ศูนย์พัฒนาทักษะภาษาเพื่อการสื่อสาร กศน.ตำบลท่าม่วง ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา วรรณกรรมชุมชน “ตำนานบ้านท่าม่วง”
สารบัญ เรื่อง 1. ตำนานบ้านท่าม่วง 2. สีละ ศิลปะการต่อสู้จากครูอิสะแอ 3. เรื่องเล่าข้าวช่อขิง 4. กรุอานบ้านท่าม่วง 5. ต้นประดู่คู่บ้าน 6. หมอต่อกระดูกบ้านห้วยปลิง 7. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน ตำนานหลุมทวด 8. เครื่องจักรสานยายณี 9. หนมเจาะหูผักพื้นบ้าน 10. ตาไสวหมอไหว้เจ้าที่
ผู้เล่าเรื่อง นาย อิสะแอ อุดมเศรษฐ์ ผู้เก็บข้อมูล นางสาวมะลิวรรณ โอกาศ , นางดาริยา มะแซ นาย อิสะแอ อุดมเศรษฐ์ อายุ 74 ปี เกิดเมื่อวันที่ 3 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2492 มีบุตรทั้งหมด 9 คน ชาย 3 คน หญิง 6 คน ที่อยู่ บ้านเลขที่ 46 หมู่ที่ 1 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ปัจจุบันทำอาชีพ เกษตรกร การศึกษา จบ ป.4 ประวัติความเป็นมาของสีละ วัฒนธรรมถือเป็นมรดกทางสังคมของไทย เพราะเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นจากการเรียนรู้ ที่สั่งสมประสบการณ์แล้วมีการถ่ายทอดต่อ ๆ มา จากรุ่นสู่รุ่น ทำให้วัฒนธรรมกลายเป็น เครื่องชี้วัดความเจริญของสังคม เป็นสิ่งที่กำหนดชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ในสังคมด้วย วัฒนธรรมด้านนาฎศิลป์ไทย เป็นสิ่งที่แสดงออกให้เห็นถึงความเป็นชาติไทยอย่างสำคัญยิ่งที่ แม้แต่ต่างชาติก็ยกย่องว่าเป็นสิ่งที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยได้อย่างสวยงาม มีการสืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ นาฎศิลป์ไทยได้รับการฟื้นฟูมาโดย วรรณกรรมชุมชน “ตำนานบ้านท่าม่วง” 2. สีละ ศิลปะต่อสู้จากครูอิสะแอ
ลำดับได้รับการดูแลจากสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงเอาพระทัยใส่ทำให้ศิลปวัฒนธรรมของ ชาติอยู่คู่กับชาติไทยตลอดมา คำว่า สิละ บางครั้งเขียนหรือพูดเป็นซีละหรือซิละ เข้าใจว่ารากศัพท์มาจากศิละภาษา สันสกฤตเพราะดินแดนชวามลายูในอดีตเป็น ดินแดนของอาณาจักศรีวิชัยซึ่งมีวัฒนธรรม อินเดียเป็นแม่บทสำคัญ ดังปรากฏคำสันสกฤตอยู่ ซึ่งสิละนั้นหมายถึง การต่อสู้ด้วยน้ำใจ นักกีฬา ผู้เรียนวิชานี้ต้องมีศิลปะมีวินัยที่จะนำกลยุทธ์ไปใช้ป้องกันตัว มิใช่ไปทำร้ายผู้อื่นให้ได้รับ ความเดือดร้อนก่อนการฝึกสิละผู้เรียนจะต้องเตรียมข้าวของเพื่อไหว้ครูก่อนประกอบด้วย ผ้า ขาว ข้าวสมางัด ด้ายขาว และ แหวน 1 วงมามอบให้กับครูฝึก ผู้เรียนจะต้องมีอายุไม่น้อย กว่า 15 ปี ระยะเวลาในการเรียน 3 เดือน 10 วัน (หรือ 100 วัน) จึงถือว่าจบหลักสูตรโดยมี ครูผู้สอน 1 คนต่อศิษย์ผู้เรียน 14 คนในรุ่นหนึ่ง ๆคนที่เก่งที่สุดจะได้รับแหวนจากครูและ ได้รับเกียรติเป็นหัวหน้าทีมและสอนแทนครูได้ สิละปัจจุบันเป็นวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ของท้องถิ่นและของชาติกำลังจะถูกกลืนและเลือนหายไปจากสังคมคนไทยมุสลิมภาคใต้ของ ไทย เนื่องมาจากสภาวะการณ์ทางสังคมการเอาใจใส่ช่วยเหลือจากสังคมหลักและการขาด การเข้าใจ เข้าถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นของหน่วยงานที่จะเข้ามาดูแลและให้การช่วยเหลือใน การสนับสนุน อนุรักษ์วัฒนธรรมของท้องถิ่นอันเป็นรากเหง้าที่เป็นต้นแบบนำไปสู่ ศิลปะการแสดงต่าง ๆ นานาของสังคมประเทศชาติรากเหง้าที่เป็นต้นแบบนำไปสู่ ศิลปะการแสดงต่าง ๆ นานาของสังคมประเทศชาติหลักอันสิ่งที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของ ชาติสิละกำลังตกอยู่ในสภาวการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง สิละนับตั้งแต่สมัยอดีตเป็นทั้งศิลปะ ที่ใช้ในการต่อสู้จวบจนกระทั่งมีวิวัฒนาการมีการปรับเปลี่ยนใช้เป็นการร่ายรำต่อสู้อวดลีลา ท่าทางกระบวนการต่อสู้อย่างสวยงามสมจริง สิละเป็นการแสดงศิลปะพื้นบ้านอย่างหนึ่งของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มี ประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน มีท่วงท่าที่ประกอบไปด้วยลีลา ความเข้มแข็งและมี ความอ่อนช้อยงดงาม เป็นการแสดงที่มีคุณค่าต่อเยาวชนมากมาย และมีความสัมพันธ์ที่
เกี่ยวกับประเพณี พิธีกรรม และวิถีชีวิตของชาวมุสลิมทางภาคใต้ตอนล่างอย่างยาวนาน วิถี ชีวิตของชาวมุสลิมส่วนใหญ่ใช้สิละในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามมักมีการแสดงสิละ ร่วมอยู่ด้วย ปัจจัยหลักที่ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต่อความนิยมในการแสดงสิละใน ท้องถิ่นปัจจุบัน ได้แก่ สภาพสังคม วัฒนธรรม การรับค่านิยม จากวัฒนธรรมอื่น และยังขาดผู้ สืบทอด ที่สำคัญศาสนาอิสลามในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป โดยการเข้า สู่สังคมเทคโนโลยีที่เข้า มาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตความเป็นอยู่หลายด้าน ทำให้การแสดงแบบ เก่า ๆ จึงไม่มี ผู้สนใจและเกิดการละเลย อีกทั้งการแสดงสิละนั้นผู้ที่แสดงสิละส่วนใหญ่ มักมีอายุมากกว่า 55 ปี บางคนอาจจะได้ถ่ายทอดให้แก่ลูกหลานแต่สำหรับบางคนก็มิได้ถ่ายทอดให้กับบุคคลใดและ ก็ได้เสียชีวิตลง ทำให้ในปัจจุบันผู้ที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านนี้จึงมีจำนวนลดลงเมื่อเทียบ กับอดีต ส่วนทางด้านศาสนานั้น ประเพณีหรือพิธีกรรมใด ๆ ที่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลามก็จะ ถูกละทิ้งไป ในปี พ.ศ. 2450 การแสดงสิละของชุนชนบ้านท่าม่วง อำเภอเทพาเป็นที่เฟื้องฟูมาก ไม่ ว่าจะทำการสิ่งใดทั้งด้านพิธีกรรม ประเพณี งานแต่งงาน การเข้าสุนัต เป็นต้น ต้องมีการแสดง สิละร่วมอยู่ด้วย เนื่องด้วยสิละของท่าม่วงเป็นสิละที่ผสมผสานกับการแสดง เม๊าะโหย่ง ที่เน้น การร่ายรำ ดังนั้นการแสดง สิละของชุมชนบ้านท่าม่วง อำเภอเทพา จึงมีท่วงท่าที่สวยงามและ มีความอ่อนช้อยมากขึ้น เน้นลีลาการเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม การแสดงสิละของชุมชนบ้าน ท่าม่วงส่วนใหญ่เป็นการแสดงที่ใช้งานเปิดพิธีการหรือปิดพิธีการ วิธีการติดต่อให้ไปแสดงแต่ ละครั้งต้องยกหมากพลูให้แก่หัวหน้าคณะ เพื่อเคารพบรรพบุรุษเป็นพิธีกรรมที่สืบทอดมาแต่ อดีต แต่เมื่อหมดยุคนั้นไปก็ยังไม่มีผู้สืบทอด เนื่องด้วยสิละในยุคนั้นเจาะจงผู้สืบทอด กลายเป็น ว่าไม่มีผู้เหมาะสมที่จะสืบทอด ทำให้สิละของอำเภอเทพาสูญหายไป จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2508 สิละได้กลับมาสู่อำเภอเทพาอีกครั้ง หลังจากสูญหายไป 50 กว่าปี โดยการเข้าทรงแก่ นายอิสะแอ อุดมเศรษฐ์ และเป็นหัวหน้าคณะการแสดงสิละของชุมชนบ้านท่าม่วงจนถึง ปัจจุบัน
“สิละ” ในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่จะเหลือเพียงแต่ผู้สูงอายุที่สืบทอดมรดกทางศิลปะมา จากบรรพบุรุษ ภาพของ “สิละ” ในสายตาของคนทั่วไปคือการรำโชว์เพื่อเป็นการแสดง เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง “สิละ” สามารถนำมาใช้ในการต่อสู้ป้องกันตัวได้เป็นอย่างดีและ มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย คือ ปัตตานี ยะลา สตูล นราธิวาส และสงขลา เรียกว่า “สิละ” “ดีกา” หรือ “บือดีกา” เป็นศิลปะการต่อสู้ด้วย มือเปล่าเท้าเปล่า เน้นให้เห็นลีลาการเคลื่อนไหวที่สวยงาม สิละของมุสลิมภาคใต้ แบ่ง 3 ประเภท คือ สิละยาโต๊ะ คือ สิละอาศัยศิลปะการต่อสู้ เมื่อฝ่ายหนึ่งรุกอีกฝ่ายหนึ่งต้องรับ ถ้ารับ ไม่ได้ก็จะตกไปเลยเรียกว่า สิละยาโต๊ะ (ตก) ส่วนมากใช้ในการแข่งขันประชันฝีมือ สิละตารี (รำ) คือสิละที่ต่อกรด้วยความชำนาญในจังหวะลีลาการร่ายรำ ส่วนมาก แสดงเฉพาะหน้าเจ้าเมืองหรือเจ้านายชั้นสูง สิละกายอ (กริช) คือสิละใช้กริชประกอบการร่ายรำไม่ใช่การต่อสู้จริง ๆ แต่อวดลีลา กระบวนท่าทางต่อสู้ส่วนมากแสดงในเวลากลางคืน การแสดงสิละ การแสดงสิละมีรูปแบบวิธีการเล่นที่เป็นแบบเฉพาะต่างไปจากศิลปะการละเล่นชนิด อื่น เป็นการละเล่นเพื่อความบันเทิงทั้งยังเป็นการฝึกให้ผู้เล่นมีพละกำลังแข็งแรง นอกจากนี้ การเล่นสิละยังมีขนบธรรมเนียมที่เป็นพิธีกรรมแฝงความเชื่อ ตามคติพราหมณ์ผสมกับมุสลิม จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษาค้นคว้าต่อไป การฝึกหัด การฝึกสิละมีกำเนิดมาช้านานคงจะล่วงเวลานับพันปีตั้งแต่มีการเผยแพร่ลัทธิศาสนา ในหมู่เกาะสุมาตรา จนได้มีการเผยแพร่ความรู้แขนงใหม่ที่เรียกว่า ศิลปะการต่อสู้แบบสิละ เข้ามาทางหมู่เกาะมลายู มาถึงมาเลเซียและในไทย การถ่ายทอดความรู้ต่อ ๆ กันมาผ่าน บุคคล ผ่านดินแดนและผ่านกระบวนการสานต่อองค์ความรู้ ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ
สภาวะของแต่ละท้องถิ่น ดังนั้นการฝึกสิละที่ปรากฏในไทยตามปัจจุบันได้ถูกกระบวนการ ทางสังคมปรับปรุงรูปแบบวิธีการถ่ายทอดความรู้ และลักษณะการต่อสู้ตามรสนิยมของ ท้องถิ่น การฝึกหัดสิละในภาคใต้ของไทยจึงเป็นการเรียนรู้ตามแบบอย่างของไทย การละเล่นสิละเป็นศิลปะที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการต่อสู้และการร่ายรำ จึงมีรูปแบบเฉพาะ ดังนั้นการฝึกหัดจึงเป็นการเรียนศาสตร์สองแขนงที่ได้ถูกบูรณาการขึ้น ใหม่ ในการฝึกสิละครูผู้สอนจะสอดแทรกหลักการปฏิบัติตนของการเป็นนักสิละที่ดี ประกอบด้วย 1. การฝึกการสร้างพลัง โดยให้ผู้เรียนได้รู้จักกำหนดจิตรำลึกถึงพลังที่เกิดขึ้นใน ตนเองและฝึกได้ด้วยตนเอง ดังนั้นผู้เรียนต้องมีสมาธิในการรับรู้ 2. การฝึกความอดทน โดยเฉพาะกำลังกายที่จะกระทบสิ่งต่าง ๆ เป็นการฝึกพลัง กาย 3. การฝึกความเร็ว เป็นหัวใจของการฝึกสิละเพราะนักสิละเพราะนักสิละจะต้องรู้จัก กระบวนการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สม่ำเสมอ มั่นคง หนักหน่วงอันเป็นรากฐานให้เกิดพลัง จิต 4. การฝึกปฏิภาณไหวพริบ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การรู้จักสังเกตคู่ต่อสู้เพื่อ เตรียมคิดหาทางรุกและป้องกันคู่ต่อสู้อย่างมีสติตลอดเวลา จึงเป็นการฝึกพลังปัญญา 5. ศิลปะการแสดงออก คือการออกท่ารุกท่ารับอย่างสวยงาม แฝงความสง่าน่าแกรง ขามการใช้ศิลปะท่าทางทำลายขวัญคู่ต่อสู้ กติกาและระเบียบการเล่นสิละ ไพบูลย์ ดวงจันทร์ (2526, น. 47) การเล่นสิละมีกฎกติกาในปฏิบัติ อธิบายไว้ดังนี้ กติกาในการต่อสู้มีข้อห้ามดังนี้ 1. ห้ามใช้นิ้วแทงตา 2. ห้ามบีบคอ 3. ห้ามชกต่อยแบบมวย
4. ห้ามใช้เข่าแบบมวยไทย 5. ห้ามเตะหรือตัดล่าง 6. ห้ามใช้ศอกทั้งศอกสั้นและศอกยาว ระเบียบการแข่งขันสิละจะมีวิธีการแข่งขันสิละให้เป็นแพ้ดังนี้ 1. ล้ม อีกฝ่ายหนึ่งทำให้ล้มโดยขัดเท้า หรือฟัดเหวี่ยงให้ล้มโดยเสียบหลักนับเป็นแพ้ 2. ถูกจับติดในเชิงลูกไม้ แก้ไม่ออกเป็นแพ้ 3. ยอมแพ้โดยเห็นว่าสู้ไม่ได้ สิละ เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและของชาติกำลังจะเคลือบคลาน ศิลปะการต่อสู้ของ ชาวไทยมุสลิมถิ่นมล ถูกกลืนและเลือนหายไปจากสังคมคนไทยมุสลิมภาคใต้ของไทย ทั้งนี้อยู ในภาคใต้ของเนื่องมาจากสภาวะการณ์ทางสังคม การขาดการเข้าใจ เข้าถึงวัฒนธรรมของ ท้องถิ่นของหน่วยงานที่จะเข้ามาดูแลและให้การช่วยเหลือในการสนับสนุนอนุรักษ์วัฒนธรรม ของท้องถิ่นอันเป็นรากเหง้าที่เป็นต้นแบบนำไปสู่ศิลปะการแสดงต่าง ๆ สิละกำลังตกอยู่ใน สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง สิละนับตั้งแต่สมัยอดีตเป็นทั้งสิลปะที่ใช้ในการต่อสู้จวบจนกระทั่งมี วิวัฒนาการมีการปรับเปลี่ยนใช้เป็นการร่ายรำต่อสู้อวดลีลาท่าทางกระบวนการต้อสู้อย่าง สวยงามสมจริง เครื่องแต่งกาย ลักษณะการแต่งกายซีละมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบไทยมุสลิมในภาคใต้ของ ไทย ซีละประเภทการแสดงพื้นเมืองกับประเทศกีฬาพื้นเมืองมีการแต่งกายคล้ายคลึงกัน ใน สมัยก่อนชาวมุสลิมนิยมฝึกซีละเพื่อใช้ในการป้องกันตัว บางคนฝึกเพื่อต้องการเป็นนักซีละ แท้ๆ แต่บางคนฝึกซีละมาแกปูโละ คือ การเล่นซีละโชว์เพื่อแลกกับข้าวเหนียว ดังนั้นจึง รับจ้างแสดงซีละในงานเทศกาลต่างๆ งานที่มีผู้ว่าจ้างจะมีการตอบแทนด้วยข้าวเหนียว จึง นิยมเรียกซีละแบบมาแกปูโละ (ศักดิ์ศิลป์ หมะชะเหร็ม:สัมภาษณ์)
ผู้บันทึก 1.นางสาวมะลิวรรณ โอกาศ ครูอาสาฯในสถาบันศึกษาปอเนาะ 2.นางดาริยา มะแซ ครูอาสาฯในสถาบันศึกษาปอเนาะ
ภาพประกอบ การแสดงสีละในงาน
วรรณกรรมชุมชน “ตำนานบ้านท่าม่วง”