The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Aoey Romnalin, 2024-06-02 07:45:05

วิจัย_compressed

วิจัย_compressed

ทัศนคติเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก จำนวนและรอยละของระดับความคิดเĀ็น เĀ็นดวย (%) ไมแนใจ (%) ไมเĀ็น ดวย(%) คาเฉลี่ย x̅ S.D. ระดับ 13.ทานคิดüาการฉีดüัคซีนปองกันมะเร็งปาก มดลูก เปนÿิ่ง ÿิ้นเปลือง 7 (4.5) 3 (1.9) 146 (93.6) 2.89 0.630 ดี รวม 2.71 0.513 ดี ในดานพฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูก จากการýึกþาพบüากลุมตัüอยางมีพฤติกรรมการ ปองกันมะเร็งปากมดลูกอยูในระดับเĀมาะÿมปานกลาง (x̄= 2.33, S.D. = 0.56) อยางไรก็ตามเมื่อพิจารณา พฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูกจากขอคำถามรายขอ พบüาพฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูกที่อยู ในระดับต่ำ ไดแก การเขารับการตรüจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกประจำป (x̄= 1.41, S.D. = 0.708) และการ ฉีดüัคซีนปองกันมะเร็งปากมดลูกครบ 3 เข็ม ( x̄= 1.42, S.D. = 0.753) แÿดงดังตารางที่ 3 ตารางที่ 3 คาเฉลี่ยและÿüนเบี่ยงเบนมาตรฐานของพฤติกรรมการปองกันโรคมะเร็งปากมดลูกของกลุม ตัüอยาง พฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูก จำนวนและรอยละของระดับความคิดเĀ็น ปฏิบัติ ทุกครั้ง (%) ปฏิบัติ บางครั้ง (%) ไมเคย ปฏิบัติ (%) คาเฉลี่ย x̅ S.D. ระดับ 1.ทานเขารับการตรüจคัดกรองมะเร็งปาก มดลูกประจำป 17 (10.9) 33 (21.2) 103 (66.0) 1.41 0.708 ต่ำ 2.ทานซื้อยามากินเองเมื่อมีการตกขาü มี เลือดออกทางชองคลอด 5 (3.2) 75 (48.1) 76 (48.7) 2.46 0.560 ÿูง 3.ทานทำคüามÿะอาดอüัยüะเพýĀลังการมี เพýÿัมพันธ 131 (84.0) 14 (9.0) 11 (7.0) 2.77 0.566 ÿูง 4.ทานทำคüามÿะอาดชุดชั้นในĀลังใชงาน 148 (94.9) 8 (5.1) 0 (0) 2.95 0.221 ÿูง 5.ทานÿังเกตลักþณะÿี กลิ่นของÿิ่งคัดĀลั่งจาก ชองคลอด ขณะทำคüามÿะอาดอüัยüะÿืบพันธุ 117 (75.0) 36 (23.1) 3 (1.9) 2.73 0.487 ÿูง 6.เมื่อทานมีปญĀาเกี่ยüกับระบบÿืบพันธุ ทาน ปลอยใĀปญĀานั้นĀายไปเองโดยไมพบแพทย 16 (10.3) 72 (46.2) 68 (43.6) 2.33 0.656 ปาน กลาง 7.ทานทำรักดüยปาก (oral sex) ขณะมี เพýÿัมพันธ 12 (7.7) 85 (54.5) 59 (37.8) 2.30 0.606 ปาน กลาง 8.ขณะมีเพýÿัมพันธทานไมÿüมถุงยางอนามัย 13 (8.3) 100 (64.1) 43 (27.6) 2.19 0.569 ปาน กลาง


พฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูก จำนวนและรอยละของระดับความคิดเĀ็น ปฏิบัติ ทุกครั้ง (%) ปฏิบัติ บางครั้ง (%) ไมเคย ปฏิบัติ (%) คาเฉลี่ย x̅ S.D. ระดับ 9.ทานÿังเกตคüามผิดปกติบริเüณอüัยüะเพý เชน แผล ผื่น ตุม ขณะทำคüามÿะอาดอüัยüะ ÿืบพันธุ 120 (76.9) 31 (19.9) 5 (3.2) 2.74 0.509 ÿูง 10.ทานไปรับการฉีดüัคซีนปองกันมะเร็งปาก มดลูกตามนัดจนครบ 3 เข็ม 25 (16.0) 15 (9.6) 116 (74.4) 1.42 0.753 ต่ำ รวม 2.33 0.56 ปาน กลาง คüามÿัมพันธระĀüางคüามรู ทัýนคติ และพฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูกของกลุมตัüอยาง จากการýึกþาพบüาทัýนคติเกี่ยüกับโรคมะเร็งปากมดลูกมีคüามÿัมพันธทางบüกกับพฤติกรรมการปองกัน มะเร็งปากมดลูกอยางมีนัยÿำคัญทางÿถิติที่ระดับ 0.05 (r=.195) ในขณะที่คüามรูมีคüามÿัมพันธทา งลบกับ พฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูกอยางมีนัยÿำคัญทางÿถิติที่ระดับ 0.05 (r= -.201) แÿดงดังตารางที่ 4 ตารางที่ 4 คüามÿัมพันธระĀüางคüามรู ทัýนคติ และพฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูกของกลุมตัüอยาง รüมทัýนติ รüมพฤติกรรม รüมคüามรู รüมทัýนติ Pearson Correlation 1 .195* -.065 Sig. (2-tailed) .015 .421 N 156 156 156 รüมพฤติกรรม Pearson Correlation .195* 1 -.201* Sig. (2-tailed) .015 .012 N 156 156 156 รüมคüามรู Pearson Correlation -.065 -.201* 1 Sig. (2-tailed) .421 .012 N 156 156 156 9. ÿรุปผลการวิจัย 1. คüามรูเกี่ยüกับโรคมะเร็งปากมดลูกของบุคลากรในมĀาüิทยาลัยแĀงĀนึ่ง จากการýึกþาพบüา กลุมตัüอยางÿüนใĀญมีระดับคüามรูเกี่ยüกับโรคมะเร็งปากมดลูกอยูในระดับÿูง (11-15คะแนน) จำนüน 92 คน คิดเปนรอยละ 59 รองลงมาคือ ระดับคüามรูระดับปานกลาง (6-10 คะแนน) จำนüน 61 คน คิดเปนรอย ละ 39.1 และระดับคüามรูระดับต่ำ (0-5 คะแนน) จำนüน 3 คน คิดเปนรอยละ 1.9


2. ทัýนคติเกี่ยüกับโรคมะเร็งปากมดลูกของบุคลากรในมĀาüิทยาลัยแĀงĀนึ่ง จากการýึกþาพบüา กลุมตัüอยางมีทัýนคติเกี่ยüกับมะเร็งปากมดลูกในระดับดี (x̄= 2.71, S.D. = 0.513) อยางไรก็ตามเมื่อ พิจารณาทัýนคติเกี่ยüกับโรคมะเร็งปากมดลูกจากขอคำถามรายขอ พบüาทัýนคติเกี่ยüกับการตรüจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูกในบุคคลที่มีอายุมากแลüแตยังไมเคยมีเพýÿัมพันธ อยูในระดับเĀมาะÿมปานกลาง (x̄= 2.19, S.D. = 0.492) 3. พฤติกรรมการปองกันโรคมะเร็งปากมดลูกของบุคลากรในมĀาüิทยาลัยแĀงĀนึ่ง จากการýึกþา พบüากลุมตัüอยางมีพฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูกอยูในระดับเĀมาะÿมปานกลาง (x̄= 2.33, S.D. = 0.56) โดยจะเปนในÿüนของพฤติกรรมในการĀลีกเลี่ยงปจจัยเÿี่ยงตางๆ เชน ไมไปพบแพทยเมื่อมีปญĀา เกี่ยüกับระบบÿืบพันธุ การไมÿüมถุงยางอนามัยเมื่อมีเพýÿัมพันธ อยางไรก็ตามเมื่อพิจารณาพฤติกรรมการ ปองกันมะเร็งปากมดลูกจากขอคำถามรายขอ พบüายังมีในÿüนของพฤติกรรมการปองกันมะเร็งปา กมดลูกที่ อยูในระดับไมเĀมาะÿม ไดแก การเขารับการตรüจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกประจำป (x̄= 1.41, S.D. = 0.708) และ การฉีดüัคซีนปองกันมะเร็งปากมดลูกครบ 3 เข็ม ( x̄= 1.42, S.D. = 0.753) 4. คüามÿัมพันธระĀüางคüามรู ทัýนคติ และพฤติกรรมการปองกันโรคมะเร็งปากมดลูกของบุคลากร ในมĀาüิทยาลัยแĀงĀนึ่ง จากการýึกþาพบüา ทัýนคติเกี่ยüกับโรคมะเร็งปากมดลูกมีคüามÿัมพันธทางบüกกับ พฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูกอยางมีนัยÿำคัญทางÿถิติที่ระดับ 0.05 (r=.195) ในขณะที่คüา มรูมี คüามÿัมพันธทางลบกับพฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูกอยางมีนัยÿำคัญทางÿถิติที่ระดับ 0.05 (r= - .201) 10. อภิปรายผลการวิจัย จากการýึกþาพบüา ทัýนคติเกี่ยüกับโรคมะเร็งปากมดลูกมีคüามÿัมพันธเชิงบüกกับพฤติกรรมการ ปองกันมะเร็งปากมดลูกอยางมีนัยÿำคัญทางÿถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีคาระดับคüามÿัมพันธในระดับต่ำ (r=. 195) ÿอดคลองกับแนüคิดทฤþฎีแบบจำลอง KAP ของ Schwartz [9] ซึ่งไดýึกþาถึงรูปแบบ คüามÿัมพันธ ของพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรูทั้ง 3 ดาน คือ คüามÿัมพันธระĀüางคüามรูทัýนคติ และพฤติกรรมซึ่ง ÿามารถÿรุปรูปแบบของคüามÿัมพันธ กลาüไüüา คüามรูมีผลตอการปฏิบัติทั้งทางตรงและทางออม ÿำĀรับ ทางออมนั้นมีเจตคติเปนตัüกลางทำใĀเกิดการปฏิบัติตามมาได การใĀคüามรูแกผูÿงÿารนำไปÿูการ เปลี่ยนแปลงทัýนคติตามที่ผูÿงÿารตองการ จากนั้นÿงผลไปยังการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม แตบางครั้งก็อาจมี ชองüางระĀüางคüามรูทัýนคติและพฤติกรรม คือ คüามรูเปลี่ยนแปลงแตไมเกิดการเปลี่ยนแปลงของทัýนคติ Āรือผูÿงÿารมีการเปลี่ยนทัýนคติ แตพฤติกรรมไมเปลี่ยนแปลงไปซึ่งÿามารถเกิดขึ้นไดเชนกัน อยางไรก็ตาม จากการýึกþาครั้งนี้พบüา คüามรูมีคüามÿัมพันธทางลบกับพฤติกรรมการปองกันมะเร็ง ปากมดลูกอยางมีนัยÿำคัญทางÿถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีคาระดับคüามÿัมพันธในระดับต่ำ (r= -.201) อาจ เนื่องจากลักþณะกลุมตัüอยางในการüิจัยครั้งนี้ÿüนใĀญมีระดับการýึกþาตั้งแตปริญญาตรี และเปนบุคลากร ของĀนüยงานคณะüิทยาýาÿตร จึงอาจเปนปจจัยที่ทำใĀมีคüามรูเกี่ยüกับมะเร็งปากมดลูกอยูในระดับÿูง นอกจากนี้บุคลากรÿüนใĀญยังไมมีบุตร ซึ่งอาจเปนอีกĀนึ่งปจจัยที่อาจÿงผลตอพฤติกรรมการตรüจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูกได ทำใĀกลุมตัüอยางที่มีคüามรูระดับÿูงมีพฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูกอยูในระดับ ต่ำ 11. ขอเÿนอแนะ ขอเÿนอแนะตอการนำผลการüิจัยไปใชประโยชน


1. คüรÿงเÿริมพฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูกของบุคลากรในมĀาüิทยาลัย โดยเฉพาะ พฤติกรรมการตรüจคัดกรองและการฉีดüัคซีนปองกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งผลการýึกþาพบüากลุมตัüอยา งมี พฤติกรรมในระดับไมเĀมาะÿม 2. คüรจัดโปรแกรมÿงเÿริมทัýนคติในการปองกันมะเร็งปากมดลูก เพื่อใĀกลุมตัüอยางมีพฤติกรรม การปองกันมะเร็งปากมดลูกที่ดีขึ้น ขอเÿนอแนะในการทำüิจัยครั้งตอไป 1. คüรýึกþาเพิ่มเติมเกี่ยüกับปจจัยอื่นๆที่อาจÿงผลตอพฤติกรรมการปองกันมะเร็งปา กมดลูกของ บุคลากรฯ เชน ลักþณะอาชีพ รายได ประüัติการมีบุตร เปนตน 2. คüรýึกþาปจจัยทำนายพฤติกรรมการตรüจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของบุคลากรในมĀาüิทยาลัย เพื่อนำมาใชเปนขอมูลพื้นฐานในการจัดโปรแกรมÿงเÿริมพฤติกรรมการปองกันมะเร็งปากมดลูกใĀมีคüา ม เĀมาะÿมยิ่งขึ้น 12. เอกÿารอางอิง [1] World Health Organization.(2023). Fact Sheets: Cervix Cancer. https://www.who.int/newsroom/fact-sheets/detail/cervical-cance [2] National Cancer Institute, Department of Medical Services. (2020) Cancer statistics. http://www.nci.go.th/nci_easy/mobile. (In Thai) [3] Warunee Sittirangsan, 2017. Hope of the Southern People towards development and reduction of incidences “Oral-esophageal cancer” https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_627372. (In Thai) [4] Chanokporn Pibantha. (2022). Effectiveness of the program to promote cervical cancer screening among women aged 30-60 years, area of responsibility of Vibhavadi Hospital. Journal of Health Research and Innovation, 5(2), 101-114. (In Thai) [5] Asma Kueni, Asma Yana, Kriangsak Sukmai, Somkiat Woradej and Punyaphat Chaimael. (2023). Factors related to receiving cervical cancer screening services for women aged 30- 60 years.Khon Kaen University Public Health Research Journal, 16(3), 27-39. (In Thai) [6] Nainakshi Kashyap. (2021). Risk Factors of Cervical Cancer: A Case-Control Study. Asia-Pacific Journal of Oncology Nursing, 6(3), 308-314, https://doi.org/10.4103/apjon.apjon_73_18. [7] Paradorn Sotan. (2023). Knowledge and attitude related to cervical cancer screening of women. Age 30-60 years in the area of responsibility Phak Khwang Subdistrict Health Promoting Hospital Thong Saen Khan District Uttaradit Province [Presentation]. Saranasuk Academic Conference, Health Region 2, Fiscal Year 2023, Uttaradit, Thailand. (In Thai) [8] Schwartz, N.E., (1975). Nutritional Knowledge, Attitude and Practice of High School Graduated. Journal of the American Dietetic Association.


Click to View FlipBook Version