ขนมไทย คู่มือการสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ สำ หรับนักเรียนชาวต่างประเทศ อายุ 9-12 ปี
คู่มือการสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ จัด จั ทำ โดย นางสาวเขมิกา มูตยะ รหัส 631506105 นางสาวอินทิรา เพียภูเขียว รหัส 631506129 นางสาวเกศสุดา พลสักขวา รหัส 631506204 นางสาวธิชากร ศรีอ่อ อ่ น รหัส 631506212 เสนอ อาจารย์ปพิชญา พรหมกัน กั ธา รายวิชา การสอนภาษาไทยสำ หรับชาวต่างประเทศ สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ขนมไทย
การจัดจัทำ คู่มือการสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ เรื่อ รื่ ง “ขนมไทย” จัดจัทำ ขึ้น ขึ้ เพื่อเป็น ป็ แนวทางในการจัดจัการเรีย รี นการสอนภาษา ไทยสำ หรับรันักเรีย รี นชาวต่างประเทศ อายุ 9 – 12 ปี โดยใช้วิ ช้ ธี วิ ก ธี ารสอนแบบฟัง - พูด เนื้อหาในหน่วยการเรีย รี นรู้ปรู้ ระกอบด้วยชื่อ ชื่ ของขนมไทยที่นักเรีย รี นควรรู้จั รู้ กจั ผนวกกับวัตวัถุดิบและวิธี วิ ก ธี ารทำ ขนมไทย 3 ชนิด ผู้จัดจัทำ ได้เรีย รี งลำ ดับเนื้อหาจาก ง่ายไปยากตามลำ ดับ เริ่ม ริ่ จากการฟังแล้วฝึกอ่านคำ ตามครู และฝึกอ่านประโยค ง่าย ๆ ตามสถานการณ์ที่กำ หนด อีกทั้งคณะผู้จัดจัทำ ได้สอดแทรกแบบฝึกหัดหัที่ เหมาะสมกับช่ว ช่ งวัยวัเพื่อให้นั ห้ นักเรีย รี นเกิดความเข้า ข้ใจในเนื้อหาที่เรีย รี นมากยิ่ง ยิ่ ขึ้น ขึ้ ทั้งนี้ขอขอบพระคุณอาจารย์ ปพิชญา พรหมกันธา อาจารย์ผู้ ย์ ผู้สอน รายวิชา การสอนภาษาไทยสำ หรับรัชาวต่างประเทศ คณะครุศาสตร์แ ร์ ละ การพัฒนามนุษย์ มหาวิท วิ ยาลัยราชภัฏชัยชัภูมิ ที่ได้ให้ค ห้ วามรู้ คำ ปรึก รึ ษา เพื่อเป็น ป็ แนวทางในการจัดทำ คู่มือครูฉบับนี้ อีกทั้งตรวจทานความเหมาะสมของ การจัดจักิจกรรมและเนื้อหาที่สมบูรณ์ คณะผู้จัดจัทำ หวังวัว่า ว่ เป็น ป็ อย่า ย่ งยิ่ง ยิ่ ว่า ว่ คู่มือครู การสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ หน่วยการเรีย รี นรู้ “ขนมไทย” เล่มนี้ จะเป็น ป็ แนวทางในการนำ ไปจัดจัการเรีย รี นรู้ใรู้ ห้แ ห้ ก่นักเรีย รี นชาวต่างชาติและเกิด ประโยชน์ต่อผู้สอนได้เป็น ป็ อย่า ย่ งดี คณะผู้จัดจัทำ คำคำคำคำนำนำ นำนำ ก
สารบับั บั ญ บั ญ เรื่อ รื่ ง คำ นำ สารบัญ บั คำ ชี้แ ชี้ จง การใช้คู่ ช้ คู่ มือครู เรื่อ รื่ ง “ขนมไทย” วิธี วิ ก ธี ารสอนแบบฟัง - พูด (Audio – Lingual Method) ภาษาไทยแตกต่างจากภาษาอังกฤษอย่า ย่ งไร สัทอักษรสำ หรับ รั ภาษาไทย การเทียบพยัญ ยั ชนะและสระไทยกับภาษาอังกฤษ โครงสร้า ร้ งหน่วยการเรีย รี นรู้ แผนการจัด จั การเรีย รี นรู้ - แผนการจัด จั การเรีย รี นรู้ที่ รู้ ที่ 1 เรื่อ รื่ ง ขนมไทย “ขนมชั้น ชั้ ” - แผนการจัด จั การเรีย รี นรู้ที่ รู้ ที่ 2 เรื่อ รื่ ง ขนมไทย “ขนมครก” - แผนการจัด จั การเรีย รี นรู้ที่ รู้ ที่ 3 เรื่อ รื่ ง ขนมไทย “ขนมใส่ไส้” บรรณานุกรม ภาคผนวก - กระบวนการทำ งานภายในกลุ่ม - ประวัติ วั ติ คณะผู้จัด จั ทำ หน้า ก ข 1 - 3 4 - 8 9 10 - 14 15 - 19 20 21 - 27 28 - 36 37 - 46 ข
เป็นหนังสือที่จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ในฐานะภาษาต่างประเทศ โดยใช้วิธีสอนแบบฟัง-พูด (Audio – Lingual Method) เหมาะสำ หรับผู้เรียนภาษาไทยระดับพื้นฐานที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็น ภาษาแม่ และมีความรู้เบื้องต้น เรื่อง พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ในภาษาไทย คู่มือครูเล่มนี้ เหมาะสำ หรับเด็กอายุ 9-12 ปี ฉะนั้นผู้สอนจะต้องมีความรู้และ ความเข้าใจในหลักการสอน วิธีแบบฟัง – พูด เพื่อสามารถจัดกิจกรรมได้บรรลุ ตามจุดประสงค์ มีขั้นตอนดังนี้ 1. ข้อมูลเบื้องต้นสำ หรับครู ได้แก่ วิธีสอนแบบฟัง-พูด ภาษาไทยแตก ต่างจากภาษาอังกฤษอย่างไรและคำ อธิบายสัทธอักษรสำ หรับภาษาไทย 2. แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ “ขนมไทย“ จำ นวน 3 แผน ในแต่ละแผนจะประกอบด้วย แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบ เฉลยแบบฝึกทักษะ และเฉลยแบบทดสอบ ดังนี้ 2.1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง “ขนมชั้น” เวลา 2 ชั่วโมง 2.2 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง “ขนมครก” เวลา 2 ชั่วโมง 2.3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง “ขนมใส่ไส้” เวลา 2 ชั่วโมง 3. หน่วยการเรียนรู้นี้ เน้นทักษะการพูดและการฟัง ดังนี้ ผู้สอนจะต้องมี บทบาทสำ คัญในการเป็นแบบอย่างที่ถูกต้องให้นักเรียนเลียนแบบและการฝึก ซ้ำ ๆ อีกทั้งทบทวนคำ ศัพท์ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้อย่างสม่ำ เสมอและ ต่อเนื่องกันในทุกแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนสามารถจดจำ คำ ศัพท์ ได้ 4. สื่อประกอบการจัดการเรียนรู้ “ขนมไทย” เน้นการใช้รูปภาพ เสียง เพื่อให้นักเรียนจดจำ คำ ศัพท์ผ่านภาพ สีและเสียง สื่อมีภาษาอังกฤษ และคำ ศัพท์ภาษาไทย ประกอบ แต่ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักที่นักเรียนจะต้องจำ ตัว อักษรเหล่านั้น เพียงแต่แทรกไว้เป็นพื้นฐานสู่การเรียน เรื่องการเขียนและการ อ่านต่อไป ดังนั้นผู้สอนไม่ควรเน้นให้นักเรียนอ่านหรือเขียนคำ ศัพท์ แต่เน้น เรื่องการฟัง การพูดคำ ศัพท์ และบทสนทนาเป็นหลัก คำคำคำคำชี้ชี้ชี้ชี้ แจง การใช้ช้ช้ช้ คู่คู่มื คู่ มื คู่ มื อ มื อครูรู รูรู เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง “ขนมไทย” 1
คำคำคำคำชี้ชี้ชี้ชี้ แจง การใช้ช้ช้ช้ คู่คู่มื คู่ มื คู่ มื อ มื อครูรู รูรู เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง “ขนมไทย” คู่มือครูการสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ หน่วยการเรียนรู้ “ขนมไทย” เป็นหนังสือที่จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ภาษา ไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ โดยใช้วิธีสอนแบบฟัง-พูด (Audio – Lingual Method) เหมาะสำ หรับผู้เรียนภาษาไทยระดับพื้นฐานที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็น ภาษาแม่ และมีความรู้เบื้องต้น เรื่อง พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ในภาษาไทย คู่มือครูเล่มนี้ เหมาะสำ หรับเด็กอายุ 9-12 ปี ฉะนั้นผู้สอนจะต้องมีความรู้และ ความเข้าใจในหลักการสอน วิธีแบบฟัง – พูด เพื่อสามารถจัดกิจกรรมได้ บรรลุตามจุดประสงค์ มีขั้นตอนดังนี้ 1. ข้อมูลเบื้องต้นสำ หรับครู ได้แก่ วิธีสอนแบบฟัง-พูด ลักษณะของภาษา ไทยและคำ อธิบายสัทอักษรสำ หรับภาษาไทย 2. แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ “ขนมไทย“ จำ นวน 3 แผน ใน แต่ละแผนจะประกอบด้วย แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบ เฉลยแบบฝึกทักษะ และเฉลยแบบทดสอบ ดังนี้ 2.1 แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง “ขนมชั้น” เวลา 2 ชั่วโมง 2.2 แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง “ขนมครก” เวลา 2 ชั่วโมง 2.3 แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง “ขนมใส่ไส้” เวลา 2 ชั่วโมง 3. หน่วยการเรียนรู้นี้ เน้นทักษะการพูดและการฟัง ดังนี้ ผู้สอนจะต้องมี บทบาทสำ คัญในการเป็นแบบอย่างที่ถูกต้องให้นักเรียนเลียนแบบและการ ฝึกซ้ำ ๆ อีกทั้งทบทวนคำ ศัพท์ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้อย่างสม่ำ เสมอ และต่อเนื่องกันในทุกแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนสามารถจดจำ คำ ศัพท์และบทสนทนาได้ 2
4. สื่อประกอบการจัดการเรียนรู้ “ขนมไทย” เน้นการใช้รูปภาพ เสียง เกม เพื่อให้นักเรียนจดจำ คำ ศัพท์ผ่านภาพ สีและเสียง สื่อมีภาษา อังกฤษ และคำ ศัพท์ภาษาไทย ประกอบ แต่ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักที่นักเรียน จะต้องจำ ตัวอักษรเหล่านั้น เพียงแต่แทรกไว้เป็นพื้นฐานสู่การเรียน เรื่องการ เขียนและการอ่านต่อไป ดังนั้นผู้สอนไม่ควรเน้นให้นักเรียนอ่านหรือเขียนคำ ศัพท์ แต่เน้นเรื่องการฟัง การพูดคำ ศัพท์ และบทสนทนาเป็นหลัก ทั้งนี้ คู่มือการสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ หน่วยการเรียนรู้ “ขนมไทย“ เล่มนี้จัดทำ ขึ้นจากการศึกษารายวิชา การสอนภาษาไทยสำ หรับ ชาวต่างประเทศ เนื้อหาอาจยังไม่สมบูรณ์และไม่ได้นำ ไปทดลองใช้กับกลุ่ม ตัวอย่าง จึงเป็นข้อจำ กัดเบื้องต้น ดังนั้น หากผู้สอนนำ คู่มือเล่มนี้ไปใช้และพบ ข้อบกพร่องหรือขาดองค์ประกอบด้านใดไป คณะผู้จัดทำ ยินดีรับคำ แนะนำ เพิ่มเติม เพื่อปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาหนังสือเล่มนี้ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น คณะผู้จัดทำ ขอขอบพระคุณไว้เป็นอย่างสูง 3
วิวิ วิ ธีวิ ธีก ธี ก ธี ารสอนแบบฟัฟัง ฟั ง ฟั- พูพู พู ด พู ด (Audio – Lingual Method) การสอนวิธีนี้มีชื่อเรียกหลายแบบ เช่น Oral – Aural Method และ Oral linguistic method แต่ในปัจจุบันนิยมเรียกว่า Audio – Lingual Method การสอนวิธีนี้ยึดทฤษฎีที่ว่า ภาษาทุกภาษาในโลกย่อมมีระบบเสียง โครงสร้าง (ไวยากรณ์) และความหมายเป็นของตนโดยเฉพาะ และยึดหลัก จิตวิทยาการเรียนรู้แบบศึกษาพฤติกรรม (behaviorism) ซึ่งเชื่อว่าภาษานั้น เป็นพฤติกรรม เมื่อผู้เรียนมีสิ่งเร้าซึ่งเกิดขึ้นโดยการที่ครูเป็นผู้ให้แบบอย่าง ทางภาษาโดยการพูดหรือเขียน เมื่อผู้เรียนฟังหรืออ่านแล้วก็มีพฤติกรรม ตอบสนองโดยการพูดหรือเขียน ตลอดเวลาผู้สอนและผู้เรียนจะมีพฤติกรรม ตอบโต้สัมพันธ์กัน คือครูประเมินผลโดยการพิจารณาจากการตอบสนองของ นักเรียน ประเมินค่าแล้วให้การฝึกอย่างหนักหน่วงเป็นการเสริม ริ แรง (reinforcement) โดยใช้วิธีการฝึกโครงสร้าง (pattern) ซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง เพื่อให้นักเรียนสามารถใช้ภาษาได้อย่างอัตโนมัติ ในการสอนมีการเปรียบเทียบระบบเสียงและโครงสร้างของทั้งสอง ภาษา (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) เพื่อผู้สอนจะได้เห็นข้อคล้ายคลึงและ แตกต่าง เป็นประโยชน์ในการฝึก กล่าวคือถ้าเสียงหรือแบบประโยคใดคล้าย กัน ครูก็ไม่ต้องเสียเวลาฝึกมากนักเพราะนักเรียนจะเรียนรู้ได้เร็วเป็นต้นว่า ภาษาไทยมีเสียง ด ซึ่งคล้ายกับเสียงภาษาอังกฤษ เมื่อพบคำ ว่า do นักเรียน จะพูดคำ นี้ได้ไม่ยากนัก แต่เมื่อมาถึงเสียง th ซึ่งอยู่ข้างหน้าคำ thing เสียงนี้ ในภาษาไทยไม่มี ครูจะต้องให้ความเอาใจใส่ในการฝึกเป็นพิเศษ นักภาษาศาสตร์กลุ่มนี้เชื่อว่าชาวต่างชาตินั้นสามารถจะฝึกหัดพูดให้เสียง เหมือนเจ้าของภาษาได้ เมื่อมีการอธิบายอย่างละเอียดถี่ถ้วนเกี่ยวกับฐานที่ เกิดของเสียงต่าง ๆ และวิธีออกเสียงนั้น ๆ ต่อจากนั้นก็เปรียบเทียบในภาษา ของผู้เรียนที่ใกล้เคียงกับเสียงนั้น เช่น เสียง th นี้ คนไทยอาจจะได้ยินว่า เหมือนเสียง ซ หรือ ส หรือบางทีได้ยินเป็นเสียง ต ได้ ครูผู้สอนจะต้องชี้ให้ เห็นข้อแตกต่างของเสียงเหล่านี้ และฝึกให้นักเรียนฟังจนจับข้อแตกต่างได้ เมื่อฟังได้ดีแล้วจึงฝึกให้พูดเสียงต่าง ๆ เหล่านี้ให้ถูกต้อง ในการฝึกเสียงซึ่ง ไม่มีในภาษาไทยนี้ จะต้องฝึกถึงขั้นที่นักเรียนทำ ได้จริง ริ 4
วิวิ วิ ธีวิ ธีก ธี ก ธี ารสอนแบบฟัฟัง ฟั ง ฟั- พูพู พู ด พู ด (Audio – Lingual Method) การเรียนความหมายของศัพท์ก็เช่นเดียวกัน ต้องนำ มาเปรียบเทียบกัน ระหว่างสองภาษาเพื่อจะพิจารณาว่าทั้ง 2 ภาษาให้ความหมายเหมือนกัน หรือไม่ ศัพท์อะไรบ้าง ซึ่งอธิบายความหมายความคิดและความเข้าใจในเรื่อง ความเป็นไปในชีวิตในแง่ต่าง ๆ คล้ายกัน หรือแตกต่างกันไป คำ ที่มีความ หมายอย่างเดียวกันในสองภาษา การสอนก็ทำ ได้โดยง่าย แต่ถ้าคำ ใดแตก ต่างกันไป ในการสอนครูควรใช้อุปกรณ์การสอนต่าง ๆ เท่าที่จะหาได้มาช่วย หรืออาจจะมีการทำ แบบฝึกหัด การเปรียบเทียบ และวิธีอธิบายต่าง ๆ เพื่อให้ เข้าใจความหมายซึ่งต่างกัน ในการสอนโครงสร้างของภาษาใหม่นั้น การสอน จะเริ่ม ริ่ ไปจากแบบที่ทั้งสองภาษามีส่วนคล้ายกันโดยไม่ต้องอธิบายมาก ส่วนสำ คัญอยู่ที่แบบสร้างที่ไม่เหมือนกัน ผู้สอนจะต้องเน้นและให้การฝึกฝน เป็นพิเศษ ในการสอนคำ ศัพท์นั้น ในระยะเริ่ม ริ่ แรกนักเรียนไม่จำ เป็นต้องเรียน มากคำ แต่ละคำ ครูจะต้องสอนเสียง โครงสร้าง ให้นักเรียนสามารถใช้คำ ศัพท์ นั้นได้ถูกต้อง เมื่อนักเรียนแม่นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว และเรียนนาน ๆ เข้า จำ นวนคำ ศัพท์ก็จะเพิ่มพูนขึ้นเอง ในการอธิบายบทเรียนต่าง ๆ นั้น การสอนวิธีนี้อนุโลมให้ใช้ภาษาของผู้ เรียนมาอธิบายได้เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจแจ่มแจ้ง ทั้งเป็นการประหยัดเวลาด้วย แต่การใช้ภาษาไทยอธิบายนี้ ครูควรพยายามใช้เท่าที่จำ เป็นเท่านั้น การอธิบายเกี่ยวกับเรื่องไวยากรณ์หรือคำ ศัพท์หรือรูปประโยคที่ยาก ๆ ซึ่งไม่ สามารถจะแสดงท่าทางหรือใช้อุปกรณ์การสอนช่วยได้ก็ให้แปลให้นักเรียน เข้าใจได้ แต่หลังจากแปลแล้วก็ให้มีการฝึกใช้ภาษาอังกฤษให้มาก 5
วิวิ วิ ธีวิ ธีก ธี ก ธี ารสอนแบบฟัฟัง ฟั ง ฟั- พูพู พู ด พู ด (Audio – Lingual Method) กลวิธีใธี นการฝึก การสอนภาษาแบบฟัง – พูด เน้นในการฝึกฟังและพูด แล้วจึงจะถึงขั้นอ่าน และเขียน การฝึกนี้มีหลักสำ หรับยึด คือ 1. การเลียนแบบ เป็นขั้นเริ่ม ริ่ แรกของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะเป็นการฝึกใน การฟัง พูด อ่าน หรือเขียน นักเรียนย่อมจะเริ่ม ริ่ ต้นจากการเลียนแบบทั้งนั้น เช่น เมื่อจะสอนให้เด็กมีทักษะในการฟัง ครูจะต้องพูดให้นักเรียนฟังให้เข้าใจ ในการสอนทักษะในการพูด ครูก็ต้องพูดให้นักเรียนพูดเลียนแบบ ในการอ่าน และเขียน ครูจะต้องทำ ให้ดูเป็นแบบอย่าง ด้วยเหตุนี้ ครูจะต้องให้แบบที่ ถูกต้องแก่นักเรียน มิฉะนั้นนักเรียนก็จะทำ ให้ลำ บากในการแก้ไขในตอนหลัง การสอนภาษาต้องอาศัยการเลียนแบบ เพราะภาษาแต่ละภาษานั้นมีลักษณะ ของตนเอง นักเรียนจะต้องได้รับการฝึกให้เลียนแบบลักษณะนั้น ๆ ในภาษา อังกฤษ เพื่อให้เกิดความจดจำ สื่อความหมายด้วยการใช้ภาษาอังกฤษอย่าง แท้จริง ริ มิใช่ใช้ภาษาอังกฤษในรูปประโยคภาษาไทย ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจาก ภาษาอังกฤษเป็นอันมาก 2. การฝึกซ้ำ และทบทวน เมื่อนักเรียนสามารถจะเลียนแบบได้อย่าง ถูกต้องแล้ว ครูผู้สอนจะต้องฝึกนักเรียนต่อไป เพื่อความแม่นยำ และ คล่องแคล่วชำ นาญ ไม่ว่าจะเป็นการสอนเสียง ศัพท์ หรือโครงสร้าง การทำ ซ้ำ ๆ บ่อย ๆ นั้น จะทำ ให้เกิดความเคยชินขึ้น เมื่อถึงเวลาที่ต้องการใช้ก็จะใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลานึกทบทวน การฝึกซ้ำ และทบทวนนี้มีความสำ คัญต่อการสอน ภาษา เพราะ ก. ความเคยชินทางภาษาจะเกิดขึ้นด้วยการเสริม ริ แรง (re – inforcement) ข. ความแม่นยำ จะเกิดขึ้นโดยการฝึกภาษาที่ถูกต้องเสมอ ไม่เปิด โอกาสให้ผู้เรียนใช้ภาษาอย่างผิด ๆ ค. ภาษาเป็นพฤติกรรม และจะเรียนรู้ด้วยการทำ พฤติกรรมนั้น ๆ โดยตรงเช่น ถ้าต้องการให้เกิดทักษะในการพูดก็ต้องฝึกพูดซ้ำ ๆ มิใช่ใช้ทักษะ อื่น เช่น ฝึกทักษะอ่านเพื่อให้เกิดทักษะพูด 6
3. การฝึกเนื้อหาวิชาต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษนั้น จะต้องใช้วิธีฝึกพูดเป็นรูป ประโยคเสมอ เพราะการพูดนั้นเป็นทักษะง่ายและทุ่นเวลา ภายในระยะเวลาอัน สั้นนักเรียนสามารถจะฝึกประโยคได้เป็นจำ นวนมาก การเรียนภาษาจะเกิด ความแม่นยำ และคล่องแคล่วขึ้นก็ต่อเมื่อผู้เรียนได้มีโอกาสใช้ภาษาบ่อย ๆ สรุปอันดับขั้นของการสอนแบบฟัง – พูด 1. การสอนจะต้องเริ่ม ริ่ ต้นด้วยการออกเสียงให้ถูกต้องเสียก่อน ไม่ว่าจะ เป็นการสอนไวยากรณ์หรือสอนคำ ศัพท์ 2. ครูผู้สอนจะต้องสอนโครงสร้างของภาษาจากง่ายที่สุดขึ้นไปเป็นขั้น ๆ 3. ในระยะแรก ๆ ที่เรียน ไม่จำ เป็นจะต้องรู้คำ ศัพท์มาก ใช้คำ ศัพท์เท่าที่ จำ เป็นจะต้องนำ ไปฝึกในเรื่องโครงสร้างเท่านั้น เมื่อนักเรียนรู้จักโครงสร้าง ดีแล้ว ต่อจากนั้นก็จะเพิ่มพูนคำ ศัพท์ได้เมื่อเรียนมาก ๆ ขึ้น และสามารถนำ คำ ศัพท์นั้น ๆ ไปใช้ได้อย่างถูกต้องตามโครงสร้างที่ตนแม่นแล้ว 4. การสอนจะตั้งต้นด้วยการสอนการออกเสียง โครงสร้าง (ไวยากรณ์) คำ ศัพท์ การเขียนและการอ่าน 5. การสอนทุกชนิดจะต้องให้นักเรียนฝึกปากเปล่าจนคล่องเสียก่อน ข้อดีของวิธีสธี อนแบบฟัง - พูด 1. สอนตามหลักธรรมชาติของการเรียนภาษา 2. ส่งเสริม ริ ให้นักเรียนเข้าใจภาษาได้โดยเร็ว เป็นการประหยัดเวลา 3. การสอนจะช่วยให้นักเรียนพอใจและสนุกสนาน เพราะนักเรียนจะเป็น ฝ่ายที่มีกิจกรรมตลอดเวลา ทำ ให้บทเรียนมีชีวิต 4. นักเรียนมีความมั่นใจว่าตนใช้ภาษาได้ถูกต้อง เพราะมีแบบของภาษา ที่ถูกต้องเป็นแบบอย่าง 5. นักเรียนเรียนด้วยความรู้สึกสบายใจ เพราะบทเรียนเริ่ม ริ่ จากของง่าย และค่อย ๆ มากเพิ่มขึ้นเป็นขั้น ๆ ไป 6. นักเรียนรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเรียนไปนั้นมองเห็นผลที่จะได้รับปลายทางว่า เมื่อเรียนแล้วจะเอาไปพูด อ่านหนังสืออังกฤษรู้เรื่อง และจะเขียนก็ได้ วิวิ วิ ธีวิ ธีก ธี ก ธี ารสอนแบบฟัฟัง ฟั ง ฟั- พูพู พู ด พู ด (Audio – Lingual Method) 7
วิวิ วิ ธีวิ ธีก ธี ก ธี ารสอนแบบฟัฟัง ฟั ง ฟั- พูพู พู ด พู ด (Audio – Lingual Method) ข้อเสียของวิธีสธี อนแบบฟัง – พูด 1. ผู้เรียนไม่มั่นคงในความรู้ภาษาอังกฤษนัก เพราะการสอนเน้นที่ การแสดงออกอย่างเดียว ไม่เน้นการเรียนรู้ความหมายภาษาอันดับแรก 2. ผู้เรียนไม่มีความสามารถในการสร้างสรรค์ประโยค เพราะเรียน โดยวิธีเลียนแบบเป็นส่วนใหญ่ ความรู้ความสามารถจึงอยู่ในลักษณะที่จำ กัด 3. ครูจะต้องเตรียมบทเรียนนานและละเอียดถี่ถ้วน ทั้งจะต้อง เตรียมอุปกรณ์ประกอบการสอนอย่างมาก 4. ครูจะต้องใช้เวลาในการสอนมาก เพราะการสอนทุกทักษะจะต้องใช้ วิธีฝึกอย่างหนักหน่วง เพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้ภาษาอย่าง อัตโนมัติ 5. ครูจะต้องได้รับการฝึกหัดอย่างเชี่ยวชาญ รู้ภาษาอังกฤษอย่างดี จึงจะเป็นแบบอย่างในการใช้ภาษาได้ 8
ภาษาไทยแตกต่ต่า ต่ า ต่ งจากภาษาอัอั อั ง อั งกฤษอย่ย่า ย่ า ย่ งไร ภาษาต่าง ๆ มีลักษณะที่คล้ายคลึงกันแม้ว่าแต่ละภาษามีความแตกต่างกัน แต่มีลักษณะที่แตกต่างกันอยู่บ้างหลายประการ ดังนี้ 1. สามารถสร้างศัพท์ใหม่จากศัพท์เดิมได้ โดยอาจเปลี่ยนแปลงศัพท์เดิม หรือนำ ศัพท์คำ อื่นมาประสมกับศัพท์ เช่น ภาษาไทยมีคำ ประสม ซ้อนคำ ซ้ำ คำ 2. มีสำ นวนและมีการใช้คำ ในความหมายใหม่ เช่น ในภาษาไทยมีการใช้มี การใช้คำ ว่า “สีหน้า” ซึ่งมิได้หมายถึง สีของหน้า แต่หมายถึงการแสดงออก ทางดวงหน้าหรือในภาษาอังกฤษมีคำ ว่า “hot air” ซึ่งไม่ได้หมายความว่า อากาศร้อน แต่หมายถึง เรื่องไม่จริง ริ 3. มีชนิดของคำ คล้ายกัน เช่น คำ นาม คำ ขยายคำ นาม คำ กริย ริ า คำ ขยายกริย ริ า 4. มีวิธีการขยายประโยคให้ยาวออกไปได้เรื่อย ๆ 5. มีวิธีแสดงความคิดคล้ายกัน เช่น ทุกภาษาต่างมีประโยคที่ใช้ถามปฏิเสธ หรือใช้สั่ง 6. มีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ภาษาต่าง ๆ มีลักษณะที่แตกต่างกัน แต่ละภาษามีลักษณะที่ต่างกัน ได้แก่ 1. ด้านเสียง เสียงบางเสียงบางภาษามี บางภาษาไม่มี เช่น /g/ และ /z/ ไม่มีในภาษาไทย 2. เสียงวรรณยุกต์ไม่มีในภาษาอื่นมีเฉพาะในภาษาไทยกับภาษาจีน 3. การวางประโยคบางภาษาอาจแตกต่างกัน เช่น ภาษาไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส เรียงประโยคจาก ประธาน กริย ริ า กรรม แต่ภาษาญี่ปุ่นเรียง ประธาน กรรม กริย ริ า 4. การวางคำ ขยาย ภาษาอังกฤษ บาลีสันสกฤต วางคำ ขยายไว้หน้าคำ ที่ ถูกขยาย เช่น Red house (สีแดง บ้าน) ภาษาไทยเรียงว่า บ้านสีแดง 9
รูปอักษร Phonetic symbols รูปอักษร Phonetic symbols ก k ฟ ฝ f ข ซ ค ฅ ฆ kh ซ ศ ษ ส s ด ฎ d ย ญ j ด ฏ t ว w ท ฑ ฒ ธ ถ ฐ th ห ฮ h บ b ร r ป p ล ฬ l พ ภ ผ ph ม m จ c น ณ n ฉ ช ฌ ch ง อ ŋ ʔ สัทอักษรสากลสำ หรับภาษาไทย พพยัยัญญชชนนะะ ((ccoonnssoonnaannttss)) 10
พยัญชนะควบ กล้ำ Phonetic symbols พยัญชนะควบ กล้ำ Phonetic symbols กร kr คร ขร khr กล kl คล ขล khl กว kw คว ขว khw ตร tr พร phr ปร pr พล phl ปล pl ฟร fr สัทอักษรสากลสำ หรับภาษาไทย พยัยัญชนะควบกล้ำล้ำล้ำล้ำ (clusters) 11
รูปสระ Phonetic symbols รูปสระ Phonetic symbols ะ a เ ee า aa แ-ะ ɛ ิ i แ ɛː ี ii โ-ะ o ึ ɯ โ oo ื ɯː เ-าะ ɔ ุ u ออ ɔː ู uu เออะ ɤ เ-ะ e เออ ɤː สัทอักษรสากลสำ หรับภาษาไทย สระ (vowels) 12
รูปสระ Phonetic symbols รูปสระ Phonetic symbols เ-ีย iaa ไ ใ aj เ-ือ Ɯ:a ำ am -ัว uaa เ-า aw สัทอักษรสากลสำ หรับภาษาไทย สสรระะปปรระะสสมม ((DDiipphhtthhoonnggss)) 13
รูป (Signs) เสียง (Sounds) Tone Levels Tone Marks สามัญ /sǎa-man/ mid เอก /ʔeːk̚/ low ` ้ โท /thoo/ falling ̂ ๊ ตรี /triː/ high ́ ๋ จัตวา /cat̚-ta-waː/ rising ̌ สัทอักษรสากลสำ หรับภาษาไทย เเสีสีสีสียยงงววรรรรณณยุยุยุ ก ยุ กต์ต์ ต์ต์((TToonneess)) ่ 14
พยัญชนะไทย พยัญชนะภาษาอังกฤษ ตัวต้น (lnitial) ตัวสะกด (Final) ก K k ข ค ฆ Kh k ง Ng ng จ ฉ ช ฌ Ch t ญ Y n ด ฎ ฑ (บางคำ ) D t ต ฏ T t ถ ฐ ท ฑ ธ ฒ Th t น ณ N n บ B p การเปรีรี รี ย รี ยบเทีทียบพยัยั ยั ญ ยั ญชนะไทยกักั กั บ กั บภาษาอัอั อั ง อั งกฤษ ตามที่ที่ร ที่ ร ที่ าชบับั บั ณ บั ณฑิฑิ ฑิ ต ฑิ ตยสถานกำกำ กำกำ หนด 15
พยัญชนะไทย พยัญชนะภาษาอังกฤษ ตัวต้น (Initial) ตัวสะกด (Final) ป P p ผ พ ภ Ph p ฟ ฝ F p ม M m ย Y - ร R n ล ฬ L n ว W - ซ ทร ศ ษ ส S t ห ฮ H - การเปรีรี รี ย รี ยบเทีทีย ที ย ทีบพยัยัญ ยั ญ ยัชนะไทยกักับ กั บ กั ภาษาอัอั อั ง อั งกฤษ ตามที่ที่ร ที่ ร ที่ าชบับั บั ณ บั ณฑิฑิ ฑิ ต ฑิ ตยสถานกำกำกำกำหนด (ต่ต่อ ต่ อ ต่ ) หมายเหตุ : ตัวสะกดแม่กด =t , แม่กบ =p , แม่กน =n , แม่กง =ng , แม่กม =m , แม่กก =k 16
สระภาษาไทย สระภาษาอังกฤษ อะ อั อา a อำ อาม am อิ อี i อึ อื อุ อู u เอะ เอ็ เอ e แอะ แอ ae โอะ โอ เอาะ ออ o เออะ เออ oe การเทีทีย ที ย ทีบพยัยัญ ยั ญ ยัชนะไทยกักับ กั บ กั อัอั อั ง อั งกฤษ ในการเขีขีย ขี ย ขี นชื่ชื่ชื่ชื่ อคน ที่อ ที่ ยู่แ ยู่ ละสถานที่ ชื่ อคน ที่อ ที่ ยู่แ ยู่ ละสถานที่ ตามที่ที่ร ที่ ร ที่ าชบับั บั ณ บั ณฑิฑิ ฑิ ต ฑิ ตยสถานกำกำกำกำหนด 17
สระภาษาไทย สระภาษาอังกฤษ ใอ ไอ อัย ไอย อาย ai เอียะ เอีย ia เอือะ เอือ อัวะ อัว ua เอา อาว ao อุย อูย ui โอย ออย oi เอย oei เอือย อวย uai อิว iu เอว eo แอว aeo เอียว ieo การเทีทีย ที ย ทีบพยัยัญ ยั ญ ยัชนะไทยกักับ กั บ กั อัอั อั ง อั งกฤษ ในการเขีขีย ขี ย ขี นชื่ชื่ชื่ชื่ อคน ที่อ ที่ ยู่แ ยู่ ละสถานที่ ชื่ อคน ที่อ ที่ ยู่แ ยู่ ละสถานที่ ตามที่ที่ร ที่ ร ที่ าชบับั บั ณ บั ณฑิฑิ ฑิ ต ฑิ ตยสถานกำกำกำกำหนด (ต่ต่อ ต่ อ ต่ ) 18
สระภาษาไทย สระภาษาอังกฤษ ฤ (รึ) ฤา (รือ) ru ฤ (ริ) ri ฤ (เรอ) roe ฦ ฦา lu การเทีทีย ที ย ทีบพยัยัญ ยั ญ ยัชนะไทยกักับ กั บ กั อัอั อั ง อั งกฤษ ในการเขีขีย ขี ย ขี นชื่ชื่ชื่ชื่ อคน ที่อ ที่ ยู่แ ยู่ ละสถานที่ ชื่ อคน ที่อ ที่ ยู่แ ยู่ ละสถานที่ ตามที่ที่ร ที่ ร ที่ าชบับั บั ณ บั ณฑิฑิ ฑิ ต ฑิ ตยสถานกำกำกำกำหนด (ต่ต่อ ต่ อ ต่ ) 19
โครงสร้ร้ ร้ า ร้ างหน่น่ น่ ว น่ วยการเรีรี รี ย รี ยนรู้รู้ รู้รู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ขนมไทย “ขนมชั้น” เรียนรู้วัตถุดิบและวิธีก ธี ารทำ ขนมชั้น แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ขนมไทย “ขนมครก” เรียนรู้วัตถุดิบและวิธีก ธี ารทำ ขนมครก แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ขนมไทย “ขนมใส่ไส้” เรียนรู้วัตถุดิบและวิธีก ธี ารทำ ขนมใส่ไส้ 20
แผนการจัจั จัจั ดการเรีรี รี ย รี ยนรู้รู้ รู้รู้ ที่ รู้ ที่ ที่ที่1 เรื่อง ขนมไทย “ขนมชั้น” เวลา 2 ชั่วโมง 1.สาระการเรียนรู้ ขนมชั้นเป็นขนมไทยอีกหนึ่งอย่างที่นิยมกินเป็นอย่างมาก เพราะทำ ได้ง่าย มีเนื้อที่เหนียวนุ่ม รสชาติหวานละมุน หอมกลิ่นใบเตย มีหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบชิ้นสี่เหลี่ยมเป็นชั้น ๆ แบบที่เป็นรูปดอกไม้ หรือ รื นำ มาพันเป็นขนมชั้น ดอกกุหลาบก็มี 2.จุดประสงค์ 1. นักเรีย รี นสามารถชื่อส่วนประกอบต่าง ๆ ในการทำ ขนมชั้นได้ 2. นักเรีย รี นสามารถออกเสียงชื่อ และวัตถุดิบในการทำ ขนมชั้นได้ 3. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ เข้าสู่บทเรียน 1. ครูทักทายนักเรีย รี นด้วยการไหว้และสวัสดีเป็นภาษาไทย จากนั้นให้ นักเรีย รี นพูดตาม 2. ครูถามนักเรีย รี นว่ารู้จั รู้ จั กขนมไทยชนิดใดบ้าง ขั้นสอน 3. ครูบอกชื่อวัตถุดิบ ในการทำ ขนมไทย “ขนมชั้น” เป็นภาษาภาษาศาตร์ 1.1. หัวกะทิ 4 ถ้วย (huaː-ka-thí-sìː-thûaːj) 1.2. น้ำ ตาลทราย 3 ถ้วย (nám-taːn-saːj-sǎːm-thûaːj) 1.3. น้ำ ลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย (nám-lɔːj-dɔ̀ːɔ̀ k-ma-li-nèung-thûaːj) 1.4. แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ (pɛ̂:ŋ-thùa-khǐaw-sɔ̌:ŋ-chɔ́:n-tó) 1.5. แป้งท้าวยายม่อม 1 ถ้วย (pɛ̂ːŋ-thâːw-jaːj-mɔ̀ːɔ̀m-nèungthûaːj) 21
1.6. แป้งข้าวจ้าว 2 ช้อนโต๊ะ (pɛ̂ːŋ-khâːw-câːw-sɔ̌ːŋ-chɔ́ːn-tó) 1.7. แป้งมัน 2 ถ้วย (pɛ̂ːŋ-man-sɔ̌ːŋ-thûaːj) 1.8. ใบเตย 10 ใบ คั้นน้ำ ข้น ๆ (baːj-tɤːj-sìb-baːj-khán-námkhôn-khôn) 4. ครูบอกขั้นตอนและวิธีการทำ ขนมไทย “ขนมชั้น” เป็นภาษาไทยและ ภาษาต่างประเทศควบคู่กัน (ภาษาศาสตร์)ร์ วิธีทำ ธี ทำ 4.1. เชื่อมน้ำ เชื่อมโดยใช้น้ำ 1 ถ้วย น้ำ ตาลทราย 3 ถ้วย chɯâːm-nám-chɯâːm-doːj-cháj-nám-nèung-thûaːj 4.2. ผสมแป้งทั้ง 4 ชนิด เข้าด้วยกัน แล้วนวดกับกะทิ โดยค่อย ๆ ใส่กะทิ ทีละน้อย ๆ นวดนาน ๆ จนกะทิหมด แล้วใส่น้ำ เชื่อมคนให้เข้ากัน พอให้แป้ง ติดหลังมือนิดหน่อย phà-sǒm-pɛ̂ːŋ-tháŋ-sìː-cha-níd-khâw-dɯâːj-kan-lɛ́ːɛ́wnuâːd-kàb-ka-thí-dooij-khɔ̂j-khɔ̂j-saj-ka-thí-thî:-la-nɔ̌ːj-nɔ̌ːjnuâːd-naːn-naːn-con-ka-thí-mod-laɛ́ːɛ́w-saj̀-nám-chɯ̂aːmkon-hâj-khâw-kan-phɔː-hâj-pɛ̂ːŋ-dìd-lǎŋ-mɯː-níd-nɔ̀ːɔ̀ j 4.3. กรองแป้งทั้งหมด แล้วแบ่งแป้งครึ่ง รึ่ หนึ่งเป็นสีขาว อีกครึ่ง รึ่ หนึ่งใส่ใบ เตยหรือ รื สีตามชอบ krɔːn-pɛ̂ːŋ-tháŋ-mod-lɛ́ːɛ́w-bɛ̀ːɛ̀ŋ-pɛ̂ːŋ-khrɯ̂a-nèung-pensiː-kha:ɯ-ʔiːk-khrɯ̂ŋ-nèung-sàj-baj-teːj-rɯː-siː-taːm-chɔ̂ːb 4.4. นำ ถาดไปนึ่งแล้วทาน้ำ มันให้ทั่ว ใส่แป้งสีขาวประมาณ 1/2 ถ้วย แล้ว นึ่งให้สุกประมาณ 5 นาที ชั้นที่ 2 ใส่สีเขียว แล้วนึ่งอีกประมาณ 5 นาที ทำ เช่นนี้ไปจนหมดแป้ง แล้วให้ชั้นสุดท้ายเป็นสีเข้มกว่าชั้นอื่น ๆ เมื่อสุกยกลง ทิ้งให้เย็น แล้วตัดเป็นชิ้นตามต้องการ 22
nam-thraːd-paj-nɯ̂ŋ-lɛ́ːɛ́w-thaː-nám-man-hâj-thɯ̂aːw-sajpɛ̂ːn-siː-khaːw-pra-maːn-nèung-suàn-sčːŋ-thûaːj-lɛ́ːɛ́w-nɯ̂nhâj-sùk-pra-maːn-hâ-naː-thiː-chán-thiː-sɔ̌ːŋ-saj̀-siː-khíaːwlɛ́ːɛ́w-nɯ̂ŋ-ʔiːk-pra-ma:n-hâ-naː-thiː-tham-chên-níː-paj-coŋmod-pɛ̂ːŋ-lɛ́ːɛ́w-hâj-chên-sùd-thráːj-pen-siː-khêm-kɯ̀aː-chánʔɯ̀n-ʔɯ̀n-mɯ̂ː-sùk-jók-loŋ-thíŋ-hâj-jeŋ-lɛ́ːɛ́w-tàd-chên-taːmcɔ̂:ŋ-kaːn 5. ครูให้นักเรีย รี นเล่มเกม “ขนมชั้น” โดยให้นักเรีย รี นสแกนคิวอาร์โร์ ค้ด ขั้นสรุป 6. ครูให้นักเรีย รี นทบทวนคำ ศัพท์ ชื่อขนมไทย “ขนมชั้น” และชื่อวัตถุดิบต่าง ๆ และสรุปจากเนื้อหาที่ได้ในการเรีย รี น 4. สื่อการเรียนรู้ 1. Power Point ประกอบการสอนภาษาไทยสำ หรับรัชาวต่างประเทศ เรื่อ รื่ ง ขนมไทย “ขนมชั้น” 2. เกมประกอบสื่อการสอน “ขนมชั้น” 5. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีก ธี าร เครื่องมือ 1. นักเรียนสามารถบอก ชื่อส่วนประกอบต่าง ๆ ในการทำ ขนมชั้นได้ 2. นักเรียนสามารถออก เสียงชื่อ และวัตถุดิบใน การทำ ขนมชั้นได้ - ตรวจแบบฝึกหัดที่ 1 - ตรวจแบบฝึกหัดที่ 2 - ตรวจแบบฝึกหัดที่ 1 - ตรวจแบบฝึกหัดที่ 2 - ให้นักเรียนแบบทดสอบ การออกเสียงชื่อ และ ส่วนประกอบต่างๆ ใน การทำ ขนมชั้น - ให้นักเรียนทำ แบบ ทดสอบการออกเสียงชื่อ และส่วนประกอบต่าง ๆ ในการทำ ขนมชั้น 23
แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 1 เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง ขนมชั้ชั้ชั้ชั้ น คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี น วงกลม รูปภาพที่ตรงกับคำ ศัพท์ให้ถูกต้อง Instructions : Have the students circle the picture that corresponds to the correct word. 1. หัวกะทิ hua:-ka-thí ก. ข.ค. 2. น้ำ ใบเตย nám-ba:j-tɤ:j ก.ข. ค. 3. แป้งข้าวเจ้า pɛ̂:ŋ-khâ:w-câ:w ก. ข.ค. 4. น้ำ ลอยดอกมะลิ nám-lɔ:j-dɔ̀:ɔ̀k-ma-li 5. น้ำ ตาลทรายขาว nám-ta:n-sa:j ก. ข.ค. ก. ข.ค. Example : ตัวอย่าง 24
2. 3. 4. 5. แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 2 เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง ขนมชั้ชั้ชั้ชั้ น คำ ชี้แจง : ให้นักเรียนจับคู่วัตถุดิบกับรูปภาพให้ถูกต้อง Instructions : Have the students match the ingredients to the correct pictures. 1. น้ำ ตาลทรายขาว nám-ta:n-sa:j น้ำ ใบเตย nám-ba:j-tɤ:j น้ำ ลอยดอกมะลิ nám-lɔ:j-dɔ̀:ɔ̀kma-li หัวกะทิ huaa:-ka-thí แป้งข้าวเจ้า pɛ̂:ŋ-khâ:wcâ:w Example : ตัวอย่าง 25
แป้งข้าวเจ้า pɛ̂:ŋ-khâ:w-câ:w อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง 2. 3. 4. 5. แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 3 เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง ขนมชั้ชั้ชั้ชั้ น คำ ชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง Instructions : Have the students read out the correct pronunciation. 1. อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง น้ำ ใบเตย nám-ba:j-tɤ:j น้ำ ลอยดอกมะลิ nám-lɔ:j-dɔ̀:ɔ̀k-ma-li น้ำ ตาลทราย nám-ta:n-sa:j หัวกะทิ hua:-ka-thí 26
คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี น วงกลม รูปภาพที่ตรงกับคำ ศัพท์ให้ถูกต้อง Instructions : Have the students circle the picture that corresponds to the correct word. 1. หัวกะทิ hua:-ka-thí ก. ข.ค. 2. น้ำ ใบเตย nám-ba:j-tɤ:j ก.ข. ค. 3. แป้งข้าวเจ้า pɛ̂:ŋ-khâ:w-câ:w ก. ข.ค. 4. น้ำ ลอยดอกมะลิ nám-lɔ:j-dɔ̀:ɔ̀k-ma-li 5. น้ำ ตาลทราย nám-ta:n-sa:j ก. ข.ค. ก. ข.ค. Example : ตัวอย่าง เฉลย แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 1 เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง ขนมชั้ชั้ชั้ชั้ น 27
2. 3. 4. 5. เฉลย แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 2 เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง ขนมชั้ชั้ชั้ชั้ น คำ ชี้แจง : ให้นักเรียนจับคู่วัตถุดิบกับรูปภาพให้ถูกต้อง Instructions : Have the students match the ingredients to the correct pictures. 1. น้ำ ตาลทรายขาว nám-ta:n-sa:j น้ำ ใบเตย nám-ba:j-tɤ:j น้ำ ลอยดอกมะลิ nám-lɔ:j-dɔ̀:ɔ̀kma-li หัวกะทิ huaa:-ka-thí แป้งข้าวเจ้า pɛ̂:ŋ-khâ:wcâ:w 27
แผนการจัจั จัจั ดการเรีรี รี ย รี ยนรู้รู้ รู้รู้ ที่ รู้ ที่ ที่ที่2 เรื่อง ขนมไทย “ขนมครก” เวลา 2 ชั่วโมง 1.สาระการเรียนรู้ ขนมครก เป็นขนมไทยโบราณชนิดหนึ่ง ทำ จากแป้ง น้ำ ตาล และกะทิแล้ว เทลงบนเตาหลุม เวลาจะ ทานต้องแคะออกมา เป็นแผ่นวงกลม แล้วมักวาง ประกบกันตอนรับ รั ประทาน เป็นขนมของไทยที่มีมาตั้งแต่ โบราณ นอกจากนี้ ยังพบในพม่า ลาว และอินโดนีเซีย โดยชาวอินโดนีเซียเรีย รี กว่า เซอราบี มีหลักฐานว่าขนมครกเป็นที่นิยมแพร่ห ร่ ลายมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มีการทำ เตาขนมครกขายตั้งแต่ยุคนั้น ขนมครกแต่เดิมใช้ข้าวเจ้าแช่น้ำ โม่รวมกับ หางกะทิ ข้าวสวย และมะพร้า ร้ วทึนทึกขูดฝอย ผสมเกลือเล็กน้อยใช้เป็น ตัวขนม ส่วนหน้าของขนมครกเป็นหัวกะทิ ขนมครกชาววังจะมีการดัดแปลง หน้าขนมครกให้แปลกไปอีก เช่น หน้ากุ้ง (แบบเดียวกับข้าวเหนียวหน้ากุ้ง) หน้าไข่ หน้าหมู (แบบเดียวกับไส้ปั้นสิบ) หน้าเผือก หน้าข้าวโพด หน้าต้นหอม 2.จุดประสงค์ 1. นักเรีย รี นสามารถชื่อส่วนประกอบต่าง ๆ ในการทำ ขนมครกได้ 2. นักเรีย รี นสามารถออกเสียงชื่อ และวัตถุดิบในการทำ ขนมครกได้ 3. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ เข้าสู่บทเรียน 1. ครูทักทายนักเรีย รี นด้วยการไหว้และสวัสดีเป็นภาษาไทย จากนั้นให้ นักเรีย รี นพูดตาม 2. ครูถามนักเรีย รี นว่ารู้จั รู้ จั กขนมไทยชนิดใดบ้าง 28
ขั้นสอน 1.ครูบอกชื่อวัตถุดิบ ในการทำ ขนมไทย “ขนมครก” เป็นภาษาศาสตร์ • กะทิ (ká-thí) • แป้งข้าวจ้าว (pɛ̂ːŋ-khâːw-câːw) • น้ำ อุ่น (nám-ʔòn) • น้ำ ปูนใส (nám-puːn-sǎj) • ข้าวสุก (khâːw-súk) • น้ำ ตาลทราย (nám-taːn-saːj) • เกลือ (klɯa) • น้ำ มันพืช (nám-man-phɯ̂ːt) • ข้าวโพด (khâːw-pôːt) • ต้นหอม (tôn-hɔ̂ːm) • ฟักทอง (fák-thɔːŋ) 4. ครูบอกขั้นตอนและวิธีการทำ ขนมไทย “ขนมครก” เป็นภาษาไทยและ ภาษาต่างประเทศควบคู่กัน (ภาษาศาสตร์)ร์ วิธีทำ ธี ทำ 4.1 ทำ ส่วนผสมของตัวขนมครกก่อน ผสมกะทิ แป้งข้าวจ้าว น้ำ อุ่น และน้ำ ปูนใสในชามผสม คนให้เข้ากัน tham-suàn-phà-sǒm-khɔ̌ːŋ-tua-khà-nǒm-khròk-kɔ̀ːɔ̀n-phà- sǒm-ká-thí-pɛ̂ːŋ-khâːw-câːw-nám-ʔòp-lɛ̀-ɛ̀nám-puːn-sǎj-najchaːm-phà-sǒm-khom-hâj-khâw-kan 4.2 นำ ข้าวสุกไปปั่นในเครื่อ รื่ งปั่นโดยใส่น้ำ กะทิ 1/4 ลงไป ตามด้วยน้ำ ตาล ทรายและเกลือ ปั่นให้ข้าวละเอียด เทส่วนผสมนี้ลงชามกะทิของข้อที่ 1 nam-khâːw-súk-paj-pàn-naj-khrɯ̂ɑːŋ-pàn-doːj-saj̀-nám-ká- thí-nèuŋ-suàn-sɔ̌ːŋ-loj-paj-taːm-dûaːj-nám-taːn-saːj-lɛklɯa-pàn-hâj-khâːw-lâ-ʔiaːd-thɛː-suàn-phá-sôm-nîː-loŋchɑːm-ká-thí-khɔːŋ-khɔ̂ː-thîː-nèuŋ 29
วิธีทำ ธี ทำ 4.3 ทำ หน้าขนมครกแยกไว้อีกหนึ่งชามโดยใส่กะทิ น้ำ ตาลทราย เกลือและแป้ง ข้าวเจ้า คนให้เข้ากัน thɑm-nɑ̂ː-khà-nǒm-khròk-jɛːk-wáj-ʔìːk-nèuŋ-chɑːm-doːj-saj̀-ká- thí-nám-taːn-saːj-klɯa-lɛ̀-ɛ̀pɛ̂ːŋ-khâːw-câːw-khom-hâj-khâw-kan 4.4 เตรียมกระทะหลุมสำ หรับทำ ขนมครก ทาน้ำ มันพืชให้ทั่วกระทะ เทกะทิที่เป็น ตัวขนมลงไปก่อน เทให้ เกือบถึงขอบหลุม triaːm-kra-tha-lǔm-sam-hrab-tham-khà-nǒm-khròk-thaː-námman-phɯ̂ːt-hâj-thûaː-kra-tha-theː-ká-thí-thîː-pen-tuaː-khà-nǒmloŋ-paj-kɔ́ːn-theː-hâj-kɯɑːb-thɯŋ-khɔːd-lǔm 4.5 ทิ้งไว้สักพักรอให้ตัวขนมสุกดี แล้วเทกะทิส่วนของหน้าขนมตามลงไป โรย ด้วยหน้าต่างๆ ที่เตรียมไว้ เช่น ข้าวโพด ต้นหอม และฟักทอง thíŋ-wáj-sák-phák-rɔː-hâj-tua-khà-nǒm-sùk-diː-lɛ́ːɛ́w-theː-ká-thí- suàn-khɔ̌ːŋ-nɑ̂ː-khà-nǒm-taːm-loŋ-paj-roːj-dûaːj-nɑ̂ː-tàːŋ-tàːŋthîː-triaːm-wáj-chên-khâːw-pôːt-tôn-hɔ̂ːm-lɛ̀-ɛ̀fák-thɔːŋ 4.6 เมื่อเริ่ม ริ่ เห็นว่าหน้าขนมเริ่ม ริ่ สุก ใช้ช้อนตักขึ้นมาพักไว้รอเสิร์ฟ mɯ̂ɑː-rɤːm-hen-wâː-hâːn-khà-nǒm-rɤːm-sùk-cháːj-chɔ́ːn-takkĥɯn-maː-phak-wâj-rɔː-sɤːb 5. ครูให้นักเรียนเล่มเกม “ขนมครก” โดยให้นักเรียนสแกนคิวอาร์โค้ด khruː-hâj-nak-riaːn-lêː-keːm-khà-nǒm-khròk-doːj-hâj-nak-riaːnsa-kɜːn-khiw-ʔaː-khóːd 30
ขั้นสรุป 6.ครูให้นักเรีย รี นทบทวนคำ ศัพท์ ชื่อขนมไทย “ขนมครก” และชื่อวัตถุดิบ ต่าง ๆ และสรุปจากเนื้อหาที่ได้ในการเรีย รี น 4. สื่อการเรียนรู้ 1. Power Point ประกอบการสอนภาษาไทยสำ หรับ รั ชาวต่างประเทศ เรื่อ รื่ ง ขนมไทย 2. เกมประกอบสื่อการสอน “ขนมครก” 5. การวัดประเมินผลและการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีก ธี าร เครื่องมือ 1. นักเรียนสามารถบอก ชื่อส่วนประกอบต่าง ๆ ในการทำ ขนมครกได้ 2. นักเรียนสามารถออก เสียงชื่อ และวัตถุดิบใน การทำ ขนมครกได้ - ตรวจแบบฝึกหัดที่ 1 - ตรวจแบบฝึกหัดที่ 2 - ให้นักเรียนแบบทดสอบ การออกเสียงชื่อ และ ส่วนประกอบต่างๆ ใน การทำ ขนมครก - ตรวจแบบฝึกหัดที่ 1 - ตรวจแบบฝึกหัดที่ 2 - ให้นักเรียนทำ แบบ ทดสอบการออกเสียงชื่อ และส่วนประกอบต่าง ๆ ในการทำ ขนมครก 31
แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 1 เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง ขนมครก ค. ก. คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี น วงกลม รูปภาพที่ตรงกับคำ ศัพท์ให้ถูกต้อง Instructions : Have the students circle the picture that corresponds to the correct word. 1. กะทิ ká-thí ก. ข.ค. 2. น้ำ ปูนใส nám-puːn-sǎj ข. ค. 3. ฟักทอง fák-thɔːŋ ก. ข. 4. เกลือ klɯa 5. น้ำ ตาลทราย nám-taːn-saːj ก. ข.ค. ก. ข.ค. Example : ตัวอย่าง 32
นํ้ามันพืช nám-manphɯ̂ːt เกลือ klɯa ฟักทอง fák-thɔːŋ นํ้าปูนใส nám-puːn-sǎj กะทิ ká-thí 5. 4. 3. 2. แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 2 เรื่รื่ รื่ อ รื่ องขนมครก คำ ชี้แจง : ให้นักเรียนจับคู่วัตถุดิบกับรูปภาพให้ถูกต้อง Instructions : Have the students match the ingredients to the correct pictures. 1. Example : ตัวอย่าง 33
อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง 2. 3. 4. 5. แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 3 เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง ขนมครก คำ ชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง Instructions : Have the students read out the correct pronunciation. 1. กะทิ ká-thí นํ้ามันพืช nám-man-phɯ̂ːt น้ำ ปูนใส nám-puːn-sǎj เกลือ klɯa ฟักทอง fák-thɔːŋ อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง 34
เฉลย แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 1 เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง ขนมครก ค. ก. คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี น วงกลม รูปภาพที่ตรงกับคำ ศัพท์ให้ถูกต้อง Instructions : Have the students circle the picture that corresponds to the correct word. 1. กะทิ ká-thí ก. ข.ค. 2. น้ำ ปูนใส nám-puːn-sǎj ข. ค. 3. ฟักทอง fák-thɔːŋ ก. ข. 4. เกลือ klɯa 5. น้ำ ตาลทราย nám-taːn-saːj ก. ข.ค. ก. ข.ค. Example : ตัวอย่าง 35
5. 4. 3. 2. เฉลย แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 2 เรื่รื่ รื่ อ รื่ องขนมครก คำ ชี้แจง : ให้นักเรียนจับคู่วัตถุดิบกับรูปภาพให้ถูกต้อง Instructions : Have the students match the ingredients to the correct pictures. 1. Example : ตัวอย่าง นํ้ามันพืช nám-manphɯ̂ːt เกลือ klɯa: ฟักทอง ták-thɔːŋ นํ้าปูนใส nám-puːn-sǎj กะทิ ká-thí 36
แผนการจัจั จั ด จั ดการเรีรี รี ย รี ยนรู้รู้ รู้ ที่ รู้ ที่ ที่ที่3 เรื่อง ขนมไทย “ขนมใส่ไส้” เวลา 2 ชั่วโมง 1.สาระการเรียนรู้ ขนมที่ใช้แป้งข้าวเหนียวขาวและแป้งข้าวเหนียวดำ ข้างในเป็นไส้มะพร้า ร้ ว เคี่ยวน้ำ ตาล หยอดด้วยแป้งข้าวเจ้า กะทิ และเกลือ ที่กวนสุก แล้วห่อด้วย ใบตองให้เป็นทรงสูงแล้วคาดด้วยทางมะพร้า ร้ วตัวขนมมีกลิ่นหอมไส้หวาน เค็มมันด้วยกระทิที่ข้น เป็นขนมไทยที่ใช้ในงานมงคล โดยเฉพาะพิธีงาน หมั้นที่มีการแห่ขันหมากเพื่อไปสู่ขอเจ้าสาวในขันหมากจะมีขันหมากเอกกับ ขันหมากโท ซึ่งขนมที่ใช้ในขันมากโทมี 9 อย่าง โดยมีขนมใส่ไส่เป็นหนึ่งใน นั้น 2.จุดประสงค์ 1. นักเรีย รี นสามารถชื่อส่วนประกอบต่าง ๆ ในการทำ ขนมสอดใส่ใส่ได้ 2. นักเรีย รี นสามารถออกเสียงชื่อ และวัตถุดิบในการทำ ขนมใส่ใส่ได้ 3. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ เข้าสู่บทเรียน 1. ครูทักทายนักเรีย รี นด้วยการไหว้และสวัสดีเป็นภาษาไทย จากนั้นให้ นักเรีย รี นพูดตาม 2. ครูถามนักเรีย รี นว่ารู้จั รู้ จั กขนมไทยชนิดใดบ้าง 37
ขั้นสอน 3. ครูบอกชื่อวัตถุดิบ ในการทำ ขนมไทย “ขนมใส่ใส้” เป็นภาษาภาษาศาสตร์ วัตถุดิบใส่ไส้ (wat-thu-dib-sáj-sâj) 1. น้ำ ตาลปี๊บ 600 กรัมรั (nám-ta:n-pí:p-hòk-roɔ́:j-kram) 2. มะพร้า ร้ วขูด 500 กรัมรั (ma-phrá:w-khù:d-hâ:-roɔ́:j-kram) 3. แบะแซ 6 ช้อนโต๊ะ (pɛ̀-ɛ̀sɛ:-hòk-chɔ́:n-tó) 4. เกลือ 1/2 ช้อนชา (klɯa:-nèung-suàn-sɔ̌:ŋ-chɔ́:n-cha:) 5. น้ำ มะพร้า ร้ ว 1 ถ้วยตวง (nám-ma-phrá:w-nèung-thûa:j-twâ:ŋ) วัตถุดิบแป้งใส่ไส้ (wat-thu-dib-pɛ̂ːŋ-sáj-sâj) 1. แป้งข้าวเหนียว 500 กรัมรั (pɛ̂:ŋ-khâ:w-neǐa:w-hâ:-roɔ́:jkram) 2. น้ำ ใบเตย 500 มิลลิลิตร (nám-ba:j-tee:j-hâ:-roɔ́:j-min-li-líd) วัตถุดิบหน้าขนม (wat-thu-dib-hĉaː-khà-nǒm) 1. แป้งข้าวเจ้า 300 กรัมรั (pɛ̂:ŋ-khâ:w-tɕâ:w-sǎ:m-roɔ́:j-kram) 2. แป้งมัน 40 กรัมรั (pɛ̂:ŋ-man-sì:-sìb-kram) 3. แป้งข้าวเหนียว 20 กรัมรั (pɛ̂:ŋ-khâ:w-neǐa:w-jî:-sìb-kram) 4. น้ำ ตาลทราย 120 กรัมรั (nám-ta:n-sa:j-roɔ́:j-jî:-sìb-kram) 5. เกลือ 15 กรัมรั (klɯa:-sìb-hâ: -kram) 6. กะทิ 1,000 มิลลิลิตร (ka-thí-nèung-phan-min-li-líd) 7. น้ำ พร้า ร้ ว 1,000 มิลลิลิตร (nám-ma-phrá:w-nèung-phan-minli-líd) 38
4. ครูบอกขั้นตอนและวิธีการทำ ขนมไทย “ขนมใส่ใส้” เป็นภาษาไทยและ ภาษาต่างประเทศควบคู่กัน (ภาษาศาสตร์)ร์ วิธีทำ ธี ทำ 1. ตั้งกระทะบนเตาแก๊สโดยใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำ ตาลปี๊บลงไปในกระทะ ตามด้วยแบะแซ เกลือ และน้ำ มะพร้า ร้ ว คนให้เข้ากัน เคี่ยวจนสีเข้มและน้ำ มะพร้า ร้ ว เริ่ม ริ่ งวด (tâŋ-kra-tha-thɔː-hɯɑːŋ-bon-taw-kɜːs-dɤj-sáj-faj-paː-klaːŋ-sàjnám-taːn-píːp-loŋ-paj-naj-kar-tha-taːm-duɑːj-pɛ̀-ɛ̀sɛ:-klɯa-lɛnám-ma-phrá:w-khon-hâj-kĥaw-kan-khîaːw-con-si-kĥeː-lɛ-námma-phrá:w-rɤ̂ːm-ŋuaːd) 2. เมื่อน้ำ เริ่ม ริ่ งวดแล้วให้ใส่มะพร้า ร้ วขูดลงไป คนให้เข้ากันและผัดให้ไส้แห้ง จากนั้นยกลงจากเตา พักให้เย็น แล้วปั้นให้ไส้เป็นก้อนกลม ๆ แล้วพักไว้เตรีย รี ม นำ แป้งมาห่อ ( mɯ̂aː-naḿ-rɤ̂ːm-ŋuaːt-lɛ̀ːɛ̀w-hây-sà:j-maː-pharaːw-khùːt-loŋpaj-khon-hày-khâw-kan-lɛ-phat-hây-sâj-hɛ̂ŋ-cáːk-nán-jok-loŋcáːk-taw-phak-hâj-jen-lɛ̀ːɛ̀w-pân-hây-sâj-pen-kɔ̂ːn-klom-klomlɜ̀ːɜ̀w-phak-wáj-triaːm-nam-pɛ̂ːŋ-maː-hɔ̀ːɔ̀ ) 3. นำ แป้งข้าวเหนียวมาใส่ลงในชามผสม ตามด้วยการใส่น้ำ ใบเตยลงไปใน แป้ง นวดให้เข้ากันดีแล้วนำ แป้งมาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ จากนั้นแบะแป้งให้แบน แล้วนำ ไส้ที่ปั้นพักไว้มาห่อ คลึงให้เป็นก้อนกลม ๆ แล้วพักไว้ก่อนนำ มาราดกะทิ (nam-pɛ̂:ŋ-khâ:w-neǐa:w-maː-saj̀-chɑːm-phà-sǒm-taːm-dûaːjkaːr-saj̀-nám-ba:j-te:j-loŋ-paj-naj-pɛ̂:ŋ-nuaːd-hâj-kĥaw-kan-diːlɛ́:ɛ́w-nam-pɛ̂:ŋ-maː-pân-pɜn-kɔ̂ːn-kom-kom-caːk-nân-bɛ-pɛ̂:ŋhâj-bɛːn-lɛ̂ːw-nam-sâj-thì-pân-phak-wâj-maː-hɔ̀ːɔ̀-khlɯŋ-hâj-pânpɜn-kɔ̂ːn-kom-kom-lɛ̂ːw-phak-wâj-kɔ̀ːɔ̀n-nam-maː-raːd-ká-thí) 39
วิธีทำ ธี ทำ 4. ตั้งกระทะบนเตาแก๊สโดยใช้ไฟปานเกลาง ใส่แป้งข้าวจ้าว แป้งมัน และ แป้งข้าวเหนียวลงในกระทะ ตามด้วยน้ำ ตาลทราย เกลือ และน้ำ มะพร้า ร้ ว คนให้แป้งละลาย เมื่อแป้งละลายแล้วใส่กะทิลงไป คนให้เข้ากันจนกะทิเซตตัว แล้วให้ยกลงจากเตาเพื่อนำ ไปห่อกับไส้ tâŋ-kra-tha-bon-taw-kɛ́ːɛ́t-tojː-cháj-faj-paːn-klaːŋ-sàj-pɛ̂ːŋkhâːw-pɛ̂ːŋ-man-lɛ-pɛ̂ːŋ-khâːw-neǐaːw-loŋ-naj-kra-tha-taːmduâːj-nám-taːn-saːj-klɯaː-lɛ-nám-ma-phráːw-khon-hâj-pɛ̂ːŋ-lalaːj-mɯ̂aː-pɛ̂ːŋ-la-laːj-lɛ́ːɛ́w-sàj-ka-thí-loŋ-paj-khon-hâj-khâwkan-con-ka-thí-séd-tuaː-léːw-hâj-jók-loŋ-càːk-taw-phɯ̀aː-nampaj-hɔ̀ːɔ̀-kab-sâj 5. นำ ใบตองมาห่อซ้อนกันสองชั้น จากนั้นวางแป้งที่ปั้นไว้ลงไป ตามด้วย การตักกะทิราดลงบนแป้ง จากนั้นพับใบตองมาห่อ แล้วใช้ใบเตยมาห่ออีกรอบ ใช้ไม้จิ้มฟันกลัดใบตองก่อนนำ ขนมไปนึ่ง nam-baj-tɔːŋ-maː-hɔ̀ːɔ̀-sɔ́ːn-kan-sɔ́ːŋ-chán-càːk-nán-waːŋ-pɛ̂ːŋthí-pán-waj́-loŋ-paj-taːm-duaːj-kaːn-tak-ka-thí-loŋ-bon-pɛ̂ːŋcàːk-nàn-phab-baj-tɔːŋ-maː-hɔ̀ːɔ̀-lɛ̂ːw-sâj-baj-tɤːj-maː-hɔ̀ːɔ̀-ʔiːkrɔːb-sâj-maj̀ː-cîm-fan-klat-baj-tɤːj-kɔ̀ːɔ̀n-nam-khà-nǒm-loŋ-pajnɯ̂ŋ 6. นึ่งขนมเป็นเวลา 15 - 20 นาที จากนั้นยกลงจากลังถึง นำ ไปจัดเสิร์ฟร์ ได้เลย nɯ̂ŋ-khà-nǒm-pen-weː-laː-sìb-hâː-thɯ̌ŋ-jîː-sìb-na-thiː-caːknán-jók-loŋ-caːk-laŋ-thɯ̌ŋ-nam-paj-càt-sɤ̀ːɤ̀b-dâj-leːj 7. ครูให้นักเรีย รี นเล่มเกม “ขนมใส่ไส้” โดยให้นักเรีย รี นสแกนคิวอาร์โร์ ค้ด 40
ขั้นสรุป 8. ครูให้นักเรีย รี นทบทวนคำ ศัพท์ ชื่อขนมไทย “ขนมใส่ไส้”และชื่อวัตถุดิบต่าง ๆ และสรุปจากเนื้อหาที่ได้ในการเรีย รี น 4. สื่อการเรียนรู้ 1. Power Point ประกอบการสอนภาษาไทยสำ หรับรัชาวต่างประเทศ เรื่อ รื่ งขนมไทย“ขนมใส่ไส้ 2. เกมประกอบสื่อการสอน “ขนมใส่ไส้” 5. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรีย รี นรู้ วิธี วิ ก ธี าร เครื่อ รื่ งมือ 1. นักเรีย รี นสามารถบอกชื่อ ชื่ ส่วนประกอบต่าง ๆ ในการ ทำ ขนมใส่ไส้ได้ - ตรวจแบบฝึกหัดที่ 1 - ตรวจแบบฝึกหัดที่ 2 - ตรวจแบบฝึกหัดที่ 1 - ตรวจแบบฝึกหัดที่ 2 2. นักเรีย รี นสามารถออก เสียงชื่อ ชื่ และวัตวัถุดิบในการ ทำ ขนมใส่ไส้ได้ - ให้นักเรีย รี นแบบทดสอบ การออกเสียงชื่อ ชื่ และ ส่วนประกอบต่าง ๆ ใน การทำ ขนมใส่ไส้ - ให้นักเรีย รี นแบบ ทดสอบการออกเสียง ชื่อ ชื่ และส่วนประกอบ ต่าง ๆ ในการทำ ขนม ใส่ไส้ 41
แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 1 เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง ขนมสอดไส้ส้ส้ส้ ข. ก.ข. ค. ก.ค. ค. คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี น วงกลม รูปภาพที่ตรงกับคำ ศัพท์ให้ถูกต้อง Instructions : Have the students circle the picture that corresponds to the correct word. 1. เกลือ klɯa: ก. ค. 2. น้ำ มะพร้าว nám-ma-phrá:w 3. กะทิ ka-thí ก. ข. 4. น้ำ ตาลทราย nám-ta:n-sa:j 5. แป้งมัน pɛ̂:ŋ-man ข. ก. ข.ค. Example : ตัวอย่าง 42
น้ำ มะพร้าว nám-maphrá:w น้ำ ตาลทราย nám-ta:n-sa:j แป้งมัน pɛ̂:ŋ-man กะทิ ka-thí เกลือ klɯa: 5. 4. 3. 2. แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 2 เรื่รื่ รื่ อ รื่ องขนมสอดไส้ส้ส้ส้ คำ ชี้แจง : ให้นักเรียนจับคู่วัตถุดิบกับรูปภาพให้ถูกต้อง Instructions : Have the students match the ingredients to the correct pictures. 1. Example : ตัวอย่าง 43
อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง 2. 3. 4. 5. แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 3 เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง ขนมสอดไส้ส้ส้ส้ คำ ชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง Instructions : Have the students read out the correct pronunciation. 1. อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง อ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง กะทิ ka-thí น้ำ มะพร้าว nám-maphrá:w น้ำ ตาลทราย nám-ta:n-sa:j แป้งมัน pɛ̂:ŋ-man เกลือ klɯa: 44
ข. ก.ข. ค. ก.ค. ค. คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี น วงกลม รูปภาพที่ตรงกับคำ ศัพท์ให้ถูกต้อง Instructions : Have the students circle the picture that corresponds to the correct word. 1. เกลือ klɯa: ก. ค. 2. น้ำ มะพร้าว nám-ma-phrá:w 3. กะทิ ka-thí ก. ข. 4. น้ำ ตาลทราย nám-ta:n-sa:j 5. แป้งมัน pɛ̂:ŋ-man ข. ก. ข.ค. Example : ตัวอย่าง เฉลย แบบทดสอบที่ที่ที่ที่ 1 เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง ขนมสอดไส้ส้ส้ส้ 45