หนว่ ยท่ี 1 ความเปน็ มาของระบบอินเทอรเ์ นต็
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) คอื ระบบท่มี คี อมพวิ เตอร์อยา่ งน้อยสองเครือ่ งเชื่อมตอ่ กัน
โดยใช้สอื่ กลาง และสามารถสื่อสารขอ้ มูลกนั ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ซงึ่ ทาใหผ้ ู้ใช้คอมพวิ เตอรแ์ ต่ละเคร่ืองสามารถ
แลกเปลยี่ นข้อมูลซ่งึ กันและกันได้ นอกจากน้ียังสามารถใช้ทรัพยากรที่มอี ย่ใู นเครอื ข่ายร่วมกันได้ เช่น เครอ่ื งพิมพ์
สแกนเนอร์ ฮารด์ ดิสก์ เป็นต้น การใช้ทรัพยากรเหล่านผ้ี า่ นเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ ช่วยใหป้ ระหยัดค่าใช้จา่ ย
ไดม้ าก เมอ่ื มีการเชือ่ มต่อกับเครอื ขา่ ยอ่ืนๆ ที่อยหู่ ่างไกล เชน่ ระบบอินเตอร์เน็ต ซง่ึ เป็นเครือขา่ ยทเ่ี ชื่อมต่อ
คอมพิวเตอรท์ ั่วโลก กท็ าให้สามารถแลกเปลย่ี นข้อมลู ข่าวสาร ไดก้ ับคนท่วั โลก โดยใช้แอพพลเิ คชน่ั เชน่ เวบ็
อเี มลล์ เปน็ ต้น
การสรา้ งเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรม์ ีทีม่ าจากผ้ทู ่ีต้องการแลกเปลีย่ นข้อมูลอยา่ งมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
คอมพวิ เตอร์นั้นเป็นอปุ กรณท์ ่มี คี วามสามารถในการประมวลข้อมลู ในปริมาณมากได้อยา่ งรวดเร็ว แตม่ ขี อ้ เสียคือ
ผู้ใชไ้ ม่สามารถแชร์ข้อมูลกบั คนอื่นๆได้ ดงั น้นั กอ่ นมีการสรา้ งเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ผู้ใชจ้ ะแลกเปลีย่ นข้อมลู กัน
โดยการ พิมพ์(print) ขอ้ มูลออกมาเป็นเอกสารกอ่ นแล้วคอ่ ยนาไปใหผ้ ู้ใช้ที่ตอ้ งการใช้หรือแก้ไขขอ้ มูลอกี คนหนง่ึ ซ่ึง
ทาให้เสยี เวลาและเปน็ วธิ ที ย่ี ุ่งยากมากเมื่อเปรียบเทียบกับปจั จบุ นั ที่มีการใชเ้ ครอื ข่ายคอมพิวเตอร์แลว้
ลกั ษณะของเครอื ขา่ ยจงึ เรม่ิ จากจุดเลก็ ๆ อาจจะอย่บู นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกสเ์ ดยี วกนั ขยายตวั ใหญ่ขึ้นเป็น
ระบบทีท่ างานร่วมกนั ในหอ้ งทางาน ในตกึ ระหวา่ งตกึ ระหว่างสถาบัน ระหว่างเมอื ง ระหว่างประเทศ การจัดแบง่
รูปแบบของเครือข่ายคอมพิวเตอร์จึงแยกตามขนาดของเครือขา่ ย ดงั ตารางดงั ตอ่ ไปนี้
ตาราง การแบ่งแยกลักษณะของเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรต์ ามระยะทางระหว่างโพรเซสเซอร์
ระยะทางระหวา่ ง ลักษณะท่ตี ง้ั ของ ชื่อเรยี กเครือข่าย
โพรเซสเซอร์ โพรเซสเซอร์
0.1 เมตร
1 เมตร แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรชนดิ ดาตา้ โฟลว์
10 เมตร
100 เมตร ระบบเดียวกนั มลั ติโพรเซสเซอร์
1 กิโลเมตร
10 กิโลเมตร ห้อง มัลติโพรเซสเซอร์
100 กโิ ลเมตร
1000 กิโลเมตร ตัวอาคาร เครอื ขา่ ยท้องถ่นิ
10000 กโิ ลเมตร
หนว่ ยงานเดยี วกนั เครอื ข่ายท้องถ่นิ
เมอื ง เครือขา่ ยทอ้ งถิน่
ประเทศ เครือข่ายระยะไกล
ระหว่างประเทศ เครอื ขา่ ยระยะไกล
ระหวา่ งดวงดาว เครอื ขา่ ยระยะไกลมาก
รูปแบบการใชเ้ ครอื ขา่ ย
การตดิ ตอ่ แบบถาวร หรือ Permanent Connection การติดตอ่ แบบนเ้ี ป็นแบบท่ีรวดเรว็ ท่ีสุด แต่ก็
ส้นิ เปลืองค่าใช้จ่ายมากท่ีสดุ ด้วยเช่นกนั ระบบเครอื ขา่ ยทเ่ี รยี กว่า Ethernet ซ่ึงเปน็ ระบบฮาร์ดแวร ข์ องเครือขา่ ยท่ี
ใชก้ นั มากทส่ี ุด สายท่เี ชอ่ื มตอ่ จากแม่ข่ายมายงั อาคารอบรมนี้เปน็ สายใยแกว้ นาแสง ซึ่งใหค้ วามเรว็ ข้อมูลสูงมาก
การตดิ ต่อโดยตรงเมอ่ื ตอ้ งการ หรอื การติดตอ่ โดยตรงผา่ นสายโทรศัพท์ (On Demand Permanent
Connection) การติดตอ่ แบบนเี้ ปน็ วิธีท่ีดีทีส่ ดุ ถ้าเคร่ืองของเราไมไ่ ดต้ ิดต่อโดยตรงโดยเครอื ขา่ ย
แบบ Ethernet วิธีการกค็ ือเราใช้สายโทรศัพทธ์ รรมดาที่เราใชก้ ันอยเู่ ป็นเสน้ ทาง ในการเชอ่ื มโยงข้อมลู แทน การที่
คอมพวิ เตอรต์ ดิ ต่อกันโดยผา่ นสายโทรศัพทจ์ าเป็น ท่ีจะต้องมอี ุปกรณ อ์ นั หน่ึงเรกี วา่ "โมเดม็ " (modem) ซึง่ ทา
หน้าท่ีแปรขอ้ มลู จากคอมพวิ เตอร์ ซึ่งเป็นข้อมลู แบบดิจิตลั เปน็ สัญญาณโทรศพั ทซ์ ่งึ เปน็ สญั ญาณแบบอนาล็อก
และนอกจากโมเดม็ แลว้ กจ็ ะต้องมโี ปรแกรมพเิ ศษ อีกโปรแกรมหนึ่งเพอื่ ทาให้เครอ่ื งของเราทางานเปน็ ส่วนหนึ่ง
ของอนิ เทอร์เน็ตจรงิ ๆ
องค์ประกอบของระบบเครอื ข่าย
ระบบเครือขา่ ย คอมพวิ เตอร์ มีองคป์ ระกอบทีส่ าคัญ เพ่ือการเช่ือมต่อเปน็ เครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ได้แก่
คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (File Server) ช่องทางการสอื่ สาร (Communication Chanel) สถานีงาน (Workstation or
Terminal) และ อุปกรณใ์ นเครอื ข่าย (Network Operation System)
1. คอมพวิ เตอรแ์ ม่ข่าย
คอมพวิ เตอร์ แมข่ ่าย หมายถงึ คอมพิวเตอร์ ท่ที าหน้าท่ีเป็นผ้ใู ห้บริการทรพั ยากร (Resources) ตา่ ง ๆ ซ่งึ
ได้แก่ หน่วยประมวลผล หน่วยความจา หน่วยความจาสารอง ฐานขอ้ มูล และ โปรแกรมตา่ ง ๆ เป็นตน้ ในระบบ
เครอื ข่ายทอ้ งถ่นิ (LAN) มักเรียกว่าคอมพวิ เตอรแ์ มข่ ่าย ในระบบเครอื ข่ายระยะไกล ทใ่ี ช้เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์
หรือ มนิ คิ อมพิวเตอรเ์ ปน็ ศูนย์กลางของเครอื ขา่ ย เรานิยมเรียกวา่
Host Computer และเรียกเคร่ืองทรี่ อรบั บริการวา่ ลูกขา่ ยหรือสถานงี าน
2. ช่องทางการสอ่ื สาร
ช่อง ทางการส่อื สาร หมายถึง สอื่ กลางหรอื เสน้ ทางที่ใช้เป็นทางผ่าน ในการรบั ส่งข้อมูล ระหวา่ งผรู้ บั
(Receiver) และผู้สง่ ข้อมูล (Transmitter) ปจั จบุ ันมชี ่องทางการสอื่ สาร สาหรับการเชอ่ื มต่อเครือข่าย คอมพวิ เตอร์
มีหลายประเภทคือ สายโทรศัพท์แบบสายคู่ตีเกลียวไมม่ ีฉนวนหุ้ม (UTP) สายคู่ตีเกลียว แบบมีฉนวนหุม้ (STP) สาย
โคแอคเชียล สายใยแก้วนาแสง คลนื่ ไมโครเวป และดาวเทยี ม เปน็ ตน้
3. สถานีงาน
สถานี งาน (Workstation or Terminal) หมายถึง อปุ กรณห์ รือเครื่องไมโครคอมพวิ เตอร์ ที่เชอ่ื มต่อ กบั
เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ ทาหน้าท่ีเป็นสถานปี ลายทางหรือสถานีงาน ที่ได้รับการบรกิ ารจากเคร่ือง คอมพวิ เตอรแ์ ม่
ข่าย เรียกวา่ เป็นคอมพวิ เตอร์ลูกขา่ ย (Workstation) ในระบบเครอื ขา่ ยระยะใกล้ มกั มีหน่วยประมวลผล หรือซีพยี ู
ของตนเอง ในระบบท่ีใช้เคร่ืองคอมพวิ เตอร์เมนเฟรม เป็นศูนย์กลาง เรยี กสถานปี ลายทางว่าเทอร์มนิ อล
(Terminal) ประกอบดว้ ยจอภาพและแปน้ พมิ พเ์ ทา่ นั้น ไมม่ หี น่วยประมวลกลางของตวั เอง ต้องใช้หน่วย
ประมวลผลของคอมพวิ เตอรศ์ ูนยก์ ลางหรอื Host
4. อุปกรณใ์ นเครือข่าย
- การ์ดเช่อื มต่อเครือขา่ ย (Network Interface Card :NIC) หมายถึง แผงวงจรสาหรับ ใชใ้ นการเชื่อมตอ่
สายสญั ญาณของเครอื ข่าย ตดิ ตง้ั ไวใ้ นเครอื่ งคอมพวิ เตอร์ทเ่ี ปน็ เครอื่ งแม่ข่าย และเครือ่ งทเี่ ปน็ ลกู ข่าย หน้าท่ีของ
การ์ดนี้คอื แปลงสัญญาณจากคอมพิวเตอร์สง่ ผ่านไปตามสายสัญญาณ ทาให้คอมพิวเตอรใ์ นเครอื ข่ายแลกเปลีย่ น
ขอ้ มูลขา่ วสารกันได้
- โมเดม็ ( Modem : Modulator Demodulator) หมายถึง อปุ กรณ์สาหรบั การแปลงสญั ญาณดจิ ิตอล
(Digital) จากคอมพวิ เตอรด์ า้ นผู้ส่ง เพอื่ ส่งไปตามสายสญั ญาณขอ้ มูลแบบอนาลอก(Analog) เมื่อถึงคอมพิวเตอร์
ด้านผู้รบั โมเดม็ ก็จะทาหนา้ ทีแ่ ปลงสัญญาณอนาลอก ให้เป็นดจิ ิตอลนาเข้าสู่เคร่อื งคอมพิวเตอร์ เพอ่ื ทาการ
ประมวลผล โดยปกตจิ ะใชโ้ มเดม็ กับระบบเครือข่ายระยะไกล โดยการใชสายโทรศพั ท์เปน็ สอื่ กลาง เช่น เครอื ขา่ ย
อนิ เทอร์เนต็ เปน็ ตน้
- ฮบั ( Hub) คือ อุปกรณ์เชื่อมต่อทีใ่ ช้เป็นจุดรวม และ แยกสายสัญญาณ เพอื่ ใหเ้ กิดความสะดวก ในการ
เช่ือมต่อของเครือข่ายแบบดาว (Star) โดยปกติใช้เปน็ จุดรวมการเช่อื มต่อสายสญั ญาณระหว่าง File
Server กับ Workstation ต่าง ๆ
5. ซอฟต์แวรร์ ะบบปฏิบัตกิ ารเครอื ขา่ ย
ซอฟตแ์ วร์ระบบปฏบิ ตั กิ ารเครอื ข่าย หมายถงึ ซอฟตแ์ วรท์ ี่ทาหนา้ ท่ี จัดการระบบเครอื ข่ายของคอมพิวเตอร์
เพ่ือใหค้ อมพวิ เตอร์ ที่เชือ่ มตอ่ อยู่กบั เครอื ข่าย สามารถติดตอ่ ส่ือสาร แลกเปลย่ี นข้อมูลกันได้อยา่ งถกู ต้อง และมี
ประสิทธิภาพ ทาหนา้ ที่จัดการดา้ นการรักษาความปลอดภัย ของระบบเครือขา่ ย และยังมีหน้าทค่ี วบคุม การนา
โปรแกรมประยุกต์ ดา้ นการติดตอ่ สือ่ สาร มาทางานในระบบเครอื ข่ายอีกด้วย นบั ว่าซอฟตแ์ วร์ระบบปฏิบัติการ
เครือข่าย มีความสาคัญต่อเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรอ์ ยา่ งย่ิง ตัวอย่าง ซอฟตแ์ วรป์ ระเภทน้ไี ดแ้ ก่
ระบบปฏิบัตกิ าร Windows NT , Linux , Novell Netware , Windows XP ,Windows 2000 , Solaris ,
Unix เป็นตน้
รูปแบบของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
1. LAN (Local Area Network)
ระบบเคร่ืองข่ายท้องถนิ่ เป็นเนต็ เวิร์กในระยะทางไมเ่ กนิ 10 กโิ ลเมตร ไม่ต้องใช้โครงข่ายการส่อื สารของ
องคก์ ารโทรศพั ท์ คอื จะเปน็ ระบบเครือข่ายที่อยภู่ ายในอาคารเดียวกนั หรือต่างอาคาร ในระยะใกลๆ้ พัฒนาการของ
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เกิดจากการเชือ่ มต่อเทอรม์ ินอล (Terminal)เข้ากับเครอื่ งคอมพิวเตอรเ์ มนเฟรม
(Mainfram Computer) หรอื เชือ่ มต่อกับมินคิ อมพวิ เตอร์ (Mini Computer) ซง่ึ การควบคุมการสือ่ สารและการ
ประมวลผลต่างๆจะถกู ควบคมุ และดาเนินการโดยเครอ่ื งเมนเฟรมหรือมนิ ิคอมพิวเตอรซ์ ง่ึ อาจเรยี กอีกอย่างว่าโฮสต์
(Host) โดยมีการเช่อื มโยงระหว่างโฮสตก์ บั เทอรม์ นิ อล ส่วนเทอร์มินอลทาหน้าท่ีเป็นเพียงจดุ รับข้อมูล และ แสดง
ข้อมูลเท่าน้ันสาหรบั เครอื ข่ายในปัจจุบนั มีการทางานทมี่ ีประสิทธภิ าพและคลอ่ งตัวมากยง่ิ ขนึ้ ทงั้ การเข้าถงึ และการ
ใช้งานทรัพยากรทมี่ อี ยู่บนเครือข่าย เช่น เครอื่ งพิมพ์ ดิสก์ หรืออปุ กรณ์อื่น ๆ ซ่งึ ปัจจุบันเรยี กเทอร์มนิ อลทีม่ ี
ความสามารถเล่านี้วา่ โหนด(Node)ลักษณะการกระจายการทางานแบบการกระจายศนู ย์ (Distributed
System) ซง่ึ เป็นการกระจายภาระ และหน้าที่การทางานไปโหนดบนเครอื ขา่ ยทงั้ ภายใน และภายนอกหน่วยงาน
ซ่ึงจะช่วยลดภาระการทางาน ของโฮสต์ลงได้เป็นอย่างมากปจั จุบันมีการใชง้ านเครือขา่ ยระยะใกล้ หรือเรียกอีก
อย่างว่าเครือข่ายท้องถิน่ (LAN หรือ Local Area Network) อยา่ งแพร่หลายในเกอื บทุกหนว่ ยงาน จน
เปรียบเสมอื นปัจจัยในการทางานของสานกั งานทั่ว ๆ ไป เช่นเดียวกับเครื่องพิมพ์ดดี หรือเครือ่ งถา่ ยเอกสาร
บคุ คลากรเกือบทกุ คนในหน่วยงานจะมี เครอื่ งคอมพิวเตอร์อยา่ งนอ้ ย 1 เคร่ือง เพื่อใชง้ านในดา้ นต่างๆ นอกจากน้ี
อาจจะมีการเชอ่ื มโยงกบั เคร่อื งคอมพวิ เตอร์ หรืออปุ กรณ์ทางคอมพิวเตอร์กบั ระบบงานอนื่ ภายในหน่วยงาน
เดียวกนั ภายในตกึ เดียวกัน หรือภายในองคก์ รเดยี วกัน การเชอื่ มโยงในลักษณะนเี้ ปรยี บเสมือนการเช่อื มโยง
ประสานการทางานของหนว่ ยงานหรอื องคก์ รเขา้ ด้วยกัน ซ่งึ เรยี กการเชอ่ื มโยงลักษณะนว้ี ่าเครือขา่ ยทอ้ งถ่นิ
สรุปแล้วเครอื ข่ายระยะใกล้ หรือเครือข่ายท้องถ่ิน (LAN)เป็นรปู แบบการทางานของระบบเครือข่ายแบบหนึ่ง
ท่ีช่วยใหเ้ คร่ืองคอมพวิ เตอร์ (Computer) เครื่องพมิ พ์ (Printer) และอปุ กรณใ์ ช้งานทางคอมพิวเตอรต์ ่าง ๆ
สามารถเชือ่ มโยงเอกสาร ส่งขอ้ มลู ติดต่อใชง้ านรว่ มกันได้ การติดตอ่ สอื่ สารของอปุ กรณ์ จะอย่ใู นบริเวณแคบ
โดยทวั่ ไปมรี ะยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร เชน่ ภายในอาคารสานักงานภายในคลังสนิ คา้ โรงงาน หรือระหว่างตกึ ใกล้
ๆ เชอ่ื มโยงด้วย สายสื่อสารจงึ ทาให้มีความเร็วในการสอ่ื สารข้อมลู ดว้ ยความเรว็ สูงมาก และมคี วามผดิ พลาดของ
ข้อมลู ตา่
2. MAN (Metropolitan Area Network)
ระบบเครือขา่ ยเมอื ง เปน็ เนต็ เวิรก์ ท่ีจะตอ้ งใช้โครงข่ายการสือ่ สารขององคก์ ารโทรศัพท์ หรือ
การส่อื สารแหง่ ประเทศไทย เป็นการตดิ ตอ่ กันในเมือง เช่น เครอ่ื งเวริ ์กสเตชัน่ อยูท่ ่ีสุขมุ วิท มกี ารติดต่อสื่อสารกบั
เครื่องเวริ ก์ สเตชน่ั ทบ่ี างรัก
3. WAN (Wide Area Network)
ระบบเครือข่ายกวา้ งไกล หรือเรียกไดว้ ่าเป็น World Wide ของระบบเน็ตเวิรก์ โดยจะเป็นการสื่อสารใน
ระดับประเทศ ข้ามทวปี หรอื ทว่ั โลก จะต้องใชม้ ีเดีย(Media) ในการสือ่ สารขององค์การโทรศพั ท์ หรือ
การส่ือสารแหง่ ประเทศไทย (คู่สายโทรศัพท์ dial-up / ค่สู ายเช่า Leased line / ISDN) (lntegrated Service
Digital Network สามารถสง่ ไดท้ ้งั ข้อมลู เสียง และภาพในเวลาเดยี วกนั )ระบบเครอื ข่ายระยะไกล หรือ Wide Area
Network เปน็ ระบบเครือขา่ ยท่ีติดตั้งใช้งานอยู่ในบรเิ วณกวา้ ง โดยมกี ารส่งขอ้ มูลในลักษณะเปน็ แพ็คเกต็
(Packet) ซ่งึ ตอ้ งเดินทางจากเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ตน้ ทางไปสูเ่ คร่ืองคอมพิวเตอรป์ ลายทาง แพก็ เกต็ น้ีถกู สง่ จาก
เคร่อื งคอมพวิ เตอร์หน่งึ ไปยังเคร่อื งคอมพวิ เตอรอ์ กี เคร่อื งหนึ่ง โดยมสี ายสื่อสารหรอื อุปกรณส์ ่ือสารอื่นในการ
เช่ือมตอ่ ถึงกนั ในลกั ษณะเป็นลกู โซ่ หรอื เป็นทอดๆอาศัยเครือ่ งคอมพวิ เตอร์ทอ่ี ยูร่ ะหว่างทางแต่ละตวั จะรบั
ขอ้ ความน้นั เก็บจาเอาไว้ และส่งต่อใหเ้ ครอ่ื งคอมพิวเตอรถ์ ัดไปในเส้นทางทสี่ ะดวก รูปแบบของเครือข่ายทแ่ี ตกต่าง
กันไปตามลกั ษณะของอลั กอริทมึ สาหรบั การคานวณในการสง่ แพค็ เกต็ โดยแบ่งออกได้เปน็ สองประเภทใหญๆ่ คือ
แบบดาตาแกรม (Datagram) และแบบเวอรช์ วลเซอร์กติ (Virtual Circuit)หรือแบบวงจรเสมือน ระบบดาตาแกรม
พจิ ารณาแต่ละแพค็ เก็ตแยกออกจากกัน แพ็คเกต็ ต่างๆของขอ้ ความเดียวกนั อาจถูกสง่ ไปในเสน้ ทางที่ตา่ งกนั ได้
ขนึ้ อยกู่ ับปริมาณขา่ วสารในเครอื ข่ายในแตล่ ะขณะเวลาท่ผี ่านไป และรวมถงึ การเปล่ียนแปลงลกั ษณะของเครือข่าย
เนื่องจากเครอื่ งคอมพวิ เตอรบ์ างตัว"เสยี "(คอื ไม่อาจรว่ มในการส่งผ่านขา่ วสารในเครอื ข่ายได)้ ดังนั้นการจดั เสน้ ทาง
จงึ ทาอยตู่ ลอดเวลาเพือ่ ปรบั ใหเ้ ข้ากบั สภาวะเครอื ข่าย ขอ้ เสียของระบบเชน่ นคี้ ือ แพ็คเกต็ อาจไปถงึ จดุ หมายโดย
ไมไ่ ดเ้ รียงลาดบั (Out of Order) จงึ ตอ้ งถูกจดั เรียงใหมก่ อ่ นที่จะสง่ ตอ่ ใหผ้ รู้ ับปลายทาง เครอื ข่ายท่ใี ช้ระบบนีร้ จู้ ัก
กนั ดคี อื อารพ์ าเน็ต(ARPARNET)ย่อมาจาก (Advanced Research Projects Agency Network) ของ
สหรัฐอเมรกิ า ซึ่งเป็นจดุ กาเนิดแม่แบบเครอื ขา่ ยสากล หรอื อนิ เตอร์เนต็ ดว้ ย (Internet) ด้วยส่วนระบบเครือขา่ ย
เวอร์ชวลเซอร์กติ ใชร้ หสั ของตน้ ทางและปลายทางในแพค็ เกต็ แรก เพ่ือจดั เส้นทางผ่านระบบเครอื ขา่ ยสาหรบั
ขอ้ ความทีต่ ้องการสง่ ในชุดนน้ั ทงั้ หมด ข้อดีของวธิ นี ้ีคือ สว่ นหัวสาหรับแพค็ เก็ตถดั ๆไปมีขนาดลดลงไดเ้ พราะแพค็
เกต็ หลงั ๆเพยี งแต่ตามหลงั แพค็ เก็ตหนา้ ไปจึงไม่จาเป็นต้องมรี หสั ต้นทางปลายทางอีก และอลั กอรทิ ึมสาหรับจัด
เส้นทางนน้ั จะทากันเพยี งครัง้ เดยี วตอ่ ขอ้ ความท้งั ข้อความ แทนท่ีจะต้องคานวณใหม่สาหรบั ทุกๆแพค็ เก็ต ขอ้ เสีย
สาหรบั วิธีการนี้ คือ คอมพิวเตอรต์ ามที่กาหนดเส้นทางขนึ้ นนั้ ต้องเกบ็ ข้อมลู เก่ยี วกบั เส้นทางนไ้ี วจ้ นกว่าแพค็ เก็ต
สดุ ท้ายจะผ่านไปแลว้ ในกรณนี ต้ี อ้ งใช้ที่เก็บข้อมูลมากสาหรบั ท้ังเครอื ข่าย และก่อให้เกิดปญั หาใหญห่ าก
คอมพวิ เตอรเ์ คร่อื งใดในเส้นทางเกดิ เสีย และข้อเสยี อกี ประการ คือสมรรถนะของเครือข่ายไม่อาจเปล่ียนแปลงตาม
สภาพการใชง้ านได้ง่ายเพราะเสน้ ทางถกู กาหนดตายตัวต้งั แตแ่ พ็คเก็ตแรกหากสภาวะของเครอื ข่ายระหวา่ งทม่ี ีการ
สือ่ สารข้อมูลกนั อยมู่ ีการเปลยี่ นแปลงไปแพ็กเกต็ หลังๆก็ไมอ่ าจเปลีย่ นแปลงหรือปรับเสน้ ทางในการสื่อสารท่ี
เหมาะสมได้ ตัวอยา่ งของเครอื ขา่ ยแบบน้คี อื TRANSPAC ในฝรัง่ เศสและ TYMNET ในสหรัฐอเมรกิ าหลงั จากนั้นก็
มีการพัฒนาระบบเครือขา่ ยขึน้ เรอ่ื ยๆจนในปจั จุบันประมาณการว่าเคร่อื งคอมพิวเตอรท์ ีเ่ ช่อื มตอ่ กันในโลกของ
อินเตอรเ์ นต็ มีมากกว่า 30 ลา้ นเคร่ืองเลยทีเดยี ว โดยมขี ้อกาหนดว่าทุกเครือขา่ ยที่เชื่อมต่อถงึ กนั จะตอ้ งอยภู่ ายใต้
มาตรฐานของการเชอ่ื มต่อหรอื โปรโตคอล ที่ถกู สรา้ งขน้ึ มาเพอื่ ใชง้ านบนเครือขา่ ยแบบน้โี ดยเฉพาะซึง่
เรียกว่า TCP/IP เหมอื นกันหมดทกุ เครอื่ งจากมาตรฐานการเช่ือมตอ่ แบบเดียวกนั นี้จะมีผลทาให้เครอื ขา่ ย
คอมพิวเตอร์ สามารถติดต่อสอ่ื สารกนั ได้ปัจจบุ นั มจี านวนเครือขา่ ยคอมพิวเตอรท์ ่ีเช่ือมต่อเขา้ กับอินเตอรเ์ นต็
มากกวา่ 5 หมืน่ เครอื ข่าย และนับวนั จะเพม่ิ มากขึน้ เรือ่ ยๆโดยเฉพาะทเ่ี ครอ่ื งคอมพวิ เตอร์กลางทคี่ อยให้บริการ
ข้อมลู หรือเซริ ฟ์ เวอร์ท่ีตอ่ เขา้ กับอินเตอรเ์ น็ต 5 ลา้ นเครื่อง และยงั ประมาณกนั วา่ จะมผี ขู้ อใช้อนิ เตอรเ์ นต็
(ไคลเอนต)์ ในเวลานมี้ ากกวา่ 30 ล้านคน กระจายการใช้งานมากกว่า 84 ประเทศในท่วั ทุกมุมโลก ดว้ ยการ
ออกแบบท่ชี าญฉลาดของผพู้ ัฒนาเครือข่าย โดยไม่มขี อ้ จากดั ทางฮาร์ดแวร์ เพียงแตใ่ ชม้ าตรฐานการเชอื่ มต่อ
แบบ TCP/IP เทา่ นน้ั ทาใหอ้ นิ เตอร์เน็ตสามารถเตบิ โตไปอย่างไม่มีขอบเขตและขดี จากัดโดยไม่มใี ครสามารถเข้ามา
ควบคุมการผกู ขาดทางเทคโนโลยซี ่งึ เปน็ เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเครือขา่ ยอินเตอรเ์ นต็ อินเตอรเ์ น็ตเปดิ ให้บริการ
เครอื ข่ายท่ีสามารถให้ผู้ใชเ้ ข้าถึงข้อมลู ดว้ ยรปู แบบการนาเสนอข้อมูลท่ีเปน็ แบบมลั ติมีเดยี ซ่ึงประกอบไปดว้ ย
ภาพกราฟิก เสยี ง ข้อมูล และสัญญาณวิดีโอท่ีช่อื วา่ World Wide Web ท่ีทาใหก้ ารค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตมี
ความง่ายและสะดวกต่อการใช้งานมากนอกน้ันอินเตอร์เน็ตยงั กลายเปน็ เครอื ข่ายท่เี ปิดกว้างสาหรบั ทุกๆเรอื่ งต้ังแต่
การแสดงออกทางความคิดเหน็ จนถงึ การสร้างโอกาสทางธุรกิจสาหรบั ผลิตภณั ฑแ์ ละบรกิ ารใหมๆ่ อย่างไรข้ อ้ จากดั
โดยไมม่ ีใครไดเ้ ปรียบเสยี เปรียบใครในโลกอภมิ หาเครือข่าย
Internet working (internet)
1.Peer-to-Peer
เครือข่ายแบบนจี้ ะเกบ็ ไฟลแ์ ละการเชอ่ื มตอ่ กับอุปกรณ์ตา่ งๆ ไวท้ เ่ี ครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้แต่ละคน โดยไม่มี
คอมพิวเตอร์ส่วนกลางที่ทาหนา้ ท่นี ี้ เรียกไดว้ า่ ตา่ งคนตา่ งเก็บ ต่างคนต่างใช้ แต่ผู้ใช้ในเครือขา่ ยสามารถเรยี กใชไ้ ฟล์
จากคอมพวิ เตอร์เครอื่ งอื่นได้ ถา้ คอมพวิ เตอร์เครื่องนัน้ ทาการแชรไ์ ฟลเ์ หล่านัน้ ไว้ เครอื ขา่ ยแบบ Peer-to-Peer น้ี
เหมาะสาหรบั องคก์ รขนาดเลก็ ทม่ี ีคอมพวิ เตอรเ์ ช่ือมต่อกันไม่เกิน 10 เคร่อื ง เน่ืองจากติดต้งั งา่ ย ราคาไมแ่ พง และ
การดแู ลไม่ยุ่งยากนัก แต่ถา้ คอมพิวเตอรใ์ นเครือข่ายมีมากกวา่ 10 เครื่องขน้ึ ไปควรจะใช้เครือข่ายแบบอ่นื ดีกว่า
2.Client-Server
Client คือ เครือ่ งคอมพวิ เตอร์ทไ่ี ปรอ้ งขอบรกิ ารและรับบริการอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ จาก Server
server คือเครื่องคอมพิวเตอรห์ รอื ระบบปฏบิ ัติการหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทท่ี าหน้าที่ให้บรกิ ารอย่างใดอย่าง
หนง่ึ หรือหลายอยา่ ง โดยอาศัยโปรแกรม Web serverแก่เครื่องคอมพิวเตอร์หรอื โปรแกรมคอมพิวเตอรท์ ่ีเปน็ ลูก
ขา่ ย ในระบบเครื่อขา่ ย
Server แบ่งเปน็ 3 ประเภทได้แก่
1.เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ท่ีทาหน้าทีใ่ ห้บรกิ ารอะไรบางอยา่ งแก่คอมพิวเตอรห์ รือโปรแกรมคอมพิวเตอรอ์ น่ื
2.ระบบปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ทที่ าหนา้ ที่ใหบ้ รกิ ารอะไรบางอย่างแกค่ อมพวิ เตอร์หรือโปรแกรมคอมพวิ เตอรอ์ น่ื
3.โปรแกรมคอมพิวเตอรท์ ที่ าหน้าที่ให้บรกิ ารอะไรบางอยา่ งแก่คอมพิวเตอรห์ รอื โปรแกรมคอมพิวเตอรอ์ นื่
client/server คือ การท่ีมีเครื่องผ้ใู ห้บริการ (server) และเคร่ืองผใู้ ช้บรกิ าร (client) เชื่อมต่อกนั อยู่ และเคร่ือง
ผ้ใู ช้บรกิ ารได้มีการติดต่อร้องขอบริการจากเครือ่ งผูใ้ ห้บรกิ ารเคร่ืองผใู้ หบ้ รกิ ารก็จะจดั การตามทีเ่ ครอื่ งผขู้ อใช้
บรกิ ารรอ้ งขอ แล้วสง่ ขอ้ มูลกลบั ไปใหเ้ ครือขา่ ยแบบ Client / server เหมาะกับระบบเครือขา่ ยที่ต้องการเช่ือมตอ่
กบั เครื่องลกู ข่ายจานวนมาก โดยการรองรบั จานวนเคร่อื งลกู ข่าย (Client )อาจเปน็ หลักสบิ หลักรอ้ ย หรือหลักพัน
เพราะฉะนั้นเครอ่ื งท่จี ะนามาทาหน้าท่ใี หบ้ ริการจะตอ้ งเป็นเครือ่ งทม่ี ี ประสิทธภิ าพสูง เน่ืองจากถกู ตอ้ งออกแบบมา
เพือ่ ทนทานต่อความผิดพลาด (FaultTolerance )และต้องคอยให้บรกิ ารทรพั ยาการให้กับเครอ่ื งลูกข่ายตลอดเวลา
โดยเครื่องทจี่ ะนามาทาเปน็ เซริ ฟ์ เวอรอ์ าจเปน็ คอมพวิ เตอร์แบบเมนเฟรม มินคิ อมพิวเตอร์ หรือไมโครคอมพิวเตอร์
กไ็ ด้
ขอ้ ดีของระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์
ระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอรห์ นง่ึ เครือขา่ ยจะมกี ารทางานรวมกนั เปน็ กลุม่ ที่เรียกวา่ กล่มุ งาน
(workgroup) แตเ่ มื่อเชื่อมโยงหลายๆ กลุ่มงานเข้าด้วยกนั ก็จะเป็นเครอื ข่ายขององคก์ ร และถา้ เช่ือมโยงระหว่าง
องค์กรผ่านเครอื ข่ายแวน ก็จะไดเ้ ครือขา่ ยขนาดใหญข่ ้นึ การประยุกต์ใชง้ านเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่าง
กว้างขวางและสามารถใช้ประโยชนไ์ ดม้ ากมาย ทั้งนเี้ พราะระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ทาให้เกิดการเช่อื มโยง
อปุ กรณต์ ่างๆ เขา้ ดว้ ยกัน และส่ือสารข้อมลู ระหวา่ งกนั ได้
ประโยชนข์ องระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ มีดงั นี้
การใชอ้ ปุ กรณ์รว่ มกนั (Sharing of peripheral devices) เครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ทาให้ผู้ใช้ สามารถใช้
อุปกรณ์ รอบข้างท่ีต่อพ่วงกบั ระบบคอมพวิ เตอร์ ร่วมกนั ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ เช่นเครอ่ื งพมิ พ์ ดสิ ก์ไดร์ฟ ซีดรี อม
สแกนเนอร์ โมเด็ม เปน็ ต้น ทาให้ประหยัดคา่ ใช้จ่าย ไม่ตอ้ งซื้ออปุ กรณ์ทม่ี รี าคาแพง เชอื่ มต่อพว่ งให้กบั คอมพิวเตอร์
ทุกเครือ่ ง
การใชโ้ ปรแกรมและขอ้ มลู ร่วมกนั (Sharing of program and data) เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทาใหผ้ ู้ใช้
สามารถใช้โปรแกรม และขอ้ มลู รว่ มกนั ได้ โดยจดั เก็บโปรแกรมไว้แหล่งเกบ็ ข้อมูล ที่เป็นศนู ย์กลาง เชน่ ที่ฮารด์ ดิสก์
ของเครื่อง File Server ผใู้ ช้สามารถใช้โปรแกรมรว่ มกัน ไดจ้ ากแหล่งเดยี วกัน ไมต่ ้องเกบ็ โปรแกรมไว้ในแตล่ ะ
เครอ่ื ง ให้ซา้ ซ้อนกนั นอกจากนนั้ ยังสามารถรวบรวม ขอ้ มลู ต่าง ๆ จดั เก็บเป็นฐานขอ้ มูล ผู้ใชส้ ามารถใช้สารสนเทศ
จากฐานขอ้ มูลกลาง ผา่ นระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร ท์ ใี่ ชง้ านไดอ้ ยา่ งสะดวกสบาย โดยไม่ตอ้ งเดินทางไปสาเนา
ข้อมูลด้วยตนเอง เพราะใช้การเรยี กใช้ข้อมูล ผา่ นระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอรน์ ั่นเอง เครอ่ื งลกู (Client) สามารถ
เขา้ มาใช้ โปรแกรม ข้อมูล รว่ มกันไดจ้ ากเครื่องแม่ (Server) หรือระหวา่ งเครื่องลกู กบั เคร่อื งลกู ก็ได้ เป็นการ
ประหยัดเนอ้ื ทใ่ี นการจดั เกบ็ โปรแกรม ไมจ่ าเปน็ ว่าทุกเครื่องตอ้ งมีโปรแกรมเดียวกันนใ้ี นเครอ่ื งของตนเอง
สามารถตดิ ต่อสอ่ื สารระยะไกลได้ (Telecommunication) การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เป็นเครือขา่ ย ทงั้
ประเภทเครอื ข่าย LAN , MAN และ WAN ทาให้คอมพิวเตอร์ สามารถส่อื สารแลกเปลยี่ นขอ้ มลู ระยะไกลได ้โดย
ใช้ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์ ทางด้านการตดิ ต่อส่อื สาร โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง ในระบบเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ น็ต มีการใหบ้ ริการ
ต่าง ๆ มากมาย เชน่ การโอนยา้ ยไฟล์ข้อมูล การใช้จดหมายอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (Electronic Mail) การสบื ค้นข้อมลู
(Serach Engine) เป็นต้น
สามารถประยุกต์ใชใ้ นงานดา้ นธรุ กิจได้ (Business Applicability) องคก์ รธรุ กิจ มกี ารเชอื่ มโยงเครือขา่ ย
คอมพิวเตอร์ เพ่อื ประโยชน์ทางธรุ กิจ เชน่ เครอื ข่ายของธรุ กิจธนาคาร ธุรกิจการบนิ ธุรกจิ ประกนั ภัย ธุรกิจการ
ท่องเทย่ี ว ธรุ กจิ หลกั ทรัพย์ สามารถดาเนินธรุ กิจ ได้อย่างรวดเร็ว ตอบสนองความพึงพอใจ ให้แก่ลูกค้าในปัจจบุ นั
เริม่ มีการใช้ประโยชน์จากเครอื ข่าย Internet เพื่อทาธุรกจิ กันแล้ว เชน่ การส่ังซื้อสนิ ค้า การจ่ายเงนิ ผ่านระบบ
ธนาคาร เป็นตน้
ความประหยัด
นับเป็นการลงทุนที่คุม้ ค่า อยา่ งเชน่ ในสานักงานหนง่ึ มีเครอ่ื งอยู่ 30 เครอ่ื ง หรือมากกว่าน้ี ถา้ ไม่มีการนา
ระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรม์ าใช้ จะเหน็ วา่ ต้องใช้เครอื่ งพิมพอ์ ยา่ งนอ้ ย 5 - 10 เครื่อง มาใชง้ าน แต่ถ้ามรี ะบบ
เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์มาใชแ้ ล้วละก้อ กส็ ามารถใช้อุปกรณ์ หรือเครอ่ื งพมิ พป์ ระมาณ 2-3 เครอ่ื งกพ็ อต่อการใชง้ าน
แล้ว เพราะวา่ ทกุ เครอ่ื งสามารถเขา้ ใชเ้ ครอื่ งพิมพเ์ ครือ่ งใดก็ได้ ผา่ นเครื่องอน่ื ๆ ท่ใี นระบบเครือข่ายเดียวกัน
ความเช่ือถอื ไดข้ องระบบงาน
นับเป็นสง่ิ ทีส่ าคญั สาหรับการดาเนนิ ธรุ กจิ ถา้ ทางานไดเ้ ร็วแต่ขาดความน่าเชอื่ ถือกถ็ อื ว่าใช้ไมไ่ ด้ ไม่มี
ประสทิ ธิภาพ ดังน้ันเมื่อนาระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ มาใช้งาน ทาระบบงานมปี ระสิทธิภาพ มีความน่าเชอื่ ถอื
ของข้อมลู เพราะจะมีการทาสารองขอ้ มูลไว้ เมื่อเครือ่ งทใี่ ช้งานเกิดมีปญั หา ก็สามารถนาข้อมลู ที่มกี ารสารองมา
ใชไ้ ด้ อย่างทนั ที