รายงาน จัดทำ โดย การสำ รวจความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มี ต่อรสชาติผัดกะเพราที่มีวัตถุดิบแตกต่างกัน กมลวรรณ ทัศษารัมรัย์ ม.5/5 เลขที่ 24
โครงงาน เรื*อง การสํารวจความพึงพอใจของผู้บริโภคที*มีต่อรสชาติผัดกะเพรา ที*มีวัตถุดิบที*แตกต่างกัน ภาคเรียนที*H ปีการศึกษา HLML จัดทําโดย 1. นางสาว ชนิดาภา สมัญศรี เลขที* RH 2. นางสาว สุชาดา แสงโชคอนันต์เลขที* R6 3. นางสาว กมลวรรณ ทัศษารัมย์ เลขที* HL 4. นางสาว กมลวรรณ พินิจนอก เลขที* HM 5. นางสาวจิรวรรณ โพธิ[เจริญ เลขท ี* H\ 6. นางสาว วรรณปิติ อริยวงศ์พานิช เลขที* H] ชั ^นมัธยมศึกษาปีที* L ห้อง L ครูที*ปรึษาโครงการ ครู เอนก พรมหมชนะ ครูศุภวิชญ์ บาลลา โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ปีการศึกษา HLML
ก บทคัดย่อ ปัจจุบันกะเพราเป็นเมนูที*ได้รับความนิยมหลากหลาย ของทุกเพศทุกวัย หากินง่าย และราคาถูก ใน ชีวิตประจําวันคนในสังคมไทยมีตัวเลือกในการกินที*แตกต่างและหลากหลายมากยิ*งขึ ^น แต่เมนูส่วนใหญ่ที* คนไทยนิยมในแต่ละวันก็จะซํ ^าเดิม และจําเจ ซึ*งเมนูที*ถูกเลือกให้เป็นเมนูประจําวันของคนไทยอีกหนึ*งเมนู คือ “ข้าวผัดกะเพรา” ถือว่าเป็นเมนูที*ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของคนไทย ที*มาของผัดกะเพรานั ^นไม่มี ที*มาแน่ชัด ว่ามาจากไหน และเริ*มรับประทานตั ^งแต่เมื*อไหร่ แต่ถ้าหากนับตั ^งแต่จําความได้ ก็เห็นผู้คนกิน เมนูนี ^มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จากผลการทดลองสรุปได้ว่า ผัดกะเพราข้าวหอมมะลิหมูสับ ได้รับความนิยมสูงที*สุดเนื*องจาก รับประทานง่าย เหมาะสําหรับทุกช่วงวัย ราคาเป็นกลางและมีรสชาติที*ถูกปากที*สุด สรุปผลการทดลองผลการวิจัยพบว่า กะเพราที*ใช้วัตถุดิบต่างกัน รสชาติและเนื ^อสัมผัสนั ^นก็จะ ต่างกันด้วยโดยเนื ^อหมูจะมีความนุ่มลิ ^นและรับประทานทานง่ายกว่าเนื ^อไก่ข้าวหอมมะลิจะมีความนุ่มและ ความหอมมาดกว่าข้างกล้องซึ*งสอดคล้องกับสมมุติฐานที*ตั ^งไว้ทั ^งนี ^เพราะว่าเป็นเมนูที*ได้รับความนิยม หลากหลาย ของทุกเพศทุกวัย หากินง่าย และราคาถูก ในชีวิตประจําวัน ส่วนประกอบต่างๆในเมนูนี ^นั ^นมี สมุนไพรที*ช่วยบํารุงร่างกายเช่น ใบกะเพรา มีสรรพคุณบํารุงธาตุไฟ ขับลม แก้ปวดท้องแก้จุกเสียดแก้ คลื*นเหียนอาเจียน มีเบต้า -แคโรทีน และวิตามินซีการนํามาผัดกับหมูและเครื*องปรุงต่างๆจึงทําให้ได้รับ โปรตีน และเกลือแร่ ส่วนพริกมีสารแคปไซซินในพริก มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ กระเทียมมีสารออร์แกโน ซัลเฟอร์ต่อต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และเป็นเมนูที*หาง่ายและทําง่ายทําให้คนไทยจึงเลือกเมนูนี ^ รับประทานในทุกวัน สอดคล้องกับผลงานวิจัยของคุณภาพทางเคมี-กายภาพ และสารออกฤทธิ[ ทางชีวภาพใน ผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอกหุงสุกเร็วจากข้าวกล้องงอกผสม 3 สายพันธุ์โดย อุไรวรรณ วัฒนกุล ศุภลักษณ์ สุดขาว พีรพงษ์พึ*งแย้ม การพัฒนาเว็บเชิงความหมายเพื*อรองรับการชดเชยวัตถุดิบในตํารับอาหารไทย โดย หัวหน้าโครงการ อาจารย์ดร.พิชญสินีกิจวัฒนาถาวร สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ สํานักวิชาเทคโนโลยีสังคม มหาวิทยาลัยเทโนโลยีสุรนารีผู้ร่วมวิจัย ผศ. ดร.ธราฮั*งสกุล ผศ. ดร.จิติมนต์อั ^งสกุล
ข กิตติกรรมประกาศ รายงานฉบับนี ^เป็นส่วนหนึ*งของวิชาโครงงานชั ^นมัธยมศึกษาปีที*5 โดยมีจุดประสงค์ เพื*อการสํารวจ ความพึงพอใจของผู้บริโภคที*มีต่อรสชาติผัดกะเพราที*มีวัตถุดิบที*แตกต่างกันทั ^งนี ^ในรายงานนี ^มีเนื ^อหา ประกอบด้วยความรู้เกี*ยวกับผัดกะเพรา ตลอดจนการประยุกต์ใช้ ผู้จัดทําได้เลือกหัวข้อนี ^ในการทํารายงาน เนื*องมาจากเป็นเรื*องที*น่าสนใจ รวมทั ^งแสดงให้เห็นถึง ความพึงพอใจของผู้บริโภค ผู้จัดทําต้องขอขอบคุณอาจารย์เอนก พรมหมชนะ ผู้ให้ความรู้ และแนวทาง การศึกษา หวังว่ารายงานฉบับนี ^จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน หากมีข้อเสนอแนะหรือ ผิดพลาดประการใด ผู้จัดทําขอน้อมรับไว้ ณที*นี ^ คณะผู้จัดทํา
ค สารบัญ บทคัดย่ออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออก กิตติกรรมประกาศอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออข สารบัญออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออค บทที* R บทนํา 1 บทที* H เอกสารที*เกี*ยวข้อง 3 บทที* n การดําเนินการและการศึกษา 7 บทที* p ผลการดําเนินงาน/ผลการศึกษา 9 บทที* L สรุปผลการดําเนินงาน 11 บรรณานุกรม 13 ภาคนวก 14
1 บทที+ , บทนํา !.ที%มาและความสําคัญของวิจัย ปัจจุบัน กะเพราเป็นเมนูที*ได้รับความนิยมหลากหลาย ของทุกเพศทุกวัย หากินง่าย และราคาถูก ใน ชีวิตประจําวันคนในสังคมไทยมีตัวเลือกในการกินที*แตกต่างและหลากหลายมากยิ*งขึ ^น แต่เมนูส่วนใหญ่ที* คนไทยนิยมในแต่ละวันก็จะซํ ^าเดิม และจําเจ ซึ*งเมนูที*ถูกเลือกให้เป็นเมนูประจําวันของคนไทยอีกหนึ*งเมนู คือ “ข้าวผัดกะเพรา” ถือว่าเป็นเมนูที*ได้รับความนิยมอันดับต้นๆของคนไทย ที*มาของผัดกะเพรานั ^นไม่มี ที*มาแน่ชัด ว่ามาจากไหน และเริ*มรับประทานตั ^งแต่เมื*อไหร่ แต่ถ้าหากนับตั ^งแต่จําความได้ ก็เห็นผู้คนกิน เมนูนี ^มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จากหลักฐานจดหมายเหตุลาลูแบร์ (พ.ศ. HHnt) ได้ระบุถึงใบกะเพราไว้ว่า ผักลางชนิดที*มีกลิ*นดี เช่น กะเพรา มีข้อสันนิษฐานน่าจะรับเอาต้นกะเพรามาจากศาสนาพราหมณ์ เพราะพราหมณ์ มักจะใช้กะเพรา สําหรับบูชาเทพเจ้า ส่วนที*บันทึกไว้ใน อักขราภิธานศรับท์ ของหมอบรัดเล พ.ศ. HpRM ให้ความหมายว่า ผัก อย่างหนึ*งต้นเล็ก ๆ ใบกลิ*นหอม ใช้แกงกินบ้าง ทํายาบ้าง ผัดกะเพราน่าจะเกิดขึ ^นราวสมัยรัชกาลที* \ เพราะคนจีนนําเอามาขายในร้านอาหารตามสั*ง อย่างไร ก็ดี ผัดกะเพราน่าจะเพิ*งนิยมราว พ.ศ. HLtt โดยน่าจะดัดแปลงจากอาหารจีน ที*ตํารับจีน เอาเต้าเจี ^ยวดํา ผัดกับกระเทียมเจียวให้หอม แล้วจึงเอาเนื ^อสับหรือไก่หั*นเป็นชิ ^น ๆ ลงไปผัดกับนํ ^าปลาและซีอิvวดํา บ้างก็ว่า เลียนแบบมาจากเนื ^อผัดใบยี*หร่า ผัดกะเพราเป็นหนึ*งในเมนูสําคัญที*สุดที*คนไทยเลือกรับประทานในแต่ละวัน ส่วนประกอบต่างๆใน เมนูนี ^นั ^นมีสมุนไพรที*ช่วยบํารุงร่างกายเช่น ใบกะเพรา มีสรรพคุณบํารุงธาตุไฟ ขับลม แก้ปวดท้อง แก้จุก เสียดแก้คลื*นเหียนอาเจียน มีเบต้า - แคโรทีน และวิตามินซี การนํามาผัดกับหมู และเครื*องปรุงต่างๆ จึงทํา ให้ได้รับโปรตีน และเกลือแร่ ส่วนพริกมีสารแคปไซซินในพริก มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ กระเทียมมีสาร ออร์แกโนซัลเฟอร์ ต่อต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และเป็นเมนูที*หาง่ายและทําง่ายทําให้คนไทยจึง เลือกเมนูนี ^รับประทานในทุกวัน 2.วัตถุประสงค์ของงานวิจัย 2.Rเพื*อทราบว่าเนื ^อแต่ละชนิด มีความแตกต่างกันอย่างไร 2.Hเพื*อทราบว่าข้าวต่างชนิดกันให้รสชาติและสัมผัสต่างกันอย่างไร 3. ขอบเขตการวิจัย คณะผู้จัดทําได้กําหนดขอบเขตในการศึกษาเฉพาะการทําผัดกะเพรา ที*มี เนื ^อสัตว์ และข้าวต่าง ชนิดกัน รายละเอียดของขอบเขตในการศึกษา ดังนี ^ 3.1ระยะเวลาและสถานที*ในการดําเนินการศึกษา 3.1.R สถานที*ในการทดลอง RRnt/L ซอยโสณมัย Lw แยก \ ถนน สาธุประดิษฐ์ แขวงบางโพงพาง เขตยาน นาวา กรุงเทพมหานครRtRHt 3.1.Hระยะเวลาในการทดลอง
2 ภาคเรียนที* Rและภาคเรียนที*H ปีการศึกษา HLML 3.1.nงบประมาณที*ใช้ งบประมาณที*ใช้ในการทําผัดกะเพรา รวมทั ^งสิ ^น R,ttt บาท 4. ประโยชน์ที%คาดว่าจะได้รับ 4.Rได้รับทักษะในการวางแผน การทําอาหาร และการจัดการงบประมาณ 4.Hได้รับความรู้เกี*ยวกับผัดกะเพรา และใบกะเพรา 4.nได้รับความรู้เกี*ยวกับวิธีการเลือกวัตถุดิบ 5. สมมุติฐานของการวิจัย ผัดกระเพราที*มีเนื ^อสัตว์ และข้าวต่างชนิดกัน จะให้รสชาติ และรสสัมผัสที*แตกต่างกันไปในแต่ วัตถุดิบ 6. ตัวแปรที%ใช้ในการศึกษา ตัวแปรต้น เนื ^อสัตว์ ข้าว ตัวแปรตาม เนื ^อสัมผัสที*แตกต่างกันของเนื ^อสัตว์ เนื ^อสัมผัสที*แตกต่างกันของข้าว 7. นิยามศัพท์เฉพาะ 7.1 ผัดกะเพรา เป็นอาหารจานเดียวของประเทศไทยที*ได้รับความนิยมเพราะหารับประทานได้ง่าย ตามร้านอาหารมีวัตถุดิบประกอบไปด้วย เนื ^อสัตว์ พริก กระเทียม 7.2 ใบกะเพรา เป็นองค์ประกอบหลักบ้างที*อาจมีใส่ ถั*วฝักยาว หอมหัวใหญ่ แล้วแต่สูตรของแต่ละ คนรับประทานคู่กับข้าวสวยจะได้รสชาติที*อร่อยมากขึ ^น 7.3 การสํารวจ คือการค้นหาเพื*อบรรลุเป้าหมายของการค้นพบหรือทรัพยากร การสํารวจเกิดขึ ^นใน ทุกสิ*งมีชีวิตที*มีการเคลื*อนไหวรวมถึงมนุษย์ ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์การสํารวจที*มีอิทธิพลมากที*สุดอยู่ ในช่วงยุคแห่งการค้นพบเมื*อนักสํารวจชาวยุโรปแล่นเรือ และเขียนแผนที*ในพื ^นที*ส่วนที*เหลือของโลกด้วย เหตุผลหลายประการ ตั ^งแต่นั ^นมาการสํารวจครั ^งใหญ่หลังยุคแห่งการสํารวจเกิดขึ ^นจากการค้นพบข้อมูล สําคัญเป็นเหตุผลส่วนใหญ่ 7.4ความพึงพอใจ หมายถึง ภาวะของอารมณ์ความรู้สึกร่วมของบุคคลที*มีต่อ การเรียนรู้ประสบการณ์ ที*เกิดจากแรงจูงใจซึ*งเป็น พลังภายในของแต่ละบุคคลอันเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายที*คาดหวัง และความต้องการ ด้านจิตใจ นําไปสู่การค้นหาสิ*งที*ต้องการ 7.5 วัตถุดิบ สิ*งที*เตรียมไว้เพื*อใช้ในกระบวนการผลิต หรือประกอบเป็นสินค้าสําเร็จรูป อาจได้มาจาก ธรรมชาติ หรือผลิตจากสิ*งอื*น
3 บทที$ & เอกสารและงานวิจัยที8เกี8ยวข้อง การวิจัยเรื*อง “การสํารวจความพึงพอใจต่อรสชาติผัดกะเพราที*มีวัตถุดิบที*แตกต่างกัน” ครั ^งนี ^ ผู้วิจัย ไว้ศึกษาค้นคว้าเกี*ยวกับผัดกะเพราดังนี ^ 1. เอกสารที*เกี*ยวข้องกับหัวข้อต่างๆ 1.1 ความหมาย และความเป็นมาของผัดกะเพรา 1.2 ประโยชน์ของผัดกะเพรา 1.3 วัตถุดิบที*ใช้ในการทําผัดกะเพรา 2. งานวิจัยที*เกี*ยวข้อง !. เอกสารที%เกี%ยวข้องกับหัวข้อต่างๆ R.R ความหมายของผัดกะเพรา ผัดกะเพรา, ผัดใบกะเพรา น. ชื*ออาหารชนิดหนึ*ง ใช้เนื ^อสัตว์ผัดกับเครื*องปรุงมีพริกตํา กระเทียม ใบกะเพรา มีรสเผ็ด เช่น ผัดกะเพราหมูสับ. ผัดกะเพราน่าจะเกิดขึ ^นราวสมัยรัชกาลที* \ เพราะคนจีนนําเอามาขายในร้านอาหารตามสั*ง ผัด กะเพราเพิ*งนิยมราว พ.ศ. HLtt โดยน่าจะดัดแปลงจากอาหารจีน ที*ตํารับจีน เอาเต้าเจี ^ยวดําผัดกับ กระเทียมเจียวให้หอม แล้วจึงเอาเนื ^อสับหรือไก่หั*นเป็นชิ ^น ๆลงไปผัดกับนํ ^าปลาและซีอิvวดํา บ้างก็ว่า เลียนแบบมาจากเนื ^อผัดใบยี*หร่า สําหรับผัดกะเพราที*ปรากฎในตํารากับข้าวยุคปลาย ทศวรรษ HLHt อย่างใน ตําราอาหารชุดจัดสํารับ ระบุว่า ผัดกะเพราเนื ^อจะปรุงด้วยนํ ^าปลาและผง ชูรสเท่านั ^น แล้วเอาข้าวลงผัดคลุกเป็นข้าวผัด กินกับถั*วฝักยาวสด ส่วน ใน กับแกล้มเหล้า ประมวล กับแกล้มเหล้า-เบียร์ทันยุค ของ "แม่ครัวเอก"(พ.ศ. HLpR) ระบุว่า จะหมักเนื ^อสับกับเหล้าก่อน แล้วปรุง เพียงนํ ^าปลาและนํ ^าตาลปีvบ ในระยะหลัง ๆ จึงค่อยใส่ซอสปรุงรสชนิดต่าง ๆ นํ ^าตาลทราย นํ ^ามันหอย รสดี นํ ^าพริกเผา ฯลฯ R.H ประโยชน์ของผัดกะเพรา กะเพรา เป็นสมุนไพรรสเผ็ดร้ อน มีสรรพคุณบํารุงธาตุไฟ ขับลม แก้ปวดท้อง แก้จุกเสียดแก้ คลื*นเหียนอาเจียน มีเบต้า -แคโรทีน และวิตามินซี การนํามาผัดกับหมู และเครื*องปรุงต่างๆ จึงทําให้ได้รับ โปรตีน และเกลือแร่ ส่วนพริกมีสารแคปไซซินในพริก มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ กระเทียมมีสารออร์แกโน ซัลเฟอร์ ต่อต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบางชนิดที*ก่อมะเร็งได้ กระเทียม ช่วยลดระดับโคเลสตอรอลในเลือด โรคมะเร็ง การอักเสบ รักษาผิวหนังจากเชื ^อรา พริกขี ^หนู ช่วยเจริญอาหาร ขับลม เป็นยาระบาย แก้หวัด ขับเสมหะ หัวหอมใหญ่ หวัหอมใหญ่มีฤทธิ[ ชว่ยรักษาโรคไขมนัอดุตนัในเส้นเลอืด โดยชว่ยลดปริมาณาณของ ไขมันในเลือดและช่วยในการขยายหลอดเลือด R.nวัตถุดิบที*ใช้ในการทําผัดกะเพรา วัตถุดิบในการทําผัดกะเพรานั ^น แตกต่างกันไปในแต่ละสูตร แต่วัตถุดิบหลักนั ^นจะเป็นหมูสับ ใบกะเพรา พริกแดงจินดา กระเทียม ซอสหอยนางรม นํ ^าปลา นํ ^าตาลทราย นํ ^ามัน
4 1.3.1 วิธีการปลูกกะเพราทําได้ทั ^งโดยวิธีเพาะเมล็ด และวิธีชํากิ*งแต่วิธีเพาะเมล็ดกะเพจะ โตช้ากว่าจึงแนะนําให้ใช้วิธีชํากิ*ง การเลือกกิ*งพันธุ์ให้เลือกกิ*งกลางแก่กลางอ่อนที*ยังไม่เคยออกดอก ตัดกิ*งยาวประมาณ 4- 5 นิ ^วมาปักชําในกระถาง โดยปักเอียง 45องศา รดนํ ^าให้ชุ่ม ไม่กี*วันกะเพราก็แตกรากแตก ใบ ต้นโตเร็วกว่าวิธีเพาะเมล็ดมาก เมื*อกะเพราแตกกิ*งดีแล้วจะปลูกในกระถางต่อไปก็ได้หรือนําไปปลูกลงดินก็ได้ข้อ แตกต่างคือถ้าย้ายมาปลูกลงดินจะได้กะเพราที*ต้นสูงใหญ่กว่า วิธีปลูกลงดินถ้ามีพื ^นที* เหลือพอก็ปลูกหลายต้นได้เลย โดยปลูกให้ต้นห่างกัน 20-30 เซนติเมตร 1.3.2 วิธีการปลูกกระเทียม ควรเลือกดินที*มีความอุดมสมบูรณ์ร่วนซุย ปราศจากวัชพืช นําเอากลีบกระเทียมไปเพาะ ให้มีรากงอกออกมาก่อน จากนั ^นก็นําไปปักลงในดินลึกประมาณ 2 นิ ^วแล้วกลบอาจจะใช้ ฟางคลุมเพื*อป้องกันวัชพืชและรักษาความชื ^นให้หน้าดิน รดนํ ^าเมื*อดินแห้ง และระวังอย่า รดนํ ^าลงไปบนยอดของต้นกระเทียมโดยตรง 1.3.3 วิธีการปลูกพริก นําพริกพันธุ์ที*จะปลูกไปแช่ในนํ ^าอุ่นไว้ประมาณ 1 วันและนําออกมาผึ*งแดดอีกครึ*งวัน ก่อนแกะเมล็ดพริกออกมาปลูกผสมดินร่วนปนทรายเข้ากับปุ๋ ยหมักสูตรโพเทสเซียมสูงกว่า ไนโตรเจนลงในกระถางเพาะต้นกล้าพริก ขุดหลุมดินในกระถางให้ลึกประมาณ ½ นิ ^ว แล้ว หย่อนเมล็ดพริกที*เตรียมไว้ลงในหลุมประมาณ 3-4 เมล็ด กลบดิน รดนํ ^าให้ชุ่มทุกวัน พร้ อมกับสังเกตว่าดินระบายนํ ^าได้ดีหรือไม่ และที*สําคัญต้องวางกระถางเพาะไว้ในที*ที*มี แดดส่องถึงเมื*อต้นกล้าเริ*มงอกสูง 6 นิ ^วขึ ^นไปและออกใบให้เห็น ให้ถอนต้นกล้าที*อ่อนแอ ทิ ^งไปให้เหลือไว้เฉพาะต้นกล้าที*แข็งแรงเพียง 1 ต้น หลังจากนั ^นก็ทําการย้ายต้นกล้าพริก ไปปลูกในกระถางใหญ่ที*มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ ยหมัก เช่นเดียวกับขั ^นตอนเพาะต้นกล้า พริกเป็นพืชที*ชอบแสงแดด ฉะนั ^นควรวางกระถางปลูกต้นพริกในที*ที*มีแดดส่องถึง รดนํ ^าให้ ชุ่มแต่อย่าแฉะทุกวันเช้ า-เย็น และเมื*อพริกเริ*มติดดอกและออกผลแข็งแรงแล้ว ให้ เปลี*ยนไปรดนํ ^าแบบวันเว้นวัน 1.3.4วิธีการเลือกเนื ^อหมู 1.3.4.1 เลือกซื ^อเนื ^อหมูที*มีชมพูอ่อน ๆ ไขมันสีขาว 1.3.4.2 เนื ^อหมูไม่ควรมีสีแดงสด เพราะมีสารเร่งเนื ^อเเดง 1.3.4.3 เนื ^อไม่ควรมีสีเขียวคลํ ^า เเสดงว่าหมูเสีย 1.3.4.4 เลอืกซือ^เนือ^หมทูี* กดแล้วไมบ่มุ๋ถ้าเอานิว^ไปกดเเล้วบมุ๋เเสดงวา่หมนูั* ^ นเป็น หมูเก่า หรือแช่แข็งมานั ^นเอง 1.3.4.5 ผิวของเนื ^อหมู ควรจะมันวาว ไม่เกิดพังผืดขึ ^น หนังหมูสะอาดเกลี ^ยงเกลา หากเป็นมันหมู ก็ต้องขาวใส อีกด้วย 1.3.4.6 สังเกตว่ามีพยาธิอยู่ในเนื ^อหมูหรือไม่ พยาธิในเนื ^อหมูจะคล้ายกับเม็ด สาคู เเทรกอยู่ตามเนื ^อหมู ถ้ามีพยาธิไม่ควรซื ^อมารับประทาน
5 1.3.4.7 เมื*อซื ^อมาประกอบอาหารเเล้วควรปรุงให้สุด ให้เนื ^อเป็นสีขาว ไม่ หลงเหลือความเเดงของเนื ^อหมูสดอยู่ 1.3.4.8 สําหรับการเลือกซื ^อซี*โครงหมู เนื ^อจะต้องไม่ติดกันเกินไป ดมกลิ*นเเล้ว กลิ*นต้องไม่แรง หรือ เหม็นหืน 1.3.4.9 เมื*อซื ^อเนื ^อหมูมาเเล้ว ควรเก็บลงกล่องพลาสติก เเละเเช่ช่องแข็ง เพื*อคง ความสดใหม่ เเต่หากเก็บไว้นานเกิน จะทําให้รสชาติหมูเปลี*ยนไป 1.3.5วิธีการเลือกเนื ^อไก่ เนื ^อไก่ที*ดีควรมีสีชมพูอ่อน ซึ*งเป็นสีของเนื ^อธรรมชาติที*ไม่เน่าเสียและปลอดสาร ไม่ซีดหรือ แห้งจนเกินไป แต่ต้องมีความยืดหยุ่น กดแล้วไม่ทิ ^งรอยบุ๋มไว้ หนังใส หนังและเนื ^อติดกัน แน่น หากเป็นเนื ^อน่องต้องมีสีแดงและมันวาว ไม่ควรซื ^อเนื ^อไก่ที*มีกลิ*น เมือก หรือเป็นสี เขียวคลํ ^า และถ้าซื ^อไก่ทั ^งตัว อย่าลืมเช็กให้ดีว่าตาไก่ต้องไม่ลึกหรือบุ๋ม เนื ^อส่วนอกมีความ แน่น ไม่มีแผลตามตัว รอยเชือดต้องยังสดอยู่ ไม่เช่นนั ^นอาจได้เนื ^อไก่เก่าที*แช่แข็งมาแล้ว หลายวัน W. งานวิจัยที%เกี%ยวข้อง คุณภาพทางเคมี-กายภาพ และสารออกฤทธิ[ ทางชีวภาพในผลติภณัฑ์ข้าวกล้องงอกหุงสุกเร็วจาก ข้าวกล้องงอกผสม n สายพันธุ์โดย อุไรวรรณ วัฒนกุล ศุภลักษณ์สุดขาว พีรพงษ์พึ*งแย้ม การศึกษานี ^มีวัตถุประสงค์เพื*อเปรียบเทียบ องค์ประกอบท างเคมีกายภาพ คุณค่า ทาง โภชนาการ สารออกฤทธิ[ ทางชีวภาพ และฤทธิ[ ต้านอนมุลูอิสระในข้าวกล้องงอกหงุสกุเร็วจากข้าวกล้องงอก ผสม n สาย พนัธ์ได้แกข่า^วสงัข์หยดพทัลงุข้าวไรซ์เบอรร์ ี* และข้าวหอมใบเตยมาทาการผลิตเป็นข้าวกล้อง งอกพบว่า ความชื ^นในเมล็ดข้าว กล้อง ข้าวกล้องงอก และข้าว กล้องงอก ผสมมีค่าแตกต่างกัน (P<0.05) ปริมาณ โปรตีน ไขมันเยื*อใยสูงที*สุดในข้าวกล้องงอก ขณะที*ปริมาณเถ้าในข้าวกล้องมีค่าดีกว่าในข้าวกล้อง งอก ปริมาณ อะไมโลสมีค่าไม่แตกต่างกันขณะที*ความคงตัวของแป้งสุกในข้าวกล้องงอกลดลง การ สลายตัว ในด่างของข้ าวกล้ องมีค่าต่ากว่าข้ าวกล้ องงอก ข้าวกล้องมีฤทธิ[ ต้านอนุมูลอิสระและ สารประกอบฟิ นอลิก ดีกว่าข้าวกล้องงอกโดยเฉพาะในข้าวสังข์หยดพัทลุง ปริมาณแอนโทไซยานินในข้าว กล้องมีค่าสูงกว่าข้าว กล้องงอกโดยเฉพาะในข้าวไรซ์เบอรร์ ี* ส่วนปริมาณวิตามินบีRสารกาบาและแร่ธาตุ เหล็กในข้าวกล้องงอก สังข์หยดพัทลุงมีค่าสูงที*สุด (P<0.05) การผลิตเป็นข้าวกล้อง งอกผสม p ชุดการ ทดลอง พบว่าชุดการ ทดลองที*p มีแนวโน้มให้คุณค่าทางโภชนาการดีที*สุด แต่ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญ ทางสถิติกับชุดการ ทดลองที*n ขณะที*ชุดการทดลองที*R มีไขมันมากที*สุดแต่เยื*อใยต่าสุด ฤทธิ[ ต้านอนมุลู อิสระแร่ธาตุเหล็ก และสารประกอบ ฟิ นอลิกให้ค่าสูงที*สุดในการทดลองชุดที*p ขณะที*ชุดการทดลองที*n มี ปริมาณแอนโท ไซยานินและวิตามินบีR สูงที*สุด แต่สารกาบากลับมีปริมาณสูงในชุดการทดลองที*H การ เก็บรักษาข้าว กล้องงอกหุงสุกเร็วที*สภาวะต่างกัน p แบบ พบว่า การบรรจุแบบสุญญากาศ เก็บอุณหภูมิ ตู้เย็น มีความ เหมาะสมต่อการรักษาคุณค่าทางโภชนาการ สารออกฤทธิ[ ทางชีวภาพและการยอมรับของ ผู้บริโภค มากกว่าสภาวะอื*น (P<0.05)
6 การพัฒนาเว็บเชิงความหมายเพื*อรองรับการชดเชยวัตถุดิบในตํารับอาหารไทย โดย หัวหน้า โครงการ อาจารย์ ดร.พิชญสินี กิจวัฒนาถาวร สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ สํานักวิชา เทคโนโลยีสังคม มหาวิทยาลัยเทโนโลยีสุรนารีผู้ร่วมวิจัย ผศ. ดร.ธรา ฮั*งสกุล ผศ. ดร.จิติมนต์ อั ^ง สกุล การออกแบบและพัฒนาเว็บเชิงความหมายเพื*อรองรับการ ชดเชยวัตถุดิบในตํารับอาหาร ไทยโดยมุ่งเน้นการ ชดเชยทางประสาทสัมผัสอาหาร ใน 3 ด้านคือด้านกลิ*น ด้านรสชาติ และด้านเนื ^อ สัมผัส ในงานวิจัยนี ^ใช้อาหาร ไทยจํานวน 10 อย่างที*ได้รับความนิยมจาก ชาวต่างชาติเป็นกรณีศึกษา ได้แก่ แกงเขียวหวาน (ไก่) แกงเผ็ดเปีดย่าง ต้มข่า (ไก่) ต้มยํา (กุ้ง) ไก่ผัด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผัดไทย (กุ้ง) ผัดกะเพรา (ไก่) พะแนง (เนื ^อ) ยําเนื ^อ และสะเต๊ะ (ไก่)เทคโนโลยีที* พัฒนาขึ ^นมานี ^มีการออกแบบคลาสและความสัมพันธ์ระหว่างคลาสเพื*อรองรับการชดเชย วัตถุดิบ โดยการ ชดเชยนั ^นใช้การอนุมานความรู้ จากชุดของฐานกฎที*พัฒนาด้วยภาษา SWRL ผลลัพธ์การอนุมานความรู้ จากตัวแบบถูกประเมิน โดยผู้เชี*ยวชาญด้านอาหาร ไทย รวม 3 คน จากนั ^นจึงนําผลการประเมินไป คํานวณหาประสิทธิภาพของตัวแบบโดยใช้ตัววัดมาตรฐาน ได้แก่ค่า ความแม่นยํา ค่าความระลึก และค่า เอฟเมเชอร์ ผลลัพธ์ที*ได้จากการทดลองแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีที*พัฒนาขึ ^นมาสามารถใช้ชดเชยวัตถุดิบที* ขาดแคลนได้ โดยมีค่าความแม่นยําคือ 0.84 ค่าความระลึก คือ 0.97 และค่าเอฟเมเชอร์คือ 0.90 ใบกะเพรากับมะเร็ง "ฤทธิ[ การต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั*น” โดย ผศ. พรรณี หนูชื*อตรง ผศ.ดร.ภญ. รุ้ง ตะวัน สุภาพผล ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กะเพราเป็นพืชที*จัดได้ว่ามีการนํามาใช้ได้อย่างหลากหลาย แต่เดิมในตํารายาไทยพื ^นบ้านมักนํา กะเพรามาใช้เพื*อบรรเทาอาการของระบบทางเดินอาหาร รายงานการวิจัยที*พิมพ์เผยแพร่ในระยะหลัง ๆ เร ิ* มมีการศึกษาผลของกะเพราและสารสกัดจากกะเพราท ี* มีฤทธิ[ ต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะ ฤทธิ[ การด้านสารอนมุลูอิสระและประโยชน์ต่อการฉายรังสี โครงการวิจัยนี ^ศึกษาความสามารถในการด้านปฏิกิริยาออกซิเดชั*นของสารสกัดจากใบกะเพรา ด้วยตัวทําละลาย 4 ชนิดคือ hexane chloroform ethanol และนํ ^า โดยใช้วิธี DDPH assay และตรวจวัดค่า axtioxidant activity สารสกัดด้วยนํ ^ามีค่าความสามารถในการด้านปฏิกิริยาออกซิเดชั*นได้ดีที*สุด แต่ตํ*ากว่า สารด้านปฏิกิริยาออกซิเดชั*นมาตรฐานคือ butylated hydroxytoluene ประมาณ 16 เท่า
7 บทที+ 3 วิธีการดําเนินการวิจัย การวิจัยเรื*อง การสํารวจความพึงพอใจของผู้บริโภคที*มีต่อรสชาติผัดกะเพราที*มีวัตถุดิบที* แตกต่างกัน ผู้วิจัยขอนําเสนอแนวทางในการวิจัยตามลําดับขั ^นตอน ดังนี ^ 3.1 ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง 3.2 เครื*องมือที*ใช้ในการวิจัย 3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.5 สถิติที*ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล !. ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง ประชากร ประชากรในการวิจัยครั ^งนี ^เป็น นักเรียนชั^นมัธยมศึกษาปีที*5 ห้อง 5โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์จํานวน 40 คน กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั ^นมัธยมศึกษาปีที*5 ห้อง5โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ปี การศึกษา2565 จํานวน 40 คน นักเรียนชั ^นมัธยมศึกษาปีที*5โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ปีการศึกษา 2565 จํานวน 6 คน 2. เครื%องมือที%ใช้ในการวิจัย เครื*องมือที*ใช้ในการเก็บรวมรวมข้อมูลในการวิจัยครั ^งนี ^แยกเป็น แบบสอบถามออนไลน์ และแบบ สัมภาษณ์ปลายเปิด โดยมีรายละเอียด และการทดสอบคุณภาพเครื*องมือ ดังนี ^ 2.1 แบบสอบถามแบ่งเป็น 2 ตอน 2.1.1 เมนูอาหารที*ได้รับประทาน โดยมี ทั ^งหมด 4 แบบ ดังนี ^ 2.1.1.1 ผัดกะเพรา ข้าวหอมมะลิ และหมูสับ 2.1.1.2 ผัดกะเพรา ข้าวกล้อง และหมูสับ 2.1.1.3 ผัดกะเพรา ข้าวหอมมะลิ และไก่สับ 2.1.1.4 ผัดกะเพรา ข้าวกล้อง และไก่สับ 2.1.2 รสชาติและรสสัมผัสของเมนูที*ผู้ตอบแบบสอบถามชอบมากที*สุด โดยมี ทั ^งหมด 4 แบบ ดังนี ^ 2.1.2.1 ผัดกะเพรา ข้าวหอมมะลิ และหมูสับ 2.1.2.2 ผัดกะเพรา ข้าวกล้อง และหมูสับ 2.1.2.3 ผัดกะเพรา ข้าวหอมมะลิ และไก่สับ 2.1.2.4 ผัดกะเพรา ข้าวกล้อง และไก่สับ
8 2.2 แบบสัมภาษณ์แบบปลายเปิด จํานวน 2 ข้อ โดยเป็นตัวแทนของนักเรียนระดับชั ^นมัธยมศึกษา ปีที* 5 โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ 2.2.1 ความแตกต่างของรสชาติและรสสัมผัส ที*ผู้รับประทานคิดเห็น 2.2.2 ข้อเสนอแนะของผู้รับประทาน 3. การเกบ็รวบรวมข้อมูล 3.1 เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบฟอร์มออนไลน์กับกลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนชั ^นมัธยมศึกษาปีที*5 ห้อง5 โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ปีการศึกษา2565ทําการเก็บข้อมูลพื ^นที* โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์นําแบบสอบถามที*ได้รับมาตรวจสอบความ สมบูรณ์ถูกต้อง เพื*อนําไปวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป 3.2เก็บข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์โดยผู้วิจัยได้ติดต่อประสานงานขอความร่วมมือในการสัมภาษณ์ ไปยังกลุ่มตัวอย่างที*ได้ทําการคัดเลือกไว้ผู้วิจัยสัมภาษณ์ด้วยตนเองจากกลุ่มตัวอย่างเป็นรายบุคคลตาม แบบสัมภาษณ์ที*เตรียมไว้ โดยใช้เครื*องบันทึกเสียงเพื*อช่วยในการสัมภาษณ์ 4.การวเิคราะห์ข้อมูล 4.1 ทําการตรวจสอบแบบสอบถามที*มีข้อความสมบูรณ์มาทําการแยกหมวดหมู่เพื*อทําการ วิเคราะห์ 4.2 ทําการวิเคราะห์ข้อมูลที*ได้จากแบบสอบถามตอนที 1 และตอนที* 2 โดยใช้สถิติค่าเฉลี*ยและ ค่าความถี* 4.3 นําข้อมูลที*ได้จากแบบสัมภาษณ์ที*แบ่งตามประเด็นที*ตั ^งไว้มาวิเคราะห์สรุปเป็นรายด้านและ นําเสนอในรูปแบบความเรียง 4.4 แนวทางเบื ^องต้นในการทานอาหารเพื*อสุขภาพ 5.สถิติที%ใช้ในการวเิคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั ^งนี ^ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ซึ*งใช้ค่าสถิติดังนี ^ 5.1 ค่าความถี% 5.1.1 นําข้อมูลจากแบบสอบถามมารวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล 5.1.2 นําข้อมูลจากแบบสอบถามตอนที* 2 ซึ*งเป็นแบบปลายเปิดเสนอในรูปแบบความ เรียง 5.2 ค่าเฉลี%ย 5.2.1 ผัดกะเพราข้าวหอมมะลิและหมูสับ คิดเป็น 50% 5.2.2 ผัดกะเพราข้าวกล้องและหมูสับ คิดเป็น 20% 5.2.3 ผัดกะเพราข้าวหอมมะลิและไก่สับ คิดเป็น 16% 5.2.4 ผัดกะเพราข้าวกล้องและไก่สับ คิดเป็น 14%
9 บทที+4 ผลการดําเนินงาน การวิจัยครั ^งนี ^มีวัตถุประสงค์เพื*อศึกษาความแตกต่างทางรสชาติ และรสสัมผัสในผัดกะเพราะที*มี วัตถุดิบต่างชนิดกัน ในนักเรียนชั ^นมัธยมศึกษาปีที* 5 โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรม ราชินูปถัมภ์จํานวน 306 คน คิดเป็นร้อยละ100 ของแบบสอบถามทั ^งหมดผู้วิจัยนําเสนอเพื*อให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ของการวิจัย ผู้วิจัยนําข้อมูลที*ได้มาวิเคราะห์และเสนอผลการวิเคราะห์ โดยใช้ตารางประกอบ คําบรรยาย ตามต่อไปนี ^ 4.1 ผลการศึกษาโครงงาน จากการศึกษาความแตกต่างทางรสชาติ และรสสัมผัสในผัดกะเพราะที*มีวัตถุดิบต่างชนิดกัน เพื*อ ได้เรียนรู้และศึกษาความแตกต่างทางรสชาติและรสสัมผัสในผัดกระเพราที*มีวัตถุดิบต่างชนิดกัน 4.2 ตัวอย่างผลงาน 4.2.1 ผัดกะเพรา ข้าวหอมมะลิ และหมูสับ 4.2.2 ผัดกะเพรา ข้าวหอมมะลิ ไก่สับ 4.2.3 ผัดกะเพรา ข้างกล้องและหมูสับ 4.2.4 ผักกะเพราข้าวกล้องและไก่สับ
10 4.3 ผลสรุปการประเมินลําดับความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลทั*วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จํานวน 40 คน ซึ*งเป็นนักเรียนชั ^นมัธยมศึกษา ปีที*5 โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ปรากฏดังตารางที*1 ตารางที%1 จํานวนและร้อยละข้อมูลทั*วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จําแนกตามเมนูผัดกะเพรา เมนูผัดกะเพรา จํานวน ร้อยละ 1. ผัดกะเพราข้าวหอมมะลิและหมูสับ 15 37.5 2. ผัดกะเพราข้าวกล้องและหมูสับ 13 30.0 3. ผัดกะเพราข้าวหอมมะลิและไก่สับ 7 17.5 4. ผัดกะเพราข้าวกล้องและไก่สับ 6 15.0 จากตารางที* 1 นักเรียนชั ^นมัธยมศึกษาปีที*5 โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรม ราชินูปถัมภ์ มากที*สุดเป็น ผัดกะเพรา ข้าวหอมมะลิและหมูสับ คิดเป็นร้ อยละ 50 และผัดกะเพรา ข้าว กล้องและหมูสับ คิดเป็นร้อยละ 19.94 ตามลําดับ
11 บทที+ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศึกษาทดลอง จากผลการทดลอง สรุปได้ดังนี ^ 1. ผัดกะเพราข้าวหอมมะลิและหมูสับ ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ*ง เพราะข้าวหอมมะลิ และหมูสับ เป็นวัตถุดิบที*คุ้นเคยสําหรับกลุ่มผู้บริโภค รับประทานง่าย ราคาถูก 2. ผัดกะเพราข้าวกล้องและหมูสับ ได้รับความนิยมเป็นอันดับที*สอง เพราะข้าวกล้องมีราคา ที*มากกว่าและได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่ม 3. ผัดกะเพราข้าวหอมมะลิและไก่สับ ได้รับความนิยมเป็นอันดับที*สาม เพราะผู้คนนิยมรับ ประทานข้าวหอมมะลิแต่ไม่นิยมบริโภคไก่สับ เนื*องจากไม่มีมันแทรกทําให้แข็งกระด้าง 4. ผัดกะเพราข้าวกล้องและไก่สับ ได้รับความนิยมเป็นอันดับที*สี* เนื*องจากราคาที*สูงเพราะ ส่วนมากเป็นอาหารลดนํ ^าหนัก ผนวกกับรสชาติและรสสัมผัสไม่เป็นที*นิยมในกลุ่มคนหมู่มาก สรุปได้ว่า ผัดกะเพราข้าวหอมมะลิหมูสับ ได้รับความนิยมสูงที*สุดเนื*องจาก รับประทาน ง่าย เหมาะสําหรับทุกช่วงวัย ราคาเป็นกลางและมีรสชาติที*ถูกปากที*สุด 5.2 อภิปรายผล ผลการวิจัยพบว่า กะเพราที*ใช้วัตถุดิบต่างกัน รสชาติและเนื ^อสัมผัสนั ^นก็จะต่างกันด้วย โดยเนื ^อหมูจะมีความนุ่มลิ ^นและรับประทานทานง่ายกว่าเนื ^อไก่ข้าวหอมมะลิจะมีความนุ่มและความหอม มาดกว่าข้างกล้องซึ*งสอดคล้องกับสมมุติฐานที*ตั ^งไว้ ทั ^งนี ^เพราะว่าเป็นเมนูที*ได้รับความนิยมหลากหลาย ของทุกเพศทุกวัย หากินง่าย และ ราคาถูก ในชีวิตประจําวัน ส่วนประกอบต่างๆในเมนูนี ^นั ^นมีสมุนไพรที*ช่วยบํารุงร่างกายเช่น ใบกะเพรา มี สรรพคุณบํารุงธาตุไฟ ขับลม แก้ปวดท้องแก้จุกเสียดแก้คลื*นเหียนอาเจียน มีเบต้า -แคโรทีน และวิตามินซี การนํามาผัดกับหมูและเครื*องปรุงต่างๆจึงทําให้ได้รับโปรตีน และเกลือแร่ ส่วนพริกมีสารแคปไซซินในพริก มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ กระเทียมมีสารออร์แกโนซัลเฟอร์ต่อต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และ เป็นเมนูที*หาง่ายและทําง่ายทําให้คนไทยจึงเลือกเมนูนี ^รับประทานในทุกวัน สอดคล้องกับผลงานวิจัยของคุณภาพทางเคมี-กายภาพ และสารออกฤทธิ[ ทางชีวภาพใน ผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอกหุงสุกเร็วจากข้าวกล้องงอกผสม 3 สายพันธุ์โดย อุไรวรรณ วัฒนกุล ศุภลักษณ์ สุดขาว พีรพงษ์พึ*งแย้ม การพัฒนาเว็บเชิงความหมายเพื*อรองรับการชดเชยวัตถุดิบในตํารับอาหารไทย โดย หัวหน้าโครงการ อาจารย์ดร.พิชญสินีกิจวัฒนาถาวร สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ สํานักวิชาเทคโนโลยีสังคม มหาวิทยาลัยเทโนโลยีสุรนารีผู้ร่วมวิจัย ผศ. ดร.ธราฮั*งสกุล ผศ. ดร.จิติมนต์อั ^งสกุล
12 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1ข้อเสนอแนะเพื*อการนําไปใช้ แบบสํารวจนี ^เป็นการสํารวจในวัยเพียงช่วงวัยเดียว หากจะนําไปต่อยอดใช้ ประโยชน์ในด้านการเผยแพร่ข้อมูล ควรสํารวจในช่วงอายุที*หลากหลายมากขึ ^น 5.3.2ข้อเสนอแนะเพื*อการศึกษาต่อ แบบสํารวจนี ^เป็นการสํารวจอาหารเพียงแค่ชนิดเดียว หากใช้สําหรับเป็นข้อมูล ด้านการบริโภคของวัยนักเรียน ควรจะมีเมนูหลากหลายมากกว่าหนึ*งเมนู
13 บรรณานุกรรม พิชญสินี หนูซื*อตรง. (2560). การพัฒนาเว็บเชิงความหมายเพื%อรองรับการชดเชยวัตถุดิบในตํา หรับอาหารไทย. สืบค้นเมื*อ1 กันยายน 2565. จาก http://sutir.sut.ac.th:8080/jspui/bitstream/123456789/7412/2/Fulltext.pdf พรรณี หนูซื*อตรง และ รุ้งตะวัน สุภาพผล. (2543). ใบกะเพรากับมะเร็ง "ฤทธb ิการต้านปฏกิริิยาออก ซิเดชั%น”. สืบค้นเมื*อ 1 กันยายน 2565. จาก http://thesis.swu.ac.th/swufac/Med/Pannee_N_R223794.pdf อุไรวรรณ วัฒนกุล ศุภลักษณ์สุดขาวและพีรพงษ์พึ*งแย้ม. (2561). คุณภาพทางเคมี-กายภาพ และ สารออกฤทธb ิทางชีวภาพในผลติภณัฑ์ข้าวกล้องงอกหุงสุกเร็วจากข้าวกล้องงอกผสม i สายพันธุ์. สืบค้นเมื*อ 1 กันยายน 2565. จาก https://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=&ved=2ahUKEwjLjcWxz 5P6AhW17TgGHQemDswQFnoECAgQAQ&url=https%3A%2F%2Friss.rmutsv.ac.th%2Fupload %2Fdoc%2F201911%2FtDaeNOZO8ecav1CmhCwh%2FtDaeNOZO8ecav1CmhCwh.pdf&usg= AOvVaw0DKBQSKwp-ttPyp8wt_JVO
14 ภาคผนวก 1.กราฟแผนภมูวิงกลมของนักเรียนชัFน ม.5 ห้อง 5 2.รูปภาพนักเรียนระดบัชันFม.5 ห้อง 5 ทําแบบทดสอบ