บทเรยี นสำเรจ็ รูป
เรื่อง
Present Continuous
Tense
Present Continuous Tense
Present Continuous Tense
เราน้นั จะเนน้ Verb ing
แต่โครงสร้าง Tense อนั น้ี จาไวใ้ หด้ ี
S + is, am, are+ V. ing
อยา่ ลืมๆ
ผู้จดั ทำ
1.นำงสำวสรัลพร คล้ำยสนิ ธุ์ เลขที่ 24
2. นำงสำวศิวลักษณ์ งำมยง่ิ เลขท่ี 26
ก
คานา
แบบฝึกทกั ษะภำษำองั กฤษ เร่อื ง Present Continuous Tense เลม่
นี้ เป็นสว่ นหน่ึงของวชิ ำ นวตั กรรมและเทคโนโลยดี จิ ิทลั จดั ทำขนึ้ เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นไดศ้ กึ ษำ
หำควำมรูเ้ ก่ียวกบั Present Continuous Tense กำรจดั กำรเรียนกำรสอนในวิชำ
ภำษำองั กฤษมีควำมสำคญั เป็นอย่ำงย่ิง ภำษำองั กฤษมีกำรใชก้ นั ท่วั โลกมำกกว่ำภำษำ
อ่ืนๆ มีกำรเรียนกำรสอนกันท่ัวโลกมำกกว่ำภำษำอ่ืนจึงคิดให้เป็นภำษำส ำกลท่ี
ติดต่อส่ือสำรไดท้ ่ัวโลก กำรเรียนกำรสอนภำษำอังกฤษประกำรแรกน่ำจะใชใ้ นกำร
ติดต่อส่ือสำรระหว่ำงกันอย่ำงเหมำะสมตำมสถำนะกำรณ์ เพรำะฉะนั้นกำรเรียนกำร
สอนภำษำองั กฤษนนั้ นกั เรยี นจำเป็นตอ้ งมที กั ษะกำรใชห้ ลกั ไวยกรณใ์ หถ้ ูกตอ้ งเพ่ือท่ีจะ
ส่ือควำมหมำยไดถ้ ูกตอ้ ง ดงั นัน้ จะตอ้ งจดั กิจกรรมใหน้ ักเรียน ไดม้ ีโอกำสฝึกซ้ำๆ จน
สำมำรถเขียนหรือพดู ไดถ้ กู ตอ้ ง กำรฝึกเขียนหรอื ใชไ้ วยกรณท์ ่ีถกู ตอ้ งน้ันตอ้ งอำศยั กำร
ฝึก โดยกำรเรยี นรูใ้ นเร่อื งโครงสรำ้ งของเทนสน์ ี้ รวมถึงในแบบฝึกนีม้ ีหลักในกำรจำและ
เทคนิคกำรใชอ้ ย่ำงไร และวิธีท่ีจะพฒั นำทำงภำษองั กฤษใหไ้ ดผ้ ลมีวิธีหน่ึง คือกำรฝึก
ทกั ษะกำรทำแบบฝึกบ่อยๆ เพรำะแบบฝึกทกั ษะภำษำองั กฤษเป็นส่ือในกำรสอนอย่ำง
หน่ึงท่ีสำมำรถทำใหผ้ ูเ้ รียน บรรลุวตั ถปุ ระสงคใ์ นกำรฝึกเขียนของนักเรียนได้ แบบฝึก
ทกั ษะภำษำองั กฤษจะทำำใหเ้ ดก็ เกิด ควำมแมน่ ยำคลอ่ งแคลว่
ผู้จัดทำหวังเป็ นอย่ำงย่ิงว่ำแบบฝึกทักษะภำษำอังกฤษเร่ือง Present
Continuous Tense จะเป็นประโยชนท์ ง้ั ครูผสู้ อน และผเู้ รยี นกล่มุ สำระกำรเรียนรู้
ภำษำไทยต่อไป
ผจู้ ดั ทำ
ข
สารบญั
เนือ้ หำ หนำ้
คำนำ……………………………………………………………..... ก
คำชีแ้ จงกำรใชบ้ ทเรยี นสำเรจ็ รูป……………………………………….. 1
สำระสำคญั และจดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู…้ ……………………………….. 2
แบบทดสอบก่อนเรยี น………………………………………………... 3
Present Simple Tense……………………………………. 6
ลกั ษณะกำรใช้ Present Simple Tense………………………… 7
รูปประโยคPresent Simple Tense………………………... 10
แบบทดสอบหลงั เรยี น………………………………………….........18
1
คำชีแ้ จงกำรใช้บทเรยี นสำเร็จรูป
บทเรยี นสำเรจ็ รูปนีเ้ ป็นบทเรยี นสำเรจ็ รูปท่ใี ชเ้ รยี นรูด้ ว้ ยควำม
สำมำรถของตนเอง ใหผ้ เู้ รยี นอำ่ นคำำชีแ้ จงและทำำตำมขนั้ ตอนตงั้ แตต่ น้ ไป
จนจบ
ดงั ตอ่ ไปนี้
1. ศกึ ษำสำระสำคญั และจดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรูจ้ ะทรำบวำ่ เม่อื เรียนจบ
บทเรยี นนีแ้ ลว้ นกั เรยี นจะสำมำรถทำำอะไรไดบ้ ำ้ ง
2. ลองทำแบบทดสอบก่อนเรียนโดยไม่ตอ้ งกงั วลถงึ คะแนน
3. ศกึ ษำบทเรยี นไปเร่อื ยเรอ่ื ยตำมลำดบั ทลี ะหวั ขอ้
4. คอ่ ย ๆ ทำควำมเขำ้ ใจกบั เนือ้ หำไปทลี ะหวั ขอ้ อยำ่ งไมต่ อ้ งกงั วล
5. หลงั เรยี นเนือ้ หำเสรจ็ แลว้ ใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบทำ้ ยบทเรยี นดว้ ย
ควำม
ซ่อื สตั ยแ์ ลว้ คอ่ ยเปิดดเู ฉลยเพ่ือตรวจคะแนน
6. หลงั จำกเรยี นเสรจ็ นกั เรยี นควรเก็บบทเรยี นสำำเรจ็ รูปใหเ้ รียบรอ้ ย
พรอ้ ม
ท่จี ะใหผ้ อู้ ่นื นำไปศกึ ษำไดต้ อ่ ไป
2
สำระสำคญั
เป็นเทน็ สท์ ่ีใชบ้ อกกำรกระทำท่ีกำลงั เกิดขนึ้ หรอื กำรกระทำท่ี
กำลงั จะเกิดขนึ้ ในอนำคต ซง่ึ เป็นกำรวำงแผนไวเ้ ป็นท่ีเรยี บรอ้ ยแลว้
โครงสรำ้ งของเทน็ ส์ S + is, am, are + V ing
จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้
1. สำมำรถจำโครงสรำ้ งของเทน็ สน์ ีไ้ ด้
2. สำมำรถนำเทน็ สน์ ีไ้ ปใชใ้ นสถำนกำรณแ์ ละช่วงเวลำท่ี
เหมำะสม
3. สำมำรถใชป้ ระโยคไดถ้ กู ตอ้ งตำมหลกั ไวยกรณ์
4. สำมำรถนำควำมรน็ ีไ้ ปสอบเรอ่ื งเทน็ สน์ ีไ้ ด้
3
แบบทดสอบก่อนเรียน
(pre-test)
6
Present Continuous Tense
คืออะไร?
Present Continuous Tense หรือหลาย
คนอาจจะรู้จักในชื่อ Present Progressive Tense
อย่างท่ีเรารู้ว่า present แปลว่า ปัจจุบัน ส่วน
continuousแปลว่า ดาเนินต่อเน่ือง ดงั น้ันTense
นีจ้ งึ เป็ นการบอกเล่าสิ่งที่กาลงั เกดิ ขนึ้ อยู่ในปัจจุบัน โดย
มีลักษณะการใช้ดงั นี้
7
ลกั ษณะการใช้
Present Continuous Tense
1. ใชเ้ พ่ือบอกเลำ่ เหตกุ ำรณห์ รอื กำรกระทำในปัจจบุ นั ท่ีกำลงั ดำเนิน
อยแู่ ละยงั ไม่จบลง (จะจบลงในอนำคต) โดยอำจพบคำบอกเวลำ
(Adverbs of time) ปรำกฏอย่ใู นประโยคดว้ ย เช่น now, at
the moment, right now เป็นตน้ ตวั อย่ำงกำรใชเ้ ชน่
I am studying at Chulalongkorn university.
(ฉนั กำลงั ศกึ ษำอยทู่ ่ีมหำวิทยำลยั จฬุ ำลงกรณม์ หำวิทยำลยั )
Palm is trying to lose weight now.
(ปำลม์ กำลงั พยำยำมลดนำ้ หนกั อย่ตู อนนี)้
8
ลกั ษณะการใช้ ( ต่อ )
2. ใชก้ บั เหตกุ ำรณห์ รอื กำรกระทำท่กี ำลงั เป็นกระแสหรอื เป็นท่ี
นิยมอยใู่ นขณะนนั้ เช่น
These day, most people are favoring healthy food.
(ปัจจบุ นั ผคู้ นสว่ นใหญ่กำลงั นิยมอำหำรเพ่อื สขุ ภำพ)
3. ใชก้ บั เหตกุ ำรณห์ รอื กำรกระทำท่ีกำลงั จะเกิดขนึ้ ในอนำคต โดยมี
กำรเตรยี มและวำงแผนไวล้ ว่ งหนำ้ อย่ำงแนน่ อนแลว้ และมกั พบคำบอก
เวลำ (Adverbs of time) เชน่ tonight, this evening,
tomorrow, next week เป็นตน้ ตวั อย่ำงกำรใชเ้ ช่น
I am meeting my parent tonight.
(ฉนั จะพบกบั พ่อแมใ่ นคนื นี)้
Cherprang and Pun are going on holiday next week.
(เฌอปรำงและปัญจะไปพกั รอ้ นสปั ดำหห์ นำ้ )
9
ลกั ษณะการใช้ ( ต่อ)
4. ใชก้ บั เหตกุ ำรณห์ รอื กำรกระทำท่ีเกิดขนึ้ บอ่ ยจนเกินไป ทำใหซ้ ำ้ ซำก
และนำ่ เบ่อื ตวั อย่ำงเช่น
Suwich is constantly talking. I wish he would shut up.
(สวุ ิชพดู ไมห่ ยดุ เลย ฉนั หวงั วำ่ เขำจะหยดุ พดู เสยี ที)
**ผพู้ ดู แสดงอำกำรรำคำญจำกกำรพดู ไม่หยดุ ของสวุ ชิ
I don't like gangster near my house because they are
always making noisy.
(ฉนั ไมช่ อบกลมุ่ อนั ธพำลใกลบ้ ำ้ นของฉนั เพรำะพวกเขำมกั จะทำ
เสียงดงั เสมอ) พอดีจงึ ใชใ้ นรูปประโยค Present Continuous
Tense
**ถึงแมว้ ำ่ เป็นเหตกุ ำรณท์ ่ีเกิดขนึ้ ประจำ แตม่ นั เกิน
10
รูปประโยคของ
Present Continuous Tense
ลกั ษณะเดน่ ของรูปประโยค Present Continuous
Tense คือ กำรใช้ V. to be (Is, Am, Are) และตำมดว้ ย
คำกรยิ ำท่ีมีกำรเติม -ing โดยรูปประโยค Present Continuous
Tense มี 3 รูปแบบ ดงั นี้
11
1. ประโยคบอกเล่า
โครงสรำ้ งประโยคบอกเลำ่
Subject + V. to be + V. ing + Object + (คาบอกเวลา)
ส่งิ ท่ีเรำตอ้ งคำนงึ ในรูปประโยคของ Present Continuous
Tense คือกำรใช้ V. to be ซง่ึ ประกอบดว้ ย is, am, are โดยจะ
เลือกใชV้ . to be ตวั ใดนนั้ ใหส้ งั เกตท่ีประธำนของประโยค ถำ้ ประธำน
เป็น He, She, It ใหใ้ ช้ is แตถ่ ำ้ ประธำนเป็น I ใหใ้ ช้ am และถำ้
ประธำนเป็น You, We, They ใหใ้ ช้ are และเปล่ยี นรูปคำกรยิ ำโดย
กำรเตมิ ing ตวั อย่ำงเช่น
12
ตวั อย่างประโยคบอกเล่า
My sister is playing violin.
(นอ้ งสำวของฉนั กำลงั เลน่ ไวโอลิน)
** ประโยคนีป้ ระธำนคือ My sister หรอื ใช้ She แทนได้ จงึ ตอ้ งตำม
ดว้ ย V. to be คอื is และเติม ing หลงั คำวำ่ play
We are reading newspaper now.
(พวกเรำกำลงั อ่ำนหนงั สือพมิ พต์ อนนี)้
** ประโยคนีป้ ระธำนคอื We ซง่ึ เป็นพหพู จน์ ตอ้ งตำมดว้ ย V. to be
คือ are และเตมิ ing หลงั คำวำ่ read
I am sleeping under the tree.
(ฉนั กำลงั นอนอยใู่ ตต้ น้ ไม)้
** ประโยคนีป้ ระธำนคอื I ซง่ึ ถงึ แมว้ ำ่ จะเป็นเอกพจน์ แตจ่ ะตอ้ งตำม
ดว้ ย V. to be คือ am เท่ำนนั้ และเติม ing หลงั คำวำ่ sleep
13
***ความรู้เพม่ิ เตมิ
หลกั กำรเตมิ ing ทำ้ ยคำกรยิ ำโดยท่วั ไปสำมำรถเตมิ ing ไดเ้ ลย แตม่ ี
ขอ้ ยกเวน้ บำงกรณี ดงั นี้
1. คำกรยิ ำนนั้ มีสระเสียงสนั้ (อะ อิ อุ เอะ โอะ ฯลฯ) และ
โดยมำกมกั เป็น a, e, i, o, u อยหู่ นำ้ พยญั ชนะทำ้ ย หรอื คำกรยิ ำ
นนั้ ๆ มีตวั สะกดเพียงตวั เดยี ว ก่อนเติม ing ใหเ้ พ่ิมตวั สะกดของคำนนั้
ซำ้ อีกตวั หน่งึ แลว้ จงึ เตมิ ing เช่น
sit ---> sitting
cut ---> cutting
get ---> getting
shop ---> shopping
14
***ความรู้เพม่ิ เตมิ ( ต่อ )
2. คำกรยิ ำนนั้ ลงทำ้ ยดว้ ย e ใหต้ ดั e ทิง้ แลว้ เตมิ ing เชน่
come ---> coming
drive ---> driving
make ---> making
ride ---> riding
smoke ---> smoking
3. เคชำ่นกรยิ ำท่ีมีสระ 2 ตวั (A, E, I, O, U) ใหเ้ ตมิ ing ได้
เลย
cook ---> cooking
keep ---> keeping
read ---> reading
15
***ความรู้เพม่ิ เตมิ ( ต่อ )
4. คำกรยิ ำท่ีลงทำ้ ยดว้ ย ie ใหเ้ ปล่ยี น ie เป็น y แลว้ จงึ เตมิ ing เชน่
die ---> dying
lie ---> lying
5. คำกรยิ ำท่ีมีสองพยำงค์ และออกเสียงหนกั (stress) ท่ีพยำงคห์ ลงั
โดยพยำงคน์ นั้ มีสระและตวั สะกดเพียงตวั เดยี ว ใหเ้ พ่ิมตวั สะกดของคำนนั้
ซำ้ อีกตวั หน่งึ แลว้ จงึ เติม ing เช่น
begin ---> beginning
refer ---> referring
swim ---> swimming
16
2. ประโยคคาถาม
โครงสรำ้ งประโยคคำถำม
V. to be + Subject + Verb. เตมิ ing + object +
(คาบอกเวลา)?
ประโยคคำถำมใน Present Continuous Tense ไม่มีกฎอะไร
มำกมำยเลยคะ่ เพียงแค่สลบั ท่ี V. to be ขนึ้ มำไวต้ น้ ประโยค โดย
ตอ้ งพิจำรณำกำรเลอื กใช้ V. to be ตำมประธำนของประโยคดว้ ย
เพียงเท่ำนีก้ ็จะไดป้ ระโยคคำถำม ตวั อย่ำงเช่น
Is it raining at the moment ?
(ฝนกำลงั ตกอยตู่ อนนีห้ รอื เปลำ่ ?)
Are you lying to me ?
(คณุ กำลงั โกหกฉนั หรอื เปลำ่ ?)
17
3. ประโยคปฏิเสธ
โครงสรำ้ งประโยคปฏิเสธ
Subject + V. to be + not + Verb. เติม ing +
object + (คำบอกเวลำ)
สำหรบั รูปประโยคปฏิเสธคงรูปเดมิ คลำ้ ยกบั ประโยคบอกเลำ่
ใแนตเ่Pพr่ิมenseonttขCนึ้ มoำnหtลinงั uVo.utsoTbeensเพeียตงวเั ทอำ่ ยนำ่ ีก้งเ็จชะ่นเป็นประโยคปฏิเสธ
The students are not studying Science.
(นกั เรยี นไมไ่ ดก้ ำลงั เรยี นวิชำวทิ ยำศำสตร)์
Sunisa is not doing homework.
(สนุ สิ ำไมไ่ ดก้ ำลงั ทำกำรบำ้ น)
I am not swimming in the canal.
(ฉนั ไมไ่ ดก้ ำลงั วำ่ ยนำ้ อยใู่ นลำคลอง)
18
***ข้อควรจา
คำกรยิ ำบำงตวั ไมส่ ำมำรถนำมำใชใ้ นรูปประโยค Present
Continuous Tense ได้ ดงั นี้
1. กรยิ ำท่ีแสดงถงึ ประสำทสมั ผสั ทงั้ หำ้ เช่น see, hear,
feel, taste, smell เป็นตน้
2. กรยิ ำท่ีแสดงควำมรูส้ กึ นกึ คิด เช่น believe, know,
understand, forget, remember, recognize, fear
เป็นตน้
3. กรยิ ำท่ีแสดงควำมชอบและไมช่ อบ เชน่ love, like,
hate, dislike, desire เป็นตน้
4. กรยิ ำท่ีแสดงควำมตอ้ งกำร เช่น want, wish, prefer
เป็นตน้
19
แบบทดสอบหลงั เรียน
( post-test )