บทที่ 3
ใบพดั ปน
การไดท ดลองเลน เครือ่ งรอ นพุงดวยมือในบทท่ี 2 ทาํ ใหเ ราไดเหน็ และ รู
แลว วา มแี รงยกเกดิ ข้ึนกับปกของเครื่องรอ น จึงทาํ ใหลอยอยไู ด ชั่วระยะเวลา
หนึ่ง เม่ือเครื่องรอนชา ลง (ดวยแรงตานของอากาศ) แรงยกก็ลดลงดวย
รปู ท่ี 3.1 เฮลิคอปเตอรข นาดเล็ก ชนิดโดยสารไดเ พยี งคนเดียว
46 บทที่ 3 ใบพดั ปน
เครื่องรอ นตอ งบนิ ไปขางหนาดวยความเรว็ คา หนึ่ง ถา อยูน ่งิ ๆ หรอื มี
ความเร็วนอ ยไปก็ลอยไมไ ด จงึ ไดมกี ารคิดสรางอากาศยานทแ่ี มอ ยูน่งิ ๆก็ลอย
ได ขน้ึ ลงในแนวดิ่งได แตอยางไรก็ตามการทําใหเ กดิ แรงยกตองทําใหม อี ากาศ
ไหลผานปก หรือแพนอากาศ (แพนอากาศกค็ อื สง่ิ ที่นาํ มาทําเปน ปก เคร่อื งบิน
นน่ั เอง มีหลายลกั ษณะสว นมากเปน แผน แบนบางๆ) จงึ ตองทาํ ใหป กหรอื แพน
อากาศหมนุ ดวย ความเรว็ ท่มี ากพอ จึงจะเกดิ แรงยกทมี่ ากพอทาํ ใหเ ครอื่ งบิน
หรอื อากาศยานลอยข้ึนได อากาศยานชนดิ น้เี ปนท่รี จู กั กนั ดี คือ เฮลคิ อปเตอร
ดงั ใน รูปท่ี 3.1 นกั เรยี นคงเคยเห็นกนั มาแลว
ใบพดั ปน ทจี่ ะทําเลน ในบทน้ี กม็ ลี ักษณะเชนเดียวกันกับ เฮลิคอปเตอร
ทีล่ อยข้ึนในแนวดิง่ ดว ยแรงยกของใบพัดที่กาํ ลงั หมุน ติดตั้งอยดู านบน เรียกวา
“โรเตอร” (Rotor เปน การเรียกทบั ศัพท) หรอื ปก หมนุ ในภาษาไทย ดังน้นั
เครื่องบนิ หรอื เคร่ืองรอนทเี่ ราทําเลนกนั มาแลว บางครงั้ จึงเรยี กวา อากาศยาน
แบบ ปก ตรงึ (ภาษา องั กฤษคือ Fixed-wing แปลวา ปก ตดิ อยนู ง่ิ )
รปู ท่ี 3.2 เมื่อมกี ระแสอากาศ หรอื ลมไหลผานกลีบใบพัดปน จะมแี รงยกชว ย
พยงุ ใหล อยอยไู ดในอากาศ
บทท่ี 3 ใบพดั ปน 47
ใบพัดปน ของเลน สาํ หรับเด็กๆ ท่ีปนใหห มนุ แลว ลอยได ดวยกลีบใบของ
ใบพัดปน เปรียบไดกบั ปก ของเครอ่ื งรอน ถา ทําใหอ ากาศไหลผานจะมีแรงยก
เกดิ ขน้ึ ดงั ในรูปท่ี 3.2 การหมุนใบพดั ปนคอื การทาํ ใหมอี ากาศไหลผา นกลีบใบ
ดงั นนั้ จึงมีแรงยกเกิดขึน้ ทาํ ใหลอยข้นึ ไปได ย่งิ หมุนเร็ว ความเรว็ ของอากาศ
ไหลผา นกลบี ใบมมี าก แรงยกก็ย่งิ มีมากตาม จึงลอยขน้ึ ไดเ ร็วกวา และสูงกวา
รูปที่ 3.3 การประกอบเขาดวยกัน ของช้ินสวนใบพัดปน
เนอ่ื งจากวา ใบพดั ปน เปนของเลนสําหรบั เด็กๆ ที่นิยมกนั มานานแลว
จึงมีขายอยูทว่ั ไป ในกิจกรรมนจ้ี ึงข้นึ อยูกับ การตดั สินใจของคุณครูผคู วบคมุ
48 บทท่ี 3 ใบพดั ปน
จะเลือกใหนกั เรยี น ใชใบพัดปน สําเร็จรูป ทม่ี ขี ายหรอื แถมมากบั ขนมอยูท่ัวไป
ก็สามารถนํามาเลน เพ่ือใหนักเรยี นไดสนกุ กบั การแขงขนั แตถา นักเรียก
ตองการทีจ่ ะทําขน้ึ มาเลน เองได ดว ยความชว ยเหลอื ของคณุ ครู ในการสรา ง
ชิ้นสวนบางสวนเพ่อื นํามาประกอบดงั ในรปู ที่ 3.3 วัสดุทน่ี าํ มาใช นา จะเปน
โฟมบาง หรือกระดาษแข็ง และไมบ ัลซา หรอื ไมช นดิ อื่นเทา ท่จี ะหาได
กระบวนการในการสรางช้นิ สวน ถอื ไดวา เปนการพฒั นาความคดิ และ
การประยกุ ต ใชสิ่งทีม่ อี ยูเพ่ือนาํ มาใช น่นั คือ เราตองทดลอง ตอ งคิด ตอ ง
สาํ รวจ และเมื่อทําสําเร็จ ยอมเปน ความภมู ใิ จ ในความพยายาม ถือไดว าเปน
ประสบการอยา งหนงึ่ ที่ชว ยขยายความคิด ไมเ พยี งแตเ ปนการทาํ กิจกรรม ของ
ใบพดั ปน แตเพียงอยา งเดียว แตยังเปนการฝก นิสัยของความอดทน ขยัน
ขนั แขง็ และตอ งมีความคดิ รเิ รมิ่ สรา งสรรค ความสาํ เรจ็ ในการทาํ ข้ึนมาจากการ
ประยกุ ตหรือดัดแปลงข้ึนมาเองน้ี ควรไดร บั การชมเชย เพราะตอ งอาศยั ความ
ขยนั ทมุ เทดว ยใจรัก
สําหรับทาํ ใบพดั ปน ใหน กั เรียน นําเอาช้ินสวนทไ่ี ดมา ประกอบเขาดวย
กนั ตามคาํ แนะนาํ ของคุณครู ดังในรูปท่ี 3.3 ไมจําเปน ทต่ี อ งเหมือนกบั ในรปู
เพราะในรูปเปนเพยี งแนวทางในการทําเทา นั้น เปา หมายคือ เมอ่ื ทําเสร็จแลว
หมุนหรอื ปนใหหมุน แลวลอยข้ึนไปได
สว นการจดั แขง นาจะพิจารณาทค่ี วามสงู ของใบพดั ปน นักเรยี นแตล ะ
คน ที่ลอยขนึ้ ไปได แตถา มี ขัน้ ตอนใหเดก็ นักเรียน ตองทาํ ขึน้ เองหรอื ประกอบ
บางสวน ควรนําเอาผลงานจากกระบวนการน้ี มาพิจารณาใหค ะแนนในการ
ตดั สินดวย เชน มกี ารนาํ เอาความคดิ ใหมม าใชอ ยางไดผ ล ทัง้ น้ีข้ึนอยูกับ
คุณครผู ูค วบคุม สามารถท่ีจะกาํ หนดเงอื่ นไขอื่นๆข้ึนมาไดอีก ตามความ
เหมาะสม
บทที่ 3 ใบพัดปน 49
รปู ท่ี 3.4 เมอื่ หมุนใบพัดปน ทําใหอากาศไหลผานกลีบใบทําใหเ กดิ แรงยกพยุง
ใหลอยขึ้นได
50 บทที่ 3 ใบพดั ปน
ดใู นรูปท่ี 3.4 จะเหน็ วา แรงยกรวม อยูตรงกงึ่ กลางมีทิศทางอยูใ นแนว
เดยี วกับแกนหมนุ น่นั คอื เราสามารถควบคมุ ทิศทางในการปลอ ยใบพดั ปน ของ
เราได คือ จะใหลอยข้ึนไปในแนวดงิ่ หรอื ลอยไปขางหนา โดยการหนั ตัวเราไป
ในทิศทางท่ตี องการ หรือปรับแนวแกนหมุน แตถาเราลองปลอยใหใ บพัดปน
ของเรา ตกลงมาจะเหน็ วาใบพัดปน จะหมนุ เน่ืองจากมีอากาศไหลผาน เหมอื น
กบั วา เปนกังหันลม คือเม่อื มลี มไหลผานจะหมุนดวยแรงลม
รูปท่ี 3.4 ช่ือแตละสวนของ เฮลิคอปเตอร
ดวยวา ใบพดั ปน มกี ารลอยในลักษณะเดียวกบั เฮลคิ อปเตอร คือลอยได
ดว ยแรงยกของใบพดั ทก่ี าํ ลงั หมนุ เฮลิคอปเตอร ก็เชนเดียวกนั เปนอากาศยาน
ชนิดหน่ึงที่ลอยอยนู ิ่งในอากาศได ในธรรมชาติกม็ ีใหเห็น เชน แมลงท่ีลอยน่ิง
อยูในอากาศได แตต อ งกระพือปก เพอ่ื ใหเกดิ แรงยก นกั เรียนควรไดทาํ ความ
รูจักกบั ชื่อแตละสวนของเฮลคิ อปเตอร ดงั ในรูปที่ 3.5 โรเตอรหางมีหนาทใี น
การควบคมุ การหนั ซาย-ขวา ซง่ึ เปรียบไดกบั รดั เดอร ของเครื่องบนิ ทีใ่ ชควบคมุ
การหันซา ย-ขวา ของเคร่ืองบนิ
บทท่ี 3 ใบพดั ปน 51
รปู ที่ 3.5 เฮลคิ อปเตอรใ นขณะกําลงั ลอยตัวน่งิ เรียกวา โฮฟเวอร (Hover)
เครือ่ งบินเฮลคิ อปเตอร มีประโยชนม าก สามารถลอยตัวน่ิงๆอยใู น
อากาศได เรยี กวา “โฮฟเวอร” จงึ ทาํ ภารกจิ ไดห ลายอยาง บนิ ขึ้นและลงไดใ น
แนวดิง่ ไมจ าํ เปน ตองใชทางวง่ิ ขน้ึ เหมือนอยางเคร่อื งบนิ ปกตรึง จึงเปน
ประโยชนใ นการทําภารกิจบางอยางทีเ่ ครือ่ งบนิ ปกติทาํ ไมไ ด เชน การ
ชวยเหลอื ประชาชน ซง่ึ อยู ในทีซ่ ึ่งไมม ีทางวง่ิ ข้นึ -ลง สาํ หรับเครอื่ งบินปกติ แต
การบนิ เดนิ ทางน้ันไปไดช า กวา เครื่องบินปก ตรึง และประหยัดนาํ้ มนั นอยกวา
ถาตองการบินเดนิ ทางไปไกลๆ และมีทางว่ิงขึ้นลง ท่ีเรียกวา รนั เวย เครือ่ งบิน
ปก ตรงึ จะเหมาะกวา
52 บทที่ 3 ใบพดั ปน
แบบฝก หดั บทท่ี 3
3.1 เคร่อื งบินปกหมุน มีขอ ดีอยา งไร เมอื่ เทียบกับเครือ่ งบินปกตรึง
3.2 สวนของ เฮลิคอปเตอร ทีใ่ ชท าํ หนา ท่ี อยา งเดยี วกับ รดั เดอร ของ
เคร่ืองบินปกตรึง คืออะไร
3.3 ถาตอ งการเดนิ ทางไกลๆ ไปใหเ ร็วและประหยัดน้ํามัน ควรใชเครอื่ งบิน
แบบไหน ปก หมนุ หรอื ปก ตรึง
3.4 ถา เราปลอยใหใ บพดั ปน ตกลงมาในแนวดง่ิ ตัวใบพดั ปน จะเปน อยางไร
ผนวก
วิธีการเขยี นแบบ ดมุ ใบพัดปน
เขยี นรูปดุมใบพัดดังในรปู ใชวงเวยี น ไมบ รรทดั ดนิ สอ ฯ ลงบนกระดาษ
แลว นําไปแปะลงบนไม หนาประมาณ 5 mm. สง่ิ สาํ คัญคือรูทเ่ี จาะสําหรับ
เสยี บแกนหมนุ ตองอยูในแนวตง้ั ฉาก ไมแ กนมือหมนุ ใชไมไ ผก ลม (สาํ หรบั
เสียบลูกชนิ้ หรอื อาหาร) อยา งไรก็ตามการสรา ง ตอ งมที กั ษะทางชางดวย
รูป ผนวก 1 การเขยี นและทาํ ดุมใบพัดปน
54 ผนวก
อปุ กรณท ี่ใชประกอบการสอน ถายจากของจริง
หลกั คูใชหาตําแหนงจุด CG ของเครอ่ื งรอนพุงดว ยมือ
อปุ กรณสาธติ การหมนุ ของเคร่ืองบนิ รอบแกนหลกั 3 แกน
ผนวก 55
เคร่อื งรอ นเมื่อวางบน หลกั คูถายจากดา นบน
อปุ กรณช ว ยในการสอน ทัง้ สามอยาง
56 ผนวก
ตัวอยา ง แนวทางในการเขยี นแบบประกอบเคร่อื งรอนพงุ ดว ยมอื สาํ หรับนกั เรยี น
ผนวก 57
ในกรณีที่ตองการใหเดก็ นักเรียนทเี่ ขา แขงขันสง แบบ(Drawing) ของ
เครอ่ื งบนิ ท่ีสราง ตามแบบแนวทางการเขียนทใี่ หไว นั้นใชเ ปนแนวทางเทานั้น
ทงั้ นีข้ น้ึ อยูกบั คณะกรรมการ ท่ีควรกาํ หนดเปนมาตรฐานเดยี วกัน ข้นึ อยูกบั
หลายปจ จยั เชน พ้นื ฐานความรขู องเด็กนักเรียน ในเรื่องการเขียนแบบ ความ
พรอมของอุปกรณ ตางๆ และการใหขอ มลู คณุ สมบตั ิของ เคร่ืองรอน ไม
จาํ เปน ตองใหมาครบตามในตัวอยา งก็ได
ดูรปู ดา นบน
พ้ืนทีป่ ก หมายถงึ พืน้ ทฉี่ าย (Projected Area) เปรียบไดกับปก หรือ
เครอ่ื งรอนของเรา อยูกลางแดด ในเวลาเทยี่ งวนั เงาของปกท่ปี รากฏบนพน้ื ปนู
เรียบ ดงั นั้นพ้นื ทฉ่ี าย จงึ เทากับ ความยาวกางปก คูณดว ย ความกวางของปก
58
บรรณานุกรม
ปราโมทย์ แตงหอม อากาศยานและอากาศพลศาสตร์พนื้ ฐาน