The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มที่9_โครงรถงานระบบบังคับเลี้ยวและระบบรองรับน้ำหนัก+

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by saehliprasan962, 2022-08-21 00:12:00

เล่มที่9_โครงรถงานระบบบังคับเลี้ยวและระบบรองรับน้ำหนัก+

เล่มที่9_โครงรถงานระบบบังคับเลี้ยวและระบบรองรับน้ำหนัก+



คำนำ

วิชางานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101-2102 จัดอยู่ในหมวดวิชาสมรรถนะ
วิชาชีพ กลุ่มวิชาชีพเลือก ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาช่างยนต์ สาขางานยาน
ยนต์ ตามหลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพ พุทธศกั ราช 2562 สานกั งานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษา(สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ ผูเ้ ขียนไดบ้ ริหารสาระการเรียนรู้แบ่งเป็ น
12 เล่ม ตรงตามจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา คาอธิบายรายวิชา ในแต่ละ
บทเรียนมุ่งใหค้ วามสาคญั ส่วนที่เป็นความรู้ทฤษฎี หลกั การ กระบวนการ แบบฝึกปฏิบตั ิ
และมีคาถามเพ่ือการทบทวน เพ่ือฝึ กทกั ษะประสบการณ์ เร่งพฒั นาบทบาทของผูเ้ รียน
เป็นผจู้ ดั การแสวงหาความรู้ เป็นผสู้ อนตนเองได้ สร้างองคค์ วามรู้ใหม่ และบทบาทของ
ผูส้ อนเปลี่ยนจากผูใ้ ห้ความรู้มาเป็ นผูจ้ ดั การช้ีแนะ จดั ส่ิงแวดลอ้ มเอ้ืออานวยต่อความ
สนใจเรียนรู้ และเป็ นผูร้ ่วมเรียนรู้ จดั ห้องเรียนเป็ นสถานที่ทางานร่วมกนั จดั กลุ่มเรียนรู้
ให้รู้จกั ทางานร่วมกนั ฝึ กความใจกวา้ งมุ่งสร้างสรรค์คนรุ่นใหม่ สอนความสามารถที่
นาไปทางานได้ สอนความรักความเมตตา ความเชื่อมน่ั ความซ่ือสัตย์ เป้าหมายอาชีพอนั
ยงั ประโยชน์ เป็นคนดีท้งั กายวาจาใจ มีคุณธรรมจรรยาบรรณทางธุรกิจและวิชาชีพ

ส่งเสริมสนับสนุนยทุ ธศาสตร์การพฒั นาระบบคุณวุฒิวิชาชีพให้สอดคลอ้ งตาม
มาตรฐานอาชีพ เพอ่ื สร้างภูมิคุม้ กนั เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ การ
พฒั นามาตรฐานการปฏิบตั ิงานระดบั ชาติและการวิเคราะห์หนา้ ที่การงาน เพื่อใหเ้ กิดผล
สาเร็จในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมและทุกสาขาอาชีพ เป็ นการเตรียมความพร้อมของ
ผเู้ รียนเขา้ สู่สนามการแขง่ ขนั ในประชาคมอาเซียน

ขอขอบพระคุณท่านอาจารยผ์ ูส้ อนผูป้ ระสาทวิชาความรู้ เอกสารหนังสือที่ใช้
ประกอบในการเรียบเรียงไว้ ณ โอกาสน้ี

ประสาน แซ่หลี



สำรบัญ หน้ำ

เร่ือง ข
คานา 1
สารบญั 2
คาช้ีแจงสาหรับการใชเ้ อกสารประกอบการเรียน วิชางานจกั รยานยนต์ 3
คาช้ีแจงสาหรับครู 4
คาช้ีแจงสาหรับนกั เรียน 5
บทบาทของนกั เรียน 6
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี 6
สาระสาคญั 7
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 10
แบบทดสอบก่อนเรียน 11
กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียน 24
ใบความรู้เร่ือง โครงรถ งานระบบบงั คบั เล้ียวและระบบรองรับน้าหนกั 25
แบบฝึกหดั ท่ี 1 26
แบบฝึกหดั ท่ี 2 38
ใบงานที่ 1 53
ใบงานที่ 2 56
แบบทดสอบหลงั เรียน 57
กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลงั เรียน
ภาคผนวก

สำรบัญ (ต่อ) ค

เร่ือง หน้ำ
เฉลยแบบฝึกหดั ท่ี 1 58
เฉลยแบบฝึกหดั ที่ 2 59
เฉลยใบงานที่ 1 60
เฉลยใบงานท่ี 2 62
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 64
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน 65
บรรณานุกรม 66

1

คำชี้แจงสำหรับกำรใช้เอกสำรประกอบกำรเรียน วชิ ำงำนจกั รยำนยนต์

เอกสารประกอบการเรียน วิชางานจกั รยานยนตไ์ ดด้ าเนินการจดั ทาท้งั หมด 12 เลม่
ประกอบดว้ ย

เล่มที่ 1 เครื่องมือที่ใชใ้ นงานจกั รยานยนต์
เลม่ ที่ 2 หลกั การทางานและการถอด – ประกอบเครื่องยนตช์ ่วงบน
เลม่ ท่ี 3 ระบบส่งกาลงั
เลม่ ท่ี 4 งานระบบจ่ายน้ามนั เช้ือเพลิงแบบคาร์บูเรเตอร์
เลม่ ที่ 5 ระบบหลอ่ ลื่น
เล่มที่ 6 ระบบฉีดเช้ือเพลิงแบบอิเลก็ ทรอนิกส์ในรถจกั รยานยนต์
เลม่ ท่ี 7 งานระบบระบายความร้อน
เลม่ ที่ 8 งานระบบไฟฟ้าในรถจกั รยานยนต์
เลม่ ที่ 9 โครงรถ งานระบบบงั คบั เล้ียวและระบบรองรับน้าหนกั
เล่มท่ี 10 งานระบบเบรก ลอ้ และยาง
เล่มท่ี 11 การบารุงรักษารถจกั รยานยนตแ์ ละการประมาณราคาค่าบริการ
เล่มท่ี 12 การแกไ้ ขขอ้ ขดั ขอ้ งรถจกั รยานยนต์
เอกสารประกอบการเรียน วิชางานจกั รยานยนต์ อยู่ในหมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ กลุ่ม
สมรรถนะวชิ าชีพเลือก สาขางานจกั รยานยนต์ หลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพ ( ปวช.) จานวน 12
เล่ม เป็ นเอกสารประกอบการเรียนท่ีมีการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ที่แปลกใหม่ ผูเ้ รียนสามารถลงมือ
ปฏิบตั ิไดด้ ว้ ยตนเอง และไดร้ ับประสบการณ์จากการเรียนรู้โดยตรง ซ่ึงเอกสารประกอบการเรียนเล่มน้ี
เป็นเรื่องท่ีเก่ียวขอ้ งกบั โครงรถ งานระบบบงั คบั เล้ียวและระบบรองรับน้าหนกั ทาให้ผเู้ รียนเรียนรู้
ด้วยความสนุกสนาน ได้รับความรู้และความเพลิดเพลิน โดยยึดหลักการว่าผู้เรียนทุกคนมี
ความสามารถในการเรียนรู้และพฒั นาตนเองได้ รวมท้งั การยึดหลกั ผูเ้ รียนเป็ นศูนยก์ ลาง ตลอดจน
สอดคลอ้ งกบั หลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพ พุทธศกั ราช 2562 นักเรียนสามารถนาความรู้และ
ทกั ษะในการเรียนรู้ ท่ีได้จากการทากิจกรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวนั และการศึกษาหา
ความรู้ตอ่ ไปในอนาคต

2

คำชี้แจงสำหรับครู

เอกสารประกอบการเรียน วิชางานจกั รยานยนต์ เล่มท่ี 9 โครงรถ งานระบบบงั คบั เล้ียว
และระบบรองรับน้าหนักเล่มน้ี ใช้ประกอบการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนสาหรับหลกั สูตร
ประกาศนียบตั รวิชาชีพ( ปวช.) วทิ ยาลยั การอาชีพนาทวี โดยมีข้นั ตอนการจดั กิจกรรมการเรียนการ
สอน ดงั น้ี

1. ครูแจกเอกสารประกอบการเรียน วิชางานจกั รยานยนต์ เล่มท่ี 9 โครงรถ งานระบบ
บงั คบั เล้ียวและระบบรองรับน้าหนกั ใหน้ กั เรียน

2. ครูให้นกั เรียนศึกษาคาช้ีแจงการใชเ้ อกสารประกอบการเรียน และช้ีแจงเพิ่มเติม ก่อนลง
มือปฏิบตั ิ

3. ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพ่ือดูว่านักเรียนมีพ้ืนฐานความรู้ ความเขา้ ใจ
เก่ียวกบั เร่ืองที่เรียนมากนอ้ ยเพียงใด

4. ครูให้นักเรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียน วิชางานจกั รยานยนต์ เล่มท่ี 9 โครงรถ
งานระบบบงั คบั เล้ียวและระบบรองรับน้าหนกั และใบงานท่ี 1 -2 เพื่อใหน้ ักเรียนไดท้ บทวนและเกิด
ความรู้ความเขา้ ใจอยา่ งถูกตอ้ ง

5. ครูให้นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน เพ่ือดูว่านักเรียนมีความรู้ ความเขา้ ใจหลงั เรียน
มากนอ้ ยเพียงใด

6. ครูสงั เกตพฤติกรรมคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ และบนั ทึกผล
7. ครูตรวจคะแนนและบนั ทึกผลลงในแบบเก็บคะแนนการทาเอกสารประกอบการเรียน
วชิ างานจกั รยานยนต์ เลม่ ท่ี 9 โครงรถ งานระบบบงั คบั เล้ียวและระบบรองรับน้าหนกั เล่มน้ี
8. ครูแจง้ คะแนนใหน้ กั เรียนทราบและชมเชยนกั เรียนพร้อมใหค้ าแนะนาเพม่ิ เติม

3

คำชี้แจงสำหรับนกั เรียน

เอกสารประกอบการเรียน วิชางานจกั รยานยนต์ เล่มท่ี 9 โครงรถ งานระบบบงั คบั เล้ียว
และระบบรองรับน้าหนกั เล่มน้ี ใชป้ ระกอบการจดั กิจกรรมการเรียนรู้สาหรับนกั เรียนประกาศนียบตั ร
วชิ าชีพ( ปวช.) วทิ ยาลยั การอาชีพนาทวี โดยมีข้นั ตอนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ดงั น้ี

ศึกษำก่อนลงมือปฏิบัตกิ จิ กรรม
1. นกั เรียนศึกษาคาช้ีแจงการใชเ้ อกสารประกอบการเรียน วิชางานจกั รยานยนต์ ใหเ้ ขา้ ใจ
2. ให้นักเรียนรับเอกสารประกอบการเรียน วิชางานจกั รยานยนต์ เล่มที่ 9 โครงรถ งาน

ระบบบงั คบั เล้ียวและระบบรองรับน้าหนกั
3. นักเรียนเร่ิมทาแบบทดสอบก่อนเรียนเพ่ือประเมินดูว่านักเรียนมีพ้ืนฐานความรู้ ความ

เขา้ ใจมากนอ้ ยเพียงใด
4. นกั เรียนศึกษาเน้ือหาทาความเขา้ ใจให้ดีต้งั แต่หนา้ แรกถึงหนา้ สุดทา้ ยตามลาดบั อย่าขา้ ม

ข้นั ตอนและทากิจกรรมทา้ ยเล่ม
5. เม่ือพบคาช้ีแจงหรือคาถามในแต่ละเล่มของเอกสารประกอบการเรียน ควรอ่านและทา

กิจกรรมอยา่ งรอบคอบ
6. ส่งผลงานการทากิจกรรมการเรียนรู้จากท้ายเล่มเอกสารประกอบการเรียน วิชางาน

จกั รยานยนต์ เล่มที่ 9 โครงรถ งานระบบบงั คบั เล้ียวและระบบรองรับน้าหนกั เพ่ือให้ครูตรวจและ
บนั ทึกผล

7. เม่ือทาแบบฝึกหดั เสร็จแลว้ ควรจดั เก็บอุปกรณ์ใหเ้ รียบร้อย
8. เม่ือนกั เรียนทุกคนทากิจกรรมการเรียนรู้ครบแลว้ ใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน
ดว้ ยความต้งั ใจและซื่อสตั ย์
9. รับฟังการแจง้ คะแนนคาชมเชยและคาแนะนาเพ่ิมเติมจากครู

4

บทบำทของนกั เรียน

ครูต้องแจ้งให้นกั เรียนทรำบถงึ บทบำทของนักเรียน ดังต่อไปนี้
1. นกั เรียนตอ้ งอา่ นคาสง่ั และปฏิบตั ิตามข้นั ตอนอยา่ งรอบคอบ
2. นกั เรียนควรพยายามทากิจกรรมต่างๆ ดว้ ยความกระตือรือร้น
3. นกั เรียนตอ้ งต้งั ใจปฏิบตั ิงานอยา่ งจริงจงั ไม่ชวนเพื่อนพูดคุยออกนอกเรื่อง
4. หลงั จากปฏิบตั ิกิจกรรมแลว้ นกั เรียนจะตอ้ งจดั เก็บอุปกรณ์ทกุ ชิ้นเขา้ ที่ใหเ้ รียบร้อย
5. เน่ืองจากมีเวลาจากดั นกั เรียนตอ้ งต้งั ใจทากิจกรรมใหเ้ สร็จอยา่ งรวดเร็ว
6. นกั เรียนตอ้ งใชส้ ื่อหรืออุปกรณ์อยา่ งระมดั ระวงั

5

มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตวั ชี้วดั ช้ันปี

มำตรฐำน
รู้จกั โครงรถ และรู้หน้าท่ีของระบบระบบบงั คบั เล้ียว และระบบรองรับน้าหนัก สามารถ
ตรวจสอบและบริการซ่อมบารุงรักษาดว้ ยความสนใจใฝ่รู้ ขยนั อดทน

ตัวชีว้ ดั
1.นกั เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจงานระบบระบบบงั คบั เล้ียว และระบบรองรับน้าหนกั มีผล
การประเมินไม่ต่ากวา่ ร้อยละ 60
2.นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมท่ีกาหนด มีผลการประเมินไม่ต่ากวา่ ร้อยละ 60
3.นกั เรียนมีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ มีผลการประเมินไมต่ ่ากวา่ ร้อยละ 60

สำระสำคญั

โครงรถทาหน้าท่ีรองรับเคร่ืองยนต์และเป็ นท่ียึดของอุปกรณ์ไฟฟ้า ดังน้ันโครงรถ
จาเป็นตอ้ งมีความแขง็ แรงที่จะรับน้าหนกั ผขู้ บั ข่ีและแรงสั่นสะเทือนจากถนนได้

โชก้ อพั หนา้ ติดต้งั รวมอย่กู บั ระบบบงั คบั เล้ียว ทาหนา้ ท่ีรองรับและลดแรงสั่นสะเทือนจาก
ลอ้ หนา้ ขณะขบั ข่ีส่งไปยงั ระบบบงั คบั เล้ียวใหน้ อ้ ยที่สุด

แกนคอรถเป็ นชิ้นส่วนท่ีสาคัญมาก ของระบบบังคับเล้ียว ทาหน้าที่เป็ นตัวบังคับและ
ควบคุมการเล้ียวให้มีความคล่องตวั ทุกขณะที่มีการขบั ขี่ หากเล้ียวแลว้ มีอาการติดขดั ไม่คล่องตวั
จะตอ้ งทาการตรวจสอบหรือถอดแกนคอออกมาตรวจเช็ค

6

จุดประสงค์กำรเรียนรู้

ด้ำนควำมรู้
1. บอกหนา้ ท่ีของโครงรถได้
2. จาแนกชนิดของโครงรถได้
3. บอกช่ือส่วนประกอบของระบบบงั คบั เล้ียวได้
4. บอกความหมายของมุมลอ้ หนา้ ได้
5. บอกหนา้ ที่ของระบบรองรับน้าหนกั ได้
6. บอกช่ือโครงสร้างของระบบกนั สะเทือนหนา้ ได้
7. อธิบายหลกั การทางานของระบบกนั สะเทือนหนา้ ได้
8. บอกชื่อโครงสร้างของระบบกนั สะเทือนหลงั ได้
9. อธิบายหลกั การทางานของระบบกนั สะเทือนหลงั ได้

ด้ำนทักษะ
1. ถอดประกอบชิ้นส่วนแกนคอรถได้
2. ตรวจสอบชิ้นส่วนแกนคอรถได้
3. ถอดประกอบชิ้นส่วนโชก้ อพั หนา้ ได้
4. ตรวจสอบชิ้นส่วนโชก้ อพั หนา้ ได้

ด้ำนคุณธรรม
1. นกั เรียนมีกิจนิสัยที่ดีในการทางาน มีความรับผิดชอบทางานดว้ ยความประณีต

รอบคอบ ตรงต่อเวลา สะอาด คานึงถึงความปลอดภยั ในการปฏิบตั ิงานและรักษา
สิ่งแวดลอ้ ม

2. นกั เรียนมีความซ่ือสัตย์ ประหยดั มีน้าใจ รู้จกั ทางานเป็นทีม รักษาสมบตั ิ
ส่วนรวม และมีจิตอาสา

7

แบบทดสอบก่อนเรียน
เร่ือง โครงรถ งานระบบบังคบั เลยี้ วและระบบรองรับน้าหนกั

คาสั่ง ใหน้ กั เรียนเลือกคำตอบที่ถกู ท่ีสุดเพยี งคำตอบเดียว และทำเครื่องหมำยกำกบำท () ลงใน
กระดำษคำตอบ (10 คะแนน)

1 . โครงรถเป็นชิ้นส่วนทำหนำ้ ท่ีอะไร
ก. เป็นตวั ถงั ของรถจกั รยำนยนต์
ข. ติดต้งั เครื่องยนต์
ค. ติดต้งั อปุ กรณ์ไฟฟ้ำ
ง. ถูกทกุ ขอ้

2. เมื่อลอ้ หนำ้ ของจกั รยำนยนตม์ ีมุมแคสเตอร์มำกจะส่งผลอยำ่ งไร
ก. สำมำรถรักษำแนวตรงในขณะควำมเร็วสูงไดด้ ี
ข. ขนำดควำมเร็วต่ำ มีควำมคลอ่ งตวั ในกำรขบั ขี่
ค. กำรสนั่ สะเทือนเกิดข้ึนนอ้ ย
ง. พ้นื ที่ยำงสมั ผสั กบั พ้ืนถนนมำกข้นึ

3. มุมท่ีเกิดจำกเส้นผำ่ นศนู ยก์ ลำงแกนคอหนำ้ ตดั กบั เสน้ ในแนวดิ่งที่ลำกผำ่ นจุดศูนยก์ ลำงของแกน
ลอ้ หนำ้ คือมมุ ใด

ก. แคมเบอร์
ข. โท-อิน
ค. แคสเตอร์
ง. เทรล

8

4. ระยะระหวำ่ งเสน้ ในแนวดิ่งที่ลำกผำ่ นศูนยก์ ลำงของแกนลอ้ หนำ้ ไปยงั พ้นื ระนำบกบั เสน้ ที่ลำก
ผำ่ นศูนยก์ ลำงของแกนคอรถลำกผำ่ นถึงพ้นื ระนำบคอื มมุ อะไร

ก. แคมเบอร์
ข. แคสเตอร์
ค. เทรล
ง. โท-อิน

5. ขอ้ ใดไม่ใช่หนำ้ ท่ีของระบบรองรับ
ก. รับแรงกระแทกจำกพ้นื ถนนสู่โครงรถ
ข. ป้องกนั แรงที่กระทำโดยตรงสู่ตวั ถงั
ค. ช่วยกำรทรงตวั ของรถในขณะเบรก
ง. รับน้ำหนกั บรรทุกไดม้ ำก

6. โชก้ อพั หนำ้ แบบ Telescopic กำรยกตวั และยดึ ตวั ของกระบอกโชก้ ตวั ในจะทำงำนร่วมกบั อะไร
ก. คอยลส์ ปริงและแกนโชก้
ข. คอยลส์ ปริงและน้ำมนั โชก้
ค. คอยลส์ ปริง
ง. น้ำมนั โชก้

7. ขอ้ ใดคือคุณสมบตั ิของระบบกนั สะเทือนหนำ้ แบบขอ้ ตอ่ ล่ำง
ก. กำรทำงำนนุ่มนวล ขอบเขตกำรยืดตวั นอ้ ย
ข. กำรทำงำนนุ่มนวล ขอบเขตกำรยืดตวั มำก
ค. ขอบเขตกำรยดึ ตวั มำกกวำ่ แบบ Telescopic
ง. นิยมใชก้ บั รถสปอร์ตขนำดใหญ่

8. ขอ้ ใดคือขอ้ ดีของระบบกนั สะเทือนหลงั แบบโชก้ อพั เดี่ยว
ก. ไดเ้ ปรียบเชิงกลดำ้ นกำรยกครัว
ข. เขำ้ โคง้ ไดด้ ีกวำ่ โชก้ แบบคู่
ค .ลดแรงกระแทกท่ีเกิดกบั โชก้ อพั
ง. ถกู ทกุ ขอ้

9

9. สปริงอตั รำกำ้ วหนำ้ ที่ใชใ้ นโชก้ อพั หลงั หมำยถึงอะไร
ก. สปริงที่มีขนำดควำมโตเส้นสปริงไม่เทำ่ กนั
ข. สปริงท่ีมีขนำดเสน้ ผำ่ นศูนยก์ ลำงหวั และทำ้ ยไมเ่ ทำ่ กนั
ค. สปริงที่มีระยะห่ำงระหวำ่ งขดไม่เท่ำกนั
ง. สปริงชนิดปรับคำ่ ไดโ้ ดยกำรหมนุ ปรับ

10. โชก้ อพั หลงั ชนิดแกส๊ ในกระบอกโชก้ บรรจุแกส๊ ใด
ก. ไฮโดรเจน
ข. ไนโตรเจน
ค. ออกซิเจน
ง. ฮีเลียม

10

กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียน
เรื่อง โครงรถ งานระบบบังคบั เลยี้ วและระบบรองรับนา้ หนัก

ชื่อ - สกุล........................................................................ช้นั ................ เลขท่ี.................

ข้อ ก ข ค ง
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.

รวม

เกณฑก์ ำรประเมิน
ผำ่ น (5-10 คะแนน)
ไมผ่ ำ่ น (0-4 คะแนน)

11

ใบความรู้
เรื่อง โครงรถ งานระบบบงั คบั เลยี้ วและระบบรองรับน้าหนัก

โครงรถ
โครงรถ (Frame) มีหน้าที่เป็นตัวถังของรถจกั รยานยนต์ ซงึ่ เป็นท่ใี ช้สำหรับติดตัง้
เคร่ืองยนตแ์ ละอปุ กรณ์ระบบไฟฟา้ โครงรถจะตอ้ งมคี วามแข็งแรงทนทานและคงสภาพเดมิ เม่ือ
ได้รับแรงกระแทกหรอื น้ำหนักบรรทุกรวมท้งั ผูข้ ับข่ี

การจำแนกชนิดของโครงรถ (Type of frame)

รูปท่ี 9.1 แสดงวสั ดุท่ีใชท้ ำโครงรถและลกั ษณะของโครงรถ

ท่ีมำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

12

1. จาแนกตามวสั ดุท่ใี ช้ทาโครงรถ สามารถแบ่งเป็ น 3 แบบ คือ
1.1 โครงรถแบบทอ่ เหลก็ กลอง (Steel tube frame) โครงรถแบบน้ีจะทำจำกท่อนำมำเชื่อม

และยดึ ดว้ ยโบล้ ทห์ รือนอต รอยเชื่อมส่วนใหญ่ใชล้ วดเช่ือมเหลก็ กลำ้ หรือเหลก็ ทอ่
1.2 โครงรถแบบเหลก็ แผน่ ข้ึนรูป (Steel plate frame) โครงรถแบบน้ีจะทำจำกเหลก็ แผน่

ข้นึ รูปต่อกนั ดว้ ยรอยเช่ือมและยดึ ดว้ ยโบล้ ทห์ รือนอต
1.3 โครงรถแบบทอ่ เหลก็ กลวงและเหลก็ แผน่ ข้ึนรูป

(Combined steel tube and plate frame) โครงรถแบบน้ีจะทำจำกทอ่ และเหลก็ แผน่ ข้ึนรูปตอ่ กนั ดว้ ย
รอยเชื่อมและยดึ ดว้ ยโบล้ ทห์ รือนอต เหลก็ ท่ีทำโครงรถน้ีจะมีขนำดและรูปร่ำงเหมำะสมกบั รถ
ขนำดน้นั ๆ เช่น รถครอบครัวจะมีขนำดเลก็ และงำ่ ยตอ่ กำรออกแบบ
2. การจาแนกตามขนาดและรูปร่าง (Shape of frame) แบ่งออกเป็ น 4 แบบ คือ

2.1 แบบไดมอนด์ (diamond frame) โครงรถแบบน้ีท่ีปลำยดำ้ นลำ่ งจะไม่เชื่อมต่อกนั โดย
จะเป็นที่อยขู่ องหอ้ งแครังก์ นิยมใชก้ บั รถจกั รยำนยนตข์ นำดเลก็

รูปท่ี 9.2 แสดงลกั ษณะโครงรถแบบไดมอนด์

ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

2.2 แบบเกรเดิล (cradle frame) โครงรถแบบน้ีดำ้ นลำ่ งจะเช่ือมต่อกนั ทำใหแ้ ขง็ แรง
ทนทำนถำ้ โครงรถต่อเป็นเส้นเดียวเรียกวำ่ ''single cradle''ถำ้ เป็นสองเสน้ เรียกวำ่ ''Double cradle
frame'' และถำ้ แยกออกเป็นสองเสน้ เรียกวำ่ ''Semi Double cradle frame''

13

รูปท่ี 9.3 แสดงลกั ษณะของโครงรถแบบเกรเดิล

ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

2.3 แบบแบคโบน (Bake bone frame) โครงรถแบบน้ีจะมีลกั ษณะคลำ้ ยๆ กบั กำรนำ
เครื่องยนตม์ ำแขวนกบั แกนตวั ใหญ่ของโครงรถซ่ึงจะรับน้ำหนกั ท้งั หมด โครงรถแบบน้ีเหมำะใช้
กบั รถจกั รยำนยนตอ์ เนกประสงค์

รูปที่ 9.4 แสดงลกั ษณะโครงรถแบบแบคโบน
2.4 แบบอันเดอร์โบน (Underbone frame) เป็ นโครงรถแบบแขวนสำมำรถถอดหรือ
ประกอบเคร่ืองยนตไ์ ดง้ ่ำยโครงรถแบบน้ีแบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะ คือ โครงข้ึนรูปและโครงท่ีเช่ือม
โครงรถท้งั สองอยำ่ งน้ีนิยมใชใ้ นรถจกั รยำนยนตส์ ปอร์ตและรถจกั รยำนยนตแ์ บบครอบครัว

14

รูปท่ี 9.5 แสดงลกั ษณะโครงรถแบบอนั เดอร์โบน

ท่ีมำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

ระบบบังคับเลยี้ ว
ระบบบังคับเลี้ยว (Steering system) ประกอบด้วยแฮนด์ (Handle bar) ซ่ึงเป็ นตัวบงั คับ
ควบคุมกำรเล้ียวร่วมกับโช้กอัพหน้ำ(Front fork) ซ่ึงมีแกนสวมใส่อยู่ที่คอรถโดยมีถว้ ยคอและ
ลูกปื นคอรองรับ ดังน้ันระบบบังคับเล้ียวจึงสำมำรถที่จะหมุนไปมำทำงซ้ำยและขวำได้มี
ส่วนประกอบดงั รูป 9.6

รูปท่ี 9.6 แสดงลกั ษณะของแกนคอหนำ้
ท่ีมำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

15

มุมล้อหน้า (Caster and trail) ควำมมน่ั คงและควำมคล่องตวั ของรถจกั รยำนยนตใ์ นขณะ
ขบั ขี่จะมีควำมสัมพันธ์กับแนวตรงของลอ้ หน้ำ ระยะลอ้ หน้ำกับล้อหลัง กำรกระจำยน้ำหนัก
ตำแหน่งของจุดศูนยถ์ ่วง ชนิดและประสิทธิภำพของระบบรองรับกำรสั่นสะเทือน ขนำดและ
ประสิทธิภำพของยำงรถ และตำแหน่งของกำรน่งั ของผูข้ บั ขี่ ถึงอยำ่ งไรก็ตำม แนวของลอ้ หนำ้ คือ
มุมแคสเตอร์ (Caster) และมุม Trail เป็ นปัจจยั พ้ืนฐำนท่ีมีควำมสำคญั อยำ่ งมำก กล่ำวคือเมื่อมุมแค
สเตอร์ หรือมุม Trail กวำ้ งรถจกั รยำนยนต์จะรักษำแนวตรงในขณะว่ิง ท่ีควำมเร็วสูงได้ดี แต่ใน
ขณะเดียวกนั ท่ีควำมเร็วต่ำ ควำมคล่องตวั และควำมมนั่ คงในกำรว่ิงจะไม่คอ่ ยดีนกั ดว้ ยเหตุน้ีเองมุม
แคสเตอร์และมุม Trail จะกำหนดข้ึนตำมวตั ถุประสงค์ของกำรใช้งำน คุณลกั ษณะและระบบกำร
รองรับกำรสั่นสะเทือนของรถแตล่ ะชนิด

รูปที่ 9.7 แสดงลกั ษณะของมุมแคสเตอร์
ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

มุมแคสเตอร์ คือ มมุ ที่เกิดจำกเส้นผำ่ ศนู ยก์ ลำงของแกนคอหนำ้ รถ ลำกผำ่ นตดั ทำมมุ กบั
เสน้ ในแนวด่ิงที่ลำกผำ่ นจุดศูนยก์ ลำงของแกนลอ้ หนำ้

ระยะ Trail คือ ระยะระหวำ่ งเสน้ ในแนวด่ิงท่ีลำกผำ่ นศูนยก์ ลำงของแกนลอ้ หนำ้ ไปยงั พ้ืน
ระนำบกบั เส้นที่ลำกผำ่ นศนู ยก์ ลำงของแกนคอรถลำกผำ่ นถึงพ้นื ระนำบ

16

ระบบรองรับนา้ หนัก
ระบบรองรับน้าหนัก (suspension system) จะติดต้งั อยู่ระหว่ำงโครงรถกบั เพลำลอ้ และมี

โชก้ อพั ติดต้งั อยูท่ ี่ลอ้ หน้ำและลอ้ หลงั โดยโชก้ อพั จะทำหนำ้ ที่รับแรงกระแทกจำกพ้ืนถนนสู่โครง
รถช่วยป้องกนั แรงที่กระทำโดยตรงสู่ตวั ถงั เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้รถรถเกำะถนนไดด้ ี และกำรทรงตวั
ของรถในขณะเบรกดี โดยกำรส่งผ่ำนแรงขับกับแรงเบรกไปสู่พ้ืน โครงสร้ำงของโช้กอพั ท่ีใช้
ระหว่ำงล้อหน้ำกับล้อหลังจะแตกต่ำงกัน แต่ส่วนประกอบท่ีเหมือนกันคือสปริงและตัวลด
แรงสนั่ สะเทือน

1. ตัวลดแรงส่ันสะเทือน (Damper) ถ้ำใช้สปริ งอย่ำงเดียว จะทำให้สปริ งเต้นหรื อ
ส่ันสะเทือนอยู่ตลอดเวลำแต่ถำ้ เรำใช้ตัวลดแรงสั่นสะเทือนดว้ ย จะทำให้แรงที่สั่นสะเทือนอยู่
หำยไปอย่ำงรวดเร็วหรือเบำบำงลง น้ำมันจึงเป็ นของเหลวที่จำเป็ นซ่ึงจะใช้เป็ นตัวลดแรงน้ี
หลักกำรทำงำนโดยลูกสูบจะเคลื่อนข้ึนและลงภำยในกระบอกสูบที่มีซีลป้องกันน้ำมนั น้ำมัน
จะตอ้ งผ่ำนรูเล็กภำยในลูกสูบในขณะท่ีไหลผ่ำนรูเล็กๆน้ีจะเกิดแรงตำ้ นทำน เนื่องจำกรูน้ำมนั มี
ขนำดเล็ก น้ำมนั ไหลผำ่ นไดช้ ำ้ เม่ือโชก้ อพั ถูกกดน้ำมนั จะไหลผำ่ นช่องทำงใหญ่และเมื่อโชก้ อพั ยืด
ตวั ออก น้ำมันจะไหลผ่ำนช่องทำงเล็ก โช้กอพั จะหดตัวหรือยุบตวั ได้เร็วและยึดตัวได้ช้ำทำให้
สำมำรถดูดกลืนกำรสัน่ สะเทือนไดด้ ี ดงั รูปท่ี 9.8

รูปที่ 9.8 แสดงกำรทำงำนของตวั ลดแรงสั่นสะเทือน
ท่ีมำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

17

2. ระบบกันสะเทือนหน้า (Front Suspension System) โชก้ อพั หนำ้ ติดต้งั รวมอยู่กบั ระบบ
บงั คบั เล้ียว ทำหนำ้ ที่รองรับและลดแรงสั่นสะเทือนจำกลอ้ หนำ้ ขณะขบั ขีส่ ่งไปยงั ระบบบงั คบั เล้ียว
ให้น้อยที่สุด ระบบโช้กอพั หน้ำยงั แบ่งออกเป็ น2 ชนิด คือ Telescopic types กบั Bottom link type
แบบ Telescopic จะมีแผงคอล่ำง (Under Braket) ซ่ึงจะยึดโช้กอพั หน้ำอยู่ ส่วนแบบ Bottom link
แผงคอล่ำงหรือแกนบงั คบั เล้ียวจะถูกเชื่อมติดเป็นส่วนเดียวกนั กบั ตะเกียบหนำ้
โช้คอพั หน้าแบ่งออกเป็ น 2 ชนดิ คือ

1. แบบ telescopic Forks โช้กอพั แบบกระบอกแบบน้ีประกอบด้วยกระบอกโช้กตัวใน
และตวั นอก (Inner tube and on outer tube ) ที่ปลำยดำ้ นล่ำงของกระบอกโชก้ ตวั นอกจะยึดติดกบั
ลอ้ หน้ำและด้ำนปลำยกระบอกโช้กตวั ใน (หรือแกนโช้กหน้ำ) จะยึดติดกับแผงคอล่ำง (under
Bracket)กำรยุบตวั หรือยึดตวั จะทำงำนร่วมกบั คอยลส์ ปริงและน้ำหนักโช้ก โชก้ อพั หน้ำแบบน้ีมี
ควำมแขง็ แรงมำกและมีช่วงชกั ในกำรทำงำนยำว ดงั น้นั กำรรองรับแรงสน่ั สะเทือนจึงสูงดว้ ยเหตผุ ล
ดงั กล่ำวทำใหโ้ ชค้ อพั แบบน้ีถกู นำมำใชใ้ นรถจกั รยำนยนตท์ วั่ ไปอยำ่ งกวำ้ งขวำง ซ่ึงรถจกั รยำนยนต์
ขนำดเลก็ บำงชนิดก็ใชโ้ ชก้ อพั แบบน้ี แตไ่ ม่ใชน้ ้ำมนั เป็นตวั ลดแรงส่ันสะเทือนจะใชค้ อยลส์ ปริงกบั
ยำงเป็นตวั ลดแรงสนั่ สะเทือน

รูปท่ี 9.9 แสดงลกั ษณะของโชก้ อพั หนำ้ แบบ telescopic
ท่ีมำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

18

2. แบบข้อต่อล่าง (Bottom link Forks) โช้กอพั แบบข้อต่อล่ำงประกอบด้วยชุดตะเกียบ
หน้ำซ่ึงทำดว้ ยเหล็กแผ่นปั๊มข้ึนรูปและมีชุดกนั สะเทือน (โช้คอพั ) ติดต้งั อยู่ในตะเกียบหน้ำโดยมี
กระเดื่อง (Linkage) เป็ นตวั ยดึ รองรับลอ้ หนำ้ กบั โช้กอพั ตวั โชก้ อพั ประกอบดว้ ยคอยลส์ ปริงและ
น้ำมนั ซ่ึงลดแรงสั่นสะเทือน กำรทำงำนมีควำมนุ่มนวล แต่ขอบเขตระยะกำรยืดตวั นอ้ ย ดงั น้นั ส่วน
ใหญ่จึงเหมำะใชก้ บั รถจกั รยำนยนตป์ ระเภทครอบครัวหรือขนำดเลก็

รูปที่ 9.10 แสดงลกั ษณะของโชก้ อพั หนำ้ แบบขอ้ ตอ่ ล่ำง
ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

3. ระบบกนั สะเทือนหลงั (Rear Suspension system) ระบบกนั สะเทือนหลงั จะแตกต่ำงกบั
ระบบกนั สะเทือนลอ้ หนำ้ คือไม่ตอ้ งมีระบบกำรเล้ียวเพยี งแต่ยดึ กบั ลอ้ หลงั และรองรับแรงจำกกำร
สัน่ สะเทือนท่ีลอ้ หลงั

ชนิดของระบบกนั สะเทือนหลงั มีดว้ ยกนั หลำยชนิดแตช่ นิดที่นิยมใชก้ นั อยำ่ งแพร่หลำยใน
ปัจจุบนั มี 2 แบบ คือแบบแขนกระดก (Swing Arms Type) และแบบกระดกท้งั ชุด (Unit swing)

3.1 แบบแขนกระดก (sewing Arms Type) ในระบบน้ีใชแ้ ขนรองรับน้ำหนกั สองแขนโดย
ดำ้ นปลำยดำ้ นหน่ึงยดึ ติดกบั โครงรถ (Frame) โดยใชแ้ กนเพลำสวิงอำร์มร้อยติดอยู่ อีกดำ้ นหน่ึงยดึ
ติดกบั ลอ้ หลงั ตวั โชก้ อพั หลงั จะยดึ ติดอยดู่ ำ้ นปลำยดำ้ นหลงั ของสวิงอำร์มกบั โครง รถจกั รยำนยนต์
เล็กๆประเภทใช้ว่ิงในโรงงำนมักจะใช้สวิงอำร์มหลังเป็ นแบบเหล็กแผ่นปั๊มข้ึนรูป ส่วน
รถจกั รยำนยนตป์ ระเภทครอบครัวหรือรถสปอร์ตจะใชเ้ ป็นแบบท่อเหลก็ (steel tube)

19

รูปที่ 9. 11 แสดงกนั สะเทือนหลงั แบบแขนกระดก
ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

นอกจำกน้ียงั มีระบบกนั สะเทือนแบบแขนกระดกโช้กอัพเดี่ยว(Motocross Suspension)
โช้กอัพเด่ียวแบบน้ีจะมีที่ติดต้ังซ่ึงออกแบบมำโดยเฉพำะสำหรับโช้กอพั เด่ียวซ่ึงจะทำให้กำร
เคลื่อนท่ีของสวิงอำร์มมีควำมนุ่มนวลมำก โช้กอพั แบบเดี่ยวน้ี Mr. Telkens ชำวเบลเยยี มเป็ นผูค้ ิด
ประดิษฐ์ข้นึ เพ่ือใชใ้ นรถวบิ ำกและรถสปอร์ต

รูปที่ 9.2 แสดงระบบกนั สะเทือนหลงั แบบแขนกระดกโชก้ อพั เดี่ยว
ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

20

ขณะขบั ขี่จกั รยำนยนตแ์ ขนรับน้ำหนกั จะเคลื่อนท่ีรอบจุดหมุนคือในช่วงที่รองรับน้ำหนกั
แขนรับแรงใหม่เลข 1 จะเคลื่อนท่ีไปมำข้ึนอยู่กบั จงั หวะกำรเตน้ ของลอ้ และกำรหมนุ ของลอ้ น้ีจะมี
ผลต่อระบบรองรับน้ำหนัก ดงั น้ันเม่ือลอ้ เตน้ แรงตำ้ นจะเบำเมื่ออยู่ในตำแหน่งต่ำและแรงตำ้ นจะ
มำกเมื่ออยู่ในตำแหน่งกลำงถึงสูงสุด ดงั น้นั ระบบรองรับน้ำหนักแบบน้ีจะมีคุณลกั ษณะคือจะแข็ง
มำกเม่ือยบุ ตวั

รูปที่ 9.13 แสดงระบบกนั สะเทือนหลงั แบบแขนกระดกโชก้ อพั เด่ียว
ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

3.2 แบบกระดกท้ังชุด (unit swing) แบบน้ีตวั เครื่องยนต์จะทำหน้ำที่เหมือนกบั แบบสวิง
อำร์ม คือลักษณะเคร่ืองยนต์กระดกข้ึนลงระบบกันสะเทือนแบบน้ีใช้กับรถจกั รยำนยนต์เล็กๆ
ประเภทครอบครัวรถที่ตอ้ งกำรควำมเร็วสูงท่ีขบั เคล่ือนดว้ ยโซ่หรือเพลำ

รูปท่ี 9.14 แสดงระบบกนั สะเทือนหลงั แบบ unit swing
โชก้ อพั หลงั ( Rear cushion unit)

ท่ีมำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

21

โชก้ อพั หลงั มีลกั ษณะของกำรทำงำนคลำ้ ยกบั โชก้ อพั แบบ Telescopic Forks มีหลำยชนิดข้นึ อยกู่ บั
โครงสร้ำง

รูปที่ 9.15 แสดงลกั ษณะของโชก้ อพั หลงั แบบตำ่ งๆ

ท่ีมำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

1.โชก้ อพั หลงั ชนิดโชก้ แก๊ส โชก้ อพั แบบน้ีจะเป็นแบบ inverted single cylinder ซ่ึงใชแ้ ก๊ส
ไนโตรเจน (nitrogen gas) บรรจุอยใู่ นกระบอกโชก้ ต่อจำกหอ้ งบรรจุน้ำมนั โชก้ โดยมีลูกสูบอิสระท่ี
เคล่ือนที่ข้ึนลงระหว่ำงแก๊สกับน้ำมันซ่ึงจะป้องกันไม่ให้น้ำมันหรือแก๊สรั่วเข้ำถึงกัน และกำร
ออกแบบโครงสร้ำงใหอ้ ำกำศไม่สำมำรถเขำ้ ไปในโชก้ อพั ได้ ดงั น้นั กำรลดแรงสนั่ สะเทือนในแบบ
น้ีจึงให้ผลอย่ำงเต็มที่โชก้ อพั แก๊สหรือแบบ De carbon (ซ่ึงเป็ นชื่อของผูป้ ระดิษฐ์โช้กอพั น้ี)ใช้กัน
มำกในรถจกั รยำนยนตป์ ระเภทรถใหญ่รถก่ิงวิบำกรถวบิ ำก (Motocross)

2. โชก้ อพั หลงั ปรับกำรรองรับน้ำหนกั ได้ (Load Adjust ment Type) ภำระท่ีโชก้ อพั หลงั
น้นั จะข้ึนอยกู่ บั จำนวนผนู้ งั่ และจำนวนหรือน้ำหนกั ของสัมภำระที่บรรทกุ น้ำหนกั ของผขู้ บั ข่ี รวม
ไปถึงควำมเร็วของกำรขบั ขห่ี รือกำรขบั ข่ที ำงวบิ ำก เพรำะฉะน้นั จึงจำเป็นจะตอ้ งมีกำรปรับระบบ
รองรับน้ำหนกั ของโชก้ อพั หลงั โดยปกติจะปรับใหอ้ ยใู่ นตำแหน่งท่ี 3 หรือ 5

22

รูปที่ 9.16 แสดงลกั ษณะของโชก้ แกส๊

ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

รูปท่ี 9.17 แสดงลกั ษณะของโชก้ อพั หลงั แบบปรับค่ำได้

ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี.2562.

ปัจจุบนั ไดม้ ีกำรพฒั นำใหโ้ ช้กอพั หลงั สำมำรถปรับตวั ไดอ้ ย่ำงอตั โนมตั ิโดยใชส้ ปริงแบบ
ใหม่เรียกว่ำ"สปริงอตั รำก้ำวหน้ำ"ลักษณะของสปริงจะเป็ นแบบท่ีมีระยะพิตช์(pitch)หรือระยะ
ระหว่ำงขดไม่เท่ำกนั ในช่วงท่ีมีควำมห่ำงของขดมำกจะรับน้ำหนักไดม้ ำก ส่วนช่วงท่ีมีควำมห่ำง
ของขดนอ้ ยจะทำใหเ้ กิดควำมนุ่มนวลในขณะน้ำหนกั นอ้ ยจึงไม่จำเป็นตอ้ งมีกำรปรับระดบั

23

การเปรียบเทยี บระหว่างโช้กอพั เดี่ยวกบั โช้กอพั คู่

โช้กอพั เดีย่ ว

1. ไดเ้ ปรียบเชิงกลดำ้ นช่วงยบุ ตวั
2. แรงกระแทกที่จุดก่ึงกลำงจุดเดียวทำให้เขำ้ โคง้ ดีกวำ่
3. เป็นระบบกนั สะเทือนแบบลอยตวั โชก้ อพั จะยบุ ตวั ตำมกำรเคลื่อนที่ของสวิงอำร์ม
4. กำรรับแรงของโชค้ อพั จะตอ้ งผำ่ นขอ้ ต่อ(link)ตำ่ งๆทำใหล้ ดแรงกระแทกที่เกิดข้ึนกบั โชก้ อพั ได้

โช้กอพั แบบคู่

1. ไดร้ ะยะยบุ ตวั นอ้ ยกวำ่
2. แรงกดของโชก้ อพั ท้งั คูไ่ ม่เท่ำกนั
3. จะส่งแรงกระแทกตรงไปยงั ตวั ถงั
4. โชก้ อพั รับแรงกระแทกโดยตรง

24

แบบฝึ กหดั ท่ี 1

คาสั่ง จงตอบคำถำมต่อไปน้ี
1.จำกรูปเป็นโครงรถจกั รยำนยนตแ์ บบใด

โครงรถแบบ......................................................... โครงรถแบบ.......................................................
(........................................................... Frame ) (........................................................ Frame )

2.จงบอกช่ือแกนคอหนำ้ และช่ือชิ้นส่วนตำมหมำยเลขท่ีกำหนดจำกรูปดำ้ นลำ่ งน้ี

แกนคอหนำ้ แบบ.................................................... แกนคอหนำ้ แบบ..............................................

1.......................................................................... 2.............................................................................
3.......................................................................... 4.............................................................................
5..........................................................................

25

แบบฝึ กหัดท่ี 2

คาส่ัง จงตอบคำถำมต่อไปน้ี

1.จงเปรียบเทียบระหวำ่ งโชก้ อพั เด่ียวกบั โชก้ อพั คู่
โช้กอพั แบบเดีย่ ว

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………….

โช้กอพั แบบคู่
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………….
2.ระบบกนั สะเทือนหลงั ที่นิยมใชก้ นั อยำ่ งแพร่หลำยในปัจจุบนั มีกี่แบบอะไรบำ้ ง
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

26

ใบงานท่ี 1

ชื่องาน งำนถอดประกอบระบบบงั คบั เล้ียว

จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. เลือกใชเ้ คร่ืองมือถอดประกอบระบบบงั คบั เล้ียวได้
2. ถอดระบบบงั คบั เล้ียวได้
3. ประกอบระบบบงั คบั เล้ียวได้
4. ตรวจสอบระบบบงั คบั เล้ียวได้
5. ประเมินผลกำรตรวจสอบระบบบงั คบั เล้ียวได้
6. แสดงพฤติกรรมกำรปฏิบตั ิงำนเป็นกลมุ่ ท่ีดีได้

คาสั่ง
1. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ เป็น 5 กลมุ่ ๆละ 4 คน ปฏิบตั ิตำมใบงำนแบบมีส่วนร่วม
2. ถอดประกอบระบบบงั คบั เล้ียว ดว้ ยควำมประณีต ถกู ตอ้ งเหมำะสมและปลอดภยั
3. นกั เรียนแต่ละกลุม่ ปฏิบตั ิงำนใหแ้ ลว้ เสร็จภำยในเวลำ 40 นำที
4. ปฏิบตั ิงำนเสร็จทุกคร้ังตอ้ งทำควำมสะอำดและจดั อปุ กรณ์ใหเ้ ป็นระเบียบเรียบร้อย

27

เคร่ืองมือ

1. รถจกั รยำนยนต์ Suzuki smash 110 8.เหลก็ ส่ง

2. ประแจขนั แผงคอ 9.ไขควงแฉก

3. ประแจกระบอกเบอร์ 10 ,12 ,14,17,19,21 10.คอ้ นเหลก็

4. ตวั อดั ถว้ ยลกู ปื น 11.ดำ้ นขนั แน่น

5. ตวั ตอกถว้ ยลกู ปื นตวั นอก 12.จำรบีซูซุกิชนิดพิเศษ

6. ประแจวดั แรงบิด 13.ชุดลกู ปื นลูกถว้ ยแผงคอ

7. ประแจรวมเบอร์ 10,12,14,17,19,21 14. .ผำ้ สะอำด

ข้อควรระวงั

1. ควรตรวจสอบสภำพเครื่องมือก่อนใชง้ ำน

2. ศึกษำเอกสำรประกอบกำรเรียนใหล้ ะเอียดก่อนกำรใชป้ ฏิบตั ิงำน

ข้นั ตอนการปฏิบตั งิ าน

1. นำรถจกั รยำนยนต์ Suzuki เขำ้ จอดในพ้ืนที่ปฏิบตั ิงำนดว้ ยขำต้งั คู่

2. ถอดกระจกมองหลงั ท้งั 2 ขำ้ ง

28

3. ถอดลอ้ หนำ้
4. ถอดชุดบงั ลม

5. ถอดฝำครอบแฮนดต์ วั หนำ้ และตวั หลงั

29

6. ถอดโบลประกบั แฮนดอ์ อก

7. ถอดสกรูยดึ บงั โคลนหนำ้ ท้งั ดำ้ นหนำ้ -ดำ้ นหลงั ออก ถอดบงั โคลนหนำ้ ออก

8. ถอดบงั โคลนหนำ้ ตวั หลงั โดยถอดสกรูยดึ ดำ้ นหลงั

9. ถอดโชค้ อพั ดำ้ นซำ้ ยและขวำออก โดยคลำยโบลยดึ หวั โชค้ ท้งั 4 ตวั

30
10. ถอดนตั ลอ็ กแกนแผงคอตวั บนออก โดยใชป้ ระแจขนั แผงคอ และถอดแหวนรองออก
11. ถอดนตั ล็อกแกนแผงคอตวั ล่ำงออก โดยใชป้ ระแจขนั แผงคอ
12. ถอดฝำครอบกนั ฝ่ นุ และถว้ ยลกู ปื นตวั นอก
13. ถอดแกนแผงคอออก

31
14. นำลูกปื นคอดำ้ นบนออก (จำนวน 22 เมด็ ) นำลกู ปื นคอดำ้ นล่ำงออก (จำนวน 27 เมด็ )

(ระวงั เมด็ ลูกปื นหลน่ หำย)

15. ใชเ้ หลก็ ส่งและคอ้ นตอกถว้ ยลูกปื นดำ้ นใน ถว้ ยตวั บนและถว้ ยตวั ล่ำงออก

16. ใชส้ กดั และคอ้ นตอกถว้ ยลูกปื นคอตวั นอกออก

หมำยเหตุ
- ถว้ ยลกู ปื นตวั ล่ำงจะตอ้ งสวมแน่นกบั แกนแผงคอ หำกถว้ ยลกู ปื นตวั ล่ำงหลวมเคล่ือนตวั
ได้
ควรเปลี่ยนถว้ ยลูกปื นตวั ล่ำงใหม่
- ไม่มีควำมจำเป็นที่จะตอ้ งถอดถว้ ยลูกปื นตวั ล่ำงหำกไมม่ ีกำรสึกหรอเป็นร่อง หรือชำรุด
เสียหำยเกิดข้นึ

32
17. ตรวจสอบลกู ปื นคอและถว้ ยลูกปื นตวั บน – ตวั ล่ำง วำ่ มีกำรชำรุดเสียหำยหรือไม่ หำกเกิด

ปัญหำข้นึ กบั ถว้ ยลูกปื น ใหเ้ ปลี่ยนถว้ ยลูกปื นและลกู ปื นใหม่

การประกอบ
18. อดั ถว้ ยลูกปื นคอตวั ล่ำงดว้ ยเครื่องมือพเิ ศษ

19. อดั ถว้ ยลูกปื นคอตวั ใน ดำ้ นบนและดำ้ นลำ่ งดว้ ยเครื่องมือพเิ ศษ

33
20. ใส่จำระบีท่ีถว้ ยลกู ปื นตวั บนและตวั ลำ่ ง พร้อมใส่ลกู ปื นใหถ้ ูกตอ้ งตำมจำนวนที่กำหนด

จำนวนเมด็ ลูกปื น ดำ้ นบน 22 เมด็ ดำ้ นล่ำง 27 เมด็

21. ติดต้งั แกนแผงคอ ประกอบฝำครอบกนั ฝ่นุ

22. ขนั นตั ยดึ แกนแผงคอใหแ้ น่นตำมคำ่ ที่กำหนด อตั รำกำรขนั แน่น 80 นิวตนั -เมตร

23. หมนุ แผงคอไปทำงซำ้ ยและขวำประมำณ 5-6 คร้ัง เพื่อให้ลูกปื นอยใู่ นตำแหน่งท่ีถูกตอ้ ง

34

24. คลำยนตั ยดึ แผงคอออกประมำณ ¼ หรือ ½ รอบ

25. ใส่แหวนรอง

26. ขนั นตั ลอ็ คใหแ้ น่นดว้ ยเคร่ืองมือพิเศษ อตั รำกำรขนั แน่น 80 นิวตนั -เมตร และตรวจสอบ
กำรหมนุ ของแผงคออีกคร้ังหน่ึง

27. ประกอบโชค้ อพั ดำ้ นซำ้ ยและขวำออก และขนั โบลใหแ้ น่นอตั รำกำรขนั แน่น 35 นิวตนั -
เมตร

35

28. ประกอบบงั โคลนหนำ้ ตวั หลงั และบงั โคลนหนำ้ ตวั หนำ้

29. ประกอบประกบั แฮนด์ โดยขนั โบลใหแ้ น่น อตั รำกำรขนั แน่น 60 นิวตนั -เมตร

30. ประกอบฝำครอบแฮนด์ตวั หลงั และตวั หนำ้

31. ประกอบบงั ลม

36
32. ประกอบลอ้ หนำ้ โดยขนั แกนลอ้ ใหแ้ น่น อตั รำกำรขนั แน่น 43 นิวตนั -เมตร
33. ประกอบกระจกมองหลงั ใหแ้ น่นและไดต้ ำแหน่ง
34. สมำชิกในกลุม่ ช่วยกนั ทำควำมสะอำดเครื่องมือ-อปุ กรณ์-ชุดฝึก และจดั วำงใหเ้ ป็นระเบียบ

37

ตารางบันทกึ ผล

ช่ืองาน งานถอดประกอบระบบบังคับเลยี้ ว

รำยกำรตรวจสอบ ผลกำรตรวจสอบ คำ่ มำตรฐำน ประเมินผล

ถว้ ยลูกปื นตวั นอก ไม่เป็นร่องหรือสึกหรอ ปกติ ชำรุด

ลูกปื นตวั บน ไม่แตกร้ำว มีลูกปื น ปกติ ชำรุด

ถว้ ยลกู ปื นตวั ใน ครบ จำนวน 22 เม็ด
ดำ้ นบน
ลูกปื นตวั ลำ่ ง ไม่เป็นร่องหรือสึกหรอ ปกติ ชำรุด

ถว้ ยลูกปื นตวั ใน ไม่แตกร้ำว มีลกู ปื น ปกติ ชำรุด
ดำ้ นลำ่ ง
ถว้ ยลกู ปื นคอตวั ล่ำง ครบ จำนวน 27 เม็ด

ไมเ่ ป็นร่องหรือสึกหรอ ปกติ ชำรุด

ไม่เป็นร่องหรือสึกหรอ ปกติ ชำรุด

สภำพจำระบี มีควำมแขง็ ที่เหมำะสม ปกติ ชำรุด

“ ไม่สูงตอ้ งเขยง่ ไมเ่ ก่งตอ้ งขยนั “

38

ใบงานที่ 2

ช่ืองาน งำนเปลี่ยนซีลโชก้ อพั หนำ้ แบบเทเลสโคปิ ค

จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. เลือกใชเ้ ครื่องมือเปลี่ยนซีลโชก้ อพั หนำ้ แบบเทเลสโคปิ คได้
2. ถอดแยกโชก้ อพั หนำ้ แบบเทเลสโคปิ คได้
3. ประกอบโชก้ อพั หนำ้ แบบเทเลสโคปิ คได้
4. ตรวจสอบชิ้นส่วนโชก้ อพั หนำ้ แบบเทเลสโคปิ คได้
5. ประเมินผลกำรตรวจสอบโชก้ อพั หนำ้ แบบเทเลสโคปิ คได้
6. แสดงพฤติกรรมกำรปฏิบตั ิงำนเป็นกลมุ่ ท่ีดีได้

คาสั่ง
1. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มเป็น 5 กลุ่มๆละ 4 คน ปฏิบตั ิตำมใบงำนแบบมีส่วนร่วม
2. ปฏิบตั ิงำนดว้ ยควำมประณีต ถกู ตอ้ งเหมำะสมและปลอดภยั
3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มปฏิบตั ิงำนใหแ้ ลว้ เสร็จภำยในเวลำ 40 นำที
4. ปฏิบตั ิงำนเสร็จทุกคร้ังตอ้ งทำควำมสะอำดและจดั อุปกรณ์ใหเ้ ป็นระเบียบเรียบร้อย

39

เคร่ืองมือ

1. รถจกั รยำนยนต์ Honda wave 100 9. ประแจกระบอกเบอร์ 14,19

2. ประแจกระบอกตวั ที เบอร์ 8,14 10. เหลก็ ปลำยแหลม

3. ประแจวดั แรงบิด 11. ตวั ตอกซีล

4. เคร่ืองมือถอดซีล 12. ดำ้ มขนั แน่น

5. ประแจรวมเบอร์ 8,14,19 13. ไขควงแฉก

6. คอ้ นเหลก็ 14. ถำดสแตนเลศ

7. คอ้ นพลำสติก 15. น้ำมนั โชค้

8. หลอดดูดตวงน้ำมนั 16. ผำ้ สะอำด

ข้อควรระวัง

1. ควรตรวจสอบสภำพเครื่องมือก่อนใชง้ ำน

2. ศึกษำเอกสำรประกอบกำรเรียนใหล้ ะเอียดก่อนกำรใชป้ ฏิบตั ิงำน

ข้นั ตอนการปฏิบัตงิ าน

1. นำรถจกั รยำนยนต์ Honda Wave 100 เขำ้ จอดในพ้ืนที่ปฏิบตั ิงำนดว้ ยขำต้งั คู่

2. ถอดตะกร้ำและถอดฝำครอบดำ้ นหนำ้

40

3. ถอดสำยเบรกหนำ้ ถอดลอ้ หนำ้ ออกจำกตวั รถ

4. ถอดบงั โคลนหนำ้ ถอดบงั โคลนหลงั ออกจำกตวั รถ

5. ถอดโบลยดึ โชก้ อพั หนำ้ ตวั บน คลำยโบลยดึ โชก้ อพั หนำ้ ตวั ลำ่ งและถอดแกนโชก้ ออก

41
6. นำปลอกแกนโชก้ รองดว้ ยผำ้ แลว้ จบั ดว้ ยปำกกำใหแ้ น่น คลำยโบลยดึ โช้กอพั หนำ้ ให้หลวม

ไม่ตอ้ งคลำยออกหมด

7. ถอดฝำปิ ดแกนโชก้ ออก กดตวั รองสปริงเขำ้ กบั แกนโชค้ จำกน้นั ถอดแหวนล็อคโดยใช้
เหลก็ ปลำยแหลม

8. ถอดตวั รองสปริง โอริง และสปริงโชก้ อพั หนำ้ ออกจำกแกนโชก้ อพั หนำ้

42
9. ถ่ำยน้ำมนั โชก้ อพั ออกโดยกำรดึงและกดแกนโชก้ อพั หนำ้ หลำยๆคร้ังลงในภำชนะรองรับ
10. ถอดซีลกนั ฝ่นุ ออก
11. ถอดแหวนบงั คบั ซีลกนั น้ำมนั ออก
12. ถอดโบลยดึ โชก้ อพั หนำ้ และแหวนรองกนั รั่วออก

43

13. ถอดลกู สูบและแหวนรองลูกสูบออกจำกแกนโชก้ อพั หนำ้

14. ดึงแกนโชก้ อพั ออกจำกปลอกแกนโชก้ อพั หนำ้

15. ถอดซีลกนั น้ำมนั โชก้ อพั โดยใชเ้ คร่ืองมือถอดซีล
16. ทำควำมสะอำดชิ้นส่วนดว้ ยตวั ทำลำยที่มีจุดวำบไฟ จุดติดไฟสูง และเช็ดใหแ้ หง้

44

การตรวจสอบ
17. วดั ควำมยำวของสปริงโชก้ อพั หนำ้ คำ่ จำกดั กำรซ่อม : 326.8 มม.

18. ตรวจสอบรอยขดี ขว่ นหรือกำรสึกหรอผิดปกติบนแกนโช้กอพั กระบอกโชก้ อพั หนำ้

19. ตรวจสอบกำรสึกหรอหรือควำมเสียหำยของ ลูกสูบ แหวนลกู สูบโชก้

20. ตรวจสอบควำมลำ้ หรือควำมเสียหำยของสปริงลูกสูบ เปล่ียนชิ้นส่วนใหมถ่ ำ้ จำเป็น

45

21. ตรวจสอบแกนโชก้ โดยวำงแกนโชก้ บน V-BLOCK และวดั ค่ำกำรคดงอดว้ ยไดอลั เกจ ค่ำ
กำรคดงอจริงเทำ่ กบั ½ ของคำ่ ท่ีอ่ำนได้ คำ่ จำกดั กำรซ่อม : 0.20 มม.

การประกอบ
22. ทำน้ำมนั โชก้ ท่ีขอบซีลกนั น้ำมนั อนั ใหม่ ตอกซีลกนั น้ำมนั ลงในปลอกแกนโชก้ อพั หนำ้

โดยใชซ้ ีลเก่ำรองตวั ตอกและใชค้ อ้ นเหลก็ ตอกจนกระทง่ั เขำ้ ท่ีพอดี

46
23. ประกอบแหวนบงั คบั ซีลกนั น้ำมนั ลงในร่องแหวน บนปลอกแกนโชก้ หนำ้ อยำ่ งระมดั ระวงั

24. ประกอบสปริงลกู สูบโชก้ และลกู สูบโชค้ เขำ้ กบั แกนโชก้ อพั หนำ้

25. ประกอบแกนโชก้ ลงในปลอกแกนโชก้ อพั หนำ้


Click to View FlipBook Version