SSoollaarrSSyysstteemm ระบบสุริ สุ ย ริ ะ
สารบัญ 10 กำ เนิดระบบสุริยะ (The solar system) 1 ดาวเคราะห์ (Planet) ดวงอาทิตย์ (The sun) 5 3 ดาวเคราะห์แคระและดาวเคราะห์น้อย (Dwarf Planets & Asteroids) 7 วัตถุขนาดเล็กของระบบสุริยะ-ดาวหาง (Small objects in the solar system) 9 อุกกาบาต(Meteorie) เรื่อง หน้า -การกำ เนิดระบบสุริยะ -ทฤษฎีที่ทำ ให้เกิดดาวเคราะห์ -อิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงที่มีต่อระบบสุริยะ -โครงสร้างภายในของดวงอาทิตย์ -ชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ -การจำ แนกประเภทของดาวเคราะห์ -ดาวเคราะห์แคระ -ดาวเคราะห์น้อย -ดาวเคราะห์น้อย 4 ดวง ระบุว่าโดดเด่น -ต้นกำ เนิดของดาวหาง -ลักษณะทางกายภาพของดาวหาง -ลักษณะวงโคจรของดาวหาง -จุดจบของดาวหาง -การเกิดอุกกาบาต -อุกกาบาตคืออะไร -การจำ แนกประเภทของอุกกาบาต -เกร็ดความรู้
THE SOLAR SYSTEM ระบบสุริ สุ ยริะเกิดกิจากกลุ่มลุ่ ฝุ่นฝุ่ และก๊า ก๊ ซในอวกาศซึ่ง ซึ่ เรีย รี กว่า ว่ “โซลาร์เ ร์ นบิวบิลา”(Solar Nebula) รวมตัว ตั กัน กั เมื่อ มื่ ประมาณ 4,600 ล้า ล้ นปีม ปี าแล้ว ล้ (นัก นั วิทวิยาศาสตร์คำ ร์ คำนวณจากอัต อั ราการ หลอมรวมไฮโดรเจนเป็น ป็ ฮีเ ฮี ลีย ลี มภายในดวงอาทิตทิย์)ย์ เมื่อ มื่ สสาร มากขึ้น ขึ้ แรงโน้ม น้ ถ่ว ถ่ งระหว่า ว่ งมวลสารมากขึ้น ขึ้ ตามไปด้ว ด้ ย กลุ่มลุ่ ฝุ่นฝุ่ ก๊า ก๊ ซยุบ ยุ ตัว ตั หมุน มุ เป็น ป็ รูป รู จานตามหลัก ลั อนุรั นุ ก รั ษ์โษ์ มเมนตัม ตั เชิงชิมุม มุ แรงโน้ม น้ ถ่ว ถ่ งที่ใที่ จกลางสร้า ร้ งแรงกดดัน ดั มากทำ ให้ก๊ ห้ า ก๊ ซ มีอุ มี ณ อุ หภูมิ ภู สูมิง สู พอที่จุ ที่ ด จุ ปฏิกิฏิริกิยริานิวนิเคลีย ลี ร์ฟิร์ วฟิชัน ชั หลอมรวม อะตอมของไฮโดรเจนให้เ ห้ป็น ป็ ฮีเ ฮี ลีย ลี มดวงอาทิตทิย์จึ ย์ ง จึ ถือ ถื กำ เนิดนิ เป็น ป็ ดาวฤกษ์ กำ เนิดระบบสุริย ริ ะ • การกำ เนิดระบบสุริยะ ที่มา https://www.pw.ac.th 1 นายปฏิภาณ ดีลุน
อิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงทำ ให้วัสดุที่อยู่รอบๆ พยายามพุ่ง เข้าหาดาวเคราะห์ ถ้าทิศทางการเคลื่อนที่มีมุมลึกพอ จะพุ่งชน ดาวเคราะห์ทำ ให้ดาวเคราะห์นั้นมีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากมวล รวมกัน แต่ถ้ามุมของการพุ่งชนตื้นเกินไป จะทำ ให้แฉลบเข้าสู่ วงโคจร จึงเกิดการรวมตัวต่างหากกลายเป็นดวงจันทร์บริวาร เราจะเห็นได้ว่า ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ เช่น ดาวพฤหัสบดี จะมีดวงจันทร์บริวารหลายดวงและมีวงโคจรหลายชั้น เนื่องจาก มีมวลสารมากและแรงโน้มถ่วงมหาศาล ต่างกันกับดาวพุธซึ่งมี ขนาดเล็กมีแรงโน้มถ่วงน้อย และจะไม่มีดวงจันทร์บริวารเลย วัสดุที่อยู่โดยรอบจะพุ่งเข้าหาดวงอาทิตย์ เพราะว่าจะมีแรงโน้ม ถ่วงมากกว่าเยอะมาก THE SOLAR SYSTEM กำ เนิดระบบสุริย ริ ะ • อิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงที่มีต่อระบบสุริยะ • ทฤษฎีที่ทำ ให้ เกิดดาวเคราะห์ ที่มา https://www.pw.ac.th 2 นายปฏิภาณ ดีลุน วัสดุชั้นรอบนอกของ ดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิที่ ต่ำ กว่า และยังโคจรไป ตามโมเมนตัมที่มีอยู่เดิม รอบดวงอาทิตย์เป็นชั้นๆ มวลสารของแต่ละชั้นจะ พยายามรวมตัวกันด้วย แรงโน้มถ่วง เหตุนี้ดาวเคราะห์จึง กำ เนิดขึ้นเป็นรูปทรง กลม เนื่องจากมวลของ สารพุ่งใส่กันจากทุก ทิศทาง
โครงสร้างภายในของดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์คือดาวฤกษ์ ที่อยู่ตรงศูนย์กลางของ ระบบสุริยะ มีขนาดเส้น ผ่านศูนย์กลาง 1.4 ล้าน กิโลเมตร หรือ 109 เท่า ของเส้นผ่านศูนย์กลาง โลก THE SUN 3 น.ส.สุภัทชกรานต์ แก้วสุวรรณ •แก่นปฏิกรณ์นิวเคลียร์(Fusion core) อยู่ที่ใจกลางของดวงอาทิตย์ถึงระยะ25%ของรัศมี •โซนการแผ่รังสี(Radiative zone) อยู่ที่ระยะ25-70%ของรัศมี พลังที่เกิดขึ้นจากแก่น ปฏิกรณ์นิวเคลียร์ถูกนำ ขึ้นสู่ชั้นบนโดยการแผ่รังสีด้วย อนุภาคโฟตอน •โซนการพาความร้อน(Convection zone) อยู่ระยะที่70-100%ของรัศมี พลังงานที่เกิดขึ้นไม่ สามารถแผ่สู่อวกาศได้โดยตรง สีจริงของดวงอาทิตย์ เป็นสีเหลือง จึงเรียกว่า เป็นดาวแคระเหลือง (yellow dwarf star) https://www.nstda.or.th/sci2pub /sun-and-sunday/ https://www.nectec.or.th/schoolnet/library/create-web/10000/science/10000-11002.html ที่มา ที่มา
เกร็ดความรู้ : สมการ มวล-พลังงาน E=mc^2 E = จำ นวนพลังงานซึ่ง เปลี่ยนรูปมาจาก มวลสารมีหน่วยเป็น จูล(J) m=มวลสารมีหน่วยเป็น กิโลกรัม(kg) c = ความเร็วแสง =300,000,000 เมตรต่อ วินาที(m/s) THE SUN 4 น.ส.สุภัทชกรานต์ แก้วสุวรรณ ชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ •โฟโตรเฟียตร์(Photosphere) เป็นชั้นของแสงสว่างของดวงอาทิตย์ มีอุณหภูมิ ประมาณ4,000 - 6,000 องศาเซลเซียส •โครโมสเฟียร์(Chromosphere) เป็นบรรยากาศบางๆสูงขึ้นจากชั้นโฟโตสเฟียร์ มีอุณหภูมิ6,000 - 20,000 องศาเซลเซียส •โคโรนา(corona) เป็นบรรยากาศชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์ มี อุณหภูมิ 1 - 2 ล้านองศาเซลเซียส http://www.digitalschool.club/digitalschool/science1_2_2/science21_3/more/page2.php ที่มา
5 PLANETS ระบบสุริยะประกอบไปด้วยดาวฤกษ์หลัก คือ ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และมีดาวเคราะห์ทั้งแปดดวงโคจรอยู่รอบๆ 1.ลักษณะทางกายภาพ -ดาวเคราะห์ชั้นในเป็นกลุ่มดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่า อีกกลุ่มเป็นดาวเคราะห์ที่เย็นตัวมากกว่าทำ ให้มีผิวนอกเป็นของแข็ง เหมือนผิวโลกเรียกว่า TERRESTRIAL PLANETS ซึ่งจะใช้แถบของตัว ดาวเคราะห์น้อยเป็นแนวแบ่ง -ดาวเคราะห์ชั้นนอกอยู่ไกลดวงอาทิตย์เป็นดาวเคราะห์ที่เพิ่งเย็นตัว ทำ ให้มีผิวนอกปกคลุมด้วย ก๊าซเป็นส่วนใหญ่เหมือน พื้นผิวของดาวพฤหัส ทำ ให้มีชื่อเรียกว่า JOVIAR PLANETS 2.วงทางโคจร -ดาวเคราะห์ชั้นใน ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก ได้แก่ดาวพุธและดาว -ดาวเคราะห์วงนอก ดาวเคราะห์ที่อยู่ถัดจาก โลกออกไป ได้แก่ ดาวอังคาร ดาว ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน ที่มา HTTP://WWW.DIGITALSCHOOL.CLUB/DIGITALSCHOOL/SCIENCE1_2_2/SCIENCE21_3/PDF/PDF3_2. PDF (ดาวเคราะห์) น.ส.มินทร์ตรา พลับจั่น การจำ แนกประเภทดาวเคราะห์แบ่งได้ 3 ประเภทดังนี้ ศุกร์ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน MERCURY VENUS EARTH MARS JUPITER SATURN URANUS NEPTUNE พฤหัสบดี
3.ลักษณะพื้นผิว -ดาวเคราะห์ก้อนหินได้แก่ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร มีพื้นผิวแข็งเป็นหินมีชั้นบรรยากาศบางบางห่อหุ้ม ยกเว้นดาวพุธ ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดไม่มีบรรยากาศ -ดาวเคราะห์ก๊าซได้แก่ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูนเป็นก๊าซทั่วทั้งดวงอาจมีแกนหินขนาดเล็กอยู่ภายใน พื้นผิวจึงเป็นบรรยากาศที่ปกคลุม ด้วยก๊าซ ฮีเลียมและไฮโดรเจน PLANETS การจำ แนกประเภทตามลักษณะทางกายภาพ เป็นการจำ แนก ที่ชัดเจนที่สุด เนื่องจากมีการอธิบายที่ชัดเจนโดยดาวเคราะห์ชั้นในจะใช้ แถบของตัวดาวเคราะห์น้อยเป็นแนวแบ่งและดาวเคราะห์ชั้นนอกเป็น ดาวเคราะห์ที่เพิ่งเย็นตัวทำ ให้มีผิวนอกปกคลุมด้วยก๊าซเป็นส่วนใหญ่ สรุป ที่มา่ HTTP://WWW.DIGITALSCHOOL.CLUB 6 (ดาวเคราะห์) น.ส.มินทร์ตรา พลับจั่น
1 ดาวเคราะห์แคระ (Dwart planets) (Dwart planets) ขนาดของ ดาวเคราะห์แค่เปรียบเทียบกับโลก (ที่มา : Nasa , JPL ) http://www.pw.ac.th Dwarf Planets & Asteroids ดาวเคราะห์แคระ/ดาวเคราะห์น้อย เป็นนิยามใหม่ของสมาพันธ์ ดาราศาสตร์สากล (International astronomical union) ที่กล่าวถึง วัตถุขนาดเล็กที่มีรูปร่างคล้ายทรง กลม แต่มีวงโคจรเป็นรูปรีซ้อนทับ กับดาวเคราะห์ดาวอื่น และไม่อยู่ใน ระนาบของระบบสุริยะวิถี ซึ่งได้แก่ ซีรัส พัลลาส พลูโต และดาวที่เพิ่งค้น พบใหม่ เช่น อีริส เซ็ดนา วารูนา เป็นต้น ดาวเคราะห์น้อยเกิดจากวัสดุที่ไม่สามารถรวมตัวกันเป็นดาวเคราะห์ได้เนื่องจากแรงรบกวนจาก ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ เช่นดาวพฤหัส และดาวเสาร์เราจะพบว่าประชากรของดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่ อยู่ที่ “ แถบดาวเคราะห์น้อย” (asteroid belt) ซึ่งอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคาร และดาวพฤหัสบดี ดาวเคราะห์แคระเช่น เซเรสก็จัดว่าเป็นดาวเคราะห์แคระน้อยที่มีขนาดใหญ่ที่สุด(เส้นผ่านศูนย์กลาง 900 กิโลเมตร) ดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่จะมีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นรูปรีมาก และไม่อยู่ในระนาบสุริยะวิถี ขนาดนี้มีการค้นพบดาวเคราะห์น้อยประมาณ 3 แสนดวง 7 น.ส.ทิฆัมพร แก้วสุข 2 ดาวเคราะห์น้อย (asteroids)
P l a n e t a r y b e l t น.ส.ทิฆัมพร แก้วสุข 3 http://www.pw.ac.th https://www.meteorologiaenred.com 8 ดาวเคราะห์น้อย 4 ดวง ระบุว่าโดดเด่น -เซเรส เป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่ ใหญ่ที่สุดในแถบนี้และเป็น ดวงดาวเดียวทีเข้าใกล้การ พิจารณาว่าเป็นดาวเคราะห์ เนื่องจากรูปร่างทรงกลมที่ ค่อนข้างชัดเจน -เวสต้า เป็นดาวเคราะห์น้อยที่ ใหญ่เป็นอันดับสองใน แถบนี้และเป็นดาว เคราะห์น้อยที่มีมวล และหนาแน่นที่สุดรูป ร่างทรงกลมแบน -พัลลา เป็นสายพานที่ใหญ่เป็น อันดับที่สามและมีราว เอียงเล็กน้อยซึ่งมีขนาด พิเศษ -ไฮเจีย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ สี่ในแถบนี้มีเส้นผ่าน ศูนย์กลาง400กิโลเมตร พื้นที่ผิวมืดและอ่านยาก
ข้อมูลจาก : https://shorturl.asia/y3uX9 น.ส.นิชดา เล็กนิคม •จุดจบดาวหาง •ลักษณะวงโคจรของดาวหาง •ลักษณะทางกายภาพของดาวหาง ประกอบไปด้วย 3 ส่วน เมื่อ มื่ โคจรรอบดวงอาทิตทิย์ไย์ปนานๆองค์ปค์ ระกอบของนิวนิเคลีย ลี สที่ร ที่ ะเหยไปจนหมด ดาวหางจะสลายฝุ่นฝุ่ หรือ รื มีส มี ภาพคล้า ล้ ยกับ กั ดาวเคราะห์ วัตถุขนาดเล็กของระบบสุริยะ (ดาวหาง) SMALL OBJECTS IN THE SOLAR SYSTEM ภาพดาวหาง ที่มา : htts://shorturl.asia/mfuxV ภาพดาวหาง ที่มา : https://www.beartai.com/brief/sci-news/458022 9 •ต้นกำ เนิดของดาวหาง ดาวหางเกิดกิมาจากเนบิวบิลา (nebula)เดีย ดี วกัน กั กับ กั ที่ก่ ที่ อ ก่ กำ เนิดนิเป็น ป็ ดวงอาทิตทิย์ ดาวเคราะห์ และบริวริารอื่น อื่ ๆของดวงอาทิตทิย์ ดาวหางมีข มี นาดตั้ง ตั้ แต่ 0.5 กิโกิลเมตรไปจนถึง ถึ 50 กิโกิลเมตร ประกอบ ไปด้ว ด้ ยหินหิแข็ง ข็ ฝุ่นฝุ่ น้ำ แข็ง ข็ และแก๊ส ก๊ แข็ง ข็ นิวนิเคลีย ลี ส กระแสฝุ่นฝุ่ และแก๊ส ก๊ ทำ ให้เ ห้ กิดกิหางไอออน ประกอบด้ว ด้ ยไอออน และโมเลกุล กุ ที่ส่ ที่ อ ส่ งสว่า ว่ ง โดยการเรือ รื งแสง หาง ดาวหางได้รัด้บรัความร้อร้น จากดวงอาทิตทิย์จย์ะทำ ให้ น้ำ แข็ง ข็ และแก๊ส ก๊ แข็ง ข็ เป็น ป็ ไอ และปล่อ ล่ ยแก๊ส ก๊ ออกมา เกาะกลุ่มลุ่ เป็น ป็ ม่า ม่ นทรง กลมล้อล้มรอบนิวนิเคลียลีส โคม่า ม่ ดาวหางคาบสั้น สั้ มัก มั มี ระนาบใกล้เ ล้ คีย คี งกับ กั ระนาบสุริ สุ ยริะ และ เคลื่อ ลื่ นที่ไที่ ปในทิศทิทาง เดีย ดี วกับ กั ดาวเคราะห์ ดาวหางคาบยาว มี ความรีข รี องวงโคจร มากกว่า ว่ และอยู่ภยู่ าย ใต้แ ต้ รงโน้ม น้ ถ่ว ถ่ งของ ดวงอาทิตทิย์ ดาวหางแบบปรากฏ ครั้ง รั้ เดีย ดี ว มีเ มี ส้น ส้ ทาง แบบพาราโบลาและ ผ่า ผ่ นมาในระบบสุริ สุ ยริะ เพีย พี งครั้ง รั้ เดีย ดี ว
• การเกิดอุกกาบาต คือหินอวกาศที่ตกลงมาสู่ผิวโลกหรือผิวดาวเคราะห์แล้วตอนอยู่ในอวกาศ จะเรียกว่าดาวเคราะห์น้อย(Asteroid)หรือสะเก็ดดาว(Meteoriod)พอเข้าสู่ชั้น บรรยากาศโลกเคลื่อนที่ด้วย ความเร็วสูงประมาณ40-70กิโลเมตร/วินาทีมิ้น คอมเม้นต์เกิดการ(compression)กับอากาศในชั้นบรรยากาศโลก ทำ ให้อากา ศรอบๆลุกไหม้เป็นแสงสว่างเรียกว่า ดาวตก https://www.sanook.com • อุกกาบาตคืออะไร ดาวตก จวบจนลงถึงพื้นแล้วจึงเรียกอุกกาบาต อุกกาบาตขนาดเล็กคือหินอวกาศที่ถูกเผาไหม้จน เกือบหมดแต่สำ หรับอุกกาบาตที่มีขนาดใหญ่นั้นคือ หินอวกาศที่ไม่ถูกเผาไหม้จนหมดทำ ให้ตกลงมาบน พื้นโลก และเกิด หลุมอุกกาบาต (Crater) Meteorie ( อุกกาบาต ) นายณฐกร แซ่กัม https://www.sanook.com 10 https://www.bbc.com
Meteorie ( อุกกาบาต ) การจำ แนกประเภท ของอุกกาบาต นอกจากอุกกาบาตจะเกิดขึ้นจากสะเก็ดดาวเคราะห์น้อยแล้วยังมีอุกกาบาตบน พื้นโลกที่มาจากดวงจันทร์และดาวอังคารซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากเมื่อมีดาวเคราะห์น้อย ขนาดใหญ่พุ่งชนดวงจันทร์ของดาวอังคารแรงระเบิดจะทำ ให้สะเก็ดดาวกระเด็นขึ้นสู่ อวกาศจนหลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วงและล่องลอยไปในอวกาศเมื่อโลกโคจรผ่านเข้ามา แรงโน้มถ่วงของโลกจะดึงดูดให้สะเก็ดดาวนั้นตกลงมาและถ้าอุกกาบาตนั้นตกลงบน พื้นผิวสีขาวเช่นแผ่นน้ำ แข็งนักวิทยาศาสตร์ก็จะตามไปเก็บได้ง่าย นายณฐกร แซ่กัม 11 อุกกาบาต แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด คือ C-type อุกกาบาตคาร์บอนมีสีคล้ำ มีองค์ประกอบเป็นคาร์บอน S-type อุกกาบาตหิน มีองค์ประกอบเป็นซิลิกา M-type อุกกาบาตโลหะ มีองค์ประกอบเป็นเหล็กและนิเกิล • เกร็ดความรู้
โรงเรียนมัธยมวัดบึงทองหลาง E-book astronomy