The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Panida T, 2021-05-23 12:34:45

อาหารไทย1

อาหารไทย1

อาหารไทย ๑

ครูปณดิ า ทองเตม็
กลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
โรงเรยี นทวธี าภเิศก บางขุนเทยี น

ผลการเรียนรู้ (รวมทง้ั หมด ๙ ผลการเรยี นรู้)

■ สามารถเลอื กซ้อื อาหารสด อาหารแหง้ และรู้จกั วธิ กี ารเกบ็ รกั ษาอาหาร
■ รู้จกั และใชง้ านอุปกรณ์งานครวั อุปกรณ์ทใ่ีชใ้ นการประกอบอาหารไทยได้
■ สามารถผสมและรู้วธิ กี ารหลกั การชง่ั ตวงวดั ของเหลวและของแห้งได้
■ สามารถใชเ้ ทคนคิ ต่าง ๆ ในการประกอบอาหารไทยใหม้ คี ุณภาพได้
■ สามารถจดั อาหารไทยในแต่ละมอ้ื ได้อย่างเหมาะสม
■ สามารถประกอบอาหารคาว หวาน และอาหารว่างของไทยได้
■ สามารถประกอบอาหารไทยทงั้ ๔ ภาคได้
■ สามารถประกอบอาหารจานเดยี วและอาหารจานด่วนได้
■ สามารถจดั จาหนา่ ย ใหก้ ารบรกิ าร สรุปประเมนิ งาน และจดั ทาบญั ชรี ายรบั -รายจา่ ยได้

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

■ ประวตั คิ วามเป็นมาอาหารไทย
■ การเลอื กซ้อื อาหาร
■ อุปกรณ์งานครวั
■ การผสมและการชง่ั ตวง
■ เทคนคิ การประกอบอาหารไทย
■ การประกอบอาหารไทยและอาหารว่าง

วชิ าอาหารไทย : ครูปณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

ประวัติความเป็ นมาอาหารไทย

■ อาหารไทย เป็นอาหารประจาของชนชาตไิทย ทมี่ กี ารสงั่ สมและถ่ายทอดมาอย่าง
ต่อเนอื่ งตงั้ แต่อดตี จนเป็นเอกลกั ษณ์ประจาชาตถิ อื ได้ว่าอาหารไทยเป็นวฒั นธรรม
ประจาชาตทิ ส่ี าคญั ของไทย

■ อาหารพ้นื บา้ น หมายถงึ อาหารทนี่ ยิ มรบั ประทานกนั เฉพาะท้องถนิ่ ซงึ่ เป็นอาหาร
ทท่ี าขน้ึ ได้ง่าย โดยอาศยั พชื ผกั หรอื เครอ่ื งประกอบอาหารทมี่ อี ยูใ่ นท้องถนิ่ มกี ารสบื
ทอดวธิ ปี รุงและการรบั ประทานต่อๆ กนั มา

วชิ าอาหารไทย : ครูปณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

จดุ กาเนิดอาหารไทย อาหารไทยมีจดุ กาเนดิ พร้อมกับการต้ังชนชาติไทย

และมีการพฒั นาอย่างต่อเน่ืองมาต้ังแต่สมยั สโุ ขทัยจนถึงปั จจบุ นั เรื่องความเป็ นมา
ของอาหารไทยยุคต่างๆ

■ สมัยสโุ ขทัย
■ สมยั อยุธยา
■ สมยั ธนบรุ ี
■ สมยั รัตนโกสินทร์ ยุคที่ ๑

(พ.ศ. ๒๓๒๕ – พ.ศ. ๒๓๙๔)
■ สมัยรัตนโกสินทร์ ยุคท่ี ๒

(พ.ศ. ๒๓๙๔– ปั จจบุ นั )

วชิ าอาหารไทย : ครูปณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

สมัยสโุ ขทัย

■ อาหารไทยในสมยั สุโขทยั ได้อาศยั หลกั ฐานจากศลิ าจารกึ และวรรณคดี สาคญั คอื ไตรภูมพิ ระร่วง
ของพญาลไิท ทไ่ีด้กลา่ วถงึ อาหารไทยในสมยั นว้ี ่า
– มขี า้ วเป็นอาหารหลกั โดยกนิ ร่วมกบั กบั ขา้ ว ทส่ี ่วนใหญ่ได้มาจากปลา มเีนอ้ื สตั ว์อน่ื บา้ ง
– การปรงุ อาหารได้ปรากฏคาว่า “แกง” ใน ไตรภมู พิ ระร่วงทเี่ป็นทม่ี าของคาว่า
ขา้ วหมอ้ แกงหมอ้
– ผกั ทก่ี ลา่ วถงึ ในศลิ าจารกึ คอื แฟง แตงและน้าเต้า
– ส่วนอาหารหวานกใ็ชว้ ตั ถุดบิ พน้ื บา้ น เช่น ขา้ วตอกและน้าผง้ึ
ส่วนหนง่ึ นยิ มกนิ ผลไมแ้ ทนอาหารหวาน

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

สมัยอยุธยา

■ สมยั นถ้ี อื ว่าเป็นยุคทองของไทยได้มกี ารตดิ ต่อกบั ชาวต่างประเทศมากขน้ึ ทงั้ ชาวตะวนั ตกและ
ตะวนั ออกจากบนั ทกึ เอกสารของชาวต่างประเทศ พบว่า

■ คนไทยกนิ อาหารแบบเรยี บงา่ ยยงั คงมปี ลาเป็นหลกั มตี ้ม แกง
■ คาดว่ามกี ารใชน้ ้ามนั ในการประกอบอาหารแต่เป็นน้ามนั จากมะพร้าวและกะทมิ ากกว่าไขมนั หรอื

น้ามนั จากสตั ว์มากขน้ึ
■ คนไทยสมยั นม้ี กี ารถนอมอาหาร เชน่ การนาไปตากแห้ง หรอื ทาเป็นปลาเคม็

วชิ าอาหารไทย : ครูปณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

สมยั อยุธยา (ต่อ)

■ มอี าหารประเภทเครอื่ งจม้ิ เช่น น้าพรกิ กะปิ

■ นยิ มบรโิภคสตั ว์น้ามากกว่าสตั ว์บก โดยเฉพาะ
สตั ว์ใหญ่ไมน่ ยิ มนามาฆ่าเพอื่ ใชเ้ ป็นอาหาร

■ แกงปลาต่างๆ ใชเ้ ครอ่ื งเทศ เช่น แกงทใ่ีส่หวั
หอม กระเทยี ม สมุนไพรหวาน และเครอ่ื งเทศ
แรงๆ ทค่ี าดว่านามาใชป้ ระกอบอาหารเพอื่ ดบั
กลน่ิ คาวของเนอ้ื ปลา

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

สมยั อยุธยา (ต่อ)

■ หลกั ฐานจากการบนั ทกึ ของบาทหลวงชาวต่างชาตทิ แี่ สดงใหเ้ หน็ ว่าอาหารของชาติ ต่าง ๆ
เรม่ิ เขา้ มามากขน้ึ ในสมเดจ็ พระนารายณ์ เช่น ญป่ี ุ่น โปรตุเกส เหลา้ องุ่นจากสเปนเปอร์เซยี และ
ฝรงั่ เศส

■ สาหรบั อทิ ธพิ ลของอาหารจนี นนั้ คาดว่าเรม่ิ มมี ากขน้ึ ในช่วงยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ท่ี
ไทยตดั สมั พนั ธ์กบั ชาตติ ะวนั ตก ดงั นนั้ จงึ กล่าวได้ว่าอาหารไทยในสมยั อยุธยา ได้รบั เอา
วฒั นธรรมจากอาหารต่างชาติ โดยผา่ นทางการมสี มั พนั ธไมตรที ง้ั ทางการทูตและทางการค้า
กบั ประเทศต่างๆ และจากหลกั ฐานทปี่ รากฏทางประวตั ศิ าสตร์ว่าอาหารต่างชาตสิ ่วนใหญ่
แพร่หลายอยู่ในราชสานกั ต่อมาจงึ กระจายสู่ประชาชน และกลมกลนื กลายเป็นอาหารไทยไป ใน
ทสี่ ุด

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

สมยั ธนบรุ ี

■ จากหลกั ฐานทปี่ รากฏในหนงั สอื แม่ครวั หวั ป่าก์ ซง่ึ เป็นตาราการทากบั ขา้ ว
เล่มที่ ๒ ของไทย ของท่านผูห้ ญงิ เปลย่ี น ภาสกรวงษ์ พบความต่อเนอื่ ง
ของวฒั นธรรมอาหารไทยจากกรุงสุโขทยั มาถงึ สมยั อยุธยา และสมยั กรุง
ธนบุรี และยงั เชอื่ ว่าเส้นทางอาหารไทยคงจะเชอื่ มจากกรุงธนบุรไี ปยงั สมยั
รตั นโกสนิ ทร์ โดยผา่ นทางหนา้ ทรี่ าชการและสงั คมเครอื ญาติ และอาหาร
ไทยสมยั กรุงธนบุรนี า่ จะคลา้ ยคลงึ กบั สมยั อยุธยา แต่ทพ่ี เิศษเพม่ิ เตมิ คอื มี
อาหารประจาชาตจิ นี

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

สมยั รัตนโกสินทร์ ยุคที่ ๑ (พ.ศ. ๒๓๒๕ – พ.ศ. ๒๓๙๔)

■ อาหารไทยในยุคน้เีป็นลกั ษณะเดยี วกนั กบั สมยั ธนบุรแี ต่มอี าหารไทยเพมิ่ ข้นึ อกี ประเภท คอื มี
อาหารว่างเพม่ิ ขน้ึ ในช่วงน้อี าหารไทยได้รบั อทิ ธพิ ลจากวฒั นธรรมอาหารของประเทศจนี
มากขน้ึ และมกี ารปรบั เปลยี่ นเป็นอาหารไทยในทส่ี ุด

■ จากจดหมายความทรงจาของกรมหลวงนรนิ ทรเทวี ทก่ี ล่าวถงึ เครอื่ งตง้ั สารบั คาวหวาน
ของพระสงฆ์ ในงานสมโภชน์พระพุทธมณรี ตั นมหาปฏมิ ากร (พระแก้วมรกต) ได้แสดงให้
เหน็ ว่ารายการอาหารนอกจากจะมอี าหารไทย เช่น ผกั น้าพรกิ ปลาแหง้ หน่อไม้ผดั แลว้ ยงั
มอี าหารทปี่ รุงด้วยเครื่องเทศแบบอสิ ลาม และมอี าหารจนี โดยสงั เกตจากการใช้หมูเป็น
ส่วนประกอบ เนอื่ งจากหมูเป็นอาหารทค่ี นไทยไม่นยิ มแต่คนจนี นยิ ม

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

บทพระราชนพิ นธ์กาพย์เห่เรอื ชมเครอ่ื งคาวหวานของพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ
หล้านภาลยั ได้ ทรงกล่าวถงึ อาหารคาวและอาหารหวานหลายชนดิ ซง่ึ ได้สะท้อนภาพของ
อาหารไทยในราชสานกั ทช่ี ดั เจนทส่ี ุด ซงึ่ แสดงให้เหน็ ลกั ษณะของอาหารไทยในราชสานกั ทมี่ กี าร
ปรุงกลน่ิ และรสอย่างประณตี และให้ความสาคญั ของรสชาตอิ าหารมากเป็นพเิศษ และถอื ว่า
เป็นยุคสมยั ทม่ี ศี ลิ ปะการประกอบอาหารทค่ี ่อนขา้ งสมบูรณ์ทส่ี ุด ทงั้ รส กลนิ่ สี และการตกแต่ง
ให้สวยงามรวมทงั้ มกี ารพฒั นาอาหารนานาชาตใิห้เป็นอาหารไทยจากบทพระราชนพิ นธ์ทาให้ได้
รายละเอยี ดทเ่ีกยี่ วกบั การแบ่งประเภทของอาหาร คาวหรอื กบั ขา้ วและอาหารว่าง

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

๏ มสั มน่ั แกงแก้วตา หอมยหี่ ร่ารสร้อนแรง
ชายใดได้กลนื แกง แรงอยากให้ใฝ่ ฝั นหา
๏ ยาใหญใ่ ส่สารพดั วางจานจดั หลายเหลอื ตรา
รสดีด้วยนา้ ปลา ญป่ี ุนลา้ ยา้ ยวนใจ

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

■ ส่วนทเี่ป็นอาหารคาวได้แก่ แกงชนดิ ต่างๆ เครอ่ื งจม้ิ ยาต่างๆ สาหรบั อาหารว่างส่วนใหญ่เป็น
อาหารว่างคาว ได้แก่ หมูแนม ล่าเตยี ง หรุ่ม รงั นก ส่วนอาหารหวานส่วนใหญ่เป็นอาหารทท่ี า
ด้วยแป้งและไข่เป็นส่วนใหญ่ มขี นมทมี่ ลี กั ษณะอบกรอบ เช่น ขนมผงิ ขนมลาเจยี ก และมขี นมทมี่ ี
น้าหวานและกะทเิจอื อยู่ด้วย ได้แก่ ซ่าหรมิ่ บวั ลอย เป็นต้น

■ นอกจากน้ี วรรณคดไีทย เรอื่ งขุนชา้ งขุนแผน ซง่ึ ถอื ว่าเป็นวรรณคดที สี่ ะท้อนวถิ ชี วี ติ ของคนใน
ยุคนน้ั อย่างมากรวมทง้ั เรอ่ื งอาหารการกนิ ของชาวบา้ น พบว่ามคี วามนยิ มขนมจนี น้ายา และมี
การกนิ ขา้ วเป็นอาหารหลกั ร่วมกบั กบั ขา้ วประเภทต่างๆ ได้แก่ แกง ต้ม ยา และคว่ั อาหารมี
ความหลากหลายมากขน้ึ ทงั้ ชนดิ ของอาหารคาว และอาหารหวาน

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

สมยั รัตนโกสินทร์ ยุคที่ ๒ (พ.ศ. ๒๓๙๔ – ปั จจบุ นั )

ตงั้ แต่สมยั รชั กาลที่ ๔ ประเทศไทยมกี ารพฒั นาอย่างมาก และมกี ารตง้ั โรงพมิ พแ์ ห่ง
แรกในประเทศไทย ดงั นน้ั ตารบั อาหารการกนิ ของไทยเรมิ่ มกี ารบนั ทกึ มากขน้ึ โดยเฉพาะในสมยั
รชั กาลที่ ๕ เช่นในบทพระราชนพิ นธ์เรอ่ื งไกลบ้าน จดหมายเหตุ เสดจ็ ประพาสต้น เป็นต้น และ
บนั ทกึ อนื่ ๆ ซง่ึ ขอ้ มูลเหล่าน้ไีด้สะท้อนให้เหน็ ลกั ษณะของอาหารไทย ที่มคี วามหลากหลายทง้ั ท่ี
เป็น กบั ขา้ วอาหารจานเดยี ว อาหารว่าง อาหารหวาน และอาหารนานาชาติ ทงั้ ทเ่ีป็นวธิ ปี รุงของ
ราชสานกั และวธิ ปี รุงแบบชาวบา้ นทส่ี บื ทอดมาจนถงึ ปจั จุบนั

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

การเลือกซ้ืออาหาร

หลักการเลือกซ้ืออาหาร
๑. งบประมาณทม่ี อี ยู่ ต่อวนั ต่อสปั ดาห์ และต่อเดอื น ควรพจิ ารณาถงึ คุณภาพ หรอื คุณค่าของ
อาหาร ต่อร่างกายเป็นสาคญั

ยกตวั อย่าง กุ้งนางปั จจุบนั กิโลกรมั ละ ๘๐ บาท ถ้าเปรียบเทียบกบั หอยแมลงภู่แกะแล้ว
กิโลกรมั ละ ๑๒ บาท มคี ุณค่าทางอาหารพอกนั แต่รสชาติอาจจะแตกต่างกนั บ้าง ฉะนนั้ ถ้ามี
งบประมาณน้อย อาจจะเลอื กซ้อื อาหารชนดิ อน่ื เพอ่ื การประหยดั

๒. เลอื กซ้อื อาหารให้ถูกต้องตามฤดูกาล จะได้ผกั ผลไมถ้ ูกกว่าซ้อื ต่างฤดูกาล ผกั ผลไมเ้ หล่านนั้
ย่อมมรี สอร่อยสดและมคี ุณค่าของอาหารสูงกว่า

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

หลักการเลือกซ้ืออาหาร

๓. เลอื กซ้อื ของจานวนมาก เช่น ซ้อื เป็นกโิ ลกรมั ย่อมถูกกว่าการซ้อื ปลกี เช่น หวั หอม กระเทยี ม
กะปิ น้าตาล หมู เน้อื ฯลฯ ควรซ้ือเป็นกิโลกรมั ข้อสงั เกตท่ปี รากฏอยู่ทุ กวนั น้ี ส่วนใหญ่
ครอบครวั ทมี่ รี ายได้นอ้ ย มกั จะซ้อื อาหารในราคาทส่ี ูง กว่าคนฐานะปานกลาง เพราะส่วนใหญ่ซ้อื
อาหารปลกี ย่อย เช่น ขา้ วสารทลี ะ ๑ ลติ ร กะปิครงั้ ละ ๑ บาท เพราะครอบครวั เหลา่ นน้ั ไม่มเีงนิ ซ้อื
อาหารกกั ตุนไว้ ทาใหค้ ่าใชจ้ า่ ยสูง

๔. ซ้อื อาหารทส่ี ามารถหาได้ในท้องถน่ิ หรอื ตลาดใกลบ้ า้ นของท่าน เช่น ผกั ทชี่ าวบา้ นปลูกเอง และ
นามาขายในตลาดตอนเชา้ ราคาถูกกว่า เพราะไม่ต้องเสยี ค่าขนส่งทางไกล ของทเี่ลอื กซ้อื เช่น ผกั
สดผลไมย้ ่อมสดกว่าผกั ทข่ี นมาจากระยะทางไกลๆ

วชิ าอาหารไทย : ครูปณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

หลักการเลือกซ้ืออาหาร

๕. กาหนดเวลาการจ่ายตลาดเพอื่ การประหยดั เวลา ยกตวั อย่างสปั ดาห์ละ ๑ ครงั้ หรอื อย่าง
มาก ๒ ครงั้ จะช่วยลดความเหนอื่ ย ของแม่บา้ นและคนในครอบครวั ได้มาก โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ใน
ชนบทบางแห่งมอี าหารจาหน่ายจากดั ควรเลอื กซ้อื อาหารทสี่ ามารถเกบ็ ไว้กนิ หลายวนั

๖. เลอื กซ้อื อาหารหลาย ๆ ประเภท ให้ครบตามหลกั อาหาร ๕ หมู่ เพราะร่างกายของมนุษย์
ต้องการอาหารครบ ๕ หมู่ ในแต่ละมอ้ื ขอ้ เทจ็ จรงิ ทปี่ รากฏ แม่บา้ นบางท่านหดั ให้ลูกๆ รบั ประทาน
แต่เน้อื เค็มแห้งๆแต่เพยี งอย่างเดียวจนติดเป็นนสิ ยั รบั ประทานผดั ผกั หรือแก งจดื ไม่เป็น

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

หลักการเลือกซ้ืออาหาร

๗. เลอื กซ้อื ตามความนยิ มของผูร้ บั ประทาน ครอบครวั ไทยเป็นครอบครวั เสรมิ หรอื ครอบครวั
ผสมในยุคปจั จุบนั บางครอบครวั มคี นทงั้ ๔ ภาคอยู่รวมกนั แม่บ้านควรพจิ ารณาถงึ รสนยิ ม
ความชอบ และไมช่ อบอาหารของกลุ่มคนตามอายุวฒั นธรรมและวยั เป็นสาคญั ด้วย การเปลย่ี นวยั
ของบุคคล ย่อมมสี ่วนสาคญั ทจ่ี ะได้รบั การพจิ ารณาด้วยในการเลอื กซ้อื อาหาร เช่น บางคนอายุ
มากขน้ึ เรม่ิ ชอบรบั ประทานผกั รบั ประทานผกั ทม่ี รี สขมๆ ได้ เป็นต้น
๘. เลอื กซ้อื อาหารทสี่ ดใหม่ ควรจะเลอื กและพจิ ารณาดูว่าสดหรอื ไม่ ผกั ผลไม้ หรอื ปลาทมี่ ากอง
ขายมกั กองของเน่าไว้ด้วย ทาให้อาหารเสอื่ มคุณภาพ อาหารทส่ี ดสะอาดราคาแพงกว่าเลก็ นอ้ ย
ได้อาหารทม่ี คี ุณค่าดกี ว่า เป็นการเลอื กซ้อื ทฉี่ ลาดกว่า

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

หลักการเลือกซ้ืออาหาร

๙. สภาพแวดลอ้ มย่อมทาใหข้ องราคาต่างกนั เช่น ตลาดย่านชุมชนยอ่ มแพงกว่า ของในตลาดแถวชานพระ
นคร การซ้อื ของในตลาด พยายามซ้อื ของจากเจา้ ประจา โดยเฉพาะ หมู เนอ้ื ไก่ เพราะมโีอกาสที่จะได้ของดี
และตรงตามตาชง่ั กว่าการซ้อื จร

๑๐. พยายามทาสถติ ิ และศกึ ษาดูราคาของแต่ละท้องตลาดให้แน่นอน จะได้สงิ่ ประกอบในการจ่ายอาหาร ใน
โอกาสทแ่ี มบ่ า้ นไมไ่ ด้เป็นผูจ้ า่ ยเอง ในฐานะแม่บา้ นต้องทราบราคาของท่ี แน่นอนในทอ้ งตลาดด้วย

๑๑. มคี วามเขา้ ใจและมคี วามรู้ เรอื่ งลกั ษณะความแตกต่างของดี และของไม่ดี ตลอดจนคุณค่าต่อร่างกาย
ของของเหลา่ นนั้ ด้วย จะชว่ ยใหแ้ มบ่ า้ นฉลาดรอบรู้ เลอื กอาหารแต่ละอย่างด้วยวธิ ฉี ลาด

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

หลักการเลือกซ้ืออาหารท่ีถกู สขุ ลักษณะ

■ โดยคานงึ ถงึ หลกั ๓ ป. คอื ปลอดภยั ประโยชน์ ประหยดั

ประโยชน์

ปลอดภยั ประหยดั

วชิ าอาหารไทย : ครูปณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

หลักการเลือกซ้ืออาหารที่ถกู สขุ ลักษณะ

■ ปลอดภยั คอื ต้องเลอื กซ้อื อาหารทไ่ีด้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภยั ผลติ จากแหล่งทเ่ีชอื่ ถอื
ได้ โดยมลี กั ษณะ สสี รร กลน่ิ รสชาติ ตามธรรมชาติ ในกรณที เ่ี ป็นอาหารท่ีมกี ารควบคุม
ตามกฎหมาย จะต้องมเี คร่ืองหมาย/สญั ลกั ษณ์แสดงให้เหน็ เช่น เคร่ืองหมาย อย.
เครอื่ งหมาย มอก. ทส่ี าคญั คอื จะต้องเลอื กซ้อื อาหารทใ่ี หม่ สดโดยดูจากวนั ทผี่ ลติ หรอื
วนั หมดอายุบนฉลากบรรจุอาหารเป็นสาคญั

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

หลักการเลือกซ้ืออาหารท่ีถกู สขุ ลักษณะ

■ ประโยชน์ คอื ต้องเลอื กซ้อื อาหารทมี่ คี ุณค่า คุณประโยชน์ทางโภชนาการ การเลือกซ้อื อาหาร
บรโิภคต้องคานงึ ถงึ คุณค่าอาหารใหค้ รบถว้ น เหมาะสมกบั ความต้องการ อาหารของบุคคลใน
แต่ละช่วงอายุ เช่น การเลอื กซ้อื นมสดสาหรบั เดก็ ต่ากว่า ๕ ปี และการเลอื กซ้อื นมพร่องมนั
เนยสาหรบั วยั สูงอายุ เป็นต้น

■ ประหยดั คอื ต้องเลอื กซ้อื อาหารตามฤดูกาลทผ่ี ลติ ในท้องถนิ่ เพอื่ จะได้อาหารทมี่ คี ุณภาพดี
ราคาถูก หาซ้อื ได้สะดวก

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

การเลอื กซ้อื อาหารสด

■ การเลอื กซ้อื อาหารสดประเภทสตั ว์บก
๑. เน้อื วัว

๑.ควรเลอื กเนอ้ื ววั ทมี่ สี แี ดงสด เนอ้ื แนน่ ลายเส้นไมห่ ยาบ
๒.ให้ใชน้ ว้ิ กดดู จะยดื หยุ่น ไม่มรี อยบุม๋
๓.เนอ้ื สนั ควรจะมสี แี ดงสดและมมี นั ปรากฏอยู่เป็นจุดเลก็ ๆ
๔.ต้องไมม่ เีมด็ สขี าวใสคลา้ ยเมด็ สาคู เพราะเป็นตวั อ่อนของ
พยาธติ วั ตดื
๕.ลกั ษณะของไขมนั แตกงา่ ยสอี อกไปทางครมี อ่อนๆ
๖.ไม่มกี ลนิ่ เหมน็ เปร้ยี ว ไม่มเีมอื ก
๗.เมอ่ื วางไว้จะมนี ้าสแี ดงออกมา ถา้ ไมส่ ด น้าจะเป็นสเีหลอื งๆซมึ

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

■ การเลอื กเนอ้ื ววั ใหเ้ หมาะกบั รายการอาหาร

-เนอ้ื ทตี่ ดิ กบั คอ สาหรบั เมนูอบและสตูว์
-เนอ้ื สนั เหมาะสาหรบั ทอด ย่าง อบ ทาสะเต๊ก
-เนอ้ื สะโพก เหมาะทจ่ี ะใชอ้ บ ย่าง ทาเนอ้ื บด และสเต๊ก
-ซโ่ีครง ใชอ้ บทอด ย่าง
-เนอ้ื พน้ื ท้องเหมาะทาสตูว์ น้าสต๊อก เนอ้ื เป่ือย เนอ้ื ตุ๋น
-เนอ้ื ท่อนขาเป็นส่วนทจ่ี ะเหนยี วเหมาะใช้ทาสตูว์ น้าซปุ
-กระดูกววั เหมาะทจ่ี ะใชต้ ้มทาน้าซปุ
-ลน้ิ ววั เหมาะสาหรบั เคย่ี วทาสตูว์
-เนอ้ื ทสี่ ขี า้ งส่วนนจ้ี ะมไีขมนั เมอ่ื แลอ่ อกบา้ งแลว้ จะเหมาะทจ่ี ะอบและทาเนอ้ื บด

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

๒. เน้อื หมู

๑.เนอ้ื หมู เนอ้ื ละเอยี ด สชี มพู มนั สขี าว ถา้ มนั เหลอื งแสดงว่าหมูแก่
๒.ไม่มเีมอื ก ไมช่ ้า ไมเ่ ขยี วคล้าหรอื แดงคล้า เนอ้ื หมูไม่แหง้ กระด้าง
๓.ใหใ้ ชน้ ว้ิ กดดูจะยดื หยุ่นได้ดี ไมม่ รี อยบุ๋ม

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

■ เนอ้ื หมูส่วนต่างๆ แบง่ เป็นดงั น้ี
๑. สะโพกหมู
■ เป็นส่วนเนอ้ื แดง เนอ้ื เป็นสชี มพูไม่ซดี ไมแ่ ดงเกนิ ไปสสี ม่าเสมอ
๒. สะโพกหมตู ิดหนัง หรือบะแซะ
■ เป็นเนอ้ื สะโพกทต่ี ดิ มนั และตดิ หนงั สะโพก
๓. เน้อื ไหล่หมหู รือท้ยุ
■ เป็นส่วนเนอ้ื แดงแบ่งเป็นใบบวั ลูกระเบดิ อกี แหลม(เป็นส่วนทตี่ ดั ออกมาแลว้ มนั จะมที รงแหลมๆ)
๔. ซ่ีโครงหมู เน้ือแดงติดกระดกู
■ เป็นชน้ิ ส่วนของโครงหมู มลี กั ษณะเป็นสชี มพู ไม่เขม้ ไม่ซดี

ส่วนของซโ่ีครงนส้ี ามารถนาไปปรงุ อาหารได้ต่างๆ นานา เช่น กระดูกหมูตุ๋น ซโ่ีครงหมูย่าง

ต้มแซบซโี่ครงหมู เป็นต้น แต่ถา้ ซโี่ครงตดิ สนั นอก หรอื สนั ใน เรยี กว่า พอรคชอ้ บ

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

๕. ซี่โครงหมคู ร่งึ แผน่
■ เป็นส่วนทตี่ ดิ เนอ้ื เยอะ หรอื เรยี กว่า ซโ่ีครงอ่อน ใชท้ าบาบคี วิ เพราะเป็นส่วนทมี่ เีนอ้ื เยอะ บางส่วน

ของโครงนส้ี ามารถเค้ยี วได้ เนอื่ งจากเป็นโครงอ่อนมาก สามารถนาไปย่างหรอื ตุ๋นได้
๖. สามช้ัน หรอื หมสู ามช้ัน
■ เนอ้ื เป็นสชี มพู ไม่เขม้ หรอื สซี ดี จนเกนิ ไป หนงั ของสามชน้ั กต็ ้องไมห่ นาจนเกนิ ไป สามชนั้ ลอกหนงั ท่ี

สามารถนาไปทาเบคอน ป้ิงย่าง หรอื ร้านชาบูต่างๆ สามารถนาไปปรงุ อาหารได้ต่างๆ นานา เช่น
หมูสามชนั้ ทอด หมูกรอบ ต้มจดื ใส่หมูสามชน้ั ใชห้ มูสามชน้ั ทาหมูหวาน เป็นต้น
๗. สันนอกหมู
■ เนอ้ื แดงส่วนสนั หลงั ของหมู เนอ้ื เป็นสชี มพู เนอ้ื นุม่ สามารถนาไปทาสเตก็ หมู หมูทอด หมูสะเตะ็
ส่วนของสนั นอกนต้ี ดิ มนั นอ้ ยมาก เนอ้ื จะนุ่มกว่าเนอ้ื สะโพก

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

๘. สันคอหมู
■ เป็นส่วนเนอ้ื แดง ส่วนนจ้ี ะมสี ชี มพูเขม้ กว่าส่วนอนื่ ๆ และมมี นั แทรกจงึ ทาใหเ้ นอ้ื นุม่ มากกว่าส่วนอนื่ ๆ

เหมาะแก่การย่าง ทาหมูแดง สเตก็ หมู เป็นเนอ้ื ส่วนทนี่ ุ่มรองจากสนั ใน ลกั ษณะของสนั คอคอื ตดิ
กบั สนั นอกซงึ่ เป็นส่วนหนงึ่ ทตี่ ดิ กบั สนั นอกนน้ั เอง เป็นชน้ิ ส่วนทใ่ีกลค้ อหมู
๙. สันในหมู
■ เป็นส่วนเนอ้ื แดง มลี กั ษณะเป็นเส้น สชี มพูอ่อน เป็นส่วนทน่ี ม่ิ ทส่ี ุดของตวั หมู ใชใ้ นการทาหมูแดง
ทาสเตก็ เป็นพอร์คชอปสนั ในได้

๑๐. คอหมู
■ ส่วนทอี่ ยู่ตรงคอหมู มมี นั หุม้ ทง้ั ชน้ิ เมอื่ นาไปปรุงอาหารจะมลี กั ษณะกรุบกรอบ เหมาะสาหรบั ทาคอ

หมูย่างหรอื ทเ่ีค้าเรยี กว่า คอแท้ ในตลาดสดจะเรยี กว่า คอหมูย่าง

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

๑๑. ขาหมู
■ ใชไ้ ด้ทง้ั ขาสด และขาเผา โดยขาหนา้ เหมาะสาหรบั ไปทาหมูพะโล้ หรอื ขาสดทเี่ป็นขาหนา้ เอาไปทา

ขาหมูเยอรมนั ซงึ่ ไม่นยิ มใชข้ าหลงั ขาหมูยงั สามารถนาไปเลาะทาลูกชน้ิ หมูได้อกี ด้วยและขาหมู

จะต้องถอดเลบ็ ออกใหเ้ รยี บร้อยก่อนนาไปปรุงอาหารใดๆ
๑๒. คากิ
■ คอื เท้าของหมู เป็นส่วนทสี่ บั ออกจากขาหนา้ และ/หรอื ขาหลงั
๑๓. กระดกู ซุป
■ หรอื ทเ่ีรยี กว่า เลง้ เป็นกระดูกส่วนสนั หลงั และปีกของซโี่ครง มลี กั ษณะสชี มพูอ่อน ใชส้ าหรบั

ทาน้าซุป มเีนอ้ื หมูตดิ บางส่วน ส่วนใหญ่ใชต้ ้มน้ากระดูกเพอื่ ให้น้าหวาน แทนการใส่ผงชูรสได้

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

■ ประเภทสัตว์ปี ก

สตั ว์ปีก ได้แก่ ไก่ และเป็ด สมยั ก่อนคนนยิ มเลย้ี งเป็ด ไก่ กนั เพอื่ ไว้กนิ ไข่ และใช้เน้อื รบั ประทานกนั ใน
ครอบครวั ปจั จุบนั จดั ทากนั เป็นฟาร์มเลย้ี งสตั ว์ปีก เพอื่ ส่งขายทงั้ ไข่และเนอ้ื ในการเลอื กซ้อื เป็ด ไก่ ทง้ั ตวั ให้
สงั เกตดูจากลกั ษณะรูปร่าง และพจิ ารณา ดูว่ามเีนอ้ื มากหรอื ไม่ มปี รมิ าณไขมนั มากนอ้ ยแค่ไหน นอกจากนใ้ีห้ดู
ความสด ซงึ่ จะมลี กั ษณะดงั น้ี

– ๑. ใต้ปีกไม่เหนยี ว
– ๒. ปลายปีกไมม่ สี คี ล้า
– ๓. หนงั บาง เตม็ ไมย่ ่น สไีม่ซดี
– ๔. ดมดูทก่ี ้นไมม่ กี ลนิ่ ตุ
– ๕. ตาใส ไมล่ กึ โบ๋ ไม่มรี อยช้าเขยี วตามท้อง คอ และไม่มเีมอื ก ถ้าเป็นไก่แก่ เดอื ยและหงอนจะยาว ปุ่มรู

ขนใหญ่ เมอื่ กดทก่ี ระดูกปลายอก จะสงั เกตได้ว่า ถา้ เป็นไก่อ่อนจะนมิ่ กดลง

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

■ ประเภทสัตว์น้า
๑. ปลา

– เนอ้ื ปลาต้องแนน่ ไมเ่ ละ กดดูเนอ้ื ปลาต้องเด้งคนื กลบั มา
อยา่ งรวดเรว็

– ตาปลาต้องกลมใส ไม่ขุน่ หรอื หลุดออกจนโบ๋
– เหงอื กปลาต้องมสี แี ดงสด ไมเ่ ขยี วคล้า
– เกลด็ ปลาต้องมนั เป็นเงา เรยี บและไม่หลุดออกจากตวั
– กลนิ่ ของปลาต้องมกี ลนิ่ คาวธรรมชาติ ไมม่ กี ลนิ่ เหมน็ เน่า
– บรเิวณใต้ทอ้ งปลาต้องไมแ่ ตก

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

■ ๒. ก้งุ

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

๓. ปู ควรเลอื กซ้อื ปูทจี่ บั มาใหมๆ่ เนอ้ื แน่น มี
น้าหนกั กดดูตะป้ิงไม่ยุบ ถา้ เป็นปูไขเ่ มอื่ ใชน้ ว้ิ ดดี บน
หลงั จะมเีสยี งแนน่ ทบึ ปูตวั ผูเ้นอ้ื จะแนน่ กว่าปูตวั เมยี

■ ปูตวั ผู้ (ปูเนอ้ื ) : ตะป้ิงทที่ อ้ งจะเรยี ว
และเป็นทรงสามเหลยี่ มแหลมกว่า
สาหรบั ปูมา้ ตวั ผูจ้ ะมสี อี อกน้าเงนิ กว่าปูมา้ ตวั เมยี

■ ปูตวั เมยี (ปูไข)่ : ตะป้ิงทที่ อ้ งจะป้าน และกลม

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

■ ๔. หอย
– 1.ฝาหรอื เปลอื กจะต้องปิดสนทิ ไมค่ วรมสี ง่ิ สกปรก หรอื เมอื กมากเกนิ ไป
– 2.เมอื่ แกะเปลอื กแลว้ เนอ้ื จะต้องมสี แี ดงสดไมซ่ ดี
– 3.เคลอื่ นไหวได้เมอ่ื ถูกแตะต้อง
– 4.ไม่มกี ลนิ่ เหมน็
– 5.ถา้ นาไปแช่น้าหอยทด่ี จี ะจมน้า

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

๒. ประเภทผกั ผลไม้

■ ๑. การเลอื กซ้อื อาหารประเภทผกั
ผกั ทใ่ีชเ้ ป็นอาหาร ได้มาจากส่วนต่างๆ ของพชื ได้แก่ ใบ ราก ผล เมลด็ ดอก โดยมวี ธิ เีลอื กซ้อื

ผกั ดงั น้ี
๑.๑ เลอื กซ้อื ตามฤดูกาล จะได้ผกั ทมี่ คี ุณภาพดี ราคาถูก
๑.๒ เลอื กซ้อื จากสี ขนาด รูปร่าง ความอ่อนแก่ สด ไมช่ ้า
๑.๓ เลอื กซ้อื ตามชนดิ ของผกั เช่น

- ผกั ทเ่ีป็นหวั ควรเลอื กซ้อื ทมี่ นี ้าหนกั เนอ้ื แนน่ ไมม่ ตี าหนิ
- ผกั ทเี่ป็นฝัก ควรเลอื กฝักอ่อนๆ เช่น ถว่ั ฝักยาว ต้องสเีขยี ว แน่น ไมพ่ อง อ้วน
- ผกั ทเ่ีป็นใบ ควรเลอื กสเีขยี วสด ไม่เหย่ี ว ไมม่ รี อยช้า ไมม่ หี นอน ต้นใหญ่ อวบ ใบแนน่ ตดิ กบั โคน
- ผกั ทเ่ีป็นผล ควรเลอื กสเีขยี วสด ไม่เหยี่ ว ไมเ่ สยี

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

ตัวอย่างการเลือกซ้ือผกั สดบางชนิด
- เผอื ก มนั เลอื กหวั ทม่ี นี ้าหนกั มาก เนอ้ื แนน่ ผวิ เรยี บ ไมม่ ตี าหนิ
- หวั ไชเท้า เลอื กหวั ทไี่มง่ อ ขนาดกลางยงั อ่อนๆ มผี วิ เรยี บ
- กะหล่าปลี เลอื กหวั แน่นๆ จะมนี ้าหนกั มาก
- ผกั ทเ่ีป็นฝัก เชน่ ถวั่ ฝักยาว ถวั่ ลนั เตา เลอื กฝักอ่อนๆ สเีขยี ว เนอ้ื แนน่ ไม่ฝ่ อ ฝักแก่จะมสี ขี าวนวล
- ผกั ทเี่ป็นใบ เชน่ ผกั คะนา้ ผกั กาดหอม ฯลฯ เลอื กต้นทมี่ สี เีขยี วสด ไมเ่ หย่ี ว ไม่มรี อยช้า ต้นใหญ่ ใบตดิ
โคนแนน่

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

ตัวอย่างการเลือกซ้ือผกั สดบางชนิด
- มะเขอื เปราะ มะเขอื ยาว เลอื กขวั้ ตดิ แน่น สสี ด น้าหนกั มาก ไมเ่ หยี่ ว
- แตงร้าน เลอื กลูกทม่ี นี ้าหนกั มาก ลูกยาว สเีขยี วอ่อน ไมม่ รี อยช้า ผวิ นวล
- แตงกวา แตงกวาผวิ เขยี ว ดกี ว่าผวิ ขาวนวล ผวิ เขยี วเนอ้ื หนาเมลด็ เลก็ เนอ้ื จะกรอบ กว่าผวิ ขาวนวล ซง่ึ มี
เนอ้ื นอ้ ยและเหนยี ว
- มะนาว เลอื กทมี่ เีปลอื กบาง ผวิ เรยี บไม่เหย่ี ว
- ฟักทอง เลอื กลูกทมี่ นี ้าหนกั มาก ผวิ เปลอื กขรขุ ระ เนอ้ื จะแนน่

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

■ ๒. การเลอื กซ้อื ผลไม้
มวี ธิ กี ารเลอื กซ้อื ผลไม้ ดงั น้ี
๒.๑ ต้องดูผวิ สดใหม่
๒.๒ ขวั้ หรอื กา้ นยงั เขยี วและแขง็
๒.๓ เปลอื กไมช่ ้า ดา
๒.๔ ขนาดของผลสม่าเสมอ
๒.๕ หากมมี ดขน้ึ ตามกงิ่ และผล แสดงว่าไมส่ ารพษิ ตกค้าง หรอื มไีมม่ ากหรอื อาจใชส้ ารละลาย

อย่างใดอยา่ งหนงึ่ ลา้ ง ดงั น้ี
- น้ายาลา้ งผกั
- น้าด่างทบั ทมิ ประมาณ ๕ เกลด็ ใหญต่ ่อน้า ๔ ลติ ร
- น้าเกลอื ๒ ชอ้ นโต๊ะพูนๆ ต่อน้า ๔ ลติ ร
- น้าซาวขา้ ว ใชข้ า้ วสาร ๒ กก. ต่อน้า ๔ ลติ ร
- น้าสม้ สายชู โดยใชน้ ้าสม้ ครงึ่ ถ้วยต่อน้า ๔ ลติ ร

วชิ าอาหารไทย : ครูปณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

ตัวอย่างการเลือกซ้ือผลไมบ้ างชนดิ
- สม้ เขยี วหวาน เลอื กทม่ี เีปลอื กบาง มสี เีขยี วเหลอื ง น้าหนกั พอสมควร
- สบั ปะรด เลอื กตาใหญ่ เปลอื กสเีขยี วอมเหลอื ง
- มงั คุด เลอื กขนาดเลก็ ผวิ เรยี บ
- ลางสาด เลอื กผลยาวรี ผวิ สเีหลอื งนวล จบั ดูเนอ้ื นุม่ ใกลข้ ว้ั มสี เีหลอื งออกน้าตาล
- เงาะ เลอื กเงาะสดไม่เหยี่ ว
- ชมพู่ ผวิ เรยี บไมม่ แี มลงกดั กนิ ลูกใหญ่
- องนุ่ เลอื กทเี่ป็นพวง ลูกใหญ่

วชิ าอาหารไทย : ครูปณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

๓. ประเภทไข่

วชิ าอาหารไทย : ครูปณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

การเลอื กซ้อื อาหารแหง้

๑. แป้ ง

เลอื กซ้อื แป้งทใ่ี หม่ แป้งใหม่จะมสี ขี าวตามชนดิ ของแป้ง แป้งมนั แป้งขา้ วเหนยี ว แป้งขา้ วโพด
แป้งถว่ั เขยี ว สจี ะขาวจดั เน้อื แป้งละเอยี ดเนยี น แป้งสาลสี ขี องแป้งจะขาวแต่ไม่จดั เหมอื นแป้งทก่ี ล่าว
ขา้ งต้น แป้งขา้ วยายม่อมสคี ่อนขา้ งขาว เนอ้ื แป้งเป็นก้อนๆ ไม่ละเอยี ดเนยี น แป้งใหม่เมอ่ื ดมจะไม่มกี ลน่ิ
อบั ไมม่ ไีขแ่ มลง ตวั มอด

การเก็บรักษา
เมอ่ื เปิดกลอ่ งหรอื ถุงแป้ง ควรเกบ็ แป้งไว้

ในภาชนะทมี่ ฝี าปิดมดิ ชดิ เพอ่ื กนั แมลง วางในทท่ี ี่

ไม่ถูกแดด หรอื ความร้อน

วชิ าอาหารไทย : ครูปณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

■ การประกอบอาหาร

แป้งขา้ วเจ้า : ใช้ทาอาหารหลกั ได้แก่ เส้นก๋วยเตยี๋ ว เส้นจนั ท์ เส้นหมี่ ขนมจนี ทาอาหารว่าง

ได้แก่ ขา้ วเกรยี บปากหมอ้ ขนมช่อม่วง ขา้ วเกรยี บอ่อน ทาขนมหวาน ได้แก่ ขนมถว้ ยฟู ขนมเปียกปูน

ลอดช่อง ปลากรมิ

แป้งข้าวเหนยี ว : ใช้ทาขนมหวานชนดิ ต่างๆ ได้แก่ ขนมต้มขาว กาละแม ขนมเทยี น ไข่หงส์

แป้ งถั่ว เขียว : ใ ช้ทาข นมหว าน ไ ด้ แ ก่ ซ า หริ่ม ขน มลืมก ลืน ข นมเทียนแ ก้ ว

แป้งข้าวโพด : ใช้ทาคอร์นเฟลก ไส้ขนมอบ ทาสงั ขยาทาขนมปงั ส่วนผสมของน้าซอส

แป้งมนั สาปะหลงั : ใช้ทา ข้าวเกรียบ ลอดช่องสงิ ค์โปร์ ขนมผงิ ขนมชน้ั ขนมเปียกปูน

แป้งท้าวยายม่อม : นยิ มใช้เป็นส่วนผสมในขนมชนดิ ต่างๆ เพอ่ื ให้ขนมมลี กั ษณะเหนยี วใส

แป้งสาลี : ใช้ทาผลติ ภณั ฑ์เบเกอร่ี ได้แก่ ขนมปงั คุ้กก้ี เค้ก ทาอาหารเส้น ได้แก่ บะหม่ี

สปาเกตต้ี ทาอาหารว่าง ได้แก่ ซาลาเปา ขนมจบี ปอเปี๊ยะ พซิ ซ่า ทาขนมหวาน ได้แก่ ทองม้วน

กรอบเคม็ ขนมสาลี่ ขนมสาปนั นี วชิ าอาหารไทย : ครูปณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

๒. ข้าว
■ การเลือกซ้ือข้าว

ควรจะต้องเลอื กขา้ วทไี่ ม่มเีศษผงปะปน และไม่มี กลนิ่ อบั เมลด็ ขา้ วไม่หกั ป่นมาก ถ้าเป็น
ข้าวเหนยี ว เลอื กข้าวทมี่ ขี ้าวสารปนน้อยทส่ี ุด และควรเลอื กซ้อื ข้าวซ้อมมือ เพราะคุณค่าทาง
อาหารเจอื ปนอยู่มาก
■ การเก็บรักษาข้าวสาร

ในส่วนของการเกบ็ รกั ษาขา้ วสาร เราควรเกบ็
ไว้ในภาชนะทม่ี ฝี าปิดมดิ ชดิ เกบ็ ในสภาพไร้อากาศ
มกี ารควบคุมอุณหภูมเิพยี งอย่างเดยี ว ถอื เป็น
การรกั ษาคุณภาพได้นานทส่ี ุด เป็นการเกบ็ แบบ
ธรรมชาติ ไม่ต้องใชส้ ารเคมดี ้วย

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

๓. ถั่วเมล็ดแห้ง
ถวั่ เมลด็ แหง้ ทสี่ ดและใหม่ เมลด็ จะสดใสสม่าเสมอ ไมม่ รี งั ตวั มอดหรอื ตวั แมลงต่างๆ ปะปนอยู่

ถว่ั เก่าจะมสี คี ล้า มกี ลน่ิ เหมน็ อบั และเบาโปร่ง ทเี่มลด็ จะมรี ูมอดปะปนอยู่ทว่ั ไป และมถี ว่ั เสยี ปนอยู่มาก

วชิ าอาหารไทย : ครูปณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

ประเภทอาหารกระป๋ อง

■ อาหารกระป๋อง เป็นอาหารทมี่ กี รรมวธิ ีการ
ผลติ เพอ่ื ทาลายและยบั ยงั้ การขยายพนั ธ์ุ
ของเชอ้ื โรค การเลอื กซ้อื อาหารกระป๋องต้อง
ตรวจดูลกั ษณะของกระป๋องให้ถถี่ ว้ น เลอื กซ้อื
เฉพาะกระป๋องทอ่ี ยู่ในสภาพทไ่ี ม่บดิ เบ้ยี ว ฝา
กระป๋องไม่โป่ง ไม่ซ้อื กระป๋องทเ่ี ป็นสนมิ หรอื
ตะเขบ็ กระป๋องแตก กระป๋องควรอยู่ในสภาพดี
ต้องอุ่นอาหารกระป๋องทุกชนดิ ให้เดือดก่อน
รบั ประทาน

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

ประเภทอาหารสาเรจ็

■ อาหารปรุงสาเรจ็ หมายถงึ อาหารทห่ี ุงต้มเสรจ็
เรยี บร้อยแลว้ ตง้ั วางไวข้ าย การซ้อื อาหารสาเรจ็
ต้องเลอื กซ้อื จากผู้ปรุงหรือผู้ขายทไ่ี ม่เป็นโรค
ผวิ หนงั และเมอื่ ซ้อื อาหารสาเรจ็ ต้องอุ่นหรอื เขา้
ตู้เยน็ ทนั ที

■ อาหารกึ่งสาเร็จรูป หมายถึง อาหารที่ผ่าน
กรรมวธิ ี และปรุงแต่งมาบ้างแล้ว ใช้รบั ประทาน
หลงั จากผ่านวธิ ีการอย่างง่ายๆ และใช้เวลาสน้ั
โดยการเตมิ น้าร้อน การต้ม หรอื การเตมิ อาหาร
อนื่ ลงไป

วชิ าอาหารไทย : ครปู ณดิ า ทองเตม็ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี


Click to View FlipBook Version