The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วย1_เวลาและการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by napapun1979, 2023-06-05 08:15:06

หน่วยที่ 1 เวลาและการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

หน่วย1_เวลาและการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

วิชาประวัติศาสตร์ ส21103 ระดับชั้ นมัธยมศึกษา ปีที ่ 1 ปีการศึกษา 2566 คุณครูอรอุรา นภาพันธ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช


เวลาและการแบงยุคสมัย ทางประวัติศาสตร จุดประสงคการเรียนรู ๑. วิเคราะหความสําคัญของเวลาในการศึกษาประวัติศาสตรได ๒. เทียบศักราชตามระบบตางๆ ที่ใชศึกษาประวัติศาสตรได หนวยการเรียนรูที่ ๑


เ ว ล า ในประวัติศาสตร ช ว ง เ ว ล า ในประวัติศาสตร • นิยมบอกเปน ป • ถาตองการระบุใหชัดเจน จะบอกเปน วัน เดือน ป • ศักราชที่พบในหลักฐานทางประวัติศาสตร พุทธศักราช (พ.ศ.) คริสตศักราช (ค.ศ.) มหาศักราช (ม.ศ.) ฮิจเราะหศักราช (ฮ.ศ.) จุลศักราช (จ.ศ.) รัตนโกสินทรศก (ร.ศ.) บอกใหรูระยะเวลาที่ชัดเจน เกี่ยวกับ บุคคลหรือเหตุการณทางประวัติศาสตร • พอขุนรามคําแหงมหาราช ครองราชย ระหวาง พ.ศ. ๑๘๒๒ - ๑๘๔๑ • สมัยสุโขทัย ตรงกับชวงเวลา พ.ศ. ๑๗๙๒ - ๒๐๐๖ • เวลาและชวงเวลาในประวัติศาสตร ถูกกําหนดขึ้นเพื่อใชลําดับเหตุการณทางประวัติศาสตร ความสําคัญของเวลาและชวงเวลา


เวลาและชวงเวลา ๑ • บอกใหรูวาเหตุการณตางๆ เกิดขึ้นและสิ้นสุดเวลาใด ๒ • บอกใหรูวาเหตุการณตางๆ เกิดขึ้น มานานเทาใด ๓ • บอกใหรูวาเหตุการณตางๆ เกิดขึ้น กอนหรือหลัง เมื่อเปรียบเทียบกับ เหตุการณอื่นๆ ๔ • บอกใหรูถึงความสัมพันธหรืเกี่ยวของ ของเหตุการณในประวัติศาสตร ๕ • ทําใหเขาใจและวิเคราะหเหตุการณ ตางๆ ในประวัติศาสตรไดดีขึ้น


การนับศักราชแบบสากล การนับและการเปรียบเทียบศักราชแบบตางๆ คริสตศักราช (ค.ศ.) คริสตศักราชที่ ๑ เริ่มนับตั้งแตปที่พระเยซูคริสตประสูติ ตรงกับ พ.ศ. ๕๔๔ ฮิจเราะหศักราช (ฮ.ศ.) ฮิจเราะหศักราชที่ ๑ ยึดปที่ทานนบีมุฮัมมัดอพยพจากเมืองเมกกะไปเมืองเมดินะ ตรงกับ พ.ศ. ๑๑๖๕


การนับศักราชแบบไทย พุทธศักราช (พ.ศ.) ไทยเริ่มนับพุทธศักราชที่ ๑ เมื่อพระพุทธเจาเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแลว ๑ ป มหาศักราช (ม.ศ.) พระเจากนิษกะ แหงราชวงศกุษาณะ ทรงตั้งขึ้น เริ่มภายหลังพุทธศักราช ๖๒๑ ป พบมากในศิลาจารึกสุโขทัย


การนับศักราชแบบไทย จุลศักราช (จ.ศ.) บุปผะอรหันต กษัตริยพมา ทรงตั้งขึ้น เริ่มภายหลังพุทธศักราช ๑๑๘๑ ป พบมากในศิลาจารึกและพงศาวดารของลานนา สุโขทัย อยุธยา และ รัตนโกสินทร รัตนโกสินทรศก (ร.ศ.) เริ่มนับปที่รัชกาลที่ ๑ ทรงสถาปนกรุงเทพมหานคร ขึ้นเปนราชธานีแหงใหมของไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ เปนรัตนโกสินทรศกที่ ๑


ม.ศ. + ๖๒๑ = พ.ศ. พ.ศ. - ๖๒๑ = ม.ศ. จ.ศ. + ๑,๑๘๑ = พ.ศ. พ.ศ. - ๑,๑๘๑ = จ.ศ. ร.ศ. + ๒,๓๒๔ = พ.ศ. พ.ศ. - ๒,๓๒๔ = ร.ศ. ฮ.ศ. + ๑,๑๒๒ = พ.ศ. พ.ศ. - ๑,๑๒๒ = ฮ.ศ. ค.ศ. + ๕๔๓ = พ.ศ. พ.ศ. - ๕๔๓ = ค.ศ. • ประเทศไทยเริ่มใชพุทธศักราชอยางเปนทางการ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ พ.ศ.๒๔๕๕ ตรงกับในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว หลักเกณฑการเทียบศักราช


“บานโนล แครนลี ประเทศอังกฤษ” “…ขาพเจามีความเต็มใจที่จะสละอํานาจอันเปนของขาพเจาอยูแตเดิมใหแก ราษฎรโดยทั่วไป แตขาพเจาไมยินยอมยกอํานาจทั้งหลายของขาพเจาใหแกผูใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใชอํานาจนั้นโดยสิทธิ์ขาดและโดยไมฟงเสียงอันแทจริงของ ประชาราษฎร...” ประชาธิปก ปร. วันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ เวลา ๑๓ นาฬิกา ๔๕ นาที ที่มา : ประมวลพระบรมราโชวาทและพระราชดํารัสในพระบาทสมเด็จ พระปกเกลาเจาอยูหัว หนา ๓๖๕ - ๓๗๐. หลักฐานทางประวัติศาสตรไทยขางบนนี้ เปนพระราชหัตถเลขาบางตอนในการ สละราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัวเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ พุทธศักราช (พ.ศ.) ตัวอยางศักราชในหลักฐานทางประวัติศาสตร


มหาศักราช (ม.ศ.) “๑๒๐๕ ศกปมะแม พอขุนรามคําแหง หาใครใจในใจ แลใสลายสือไทยนี้…” ที่มา : ศิลาจารึกพอขุนรามคําแหงมหาราช ดานที่ ๔. ป ๑๒๐๕ เปนการนับแบบมหาศักราช เมื่อเทียบเปน พ.ศ. บวกดวย ๖๒๑ = พ.ศ. ๑๘๒๖ เปนปที่พอขุน รามคําแหงมหาราชประดิษฐอักษรไทย จุลศักราช (จ.ศ.) “ศักราช ๗๑๒ ขาลศก…แรกสถาปนากรุงพระนครศรีอยุธยา” ที่มา : พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหลวงประเสริฐฯ หนา ๑. ศักราช ๗๑๒ เปนการนับแบบจุลศักราช เมื่อเทียบเปน พ.ศ. บวกดวย ๑๑๘๑ = พ.ศ. ๑๘๙๓ เปนปที่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (อูทอง) ตั้งกรุงศรีอยุธยาเปนราชธานี


รัตนโกสินทรศก (ร.ศ.) “วันที่ ๑๙ เมษายน รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ ถึงที่ประชุมเสนาบดี ซึ่งอยูรักษาพระนคร” ที่มา : ประชุมพระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวที่ทรงบริหารราชการแผนดิน ภาค ที่ ๓ (ตอน ๒) หนา ๒๖๗. รัตนโกสินทรศก หรือ ร.ศ. ๑๐๙ เมื่อเทียบเปน พ.ศ. บวกดวย ๒๓๒๔= พ.ศ. ๒๔๓๓ สําหรับเลข ๒๓ ที่อยู ขางบนคําวา “ศก” หมายถึง ปที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวครองราชสมบัติเปนปที่ ๒๓ พระ ราชหัตถเลขานี้ทรงมีถึงคณะเสนาบดีระหวางเสด็จประพาสแหลมมลายู ๒๓


• ยุคหิน จะแบงยอยออกเปนยุคหินเกา ยุคหินกลาง และยุคหินใหม มีอายุประมาณ ๒ - ๕ ลานป - ๔,๐๐๐ ป ลวงมาแลว • ยุคโลหะ ครอบคลุมชวงเวลาประมาณ ๔,๐๐๐ ป - ๑,๕๐๐ ปลวงมาแลว แบงยอยออกเปนยุคสําริด และยุคเหล็ก คือ ยึดถือเอาชนิดของโลหะที่มนุษยนํามาใชประโยชนเปนหลักเกณฑการแบง ๑ สมัยกอนประวัติศาสตร แบงตามเทคโนโลยีการทําเครื่องมือเครื่องใช แบงตามลักษณะการดํารงชีวิตของผูคน การแบงยุคสมัยทางประวัติศาสตร การแบงชวงเวลาตามแบบสากล


• ยุคลาสัตว เก็บหาอาหาร มนุษยลาสัตว เก็บหาอาหาร ยังไมมีที่พํานักแนนอน ยุคนี้ครอบคลุมชวงเวลาประมาณ ๒.๕ ลานป - ๘,๐๐๐ ปลวงมาแลว • ยุคสังคมเกษตรกรรม มนุษยรูจักการดํารงชีพดวยการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว เริ่มตนการตั้งถิ่นฐานอยูรวมกันมากขึ้น กลายเปนสังคม ยุคนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ ๘,๐๐๐ ป - ๖,๐๐๐ ปลวงมาแลว • ยุคสังคมเมือง เปนชวงที่ชุมชนพัฒนาเปนสังคมเมือง มีลักษณะเปนเมืองเล็กๆ สังคมแบบนี้จะถือกําเนิดขึ้นตั้งแต เมื่อ ๖,๐๐๐ ปลวงมาแลว ๑ สมัยกอนประวัติศาสตร แบงตามลักษณะการดํารงชีวิตของผูคน


ยุค แบงตามเทคโนโลยี เครื่องมือ เครื่องใช ชวงระยะเวลา โดยประมาณ ลักษณะการดําเนินชีวิตของมนุษย ยุคหิน ยุคหินเกา ยุคหินกลาง ยุคหินใหม ๒,๕๐๐,๐๐๐- ๑๐,๐๐๐ ป ลวงมาแลว ๑๐,๐๐๐-๘,๐๐๐ ป ลวงมาแลว ๘,๐๐๐-๔,๐๐๐ ป ลวงมาแลว ลาสัตว อาศัยอยูในถ้ํา ใชเครื่องมือหินขัดแบบหยาบๆ รูจักเขียนภาพตามผนัง รูจักทําเครื่องมือหินที่ประณีตขึ้น รูจักทําเครื่องปนดินเผาผิวเรียบมัน รูจักการเพาะปลูก ตั้งหลักแหลงถาวร ทําเครื่องมือหินขัด เครื่องปนดินเผา เครื่องประดับ ยุคโลหะ ยุคสําริด ยุคเหล็ก ๔,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ ป ลวงมาแลว ๓,๐๐๐ - ๑,๕๐๐ ป ลวงมาแลว อาศัยเปนชุมชนใหญขึ้น รูจักเพาะปลูก เลี้ยงสัตว และรูจักใชสําริดทําเครื่องประดับ มีการติดตอคาขาย รับอารยธรรมจากตางแดน มีการนําเหล็กมาเปนเครื่องมือ การแบงยุคสมัยกอนประวัติศาสตรตามแบบสากล


• เริ่มตนตั้งแตอารยธรรมเมโสโปเตเมีย และสิ้นสุดใน พ.ศ. ๑๐๑๙ เมื่อกรุงโรมของอาณาจักรโรมันถูกพวกอนารยชนตีแตก ๒ สมัยประวัติศาสตร ประวัติศาสตรสมัยโบราณ • ภายหลังกรุงโรมแตกใน พ.ศ.๑๐๑๙ จนถึง พ.ศ. ๑๙๙๖ พวกเติรกที่นับถือศาสนาอิสลามตีกรุงคอนสแตนติโนเปลแตก เปนสมัยที่อารยธรรมหยุดชะงักในชวงแรก และเริ่มเปลี่ยนแปลงในครึ่งหลัง ประวัติศาสตรสมัยกลาง • หลังกรุงคอนสแตนติโนเปลแตก จนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๔๘๘ มีการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งดาน ศาสนา ดานการปกครอง ดานเศรษฐกิจ ประวัติศาสตรสมัยใหม • หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ถึงปจจุบัน มีความกาวหนาและเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วมีเครื่องมือและอุปกรณเทคโนโลยี สารสนเทศ เชน โทรทัศน คอมพิวเตอร โทรศัพทเคลื่อนที่ GPS เปนตน ประวัติศาสตรรวมสมัย


ชื่อเรียกสมัย ชื่อเรียกยุค การแบงยุคยอย ชวงระยะเวลา สมัยกอน ประวัติศาสตร ยุคหิน ยุคหินกลาง ยุคหินใหม ยุคโลหะ ยุคสําริด ยุคเหล็ก ๑๐,๐๐๐ - ๔,๓๐๐ ปลวงมาแลว ๔,๓๐๐ - ๓,๕๐๐ ปลวงมาแลว ๓,๕๐๐ - ๒,๕๐๐ ปลวงมาแลว ๒,๕๐๐ ปลวงมาแลว ยุคหินเกา ๗๐๐,๐๐๐ - ๑๐,๐๐๐ ปลวงมาแลว มีวิธีการแบงที่หลากหลาย ดินแดนไทยเขาสูสมัยประวัติศาสตร เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ สมัยประวัติศาสตร แบงตามสมัย การแบงชวงเวลาตามแบบไทย


ยุคหินเกา • พบเครื่องมือหินยุคหินเกา จากแหลงโบราณคดีถ้ําฉาน เรน ตําบลตะโก อําเภอทุงตะโก จังหวัดชุมพร ยุคหินกลาง • พบขวานหินยุคหินกลาง จากแหลงโบราณคดีบานพลี ควาย ตําบลกระดังงา อําเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ยุคหินใหม • พบขวานหินขัด จากการขุดคน ที่โคกพนมดี อําเภอ พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ยุคสําริด • พบขวานสําริด ที่บานเชียง อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ยุคเหล็ก • พบเครื่องมือเหล็ก ที่บานดอนตาเพชร อําเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี การคนพบหลักฐานทางโบราณคดีสมัยกอนประวัติศาสตรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย


แบงตามอาณาจักร • อาณาจักรหรือแควน : ทวารวดี • ชวงระยะเวลา (ประมาณพุทธ ศตวรรษ) : ๑๑ - ๑๖ • อาณาจักรหรือแควน : ศรีวิชัย • ชวงระยะเวลา (ประมาณพุทธ ศตวรรษ) : ๑๓ - ๑๘ • อาณาจักรหรือแควน : ละโว • ชวงระยะเวลา (ประมาณพุทธ ศตวรรษ) : ๑๒ - ๑๘ • อาณาจักรหรือแควน : ตามพรลิงค • ชวงระยะเวลา (ประมาณพุทธ ศตวรรษ) : ๑๓ - ๑๘ สมัยละโว (ลพบุรี) สมัยทวารวดี สมัยตามพรลิงค สมัยศรีวิชัย


• ราชธานี : กรุงอยุธยา • ชวงระยะเวลา : พ.ศ.๑๘๙๓ - ๒๓๑๐ • ราชธานี : กรุงธนบุรี • ชวงระยะเวลา : พ.ศ.๒๓๑๐ - ๒๓๒๕ • ราชธานี : กรุงเทพฯ หรือกรุงรัตนโกสินทร • ชวงระยะเวลา : พ.ศ.๒๓๒๕ - ปจจุบัน • ราชธานี : กรุงสุโขทัย • ชวงระยะเวลา : พ.ศ.๑๗๙๒ - ๒๐๐๖ สมัยรัตนโกสินทร สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี แบงตามราชธานี


ราชธานี : สุโขทัย ปฐมกษัตริย : พอขุนศรีอินทราทิตย ชวงระยะเวลา : พ.ศ.๑๗๙๒ - ๒๐๐๖ ราชธานี : อยุธยา ปฐมกษัตริย : สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (อูทอง) ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๑๘๙๓ - ๑๙๑๓ และพ.ศ. ๑๙๓๑ - ๑๙๕๒ ราชธานี : อยุธยา ปฐมกษัตริย : สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ (ขุนหลวงพงั่ว) ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๑๙๑๓ - ๑๙๓๑ และพ.ศ. ๑๙๕๒ - ๒๑๑๒ ราชธานี : อยูธยา ปฐมกษัตริย : สมเด็จพระมหาธรรมราชา ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๑๑๒ - ๒๑๗๒ ราชธานี : อยุธยา ปฐมกษัตริย : สมเด็จพระเจาปราสาททอง ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๑๗๒ - ๒๒๓๑ ราชธานี : กรุงเทพมหานคร ปฐมกษัตริย : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๓๒๕ - ปจจุบัน ราชธานี : อยุธยา ปฐมกษัตริย : สมเด็จพระเพทราชา ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๒๓๑ - ๒๓๑๐ ราชธานี : ธนบุรี ปฐมกษัตริย : สมเด็จพระเจาตากสินมหาราช ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๓๑๐ - ๒๓๒๕ สมัยราชวงศพระรวง สมัยราชวงศอูทอง สมัยราชวงศสุพรรณภูมิ สมัยราชวงศสุโขทัย สมัยราชวงศปราสาททอง สมัยราชวงศบานพลูหลวง สมัยราชวงศพระเจาตากสิน สมัยราชวงศจักรี แบงตามราชวงศ


การแบงยุคสมัย ตามรัชกาล สมัยพอขุนรามคําแหงมหาราช • ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๑๘๒๒ - ๑๘๔๑ • ยุคสมัยราชวงศ : สมัยราชวงศพระรวง • ยุคสมัยตามราชธานี : สมัยสุโขทัย สมัยสมเด็จพระนารายณมหาราช สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว • ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๒๓๑ • ยุคสมัยราชวงศ : สมัยราชวงศปราสาททอง • ยุคสมัยตามราชธานี : สมัยอยุธยา • ชวงระยะเวลา : พ.ศ.๒๔๑๑ - ๒๔๕๓ • ยุคสมัยราชวงศ : สมัยราชวงศจักรี • ยุคสมัยตามราชธานี : สมัยรัตนโกสินทร แบงตามรัชกาล


๒๗ ๑๕ ๒๗ ๑๗ ๔๒ ๑๕ ๙ ๑๒ ๗๐ สมัยรัชกาลที่ ๑ สมัยรัชกาลที่ ๒ สมัยรัชกาลที่ ๓ สมัยรัชกาลที่ ๔ สมัยรัชกาลที่ ๕ สมัยรัชกาลที่ ๖ สมัยรัชกาลที่ ๗ สมัยรัชกาลที่ ๘ สมัยรัชกาลที่ ๙ • ยุคสมัยตามรัชกาล : รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช • ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๓๒๕ - ๒๓๕๒ • ยุคสมัยตามรัชกาล : รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย • ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๓๕๒ - ๒๓๖๗ • ยุคสมัยตามรัชกาล : รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว • ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๓๖๗ - ๒๓๙๔ • ยุคสมัยตามรัชกาล : รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว • ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๓๙๔ - ๒๔๑๑ • ยุคสมัยตามรัชกาล : รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว • ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๔๕๓ - ๒๔๖๘ • ยุคสมัยตามรัชกาล : รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว • ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๔๑๑ - ๒๔๕๓ • ยุคสมัยตามรัชกาล : รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช • ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๕๕๙ • ยุคสมัยตามรัชกาล : รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอนันทมหิดล • ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๔๗๗ - ๒๔๘๙ • ยุคสมัยตามรัชกาล : รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว • ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๔๖๘ - ๒๔๗๗ สมัยรัชกาลที่ ๑๐ • ยุคสมัยตามรัชกาล : รัชสมัยสมเด็จพระเจาอยูหัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร • ชวงระยะเวลา : พ.ศ. ๒๕๕๙ - ปจจุบัน ยุคสมัยตามรัชกาล ชวงระยะเวลา / ป ขอมูล : ณ วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ การแบงยุคสมัยตามลําดับรัชกาล


• เปลี่ยนแปลงการปกครองเปน ระบอบประชาธิปไตยตั้งแตวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ - ปจจุบัน สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย สมัยประชาธิปไตย หรือ สมัยรัฐธรรมนูญ • ตั้งแตเริ่มแรกถึงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มาเปนระบอบ ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ แบงตามการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง


สมัยโบราณ ชวงระยะเวลา • สมัยเริ่มตนประวัติศาสตรไทย - สมัยเริ่มรับ วัฒนธรรมตะวันตก (ในชวงรัชกาลที่ ๔) สมัยใหม ชวงระยะเวลา • สมัยเริ่มรับวัฒนธรรมตะวันตก - ปจจุบัน แบงตามการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม


ยุคสมัย : สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต ชวงระยะเวลา : กุมภาพันธ ๒๕๐๒ - ธันวาคม ๒๕๐๖ ยุคสมัย : สมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท ชวงระยะเวลา : มีนาคม ๒๕๒๓ - สิงหาคม ๒๕๓๑ ยุคสมัย : สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ จันทรโอชา ชวงระยะเวลา : สิงหาคม ๒๕๕๗ - ปจจุบัน ยุคสมัย : สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชวงระยะเวลา : ธันวาคม ๒๕๕๑ - สิงหาคม ๒๕๕๔ ยุคสมัย : สมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร ชวงระยะเวลา : สิงหาคม ๒๕๕๔ - พฤษภาคม ๒๕๕๗ ยุคสมัย : สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ชวงระยะเวลา : มกราคม ๒๕๕๑ - กันยายน ๒๕๕๑ แบงตามรัฐบาลบริหารประเทศ


• ขอความขางตนกลาวถึง ชวงเวลา หรือสมัย คําวา “เมื่อชั่วพอกู” คือ เมื่อครั้งหรือสมัยพระราชบิดาของพอขุนรามคําแหงมหาราช (เมื่อชั่ว = เมื่อครั้ง, เมื่อรัชสมัย) คือ พอขุนศรีอินทราทิตย พอขุน รามคําแหงมหาราชทรงปรนนิบัติตอพระราชบิดา ไดเนื้อ (สัตวบก) ไดปลา (สัตวน้ํา) ไดผลไมเปรี้ยวหวานที่อรอย ก็เอามาถวาย “เมื่อชั่วพอกู กูบําเรอแกพอกู กูบําเรอแกแมกู กูไดตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาแก พอกู กูไดหมากสมหมากหวาน อันใดอันกินอรอยกินดี กูเอามาแกพอกู” (จารึกพอขุนรามคําแหง พ.ศ. ๑๘๓๕ ดานที่ ๑) ตัวอยางการใชเวลา ชวงเวลา และยุคสมัยที่ปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตรไทย


“เราจะคนหาขอความเรื่องราวของประเทศสยาม ไมวาเมืองใด ชาติใด วงษใด สมัยใด รวบรวมเรียบเรียงขึ้นเปนเรื่องราว ของประเทศสยาม…” (พระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงกอตั้งโบราณคดีสโมสร พ.ศ. ๒๔๕๐) • ขอความนี้ เรา คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว (ครองราชย พ.ศ. ๒๔๑๑ - ๒๔๕๓) และบุคคลอื่นที่มี ความรูความสนใจประวัติศาสตร จะชวยกันศึกษาคนควาประวัติศาสตรไทย (สยาม คือ ไทย) โดยใหครอบคลุมทุกเมือง ทุกชนชาติ ทุกราชวงศ ทุกสมัย เชน เชียงแสน สุโขทัย อยุธยา ทวารวดี นครศรีธรรมราช ที่เคยตั้งอยู เคยรุงเรืองบนผืน แผนดินไทย แลวเรียบเรียงขึ้นมาเปนประวัติศาสตรไทย พระราชดํารัสนี้มีขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๕๐ แสดงทั้งเวลา คือปที่มีพระ ราชดํารัส ชวงเวลาที่ครองราชยมาแลวกี่ป และสมัยตางๆ ในประวัติศาสตร ดังนั้น นักเรียนจึงควรสังเกตการใชคําใน หลักฐานทางประวัติศาสตรไทย


• ประวัติศาสตรมีความตอเนื่อง ความเจริญหรือ ความเสื่อมจากอดีตยอมมีผลตอเนื่องถึงปจจุบัน อดีตกําหนดปจจุบัน ความสัมพันธและความสําคัญของอดีตที่มีตอปจจุบันและอนาคต • อดีตทําใหเกิดบทเรียน เปนตัวอยางใหกับคนรุน ปจจุบัน ทั้งในเรื่องดีและไมดี อดีตใหบทเรียนกับปจจุบัน • ถาเราคนรุนปจจุบันมีความรัก มีความสามัคคีตอกัน ใชคุณธรรมเปนหลักในการดํารงชีวิต ประเทศชาติก็ จะเจริญและกาวหนาตอไปได ปจจุบันสองทางแกอนาคต


ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ ขอจบการนําเสนอเพียงแคนี้คะ สวัสดี ๔_Clip


Click to View FlipBook Version