วฒันธรรมภาคเหนอื
คำนำ
E-book เลม นจ้ี ัดทำเพอ่ื เปน สว นหนง่ึ ของวชิ า
สงั คมศกึ ษา (ส31101) ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 4
เพอื่ ใหไ ดศ กึ ษาความรูในเร่อื ง วัฒนธรรมภาคเหนือ
และไดศ กึ ษาอยางเขา ใจเพ่อื เปนประโยชนใ นการเรยี น
ผูจดั ทำหวงั วา E-book เลม นีจ้ ะเปนประโยชน
กบั ผูอา น หรอื นกั เรียน นักศึกษา ทกี่ ำลังศึกษา
หาขอมูลในเร่ืองนีอ้ ยหู ากมีขอมูลผดิ พลาดประการใด
คณะผูจดั ทำขอนอมรับ และขออภยั มา ณ ทนี่ ีด้ วย
คณะผูจ ัดทำ
2/11/63
สารบญั
ลักษณะภูมิประเทศของภาคเหนือ...............................................1
ลักษณะภมู อิ ากาศของภาคเหนอื ....................................................................2
ที่อยู่อาศัย..............................................................................3
การแต่งกาย.................................................................................................3
ภาษาถ่นิ .......................................................................................................4
อาหาร..........................................................................................................5
ประเพณ.ี ......................................................................................................7
บรรณานกุ รม................................................................................................9
รายชือ่ ผูจ้ ัดทำ..............................................................................................10
1 ลักษณะภมู ิประเทศ
แมน ำ้ สำคญั ของภาคเหนอื
1. กลมุ่ แมน่ ้ำที่ไหลลงสแู่ ม่นำ้ โขง ไดแ้ ก่ แม่นำ้ รวก แม่น้ำกก แม่นำ้ สาย แมน่ ำ้ องิ
2. กล่มุ แมน่ ้ำที่ไหลลงส่แู ม่นำ้ เจา้ พระยา ไดแ้ ก่ แมน่ ้ำปงิ แมน่ ้ำวงั แม่น้ำยม แมน่ ้ำนา่ น
3. กลมุ่ แมน่ ำ้ ท่ีไหลลงสู่แม่นำ้ สาละวิน ได้แก่ แม่น้ำเมย แม่นำ้ ยวม แม่น้ำปาย
ลกั ษณะภมู ิประเทศของภาคเหนือ
1.เขตทิวเขา ประกอบดว ย ทิวเขาแดนลาว เปนพรมแดนก้นั ระหวางไทยกบั พมา
ทิวเขาถนนธงชยั เปนพรมแดนกน้ั ระหวางไทยกบั พมา มียอดเขสงู สดุ ของไทย
คือ ดอยอินทนนทสูง 2,565 เมตร
ทวิ เขาผีปนน้ำ ประกอบดวยทิวเขาจอมทอง ขุนตาล ทีป่ นนำ้ ลง 2 ทาง คอื
แมน ้ำโขงและแมนำ้ เจาพระยาโดยวางตวั ในแนวเหนอื -ใต
ทิวเขาหลวงพระบาง เปน พรมแดนกั้นระหวา งไทยกบั ลาว
2.เขตทรี่ าบหุบเขา มีลกั ษณะเปนท่รี าบแคบ ๆ อยูระหวา งแนวเทือกเขา
และหุบเขามแี มน้ำไหลผานมีดนิ อุดมสมบูรณ
3.เขตแองที่ราบ เปนทต่ี ง้ั ถ่ินฐานสำคัญของชมุ ชนทางภาคเหนอื
01
ลกั ษณะภูมิอากาศ 2
ภาคเหนือมลี กั ษณะภูมอิ ากาศจดั อยูในเขตโซนรอ น แบบฝนเมอื งรอนเฉพาะฤดกู าลภมู ิอากาศ
ของภาคเหนือสว นใหญเปนแบบสะวนั นา คอื อากาศรอ นช้ืนสลับกบั ฤดแู ลง อุณหภูมิเฉล่ียประจำ
ปอ ยูระหวาง 24 -27 องศาเซลเซยี ส มีฤดู 3 ฤดู คือ ฤดฝู น (พ.ค.- ต.ค.) ฤดหู นาว (ต.ค. - ก.พ.) ฤดู
รอ น (ก.พ. - พ.ค.) จังหวดั ทม่ี ีอณุ หภมู ติ ำ่ สุด คอื เชียงราย จังหวดั ทีม่ อี ณุ หภมู สิ งู สุดคือ อตุ รดติ ถ
จงั หวัดท่ีมีสถิติฝนตกหนักคือ เชยี งราย และมสี ถิติฝนตกนอยที่สุดคือ ลำปาง ปรมิ าณนำ้ ฝนเฉลย่ี
1,230 มลิ ลิเมตร/ป โดยมีวนั ทฝี่ นตกปล ะประมาณ 110 วนั เขตที่ มีฝนตกนอ ยมีปรมิ าณน้ำฝนเฉลี่ย
800-1,000 มิลลิเมตร/ป สวนเขตทฝ่ี นตกชกุ จะมีปรมิ าณฝนสงู สุดถึง 2,000มลิ ลเิ มตร/ป
ฤดูกาลในภาคเหนอื
ภาคเหนอื มี 3 ฤดู คือ ฤดฝู น ฤดหู นาว และฤดรู อน
ปจจยั ควบคุมอุณหภูมิในภาคเหนือ
1. ละติจดู ต้ังอยูในละตจิ ดู สงู สภาพอากาศหนาวเยน็ กวาภาคอ่ืน
2. ความสงู ของพื้นทีส่ วนใหญจ ะมเี ทือกเขาสงู มีอากาศหนาวเยน็ มากโดยเฉพาะในฤดหู นาว
3. ระยะไกลจากทะเล ตัง้ อยไู กลจากทะเล ทำใหรอ นอบอาวและมีฝนตกนอ ยในฤดูรอน
4. ทศิ ทางลมประจำ ไดร ับอิทธพิ ลจากลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉียงใตแ ละดเี ปรสชันจากทะเลจีนใต
ทำใหฝนตกมากและรบั อทิ ธพิ ลลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือจากประเทศจีนทำใหมอี ากาศ
02
ลักษณะทอ่ี ยูอาศัยของคนภาคเหนือ
ท่อี ยูอาศยั วฒั นธรรมประเพณี สภาพดนิ ฟา อากาศ มสี ว นกำหนดลกั ษณะท่อี ยอู าศัยของผูค น
บานเรอื น ในภาคเหนือ นิยมสรางดว ยวัสดธุ รรมชาติทม่ี อี ยูในทอ งถิ่นสอดคลองกบั วิถชี ีวิต ตัวเรอื น
มขี นาดเล็กใตถ นุ สงู หลังคาทรงจวั่ ประดบั ยอดหลงั คาดวยไมแกะสลกั ไขวก ัน เรยี กวา "กาแล"
ชาวเหนอื ที่มฐี านะดีจะอยู เรอื นทค่ี อนขา งมขี นาดใหญและประณตี มากข้นึ
ลกั ษณะการแตงกายของคนภาคเหนอื
ชายจะนงุ กางเกงขายาวลกั ษณะแบบกางเกงขายาวแบบ 3 สวน เรยี กติดปากวา
“เตีย่ ว” หรอื “เตีย่ วสะดอ” ทำจากผา ฝาย ยอ มสนี ำ้ เงินหรอื สดี ำ สว นเสอ้ื กน็ ยิ มสวมเส้อื ผา
ฝายคอกลม แขนส้นั แบบผา อก กระดมุ 5 เมด็ สนี ้ำเงนิ หรอื สดี ำ เชน เดยี วกัน เรยี กวา เสอ้ื
มอ ฮอม ชุดนใ้ี สเวลาทำงาน
สำหรับหญงิ ชาวเหนือจะนุง ผาซ่ิน(ผา ถุง)ยาวเกอื บถงึ ตาตุม นิยมนุง ทง้ั สาวและคนแก
ผาถุงจะ มีความประณตี งดงาม ตีนซิน่ จะมลี วดลายงดงาม สวนเสอื้ จะเปน เสอ้ื คอกลม มสี ีสนั
ลวดลายสวยงามเชนเดียวกัน เร่อื งการแตงกายนี้ หญงิ ชาวเหนอื จะแตงตัวใหส วยงามอยูเ สมอ
ชาวเหนอื ถือวาเปนเร่อื งสำคัญ
03
ภาษาถน่ิ ภาคเหนือ
ภาษาไทยถน่ิ เหนือ หรือ คำเมอื ง หรอื ชอื่ อยา่ งเปน็ ทางการวา่ ภาษาถ่นิ พายพั [ เปน็ ภาษาถนิ่ ทใ่ี ชใ้ น
ภาคเหนอื ตอนบน หรอื ภาษาในอาณาจกั รล้านนาเดมิ มักจะพดู กนั มากใน เชยี งใหม่ เชียงราย อตุ รดติ ถ์
แพร่ น่าน แมฮ่ ่องสอน ลำพูน ลำปาง พะเยา และยงั มีการพูดและการผสมภาษากันในบางพื้นที่ของ
จังหวัดตาก สุโขทัยและ เพชรบูรณ์อกี ดว้ ย
นอกจากน้ี คำเมอื งเป็นภาษาของคนไทยวน ซึง่ เป็นกล่มุ ชนท่ีอาศัยอยูใ่ นภาคเหนือตอนบนของ
ประเทศไทยหรอื อาณาจกั รล้านนา และ อาณาจักรโยนกในอดีต ปจั จบุ นั กล่มคนไท
-ยวนได้กระจดั กระจายและมถี ่นิ ทอ่ี ยู่ในจังหวัดสระบุรีอีกด้วย
คำเมืองยังสามารถแบง่ ออกเปน็ สำเนียงลา้ นนาตะวนั ตก (ในจังหวดั เชียงใหม่ ลำพูน แมฮ่ ่องสอน
) และสำเนียงลา้ นนาตะวนั ออก (ในจงั หวัดเชียงราย พะเยา ลำปาง อตุ รดิตถ์ แพร่ นา่ น) ซ่งึ จะมีความ
แตกต่างกันบ้าง คือ สำเนียงล้านนาตะวนั ออกส่วนใหญ่จะไมพ่ บสระเอือะ เอือ แตจ่ ะใช้สระเอยี ะ เอีย
แทน (มีเสียงเอือะ และเอือเพยี งแต่คนตา่ งถน่ิ ฟังไมอ่ อกเอง เน่ืองจากเสียงทอี่ อกมาจะเปน๊ เสียงนาสิก
ใกล้เคยี งกบั เอยี ะ เอยี )
ส่วนคนในจงั หวดั ลำพนู มกั จะพูดสำเนยี งเมอื งยอง เพราะชาวลำพูนจำนวนมากสบื เชื้อสายมาจาก
ชาวยองในรฐั ฉาน จงึ มีสำเนียงท่ีเปน็ เอกลักษณ์
คำเมอื งมไี วยากรณเ์ หมือนกบั ภาษาไทยกลางแต่ใชค้ ำศพั ท์ไม่เหมอื นกัน แตเ่ ดมิ ใชค้ ู่กับ อักษรธรรมลา้ น
นา ซึ่งเป็นตวั อกั ษรของอาณาจักรลา้ นนาท่ใี ช้อักษรมอญเปน็ ต้นแบบ
คำ ความหมาย คำ ความหมาย
กะเลิบ กระเปา กาดแสง ตลาดเย็น
ข้จี ุ โกหก ข้ลี กั ข้ขี โมย
ขนาด มาก เกอื ก รองเทา
04
6 อาหารถ่นิ เหนือ
ยกตวั อยา งทีเ่ดนๆไดดงั นี้
1. ขา วซอย
ขา วซอยเปนแกงท่มี ีลกั ษณะคลายแกงเขียวหวาน คือเปนแกงกะทิชนดิ หนงึ่ แตม าใน
รปู แบบกว ยเตี๋ยว นยิ มปรงุ ดวยเน้อื วัวหรือเนอื้ ไกเ ปนวัตถดุ บิ หลัก เสิรฟมาพรอมกับผกั ดอง
เปน อาหารยอดนยิ มของคนภาคเหนือ
แมวาจะมีช่ือเรยี กวา ขาวซอย แตจ ริงๆ แลวเมนูนไ้ี มม ขี า วเปนสวนประกอบเลย และ
จริงๆ แลวเมนูน้ีไดร ับอิทธิพลมาจากอาหารมสุ ลิม ขา วซอยแบบด้ังเดิมของคนมุสลิม นำ้
แกงจะขน มาก ใชห ัวกะทเิ ยอะ และมีรสเผด็ แตข า วซอยทภ่ี าคเหนอื ของไทย น้ำแกงจะไม
ขนเทา ไร มคี วามเจือจางลงมา ปรบั รสชาติใหกลมกลอม และสมดุล
2. ขนมจีนนำเง้ียว
เปนขนมจนี ทีก่ นิ กบั น้ำยาทเ่ี รยี กวา น้ำเง้ยี ว เปนแกงอยา งหนง่ึ ของภาคเหนือ มสี ว นประ
กอบหลกั ๆ คือ กระดกู หมู พรกิ แกงท่ีทำจากพริกแหงทางเหนอื มะเขอื เทศ เลอื ดหมู ปรงุ แบบ
สไตลบานๆ ไดก ลิน่ อายความเปน อาหารทองถ่ินแทๆ ตามสูตรดั้งเดิมของปา บญุ ศรี
ชาวเมืองลำปาง
หนุมออสตนิ บชุ บอกวา "สมัยกอ นคนท่นี ีจ่ ะตากพริกใหแหง ดวยการนำไปวางบนเตาถาน
ท่คี รวั ในบา น พริกเหลานั้นจะแหง และไดร ับการรมควันไปในตวั ทำใหไดพ รกิ แหงท่ี Smoky
ซง่ึ วิธีตากพริกแบบดงั้ เดมิ น้ี ทำใหพริกแกงมีรสชาตทิ เ่ี ปนเอกลักษณแ ละอรอย"
05
อาหารถ่ินเหนอื
3. น้ำพรกิ หนุม
เมนนู ้ีเปน อาหารไทยภาคเหนือท่เี รียกวา น้ำพรกิ (Dip) ทที่ ำจากพรกิ หอมแดง กระเทียม
นำท้ังหมดยา งไฟจนสกุ หอม กอนตำเปนนำ้ พริกทองถ่นิ มกั กนิ คกู บั ผกั ตม และขาวเหนียวนง่ึ
ซงึ่ ก็นับเปนอาหารสุขภาพอยางหน่ึง
8. ลาบหมคู ัว่
ในขณะทีภ่ าคอีสานของไทย มเี มนอู รอ ยอยาง ลาบอสี าน ซ่ึงใสสมนุ ไพรหลายชนิด มีรส
เปร้ยี ว มคี วามหอมโดดเดนจากขา วค่ัว เมนูลาบอสี านนี้จึงโดง ดังมากสำหรบั นักชิมชาวอเมรกิ ัน
ในปจ จุบนั แตเ ม่ือคณุ ไดม าลองชิม ลาบเมอื ง หรือเมนลู าบของทางภาคเหนอื จะรเู ลยวามันแตก
ตา งกันอยางส้ินเชิง
สำหรับลาบเหนอื จะใสผกั สมนุ ไพรไมมาก ไมมรี สเปรยี้ ว สวนใหญจะเนน เนอ้ื สัตวส บั แลว
เอามาปรงุ รสดวยเครื่องเทศแหง ของทางภาคเหนือ
หนึง่ ในเครอ่ื งเทศทโี่ ดดเดน ออกมาชัดเจนเลยกค็ ือ พริกชนดิ หนึ่งทค่ี ลายกับพริกเสฉวนหรอื หมา
ลา (Sichuan pepper) ซ่งึ จะใหท ้งั กลิ่นหอมและใหค วามรูสึกชาทล่ี ิน้ (ซ่งึ ก็คอื มะแขวน)
นอกจากนย้ี ังใสมะเขอื เทศเชอรเ่ี พม่ิ เขา ไป เพ่ือใหม รี สชาติเปรยี้ วเล็กนอย
06
ประเพณีภาคเหนือ
ประเพณยี ี่เปง ภาคเหนอื
คงไมม ใี ครท่ไี มร ูจัก ประเพณยี ี่เปง ประเพณีลอยกระทงของชาวลา นนาท่ีมีประวัตคิ วามเปนมาอนั ยาวนาน
โดยในปจ จุบนั ประเพณยี ่ีเปงยงั คงเปนประเพณีท่มี กี ารสบื ทอดและจดั ขนึ้ ในชวงวนั เพ็ญเดือนสิบสองของทกุ ป
ประวัตคิ วามเปนมาและความเชื่อเก่ียวกับประเพณียี่เปง ในพงศาวดารโยนกและจามเทวี ไดบ ันทกึ เรื่องราว
เกย่ี วกับประเพณียีเ่ ปง เอาไวว า ครงั้ หนง่ึ เมื่อบา นเมอื งเกิดภยั รายแรงดวยโรคอหิวาตกโรคขึ้นที่แควนหรภิ ุญ
ไชย ชาวเมืองลม ตายเปนจำนวนมาก ทำใหช าวเมอื งทเ่ี หลือตองอพยพไปอยูเมอื งหงสาวดีนานถงึ 6 ป จึงกลับ
คนื สบู านเมอื งเดิม ครนั้ ถงึ เวลาเวียนมาบรรจบครบวนั ทีต่ อ งจากบานเมืองไป จึงไดทำพธิ รี ำลึกถงึ ญาตพิ น่ี อ งท่ี
ลว งลับไปแลว ดวยการทำกระถางใสเ ครื่องสกั การบชู า ธูปเทยี นลอย แลวนำไปลอยตามนำ้ เรียกวา การลอย
โขมดหรอื ลอยไฟ นั่นจงึ เปนทมี่ าของประเพณยี ่เี ปง ทมี่ มี าจนถงึ ทุกวนั น้เี ปง ยเ่ี ปง มาจากคำวา ย่ี ซง่ึ แปลวา
สอง สวนคำวา เปง
07
ประเพณตี านตงุ
ประเพณที านตงุ เปนการทำถวายเปนพุทธบูชา ชาวลานนาถอื วา เปนการทำบุญอทุ ศิ ใหแ กผ ทู ี่ลว งลับไป
แลว ประเพณีไทย ประเพณที านตงุ “ตงุ ” ในภาษาถน่ิ ลานนาหมายถงึ “ธง” ในภาษาไทยกลางตรงกับ
ลกั ษณะธงประเภท “ปฏากะ”ของอนิ เดยี คือ มลี กั ษณะเปนแผนวัตถสุ ว นปลายแขวนติดกับเสา หอ ยเปน แผน
ยาวลงมา ลกั ษณะความเชื่อจุดประสงคของการทำตงุ ในลา นนาก็คือ การทำถวายเปน พุทธบูชา ชาวลา น
นาถือวา เปนการทำบุญอทุ ิศใหแกผ ทู ีล่ วงลับไปแลว หรือถวายเพื่อเปนปจจยั สงกุศลใหแกตนไปในชาติ
หนา ดว ยความเชื่อทวี่ า เมือ่ ตายไปแลวกจ็ ะไดเกาะยดึ ชายตงุ ขึ้นสวรรคพ นจากขมุ นรก วันท่ถี วายตงุ นัน้ นิยม
กระทำในวนั พญาวนั ซงึ่ เปน วนั สดุ ทา ยของเทศกาลสงกรานต
ความสำคญั ตงุ เปนสง่ิ ทีท่ ำขนึ้ เพ่ือใชในงานพิธที างพุทธศาสนา ทงั้ ในงานมงคลและอวมงคลตางๆ โดยมี
ขนาดรปู ทรงและรายละเอียดดานวัสดุตกแตง ตา งๆ แตกตางกันไปตามความเชื่อและพิธกี รรม ตลอดจนตาม
ความนยิ มในแตล ะทอ งถน่ิ ดวย ตงุ จึงมอี ยมู ากมายหลายชนิด เชน ทำดว ยไมแกะสลกั เรยี กวาตุงกระดา ง
ทำดว ยผา ไดแ ก ตุงไชย ทำดว ยสงั กะสหี รอื ทองเหลอื ง เรียกวา ตงุ เหล็กตงุ ตอง ซง่ึ ตงุ ชนดิ นจ้ี ะทำอุทศิ ให
แกผูท ี่ตายเพราะอุบัตเิ หตุ ลกั ษณะมีฐานเปนไม เสาตั้งขนาดสูงประมาณ ๑ ฟตุ แขวนดว ยตุงขนาดเล็ก ๆ
รอบแผนเหลก็ วงกลม ตัวตงุ ทำดวยทองเหลืองหรือสงั กะสตี ัดเปนแผนคลายรปู คน จำนวนของตุงทแ่ี ขวน
ไมแ นนอนแตจ ดุ ประสงคข องผูทำทาน
08
บรรณานุกรม
ขอมูลของลกั ษณะภูมปิ ระเทศของภาคเหนอื (ออนไลน)
สบื คน จาก:https://sites.google.com/site/flukehoods/home/phumiprathes-phakh-henux
วันทส่ี ืบคน : 2/11/63
ขอมลู ของลักษณะภูมิอากาศของภาคเหนือ (ออนไลน)
สบื คน จาก:https://sites.google.com/site/phatcharapron1999
วันทส่ี บื คน : 2/11/63
ขอ มูลของลกั ษณะที่อยอู าศยั ของคนในภาคเหนือ (ออนไลน)
สบื คนจาก:https://sites.google.com/site/adecmjuu2605/wathnthrrm-phakh-henux
วันทส่ี ืบคน : 2/11/63
ขอ มูลของภาษาถนิ่ ของคนในภาคเหนือ (ออนไลน)
สบื คนจาก:https://sites.google.com/site/monokna/phakh-henux
วันทีส่ ืบคน : 2/11/63
ขอ มลู ของการแตง กายของคนในภาคเหนือ (ออนไลน)
สืบคน จาก:https://sites.google.com/site/silpalaeawathnthrrm
วันท่ีสบื คน : 2/11/63
ขอ มลู ของอาหารของคนในภาคเหนือ (ออนไลน)
สืบคนจาก:https://www.thairath.co.th/lifestyle/food/1405576
วันที่สืบคน : 2/11/63
ขอมูลของประเพณียเ่ี ปง (ออนไลน)
สืบคนจาก:https://sites.google.com/site/khanyarat06/
วันทีส่ บื คน : 2/11/63
ขอมลู ของประเพณตี านตงุ (ออนไลน)
สืบคนจาก:https://sites.google.com/site/phumipayyaprapheniphakhhenux
/prapheni-tan-tung
วันท่ีสบื คน : 2/11/63
จัดทำโดย
1.นายปรีชา เหมอื นกลัด เลขท่ี 6 ม.4/11
2.นายพีรพจั น์ สวุ รรณธานี เลขที่ 11 ม.4/11
3.นายภพู ภิ ทั ร จินะชัย เลขท่ี 23 ม.4/11
4.นางสาวปวรศิ า ทวิ พุ่มพฤกษ์ เลขที่ 35 ม.4/11
5.นางสาวศลษิ า ศรีตะปญั ญะ เลขท่ี 39 ม.4/11