The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัย การศึกษาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์สำหรับเด็ก โดยใช้กิจกรรมเกมการศึกษา สิริยากร 126 ปี4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 126 สิริยากร เดชยศดี, 2024-02-22 00:01:09

วิจัย การศึกษาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์สำหรับเด็ก โดยใช้กิจกรรมเกมการศึกษา สิริยากร 126 ปี4

วิจัย การศึกษาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์สำหรับเด็ก โดยใช้กิจกรรมเกมการศึกษา สิริยากร 126 ปี4

42 4. นำแผนชุดกิจกรรมเกมการศึกษาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นที่ปรับปรุงแก้ไขแล้ว นำเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง 6. นำแผนชุดกิจกรรมเกมการศึกษาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐาน ทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญไปทดลองใช้ (Try out) กับเด็กนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา ซึ่งไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เป็น เวลา 1 สัปดาห์ เพื่อปรับปรุงแผนการจัดกิจกรรมให้เหมาะสม ซึ่งพบว่าเด็กสามารถทำกิจกรรมได้ ตามขั้นตอน เด็กให้ความสนใจ และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม 7. นำแผนชุดกิจกรรมเกมการศึกษาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐาน ทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยไปทดลองจัดกิจกรรมกับเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาล 2 ที่เป็น กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 7 คน โดยใช้เวลาใน การทดลองกิจกรรมจำนวน 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วัน ละ 30 นาที ซึ่งใช้การจัดกิจกรรมทั้งสิ้น 24 ครั้ง ดังตารางต่อไปนี้ สัปดาห์ วัน รายชื่อกิจกรรม 1 จันทร์ พุธ ศุกร์ จับคู่ดอกไม้ที่เหมือนกัน แยกฉันออกจากเพื่อนที เกมใครสูงกว่ากันนะ 2 จันทร์ พุธ ศุกร์ จับคู่ดอกไม้กับจำนวน พาฉันไปหาเพื่อนหน่อยนะ เกมเธอกับฉันใครจะยาวกว่ากัน 3 จันทร์ พุธ ศุกร์ จับคู่ฉันและต้นของฉัน ฉันอยู่ที่ไหนเอ่ย เกมใครมากกว่ากันเอ่ย 4 จันทร์ พุธ ศุกร์ จับคู่สีให้ฉันหน่อย พาฉันกลับบ้าน เกมใครน้อยกว่ากันนะ 5 จันทร์ พุธ ศุกร์ จับคู่ผลและต้นของฉัน วงกลมสิ่งที่เหมือนกัน เกมฉันหนักกว่าเธอเธอเบากว่าฉัน จันทร์ จับคู่ชิ้นส่วนของฉัน


43 ตารางที่ 3 การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์สำหับเด็กปฐมวัย การสร้างแบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย การสร้างแบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยมีขั้นตอนการสร้าง ดังนี้ 1. ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ในการสร้างแบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็ก ปฐมวัยจากหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 และเอกสารงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การทดสอบทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์เด็กปฐมวัย 2. สร้างแบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย จำนวน 3 ด้าน ด้านละ 5 ข้อ คือ ชุดที่ 1 ด้านการจับคู่ จำนวน 5 ข้อ ชุดที่ 2 การจำแนก จำนวน 5 ข้อ ชุดที่ 3 การเปรียบเทียบ จำนวน 5 ข้อ รวมทั้งหมด 15 ข้อ 3. สร้างคู่มือในการใช้แบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยมี เกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ - ปฏิบัติได้ถูกต้องทั้งหมดด้วยตนเอง ให้ 2 คะแนน - ปฏิบัติได้ถูกต้องเป็นบางข้อ ให้ 1 คะแนน - ปฏิบัติไม่ได้เลย ให้ 0 คะแนน 4. นำแบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์และคู่มือดำเนินการทดสอบที่ผู้วิจัย สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหา (Content Validity) และความ สอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย จำนวน 3 ท่าน ดังรายนามต่อไปนี้ 6 พุธ ศุกร์ พาฉันไปหาสีของฉัน เกมสีของฉันและสีของเธอ 7 จันทร์ พุธ ศุกร์ จับคู่รสชาติตรงกันข้าม บิงโกแยกหิน เกมรูปร่างของเรา 8 จันทร์ พุธ ศุกร์ จับคู่ฉันและเงาของฉัน ใครเอ่ยไม่เข้าพวก เกมใครเสียงดังกว่ากันนะ


44 4.1 นางสาวสุดารัตน์ สุจิตตานันท์ หัวหน้าฝ่ายวิชาการ โรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา 4.2 นางสาวกุสุมาลย์ สุพรมวัน ครูประจำชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา 4.3 นางสาวสุพรรณี จันทรเสนา ครูประจำชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบ้านดงบากโนนสวรรค์ โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน ดังนี้ (สุวิมล ติรกานันท์. 2549: 148) ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบของแบบทดสอบมี ความเหมาะสมและสอดคล้องกัน ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าองค์ประกอบของแบบทดสอบมี ความเหมาะสมและสอดคล้องกัน ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบของแบบทดสอบนั้นไม่มี ความเหมาะสมและไม่สอดคล้องกัน 5. นำแบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ผ่านการตรวจสอบ จากผู้เชี่ยวชาญมาคัดเลือกและปรับแก้แบบทดสอบ และคัดเลือกข้อที่มีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.5-1.0 จึงถือว่าใช้ได้ ได้จำนวน 15 ข้อ ที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.5-1.0 (ไพศาล วรคำ. 2555: 253) 6. นำแบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการปรับปรุง แก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญไปทดลองใช้ (Try out) กับเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ที่ ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ที่โรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา 7. นำผลการทดสอบมาวิเคราะห์แบบทดสอบรายข้อเพื่อหาค่าความยากง่าย ( p) (ไพศาล วรคำ. 2555: 285) และค่าอำนาจจำแนก (r) (ไพศาล วรคำ. 2555: 287) และคัดเลือก ข้อสอบที่มีค่าความยากง่ายเหมาะสมสำหรับใช้ในการทดลอง โดยคักเลือกข้อสอบที่มีค่าความยากง่าย อยู่ระห่าง 0.2-0.8 และมีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.2 ขึ้นไป จึงได้ข้อสอบจำนวน15 ข้อ ดังนี้ ชุดที่ 1 ด้านการจับคู่ ชุดที่ 2 ด้านการจำแนก ชุดที่ 3 ด้านการเปรียบเทียบ 8. นำแบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยมาหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบทดสอบ โดยใช้สัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของ Cronbach) 9. นำแบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยและคู่มือดำเนินการ ทดสอบไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างเพื่อวัดทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม


45 การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล คณะผู้วิจัยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. การวิเคราะห์คะแนนเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของความสามารถด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย 2. การวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ระหว่างก่อนการทดลอง และหลังการทดลอง โดยใช้โปรแกรมการวิเคราะห์แบบประเมินทาง คอมพิวเตอร์สำเร็จรูป Microsoft Excel สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้นำข้อมูล ที่ได้จากการทดลองวัดทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย มาวิเคราะห์ โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. สถิตที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือรวบรวมข้อมูลได้แก่ 1.1 วิเคราะห์หาค่าความตรงตามเนื้อหา IOC (Content Validity) โดยใช้สูตร (ไพศาล วรคำ. 2555: 253) ดังนี้ สูตร IOC = ∑ R N เมื่อ IOC = ดัชนีความสอดคล้อง ∑ R = ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N = จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 1.2 หาค่าความเชื่อมั่น (rtt) ของคูเดอร์-ริชาร์ทสัน 20 (K-R20) ของแบบประเมิน คำนวณผลโดยใช้โปรแกรมการวิเคราะห์แบบประเมินทางคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป TAP (Test Analysis Programs) 2. สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการบรรยายข้อมูล สถิติพื้นฐานในการบรรยายข้อมูลใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติสำหรับการ วิเคราะห์ ข้อมูลทางสังคมศาสตร์ ประกอบด้วย 2.1 ค่าเฉลี่ย (Mean) 2.2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)


46 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมการ เรียนรู้โดยใช้เกมการศึกษาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น ผู้วิจัยได้ทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย เป็น นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนโรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา ที่ได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ตารางที่ 4 ตารางแสดงผลการศึกษาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของกลุ่มตัวอย่าง ก่อนและการใช้เกมการศึกษาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางด้าน คณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 เลขที่ คะแนน เลขที่ คะแนน ก่อนเรียน หลังเรียน ความก้าวหน้า ก่อนเรียน หลังเรียน ความก้าวหน้า 1 5 26 21 4 6 28 22 2 4 27 23 5 6 29 23 3 4 29 25 6 5 27 22 7 5 29 24 เฉลี่ย 5.0 27.9 22.9 ร้อยละ 16.6 93.0 76.3 จากตารางที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อศึกษาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของ นักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้เกมการศึกษาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น มีคะแนนเฉลี่ยก่อน เรียนเท่ากับ 5.0 คิดเป็นร้อยละ 16.6 และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 27.9 คิดเป็นร้อยละ 93.0 คะแนน ความก้าวหน้าเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนเพิ่มขึ้น 22.9 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 76.3 นั้นคือ นักเรียนมีทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ที่ดีขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 จากการวิเคราะห์ข้อมูลคะแนนทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของนักเรียน ก่อนเรียน หลังเรียน โดยใช้กิจกรรมเกมการศึกษาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น ซึ่งมีคะแนนเต็มก่อนเรียนและ หลังเรียน 30 คะแนน และเปรียบเทียบคะแนนทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของนักเรียน ก่อน เรียนและหลังเรียน ดังแสดงรายละเอียดในตารางที่ 4


47 ตารางที่ 5 การเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน การทดสอบ คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ S.D. t ก่อนเรียน 30 5.0 16.6 0.82 41.4 หลังเรียน 30 27.9 93.0 1.21 ** มีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 จากตารางที่ 5 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางด้าน คณิตศาสตร์ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้กิจกรรมเกมการศึกษาจากวัสดุธรรมชาติใน ท้องถิ่น มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 5.0 คิดเป็นร้อยละ 16.6 และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 27.9 คิดเป็นร้อยละ 93.0 และเมื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01


48 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์โดยใช้ชุดกิจกรรมเกม การศึกษาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนดงเว้นเจริญ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์การวิจัย 1) เพื่อศึกษาผลการใช้กิจกรรเกมการศึกษาโดยใช้วัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นใน การพัฒนาทักษะพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางด้าน คณิตศาสตร์ระหว่างก่อนและหลังการใช้กิจกรรมเกมการศึกษาจากวัสดุธรรมชาติ ขอบเขตด้านประชากรที่ใช้ในการวัย ได้แก่ เด็กปฐมวัย ชาย - หญิง อายุระหว่าง 4 - 5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนดงเว้นดงเจริญวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 7 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แผนชุดกิจกรรมเกมการศึกษาจากวัสดุธรรมชาติ ในท้องถิ่น จำนวน 30 แผน แบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ด้าน การจับคู่ ด้านการจำแนก และด้านการเปรียบเทียบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเป็นแบบทดสอบ จำนวน 30 ข้อ สิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานโดยการทดสอบค่า t-test (dependent sample) 5.1 สรุปผลการวิจัย การวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์โดยใช้ชุดกิจกรรมเกม การศึกษาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนดงเว้นเจริญ ในครั้งนี้ สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ 5.1.1 หลังการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมเกมการศึกษาจากวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่นเพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ผลการวิจัย พบว่า นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 มีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่สูงขึ้นก่อการจัดกิจกรรมอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ซึ่งเป็นไปตามสมติฐานข้อที่ 1 โดยมีผลการทดสอบก่อนเรียนคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 5.0 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.82 คิดเป็นร้อยละ 16.6 และมีผลการทดสอบหลังเรียน คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 27.9 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.21 คิดเป็นร้อยละ 93.0 5.1.2 นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 มีการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยใช้ชุด กิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 2 โดยมีคะแนนความก้าวหน้าก่อนเรียนและ หลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 22.9 คิดเป็นร้อยละ 76.3


49 5.2 การอภิปรายผล การวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์โดยใช้ชุดกิจกรรมเกม การศึกษาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนดงเว้นเจริญ ผู้วิจัย ขอนำเสนออภิปรายผลดังนี้ 5.2.1 นักเรียนมีทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้กิจกรรม เกมการศึกษาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 5.0 คิดเป็นร้อยละ 16.6 และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 27.9 คิดเป็นร้อยละ 93.0 และเมื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางด้าน คณิตศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน ข้อที่ 1 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้เกมการศึกษาจากวัสดุธรรมชาติใน ท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยใช้เกมการศึกษาแล้วนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ จัดทำแผน การจัดประสบการณ์การเรียนรู้และดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามขั้นตอนซึ่ง ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 ขั้นนำ ขั้นที่ 2 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นประเมินผล โดย แต่ละขั้นตอนเด็กได้เรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรมอย่างมีจุดมุ่งหมายและเหมาะสมกับวัย เด็กได้รับ ประสบการณ์ตรงจากการใช้ประสาทสัมผัสในการลงมือทำ ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ทำให้เด็ก เกิดการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับณัฐญา นันทราช (2563, หน้า 51) ได้กล่าวถึงประโยชน์ กิจกรรมที่ เน้นเล่น มีสื่อการเรียนการสอนที่หลากหลาย โดยมีครูและกติกาที่ช่วยพัฒนาความคิด เป็นพื้นฐาน สำคัญของการเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อฝึกการสังเกต เปรียบเทียบ การคิด ให้เกิด การเรียนรู้ด้วยความสนุกสนาน สามารถเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่ม และ มีกระบวนการเล่นที่ช่วย ฝึกทักษะความพร้อมทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เพื่อตอบสนอง ความต้องการตามวัยของผู้เรียน ผู้เล่นได้ใช้ประสาทสัมผัสและ กล้ามเนื้อมือในการเล่นและการพัฒนา ทักษะการคิดพื้นฐาน ในการหาคำตอบและตรวจสอบ ผลลัพธ์ด้วยตนเอง เป็นเครื่องมือในการจูงใจให้ เกิดการเรียนรู้มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นโดยลอง ผิดลองถูกได้สังเกต จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เด็กค่อย ๆ เกิดความเข้าใจตนเองและผู้อื่น รู้จักค้นหาเหตุผล และการตัดสินใจ และยังมีส่วนช่วยในการพัฒนา ทักษะการคิดด้านต่าง ๆของผู้เรียนอีกด้วย นอกจากนั้นยังสอดคล้องกับสุภาวินี ลายบัว (2559, หน้า 48) การพัฒนาเกมการศึกษาเพื่อ เตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนสาธิตอนุบาลราช มงคล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ เด็กนักเรียนชาย - หญิง อายุระหว่าง 4-5 ปี กำลังศึกษา อยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนสาธิตอนุบาลราชมงคล จำนวน นักเรียน 23 ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาเกมการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์สำหรับ นักเรียนระดับชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนสาธิตอนุบาลราชมงคล หลังการจัดเกมการศึกษาสูงกว่าก่อนการ จัด เกมการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ธิติการต์ ขวัญบุญ (2549, หน้า 116) การ


50 พัฒนาเกมการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ตัวอย่างเป็นนักเรียน ชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 35 คน โรงเรียนแคนา โค ลิงก์บาลเมืองกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ผลการวิจัยพบว่า1) นักเรียนและบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องการให้มีการพัฒนาเกมการศึกษา โดยมีรูปแบบ เหมาะสม กับวัยของผู้เรียน ภาพมีสีสันสวยงาม 2) เกมการศึกษาที่สร้างขึ้นประกอบด้วย คำนำ วัตถุประสงค์ คู่มือครู แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ คู่มือนักเรียน แบบทดสอบ ที่มีเนื้อหา เกี่ยวกับตัวเลข 1-10 เกมการศึกษา มีประสิทธิภาพ 82.73 / 85.60 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้ 3) นำเกมการศึกษาไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้น อนุบาลปีที่ 3 โดยให้เรียนรู้ร่วมกันเรียนเป็นกลุ่ม ขณะ เรียนโดยใช้เกมการศึกษานักเรียนมีความกระตือรือร้น ตั้งใจเรียนและสนุกสนานกับการปฏิบัติ กิจกรรม 4) ผลการเรียนด้านความพร้อมทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียน หลังเรียนโดยใช้เกมการศึกษา มีคะแนนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และนักเรียน เห็นด้วยต่อการเรียนรู้ โดยใช้เกมการศึกษาในระดับมาก โดยเห็นว่าเกมการศึกษามีรูปแบบที่น่าสนใจช่วยกระตุ้น ให้นักเรียน เกิดการเรียนรู้มีความสุขในการเรียนมีความคิดสร้างสรรค์และมีเจตคติที่ดีต่อเกมการศึกษาเพื่อเตรียม ความพร้อมทางคณิตศาสตร์วิมาดา ชนะวัฒนานนท์ (2564,หน้า 40) การพัฒนาทักษะทาง คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมเกมการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนอายุ3-4 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นเตรียมอนุบาล ศูนย์สาธิตการศึกษาปฐมวัยมหาวิทยาลัย ราชภัฏนครปฐม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ห้องอัญชัน จำนวน 18 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่ม อย่างง่าย ผลการศึกษาพบว่า 1. นักเรียนชั้นเตรียมอนุบาลที่ได้รับการจัดกิจกรรมเกมการศึกษามี ทักษะทางคณิตศาสตร์ สูงขึ้นกว่าก่อนได้รับการจัดกิจกรรมเกมการศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ.01 ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้2. เมื่อเปรียบเทียบระดับคะแนนทักษะทางคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมเกมการศึกษาเป็นรายสัปดาห์ พบว่า นักเรียนชั้น เตรียมอนุบาลที่ได้รับการจัดกิจกรรมเกมการศึกษามีทักษะทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยสูงกว่า ก่อนได้รับการจัดกิจกรรมในทุกสัปดาห์โดยสัปดาห์ที่นักเรียนได้คะแนนดีที่สุดคือ สัปดาห์ที่3 ครั้งที่ 5 เกมตักไข่ตัวเลข นอกจากนั้นยังสอดคล้องกับงานวิจัยต่างของ Amr Mahmoud Abdeldaim Mohamed , Dr. Tahany Sabry Kamal Shaaban (2021, หน้า 165) ผลกระทบของเกมการศึกษาต่อการเรียนรู้ คำศัพท์ EFL ของนักเรียนปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้: การทบทวนอย่างเป็นระบบและ การวิเคราะห์เมตาดาต้า ผลการวิจัยพบว่า เกมการศึกษาได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทั้ง นักเรียนปกติและนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้เรียนรู้เกี่ยวกับวิชาเฉพาะ ขยาย แนวความคิด เสริมสร้างการพัฒนา ทำความเข้าใจเหตุการณ์หรือวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ หรือ ช่วยเหลือพวกเขาในการเรียนรู้ทักษะในขณะที่เล่น ประเภทเกม ได้แก่ กระดาน การ์ด วิดีโอเกม เกม อิเล็กทรอนิกส์ และเกมออนไลน์ล่าสุด เกมการศึกษาได้รับการออกแบบมาเพื่อสอนมนุษย์เกี่ยวกับ


51 วิชาเฉพาะและสอนทักษะให้พวกเขา ได้รับการพัฒนาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ใช้ในหัวข้อเฉพาะหรือสาขาที่ สนใจ สามารถกำหนดได้ว่าเป็นเกมที่ออกแบบมาอย่างชัดเจนโดยมีวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเพื่อ ฝึกฝนในสภาพแวดล้อมทางการศึกษาเพื่อนำความเพลิดเพลินและความพึงพอใจมาสู่ผู้เรียนและทำให้ กระบวนการเรียนรู้ง่ายขึ้น เกมช่วยในการพัฒนาทักษะและความชำนาญ โดยที่ผู้ใช้ได้รับอนุญาตให้ โต้ตอบและจัดการวัตถุ ครูมีความท้าทายอยู่เสมอในการทำให้นักเรียนปฐมวัยมีส่วนร่วมในห้องเรียน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีมือถือมาใช้และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของ เรา ความท้าทายในการทำให้นักเรียนจดจ่อกับงานการเรียนรู้จึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก 5.2.2 นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 มีการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยใช้ชุดกิจกรรม อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 2 โดยมีคะแนนความก้าวหน้าก่อนเรียนและหลังเรียน เฉลี่ยเท่ากับ 22.9 คิดเป็นร้อยละ 76.3 อาจเป็นเพราะการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้เกม การศึกษาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นเพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เป็น การเรียนผ่านการเล่นและทำกิจกรรม ทำให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการสัมผัสและได้รีบประสบการณ์จาก การลงมือปฏิบัติกิจกรรม เด็กจะมีความสุขสนุกกับการเล่นและได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน เกมการศึกษา แต่ละเกมมีความหลากหลาย ดึงดูดและกระตุ้นความสนใจของเด็กทั้งวิธีการเล่น ภาพสีสันที่สวยงาม เนื้อหาของเกมการศึกษาทุกเกมมีความสัมพันธ์ สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้และไม่ยากเกินไป สำหรับเด็ก ทำให้เด็กเข้าใจ สนุกกับการเรียนรู้ผ่านการเล่นที่เหมาะสมกับวัย ซึ่งสอดคล้องกับสกล ป้องคำสิงห์, ประดิษฐ์ เอกทัศน์และอรัญ ซุยกระเดื่อ (2553,บทคัดย่อ) การพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์เกมการศึกษาจากสื่อธรรมชาติสำหรับเตรียมทักษะพื้นฐาน คณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ลุ่มเป้าหมาย เป็นเด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาในชั้น อนุบาลปีที่ 2ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนโคกบัวค้อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มหาสารคาม เขต 1 จำนวน 17 คน ผลการวิจัยพบว่า1. แผนการจัดประสบการณ์เกมการศึกษาจาก สื่อธรรมชาติ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 89.85/88.97 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้80/80 2. เด็กปฐมวัยมี คะแนนทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์หลังการจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นจากก่อนจัดกิจกรรม อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3. เด็กปฐมวัยมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมด้วยแผนการจัด ประสบการณ์เกมการศึกษาจากสื่อธรรมชาติ สำหรับเตรียมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ในระดับ มาก กัญญาณัฐ คงสา , ขวัญใจ จริยาทัศน์กร (2562, บทคัดย่อ) การพัฒนาทักษะพื้นฐานทาง คณิตศาสตร์ของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 3/3 โรงเรียนเทศบาล 4 (อุดมวิทย์สมใจ) โดยใช้กิจกรรมเกม การศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือ เด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3/3 โรงเรียนเทศบาล 4 (อุดมวิทย์สมใจ) ปีการศึกษา 2562 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 25 คน ผลการวิจัยพบว่า 1. ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 3/3 โรงเรียนเทศบาล 4 (อุดมวิทย์-สมใจ) โดยใช้กิจกรรมเกมการศึกษา พบว่า ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์หลังการจัดการเรียนการสอนโดยการใช้กิจกรรมเกมการศึกษา มี


52 คะแนนสูงขึ้น 2. การเปรียบเทียบคะแนนพัฒนาการทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กนักเรียน ชั้นอนุบาล 3/3 โรงเรียนเทศบาล 4 (อุดมวิทย์สมใจ) โดยใช้กิจกรรมเกมการศึกษา พบว่า โดย ภาพรวมเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 3/3 โรงเรียนเทศบาล 4 (อุดมวิทย์สมใจ) มีคะแนนพัฒนาการ 91.25 % อยู่ในระดับสูง ธันวา วัฒนะ, สรวงพร กุศลส่ง และ พิชญาภา ตรีวงษ์(2565, บทคัดย่อ) การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมเกมการศึกษาพื้นฐานการบวกเพื่อส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัย ชาย-หญิง อายุ 4-5 ปี ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านกกไทร อำเภอเมืองจังหวัด เพชรบูรณ์ จำนวน 19 คน เป็นชาย 12 คน หญิง 7 คน ผลการวิจัย: 1) ผลการศึกษาข้อมูล มี องค์ประกอบ 6 ด้านคือ (1) หลักการ(2) จุดประสงค์ (3) สาระและกระบวนการ (4) กิจกรรมการ เรียนรู้ (5) สื่อและแหล่งเรียนรู้และ (6) การวัดและประเมินผล 2) ผลการสร้างและทดลองใช้รูปแบบ (2.1) ผลการสร้างรูปแบบ มีขั้นตอน (ASPC Model) ดังนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียม (A: Arrange) ขั้นที่ 2 ขั้นแนะนำ(S: Suggest) ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติ (P: Perform) ขั้นที่ 4 ขั้นสรุป (C: Conclude) (2.2) ผล การหาคุณภาพ อยู่ในเกณฑ์มากที่สุด (2.3) ผลการทดลองใช้รูปแบบ โดยภาพรวม ก่อนการจัด กิจกรรม มีค่าร้อยละเท่ากับ 61.18 หลังการจัดกิจกรรม มีค่าร้อยละเท่ากับ 94.61 3) ผลการศึกษา ความพึงพอใจของการจัดกิจกรรมเกมการศึกษาพื้นฐานการบวก มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก จากการอภิปรายผล จึงสรุปได้ว่า การจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้เกมการศึกษาจาก วัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นเพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีชั้นปีที่ 2 สามารกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้พัฒนาเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาที่เกี่ยวกับ ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ การเล่นมีจุดมุ่งหมายคือหัวใจของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับ เด็ก เด็กจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง การจัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาเป็นอีกหนึ่ง กิจกรรมการเล่นที่เด็กมีความพึงพอใจ ช่วยกระตุ้นความสนใจ ทำให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ มี ทักษะที่แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง สามารนำความรู้มาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ข้อเสนอแนะ จากผลการใช้กิจกรรมเกมการศึกษาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ผู้วิจัยให้ข้อเสนอแนะในการวิจัย และข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ - ควรมีการเสริมแรง ยกย่องชมเชย และให้กำลังใจนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่ ทีการเรียนการสอน 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป - อาจมีการเลือกกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้การศึกษามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น


53 บรรณานุกรม กมลรัตน์ กมลสุทธิ (2555). ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด ประสบการณ์ตามแนวมอนเตสซอรี่ . ปริญญานิพนธ์ หลักสูตรปริญญาการศึกษา มหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กัญญาณัฐ คงสา และ ขวัญใจ จริยาทัศน์กร (2562). การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของ เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 3/3โรงเรียนเทศบาล 4 (อุดมวิทย์สมใจ) โดยใช้กิจกรรมเกม การศึกษา. ณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษานอกสถานที่ตั้ง นครนายก. ธันวา วัฒนะ , สรวงพร กุศลส่ง และ พิชญาภา ตรีวงษ์ (2565). การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรม เกมการศึกษาพื้นฐานการบวกเพื่อส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์. นภัส วรรณขันธ์ (2552). ผลของการใช้รูปแบบกิจกรรมศิลปะเพื่อการเรียนรู้ที่มีต่อการรับรู้ สิ่งแวดล้อมรอบตัวของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ การศึกษา ตามหลักสูตรปริญญา การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. นิธิกานต์ ขวัญบุญ (2549). การพัฒนาเกมการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ การศึกษาตามหลักสูตรปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอนบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. นุจิรา เหล็กกล้า (2561). การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์โดยใช้เกมการ ของเด็ก ปฐมวัยชั้นปีที่ 2 โรงเรียนบ้านบางแก้ว. วิทยานิพนธ์ หลักสูตรครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์. พรเพ็ญ บัวทอง (2555). ผลของการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยวัสดุธรรมชาติท้องถิ่นที่มีต่อ พฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ การศึกษา ตามหลักสูตรปริญญา การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. วรรณวิไล เม็งทอง (2561). ผลการจัดกิจกรรมทางกายโดยใช้สื่อวสัดธรรมชาติ ุ ที่มีต่อ พัฒนาการ 4 ด้าน ของเด็กปฐมวัย โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. รายงานวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. วันดี มั่นจงที(2554). ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการ สาน. ปริญญานิพนธ์ การศึกษาตามหลักสูตรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชา การศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.


54 วัลลี แสงแก้วสุข (2564). การพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์โดยใช้เกมฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ ของเด็กระดับปฐมวัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พระนครศรีอยุธยา เขต 1. วิทยานิพนธ์การศึกษาตามหลักสูตรปริญญาครุศาสตร์ มหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. วิมาดา ชนะวัฒนานนท์ (2564). การพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้ กิจกรรมเกมการศึกษ. รายงานการวิจัย ศูนย์สาธิตการศึกษาปฐมวัยมหาวิทยาลัยราช ภัฏนครปฐม. สุภาวิณี ลายบัว (2559). การพัฒนาเกมการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์ สำหรับ นักเรียนระดับชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนสาธิตอนุบาลราชมงคล. รายงานวิจัย คณะ เทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. สุมารีย์ ไชยประสพ (2558). การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้ กิจกรรมเกมการศึกษา โรงเรียนโป่งน้ำร้อนวิทยา. วิทยานิพนธ์การศึกษาหลักสูตรครุ ศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏ เชียงใหม่. อัชราภรณ์ ฟักปลั่ง (2564). การพัฒนาเกมการศึกษาโดยใช้สื่อจากธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมทักษะ พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2. การศึกษาหลักสูตรปริญญา การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและประเมินทางการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร. Aswin Saputra and others. (2021). The Effectiveness Of Learning Basic Mathematics Through Dice Games For 5-6 Years Old At TKIT Al-Muslim. Faculty of Computer Indraprasta PGRI University. Brewer, J.R. (1995). Introduction to early childhood education : Preschool thoughprimarygrades. 2nd ed. Needham Nieghis,Mass : A Simon andSchueternternational.


55 ภาคผนวก


56 ภาคผนวก ก แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์


57 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 1 ด้านการจับคู่ คำชี้แจง : ให้นักเรียนโยงเส้นจับคู่ดอกไม้และเงาของดอกไม้ ข้อที่ 1


58 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 1 ด้านการจับคู่ คำชี้แจง : ให้นักเรียนโยงเส้นจับคู่ดอกไม้และจำนวน ข้อที่ 2 1 2 3


59 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 1 ด้านการจับคู่ คำชี้แจง : ให้นักเรียนโยงเส้นจับคู่ต้นไม้และผล ข้อที่ 3


60 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 1 ด้านการจับคู่ คำชี้แจง : ให้นักเรียนโยงเส้นจับคู่รูปภาพอีกครึ่งหนึ่งของกันและกัน ข้อที่ 4


61 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 1 ด้านการจับคู่ คำชี้แจง : ให้นักเรียนโยงเส้นจับคู่รูปภาพและสีที่ตรงกัน ข้อที่ 5


62 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 2 ด้านการจำแนก คำชี้แจง : ให้นักเรียน รูปภาพที่ต่างจากพวก ข้อที่ 1


63 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 2 ด้านการจำแนก คำชี้แจง : ให้นักเรียนระบายสีรูปภาพที่เหมือนกันกับภาพตัวอย่าง ข้อที่ 2 ภาพตัวอย่าง ภาพตัวอย่าง ภาพตัวอย่าง


64 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 2 ด้านการจำแนก คำชี้แจง : ให้นักเรียนลากเส้นสิ่งที่มีในธรรมชาติที่มนุษย์ไม่ได้สร้างขึ้น ลงในตะกร้า ข้อที่ 3


65 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 2 ด้านการจำแนก คำชี้แจง : ให้นักเรียนจำแนกจัดกลุ่มสีตามที่กำหนดโดยนำภาพจากด้านบนไปใส่ช่อง ด้านล่าง ข้อที่ 4


66 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 2 ด้านการจำแนก คำชี้แจง : ให้นักเรียนระบายสีรูปภาพตามสีที่กำหนด ข้อที่ 5 ดอกไม้ = ต้นไม้ = ก้อนหิน = ใบไม้ =


67 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 3 ด้านการเปรียบเทียบ คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย ลงในช่อง ที่มีจำนวนมากที่สุด ข้อที่ 1


68 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 3 ด้านการเปรียบเทียบ คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย ลงในรูปภาพที่มีจำนวนมากกว่าภาพตัวอย่าง ข้อที่ 2 ภาพตัวอย่าง


69 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 3 ด้านการเปรียบเทียบ คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย ลงในรูปภาพที่มีรูปร่างเหมือนกับภาพตัวอย่าง ข้อที่ 3 ภาพตัวอย่าง ก้อนหิน กิ่งไม้


70 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 3 ด้านการเปรียบเทียบ คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย ลงในช่อง รูปภาพที่มีน้ำหนักมาก ข้อที่ 4 ใบไม้ ก้อนหิน


71 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุดที่ 3 ด้านการเปรียบเทียบ คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย ลงในช่อง ที่มีรูปขนาดใหญ่ไปเล็ก ข้อที่ 5


72 ภาคผนวก ข แผนการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2


73 แผนการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ทักษะด้านการจับคู่ แผนการจัดประสบการณ์ สาระที่ ๓ ธรรมชาติรอบตัว ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ กิจกรรมเกมการศึกษา หน่วยที่ ๒ กลางวัน กลางคืน เรื่อง จับคู่ดอกไม้กับจำนวน เวลา ๔๐นาที วัน........... ที่........ เดือน………………………..… พ.ศ........... ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ (๔-๕ ปี) มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและ ปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ๖.๒ มีวินัยในตนเอง ๖.๒.๑ เก็บของเล่นของใช้เข้า ที่ด้วยตนเอง มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่น ได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติ ตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ใน ระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ๘.๑ ยอมรับความเหมือน และ ความแตกต่าง ระหว่างบุคคล ๘.๒.๑ เล่นหรือทำงานร่วมกับ เพื่อนเป็นกลุ่ม มาตรฐานที่ ๑๐ มี ความสามารถในการคิดที่เป็น พื้นฐานในการเรียนรู้ ๑๐.๑ มีความสามารถในการ คิดรวบยอด ๑๐.๑.๑ บอกลักษณะ และ ส่วนประกอบของสิ่งต่างๆจาก การสังเกตโดยใช้ประสาท สัมผัส ๑๐.๑.๒ จับคู่และเปรียบเทียบ ความแตกต่างหรือ ความ เหมือนของสิ่งต่างๆ โดยใช้ ลักษณะที่สังเกตพบ เพียง ลักษณะเดียว * มาตรฐานตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐


74 สาระสำคัญ จับคู่ดอกไม้กับจำนวน เป็นการฝึกทักษะสังเกตและทักษะการจับคู่ดอกไม้กับจำนวนที่ กำหนด เช่น ดอกไม้หนึ่งดอก จับคู่กับเลขหนึ่ง ดอกไม้สองดอก จับคู่กับเลขสอง จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑ นักเรียนสามารถจับคู่ดอกไม้กับจำนวนนับได้ ๒. นักเรียนสามารถสนทนาโต้ตอบกับครูและเพื่อนได้ ๓. นักเรียนสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ สาระการเรียนรู้ ๑. สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๑ การจับคู่ดอกไม้กับจำนวนนับ ๒. ประสบการณ์สำคัญ ๒.๑ ด้านร่างกาย - ฝึกการใช้งานกล้ามเนื้อมัดเล็ก การหยิบจับสิ่งต่างๆ ๒.๒ ด้านอารมณ์ - การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆตามควาสามารถของตนเอง ๒.๓ ด้านสังคม - การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของห้องเรียน ๒.๔ ด้านสติปัญญา - การฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ๑. ครูและเด็กสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับกิจกรรมในวันนี้ ๒. ครูและเด็กร่วมกันสร้างข้อตกลง ดังนี้ - ขณะทำกิจกรรมไม่หยอกล้อกัน - ขณะทำกิจกรรมไม่ส่งเสียงดัง - เมื่อทำกิจกรรมเสร็จ ต้องช่วยกันเก็บอุปกรณ์ ๓. ครูและเด็กร่วมกันท่องคำคล้องจอง “จับคู่” ขั้นสอน ๔. ครูนำเกม “จับคู่ดอกไม้กับจำนวน” มาให้เด็กๆ ดู และอธิบายวิธีการเล่น คือ ให้เด็กๆสังเกตดอกไม้


75 กับตัวเลข และให้จับคู่ ให้ถูกต้อง เช่น ดอกไม้ ๑ ดอก ขับคู่กับเลข ๑ ดอกไม้ ๒ ดอก จับคู่กับเลข ๒ และสาธิตวิธีการเล่นเกมการศึกษาให้เด็กๆดู ๕. ครูแบ่งเด็กๆออกเป็น ๒ กลุ่ม โดยการนับสลับ ๑ , ๒ สลับไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบตามจำนวน ๖. ครูแจกเกม“จับคู่ดอกไม้กับจำนวน” ให้เด็กแต่ละกลุ่ม กลุ่มละ ๑ ชุด ๗. ครูทบทวนกติกาการเล่นเกมอีกครั้ง และให้สัญญาณเด็กๆเริ่มทำกิจกรรม ๘. ครูให้สัญญาณหมดเวลาทำกิจกรรม ขั้นสรุป ๙. ครูและเด็กร่วมกันสรุปกิจกรรม โดยครูเป็นผู้ตรวจความถูกต้องของการจับคู่ ของเด็กแต่ละกลุ่ม และสรุปกิจกรรม โดยใช้คำถาม ดังนี้ - ดอกไม้กับจำนวนที่เด็กๆจับคู่ มีกี่คู่ - จำนวนที่เด็กๆจับคู่มีจำนวนเท่าไหร่บ้าง สื่อการเรียนรู่และแหล่งเรียนรู้ ๑. เกมจับคู่ดอกไม้กับจำนวน ๒. คำคล้องจอง “จับคู่” วัดและประเมินผล ประเมินโดยใช้แบบทดสอบ


76 แผนการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ทักษะด้านการจำแนก แผนการจัดประสบการณ์ สาระที่ ๓ ธรรมชาติรอบตัว ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ กิจกรรมเกมการศึกษา หน่วยที่ ๖ เศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง พาฉันไปหาสีของฉัน เวลา ๔๐ นาที วัน........... ที่........ เดือน………………………..… พ.ศ........... ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ (๔-๕ ปี) มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดี และมีความสุข ๓.๒ มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และผู้อื่น ๓.๒.๑ กล้าพูดกล้าแสดงออก อ ย ่ า ง เ ห ม า ะ ส ม บ า ง สถานการณ์ ม า ต ร ฐ า น ท ี ่ ๑ ๐ มี ความสามารถในการคิดที่เป็น พื้นฐานในการเรียนรู้ ๑๐.๑ มีความสามารถ ในการ คิดรวบยอด ๑๐.๑.๓ จำแนกและจัดกลุ่ม สิ่งต่างๆ โดยใช้อย่างน้อย ๑ ลักษณะเป็นเกณฑ์ มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการ และความคิดสร้างงสรรค์ ๑ ๑ . ๒ แ ส ด ง ท ่ า ท า ง / เคลื่อนไหว ตามจินตนาการ อย่างสร้างสรรค์ ๑๑.๒.๑ เคลื่อนไหวท่าทาง เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึก ของตนเองอย่างหลากหลาย หรือแปลกใหม่ * มาตรฐานตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ สาระสำคัญ เกมพาฉันไปหาสีของฉัน เป็นการฝึกทักษะสังเกต และทักษะการจำแนก เป็นการจำแนกสิ่ง ที่มีสีเหมือนกันกับสีที่กำหนด เช่น ดอกไม้สีเหลืองให้นำมาใส่ในแก้วสัญลักษณ์เหลือง , ก้อนหินสีเทา ให้นำมาใส่ในแก้วสัญลักษณ์สีเทา เป็นต้น จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑ นักเรียนสามารถจำแนกจักกลุ่มได้ ๒. นักเรียนสามารถเคลื่อนไหวประกอบคำบรรยายของครูได้ ๓. นักเรียนสามารถพูดหรือแสดงออกความคิดเห็นได้ สาระการเรียนรู้ ๑. สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๑ การฝึกทักษะสังเกต ทักษะการจำแนก


77 ๒. ประสบการณ์สำคัญ ๒.๑ ด้านร่างกาย - การใช้กล้ามเนื้อใหญ่การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ ๒.๒ ด้านอารมณ์ - การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี ๒.๓ ด้านสังคม - การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ๒.๔ ด้านสติปัญญา - การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการจำแนกสิ่งต่างๆ ตามลักษณะ และรูปร่าง รูปทรง กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ๑. ครูและเด็กสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับกิจกรรมในวันนี้ ๒. ครูให้เด็กๆเคลื่อนไหวประกอบคำบรรยายของงครู ดังนี้ เด็กๆตื่นนอนตอนเช้า ลุกขึ้นเดินไป ข้างหน้าห้าก้าว แล้วแปรงฟัน เดินไปข้างซ้ายสองก้าว แล้วแต่งตัว หันหลังกลับ แล้วเดินไปหนึ่งก้าว สวัสดีค่ะ/ครับ คุณแม่ และเดินตรงไปห้าก้าวเพื่อนมาโรงเรียน ครูและเด็กร่วมกันสนาเกี่ยวกับ กิจกรรมเมื่อซักครู่ ขั้นสอน ๓. ครูนำเกม “จำแนกสีของฉันให้ถูก” มาให้เด็กๆ ดู และอธิบายวิธีการเล่น คือ ให้เด็กๆสังเกตสีของ สิ่งของที่ครูนำมา เช่นใบไม้สีนเตาล ดอกไม้สีเหลือง ใบไม้สีเขียว แล้วให้เด็กๆจำแนกและจัดกลุ่มสีแต่ ละสีให้ถูกต้อง และครูสาธิตวิธีการเล่นเกมการศึกษาให้เด็กๆดู ๔.ครูให้เด็กๆนั่งเป็นรูปครึ่งวงกลม ๕. ครูทบทวนกติกาการเล่นเกมอีกครั้ง และให้สัญญาณเด็กๆเริ่มทำกิจกรรม โดยมีครูคอยให้ คำแนะนำเด็กๆขณะทำกิจกรรม ๖. ครูให้สัญญาณหมดเวลาทำกิจกรรม ๗. ครูและเด็กๆช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของเกมจำแนกสีของฉันให้ถูก ขั้นสรุป ๘. ครูและเด็กร่วมกันสรุปกิจกรรม โดยใช้คำถาม ดังนี้ - สิ่งที่ครูนำมาวันนี้ มีสีอะไรได้บ้าง


78 สื่อการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้๑. เกมจำแนกสีของฉันให้ถูก วัดและประเมินผล ประเมินโดยใช้แบบทดสอบ


79 แผนการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ทักษะด้านการเปรียบเทียบ แผนการจัดประสบการณ์ สาระที่ ๒ เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ กิจกรรมเกมการศึกษา หน่วยที่ ๘ สวัสดีปใหม่ เรื่อง ใครเสียงดังกว่ากันนะ เวลา ๔๐นาที วัน........... ที่........ เดือน………………………..… พ.ศ........... ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ (๔-๕ ปี) มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดี และมีความสุข ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์ได้ อย่างเหมาะสม ๓ . ๑ . ๑ แ ส ด ง อ า ร ม ณ์ ความรู้สึกได้ตำมสถานการณ์ มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสาร ได้เหมาะสมกับวัย ๙.๑ สนทนาโต้ตอบ และเล่า เรื่องให้ผู้อื่น เข้าใจ ๙.๑.๑ ฟังผู้อื่นพูดจนจบ และ สนทนาโต้ตอบ สอดคล้องกับ เรื่องที่ฟัง ม า ต ร ฐ า น ท ี ่ ๑ ๐ มี ความสามารถในการคิดที่เป็น พื้นฐานในกำรเรียนรู้ ๑๐.๑ มีความสามารถ ในการ คิดรวบยอด ๑๐.๑.๒ จับคู่และเปรียบเทียบ ความแตกต่างหรือ ความ เหมือนของสิ่งต่างๆ โดยใช้ ลักษณะที่สังเกตพบ เพียง ลักษณะเดียว * มาตรฐานตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ สาระสำคัญ เกมใครเสียงดังกว่ากันนะ เป็นการฝึกทักษะการฟัง และทักษะการจำเปรียบเทียบ โดยให้ เด็กๆฟังเสียงของสิ่งต่างๆที่ครูเตรียมมา เช่น ก้อนหิน กิ่งไม้ ใบไม้ ดอกไม้ และให้เด็กๆช่วยกัน เปรียบเทียบว่า และเรียงลำดับว่า อะไรเสียงดังที่สุด จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑ นักเรียนสามารถบอกสิ่งที่เสียงดังที่สุดได้ ๒. นักเรียนสามารถเรียงลำดับสิ่งที่มีเสียงดังที่สุดไปถึงดังเบาที่สุด ๓. นักเรียนให้ความสนใจในการทำกิจกรรมและตอบคำถามได้


80 สาระการเรียนรู้ ๑. สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๑ การฝึกทักษะการฟัง ทักษะการเปรียบเทียบ และทักษะการเรียงลำดับ ๒. ประสบการณ์สำคัญ ๒.๑ ด้านร่างกาย - การใช้กล้ามเนื้อเล็ก การหยิบจับสิ่งต่างๆ ๒.๒ ด้านอารมณ์ - สนุกสนานและสนใจในการทำกิจกรรม ๒.๓ ด้านสังคม - เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้ ๒.๔ ด้านสติปัญญา - การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนของสิ่งต่างๆ กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ๑. ครูและเด็กสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับกิจกรรมในวันนี้ ๒. ครูและเด็กร่วมกันสร้างข้อตกลงในการทำกิจกรรม ดังนี้ - ขณะทำกิจกรรมห้ามส่งสียงดัง - ขณะทำกิจกรรมห้ามหยอกล้อกัน ขั้นสอน ๓. ครูนำเกม “ใครเสียงดังกว่ากันนะ” มาให้เด็กๆดู และอธิบายวิธีการเล่น คือ ครูให้เด็กๆทุกคน ช่วยกันฟังเสียงของสิ่งต่างๆที่ครู เตรียมมา เช่น ก้อนหิน กิ่งไม้ ใบไม้ ดอกไม้ และให้เด็กๆช่วยกัน เปรียบเทียบว่า และเรียงลำดับว่า อะไรเสียงดังที่สุด เรียงลำดับจากเสียงที่ดังมากที่สุดไปถึงเสียงที่ดัง เบาที่สุด และครูสาธิตวิธีการเล่นเกมการศึกษาให้เด็กๆดู ๔.ครูให้เด็กๆนั่งเป็นครึ่งวงกลมและทำกิจกรรมร่วมกัน ๕. ครูทบทวนกติกาการเล่นเกมอีกครั้ง และให้สัญญาณเด็กๆเริ่มทำกิจกรรม โดยมีครูคอยให้ คำแนะนำเด็กๆขณะทำกิจกรรม ๖. ครูให้สัญญาณหมดเวลาทำกิจกรรม ขั้นสรุป ๗. ครูและเด็กร่วมกันสรุปกิจกรรม โดยใช้คำถาม ดังนี้


81 - อะไรที่มีเสียงดังมากที่สุด - อะไรมีเสียงเบาที่สุด - เรียงลำดับความดังมากที่สุด ไปถึงเบาที่สุด สื่อการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ ๑. เกมใครเสียงดังกว่ากันนะ วัดและประเมินผล ประเมินโดยใช้แบบทดสอบ


82 ภาคผนวก ค แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญ


83 แบบประเมินความสอดคล้องของแบบทดสอบการวัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ด้านการจับคู่ ด้านการจำแนก และด้านการเปรียบเทียบ ของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล ปีที่ 2 คำชี้แจง ให้ท่านผู้เชี่ยวชาญพิจารณาว่าแบบทดสอบที่สร้างขึ้น สามารนำไปทดสอบวัดความรู้ ความ เข้าใจ และควาวสามารถ ของทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ด้านการจับคู่ ด้านการจำแนก และด้าน การเปรียบเทียบ ของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล ปีที่ 2 ได้หรือไม่ โดยใช้เกณฑ์พิจารณา ดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าแบบทดสอบสามารถวัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล ปีที่ 2 ได้ ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าแบบทดสอบสามารถวัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล ปีที่ 2 ได้ ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าแบบทดสอบไม่สามารถวัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล ปีที่ 2 ได้ แบบทดสอบการวัดทักษะ พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ด้าน การจับคู่ ด้านการจำแนก และ ด้านการเปรียบเทียบ ของเด็ก ปฐมวัยชั้นอนุบาล ปีที่ 2 ข้อที่ คะแนนพิจารณา ข้อเสนอแนะ -1 0 +1 ชุดที่ 1 ด้านการจับคู่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ชุดที่ 2 ด้านการจำแนก 1 2 3 4 5


84 แบบทดสอบการวัดทักษะพื้นฐาน ทางคณิตศาสตร์ ด้านการจับคู่ ด้านการจำแนก และด้านการ เปรียบเทียบ ของเด็กปฐมวัยชั้น อนุบาล ปีที่ 2 ข้อที่ คะแนนพิจารณา ข้อเสนอแนะ -1 0 +1 ชุดที่ 2 ด้านการจำแนก (ต่อ) 6 7 8 9 10 ชุดที่ 3 ด้านการเปรียบเทียบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ลงชื่อ……………………………………………..ผู้ประเมิน


85 ภาคผนวก ง ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย


86 ตารางที่6 ผลการประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบประเมินทักษะพื้นฐานทางด้าน คณิตศาสตร์ จำนวน 30 ข้อ โดยผู้เชี่ยวชาญ ข้อที่ ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ R IOC สรุปผล 1 2 3 1 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 2 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 3 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 4 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 5 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 6 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 7 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 8 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 9 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 10 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 11 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 12 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 13 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 14 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 15 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 16 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 17 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 18 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 19 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 20 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 21 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 22 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 23 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 24 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 25 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้


87 จากตาราง ผลการประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบประเมินทักษะพื้นฐาน ทางด้านคณิตศาสตร์ จำนวน 30 ข้อ โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน โดยใช้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) พบว่า ข้อสอบมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ที่ 1.00 ข้อที่ ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ R IOC สรุปผล 1 2 3 26 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 27 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 28 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 29 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้ 30 +1 +1 +1 +3 1.00 นำไปใช้ได้


88 ภาคผนวก จ ภาพการทำกิจกรรม


89 จัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ทักษะด้านการจำแนก เรื่อง จับคู่ดอกไม้ กับจำนวน


90 จัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ทักษะด้านการจำแนก เรื่อง พาฉันไปหาสีของฉัน


91 จัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ทักษะด้านการเปรียบเทียบ เรื่อง ใครเสียงดังกว่ากันนะ


Click to View FlipBook Version