แบบบันทกึ องค์ความรรู้ ายบุคคล
ชอื่ – สกุล ผู้บนั ทกึ องค์ความรู้ นางชนิตา พารเวยี ไอเนน
ตาแหน่ง นักทรพั ยากรบุคคลชานาญการ
สังกัด ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุร ีสถาบนั การพัฒนาชุมชน
กระทรวงมหาดไทย
...................................................................................................................
ชอ่ื องค์ความรู้ : การปลูกผกั สลัดลงแปลงดิน
บันทกึ เมื่อวันที่ : 25 เมษายน 2565
สถานที่ / พื้นท่ศี ึกษาเรยี นรู้ : ศูนยศ์ ึกษาและพฒั นาชุมชนเพชรบุร ี
หลักการ/ความสาคัญของงาน :
ผักสลัดสามารถปลูกได้ทงั้ ในสารละลาย หรอื ทีเ่ รยี กกันวา่ ผักไฮโดร ซงึ่ เป็นการปลูกผักลงในธาตุ
อาหารในรูปของสารละลายทาให้พืชมีระยะเวลาในการเจรญิ เติบโตส้ันลง เมื่อเทยี บกับการปลูกพืชลงดิน แต่
อาจจะต้องจดั ทาอุปกรณ์เพ่ือการเพาะปลูกทีร่ าคาค่อนข้างสูง
ในขณะทีเ่ กษตรกรมีท่ีดินอยูแ่ ล้วก็สามารถทจ่ี ะปลกู ผกั สลัดแบบลงดินให้ได้ผลผลิตท่ดี ีตรงตามความ
ต้องการของตลาด และเป็นระบบอินทรยี ์ได้เชน่ กัน และยงั เป็นการลดต้นทนุ ในการผลิต โดยไม่จาเปน็ ต้อง
ลงทนุ ในการสรา้ งโรงเรอื นพรอ้ มอุปกรณ์ รวมทง้ั ปุ๋ยนา้ ทมี่ ีราคาสูง และลดต้นทุนระบบไฟฟ้าทีม่ ีราคาสูงอีก
ด้วย ผักสลัดทีน่ ิยมบรโิ ภคมีหลากหลาย เชน่ สลัดแก้ว สลัดคอส เรดโอ๊ค กรนี โอ๊ค เปน็ ต้น ผักสลัดนับเป็น
ผักท่ีอุดมไปด้วยวติ ามินที่จาเปน็ ต่อรา่ งกาย ให้ไขมันต่า มนี ้าและเส้นใยอาหารมาก ชว่ ยให้ระบบขับถ่ายดี ซงึ่
จะส่งผลให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเรง็ ลดลงเพราะกากท่รี า่ งกายขับถ่ายออกมาส่วนทีเ่ ปน็ สารพิษติดค้าง
อยู่ นอกจากน้ีผักสลัดยงั มวี ติ ามินและเกลือแรอ่ ีกมากมาย เชน่ เบต้าแคโรทนี วติ ามินซี วติ ามินดี จงึ เปน็ ท่ี
ต้องการของผู้บรโิ ภคที่รกั สุขภาพในปัจจุบนั ....
ขั้นตอน / วธิ กี ารขับเคลื่อน :
1.นาดิน ปุย๋ คอก และขุยมะพรา้ วในอัตราส่วนเทา่ ๆ กันคลกุ เคล้าให้ทวั่ รดนา้ พอชุม่
2.ใส่ดินลงในถาดเพาะเมลด็
3.หยอดเมลด็ ลงในหลมุ แลว้ ใชน้ ิ้วค่อยๆ เกลี่ยดินกลบเมลด็ แลว้ ค่อยๆ รดน้า วางไว้ในทรี่ ม่
4.ประมาณ 2-3 วนั เมล็ดผักจะงอกออกมาให้เห็น เม่ือครบ 7-10 วนั ให้นาไปวางทม่ี ีแดด
เพราะผักสลัดชอบแดดตลอดวนั
5.ย้ายต้นกลา้ ลงในกระถางหรอื แปลงปลูก รออีก 45 วนั ก็ได้ผักสลดั ทช่ี อบมากินได้แล้ว
เทคนิค /วธิ กี ารท่ีจะทาให้การขบั เคลื่อนงานประสบความสาเรจ็ :
วธิ ยี ้ายต้นกล้าผักสลัดลงกระถาง
หากต้องการยา้ ยต้นกล้าลงกระถางหรอื แปลงปลูกให้ใช้
ชอ้ นพลาสติกเล็กๆ ตักกล้ากรนี โอ๊กหรอื เรดโอ๊กข้ึนมาจากถาด
เพาะเมล็ดใส่ลงไปในหลุมท่เี ตรยี มไวโ้ ดยให้ดินเสมอกับโคนต้น
(ใบ)กลบดินเบาๆ แล้วใชฟ้ างคลุมลาต้น เพ่ือป้องกันหน้าดิน
แห้ง รดนา้ อย่างเบามือข้ันตอนน้ีควรทาในตอนเย็นเป็นการให้
ผักได้พักฟ้ ืนด้วยนะ
ปจั จยั ความสาเรจ็ :
1. การเตรยี มดินโดยการพรวนดินด้วยจอบให้ลึกประมาณ 1 หน้าจอบ ข้ึนแปลงเหมือนกับแปลงผกั
ท่วั ๆ ไป เก็บเศษวัชพืชในแปลงปลกู ให้หมดพรอ้ มพรวนดินให้ละเอียด
2. นาปุย๋ คอกมาใส่และควรพิจารณาปุ๋ยคอกท่แี ห้งดีแล้วเป็นเบือ้ งต้น โดยใส่ลงไปในปรมิ าณท่ี
พอเหมาะกับสภาพของดิน หากดินค่อนข้างดีมีอินทรยี ว์ ตั ถุอยูม่ ากก็ใส่ไม่ต้องมาก หากมีน้อยก็ใส่มากหน่อย
ในกรณีที่เป็นดินเหนียวหรอื ดินแข็ง ควรเติมอินทรยี ว์ ัตถุลงไปผสมด้วย เชน่ แกลบดิบ แกลบดา หรอื
ปุ๋ยหมัก
3. นาน้าหมักจุลินทรยี ์แบบเจอื จางผสมกับนา้ ราดให้ทั่วแปลง เพื่อเรง่ กระบวนการย่อยสลาย
สาหรบั นา้ หมัก หากเป็นน้าหมักท่หี มักจากพชื ใบเขียวก็จะเป็นการดี
ข้อพึงระวงั :
1. ราดนา้ หมักในตอนเย็น ชว่ งกลางวนั ไม่เหมาะสมเพราะจะทาให้จุลินทรยี ์โดนแดดและตายได้
จากนั้นนาวัสดุคลุมดินมาคลุมแปลง และควรเป็นประเภทใชฟ้ างข้าวจะดีเพราะอุ้มน้าดีขณะทมี่ ีความโปรง่
สามารถให้อากาศถ่ายเทได้ดี ทิ้งไวป้ ระมาณ 1 อาทติ ย์ จงึ นาต้นกล้าผักลงปลกู
2. สาหรบั ต้นกล้าควรมาจากการเพาะเมล็ด โดยเพาะในถาดเพาะกล้า มีขายทั่วไป ดินเพาะควรเป็น
ดินผสมของดินดากับข้เี ถ้าแกลบ โดยให้เมล็ดลงไปบนถาดเพาะกล้าหลุมละประมาณ 2-3 เมล็ด เม่ือหยอด
เสรจ็ นาวัสดุมาคลุม เชน่ แกลบ คลุมด้วยสแลนอีก 1 ชน้ั เพื่อป้องกันไม่ให้เมล็ดกระเด็นเวลาที่รดนา้ โดยให้
รดน้าเชา้ และเยน็
ข้อค้นพบ/ข้อคิดเห็นของตนเอง :
1. เมื่อกล้าสลัดเรม่ ิ งอกจนมีใบจรงิ ก็ย้ายจากหลุมเพาะกล้านาไปลงแปลงผกั ได้ โดยแหวกวัสดุคลุม
ดินออกแล้วใชม้ ือค้ยุ ดินข้ึนมาพอเป็นหลุมนากล้าสลัดฝงั ลงไป คลุมวัสดุคลุมดินตามเดิมแล้วรดน้าตามปกติ
หลังจากนั้นไม่นานก็จะสามารถทยอยเก็บเกี่ยวผักมาบรโิ ภคหรอื จาหน่ายได้
2. ถ้าหากต้องการเมล็ดสลัดไวป้ ลูกในรนุ่ ต่อไปโดยไม่ต้องเสียเงนิ ไปหาซอ้ื มาจากตลาด ก็พิจารณาดู
ต้นทค่ี ่อนข้างแข็งแรงมีความสมบูรณ์ดีแล้วปล่อยให้ต้นสลัดต้นน้ันโตตามธรรมชาติอย่างเต็มทไี่ ม่นานต้น
สลัดต้นน้ันก็จะออกดอก และติดเมล็ดไวใ้ ห้เก็บไวป้ ลูกในรนุ่ ต่อไปได้
(ลงชอ่ื )
( นางชนติ า พารเวยี ไอเนน)
ตาแหนง่ นักวชิ าการพัฒนาชุมชนชานาญการ
สังกัด ศูนยศ์ ึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุร ี
วันที่ 25 เดือน เมษายน พ.ศ. 2565