เอกสารประกอบการเรียน
กลุม สาระการเร�ยนรู ศลิ ปะ (ทัศนศลิ ป)
ว�ชา ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป)
ชุด ศิลปะสื่อผสมจากวัสดุธรรมชาติ เลม ที่ 3
สอื่ ผสมสรางสรรคป ะติดบนพน�้ ระนาบ
โดย
นางสาวชนกนันท ขามะวัน
ตําแหนง ครู วิทยฐานะ ครูชํานาญการ
-โรงเร�ยนเวยี งเจดยี ว์ ิทยา
สาํ นกั งานเขตพ้�นทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา ลาํ ปาง ลาํ พูน
คำ�น�ำ
เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง “ศลิ ปะสือ่ ผสมจากวัสดุธรรมชาต”ิ จัดทำ� เพอื่ ใช้จดั กิจกรรมการเรียน
การสอนส�ำหรับครู และให้นักเรยี นได้ศกึ ษาคน้ คว้าเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง ได้ลำ� ดบั เนอ้ื หาขน้ั ตอนจากง่ายไปหายาก
มเี นือ้ หางานปฏิบตั ิทม่ี ีความเพลดิ เพลิน ส่งผลให้รกั งานศลิ ปะและมีความคดิ สร้างสรรค์ โดยก�ำหนดกิจกรรมที่
หลากหลาย ใหค้ วามร้สู อดคลอ้ งกบั จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้และเนน้ ความน่าสนใจ ซึ่งผู้จัดท�ำได้จัดท�ำเอกสาร
ประกอบการเรยี นทงั้ หมดจำ� นวน 5 เลม่ ดงั นี้
เล่มท ี่ 1 เรอ่ื ง พืน้ ฐานงานศลิ ปะสื่อผสม
เลม่ ท ี่ 2 เรอื่ ง วสั ดสุ ร้างสรรคจ์ ากธรรมชาติ
เล่มท ่ี 3 เรื่อง ส่อื ผสมสร้างสรรคป์ ะตดิ บนพ้ืนระนาบ
เล่มท ี่ 4 เรือ่ ง สรา้ งสรรค์ส่อื ผสมเล่าเร่ืองราว
เลม่ ที่ 5 เรือ่ ง สื่อผสมสร้างสรรค์สู่อาชีพ
ผู้จัดทำ� จงึ หวงั เป็นอย่างยิง่ ว่า เอกสารประกอบการเรียน ชดุ ศิลปะสื่อผสมจากวัสดุธรรมชาติ เล่มท่ี 3
เร่ือง ส่ือผสมสร้างสรรค์ปะติดบนพื้นระนาบ เล่มนี้ คงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจและเป็นแนวทางในการจัด
การเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะและกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน ๆ สามารถน�ำมาประยุกต์ใช้ในการ
พฒั นาการศึกษาต่อไป
ชนกนนั ท ขามะวัน
กเอกสารประกอบการเรียน ชดุ ศลิ ปะส่ือผสมจากวัสดุธรรมชาติ เลม่ ที่ 3 เรอ่ื ง ส่ือผสมสร้างสรรคป์ ะตดิ บนพน้ื ระนาบ
สารบญั
คำ� นำ� ก
สารบัญ ข
สารบัญภาพ ค
มาตรฐานการเรียนรู้ 1
คำ� แนะน�ำการใชเ้ อกสารประกอบการเรยี นส�ำหรับครูผูส้ อน 2
ค�ำแนะน�ำสำ� หรับนกั เรียนในการใช้เอกสารประกอบการเรียน 3
แผนภูมลิ �ำดบั ข้นั การเรียนเอกสารประกอบการเรยี น 4
จุดประสงค์การเรยี นรู้ 5
สาระส�ำคัญ 5
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 6
ใบความรทู้ ี่ 1 8
ใบกจิ กรรมท่ี 1 16
ใบความรู้ท่ี 2 17
ใบกจิ กรรมท่ี 2 20
ใบความรู้ท่ี 3 21
ใบกิจกรรมท่ี 3.1 23
ใบกจิ กรรมที่ 3.2 29
แบบทดสอบหลงั เรยี น 30
บรรณานุกรม 32
ภาคผนวก 33
34
- เฉลยคำ� ตอบก่อนเรียนและหลังเรียน 35
- เฉลยใบกจิ กรรมท่ี 1 36
- เฉลยใบกจิ กรรมที่ 2 37
- เฉลยใบกจิ กรรมที่ 3.1 38
- เฉลยใบกจิ กรรมที่ 3.1
ข เอกสารประกอบการเรยี น ชุด ศลิ ปะสอื่ ผสมจากวัสดธุ รรมชาติ เล่มท่ี 3 เรือ่ ง ส่อื ผสมสร้างสรรค์ปะตดิ บนพนื้ ระนาบ
สารบญั ภาพ หนา้
9
ภาพท่ี 10
ภาพท่ี 1 สือ่ ผสมเทคนิคปะติดจากวัสดเุ หลอื ใช้ 11
ภาพที่ 2 ความคดิ สร้างสรรคจ์ ากการวาดเสน้ 12
ภาพท่ี 3 ความคดิ สรา้ งสรรค์การปะติดจากวัสดุธรรมชาติ 12
ภาพที่ 4 ความคดิ สรา้ งสรรค์การปะติดจากวสั ดุธรรมชาติ 15
ภาพที่ 5 ความคดิ สรา้ งสรรค์ทางประโยชน์ใชส้ อย 15
ภาพท่ี 6 ผลงานส่อื ผสมปะติดวัสดุธรรมชาติ 17
ภาพที่ 7 ผลงานส่อื ผสมปะติดวสั ดุธรรมชาติ 18
ภาพที่ 8 ผลงานสื่อผสมปะติดจากวัสดุเหลอื ใช้ 18
ภาพท่ี 9 ผลงานสอ่ื ผสมปะติดจากผ้าและวสั ดุธรรมชาติ 19
ภาพที่ 10 ผลงานส่ือผสมปะติดพลาสติก สำ� ลี และกระดาษ 21
ภาพที่ 11 ผลงานสอื่ ผสมปะตดิ วสั ดุธรรมชาตใิ ห้ความรู้สึกมมี ิตลิ ึก 22
ภาพที่ 12 ออกแบบทา่ ทางและชดุ 22
ภาพท่ี 13 การนำ� ใบไมม้ าติด 24
ภาพท่ี 14 ภาพชุดจากธรรมชาติท่ีเสรจ็ แล้ว 24
ภาพที่ 15 อุปกรณ์ 25
ภาพที่ 16 เมล็ดขา้ วชนิดตา่ งๆ 25
ภาพที่ 17 ร่างภาพ 26
ภาพที่ 18 เรยี งเมลด็ พชื บรเิ วณเส้นรปู 26
ภาพที่ 19 ทากาวเรียงเมล็ดข้าวข้างในรูปเป็นระเบียบ 27
ภาพที่ 20 เรยี งเมลด็ ข้าวบริเวณเสือ้ 27
ภาพที่ 21 ทากาวบริเวณพน้ื หลงั ท่เี ป็นทิวทศั นแ์ ละไล่ระดบั สีให้สวยงาม 28
ภาพท่ี 22 ทากาวบรเิ วณพนื้ หลังที่เป็นทวิ ทัศนแ์ ละไลร่ ะดับสีให้สวยงาม 28
ภาพท่ี 23 การพน่ แลคเกอรเ์ คลอื บเงา
ภาพท่ี 24 ผลงานเมลด็ ข้าวร้อยเรียงเพียรงานศลิ ป์
คเอกสารประกอบการเรียน ชุด ศิลปะสอื่ ผสมจากวสั ดธุ รรมชาติ เล่มที่ 3 เรื่อง ส่ือผสมสร้างสรรคป์ ะตดิ บนพ้นื ระนาบ
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทศั นศิลปต์ ามจินตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณ์
คณุ คา่ งานทศั นศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคดิ ตอ่ งานศลิ ปะอยา่ งอสิ ระ ชน่ื ชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั
ตวั ชี้วดั
ม.3/4. มที กั ษะในการสรา้ งงานทศั นศลิ ปอ์ ยา่ งนอ้ ย 3 ประเภท
ม.3/5. มที กั ษะในการผสมผสานวสั ดตุ า่ ง ๆ ในการสรา้ งงานทศั นศลิ ปโ์ ดยใชห้ ลกั การออกแบบ
ม.3/6. สรา้ งงานทศั นศลิ ปท์ ง้ั 2 มติ ิ และ 3 มติ ิ เพอ่ื ถา่ ยทอดประสบการณแ์ ละจนิ ตนาการ
ม.3/8. วเิ คราะหแ์ ละอภปิ รายรปู แบบ เนอ้ื หาและคณุ คา่ ในงานทศั นศลิ ปข์ องตนเอง และผอู้ นื่
หรอื ของศลิ ปนิ
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
1. การสรา้ งานทศั นศิลปท์ ัง้ ไทยและสากล
2. การใชห้ ลกั การออกแบบในการสร้างงานสอ่ื ผสม
3. การสร้างงานทศั นศลิ ปแ์ บบ 2 มิติ และ 3 มิติ
4. วิเคราะหร์ ูปแบบเน้อื หาและคุณคา่ ในงานทศั นศิลป์
1เอกสารประกอบการเรยี น ชดุ ศลิ ปะส่อื ผสมจากวัสดธุ รรมชาติ เล่มที่ 3 เรอื่ ง ส่อื ผสมสร้างสรรคป์ ะติดบนพืน้ ระนาบ
ค�ำ แนะนำ�การใช้
เอกสารประกอบการเรยี นสำ�หรบั ครูผสู้ อน
1. ครูควรจดั เตรียมเอกสารประกอบการเรียน เร่อื ง ศิลปะสอ่ื ผสมจากวัสดุธรรมชาติ เลม่ ท่ี 3 สือ่ ผสม
สร้างสรรค์ปะติดบนพื้นระนาบ ซ่งึ ประกอบด้วย จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ใบความรู้ ใบกิจกรรม
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น – หลงั เรียน และเฉลยแบบทดสอบ
2. ให้นกั เรยี นทำ� แบบทดสอบก่อนเรียน เพือ่ ประเมินความรเู้ ดมิ ของนกั เรียน
3. แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรูใ้ ห้นกั เรยี นทราบก่อนเรียน
4. แจกเอกสารประกอบการเรียน เรอื่ ง ศิลปะสื่อผสมจากวัสดุธรรมชาติ เล่มที่ 3 สอ่ื ผสมสร้างสรรค์
ปะติดบนพน้ื ระนาบ ให้นักเรียนศกึ ษาและแนะน�ำวธิ ใี ชเ้ พือ่ นกั เรยี นจะไดป้ ฏิบตั ไิ ดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
5. ดำ� เนนิ การสอนตามกิจกรรมการเรยี นรู้ทีก่ �ำหนดไวใ้ นแผนการจดั การเรียนรู้
6. ในกรณที น่ี ักเรียนมปี ัญหา ครูควรให้คำ� แนะน�ำ
7. หลงั จากนกั เรยี นศึกษาเอกสารประกอบการเรยี น เรอ่ื ง ศิลปะส่ือผสมจากวสั ดุธรรมชาติ เลม่ ท่ี 3
สื่อผสมสร้างสรรคป์ ะติดบนพ้นื ระนาบ เสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ ครูและนกั เรียนควรชว่ ยกันสรปุ และให้
นกั เรียนทำ� กิจกรรมตามทก่ี �ำหนดให้ และทำ� แบบทดสอบหลงั เรยี น
8. ครูเฉลย แบบทดสอบกอ่ นเรยี น – หลังเรยี น และบนั ทึกคะแนนของนกั เรยี นแต่ละคนไว้เพอ่ื ประเมนิ
การพัฒนาและความก้าวหนา้ หากมีนกั เรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ ครคู วรจดั สอนซ่อมเสรมิ
2 เอกสารประกอบการเรียน ชดุ ศลิ ปะส่ือผสมจากวสั ดธุ รรมชาติ เลม่ ที่ 3 เร่ือง สือ่ ผสมสร้างสรรคป์ ะตดิ บนพ้ืนระนาบ
ค�ำ แนะน�ำ สำ�หรับนกั เรยี น
ในการใช้เอกสารประกอบการเรียน
เอกสารประกอบการเรียนเล่มน้ี เป็นเอกสารประกอบการเรียนท่ีนักเรียนสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง
ให้นกั เรยี นอ่านคำ� แนะนำ� ตามค�ำช้ีแจงแตล่ ะข้ันตอนตง้ั แต่ตน้ จนจบ นกั เรียนจะไดร้ ับความรูอ้ ยา่ งครบถว้ นโดย
ปฏบิ ัติตามขน้ั ตอน ดงั ตอ่ ไปนี้
1. นำ� เอกสารประกอบการเรียน มาใชใ้ นการเรียนทกุ ครัง้
2. ปฏิบตั ิตามกจิ กรรมตามลำ� ดับขน้ั ตอนทีค่ รูผสู้ อนก�ำหนดไว้ ได้แก่ ทดสอบก่อนเรียน ปฏิบัตกิ จิ กรรม
ต้งั แต่ตน้ จนจบ ทกุ กจิ กรรมและทดสอบหลังเรยี น
3. ให้ความรว่ มมอื ในกิจกรรมตา่ ง ๆ และทำ� กจิ กรรมทคี่ รูมอบหมายใหด้ ว้ ยความสนใจและตั้งใจ
4. เขา้ เรยี นอย่างสม�่ำเสมอ ไมข่ าดเรียน
5. หากไม่เข้าใจให้นกั เรยี นสอบถามจากครผู ้สู อน หรือกลบั ไปทบทวนจากเอกสารประกอบการเรียน
ด้วยตนเอง
เพอ่ื นๆอา่ นคำ� แนะนำ�
ส�ำหรบั นกั เรยี นให้เข้าใจ
ก่อนนะคะ
3เอกสารประกอบการเรียน ชดุ ศลิ ปะส่ือผสมจากวสั ดุธรรมชาติ เล่มท่ี 3 เรอ่ื ง สื่อผสมสร้างสรรค์ปะตดิ บนพ้นื ระนาบ
แผนภมู ิล�ำ ดับข้นั ตอนการเรยี น
อ่านคำ�แนะนำ�
ศกึ ษาจุดประสงค์
ทดสอบก่อนเรยี น
ศึกษาใบความรู้
ทำ�กิจกรรม, ใบงาน
ทำ�แหบลบังเทรยีดนสอบ
ผ่านเกณฑ์ ไม่ผา่ นเกณฑ์
ศึกกษาารเเอรยี กนสเาลรม่ ปตรอ่ ะไกปอบ
แผนภมู ิ ลำ� ดบั ขน้ั ตอนการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรือ่ ง ศิลปะสื่อผสมจากวัสดธุ รรมชาติ
4 เอกสารประกอบการเรียน ชุด ศิลปะสื่อผสมจากวสั ดธุ รรมชาติ เลม่ ท่ี 3 เร่ือง ส่ือผสมสรา้ งสรรคป์ ะติดบนพื้นระนาบ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ดา้ นความร้ ู (K)
1.1 อธบิ ายความหมายและองค์ประกอบการสรา้ งสรรค์ได้
1.2 อธิบายความหมายและบอกกระบวนการสรา้ งงานสือ่ ผสมด้วยเทคนคิ ปะติดได้
1.3 บอกวสั ดุอปุ กรณ์การสร้างสรรค์สือ่ ผสมปะติดดว้ ยวสั ดุชนดิ เดียวกันหรอื ต่างชนิดได้
2. ดา้ นทกั ษะการปฏิบตั ิ (P)
2.1 สรา้ งสรรค์ชิ้นงานโดยใช้ทศั นธาตหุ ลักการออกแบบในการสร้างสรรค์งานสอื่ ผสมปะตดิ
2 มิติ บนพน้ื ระนาบได้
2.2 ออกแบบ และสรา้ งสรรคง์ านสื่อผสมด้วยวัสดุเดยี วกันหรอื ต่างชนดิ กันบนพื้นระนาบได้
3. ด้านเจตคติ (A)
3.1 ซ่อื สตั ย์สจุ รติ
3.2 มวี นิ ยั
3.3 มุ่งม่ันตัง้ ใจและรับผดิ ชอบในการท�ำงาน
3.4 เพยี รพยายามและอดทนต่อการท�ำงาน
3.5 พอเพียง
สาระส�ำ คัญ
1. ความหมายของการสรา้ งสรรค์
2. การสร้างส่ือผสมด้วยเทคนคิ ปะติด
3. การสร้างสรรคส์ อ่ื ผสม 2 มติ ิ บนพื้นระนาบ
5เอกสารประกอบการเรยี น ชดุ ศลิ ปะสือ่ ผสมจากวสั ดธุ รรมชาติ เลม่ ที่ 3 เร่อื ง สอ่ื ผสมสร้างสรรค์ปะตดิ บนพ้นื ระนาบ
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เลม่ ท่ี 3 เรื่อง สอ่ื ผสมสรา้ งสรรคป์ ะตดิ บนพ้ืนระนาบ
คำ� ชแี้ จง
1. ข้อสอบมที ง้ั หมด 10 ข้อ 10 คะแนน ใช้เวลาในการทำ� 10 นาที
2. จงทำ� เครื่องหมายกากบาท (×) ลงในช่อง ก ข ค หรือ ง ทเี่ ป็นค�ำตอบท่ถี ูกตอ้ งท่ีสุด
ลงในกระดาษคำ� ตอบ
1. ข้ันตอนแรกของกระบวนการสร้างสรรคง์ านศิลปะ คือ
ก. การรบั รู้
ข. การจินตนาการ
ค. การมแี รงบนั ดาลใจ
ง. การสร้างประสบการณ์
2. การสรา้ งสรรค์งานศิลปะด้วยจนิ ตนาการมีพ้ืนฐานมาจากอะไร
ก. การเกดิ แรงบนั ดาลใจ
ข. การสัมผัสรบั รูธ้ รรมชาติสง่ิ แวดลอ้ ม
ค. การสรา้ งประสบการณ์และความช�ำนาญ
ง. ถูกทกุ ข้อ
3. การสรา้ งสรรค์หมายถึง
ก. การสร้างความเจรญิ ทางด้านวตั ถุ
ข. ความสามารถทคี่ ิดปญั หาที่ซบั ซอ้ น
ค. การผลติ สิ่งของเพอื่ สนองความตอ้ งการ
ง. ความคิดรเิ ร่ิมประดิษฐ์สิง่ ใหม่ให้สวยงามและมีคณุ คา่ ย่ิงขนึ้
4. ใครเป็นผู้น�ำเอาวสั ดชุ นดิ ต่าง ๆ มาปะตดิ บนงานจิตรกรรมเปน็ คนแรก
ก. พอล โกแกง
ข. วนิ เซ็น แวนโก๊ะ
ค. ปาโปล ปิกัสโซ
ง. ไมเคลิ แองเจลโล่
6 เอกสารประกอบการเรียน ชดุ ศลิ ปะสอ่ื ผสมจากวสั ดุธรรมชาติ เล่มท่ี 3 เร่อื ง สื่อผสมสรา้ งสรรคป์ ะตดิ บนพ้ืนระนาบ
5. งานปะติดในภาษาองั กฤษ คอื คำ� ใด
ก. Paint
ข. Print
ค. collage
ง. Decorative design
6. งานปะตดิ ความหมายโดยสรปุ คอื ขอ้ ใด
ก. งานศิลปะทตี่ อ้ งใช้แม่พมิ พ์
ข. งานศิลปะทเี่ กดิ จากการนำ� เอาวัสดุมาหลอมรวมกนั แลว้ นำ� มาสรา้ งเป็นผลงาน
ค. งานศิลปะที่ใช้ภาพถ่าย ภาพจากหนังสือพิมพ์ นติ ยสารมาจัดวางในพนื้ ที่กวา้ ง ๆ
ง. เป็นการนำ� เอาวัสดแุ ผน่ บาง ๆ กระดาษสี กระดาษหนงั สอื พิมพ์ ผ้า พลาสติก ใบไม้
ทง้ั วสั ดทุ มี่ นุษย์สร้างสรรคข์ ึ้นหรือ วัสดุธรรมชาติ นำ� มาปะตดิ บนพื้นระนาบ
ใช้ภาพตอบค�ำถามขอ้ 7- 10 ข.
ก.
ค. ง.
7. ภาพใดเปน็ งานสอ่ื ผสมทใ่ี ช้วัสดหุ ลากหลายตา่ งชนิดกัน....................................................................................
8. ภาพใดเปน็ งานสอ่ื ผสมใช้เทคนคิ ปะติดผสมงานจิตรกรรม.................................................................................
9. ภาพใดเปน็ สื่อผสมสร้างสรรคเ์ ทคนคิ ปะติด 2 มิติบนพืน้ ระนาบใชว้ สั ดชุ นดิ เดยี ว.............................................
10. ภาพใดเปน็ ส่อื ผสมสรา้ งสรรคโ์ ดยค�ำนงึ ถึงการน�ำไปใชง้ านเป็นหลกั ...............................................................
7เอกสารประกอบการเรยี น ชุด ศลิ ปะสือ่ ผสมจากวสั ดธุ รรมชาติ เลม่ ที่ 3 เรื่อง ส่ือผสมสรา้ งสรรค์ปะติดบนพ้ืนระนาบ
ใบความร้ทู ี่ 1
เรอ่ื ง การสรา้ งสรรค์
1. การสรา้ งสรรคค์ อื อะไร
การสรา้ งสรรค์ หมายถงึ ความสามารถของมนษุ ยใ์ นอนั ทจ่ี ะคดิ แกป้ ญั หาและสามารถพฒั นาจนสามารถ
ประดิษฐผ์ ลติ ผลใหม่ ๆ การคดิ รเิ รมิ่ ในสงิ่ แปลกใหม่เพ่ือสนองความต้องการของตนเองและสังคม ดงั นัน้ การคิด
ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์จงึ เป็นการกระท�ำใหก้ ้าวหนา้ แปลกจากเดมิ ดขี น้ึ งดงามย่ิงขน้ึ หรอื มคี ณุ คา่ ยง่ิ ขน้ึ
การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดข้ึนโดยอาศัยพ้ืนฐานของส่ิงท่ีมีอยู่เดิม เช่น ธรรมชาติ กฎเกณฑ ์
ความรู้วทิ ยาการนักการสรา้ งสรรค์อาจเปน็ การสรา้ งส่งิ ใหม่ ๆ โดยไมซ่ �ำ้ แบบใครหรือหรอื ไมเ่ คยมีผู้ใดท�ำมาก่อน
เลยก็ได้ หรือเปน็ การนำ� สิง่ ท่มี อี ยูแ่ ล้วมาต่อเติมดดั แปลงให้เกิดเป็นสิ่งใหมข่ ้นึ ก็ไดเ้ ช่นกัน
การทมี่ นษุ ยร์ จู้ ักการสร้างสรรค์ เป็นผลใหโ้ ลกได้รับการพัฒนาในด้านตา่ ง ๆ เจริญกา้ วหนา้ จนถงึ ปจั จุบนั
และเชื่อวา่ โลกจะเปลี่ยนไปสู่ความเจริญทางวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีต่อไปในอนาคตอย่างไม่หยดุ ย้งั ตราบใด
ท่ยี งั มกี ารสรา้ งสรรค์อยา่ งต่อเน่อื ง
จุดเร่ิมต้นของการสร้างสรรค์ส่ิงต่าง ๆ ในโลกเกิดจาก ความคิดสร้างสรรค์ ซ่ึงเป็นคุณสมบัติพิเศษของ
มนุษย์นั่นเอง จึงมีการศึกษาและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของคนเราให้เจริญงอกงาม เพื่อเป็นพื้นฐานน�ำไป
สู่ความเจริญก้าวหน้าของชาติบ้านเมือง เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์สามารถท่ีจะฝึกฝนทดลองปฏิบัติจนเกิด
ประสบการณแ์ ละน�ำไปสูก่ ารค้นพบแนวทางใหม่ ๆ เพอ่ื การสรา้ งงานต่อไป
จนิ ตนาการ
และความคิดสรา้ งสรรค์
สามารถพฒั นาได้
8 เอกสารประกอบการเรียน ชุด ศิลปะสอื่ ผสมจากวสั ดธุ รรมชาติ เลม่ ที่ 3 เรื่อง สอ่ื ผสมสร้างสรรคป์ ะตดิ บนพืน้ ระนาบ
องคป์ ระกอบของการสรา้ งสรรค์
การสร้างสรรคง์ านศลิ ป์โดยทวั่ ไปมีองคป์ ระกอบส�ำคัญ 3 ประการ
1. องค์ประกอบด้านเน้อื หา
2. องคป์ ระกอบด้านรูปแบบ
3. องค์ประกอบดา้ นวสั ดุ – อุปกรณ์
ตวั อยา่ งผลงาน
ภาพสือ่ ผสมเทคนคิ ปะติด
จากเศษวัสดเุ หลอื ใช้
ภาพที่ 1 แสดงภาพ : ส่อื ผสมเทคนคิ ปะตดิ จากวัสดุเหลอื ใช้
ทมี่ า : ผลงานโดย นกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3
โรงเรยี นบา้ นตาก “ประชาวทิ ยาคาร” ปีการศกึ ษา 2558
9เอกสารประกอบการเรยี น ชุด ศลิ ปะส่ือผสมจากวสั ดุธรรมชาติ เลม่ ที่ 3 เรื่อง ส่อื ผสมสร้างสรรคป์ ะตดิ บนพน้ื ระนาบ
1. องค์ประกอบด้านเนือ้ หา
หมายถงึ การถา่ ยทอดความคดิ และเรอ่ื งราวออกไปสผู่ ลงานทส่ี รา้ งขน้ึ ซงึ่ อาจจะเปน็ สงิ่ ทมี่ าจากธรรมชาติ
เหตกุ ารณ์หรอื เรอ่ื งราวต่าง ๆ โดยใหค้ วามส�ำคัญกบั ความแปลกใหม่หรอื การรเิ ริ่มสร้างสรรค์เปน็ หลัก
งานศลิ ปกรรมสอื่ ผสมเปน็ ศลิ ปะสมยั ใหมอ่ าจใหค้ วามสำ� คญั กบั เนอื้ หาเรอื่ งราวเพยี งเลก็ นอ้ ยเทา่ นน้ั แตน่ ำ�
เอาข้ันตอนของการท�ำงานหรือแบบอย่างอันเกิดจากกระบวนการสร้างสรรค์มาเป็นเนื้อหาในการแสดงออกของ
ผลงานก็ได้
ภาพความคดิ สร้างสรรค์
จากการวาดเสน้
ภาพที่ 2 แสดงภาพ : ความคดิ สรา้ งสรรคจ์ ากการวาดเสน้
ทีม่ า : ผลงานโดย นกั เรียนงานศิลปหัตถกรรมนกั เรยี น
2. องคป์ ระกอบด้านรปู แบบ
องค์ประกอบด้านรูปแบบ หมายถึง แบบอย่างของผลงานศิลปะที่ปรากฏแก่สายตา มีลักษณะอย่างใด
เปน็ การคน้ คิดขน้ึ มาใหมห่ รอื ไม่ งดงามมากนอ้ ยเพยี งใด รปู แบบของศิลปะสมยั ใหม่เปน็ สิง่ ที่ศิลปินประดษิ ฐข์ ึ้น
โดยยึดความคดิ สรา้ งสรรคเ์ ปน็ สำ� คัญหากเป็นรปู แบบที่มีทมี่ าจากธรรมชาติกจ็ ะตอ้ งน�ำธรรมชาติน้ันมาดัดแปลง
จนเกิดลักษณะใหม่ขึ้นจนอาจจะไมเ่ หลือเคา้ รอยเดิมของรูปแบบธรรมชาติอยู่เลย
10 เอกสารประกอบการเรียน ชดุ ศิลปะส่ือผสมจากวสั ดธุ รรมชาติ เลม่ ท่ี 3 เรื่อง ส่ือผสมสร้างสรรคป์ ะติดบนพื้นระนาบ
3. องคป์ ระกอบดา้ นวัสดุอปุ กรณ์
องค์ประกอบด้านวัสดุอุปกรณ์ หมายถึง การเลือกน�ำเอาวัสดุอุปกรณ์ในการท�ำงานท่ีเหมาะสมทั้งใน
ด้านเน้ือหาและในด้านรูปแบบโดยยึดถึงความคิดสร้างสรรค์เป็นหลักส�ำคัญ เช่น การใช้ม้วนกระดาษแทน
พู่กันวาดภาพระบายสีหรือใช้กลีบดอกไม้มาระบายแทนลงบนภาพในการสร้างสรรค์จิตรกรรมสากลสมัยใหม่
ให้ความส�ำคัญกับการคิดค้นส่ิงใหม่ เพื่อใช้แทนวัสดุอุปกรณ์และเคร่ืองมือที่เคยใช้มา โดยถือว่าเป็นอุปกรณ์
ท่ีแปลกใหม่เหล่าน้ันคือส่วนหน่ึงของการสร้างสรรค์ศิลปะสมัยใหม่ จะเห็นได้ว่า ปัจจัยส�ำคัญของการสร้าง
จิตรกรรมสากล ในสมัยปัจจุบันได้เปลี่ยนความงดงามทางด้านรูปแบบและความสมบูรณ์ทางด้านเนื้อหามาสู่
การแสดงออกทางความคดิ สรา้ งสรรค์ ดังนนั้ การสรา้ งผลงานจติ รกรรมสากลสมยั ใหม่ จึงจำ� เปน็ ต้องค�ำนึงถึง
ความคิดสร้างสรรค์ควบคู่ไปกับความงามทางด้านรูปแบบและเนื้อหา
ประเภทของความคิดสร้างสรรค์
ความคิดสร้างสรรคแ์ บง่ ออกเป็น 3 ประเภท
1. ความคิดสร้างสรรค์ทางความคดิ
ความคิดสร้างสรรค์ทางความคิด หมายถึง การคิดแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาและพัฒนางานหรือการ
บริหารงานให้ประสบความส�ำเร็จและเจริญก้าวหน้า รู้จักการศึกษาวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุของปัญหาและ
แนวทางการแก้ปัญหาเพ่ือน�ำมาวางแผนงานต่อไป
ภาพท่ี 3 แสดงภาพ : ความคิดสร้างสรรค์การปะติด
จากวสั ดุธรรมชาติ
ทมี่ า : ผลงานนักเรียน ด.ญ. วาวา ปกี ารศึกษา 2558
11เอกสารประกอบการเรียน ชดุ ศิลปะสอ่ื ผสมจากวัสดธุ รรมชาติ เลม่ ที่ 3 เรอื่ ง สอ่ื ผสมสร้างสรรคป์ ะติดบนพ้ืนระนาบ
2. ความคิดสรา้ งสรรคท์ างความงาม
ความคิดสร้างสรรค์ทางความงาม หมายถึง การสร้างสรรค์ความงามที่แปลกใหม่ให้งดงามและมี
คุณค่ายิ่งข้ึน ซ่ึงเป็นความคิดสร้างสรรค์ในทางปฏิบัติ เช่น การสร้างสรรค์งานศิลปะ การออกแบบสีสัน และ
ลวดลาย เส้ือผ้า การแต่งกาย บ้าน ห้องเรียน ส�ำนักงานให้มีความงามและแปลกใหม่เป็นต้น
ภาพท่ี 4 แสดงภาพ : ความคดิ สรา้ งสรรค์การปะติด
จากวัสดุธรรมชาติ
ทม่ี า : ผลงานนักเรยี นชว่ งชน้ั ท่ี 2 งานศลิ ปหตั ถกรรม
นักเรียน
3. ความคดิ สร้างสรรค์ทางประโยชนใ์ ชส้ อย
ความคิดสร้างสรรค์ทางประโยชน์ใช้สอย หมายถึง การสร้างสรรค์ดัดแปลงส่ิงต่าง ๆ ผลิตผลงาน
ขึ้นให้เกิดประโยชน์ใช้สอย เป็นต้น
ภาพท่ี 5 แสดงภาพ : ความคดิ สรา้ งสรรคท์ างประโยชน์ใชส้ อย
ทีม่ า : ผลงานโดย จนั จริ า ขามะวนั , 2558
12 เอกสารประกอบการเรียน ชุด ศิลปะส่ือผสมจากวสั ดุธรรมชาติ เลม่ ท่ี 3 เร่ือง สอ่ื ผสมสร้างสรรคป์ ะตดิ บนพ้ืนระนาบ
เตรียมสรา้ งศลิ ปะสรา้ งสรรค์
ผสู้ รา้ งศลิ ปะสมยั ใหม่ ควรฝกึ ฝนตนเองใหเ้ กดิ ความคดิ สรา้ งสรรคอ์ ยตู่ ลอดเวลาโดยการกระทำ� ดงั ตอ่ ไปนี้
1. สร้างสมประสบการณ์ตรงและประสบการณ์ออ้ มอยเู่ สมอดว้ ยการอ่าน ฟัง ขบคดิ
2. ถา่ ยทอดความคิดอันเกดิ จากประสบการณ์เหล่านนั้ ดว้ ยการบอกเล่าหรือวาดภาพให้
ผู้อ่ืนไดร้ บั รู้
3. ฝึกหดั คดิ ดัดแปลงส่ิงต่าง ๆ ท่ีพบเห็นใหเ้ กิดเป็นส่งิ ของใหม่
4. ชมผลงานศิลปะเก่าใหมข่ องศลิ ปนิ ไทยและต่างประเทศ
5. น�ำความรแู้ ละประสบการณท์ ี่พบมาคิดเพม่ิ เตมิ ตามจนิ ตนาการ
6. คิดค้นวัสดุทเี่ หมาะกับการถ่ายทอด
7. ฝึกฝนวาดภาพตามความคดิ สร้างสรรค์
คณุ สมบตั ิของผมู้ คี วามคิดสรา้ งสรรค์
ความคิดสร้างสรรค์ สามารถปลกู ฝงั ได้ หากเราสามารถพฒั นาตนเองให้มีคณุ สมบตั ิดงั ตอ่ ไปนี้
1. เป็นผู้ที่หมั่นศึกษาหาความรู้ และประสบการณ์ต่าง ๆ อยู่เสมอโดยเป็นนักอ่านนักค้นคว้า เข้าร่วม
กิจกรรมฝึกอบรม และการจัดนิทรรศการต่าง ๆ เพื่อเพ่ิมพูนประสบการณ์ซึ่งเป็นคุณสมบัติพ้ืนฐานท่ีส�ำคัญยิ่ง
เพราะความรอบรู้และประสบการณ์อย่างกว้างขวางจะเป็นรากฐานในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้เจริญ
งอกงามตลอดไป
2. เป็นผู้ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นโดยไม่ยึดมั่นในความคิดของตนเองมากเกินไป มีความคิดในทาง
ประนปี ระนอม ยดื หยนุ่ และยอมรับความเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
3. กล้าคิดกล้าท�ำอย่างเป็นกระบวนการ รู้จักศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาสาเหตุปัญหาและแนวทางแก้
ปัญหา โดยมีทางเลอื กอยา่ งหลากหลายเพอ่ื นำ� มาวางแผนปฏิบตั ิตามแผน และปรับปรุงพัฒนางานใหด้ ีขน้ึ นน่ั ก็
คือการพัฒนาใหค้ ดิ เป็น ทำ� เปน็ และแก้ปญั หาเป็นซ่งึ เปน็ คุณสมบัติของนกั สรา้ ง
4. เปน็ นกั แกป้ ญั หาโดยไมห่ วนั่ หรอื ทอ้ แทต้ อ่ ปญั หา อปุ สรรคใ์ ด ๆ มคี วามยนิ ดแี ละพรอ้ มจะแกป้ ญั หาตา่ ง ๆ
และคิดค้นวิธีการแก้ปัญหาอย่างหลากหลายผู้ที่มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาจะสามารถนำ� ประสบการณ์มา
สร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ และแกป้ ญั หาเฉพาะหนา้ ได้อย่างรวดเรว็
5. ชอบสร้างสรรค์สิ่งใหม่ท่ีแปลกแหวกแนว ไม่ค่อยเหมือนผู้อ่ืนแต่ผลงานท่ีปรากฏย่อมมีคุณค่า และ
เปน็ ที่ยอมรับของผู้อนื่ ในเวลาต่อมา
13เอกสารประกอบการเรยี น ชุด ศิลปะส่อื ผสมจากวสั ดุธรรมชาติ เลม่ ท่ี 3 เรื่อง สือ่ ผสมสร้างสรรค์ปะติดบนพนื้ ระนาบ
หลักการออกแบบงานประดิษฐ์สรา้ งสรรค์
การออกแบบเพื่อประดิษฐ์สร้างสรรค์งานศิลปะจากวัสดุธรรมชาติในเบ้ืองต้นควรพิจารณาว่าออกแบบ
เพอื่ ประโยชนใ์ ชส้ อยประเภทใด เชน่ ประดบั ตกแตง่ หรอื ของเลน่ แลว้ จงึ กำ� หนดรปู แบบหรอื ออกแบบตามหลกั การ
ดงั น้ี
1. โครงสร้าง ออกแบบให้มีโครงสรา้ งทีม่ ่ันคงแข็งแรงและสามารถน�ำไปใช้ประโยชน์ได้ยาวนาน
2. รูปแบบ ออกแบบให้มีรูปแบบและรูปทรงให้สวยงามแปลกตาและน่าใช้โดยยึดตามหลักออกแบบท่ี
เรยี นมาเชน่ เอกภาพ หรอื ความเปน็ อันหนึ่งอนั เดียวกัน
ดุลยภาพ หรอื ความสมดลุ และความพอดี
จดุ เด่น หรือจดุ สนใจ
ความกลมกลืน หรือความสัมพันธ์กลมกลนื
3. สีสันลวดลายและลกั ษณะพน้ื ผวิ ออกแบบให้มกี ารประดับตกแตง่ ด้วยสี ลวดลาย และลักษณะพ้นื
ผวิ สวยงาม แปลกตาเพอ่ื สรา้ งส่ิงประดษิ ฐ์ให้มีคณุ คา่ มากข้ึน
4. การเตรยี มวัสดอุ ปุ กรณ์
เมื่อออกแบบช้ินงานได้ตามต้องการแล้วจึงจะสามารถเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับการออกแบบ
โดยใช้วิธีการจดรายการสิ่งที่ต้องการใช้ หลังจากนั้นจัดหาวัสดุในธรรมชาติ และอุปกรณ์ท่ีต้องใช้ เช่น กาว
กรรไกร กระดาษ ดินสอ
5. การกำ� หนดขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ การวางแผนการปฏบิ ตั งิ านตามลำ� ดบั โดยกำ� หนดขน้ั ตอนการประดษิ ฐ์
สร้างสรรค์ไวอ้ ย่างกว้าง ๆ มีความยืดหยุน่ หรอื เปล่ยี นแปลงได้
6. การปฏิบตั ิด้วยความชนื่ ชม เม่อื ไดข้ ้ันตอนการปฏิบัตงิ านแลว้ จึงลงมอื ปฏบิ ตั ติ ามแผนท่วี างไว้ดว้ ย
ความชนื่ ชม
7. การประเมนิ ผลระหวา่ งปฏบิ ตั งิ าน การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านควรพจิ ารณาสำ� รวจปญั หา อปุ สรรค
และสง่ิ ทคี่ วรปรบั ปรงุ เปลีย่ นแปลงจากขน้ั ตอนทก่ี ำ� หนดไว้ไดต้ ามความจำ� เป็น
8. ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ปรับปรุงแก้ไขขั้นตอนการตกแต่งผลงานให้สมบูรณ์ย่ิงขึ้น ให้ประโยชน์ได้
มากขน้ึ มีความงดงามยิ่งข้นึ
9. ประเมินผลรวมเพ่ือให้เกดิ ความภูมใิ จ ประเมินผลตามขน้ั ตอนตามแผนท่ีวางไว้ทุกประการจึงมกี าร
ประเมินภาพรวมของผลงานน�ำผลงานท่ีส�ำเร็จมาแลกเปล่ียนทัศนะ วิจารณ์ระหว่าง กันน�ำไปเผยแพร่และ
จดั นิทรรศการต่อไป
14 เอกสารประกอบการเรยี น ชุด ศลิ ปะส่ือผสมจากวสั ดธุ รรมชาติ เลม่ ท่ี 3 เร่อื ง สือ่ ผสมสรา้ งสรรคป์ ะติดบนพ้ืนระนาบ
ตัวอยา่ ง
ผลงานของนักเรียน
ทีท่ ำ� ตามขน้ั ตอน
ภาพท่ี 6 แสดงภาพ : ผลงานสอ่ื ผสมปะตดิ วัสดธุ รรมชาติ
ท่มี า : ผลงานนกั เรยี นโดย นายอกุ ฤษฏ์ บญุ เสริม
ปีการศกึ ษา 2558
ตวั อยา่ ง
ผลงานของนกั เรยี น
ท่ีทำ� ตามข้ันตอน
ภาพท่ี 7 แสดงภาพ : ผลงานสือ่ ผสมปะติดวัสดุธรรมชาติ
ทมี่ า : ผลงานนักเรียนโดย ด.ญ. วาวา ปีการศึกษา 2558
15เอกสารประกอบการเรยี น ชดุ ศิลปะสื่อผสมจากวัสดุธรรมชาติ เลม่ ท่ี 3 เร่ือง สือ่ ผสมสรา้ งสรรค์ปะตดิ บนพน้ื ระนาบ
ใบกจิ กรรมท่ี 1
เรอ่ื ง การสร้างสรรค์
ค�ำช้แี จง ใหน้ กั เรียนตอบค�ำถามตอ่ ไปนี้ (10 คะแนน)
1. การสร้างสรรค์ หมายถึง
..................................…………………………….………………………………………………………………………………………………
2. ความคิดสรา้ งสรรค์แบง่ ออกเป็นกี่ประเภท
..............................................................................................................................................................................
3. ความคดิ สรา้ งสรรคท์ างความคิด หมายถึงอะไร
..............................................................................................................................................................................
4. จดุ เรมิ่ ต้นของการสร้างสรรคส์ ่งิ ต่าง ๆ ในโลกเกิดจากจุดใด
..............................................................................................................................................................................
5. การท่มี นุษยร์ ูจ้ กั การสรา้ งสรรคส์ งิ่ ใหมข่ น้ึ มา โลกไดร้ บั ผลประโยชน์ด้านใด
..............................................................................................................................................................................
6. แกม้ ใส เป็นผู้สรา้ งศลิ ปะสมัยใหมจ่ ะฝึกฝนด้านใด
..............................................................................................................................................................................
7. การออกแบบสสี ัน ลวดลายเส้ือผ้า เปน็ การสรา้ งสรรคด์ า้ นใด
..............................................................................................................................................................................
8. บอสนำ� กระปอ๋ งแป้งมาท�ำเป็นออมสนิ บอสมีความคดิ สร้างสรรคด์ ้านใด
..............................................................................................................................................................................
9. ศลิ ปะการจักสานสรา้ งสรรค์เป็นภาชนะเพื่อมงุ่ เน้นดา้ นใด
..............................................................................................................................................................................
10. การออกแบบตกแตง่ หอ้ งนอนใหม้ คี วามแปลกใหม่ คือการสร้างสรรค์ดา้ นใด
..............................................................................................................................................................................
ช่ือ...................................................................................................................ชั้น.................... เลขที.่ ..................
16 เอกสารประกอบการเรียน ชุด ศิลปะส่ือผสมจากวัสดธุ รรมชาติ เล่มที่ 3 เร่ือง สื่อผสมสรา้ งสรรค์ปะตดิ บนพน้ื ระนาบ
ใบความรู้ที่ 2
เรือ่ ง เทคนคิ ปะตดิ ในงานส่อื ผสม
ราลฟ์ เมเยอร์ กล่าวถึง ววิ ัฒนาการของภาพปะตดิ ทตี่ ้นเคา้ มาจากการสรา้ งสรรคง์ านออกแบบตกแต่ง
(Decorative design) ด้วยการใช้ กระดาษสีปะติดสร้างเป็นภาพ และวิวัฒนาการมาสู่การสร้างสรรค์ในเชิง
วจิ ติ รศลิ ป์ ช่วงปี ค.ศ. 1912 - 1913 เม่อื ปาโบล ปกิ ัสโซ และจอร์ช บราค เร่ิมนำ� เอาวสั ดตุ ่าง ๆ มาปะตดิ ในงาน
จติ รกรรมอันเปน็ การเรม่ิ ตน้ นำ� เสนอส่ืออยา่ งใหมม่ าใชส้ ร้างระนาบและพ้นื ผวิ ในผลงานศิลปกรรม
ภาพที่ 8 แสดงภาพ : ผลงานส่ือผสมปะติดจากวัสดเุ หลือใช้
ท่ีมา : ผลงานนักเรยี นชัน้ ม.3 โรงเรียนบา้ นตาก “ประชาวทิ ยาคาร” ปีการศึกษา 2558
Larbalestier ไดก้ ล่าวถงึ งานปะติดไว้ดังน้ี วัสดุปะติด (collage) ภาพพมิ พ์ซอ้ น (montage) และการ
รวมวสั ดตุ อ่ ประกอบ (assemblage) ท้ังสามคำ� น้ี อธิบายถงึ รปู ภาพทสี่ ร้างสรรค์มาจากที่มาหลายแห่งประกอบ
กันซึง่ คน้ พบในภาพส่งิ พมิ พ์ทไี่ มค่ งทน เปน็ วัสดสุ ามมติ ิ หรอื สือ่ ภาพผลท่อี อกมาแตกต่างกัน ส่วนประกอบหลาย
ส่วนท่ที ำ� ข้ึนเปน็ ภาพทด่ี มู ีคณุ ค่าตามแบบฝร่ังเศสดัง้ เดมิ วัสดปุ ะติดภาพพมิ พซ์ ้อน และการผสมผสาน คำ� ว่าวสั ดุ
ปะติด มาจากค�ำว่า coller แปลวา่ ติด ภาพพมิ พ์ซอ้ น มาจากค�ำว่า assembler แปลวา่ น�ำมาประกอบกัน จงึ งา่ ย
ทจ่ี ะเห็นว่าความสัมพนั ธ์ระหวา่ งคำ� เหลา่ นี้เลือนลงไป เม่อื ภาพมกี ฎเกณฑ์เปน็ รปู เปน็ ร่างขนึ้
งานปะตดิ ถกู บนั ทึกไวว้ ่ามกี ารใชค้ รัง้ แรกในศตวรรษท่ี 20 แตม่ มี าตงั้ แต่ศตวรรษท่ี 18 โดยศลิ ปินชอ่ื
Mary Delany เธอไดท้ �ำ Peper mosaic หรือ Paper Collage โดยทำ� ใบและดอกจากกระดาษสี และปดิ ทบั
ลงบนกระดาษดำ� ซงึ่ ยุคหลงั มศี ลิ ปินชื่อดงั อย่าง Kurt Schwitter ได้น�ำเอาเศษผา้ กระดาษ หรอื วสั ดตุ า่ ง ๆ
มาปะตดิ เป็นงานคอลลาจ ภายหลังปี ค.ศ. 1950 Rafael Cauduro ชาวเม็กซิกนั และ Paul Sarkisian ชาว
อเมรกิ ัน นำ� เทคนคิ คอลลาจ มาใชใ้ นรปู แบบแตกตา่ งกนั ออกไป
17เอกสารประกอบการเรยี น ชุด ศลิ ปะส่ือผสมจากวัสดุธรรมชาติ เลม่ ท่ี 3 เรอื่ ง ส่อื ผสมสรา้ งสรรค์ปะติดบนพน้ื ระนาบ
ภาพที่ 9 แสดงภาพ : ผลงานสอ่ื ผสมปะติดจากผ้าและวสั ดุธรรมชาติ
ท่มี า : ผลงานนักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1
โรงเรียนบ้านตาก “ประชาวิทยาคาร” ปีการศกึ ษา 2558
ภาพที่ 10 แสดงภาพ : ผลงานสอื่ ผสมปะตดิ พลาสติก ส�ำลี และกระดาษ
ท่มี า : ผลงานนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
โรงเรยี นบา้ นตาก “ประชาวทิ ยาคาร” ปีการศกึ ษา 2558
จากภาพปะติด หรือ คอลลาจ ในวงการศิลปะ เมอ่ื ตน้ ครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 20 ไดเ้ ดินทางไกลมาคอ่ นศตวรรษ
ววิ ฒั นาการไดก้ อ่ ให้เกดิ กระบวนแบบอนั หลากหลายในการสร้างสรรค์ศิลปะ ทั้งศิลปนิ ได้สรา้ งและผลักดันใหเ้ กดิ
กระบวนแบบตา่ ง ๆ ซึง่ พอจะนำ� เสนอได้ ดังนี้
ภาพปะตดิ คือ งานศลิ ปะท่ีใช้วัสดุ 2 มติ ิหรือวสั ดุทีม่ ีความหนาไม่มากนักปะตดิ บนพืน้ ระนาบ สร้างเป็น
ภาพงานศลิ ปะขนึ้ มา ตัวอยา่ งเช่น ภาพห่นุ นง่ิ และเกา้ อหี้ วายของ ปกิ ัสโซ ภาพจิตรกรรมและดวงดาวของ ชวิต
แทร์ส
18 เอกสารประกอบการเรียน ชุด ศิลปะสื่อผสมจากวสั ดุธรรมชาติ เลม่ ท่ี 3 เร่ือง สือ่ ผสมสร้างสรรค์ปะตดิ บนพน้ื ระนาบ
ภาพปะติด คือ งานศิลปะที่ใช้ภาพถ่าย ภาพจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ฯลฯ น�ำมาติดกันบนพ้ืนภาพ
จัดองค์ประกอบและสาระให้น่าสนใจเช่น ภาพความทรงจ�ำของลุงออกัสท์ นักประดิษฐ์ไม่มีความสุข (1919)
ของจอรจ์ โกรซ์
จากท่ีกล่าวมาพอสรุปได้ว่า การปะติดมีต้นเค้ามาจากการสร้างสรรค์งานออกแบบด้วยการใช้กระดาษ
สีตกแตง่ ซึง่ มวี ิวัฒนาการมาถึงงานจติ รกรรม
คำ� ว่า ปะติด แปลมาจากภาษาอังกฤษวา่ collage ซึ่งมาจากค�ำในภาษาฝร่ังเศส coller ซึง่ หมายถึงการ
ปะติด
โดยทว่ั ไปแล้ว การสรา้ งสรรคภ์ าพปะตดิ เป็นการน�ำเอาวสั ดแุ ผน่ บาง ๆ กระดาษสี กระดาษหนังสอื พิมพ์
ผ้า พลาสติก ใบไม้ ทัง้ วสั ดทุ ่มี นษุ ย์สร้างสรรคข์ ึ้น หรือวสั ดธุ รรมชาติ น�ำมาปะติดบนพ้ืนระนาบ เชน่ กระดาษ
และกระดาษแขง็ แผน่ ไม้อัด การปะตดิ ทใ่ี ชว้ สั ดทุ ี่มคี วามหนามากขน้ึ การปะติดมแี นวโน้มทจี่ ะเป็น 3 มิติ แบบ
ประตมิ ากรรมเรยี กกนั วา่ รปู ตอ่ ประกอบ หรือ assemblage
ภาพที่ 11 แสดงภาพ : ผลงานสือ่ ผสมปะติดจากวัสดุธรรมชาติใหค้ วามรู้สกึ มีมิตลิ กึ
ทมี่ า : ผลงานนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรียนขนุ ยวมวิทยา งานศลิ ปหตั กรรมนกั เรยี น
19เอกสารประกอบการเรียน ชุด ศลิ ปะสื่อผสมจากวสั ดุธรรมชาติ เล่มที่ 3 เร่อื ง สอื่ ผสมสรา้ งสรรค์ปะติดบนพื้นระนาบ
ใบกจิ กรรมที่ 2
เทคนิคปะตดิ ในงานส่ือผสม
ค�ำชี้แจง ให้นกั เรียนตอบคำ� ถามตอ่ ไปนี้ (10 คะแนน)
1. จดุ เร่มิ ตน้ วิวฒั นาการของภาพปะติดเร่ิมมาจากการสรา้ งสรรค์งานประเภทใด
..............................................................................................................................................................................
2. ในชว่ งปี ค.ศ.1912 - 1913 ใครเปน็ ผนู้ �ำงานปะติดมาใชใ้ นงานจติ รกรรม
..............................................................................................................................................................................
3. คำ� วา่ Collage แปลว่า วัสดปุ ะติดมาจากค�ำวา่ อะไรในภาษาฝรั่งเศส
..............................................................................................................................................................................
4. ศิลปิน Mary Delany โดยนำ� เอาเทคนิคปะติดมาใชใ้ นงานศิลปะลกั ษณะของผลงานช้นิ นน้ั เป็นอย่างไร
..............................................................................................................................................................................
5. ค�ำวา่ assembler แปลว่าอะไร
..............................................................................................................................................................................
6. งานเชิงวจิ ิตรศลิ ป์ตามความเขา้ ใจของนกั เรยี น คือ
..............................................................................................................................................................................
7. จงบอกวัสดทุ ่ีศลิ ปินสามารถนำ� มาสร้างงานปะติดได้
..............................................................................................................................................................................
8. งานภาพปะตดิ 2 มิติ ต้องใช้วสั ดุลกั ษณะใด
..............................................................................................................................................................................
9. ถ้านักเรียนตอ้ งการใหง้ านปะตดิ มีลักษณะ 3 มติ ิ นกั เรยี นจะใช้วสั ดลุ ักษณะใด
..............................................................................................................................................................................
10. ปะตดิ บนพ้นื ระนาบ คอื
..............................................................................................................................................................................
ชื่อ...................................................................................................................ชั้น.................... เลขท.ี่ ..................
20 เอกสารประกอบการเรยี น ชดุ ศิลปะสอื่ ผสมจากวัสดุธรรมชาติ เล่มท่ี 3 เรอื่ ง ส่อื ผสมสร้างสรรคป์ ะติดบนพ้นื ระนาบ
ใบความรู้ท่ี 3
เร่ือง สรา้ งสรรคง์ านสอื่ ผสม 2 มิติ
3.1 กจิ กรรม สรา้ งสรรคช์ ดุ สวยดว้ ยวัสดธุ รรมชาติ
1. ขั้นเตรียมอปุ กรณ์
1.1 ดนิ สอ
1.2 กาวลาเทก็ ซ์
1.3 ยางลบ
1.4 สไี ม้
2. ขน้ั เตรียมวัสดุ
2.1 กระดาษรอ้ ยปอนด์ ขนาด เอ4 (21X29.7เซนติเมตร)
2.2 ดอกไม้แหง้ ใบไมแ้ หง้ กง่ิ ไมแ้ หง้ กาบไม้ (วัสดใุ นธรรมชาติทเี่ หมาะสมกบั ชุดที่
ออกแบบของนกั เรียน ทอี่ ย่ใู นส่ิงแวดลอ้ มรอบตัว)
3. ข้ันปฏบิ ตั ิงาน
3.1 ออกแบบชดุ สวย วาดภาพบนกระดาษรอ้ ยปอนดแ์ ละระบายสีใหส้ วยงาม
ภาพที่ 12 แสดงภาพ : ออกแบบท่าทางและชดุ
ทมี่ า : ภาพถ่ายโดย จันจริ า ขามะวนั , 2558
21เอกสารประกอบการเรยี น ชุด ศลิ ปะสอื่ ผสมจากวัสดุธรรมชาติ เลม่ ท่ี 3 เร่อื ง สอื่ ผสมสรา้ งสรรค์ปะติดบนพื้นระนาบ
3.2 น�ำใบไม้แห้ง (ในภาพตัวอยา่ งเปน็ ใบจามจรุ )ี มาทากาวและติดลงบนกระดาษวาดภาพไว้
จากนนั้ ใหต้ กแต่งเกบ็ รายละเอียดใหส้ วยงาม
ภาพที่ 13 แสดงภาพ : การน�ำใบไม้มาตดิ
ทมี่ า : ภาพถ่ายโดย จันจริ า ขามะวัน, 2558
3.3 ผลงาน สร้างสรรคช์ ดุ สวยด้วยวสั ดธุ รรมชาติ ท่ีเสร็จสมบูรณ์
ภาพท่ี 14 แสดงภาพ : ภาพชุดจากธรรมชาติทเ่ี สรจ็ แล้ว
ทม่ี า : ภาพถา่ ยโดย จนั จริ า ขามะวนั , 2558
22 เอกสารประกอบการเรยี น ชดุ ศิลปะส่ือผสมจากวัสดธุ รรมชาติ เล่มที่ 3 เร่อื ง ส่อื ผสมสร้างสรรคป์ ะติดบนพน้ื ระนาบ
ใบกิจกรรมที่ 3.1
กิจกรรม สร้างสรรค์ชดุ สวยด้วยวสั ดุธรรมชาติ
ค�ำช้ีแจง
1. ใหน้ ักเรียนออกแบบชดุ สวย แลว้ นำ� เอาวสั ดจุ ากธรรมชาติมาปะติดเป็นชดุ เช่น ดอกไม้ ใบไม้ โดย
ศึกษาจากเอกสารประกอบการเรียน เลม่ 3 เร่ือง สรา้ งสรรค์งานศิลป์ ใบความรทู้ ่ี 3 หนา้ 21 - 22
(10 คะแนน)
2. ให้นักเรียนท�ำในเวลาทก่ี ำ� หนด แล้วน�ำผลงานส่ง และรว่ มกนั ประเมนิ ผลตามแบบประเมินท่กี ำ� หนด
23เอกสารประกอบการเรยี น ชดุ ศิลปะส่ือผสมจากวสั ดุธรรมชาติ เล่มท่ี 3 เรื่อง สอ่ื ผสมสรา้ งสรรค์ปะตดิ บนพ้ืนระนาบ
3.2 กิจกรรม เมลด็ ขา้ วรอ้ ยเรียงเพียรงานศิลป์
ทบทวน
ผลงานแบบ 2 มติ จิ ะเปน็ ผลงานท่สี รา้ งขึ้นบนพนื้ ผิวระนาบ
มเี ฉพาะความกว้าง และความยาว เชน่ ภาพวาด ภาพเขียน
งานภาพพิมพ์ งานสื่อผสมที่ ใชว้ สั ดุทไ่ี ม่หนาไม่ให้ความลึก
รูปภาพขั้นตอนการปฏบิ ัตงิ าน
1. ขนั้ เตรียมอุปกรณ์ ภาพที่ 15 แสดงภาพ : อปุ กรณ์
1.1 ดนิ สอ ทมี่ า : ภาพถา่ ยโดย จันจิรา ขามะวัน, 2558
1.2 กาวลาเทก็ ซ์
1.3 ยางลบ
2. ขนั้ เตรียมวัสดุ
2.1 กระดาษอดั หรอื กระดาษแข็ง ขนาด เอ4 (21X29.7เซนติเมตร)
2.2 เมลด็ ข้าว เช่น เมล็ดขา้ วก�่ำ เมลด็ ขา้ วไรซ์เบอร์ร่ี เมลด็ ข้าวเปลือก เมลด็ ข้าวกลอ้ ง
ภาพท่ี 16 แสดงภาพ : เมลด็ ข้าวชนดิ ตา่ ง ๆ
ทีม่ า : ภาพถ่ายโดย จันจิรา ขามะวัน, 2558
24 เอกสารประกอบการเรยี น ชดุ ศิลปะสือ่ ผสมจากวัสดธุ รรมชาติ เล่มท่ี 3 เรือ่ ง สื่อผสมสร้างสรรคป์ ะตดิ บนพ้นื ระนาบ
3. ล�ำดบั ข้ันการปฏิบตั งิ าน
3.1 ออกแบบภาพตามจนิ ตนาการบนกระดาษอดั ท่เี ตรยี มไว้
ภาพที่ 17 แสดงภาพ : ร่างภาพ
ท่มี า : ภาพถา่ ยโดย จันจริ า ขามะวนั , 2558
3.2 นำ� กาวมาทาบริเวณเสน้ รอบนอกรูปแลว้ ใช้เมลด็ ข้าวเรยี งตามเส้น
ภาพที่ 18 แสดงภาพ : เรียงเมล็ดพชื บริเวณเส้นรอบรูป
ท่ีมา : ภาพถ่ายโดย จนั จริ า ขามะวัน, 2558
25เอกสารประกอบการเรียน ชุด ศิลปะสือ่ ผสมจากวสั ดุธรรมชาติ เล่มท่ี 3 เรือ่ ง สือ่ ผสมสร้างสรรคป์ ะตดิ บนพน้ื ระนาบ
3.3 เรียงเมล็ดขา้ วบริเวณขา้ งในรูปให้เตม็ และเปน็ ระเบียบ
ภาพท่ี 19 แสดงภาพ : ทากาวเรยี งเมลด็ ข้าวขา้ งในรูปเป็นระเบียบ
ทีม่ า : ภาพถา่ ยโดย จนั จริ า ขามะวัน, 2558
3.4 เรียงเมล็ดข้าวบรเิ วณขา้ งในรูปใหเ้ ต็มเร่ิมเรียงคอเสอื้
ภาพที่ 20 แสดงภาพ : เรียงเมล็ดข้าวบริเวณเส้อื
ทม่ี า : ภาพถา่ ยโดย จนั จริ า ขามะวัน, 2558
26 เอกสารประกอบการเรียน ชุด ศิลปะสือ่ ผสมจากวัสดุธรรมชาติ เล่มท่ี 3 เร่อื ง ส่ือผสมสร้างสรรคป์ ะติดบนพนื้ ระนาบ
3.5 ทากาวบรเิ วณพืน้ หลงั ทีเ่ ปน็ ทวิ ทัศนแ์ ละไล่ระดบั สีให้สวยงาม
ภาพที่ 21 แสดงภาพ : ทากาวบริเวณพื้นหลังทเี่ ปน็ ทวิ ทัศนแ์ ละไลร่ ะดับสีใหส้ วยงาม
ท่ีมา : ภาพถ่ายโดย จันจริ า ขามะวัน, 2558
3.6 ทากาวบรเิ วณพนื้ หลังทเี่ ปน็ ทิวทศั นแ์ ละไลร่ ะดบั สีใหส้ วยงามเรยี งจากเข้มกลางอ่อน
ภาพที่ 22 แสดงภาพ : ทากาวบริเวณพื้นหลงั ที่เปน็ ทวิ ทศั น์และไล่ระดับสใี ห้สวยงาม
ท่มี า : ภาพถา่ ยโดย จันจิรา ขามะวัน, 2558
27เอกสารประกอบการเรยี น ชดุ ศลิ ปะส่อื ผสมจากวสั ดธุ รรมชาติ เลม่ ที่ 3 เรอ่ื ง สื่อผสมสรา้ งสรรค์ปะตดิ บนพนื้ ระนาบ
3.7 ผลงานทเ่ี สรจ็ สมบรู ณ์ควรพ่นแลเ็ กอร์ สเปรย์เคลือบชนิ้ งานปอ้ งกันแมลง และ น�ำผลงานใส่
กรอบรูปใหส้ วยงาม
ภาพท่ี 23 การพ่นแล็กเกอรเ์ คลอื บเงา
ท่มี า : ภาพถ่ายโดย จนั จิรา ขามะวนั , 2558
ภาพท่ี 24 แสดงภาพ : ผลงานเมลด็ ข้าวรอ้ ยเรียงเพยี รงานศิลป์
ที่มา : ภาพถา่ ยโดย จนั จริ า ขามะวนั , 2558
28 เอกสารประกอบการเรียน ชดุ ศลิ ปะส่อื ผสมจากวสั ดุธรรมชาติ เล่มท่ี 3 เร่อื ง ส่อื ผสมสร้างสรรค์ปะตดิ บนพ้นื ระนาบ
ใบกจิ กรรมท่ี 3.2
เมล็ดขา้ วร้อยเรยี งเพียรงานศลิ ป์
ค�ำช้ีแจง
1. ใหน้ ักเรยี นสรา้ งสรรค์งานสื่อผสมปะติดจากเมลด็ ข้าว 2 มิติ บนพน้ื ระนาบเปน็ เรอื่ งราวตามความคดิ
สร้างสรรคจ์ ำ� นวน 1 ช้นิ โดยศึกษาจากเอกสารประกอบการเรียน เล่ม 3 เรอ่ื ง สร้างสรรค์งานศลิ ป์
ใบความรู้ที่ 3 หนา้ 24 - 28 (10 คะแนน)
2. ให้นักเรยี นทำ� ในเวลาทก่ี �ำหนด และน�ำผลงาน ส่งรว่ มกนั ประเมนิ ผลตามแบบประเมนิ ที่กำ� หนด
29เอกสารประกอบการเรียน ชุด ศิลปะสอื่ ผสมจากวัสดธุ รรมชาติ เลม่ ท่ี 3 เร่ือง สอื่ ผสมสร้างสรรคป์ ะตดิ บนพืน้ ระนาบ
แบบทดสอบหลังเรยี น
เรอื่ ง สื่อผสมสร้างสรรค์ปะตดิ บนพ้นื ระนาบ
คำ� ช้แี จง
1. ข้อสอบมีท้งั หมด 10 ขอ้ 10 คะแนน ใชเ้ วลาในการทำ� 10 นาที
2. จงทำ� เคร่ืองหมายกากบาท (×) ลงในชอ่ ง ก ข ค หรือ ง ที่เปน็ ค�ำตอบที่ถกู ตอ้ ง
ท่สี ดุ ลงในกระดาษค�ำตอบ
ใช้ภาพตอบค�ำถามข้อ 1- 4 ข.
ก.
ค. ง.
1. ภาพใดเปน็ สือ่ ผสมสรา้ งสรรคโ์ ดยคำ� นึงถงึ การนำ� ไปใชง้ านเป็นหลัก..................................................................
2. ภาพใดเป็นงานสื่อผสมท่ีใชว้ สั ดหุ ลากหลายต่างชนดิ กนั ....................................................................................
3. ภาพใดเปน็ ส่ือผสมสรา้ งสรรค์เทคนิคปะตดิ 2 มิติบนพนื้ ระนาบใชว้ สั ดชุ นิดเดยี ว.............................................
4. ภาพใดเปน็ งานสอ่ื ผสมใช้เทคนคิ ปะติดผสมงานจติ รกรรม................................................................................
30 เอกสารประกอบการเรยี น ชุด ศลิ ปะสื่อผสมจากวสั ดธุ รรมชาติ เลม่ ที่ 3 เร่ือง สอ่ื ผสมสรา้ งสรรคป์ ะตดิ บนพ้นื ระนาบ
5. การสรา้ งสรรค์งานศิลปะด้วยจนิ ตนาการมพี นื้ ฐานมาจากอะไร
ก. การเกดิ แรงบันดาลใจ
ข. การสมั ผสั รบั ร้ธู รรมชาติสง่ิ แวดล้อม
ค. การสรา้ งประสบการณ์และความชำ� นาญ
ง. ถกู ทกุ ข้อ
6. การสร้างสรรค์หมายถงึ
ก. การสร้างความเจริญทางด้านวัตถุ
ข. ความสามารถทค่ี ดิ ปัญหาทีซ่ ับซอ้ น
ค. การผลิตส่ิงของเพือ่ สนองความต้องการ
ง. ความคิดริเริ่มประดิษฐ์ส่ิงใหม่ให้สวยงามและมคี ณุ ค่ายง่ิ ขึ้น
7. งานปะตดิ ความหมายโดยสรุป คือขอ้ ใด
ก. งานศลิ ปะทต่ี อ้ งใช้แมพ่ มิ พ์
ข. งานศิลปะท่เี กดิ จากการน�ำเอาวสั ดมุ าหลอมรวมกนั แลว้ น�ำมาสร้างเป็นผลงาน
ค. งานศิลปะที่ใช้ภาพถา่ ย ภาพจากหนังสอื พมิ พ์ นิตยสารมาจดั วางในพ้นื ทกี่ ว้าง ๆ
ง. เปน็ การน�ำเอาวสั ดุแผ่นบาง ๆ กระดาษสี กระดาษหนังสือพิมพ์ ผ้า พลาสตกิ ใบไม้
ทัง้ วสั ดุทม่ี นษุ ยส์ รา้ งสรรค์ข้ึน หรือวัสดุธรรมชาติ น�ำมาปะตดิ บนพนื้ ระนาบ
8. ข้ันตอนแรกของกระบวนการสรา้ งสรรค์งานศิลปะ คือ
ก. การรับรู้
ข. การจินตนาการ
ค. การมแี รงบนั ดาลใจ
ง. การสร้างประสบการณ์
9. งานปะตดิ ในภาษาองั กฤษ คอื คำ� ว่าอะไร
ก. Paint
ข. Print
ค. collage
ง. Decorative design
10. ใครเปน็ ผนู้ ำ� เอาวสั ดชุ นดิ ต่าง ๆ มาปะติดบนงานจิตรกรรมเปน็ คนแรก
ก. พอล โกแกง
ข. ปาโปล ปกิ ัสโซ
ค. วนิ เซ็น แวนโก๊ะ
ง. ไมเคลิ แองเจลโล่
31เอกสารประกอบการเรยี น ชดุ ศิลปะส่ือผสมจากวสั ดธุ รรมชาติ เล่มท่ี 3 เรอ่ื ง สอ่ื ผสมสร้างสรรคป์ ะตดิ บนพ้ืนระนาบ
บรรณานกุ รม
ชลูด นมิ่ เสมอ. องค์ประกอบของศลิ ปะ. พิมพ์ครงั้ ท่ี 7. กรุงเทพมหานคร : สำ� นกั พมิ พอ์ มรินทร,์ 2553
วิโชค มกุ ดามณี. หนังสอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ทัศนศลิ ป์มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3. พิมพค์ รง้ั ที่ 4 กรุงเทพมหานคร :
พัฒนาคณุ ภาพวิชาการ, 2554
วฑิ รู ย ์ โสแกว้ . คมู่ อื การสอนเพอื่ ครผู สู้ อนรายวชิ าพนื้ ฐาน ทศั นศลิ ปช์ น้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3. กรงุ เทพมหานคร :
วฒั นาพานิช, 2551
วริ ณุ ตง้ั เจรญิ . หนงั สอื เรยี นสาระการเรยี นรพู้ นื้ ฐานทศั นศลิ ป์ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3.
พิมพ์ครงั้ ท่ี 1. กรุงเทพมหานคร : พฒั นาคณุ ภาพ วชิ าการ, 2546
สุชาติ เถาทอง และคณะ. หนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ทัศนศลิ ป์ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3. กรุงเทพมหานคร :
อักษรเจริญทัศน,์ 2544
สุชาติ วงษ์ทอง และคณะ. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ทศั นศิลป์ มัธยมศึกษาปีท่ี 6. กรุงเทพมหานคร :
วัฒนาพานิช , 2549
สชุ าติ เถาทอง และคณะ. หนังสอื เรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ทัศนศิลป์ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6. กรงุ เทพมหานคร :
อักษรเจรญิ ทศั น,์ 2551
32 เอกสารประกอบการเรยี น ชุด ศลิ ปะสอื่ ผสมจากวัสดุธรรมชาติ เล่มท่ี 3 เรอ่ื ง สอื่ ผสมสรา้ งสรรคป์ ะตดิ บนพน้ื ระนาบ
ภาคผนวก
33เอกสารประกอบการเรยี น ชุด ศลิ ปะสื่อผสมจากวัสดธุ รรมชาติ เล่มที่ 3 เรื่อง ส่อื ผสมสร้างสรรค์ปะตดิ บนพ้ืนระนาบ
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น
เล่มท่ี 3 สอื่ ผสมสรา้ งสรรคป์ ะติดบนพ้นื ระนาบ
ขอ้ คำ� ตอบ ขอ้ ค�ำตอบ
1. ก 6. ง
2. ง 7. ก
3. ง 8. ข
4. ค 9. ค
5. ค 10. ง
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
เลม่ ท่ี 3 ส่ือผสมสรา้ งสรรคป์ ะตดิ บนพื้นระนาบ
ขอ้ คำ� ตอบ ขอ้ ค�ำตอบ
1. ค 6. ง
2. ง 7. ง
3. ข 8. ก
4. ก 9. ค
5. ง 10. ข
34 เอกสารประกอบการเรียน ชดุ ศิลปะสื่อผสมจากวัสดธุ รรมชาติ เลม่ ที่ 3 เร่ือง สอ่ื ผสมสรา้ งสรรค์ปะตดิ บนพื้นระนาบ
เฉลยใบกจิ กรรมท่ี 1
เรือ่ ง การสร้างสรรค์
ค�ำช้แี จง ให้นกั เรยี นตอบคำ� ถามตอ่ ไปน้ี (10 คะแนน)
1. การสรา้ งสรรค์ หมายถงึ
ความสมารถของมนุษย์ทจ่ี ะคดิ แกป้ ญั หาและพัฒนาจนสามารถประดษิ ฐ์ผลิตผลใหม่ ๆ เพอ่ื สนองความ
ตอ้ งการของตนเอง
2. ความคดิ สรา้ งสรรค์แบง่ ออกเปน็ กปี่ ระเภท
แบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท
3. ความคิดสรา้ งสรรคท์ างความคดิ หมายถึงอะไร
การคิดแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาและพฒั นางาน
4. จุดเรม่ิ ต้นของการสรา้ งสรรค์สงิ่ ต่าง ๆ ในโลกเกดิ จากจดุ ใด
ความคิดสร้างสรรค์
5. การทม่ี นษุ ยร์ ู้จักการสรา้ งสรรคส์ ง่ิ ใหมข่ ึ้นมา โลกไดร้ ับผลประโยชนด์ ้านใด
พฒั นาในดา้ นตา่ ง ๆ ให้เจริญก้าวหนา้ จนถึงปจั จบุ ัน
6. แกม้ ใส เปน็ ผ้สู ร้างศลิ ปะสมัยใหมจ่ ะฝกึ ฝนดา้ นใด
ความคดิ สรา้ งสรรค์
7. การออกแบบสีสัน ลวดลายเสื้อผา้ เปน็ การสรา้ งสรรคด์ ้านใด
ความคดิ สรา้ งสรรค์ทางความคิด
8. บอสน�ำกระปอ๋ งแปง้ มาท�ำเป็นออมสนิ บอสมคี วามคดิ สร้างสรรค์ดา้ นใด
ความคิดสร้างสรรคท์ างประโยชน์ใช้สอย
9. ศิลปะการจักสานสรา้ งสรรคเ์ ปน็ ภาชนะเพ่อื ม่งุ เน้นด้านใด
ความคดิ สร้างสรรคท์ างประโยชนใ์ ชส้ อย
10. การออกแบบตกแตง่ ห้องนอนใหม้ ีความแปลกใหม่ คือการสร้างสรรค์ด้านใด
ความคดิ สรา้ งสรรค์ทางความคดิ
35เอกสารประกอบการเรียน ชุด ศลิ ปะสื่อผสมจากวัสดุธรรมชาติ เลม่ ที่ 3 เร่อื ง สือ่ ผสมสร้างสรรค์ปะติดบนพน้ื ระนาบ
เฉลยใบกิจกรรมท่ี 2
เทคนคิ ปะตดิ ในงานส่อื ผสม
ค�ำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบค�ำถามต่อไปน้ี (10 คะแนน)
1. จดุ เรม่ิ ต้นวิวัฒนาการของภาพปะติดเรมิ่ มาจากการสร้างสรรค์งานประเภทใด
จากการสรา้ งสรรค์งานออกแบบตกแตง่ (Decorative design) ด้วยการใช้ กระดาษสีปะติดสร้าง
เป็นภาพ
2. ในช่วงปี ค.ศ.1912 - 1913 ใครเป็นผนู้ �ำงานปะติดมาใช้ในงานจติ รกรรม
ปาโบล ปิกัสโซ และจอร์ช บราค
3. คำ� ว่า Collage แปลว่า วัสดปุ ะตดิ มาจากค�ำวา่ อะไรในภาษาฝรงั่ เศส
coller แปลว่า ตดิ
4. ศิลปิน Mary Delany โดยน�ำเอาเทคนคิ ปะตดิ มาใช้ในงานศลิ ปะลักษณะของผลงานช้นิ นนั้ เปน็ อยา่ งไร
Peper mosaic หรอื Paper Collage โดยทำ� ใบและดอกจากกระดาษสแี ละปดิ ทับลงบนกระดาษดำ�
5. คำ� ว่า assembler แปลว่าอะไร
assembler แปลว่านำ� มาประกอบกัน
6. งานเชิงวิจติ รศลิ ป์ตามความเข้าใจของนกั เรยี น คือ
ศิลปะที่สรา้ งสรรค์เพอื่ ความงาม อารมณค์ วามรูส้ กึ
7. จงบอกวสั ดทุ ศ่ี ลิ ปินสามารถนำ� มาสร้างงานปะตดิ ได้
วัสดุแผน่ บาง ๆ กระดาษสี กระดาษหนังสือพมิ พ์ ผา้ พลาสติก ใบไม้ ท้ังวสั ดุท่มี นุษยส์ รา้ งสรรค์ขน้ึ หรือ
วัสดธุ รรมชาติ น�ำมาปะติดบนพน้ื ระนาบ
8. งานภาพปะตดิ 2 มติ ิ ตอ้ งใชว้ ัสดุลักษณะใด
วสั ดทุ ี่มคี วามหนาไม่มากนักปะตดิ บนพน้ื ระนาบ
9. ถา้ นกั เรยี นตอ้ งการให้งานปะติดมลี ักษณะ 3 มติ ิ นักเรียนจะใชว้ สั ดุลกั ษณะใด
วสั ดทุ ่ีมคี วามหนามาก หรือทำ� ให้หนา เชน่ การน�ำวัสดุมาซอ้ นทับกนั
10. ปะติดบนพนื้ ระนาบ คอื
การนำ� วสั ดมุ าปะติดบนพนื้ ท่ีเรยี บ เชน่ แผน่ กระดาษ แผ่นไม้อดั
36 เอกสารประกอบการเรยี น ชุด ศิลปะสื่อผสมจากวสั ดธุ รรมชาติ เลม่ ท่ี 3 เรื่อง ส่ือผสมสร้างสรรค์ปะติดบนพนื้ ระนาบ
เฉลยใบกจิ กรรมที่ 3.1
กจิ กรรม สรา้ งสรรคช์ ุดสวยดว้ ยวสั ดุธรรมชาติ
ค�ำชี้แจง
1. ให้นักเรยี นออกแบบชุดสวย แลว้ น�ำเอาวัสดุจากธรรมชาติมาปะติดเปน็ ชุด เชน่ ดอกไม้ ใบไม้ โดย
ศกึ ษาจากเอกสารประกอบการเรียน เลม่ 3 เร่อื ง สรา้ งสรรคง์ านศิลป์ ใบความรู้ที่ 3 หนา้ 29 - 30
(10 คะแนน)
2. ให้นักเรยี นท�ำในเวลาทกี่ �ำหนด แล้วน�ำผลงานส่ง และร่วมกันประเมินผลตามแบบประเมินท่กี ำ� หนด
(ขนึ้ อย่กู ับดุลยพนิ ิจของครผู ูส้ อน)
37เอกสารประกอบการเรียน ชุด ศลิ ปะสอ่ื ผสมจากวัสดุธรรมชาติ เล่มที่ 3 เรอื่ ง ส่อื ผสมสรา้ งสรรค์ปะตดิ บนพนื้ ระนาบ
เฉลยใบกจิ กรรมที่ 3.1
สรา้ งสรรคง์ านส่อื ผสม 2 มิติ (ปะติดเมลด็ ข้าว)
คำ� ชีแ้ จง
1.ใหน้ กั เรยี นสรา้ งสรรค์งานสอื่ ผสมปะตดิ จากเมล็ดข้าว 2 มิติ บนพืน้ ระนาบเป็นเรือ่ งราวตามความคิด
สร้างสรรคจ์ �ำนวน 1 ช้ินโดยศึกษาจากเอกสารประกอบการเรยี น เลม่ 3 เรื่อง สรา้ งสรรค์งานศิลป์
ใบความรู้ท่ี 3 หนา้ 22 - 27 (10 คะแนน)
2. ใหน้ ักเรยี นทำ� ในเวลาท่ีก�ำหนด และนำ� ผลงาน สง่ รว่ มกนั ประเมนิ ผลตามแบบประเมินท่ีก�ำหนด
(ขน้ึ อยกู่ บั ดลุ ยพินจิ ของครผู สู้ อน)
38 เอกสารประกอบการเรยี น ชดุ ศิลปะส่อื ผสมจากวสั ดธุ รรมชาติ เลม่ ท่ี 3 เร่ือง ส่ือผสมสร้างสรรคป์ ะติดบนพ้ืนระนาบ