The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศิลปะวิทยาการสมัยกลาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by atom2547ttn, 2021-09-13 08:10:41

ศิลปะวิทยาการสมัยกลาง

ศิลปะวิทยาการสมัยกลาง

medieval arts

ศิลปะวิทยาการสมัยกลาง

ยุคกลาง (Middle Age)
ประมาณ ค.ศ. 300 – ค.ศ. 1300
ความเจริญทางด้านศิลปะในยุคกลาง เป็นการสร้างสรรค์โดยวัด
และคริสต์ศาสนิกชน ซึ่งมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและศิลปวิทยา
ศิลปะของคริสต์ศาสนาจึงเจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะสิ่งก่อสร้างที่
เกี่ยวกับวัดคาทอลิก มีลักษณะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละท้องถิ่น
แต่ส่วนใหญ่สิ่งก่อสร้างจะมีขนาดเล็กลง นิยมสร้างด้วยหินและปูผิว
ด้วยอิฐ สร้างสุสานด้วยการเจาะหินหน้าผา กลุ่มศิลปะที่อยู่ในยุค
กลางได้แก่ ศิลปะโกติก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ศิลปะบารอก และรอก

โกโก

ศิลปะโกติก (Gothic Art)



ศิลปะโกติกนิยมแสดงเรื่องราวทางศาสนาในแนว

เหมือนจริง (Realistic Art) ไม่ใช้สัญลักษณ์
เหมือนศิลปะยุคก่อน งานสถาปัตยกรรมมี
โครงสร้างทรงสูง มียอดหอคอยรูปทรงแหลมอยู่
ข้างบนทำให้ตัวอาคารมีรูปร่างสูงระหงขึ้นสู่เพดาน
ซุ้มประตู หน้าต่าง ช่องลม มีส่วนโค้งแปลกกว่า

ศิลปะแบบ-อื่น

ศิลปะสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา

(Renaissance Art)

สงครามครูเสด ทำให้มีการเปลื่ยนเเปลงการปกครองหลายที่เป็น
อิสระ ศิลปินได้นำเเบบอย่างในอดีตมาเป็นต้นเเบบ ลักษณะอาคารมี
ประตูหน้าต่างเพิ่มมากขึ้น ประดับตกแต่งภายในด้วยภาพจิตรกรรม
และประติมากรรมอย่างหรูหรา สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ในสมัยนั้น

ฟื้นฟูศิลปวิทยา เช่น มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในกรุงโรม วิหารนี้มี
ศิลปิน นิยมตกเเต่งด้วยมือ งานจิตรกรรมและประติมากรรมในสมัย
ฟื้นฟูศิลปวิทยา ศิลปินได้สร้างสรรค์ในรูปความงามตามธรรมชาติ

เป็นความงามเเบบคลาสสิก

1. โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St.Peter)

ค.ศ.1506-1546



บรามานเต เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบและคุมการก่อสร้าง แต่บรามานเต
ถึงแก่กรรมก่อนงานจะเสร็จ จึงเป็นภาระหน้าที่ของสถาปนิกอีกหลาย
คน จนกระทั่ง ค.ศ.1546 มิเคลันเจโล Michelangelo Buonarrotii
ได้รับการติดต่อจากสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 3ให้เป็นสถาปนิกรับผิด
ชอบออกแบบก่อสร้างต่อไป โดยเฉพาะอาคารที่อยู่ตรงกลาง มิเคลัน

เจโลได้แรงบันดาลใจมาจากวิหารแพนธีออนของจักรวรรดิโรมัน

2. ภาพกำเนิดอาดัม
(ค.ศ.1508-1512 )

มิเคลันเจโล บูโอแนร์โรตี Michelangelo Buonarrotiiเป็นงาน
จิตรกรรมฝาผนังที่เขียนไว้ตกแต่งเพดานโบสถ์ซิสทีน ด้วยวิธีการวาด

ภาพปูนเปียก Fresco คือเขียนภาพ
ในขณะที่ปูนยังไม่แห้ง เพื่อสีจะได้ซึม

เข้าไปในเนื้อปูน อันมีผลต่อความคงทน

3. ภาพโมนา ลิซา Mona Lisa

(ค.ศ.1503-1505)

เลโอนาร์โด ดา วินชี Leonardo Da Vinciเป็นภาพเขียนสีน้ำมันบนผ้า ขนาด
30.5 X 21 นิ้ว แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการถ่ายทอดแบบเลียนแบบ

ธรรมชาติ
การพิถีพิถันเรื่องการจัดวางมือที่งดงาม แววตาและรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย
การนำธรรมชาติมาเป็นฉากหลังและสร้างมิติใกล้ไกลแบบวิทยาศาสตร์การ
เห็น (ทัศนียภาพหรือPerspective) เลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นผู้ริเริ่มการเขียน

ภาพแบบแสดงค่าตัดกันระหว่างความมืดกับความสว่าง ที่เรียกว่า
คิอารอสกูโร( Chiaroscuro)

4. ดาวิด David ( ค.ศ.1501-1504 )

มิเคลันเจโล รูปสลักรูปดาวิด เป็นหินอ่อน มีความสูงถึง13 ฟุต 5 นิ้ว เป็นการ
ถ่ายทอดรูปแบบ ที่มีกรีกและโรมันเป็นแนวทางจึงทำให้รูปดาวิดมีลักษณะทาง
กายภาพสอดคล้องกับอุดมคติของกรีกและโรมันที่เน้นความสมบูรณ์ทางสรีระ
การจัดท่วงท่าที่งดงาม ด้วยการใช้ขาข้างหนึ่งรับน้ำหนัก อีกข้างหนึ่งงอพัก
แขนข้างหนึ่งห้อยขนาน อีกข้างหนึ่งยกขึ้นในอิริยาบถที่ไม่ซ้ำกับแขนอีกข้างรูป

ดาวิด ให้ความรู้สึกที่สง่างาม มีท่วงท่าที่เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ

4.) ศิลปะบาโรก ( Baroque )

ค.ศ.1580 - 1750

เป็นยุคที่มีการสร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อการแสดงออกที่เรียกร้องความสนใจ
มากเกินไปมุ่งหวังความสะดุดตาราวกับจะกวักมือเรียกผู้คนให้มาสนใจศาสนา
การประดับตกแต่งมีลักษณะฟุ้งเฟ้อเกินความพอดี

1. พระราชวังแวร์ซายล์ส
Versailles (ค.ศ.1661 - 1691)
สร้างขึ้นด้วยหินอ่อน ในสมัยพระ
เจ้าหลุยส์ที่14 ของประเทศ
ฝรั่งเศส ใช้เงินไปประมาณ 500
ล้านฟรังส์ จุคนได้ประมาณ
10,000 คน เพื่อประกาศให้นานา
ประเทศได้เห็นถึงอำนาจและบารมี
ของพระองค์

2. ความปลาบปลื้มยินดีของเซนต์เทเร
ซาSt.Theresa (ค.ศ.1645 - 1652) ศิลปิน เบอร์
นินีเป็นงานประติมากรรมที่แสดงอาการความ
รู้สึกเคลื่อนไหวมีชีวิตประหนึ่งว่ามีลมหายใจ ผล
งานชิ้นนี้บ่งบอกถึงการทำงานอย่างมีการ
วางแผนเพื่อให้ผลงานและพื้นที่ทั้งหมดอยู่ร่วมกัน
ได้อย่างงดงามและกลมกลืน

ความเจริญของศิลปวิทยาการในสมัย

กลาง

1. ศิลปไบแซนไทน์

ในขณะที่อาณาจักรโรมันอันยิ่งใหญ่กำลังเสื่อมลง จักรพรรดิ์คอนสแตนที่ 3
แห่งโรมันได้สถาปนาเมืองหลวงทางตะวันออก อันเป็นเมืองหลวงของอาณา
จักรไบแซนไทน์ หรือจักรวรรดิโรมันตะวันออก ( เมืองอีสตันบูล ประเทศตุรกี ใน
ปัจจุบัน ) ต่อมาเมื่อจักรพรรดิโรมันองค์ต่อๆมายอมรับศาสนาคริสต์เป็น
ศาสนาประจำจักรวรรดิ ดังนั้ศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนา มีลักษณะของ
การผสมผสานศิลปะตะวันตกกับศิลปะตะวันออกเป็นอย่างดี ศิลปะที่สำคัญ
ได้แก่ สถาปัตยกรรม

2. ศิลปะแบบโรมาเนสก์

เป็นศิลปะแบบเรียบง่าย สถาปัตยกรรม ส่วนจะมีแผนผังเป็นรูปไม้
กางเขน การก่อสร้างเป็นรูปวงโค้ง สถาปัตยกรรมที่สำคัญได้แก่ หอปิซา
ประเทศอิตาลี งานด้านประติมากรรม จะเป็นภาพนูนสลักด้วยหินอ่อน
และโลหะไม่เป็นธรรมชาติ ด้านจิตกรรม เป็นภาพวาดทั้งแบบธรรมดา
และแบบเฟรสโก มีลักษณะแข็งทื่อไม่เป็นธรรมชาติ

3. ศิลปะโกธิ

มีลักษณะเป็นธรรมชาติและเป็นแบบมนุษยนิยม
สถาปัตยกรรม ส่วนใหญ่มีลักษณะโค้ง ปลายแหลมที่สำคัญ
ได้แก่ วิหารชาร์ตส์ ที่เมืองชาร์ตส์ ประเทศใฝรั่งเศส ส่วน
ประติมากรรม จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ แสดงออก
มีอารมณ์ ความรู้สึก และเป็นรูปลอยออกไม่ติดฝาผนัง ไม่ผิด
ธรรมชาติ งานจิตรกรรม เป็นงานประดับกระจกสี

4. ศิลปะอิสลาม

เป็นลวดลายดอกไม้ ลายเรขาคณิตและ
ตัวอักษร นอกจากนี้มีการทำ
เครื่องปั้นดินเผา เครื่องโลหะ เครื่องทอง
เหลืองต่างๆ

5. วรรณกรรม

เป็นวรรณกรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตในระบบฟิวดัล เกี่ยวกับ
การผจญภัยการต่อสู้ และค่านิยมด้านความซื่อสัตย์
วรรณกรรมที่สำคัญ ได้แก่ มหากาพย์เกี่ยวกับศาสนา
คริสต์คือเทวนคร วรรณกรรมในสมัยนี้จะมีเนื้อหา
เกี่ยวข้องกับทางโลกทั้งบทร้อยแก้วและร้อยกรอง

6. การศึกษา

การศึกษาส่วนใหญ่มีในวัดและเน้นหนักทางด้านเทววิทยา
ต่อมาได้ขยายไปนอกวัดซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งมหาวิทยาลัย
ที่สำคัญ เช่น มหาวิทยาลัยบาโลญญา มหาวิทยาลัยปารีส
ในฝรั่งเศส

รายชื่อเทพบุตร

นาย ปิยชนก เเสงชัน ม.5/10 เลขที่ 6
นาย พิพัฒน์ คุโนภาต ม.5/10 เลขที่8
นาย สมัชญ์พล สนธิปัญจพงษ์ ม.5/10 เลขที่ 9
นาย หัสดิน พิยะ ม.5/10 เลขที่ 10

close


Click to View FlipBook Version