“ชุดการเรยี น รปู แบบดจิ ิทัลเพ่อื พัฒนาทกั ษะการคดิ วิเคราะ
คณุ าวรรณศิล ในการเรยี นวรรณคดีและวรรณกรรมไทย”
ทางควุณรรณาศิล
รวบรวม อมลู และส างสรร โดย
ทรรศภร ยอดระบ
์ป่ค
์หู้ร์ป์ค้ร้ข่คำ์ณ
วรรณศิล ศลิ ปะการประพัน
ศลิ ปะทางวรรณกรรม
คุณ าทาง ความงามทางภาษา
วรรณศลิ ในบทประพนั
2
์ธ
์ป่ค์ป
์ธ
คณุ าทางวรรณศิล
1. โวหารการเขยี น
2. ภาพพจ
3. ความงามทางภาษา
4. จินตภาพ
3
ค์น์ป่
1. โวหารการเขยี น
การเ าเรอื่ ง เหตุการ การใ รายละเอียดของ โวหารที่ งในการ โวหารทมี่ จี ุด งหมาย โวหารเปรียบเทยี บ
ทม่ี ีเวลาสถานท่ี เรอ่ื งเพ่ือใ าน สั่งสอน โ ม าวจิตใจ เพอื่ ใ เกดิ ความชดั เจน สงิ่ หนงึ่ กับอกี ส่ิงหน่งึ
ซึ่งแสดงใ เห็นความ เหน็ สภาพ ลกั ษณะที่ านใ ค อยตาม วยการยกตวั อ าง เพอ่ื ใ านเ าใจ
สัมพัน อเนือ่ งกัน ละเอียด กระทบอารม ประกอบ มากขนึ้
มีจุด งหมายใ าน ความ สึกของ าน
เ าใจ าเร่อื งราวนัน้ ๆ
เกิดขน้ึ และด เนินไป มักแทรกอ ใน
การเ าเร่อื ง/บรรยาย
บรรยาย พรรณนา เทศนา สาธก อปุ มา
4 โวหาร
้ข่อู้ผ้ห
่ย้ด้หุ่ม้ล้ห่อู้ผ
้น้น
ุ่ม่ล
ู่ย่อู้ผู้ร์ณ
่อู้ผ้ห้หำ่ว้ข่อู้ผ้หุ่ม
่ต์ธ้ห
์ณ่ล
2. ภาพพจ
ภาพพจ คอื อยค ท่ใี เ นส นวนโวหาร
ท ใ เหน็ ภาพ โดยเรียบเรยี งขึ้นอ างมชี นั้ เชงิ
มผี ล อความคดิ และความเ าใจ อใ เกิด
จนิ ตภาพซึ่ง ายทอดอารม ไ มากก า
การบอกเ าแบบธรรมดา
5
์น
่ล
่ว้ด์ณ่ถ้ห่ก้ข่ต
่ย้หำ
ำ็ป้ชำ้ถ์น
2. ภาพพจ (2) อตพิ จ
อุปมา Hyperbole
Simile ค ถามเชงิ วาทศิล
อุปลักษ Rhetorical Question
Metaphor สัทพจ
นามนัย Onomatop
Metaphor สัญลักษ
บคุ คลวตั Symbol
Personi cation
6
if์ณ์น์ปำ์น์ณ์น
ค แสดงการเปรยี บเทยี บ 2. ภาพพจ (3)
= เหมือน ดุจ ดงั ด่งั ราว ราวกับ เฉก เ า เพยี้ ง
ตัวอ าง เธอสวยดจุ นาง า (นาง า = อปุ มา เธอ = อปุ ไมย) ค แสดงการเปรียบเทยี บ
= คอื เ น หรือบางคร้งั กไ็ ปรากฏค
อุปมา การเปรียบเหมือน ตวั อ าง เธอคือแ พระประจ อง
เปรียบส่งิ หน่งึ เหมอื นกบั ชาวนาเ นกระดูกสนั หลงั ของชาติ
อกี สิ่งหนึ่ง
การเปรยี บเ น
อปุ ลกั ษ
เปรยี บสง่ิ หนงึ่ เ นอีกส่ิงหน่ึง
นามนยั การน ลักษณะเ นของ
ส่งิ หนึง่ มาก าวแทนสง่ิ นน้ั
การท ใ สง่ิ ท่ไี มชี ีวติ หรอื
(ก าวถงึ วน อยเพือ่ หมายถึง
วนให ไ ใ มนุษ แสดงกรยิ าอาการ บคุ คลวัต
ตัวอ าง หรอื อารม เหมอื นมนษุ
เธอจะท อะไรเกรงใจหวั หงอก าง = อาวุโส
วันนพี้ วงเรามาเชก็ อนิ ท่เี มอื งโ งมังกร = จังหวดั ราชบรุ ี ตวั อ าง เธอมองไปในทะเลเหน็ ลมและคล่ืนโอบกอดกนั
ดวงดาวบน อง าก ลงั ยิ้มใ ฉนั
7
์น
้หำ้ฟ้ท
่ย
่อ
ู้ผ้บำ
่ย็ป
้หำ่ม่ย
้ฟ้ฟ่ย์ย์ณ์ย่ช่ม
่ม้หำ่ญ่ส่ย่ส่ล่ล
่ดำ
ำ่ม็ป
ำ่ท
ำ็ป
็ป
์ณ
2. ภาพพจ (4)
ตวั อ าง เธอคิดถึงเธอทกุ วนิ าที หวิ จนไ จะขาด
อติพจ การก าวเกนิ จริง ตัวอ าง อันของสงู หมายปอง องจติ าไ คดิ น ายจะไ หรอื
เพ่ือเ นอารม ความ สกึ การถามโดย
ไ องการค ตอบ ค ถามเชงิ
ใ เพ่ือสือ่ อารม ความ สกึ วาทศลิ
สัทพจ การเลยี นเสียงธรรมชาติ
เพอื่ ใ านเหน็ ภาพ
ตวั อ าง ฝนตกหนัก า าเปรีย้ งป าง ค ทใ่ี แทนส่ิง าง ๆ สญั ลกั ษ
มีความหมายเ นสากล
หรอื เ นท่ี จัก
ตัวอ าง นกพิราบ = อิสรภาพ ดอกกหุ ลาบแดง = ความรกั
8
์น
้ร่ผ้ฟ่ย
้ด่ปีป่ม้ถ้ต่ย
่ย
้ส่ยู้ร็ป
็ป
่ต้ชำ
ู้ร์ณ้ช
ำ้ต่ม
่อู้ผ้ห
ู้ร์ณ้น
่ล์ณ์น์ป
ำ์น
3. ความงามทางภาษา ในบทประพนั มี 5 ประเภท
การน ค ทีม่ ีรปู เสียง และความหมาย เหมือนกันมา กนั การ ค
วางในต แห ง างกนั เพื่อเ นความหมาย การเ นค
การใ ค ท่ีมีเสยี งเหมือนกนั (ค องเสียง) หรอื รูปเหมอื นกัน (ค องรปู )
แ ความหมาย างกนั มาใ ในบริบทเดยี วกัน
การเลอื กสรรค สัมผัสมาใ ในบทประพัน ท ใ เกดิ ความไพเราะทางเสียง การเ นเสยี ง
การน ค ทเ่ี ขียน างกัน แ ความหมายเหมอื นกันหรือใก เคียงกนั การหลากค
มาก าวในบทเดียวกนั (ค ไวพจ , องความ)
การน ค ทก่ี อนเสียงพยาง ห า โดยคงเสียงพยัญชนะ น วมกบั สระ /อะ/ ค อัพภาส
9
่ร้ต้น์ค่รำ้ซำำ้พ์นำ่ล
้ล่ต่ตำำ้หำ์ธ้ชำ้ช่ต่ต
้พำ้พำำ้ช้น่ห่นำ
ำ้ซำำำำ่ลำ่ลำำ้ซ
์ธ
3. ความงามทางภาษา (2)
การ ค ตัวอ าง การ ค า “เสียง” เสียงใด เสียงใคร
การเ นค เสียงสรวลระร่นี ี้ ใค
นชุ พ ่ี มาแ
10 เสยี งนุชพ่ี ใคร เสยี งแ วพี่
เสยี งสรวลเสียงทรามไวย
เสยี งบงั อรสมร
ตวั อ าง เหมอื นพแ่ี นบนวลสมรจินตะหรา
นางนวลจบั นางนวลนอน เหมือนจากนางสการะวาตี
เหมอื น าง องมาหยารัศมี
จากพรากจบั จากจ นรรจา เหมือนแ วพที่ ้ังสามสง่ั ความมา
แขกเ าจบั เ า าง อง
นกแ วจับแ วพาที
ำ่ลำำ้ซ
้ก ้ก้ก
้ห้ร ้ร้ร่ต้จ
ำ
่ย
ฤ้ก ู้ผ
่ม
ู้ร่ร าฤ
่วำำ้ซ่ย
3. ความงามทางภาษา (3)
3.1 การเ นเสยี งสัมผัสพยญั ชนะ
การเ นเสยี ง คอื การเลือกใ ค ทมี่ เี สยี งพยญั ชนะเดยี วกันติดกนั หรือใก กนั
ตัวอ าง มกี ารเ นเสียงพยัญชนะ /อ/ และ /ล/
ไ ซอ อเอียดเบยี ดออด ลมลอดไ เล้ียวเรียวไ
ออดแอดแอดออดยอดไกว แพใบไ ล คลอง
3.2 การเ นเสยี งสมั ผสั สระ
คือ การเลอื กใ ค ที่มีเสียงสระเดยี วกันติดกันหรือใก กนั
ตัวอ าง การเ นเสยี งสัมผัส “สระอู” ของเ า าธรรมธเิ บศร
ดูหนู รูง ู งูสดุ หนู งู
หนงู ู ดอู รปู งู หนมู ทู ู
3.3 การเ นเสียงวรรณยกุ
คอื การเลือกใ ค ทม่ี ีเสยี งวรรณยกุ ท นองเดยี วกันติดกันหรอื ใก กัน
ตวั อ าง เสียงซอ อ อ อ เอ่อื ยเพลง
จับ เต งเ งเ ง เ ง อง
ข ยต ยต ยต ยเหนง เห งเ ง ระนาดแฮ
11 องห องหนอง องห อง ผรึ่งพร้งึ พรงึ่ ตะโพนฯ
่ล
้น่น่น้ฆ
่น่น ุ้รุ่รุ๋รุ่ล
้ต่ต ๋ต้ต๋ร่ีป
้อ่อ๋อ ่ย
้ลำ์ตำ้ช
์ต่ล
ู่ท ู่ยู้ส
ู้สู้ส ู่ส
้ฟ้จ่ล ่ย
้ลำ้ช
่ล
ำำ้น่ล
่ผ่ล ้อ่ผ
่ล ่ย
้ลำ้ช
่ล
3. ความงามทางภาษา (4)
การหลากค ตวั อ าง ค ไวพจ “กษตั ริ ” ทงั้ 4 ค ในเรื่องอิเหนา ตอนศกึ กะหมงั กหุ นิง
มเก ากราบทลู มลู เหต ุ พระ น กนัคเรศราชฐาน
บดั นี้มีหนังสอื กรมการ บอกขาน าวศึกมาตดิ พัน
จบั คนมาไ ใ การ า จะเ าตพี าราบหุ ราหงัน
ราษฎร อนครัวเ าไพรวัน พระทรงธรร จงทราบ าธุลฯี
เม่อื นนั้ พ ระ านภพ ดาหากรงุ ศรี
ไ ง าวราชไพร ี ภมู ีสงั่ ปะหรดั กะติกา
ค อพั ภาส ตัวอ าง แ งแ ง – ยะแ ง, รืน่ รื่น – ระร่ืน, ลว่ิ ล่ิว – ละล่ิว
12 สามยอดยะเยย่ี มยลระยับ วะวะวบั สลบั พรร
อ าตระการกละจะหยัน จะเยาะยั่วทฆิ ัมพร
ำำ
้ฟ่ช
์ณ
้ย้ย้ย่ย
่ขัฟ้ด
่ผ
่ฝ์ม ้ข่ผ
้ข ่ว้ห้ด
่ข
ัป่ิป ้ล้ก
ำ์ย์นำ่ย
การแสดงจินตภาพ คอื การใ 4. จนิ ตภาพอยค ท่ีเ าประสาทสมั ผสั
ท้งั 5 ไ แ รปู เสียง กล่นิ รส สัมผสั
อยค ที่เ าประสาทสัมผสั การมองเห็น
จนิ ตภาพทาง รูป มีค ทแี่ สดง “การมองเห็น”
ตวั อ าง พระเสดจ็ โดยแดนชล ทรงเรือ นงามเฉิดฉาย
กิง่ แ วแพ วพรรณราย พาย อนหยับจบั งามงอน
จินตภาพทาง เสียง อยค ทเ่ี าประสาทสมั ผัสการไ ยนิ
มีค แสดง “เสยี ง, การไ ยิน”
ตวั อ าง วเิ วกดุเห า อง ดงดกึ แ วแฮ
จนิ ตภาพทาง กลน่ิ อยค ทเ่ี าประสาทสัมผสั ทางจมกู
มคี แสดง “กลนิ่ ”
ตัวอ าง หอมชวยรวยตามลม เหมอื นกลิ่น อง อง
จนิ ตภาพทาง รสชาติ อยค ทเ่ี าประสาทสัมผสั ทางลิน้
มคี ทีแ่ สดง “รส”
ตวั อ าง โอชาจะหาไหน ไ มเี ทยี บเปรยี บมอื นาง
จนิ ตภาพทางสัมผัส อยค ทเี่ าประสาทสมั ผสั ทางกาย
มีค ท่แี สดงการสมั ผัส เ น “ความเจบ็ ”
13
ตัวอ าง เจบ็ จิตรเจ็บเส แซง แซบไ
้ซ์ห่น่ย
่ม่ย้ต้น่ย
้ล้ก่ว่ย
่อ้ร้ก
้ต่ย
่ชำ
้รำ้ถ
ำ
้รำ้ถ
ำ
้รำ้ถ
้ดำ
้ด้รำ้ถ
ำ
้รำ้ถ
่ก้ด
้รำ้ถ้ช
แบบ กหัด
วรรณศลิ ในบทเพลง
14
ฝ
์ป
ึ