครูคาดหวัง 4) ใชเหตุผลที่ถูกตองตามสถานการณนักเรียนแตละคนมีความแตกตางกันและมีพัฒนาการ ทางรางกายและอารมณแตกตางกันขึ้นอยูกับเวลาและสถานการณกอนที่จะใชวินัยกับนักเรียนครูตอง พิจารณาวานักเรียนกําลังเหนื่อยปวยหิวกําลังไมสบายใจหรือไมครูตองพยายามเขาใจและใหโอกาส นักเรียนปรับตัวใหเขากับสถานการณอยางถูกตองตามกาลเทศะ 5) การลงโทษอาจทําไดหากครูพูดชี้แจงหรือกระทาโดยวิธีตางๆแลวแตก็ไมสามารถ เปลี่ยนแปลงแกไขพฤติกรรมที่ไมพึงปรารถนาของนักเรียนไดอาจจําเปนตองมีการลงโทษแตไมควร รุนแรงเกินเหตุเชนครูอาจแสดงการไมยอมรับในสิ่งที่นักเรียนกระทําหรือแสดงพฤติกรรมที่ไมถูก ตองการงดปฏิบัติบางอยางหรือบางประการการจํากัดบริเวณหรือการไมมีปฏิสัมพันธดวยในชวงเวลา ที่เหมาะสม 1.5. หลักการวางระเบียบและวิธีแกไขวินัยนักเรียน ธีรวุฒิประทุมนพรัตน (ม.ป.ป.: 27-28) ไดกลาวถึงหลักการกําหนดวินัยนักเรียนวาโรงเรียน สามารถกําหนดวินัยเองไดและควรกําหนดใหอยูภายใตหลักการดังตอไปนี้คือ 1. หลักเสริมสรางพัฒนาบุคลิกภาพไมควรสรางหรือวางระเบียบวินัยในสถานการณของ “การหาม” ควรมีการวางระเบียบวินัยในลักษณะของการ “แนะ” เปนถอยคําทางบวกมากกวาทาง ลบขอความทางบวกเปนการชี้แนะเพื่อการพัฒนาบุคลิกภาพมากกวาเพียงเพื่อหยุดพฤติกรรม เบี่ยงเบน 2. หลักกฎหมายระเบียบวินัยที่กําหนดขึ้นนั้นจะตองเปนไปตามกฎหมายของบานเมืองไม ขัดกันในสถานศึกษานั้นเปนการเรียนรูของสังคมสถานศึกษาเปนตัวแทนของสังคมในการเตรียมพรอม บุคคลเพื่อการเขาสูสังคมหากระเบียบวินัยที่ขัดกฎหมายบานเมืองยอมเปนการฝกคนใหขัดกับ กฎหมายบานเมือง


16 3. หลักปฏิบัติจริงโดยระเบียบวินัยที่กําหนดขึ้นจะตองปฏิบัติไดหรือบังคับใชไดมิฉะนั้น ระเบียบวินัยที่กําหนดขึ้นจะไมมีความหมาย 4. หลักการเขารวมเปนการเปดโอกาสใหนักเรียนมีสวนรวมในการออกหรือวางระเบียบวินัย ดวยเพราะจะชวยใหนักเรียนมีความเต็มใจที่จะปฏิบัติตามการเขารวมของนักเรียนจะมากนอยขึ้นอยู กับวุฒิภาวะของนักเรียน 5. หลักการปองกันการปองกันการประพฤติผิดระเบียบวินัยดีกวาการแกไขปญหาความ ประพฤติที่เกิดขึ้นแลว 6. หลักการลงโทษระเบียบวินัยที่ศักดิ์สิทธิ์ตองมีบทลงโทษซึ่งจะชวยหยุดหรือปองกันการ ประพฤติผิดไวในโอกาสตอๆไป 7. หลักประโยชนการวางระเบียบจะตองคํานึงถึงประโยชนของนักเรียนสวนใหญมุงประโยชน ใหนักเรียนแตละคนไดเปนบุคคลที่มีคุณภาพเปนประโยชนตอสังคมสวนรวม 8. หลักพัฒนาการของเด็กการวางระเบียบวินัยนั้นจะตองเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กแต ละวัยระดับปฐมวัยกอนประถมศึกษาประถมศึกษาระเบียบวินัยจะตองงายและเปนรูปธรรมในระดับที่ สูงขึ้นจะสามารถมีระเบียบวินัยที่ยากและเปนนามธรรม 9. หลักเรียบงายหลักการนี้เปนการใชภาษาในระเบียบวินัยควรเปนภาษาที่เขาใจงายตองการ ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมนอยมิฉะนั้นอาจกอใหเกิดปญหาในการใชและการตีความ 10. หลักการเปนปจจุบันวินัยที่ดีจะตองเหมาะสมกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป สถานศึกษาจะตองมีการทบทวนปรับเปลี่ยนระเบียบวินัยใหเปนปจจุบันเสมอ ธงชัยชอผกา (ประหยัดกลางกลาง. 2546: 23; อางอิงจากธงชัยชอผกา. 2535: 274) กลาวถึงหลักการการสรางวินัยนักเรียนดังนี้ 1. ควรยึดจุดประสงคและเปาหมายทางการศึกษาเปนหลักโดยมีจุดมุงหมายในการเสริมสราง นักเรียนใหเปนผูมีความประพฤติมีวินัยในตนเองสามารถปกครองตนเองไดยืนอยูบนหลักแหงความ ถูกตองชอบธรรม 2. มีความเหมาะสมและสามารถปฏิบัติไดควรกําหนดขึ้นตามวิถีทางแหงประชาธิปไตยโดยครู และนักเรียนสามารถปรับเปลี่ยนยึดหยุนไดตามสถานการณกาลเวลาแตตองมีหลักแหงความเสมอภาค ของบุคคลเคารพสิทธิของผูอื่น การปรับปรุงแกไขนักเรียนที่มีปญหาทางวินัยในปจจุบันวิธีการปรับปรุงแกไขนักเรียนที่มี ปญหาทางวินัยมี2 วิธีคือ 1. วิธีการที่ไมใชการลงโทษวิธีการนี้ใชความรูในการปรับปรุงแกไขพฤติกรรมที่เริ่มดวยการ วิเคราะหถึงสาเหตุของพฤติกรรมที่มีปญหาแบงได2 กลุมคือ


17 1.1 วิธีการที่กอใหเกิดความเปลี่ยนแปลงในตัวเด็กเอง 1) การชักจูงและแนะแนว 2) การใหคําปรึกษา 3) การสอนซอมเสริม 1.2 วิธีการปรับปรุงสิ่งแวดลอม 1) วิธีการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมในโรงเรียน 2) การจัดโปรแกรมการทํางานควบคูกับการเรียน 3) การเลือกชั้นหรือโรงเรียนที่เหมาะสมให 4) การจัดโปรแกรมการเรียนดวยตนเอง 5) การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมทางบานและชุมชน 2. วิธีการลงโทษเปนวิธีที่ไดผลในระดับหนึ่งหากรูจักใชวิธีการลงโทษที่ถูกตองคือสามารถ หยุดพฤติกรรมเบี่ยงเบนไดอยางนอยระยะหนึ่งและเปนการแสดงใหเห็นวากฎระเบียบที่วางไวนั้นมี ความศักดิ์สิทธิ์และมีความจาเปนการปลอยใหมีการฝาฝนโดยไมมีการลงโทษจะทาใหนักเรียนเขาใจวา สิ่งที่ประพฤติอยูนั้นเปนความถูกตองในการลงโทษนั้นผูลงโทษจะตองรูหลักการในการลงโทษเพื่อที่จะ ไมใหมีผลกระทบเกิดขึ้นตอไปการลงโทษมีหลักเกณฑที่ผูลงโทษควรถือปฏิบัติใหถูกหลักการเพราะ เปนผลที่กระทบตอความมีวินัยและความรับผิดชอบของบุคคลที่ถูกลงโทษหลักเกณฑในการลงโทษมี ดังนี้ 3. ยึดหลักความชัดเจนและมีเหตุผลคือความผิดทางวินัยของนักเรียนมีความชัดเจนมี หลักฐานพยานแนนหนาขณะเดียวกันความผิดนั้นจะสงผลเสียหายตอสวนรวมที่อธิบายไดชัดเจน 4. ใชหลักเมตตาธรรมผูลงโทษตองอยูในภาวะที่แสดงออกซึ่งความเมตตาในการลงโทษ ปราศจาความโหดเหี้ยมรวมทั้งมีความเปนธรรมไมเลือกที่รักมักที่ชัง 5. คํานึงถึงหลักความรวมมือประนีประนอมการลงโทษเปนมาตรการทางลบจึงไมควรเปน เรื่องดวนที่จะกระทาไดงายๆหากมีความขัดแยงตองพยายามประนีประนอม 1.6. การพัฒนาศักยภาพดานความมีวินัยความรับผิดชอบของนักเรียน ใจจริงบุญเรืองรอด (ม.ป.ป. : 120) ไดกลาวถึงกระบวนการควบคุมระเบียบวินัยวาตอง ดําเนินการตามหลัก 4 ขั้นตอนคือ 1. การวางระเบียบวินัยไดแกการกําหนดกฎเกณฑเกี่ยวกับระเบียบวินัยเพื่อใชเปนเกณฑของ พฤติกรรมนักเรียนถือเปนภารกิจที่ตองทาเปนลาดับแรกหาไมแลวจะไมมีหลักยึดในการพิจารณา พฤติกรรมนักเรียน


18 2. การติดตามประเมินผลไดแกกระบวนการเก็บรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กใน ภาวะโอกาสตางๆตามความเปนจริงเพื่อนาพฤติกรรมนั้นมาพิจารณาตัดสินใจตอไป 3. การเปรียบเทียบไดแกกระบวนการที่นาพฤติกรรมจริงมาเปรียบเทียบกับเกณฑหรือ ระเบียบวินัยที่วางไวเพื่อดูภาวะเบี่ยงเบนหรือความผิดปกติเพื่อเปนขอมูลในการตัดสินใจดาเนินการ อยางใดอยางหนึ่งตอไป 4. การปรับปรุงแกไขไดแกการดําเนินการแกไขและพัฒนาสภาพความผิดปกติและพัฒนาให เด็กมีบุคลิกภาพที่ถูกตองตอไป 1.7. ทฤษฎีที่เกี่ยวกับการเกิดวินัยในตนเอง ความมีวินัยในตนเองเปนคุณสมบัติสําคัญที่บุคคลควรจะมีเพราะผูที่มีวินัยในตนเองจะมี คุณธรรมประพฤติตนอยางมีเหตุผลไมกอความวุนวายแกสังคมการศึกษาทฤษฎีที่วาดวยการเกิดวินัย จึงเปนสิ่งสําคัญที่จะใหทราบวาวินัยในตนเองมีที่มาอยางไรเพื่อที่จะไดปลูกฝงและพัฒนาใหเกิดขึ้นใน ตัวบุคคลได(ไพบูลยขาขันมะลี. 2548: 17) ดังนี้ ดวงเดือนพันธุมนาวิน. (กรมวิชาการ.2542: 29 – 32; อางอิงจากดวงเดือนพันธุมนาวิน. 2527) ไดอธิบายถึงทฤษฎีการเกิดวินัยในตนเองโดยยึดแนวทฤษฎีที่สําคัญ 2 ทฤษฎีคือทฤษฎีของเมา เรอร(Mowrer) ซึ่งวาดวยการกําเนินของการควบคุมตนเองหรือความมีวินัยในตนเองและทฤษฎีของ เพคและฮาวิกเฮอรส (Peck and Havighurst) ซึ่งวาดวยพัฒนาการของแรงจูงใจทางจริยธรรมหรือ ความมีวินัยในตนเองโดยยึดการควบคุมของอีโกและซุปเปอรอีโกเปนหลักซึ่งมีหลักการสําคัญ ดังตอไปนี้ ทฤษฎีการเกิดวินัยในตนเองของทฤษฎีของเมาเรอร (Mowrer) การเกิดวินัยในตนเองของ บุคคลนั้นนักจิตวิทยาทั้งหลายเชื่อวาจะตองมีพื้นฐานมาตั้งแตระยะแรกจนกระทั่งเติบโตขึ้นมาสิ่ง สําคัญคือความสัมพันธระหวางทารกกับบิดามารดาหรือผูเลี้ยงดูอันจะเปนทางนาไปสูความสามารถใน การใหรางวัลตนเองหรือความสามารถควบคุมตนเองเมื่อโตขึ้นซึ่งMowrerไดอธิบายวาทารกหรือเด็ก จะตองเรียนรูจากผูที่เลี้ยงดูตนเองมาโดยการเรียนรูนี้จะเกิดในสภาพอันเหมาะสมเทานั้นการเรียนรู ของเด็กทารกหรือเด็กจะเกิดขึ้นหลายระดับและมีขั้นตอนดังตอไปนี้ 1. บุคคลที่สําคัญตอการเรียนรูของทารกหรือเด็กคือบิดามารดาหรือผูเลี้ยงดูการที่ทารกไดรับ การบําบัดความตองการก็จะรูสึกสบายใจและมีความสุขและจะติดอยูในสานึกของทารกไปจนเติบโต ขึ้น 2. ความรักและความผูกพันของเด็กนําไปสูการปฏิบัติตามคาอบรมสั่งสอนหรือการเลียนแบบ ผูที่ตนรักและพอใจกลาวคือจากความรักและความพอใจของเด็กที่มีตอบิดามารดาหรือผูเลี้ยงดูจึงทํา ใหบิดามารดาหรือผูเลี้ยงดูมีการอบรมสั่งสอนเด็กหรือมีการกระทําหรือพูดจาอยางไรเด็กจะเกิดการทํา


19 ตามหรือเลียนแบบคาพูดซึ่งการเลียนแบบผูเลี้ยงดูตนของเด็กจะทําทั้งทางที่ดีและไมดีเทากันตราบ เทาที่ลักษณะนั้นเปนลักษณะของผูที่ตนรักและพอใจดังนั้นจากทฤษฎีของMowrerการเกิดวินัยใน ตนเองจนเปนผูที่บรรลุวุฒิภาวะทางจิตนั้นจะตองเริ่มตนจากการเลี้ยงดูในวัยทารกอยางมีความสุข ความอบอุนและผานการอบรมสั่งสอนหรือเลียนแบบที่ดีงามจากผูเลี้ยงดูตนเอง ดังนั้นจากทฤษฎีของเมาเรอรการเกิดวินัยในตนเองจนเปนผูที่บรรลุวุฒิภาวะทางจิตนั้น จะตองเริ่มตนจากการเลี้ยงดูในวัยทารกอยางมีความสุขความอบอุนและผานการอบรมสั่งสอนหรือการ เลียนแบบที่ดีงามจากผูที่เลี้ยงดูตนเองจึงจะพัฒนามาเปนลักษณะที่เดนชัดในจิตสานึกของบุคคลนั้น และกลายเปนพฤติกรรมที่ถูกตองมีเหตุผลของบุคคลนั้น ทฤษฎีแรงจูงใจทางจริยธรรมหรือความมีวินัยในตนเองของเพกและฮาวิกเฮอรส (Peck and Havighurst) เชื่อวาการควบคุมของอีโก (Ego Control) และการควบคุมของซุปเปอรอีโก (Super Ego Control) รวมกันชวยใหเกิดความตองการแสดงพฤติกรรมเพื่อผูอื่นไดอยางสมเหตุสมผลพลัง ควบคุมของอีโกและซุปเปอรอีโกของแตละบุคคลไมเทากันเนื่องจากไดรับความรูจากจริยศึกษาที่ทําให บุคคลรูผลการกระทําของตนไมเทากันซึ่งสงผลไปสูความมีวินัยในตนเอง จากที่กลาวมาสามารถสรุปวาการวางรากฐานการมีวินัยในตนเองตองเริ่มที่วัยเด็กการอบรม เลี้ยงดูมีผลตอการมีวินัยในตนเองของเด็กนอกจากนี้แลวการจัดกิจกรรมในโรงเรียนการสอนของครูก็มี สวนสงเสริมใหนักเรียนมีวินัยเชนกันสวนการจัดวาใครมีวุฒิภาวะจิตใจมากนอยเพียงใดอาจเริ่มไดใน วัยรุนตอนปลายหรือวัยผูใหญตอนตนแตก็ไมไดหมายความวาบุคคลจะมีความดีมากกวาเมื่อตอนวัย เด็กเสมอไป 3. ความรับผิดชอบตอตนเอง 3.1 ความหมายและความสําคัญของความรับผิดชอบตอตนเอง มีผูใหความหมายของความรับผิดชอบไวหลายความคิดเห็นตางๆกันดังตอไปนี้ ประทีปกระจายพันธ (2538:23) กลาวสรุปวาความรับผิดชอบหมายถึงการที่บุคคลมีความรู ความเขาใจสนใจและตั้งใจปฏิบัติหนาที่ดวยความเพียรพยายามเพื่อใหเกิดผลสําเร็จตามจุดประสงค และยอมรับในผลที่เกิดขึ้นแมวาจะเปนผลทางบวกหรือลบโดยแสดงออกในรูปของการปฏิบัติงานดวย ความเต็มใจมีความซื่อสัตยและมีความตรงตอเวลาอีกทั้งพยายามปรับปรุงการปฏิบัติหนาที่ใหดียิ่งขึ้น สุพัตราสุภาพ (ม.ป.ป.: 9) ไดใหความหมายของคาวามีความรับผิดชอบคือรูจักหนาที่ตนตอง กระทําตองปฏิบัติไมนึกถึงแตสิทธิเพียงอยางเดียวเชนเปนนักเรียนมีสิทธิที่จะมาเรียนหนังสือใน โรงเรียนความรับผิดชอบของการเปนนักเรียนคือตองมาเรียนใหสม่ําเสมอไมหนีเรียนความรับผิดชอบ จึงเปนการกระทําที่พึงกระทําหรือควรกระทําตามสถานภาพ (ตําแหนง) ของบุคคลเชนมีสถานภาพ


20 เปนตํารวจความรับผิดชอบคืออยูเวรยามตามหนาที่จับผูรายเปนครูความรับผิดชอบคือการสอน นักเรียนใหมีความรูและดูแลนักเรียนใหดีที่สุดเปนตน จากที่กลาวมาสามารถสรุปไดวาความรับผิดชอบหมายถึงการที่บุคคลรับรูเขาใจสนใจและ ตั้งใจปฏิบัติหนาที่มีความเพียรพยายามและเอาใจใสเพื่อใหเกิดผลสําเร็จตามวัตถุประสงคมีความ ละเอียดรอบคอบและยอมรับผลที่เกิดขึ้นไมวาจะเปนดานทางบวกหรือทางลบแลพยายามปรับปรุง การปฏิบัติหนาที่ที่ไดรับใหดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาและนักวิชาการหลายทานไดใหความหมายของความสําคัญในความ รับผิดชอบไวดังนี้ นิคมชนะไพทูรย(ประทีปกระจายพันธ. 2538:24; อางอิงจากนิคมชนะไพทูรย. 2535) กลาว วาความรับผิดชอบเปนลักษณะของความเปนพลเมืองอยางหนึ่งนอกจากความมีวินัยทางสังคมความ เอื้อเฟอและความเกรงใจเนื่องจากความรับผิดชอบนั้นเปนลักษณะนิสัยและทัศนคติของบุคคลซึ่งเปน เครื่องมือผลักดันใหบุคคลปฏิบัติตามกฎระเบียบเคารพสิทธิผูอื่นทําตามหนาที่ของตนเองและมีความ ซื่อสัตยสุจริตการเปนคนที่มีความรับผิดชอบนี้เปนคุณลักษณะที่จะชวยใหการอยูรวมกันในสังคม เปนไปดวยความราบรื่นสงบสุขนอกจากนี้ความรับผิดชอบยังเปนคุณธรรมที่สําคัญในการพัฒนา ประเทศอีกดวยและถาบุคคลในสังคมมีความรับผิดชอบจะสงผลคือ 1. คนที่มีความรับผิดชอบยอมทางานทุกอยางสําเร็จตามเปาหมายทันเวลา 2. คนที่มีความรับผิดชอบยอมเปนที่ถับถือไดรับการยกยองสรรเสริญและเปนคุณประโยชน ตอตนเองและสังคม 3. ความรับผิดชอบเปนสิ่งที่เกื้อหนุนใหบุคคลปฏิบัติงานใหสอดคลองกับกฎจริยธรรมและ หลักเกณฑของสังคมโดยไมตองมีการบังคับจากผูอื่น 4. ทําใหเกิดความกาวหนาสงบสุขเรียบรอยในสังคม 5. ไมเปนตนเหตุแหงความเสื่อมและความเสียหายของสวนรวม วารณีบังคลัน (2541: 26-27)ไดกลาวสรุปถึงความสําคัญของความรับผิดชอบไววาเปน ลักษณะหนึ่งที่มีความสําคัญและมีความจําเปนที่จะตองรีบปลูกฝงใหเกิดขึ้นกับคนไทยทุกคน โดยเฉพาะเยาวชนของชาติซึ่งจะเปนกําลังสําคัญในการพัฒนาประเทศเพราะคนที่มีความรับผิดชอบ ยอมจะเอาใจใสตอหนาที่การงานและพยายามปรับปรุงงานทั้งของตนเองและของสวนรวมใหดีขึ้นอยู เสมออันจะเกิดผลดีตอประเทศทั้งโดยตรงและโดยออม จิตราวสุวานิชและคณะ (ม.ป.ป.: 178) กลาวถึงความสําคัญของความรับผิดชอบวาความ รับผิดชอบนั้นเปนคุณลักษณะที่ควรปลูกฝงใหเกิดแกบุคคลเพราะการมีความรับผิดชอบของบุคคลจะ มีผลทําใหเขารับผิดชอบตอการงานตอการเรียนตอตนเองและตอสังคมดวยซึ่งผลการวิจัยก็ไดยืนยัน


21 แลววาคนที่มีความรับผิดชอบสูงนั้นมักเปนคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองมีความซื่อสัตยมีผลสัมฤทธิ์ใน การเรียนสูงมีลักษณะเปนผูนําแบบประชาธิปไตยและมีความประพฤติดีฯลฯ 3.2 ประเภทของความรับผิดชอบตอตนเอง จิตราวสุวานิชและคณะ (ม.ป.ป. : 189 - 199) ไดสรุปแบงความรับผิดชอบออกเปน 2 แบบ ดังนี้ 1. ความรับผิดชอบตอตนเองมีความสําคัญมากกอนที่เด็กจะเรียนรูวาเขาควรมีความ รับผิดชอบตอครอบครัวตอสังคมหรือตอประเทศชาติอยางไรเด็กควรไดเรียนรูที่จะมีความรับผิดชอบ ตอตนเองเสียกอนเนื่องจากการมีความรับผิดชอบตอตนเองนั้นเปนคุณลักษณะที่ถามีอยูในตัวของเด็ก คนใดก็ยอมมีผลดีสงไปถึงคุณลักษณะอื่นๆเชนการมีความเชื่อมั่นในตนเองการมีความสามารถมนการ เรียนเปนตนพฤติกรรมการมีความรับผิดชอบตอตนเองของเด็กจัดเปนคุณลักษณะอันพึงประสงคและ อาจจัดพฤติกรรมการรับผิดชอบตอตนเองของเด็กเปนพวกๆได2 พวกคือ 1) พฤติกรรมที่แสดงใหเห็นวาเด็กมีความรับผิดชอบตอกิจวัตรประจาวัน 2) พฤติกรรมที่แสดงใหเห็นวาเด็กมีความรับผิดชอบตอหนาที่หรืองานที่ไดรับมอบหมายและ ตอคาสัญญาที่ตนใหไวกับผูอื่น 2. ความรับผิดชอบตอสังคมเพราะสังคมเปนสถาบันที่รวบเอาสมาชิกทั้งที่เปนเด็กและเปน ผูใหญเขาไวดวยกันถาสมาชิกในสังคมขาดความรับผิดชอบตอกันและตอกฎหมายหรือระเบียบที่สังคม ตั้งขึ้นแลวกฎหรือระเบียบนั้นก็ไมสามารถคงอยูไดความแตกกระจายหรือการสลายตัวของสังคมก็จะ เกิดขึ้นสังคมเริ่มแรกที่เด็กควรจะตองเขามามีสวนรับผิดชอบก็คือครอบครัวและโรงเรียน บุญธรรมพุนทรัพย(2539: 74 - 76) ไดแบงความรับผิดชอบเปน 2 ประเภทดังตอไปนี้ 1. ความรับผิดชอบตอตนเองไดแก 1) ความรับผิดชอบทางกายเราตองดูแลรักษาสุขภาพรางกายของเราใหมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ เพราะหากรางกายของเราสมบูรณแข็งแรงเรายอมกระทําสิ่งตางๆไดอยางมีประสิทธิภาพ 2) ความรับผิดชอบทางจิตใจเราจะตองดูแลสุขภาพทางใจของตนดวยการฝกอบรมจิตใจของตนใหมี คุณธรรมรูจักแบงแยกความดีความชั่วการปลอยใหจิตใจของตนหมกมุนอยูแตความคิดที่ผิดคิดแตจะ ทํารายและเอาเปรียบคนอื่นยอมเปนการขาดความรับผิดชอบตอตนเอง 2. ความรับผิดชอบตอสังคมไดแก 1) ความรับผิดชอบตอครอบครัวและบุคคลที่อยูใกลชิดคือการปฏิบัติหนาที่ ของความเปนพอแมลูกเพื่อนผูรวมงานดวยความรับผิดชอบเชนการไมชักชวนเพื่อรวมงานกระทําผิด ตอหนาที่การสรางความไววางใจใหกับคนที่อยูรอบๆตัวเราการใหความรักและดูแลเอใจใสคนที่เรา รูจัก


22 2) ความรับผิดชอบตอชุมชนเชนการชวยเหลือคนในชุมชนของตนเมื่อเขาไดรับความ เดือดรอนสนับสนุนและใหความรวมมือในการพัฒนาชุมชนของตนทั้งแรงกายสติปญญาและทรัพยสิน ที่พึงจะพอใหไดการคิดวาธุระไมใชเปนความคิดของคนที่ไมมีความรับผิดชอบตอชุมชนของตนเอง 3) ความรับผิดชอบตอประเทศหรือสังคมของมนุษยทั้งหมดเพราะการกระทําของ เรายอมมีผลกระทบตอประเทศและสังคมทั้งหมดไมมากก็นอยเชนการทิ้งขยะดังนั้นเมื่อทําอะไรก็ตาม เราควรนึกถึงผลกระทบที่มีตอสังคมทั้งในปจจุบันและอนาคตมิใชคิดแตจะไดรับประโยชนจากสังคม แลวสังคมจะเปนอยางไรไมสนใจหรือมัวแตโทษสังคมวาทําใหคนเดือดรอน กรมวิชาการ (2542 : 8 – 9) กลาวถึงการแบงความรับผิดชอบตามคูมือการปลูกฝงและสราง เสริมคานิยมพื้นฐานไดแบงความรับผิดชอบออกเปน 4 ดานคือ 1. ความรับผิดชอบในการศึกษาเลาเรียนหมายถึงการที่นักเรียนศึกษาเลาเรียนจนประสบ ความสําเร็จตามที่มุงหมายดวยความขยันหมั่นเพียรอดทนเขาหองเรียนและสงงานที่ไดรับมอบหมาย ตรงตามเวลาเมื่อมีปญหาหรือไมเขาใจบทเรียนก็พยายามศึกษาคนควาซักถามอาจารยใหเขาใจเมื่อทํา แบบฝกหัดผิดก็ยอมรับวาทําผิดแลวพยายามแกไขปรับปรุงใหถูกตองดวยตนเอง 2. ความรับผิดชอบตอสถานศึกษาหมายถึงการที่นักเรียนมีสวนรวมในกิจกรรมตางๆของ สถานศึกษารักษาผลประโยชนเกียรติยศชื่อเสียงของสถานศึกษาชวยกันรักษาความสะอาดของ สถานศึกษาไมขีดเขียนโตะเรียนผนังหองเรียนหองนาหองสวมแตงเครื่องแบบนักเรียนเรียบรอยไม ทะเลาะวิวาทกับโรงเรียนอื่นคอยตักเตือนเพื่อนที่หลงผิดอันจะทําใหโรงเรียนเสียชื่อเมื่อโรงเรียน ตองการความรวมมือหรือชวยเหลือก็เต็มใจใหความรวมมืออยางเต็มที่เขารวมกิจกรรมตางๆของ โรงเรียนตามความสนใจและความสามารถของตนเพื่อสรางชื่อเสียงใหแกโรงเรียน 3. ความรับผิดชอบตอครอบครัวหมายถึงการที่นักเรียนมีความตั้งใจชวยเหลืองานตางๆ ภายในบานเพื่อแบงเบาภาระซึ่งกันและกันตามความสามารถของตนและรูจักแสดงความคิดเห็น ปฏิบัติตนเพื่อความสุขและชื่อเสียงของครอบครัว 4. ความรับผิดชอบตอสังคมหมายถึงการที่นักเรียนมีสวนรวมในกิจกรรมตางๆของชุมชนและ สังคมบาเพ็ญประโยชนและสรางสรรคความเจริญใหชุมชนอยางเต็มความสามารถชวยสอดสอง พฤติกรรมของบุคคลที่เปนภัยตอสังคมใหความรูความสนุกสนานเพลิดเพลินแกประชาชนตาม ความสามารถของตนชวยคิดและแกปญหาตางๆของสังคมเชนความสกปรกการจราจรเสียภาษีรักษา ของสาธารณะฯลฯ วัฒนาสิงหสัมฤทธิ์ (กรมวิชาการ.2542: 13; อางอิงจากวัฒนาสิงหสัมฤทธิ์.2527) แบงความ รับผิดชอบเปน 4 ประเภทคือ


23 1. ความรับผิดชอบตอหนาที่การงานหมายถึงการปฏิบัติหนาที่การงานของตนดวยความเอา ใจใสขยันหมั่นเพียรอดทนตอสูอุปสรรคไมยอทอมีความละเอียดรอบคอบและปองกันความบกพรอง เสื่อมเสียในวงงานที่ตนรับผิดชอบ 2. ความรับผิดชอบตอตนเองหมายถึงการรักษาปองกันตนเองใหปลอดภัยจากอันตราย โรคภัยไขเจ็บรักษารางกายใหแข็งแรงบังคับควบคุมจิตใจไมใหตกเปนทาสของกิเลสประพฤติตนอยูใน ศีลธรรมละเวนความชั่วรูจักประมาณการใชจายตามสมควรแกฐานะหมั่นศึกษาเลาเรียนจนประสบ ความสําเร็จ 3. ความรับผิดชอบตอสวนรวมหมายถึงการปฏิบัติกิจกรรมของหมูคณะครอบครัวโรงเรียน และชุมชนอยางเต็มกําลังความสามารถรวมมือแกปญหาตางๆที่เกิดขึ้นประพฤติและปฏิบัติตนตาม กฎหมายงดเวนการกระทําการอันเปนผลเสียหายแกสวนรวมดูแลทรัพยสมบัติสาธารณะและ สรางสรรคความเจริญกาวหนาแกสวนรวม 4. ความรับผิดชอบในการกระทําของตนหมายถึงการยอมรับการกระทาของตนทั้งที่เปนผลดี และผลเสียไมปดความรับผิดชอบในหนาที่ของตนใหแกผูอื่นพรอมทั้งปรับปรุงแกไขเพื่อใหไดผลดี ยิ่งขึ้นไตรตรองใหรอบคอบวาสิ่งที่ตนทําลงไปนั้นจะเกิดผลเสียขึ้นหรือไมปฏิบัติแตสิ่งที่ทาใหเกิดผลดี 3.3 องคประกอบของความรับผิดชอบตอตนเอง องคประกอบหรือลักษณะที่เปนตัวกําหนดความรับผิดชอบมีนักวิจัยทางการศึกษาและ จิตวิทยาไดทาการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวของอยูหลายดาน เพ็ชรินทรปฐมวนิชกะ(ไพฑูรยขาขันมะลี.2548:61- 59 ; อางอิงจากเพ็ชรินทรปฐมวนิชกะ. 2535: 17- 20) ไดรวบรวมและสรุปออกมาได4 ลักษณะดวยกันคือ 1. วิธีการจัดการศึกษาอบรมที่มีอิทธิพลอยางมากตอการแสดงพฤติกรรมความรับผิดชอบซึ่ง ลักษณะการจัดการศึกษาอบรมที่มีผลตอความรับผิดชอบไดแกการใหความเอาใจใสเลี้ยงดูแบบ ประชาธิปไตยการอบรมใหมีวินัยโดยการใชเหตุผลการจัดการเรียนการสอนโดยใชกระบวนการกลุม สัมพันธตรงกันขามกับการฝกอบรมดวยการใหรางวัลและใชอํานาจมากเกินไปจะสงผลใหความรูสึก รับผิดชอบของเด็กต่ํา 2. ผลที่ไดจากการศึกษาเปนอีกลักษณะหนึ่งขององคประกอบที่มีอิทธิพลตอความรับผิดชอบ ของนักเรียนลักษณะดังกลาวประกอบดวยลักษณะนิสัยการเรียนการไดรับทุนการศึกษาเจตคติตอ สถานศึกษาเจตคติตออาชีพและความมีนาใจของครู 3. ลักษณะทางสังคมเศรษฐกิจซึ่งประกอบดวยเพศอายุสภาพทางเศรษฐกิจของครอบครัว สมรรถภาพในการปฏิบัติหนาที่การงาน


24 4. ลักษณะทางสังคมจิตวิทยาเปนองคประกอบที่สําคัญมากลักษณะตางๆที่เกี่ยวของทางดาน นี้คือลาดับการเกิดความเชื่อมั่นในตนเองความมีระเบียบวินัยความซื่อสัตยการปรับตัวความคิดริเริ่ม สรางสรรคความวิตกกังวลเปนตน สรุปวาองคประกอบสําคัญของความรับผิดชอบมีองคประกอบดานการจัดการศึกษาอบรมผล ที่ไดจากการศึกษาอบรมลักษณะทางสังคมสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวลักษณะทางสังคมจิตวิทยา สิ่งเหลานี้จะมีผลตอพฤติกรรมดานความรับผิดชอบของนักเรียน ราชบัณฑิตยสถาน (2535: 693) ไดใหความหมายของความรับผิดชอบวาหมายถึงการยอมรับ ตามผลที่ดีหรือไมดีในกิจการที่ไดกระทาไป ประหยัดยางกลาง (2546 : 20) กลาวสรุปความรับผิดชอบวาหมายถึงการเอาใจใสและ ปฏิบัติงานที่ตนเองไดรับมอบหมายรวมทั้งงานในหนาที่ของตนเองใหสําเร็จเรียบรอยทันตามเวลาที่ กําหนดเอาไวอยางดีที่สุดดวยความขยันและความเพียรพยายามเพื่อใหงานนั้นสําเร็จตามจุดมุงหมาย เมื่อผลงานปรากฏออกมาก็สามารถยอมรับผลงานนั้นดวยความสบายใจและเต็มใจไมวางานนั้นจะดี หรือไมก็ตามรวมทั้งมีความพรอมที่จะปรับปรุงแกไขขอบกพรองที่เกิดขึ้นดวยประกอบดวยพฤติกรรม ยอยที่พึงประสงคคือการดูแลรักษาความสะอาดของรางกายและเครื่องแตงกายของตนการดูแลรักษา เครื่องใชสวนตัวเครื่องเขียนแบบเรียนตางๆการทําและสงการบานตามที่ครูสั่งการชวยดูแลรักษาความ สะอาดของหองเรียนและบริเวณโรงเรียนที่ไดรับมอบหมายการไมขาดโรงเรียนโดยไมมีกิจธุระจาเปน การรับผิดชอบตอหนาที่ที่ไดรับมอบหมายเปนพิเศษ 3.4 การพัฒนาและปลูกฝงความรับผิดชอบตอตนเอง จากการพิจารณาสภาพโดยทั่วไปในสังคมปจจุบันแลวเห็นวาสังคมไทยยังขาดความ รับผิดชอบอยูมากจําเปนตองพัฒนาความรับผิดชอบใหเกิดขึ้นกับคนไทยทุกคนโดยเฉพาะเยาวชนที่ กําลังเติบโตขึ้นเปนกําลังสําคัญในการชวยพัฒนาประเทศความรับผิดชอบเปนคุณลักษณะอันพึง ประสงคของสังคมแตความรับผิดชอบมิไดมีมาแตกําเนิดหากแตสามารถฝกอบรมและปลุกฝงใหกับคน ไทยในสังคมไดไดมีนักวิชาการและนักการศึกษาหลายทานไดกําหนดรูปแบบการพัฒนาความ รับผิดชอบไวดังนี้ อรทัยโสภา (กรมวิชาการ.2542:16;อางอิงจากอรทัยโสภา. 2533: 43) ไดกลาวไวถึงขั้นตอน การฝกความรับผิดชอบใหแกเด็กพอสรุปไดดังนี้ 1. เริ่มใหเด็กทํางานงายๆเหมาะสมกับวัยและความรับผิดชอบของแตละบุคคล 2. เมื่อมอบหมายงานใหทําควรใหเด็กทําไดอยางเต็มที่เพื่อจะไดมีประสบการณดวยตนเอง และทาใหเกิดความเชื่อมั่นในตนเองยิ่งขึ้น 3. ใหรูจักขอบเขตหนาที่การงานของตนไมปดความรับผิดชอบใหผูอื่น


25 4. ทํางานใหเสร็จไมละทิ้งงานที่ทาไว 5. หากเด็กทําอะไรผิดพลาดควรใหความชวยเหลือแนะนํา 3.5 เทคนิคการฝกความรับผิดชอบตอตนเอง วิภาภรณเรือนทิพย(ประทีปกระจายพันธ.2538: 29 ; อางอิงจากวิภาภรณ เรือน ทิพย.2539) ไดเสนอเทคนิคในการฝกความรับผิดชอบไวดังนี้ 1. ผูใหญควรทาอะไรใหเด็กเห็นวามีความสําคัญตอตัวเด็กเองเพื่อใหเกิดความสนใจขึ้นกอน แลวเด็กจะปฏิบัติตาม 2. พยายามพูดใหนอยโดยใหเด็กเปนตัวของตัวเองตัดสินใจดวยตนเองและมีความนับถือใน ตัวเอง 3. ควรยกยองชมเชยเมื่อเด็กกระทาดีหรือเหมาะสม 4. ควรควบคุมความประพฤติของเด็กโดยการใชเหตุผลและหลีกเลี่ยงการใชอารมณเด็ก กระทาไมถูกหรือเหมาะสม 3.6 การประเมินความรับผิดชอบตอตนเอง ผกาสัตยธรรม (ไพบูลยขาขันมะลี.2548: 66 ; อางอิงจากผกาสัตยธรรม.2528: 41) แบงการ ประเมินความรับผิดชอบออกเปน 2 ภาคคือ 1. ภาคปฏิบัติซึ่งไดแกการสังเกตพฤติกรรมการสัมภาษณการถามจากผูที่เกี่ยวของจะได ขอมูลที่ตรงจุดมากขึ้นแตจะตองใชเวลาเปนการบันทึกพฤติกรรมการแสดงออกเพื่อติดตามผลแกไข พฤติกรรมนั้น 2. ภาคทฤษฎีเปนการประเมินผลดวยขอทดสอบหรือแบบสอบถามตามระดับคะแนนมาก นอยซึ่งอาจมีระดับตั้งแตดีมากดีคอนขางดีพอใชตองแกไขและตองปรับปรุงใหมทั้งหมด 4.งานวิจัยที่เกี่ยวของ มาลีรัตน เทียมฉัตร[1] ไดศึกษาการปรับพฤติกรรมไมเขาหองเรียน วิชา งานไฟฟาและ อิเล็กทรอนิกสเบื้องตนชั้น ปวช. 1 กลุม 1 แผนกชางไฟฟากําลังโดยการเรียนการสอนแบบรวมแรงใจ และ เรียนรูอยางเปนระบบโดยกลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัยเปนนักเรียนระดับชั้นปวช. 1/1 จํานวน 14 คนแผนกวิชาชางไฟฟากําลังรายวิชางานไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสเบื้องตนโดยเครื่องมือในการวิจัย ไดแกรูปแบบการเรียนการสอนแบบรวมแรงรวมใจและการเรียนรูอยางเปนระบบแบบสังเกต พฤติกรรมความรับผิดชอบของนักเรียนไดแกความรับผิดชอบตรงตอเวลาใหความรวมมือกับผูอื่น ปฏิบัติตามกฎระเบียบการทํางานที่ไดรับมอบหมายจากครูผูสอนและการทํางานที่ไดรับมอบหมายจาก กลุมแบบประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสถิติที่ใชในการวิเคราะหคือการหาคาเฉลี่ย ผลลการวิจัยใน


26 ครั้งนี้พบวานักเรียนมีความรับผิดชอบในการเรียนและทํางานที่ไดรับมอบหมายไดสําเร็จในทุกดานดี ขึ้นตามลําดับและในสัปดาหที่10 และนักศึกษาทุกคนมีความรับผิดชอบดีทุกดานผลการปรับ พฤติกรรมในครั้งนี้ทําใหนักศึกษาทุกคนสามารถทําแบบทดลองหลังหนวยการเรียนทุกหนวยผาน เกณฑที่กําหนดคือจาก 15 คะแนนนักเรียนสามารถทําได11 คะแนนขึ้นไปถือวานักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนดีขึ้น ปาลิวัฒนเสนาฤทธิไกร[2] ไดศึกษาแนวทางการแกปญหานักศึกษาเขาชั้นเรียนไมตรงเวลา โดยใชนวัตกรรมเพื่อนคูคิดมิตรแนะนาเพื่อน โดยจัดตั้งกลุมเพื่อนอาสาจํานวน 3 คนโดยใหกลุมเพื่อ อาสาเปนผูสังเกตพฤติกรรมของเพื่อนที่ตนเองตองเปนผูดูแลใหมาเขาชั้นเรียนสม่ําเสมอหาเวลาชวย ทบทวนบทเรียนตางๆใหกับเพื่อนที่ตนรับผิดชอบเพื่อนอาสากําหนดกิจกรรมใหเพื่อนที่มีปญหาเชน กําหนดเวลาการเขาชั้นเรียนกําหนดเวลาทบทวนใหเพื่อนนัดเพื่อนสรุปวิชาที่เรียนพรอมใหคาปรึกษา การทารายงานนักศึกษาที่เปนเพื่อนอาสาเขียนสรุปรายงานจากการสังเกตพฤติกรรมของนักศึกษา ที่มาเขาเรียนชาจํานวน 3 คนพบวามีจํานวน 2 คนที่มาเขาเรียนไดตรงเวลาขึ้นแตมี1 คนที่ยังเขา เรียนสายอยูเหมือนเดิมผลประโยชนของการมีเพื่อนอาสาคือนักศึกษาที่มาเขาเรียนชาสามารถติดตาม เนื้อหาการเรียนที่ไมทันไดทาใหไมพลาดในเนื้อหาที่อาจารยผูสอนไดสอนไปแลวและเพื่อนอาสาเองก็ ไดประโยชนเชนกันคือเปนทบทวนไปดวยในตัว


27 บทที่ 3 ขั้นตอนและวิธีการดําเนินการ การศึกษาพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาของนักศึกษาวิชางานเครื่องยนตดีเซล ปวช. 1/1,2 แผนกวิชาชางยนตวิทยาลัยเทคนิคลําพูน ที่เรียนวิชางานเครื่องยนตดีเซล (20101-2002) ภาคเรียนที่2 ปการศึกษา 2566 ไดแบงขั้นตอนการศึกษาไวดังนี้คือ 3.1 ขั้นตอนการดําเนินงานในการจัดทํางานวิจัย 3.2 เครื่องมือที่ใชในการวิจัย 3.3 สถานที่เก็บขอมูล 3.4 วิธีในการดําเนินการทดสอบ 3.5 วิธีในการวิเคราะหขอมูล 3.1 ขั้นตอนการดําเนินงานในการจัดทํางานวิจัย นักศึกษาในระดับชั้น ปวช. 1/1,2 แผนกวิชาชางยนตวิทยาลัยเทคนิคลําพูน ภาคเรียนที่ 1ป การศึกษา 2566 ที่เรียนวิชางานเครื่องยนตดีเซล โดยใชแบบสอบถามเพื่อหาสาเหตุของการเขาชั้น เรียนไมตรงตอเวลา ผูวิจัยไดวางแผนการดําเนินการศึกษา สรางแบบสอบถาม โดยใชขอความที่คาด วาจะเปนสาเหตุของการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลา ในวิชางานเครื่องยนตดีเซล และไดดําเนินการซึ่งมี รายละเอียดเปนขั้นตอนดังนี้ 3.1.1 ขั้นวิเคราะห (Analysis) 3.1.1.1 วิเคราะหขอมูลพื้นฐานของผูเรียนการวิเคราะหผูเรียนไดกําหนดไวดังนี้ ประชากร คือนักศึกษาในระดับชั้น ปวช.1/1,2แผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูน ภาคเรียนที่ 2ปการศึกษา 2566 ที่เรียนในวิชางานเครื่องยนตดีเซล 3.1.1.2 วิเคราะหสาเหตุของการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาในวิชางานเครื่องยนตดีเซล โดยการหาคารอยละ 3.1.2ขั้นออกแบบ (Design) ผูวิจัยดําเนินการสรางแบบสอบถามสาเหตุของการการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาในวิชางาน เครื่องยนตดีเซลโดยมีลําดับขั้นตอนการสรางดังนี้ ศึกษาเทคนิคการสรางแบบสอบถามจากเอกสารตางๆ


28 สรางแบบสอบถามเพื่อหาสาเหตุของการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาในวิชางานเครื่องยนต ดีเซล นักศึกษาในระดับชั้น ปวช.1/1,2 แผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูน ภาคเรียนที่ 2ป การศึกษา 2566 ที่เรียนวิชางานเครื่องยนตดีเซล - จํานวน 10 ขอ โดยใหนักเรียนใสหมายเลขลําดับสาเหตุของการไมเขาเรียนหรือเขาเรียน สายจากลําดับมากที่สุด (1) ไปจนถึงลําดับนอยที่สุด (10) - นําแบบสอบถามมาปรับปรุงแกไขกอนนําไปใชจริง 3.2 เครื่องมือที่ใชในการทดสอบ แบบสอบถามสาเหตุการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาในวิชางานเครื่องยนตดีเซล 3.3 สถานที่เก็บขอมูล หองเรียนแผนกวิชาชางยนตแผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูนภาคเรียนที่ 1ป การศึกษา 2566 3.4 วิธีในการดําเนินการทดสอบ ในการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดมีการดําเนินการดังนี้ 3.4.1 ศึกษาสภาพปญหาการมาสายที่เกิดขึ้นภายในวิชางานเครื่องยนตดีเซล 3.4.2 จัดทําโครงงานวิจัย“การศึกษาพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลากับ นักศึกษาในระดับชั้น ปวช.1/1,2แผนกวิชาชางยนตแผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูนภาค เรียนที่ 1ปการศึกษา 2566ที่เรียนวิชางานเครื่องยนตดีเซลจากสภาพปญหาที่พบ 3.4.3 ศึกษาเทคนิคการสรางแบบสอบถาม 3.4.4 ออกแบบและสรางแบบสอบถามที่จะใชในงานวิจัย 3.4.5 นําแบบสอบถามแบบสอบถามสาเหตุการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาในวิชา งานเครื่องยนตดีเซล ของนักศึกษาในระดับชั้น ปวช.1/1,2แผนกวิชาชางยนตแผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูน ภาคเรียนที่ 2ปการศึกษา 2566 ที่เรียนวิชางานเครื่องยนตดีเซล จํานวน 35 คน เพื่อหาสาเหตุของการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาในวิชางานเครื่องยนตดีเซล 3.4.6 เก็บรวบรวมขอมูลและวิเคราะหขอมูลดําเนินการหาคารอยละของแตละขอ สาเหตุ 3.4.7 สรุปและอภิปรายผลงานวิจัย 3.4.8 จัดทํารูปเลมงานวิจัย


29 3.5 วิธีในการวิเคราะหขอมูล 3.5.1 วิเคราะหขอมูล - วิเคราะหผลจากคะแนนที่ไดจากการทําแบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมการเขา ชั้นเรียนไมตรงตอเวลาในวิชาวิชางานเครื่องยนตดีเซล 3.5.2 สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล -การหาคารอยละ คารอยละ = 100 เมื่อ X = คะแนนที่ได N = จํานวนนักเรียนทั้งหมด


30 บทที่ 4 ผลการดําเนินการวิจัย จากการศึกษาวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักศึกษาใน ระดับชั้น ปวช.1/1,2แผนกวิชาชางยนตแผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูน ภาคเรียนที่ 2ป การศึกษา 2566 ที่เรียนวิชางานเครื่องยนตดีเซล จํานวน 35 คน เพื่อนําผลการวิจัยมาเก็บเปนขอมูล เพื่อหาสาเหตุและนําไปแกไขปญหาในการเรียนการสอนและเพื่อใหนักศึกษาเห็นความสําคัญของการ เขาเรียนตรงตอเวลาโดยใชแบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมจํานวน10 ขอโดยกลุมตัวอยางซึ่งเปน นักศึกษาชั้นปวช.1/1,2แผนกวิชาชางยนตแผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูนภาคเรียนที่ 2ป การศึกษา 2566 จํานวน 35 คนโดยสามารถวิเคราะหผลไดดังนี้ สาเหตุของที่เขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลา ลําดับที่ รอยละ 1.ใชเวลาเดินทางมาโรงเรียนมาก 2 43.75 2. พักผอนนอย 1 61.56 3. วิชาไมนาสนใจ 8 16.75 4. การบานทําไมเสร็จ 7 19.8 5. เบื่อหนาย การเรียน 9 14.28 6. ไมไดนําสมุดมาเรียน 6 21.5 7. ปญหาดานการจราจร 3 41.25 8. ชวยงานผูปกครองทางบาน 5 22.75 9. เตรียมตัวสอบเก็บคะแนนวิชาอื่น 10 8.66 10. ติดธุระจําเปน 4 35.50 ตาราง4.1 การวิเคราะหสาเหตุของที่เขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลา จากตารางที่ 4.1 แสดงใหเห็นวาการตอบแบบสอบถามของนักศึกษาในเรื่องสาเหตุของที่เขา ชั้นเรียนไมตรงตอเวลาโดยทําการเรียงลําดับจากสาเหตุที่นักศึกษาคิดวาเปนสําเหตุที่สําคัญที่สุดจนถึง สาเหตุที่นอยที่สุดตามลําดับ 1 – 10 ไดผลการวิจัยดังตอไปนี้


31 1.พักผอนนอย คิดเปนรอยละ 61.56 2. ใชเวลาเดินทางมาโรงเรียนมาก คิดเปนรอยละ 43.75 3.ปญหาดานการจราจร คิดเปนรอยละ 41.25 4. . ติดธุระจําเปน คิดเปนรอยละ 35.50 5. ชวยงานผูปกครองทางบาน คิดเปนรอยละ 22.75 6.ไมไดนําสมุดมาเรียน คิดเปนรอยละ 21.5 7. การบานทําไมเสร็จ คิดเปนรอยละ 19.8 8. วิชาไมนาสนใจ คิดเปนรอยละ 16.75 9. เบื่อหนาย การเรียน คิดเปนรอยละ 14.28 10. เตรียมตัวสอบเก็บคะแนนวิชาอื่น คิดเปนรอยละ 8.66


32 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยและขอเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศึกษาวิจัย จากการศึกษาและวิเคราะหแบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลา ของนักศึกษาในระดับชั้น ปวช.1/1,2 แผนกวิชายานยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูน ภาคเรียนที่ 2ป การศึกษา 2566 ที่เรียนวิชางานเครื่องยนตดีเซลจํานวน 35 คน ลําดับที่ 1 คือพักผอนนอยคิดเปน รอยละ 61.56 รองลงมาไดแก ใชเวลาเดินทางมาโรงเรียนมาก คิดเปนรอยละ 43.75 และปญหาดาน การจราจรคิดเปนรอยละ 41.25 สวนที่เลือกนอยที่สุดไดแก เตรียมตัวสอบเก็บคะแนนวิชาอื่นโดยมี คิดเปนรอยละ 8.66 5.2 อภิปรายผลการศึกษา จากการสรางแบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาของนักศึกษา ในระดับชั้น ปวช.1/1,2 แผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคลําพูน ภาคเรียนที่ 2ปการศึกษา 2566 ที่ เรียนในรายวิชางานเครื่องยนตดีเซลในครั้งนี้สามารถอภิปรายผลไดดังนี้ พบวาแบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาไดทําใหทราบถึง สาเหตุที่สําคัญมากที่สุดจนถึงสาเหตุที่นอยที่สุดคือพักผอนนอยปญหาใชเวลาเดินทางมาโรงเรียนมาก ปญหาดานการจราจร ติดธุระจําเปน ชวยงานผูปกครองทางบาน ไมไดนําสมุดมาเรียน การบานทํา ไมเสร็จ วิชาไมนาสนใจ เบื่อหนาย การเรียน เตรียมตัวสอบเก็บคะแนนวิชาอื่น 5.3. ขอเสนอแนะ ในการวิจัยครั้งตอไปอาจเจาะจงทําการวิจัยกลุมนักศึกษาในระดับชั้นอื่นๆตอไปและอาจแยก หัวขอเปนรายวิชาตางๆเชนการพักผอนนอยเพื่อใหไดขอมูลที่ระเอียดขึ้นซึ่งจะไดนําผลการทดลองที่ได ไปแกไขปญหาพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาของนักศึกษาตอไป 5.4 ขอเสนอแนะของนักเรียน -อยากเรียนไดสายประมาณ 39 นาทีคาบแรกเพื่อกินขาวในโรงอาหาร -อยากใหอาจารยเริ่มสอนชาขึ้น เพื่อรอเรียนพรอมกัน -อยากใหอาจารยเขมงวดนอยลง


33 บรรณานุกรม กรมวิชาการ. กระทรวงศึกษาธิการ.การสอนที่เนนนักเรียนเปนศูนยกลาง.กรุงเทพมหานคร: กรมวิชาการ , 2539 กองวิจัยทางการศึกษา กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรูตาม หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน , 2535 . เอกสารอัดสําเนา. นฤมลฝางคํา. “การปรับปรุงพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนใหตรงตอเวลาโดยใชสัญญาการเรียน กับนักเรียนชั้นปวช. 1 ที่เรียนวิชาวิทยาศาสตรพื้นฐานวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานีประจําภาค เรียนที่2/2547”.อุบลราชธานี: 2547. ดวงกมล เปลาเล.“การศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนชั้นปวช.1 หอง C1/1 โรงเรียนจรัญสนิท วงศบริหารธุรกิจในเรื่องการไมสงงาน / การบาน”.กรุงเทพมหานคร: 2551. โกศลแยมกาญจนวัฒน, “การพัฒนาวินัยนักเรียนดานความรับผิดชอบตอตนเองของนักเรียน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการดอนคลัง”.ราชบุรี: 2551. .


34 ภาคผนวก


35 แบบสอบถาม เรื่อง การศึกษาพฤติกรรมการเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาในรายงานเครื่องยนตดีเซล ของนักเรียน ปวช.1/1,2 แผนกวิชาชางยนตวิทยาลัยเทคนิคลําพูน คําชี้แจง: 1. แบบสอบถามฉบับนี้สรางขึ้นเพื่อใหทราบถึงสาเหตุที่ผูเรียนเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาใน รายงานเครื่องยนตดีเซล(20101-2002) กับนักเรียนปวช.1/1,2 2. แบบสอบถามฉบับนี้มี2 ตอน ตอนที่1 ขอมูลทั่วไปของผูตอบ เพศ ชาย หญิง อายุ_____ปผลการเรียนเฉลี่ย______ ตอนที่2: ความคิดเห็นของผูตอบแบบสอบถาม คําชี้แจง: แบบสอบถามนี้จัดทําขึ้นเพื่อสอบถามสาเหตุที่ผูเรียนเขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลา โปรดอานขอความดวยความรอบคอบและใสหมายเลขตามหัวขอที่นักเรียนคิดวาเปนสาเหตุที่ผูเรียน เขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลาโดยเรียงลําดับจากสาเหตุที่สําคัญที่สุดจนถึงสาเหตุที่นอยมี่สุดตามลําดับ1 – 10 สาเหตุของที่เขาชั้นเรียนไมตรงตอเวลา ลําดับที่ 1.ใชเวลาเดินทางมาโรงเรียนมาก 2. พักผอนนอย 3. วิชาไมนาสนใจ 4. การบานทําไมเสร็จ 5. เบื่อหนาย การเรียน 6. ไมไดนําสมุดมาเรียน 7. ปญหาดานการจราจร 8. ชวยงานผูปกครองทางบาน 9. เตรียมตัวสอบเก็บคะแนนวิชาอื่น 10. ติดธุระจําเปน ขอเสนอแนะ: _________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________


36 ประวัติผูวิจัย ชื่อ-สกุล นายเสนอ สําราญ ที่อยูปจจุบัน เลขที่123 หมูที่ 12 ตําบลบานโฮง อําเภอบานโฮง จังหวัดลําพูน รหัสไปรษณีย 51139 สถานที่ทํางาน วิทยาลัยเทคนิคลําพูน จังหวัดลําพูน ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2539 สําเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาโรงเรียนวัดวัดปาถอน อําเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย พ.ศ. 2534 สําเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนตน โรงเรียนหนองหลับวิทยาคม อําเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย พ.ศ. 2562 สําเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ โรงเรียนอุตรดิตถเทคโนโลยี อําเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ พ.ศ. 2539 สําเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย พ.ศ. 2541 สําเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรครูเทคนิคชั้นสูง จากวิทยาลัยเทคนิคหนองคาย จังหวัดหนองคาย พ.ศ. 2548 สําเร็จการศึกษาระดับครุศาสตรมหาบัณฑิต การบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลําปาง จังหวัดลําปาง ประวัติการทํางาน พ.ศ. 2540 ฝกสอนวิทยาลัยเทคนิคหนองคาย พ.ศ. 2541 – 2543 วิทยาลัยการอาชีพวังสะพุง จังหวัดเลย พ.ศ. 2543 – 2549 วิทยาลัยการอาชีพบานโฮง จังหวัดลําพูน พ.ศ. 2549 - 2555 วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย พ.ศ. 2555 - ปจจุบัน วิทยาลัยเทคนิคลําพูน


Click to View FlipBook Version