The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ หน่วยที่ 3 การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เกวลิน สามทอง, 2020-11-26 08:46:57

การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา

หนังสือ หน่วยที่ 3 การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา

การใช้ เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ

- ในการแกป้ ญั หา -

เกวลนิ สามทอง





คานา

ห นั ง สื อ นี้ เ ป็ น ส่ ว น ห นึ่ ง ข อ ง วิ ช า ชั้ น ป ร ะ ถ ม ศึ ก ษ า ปี ที่ 5 โ ด ย มี จุ ด ป ร ะ ส ง ค์
เพื่อศึกษาความรู้ที่ได้จากเร่ือง รหัสลาลอง ซึ่งหนังสือเลม่ มีเนือ้ หาเกี่ยวกบั ความรู้ เร่ือง การใช้
เหตผุ ลเชิงตรรกะในการแกป้ ญั หา

ผู้จัดทาได้เลือกหัวข้อน้ีในการทารายงาน เน่ืองมาจากเป็นเร่ือง ท่ีน่าสนใจ และต้อง
ขอบคุณอาจารย์ชุติมา ประมวลสุข ผู้ให้ความรู้และแนวทางการศึกษา เพ่ือน ๆ ทุกคนที่ให้
ความช่วยเหลอื มาโดยตลอดผจู้ ัดทาหวังวา่ รายงานฉบับนจ้ี ะให้ความรู้ และเป็นประโยชนแ์ กผ่ อู้ า่ น
ทุก ๆ ทา่ น

เกวลิน สามทอง
(ผูจ้ ัดทา)



สารบญั

เรอ่ื ง หนา้

คานา ก
สารบญั ข
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 1
การใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ญั หา 6
7
กระบวนการคิดอยา่ งมีเหตผุ ล 7
เทคนคิ การคิดแบบมีเหตมุ ผี ล 8
การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาโดยใชเ้ หตุผล 9
การใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาโดยใชป้ ระสบการณ์ 11
ตัวอย่างการแกป้ ญั หาเชิงตรรกะ 15
แบบฝึกหดั 18
แบบทดสอบหลงั เรียน 23
อา้ งองิ

1

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

1. ออย อาม อมั้ นัดกนั ทารายงานในวนั เสาร์ โดยออยไมว่ า่ งเวลา 8.30 - 11.00 น
อามต้องไปทาธุระให้แม่เวลา 10.00 - 13.00 น. และอม้ั วา่ งเวลา 11. 00 -16.30 น.
ทง้ั 3 คนตอ้ งนดั กนั เวลาใด จงึ จะสามารถมาทารายงานครบทุกคน

ก. 8.30 - 12.00 น.
ข. 10.00 - 14.00น.
ค. 12.00 - 15.30 น.
ง. 13.30 - 16.30 น.

2. ขอ้ ใดกลา่ วถึงการแกป้ ญั หาเชิงตรรกะ
ก. เปน็ การแกป้ ัญหาโดยการใชก้ ฎเกณฑต์ า่ ง ๆ มาอา้ งอิงเพือ่ นาไปสู่
วธิ กี ารแกไ้ ขปญั หา
ข. เปน็ การแก้ปญั หาทไี่ มต่ ้องอาศยั หลกั การทางวิทยาศาสตร์
ค. เปน็ การแกป้ ญั หาโดยใชค้ วามรสู้ กึ มาตัดสนิ ปัญหา
ง. เปน็ การแกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ อยา่ งรวดเร็ว

2

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

3. ปาลม์ ตอ้ งการไปถงึ โรงเรยี นให้ทนั เวลา 07.30 น. แต่ต้องใช้ระยะเวลาใน
การเดนิ ทาง 45 นาที ดังนนั้ ปาลม์ จะต้องข้นึ รถเมลใ์ น เวลาใด เพ่ือใหไ้ ปถึง
โรงเรยี นใหท้ ันเวลา

ก. 6.50 น.
ข. 6.30 น.
ค. 7.00 น.
ง. 6.55 น.

4. จากข้อความ ขอใดถกู ต้อง “ ฉนั เปน็ ตัวเลข ฉนั ไมใ่ ชจ่ านวนค่ี ฉนั มคี า่
มากกว่า 50 ฉันมคี า่ ไมเ่ กนิ 60 ถา้ คณุ เอาตวั เลข 60 มาลบฉนั ออก ฉันจะไม่
เหลืออะไรเลย ฉนั คือตัวเลขอะไร ”

ก. 60
ข. 50
ค. 70
ง. 40

3

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

5. พิจารณาข้อความตอ่ ไปน้ี

1. เติมนา้ ในหมอ้ ใสไ่ ขล่ งไป

2. นาหมอ้ ตง้ั บนเตา เปดิ ไฟ

3. เตรียมส่วนประกอบและอปุ กรณ์

4. เม่ือนา้ เดอื ดจับเวลาอกี 4 นาที ปดิ ไฟ

5. นาไขท่ ตี่ ม้ สกุ แล้วออกจากหม้อ

จงเรยี งลาดบั ขนั้ ตอนในการแกป้ ัญหาการตม้ ไขใ่ ห้ถกู ตอ้ ง

ก. 1 2 3 4 5 ข. 2 1 3 4 5

ค. 4 1 2 5 3 ง. 3 1 2 4 5

6. จงเรียงลาดับขั้นตอนการทาไข่เจยี วใหถ้ กู ต้อง
A ตอกไขใ่ สช่ าม และปรุงรส
B เมื่อดา้ นบนเรม่ิ แหง้ พลกิ กลบั อกี ด้านทันที ทาแบบนจ้ี นกวา่ ไขจ่ ะเหลอื กรอบ
C เทนา้ มนั ใสห่ มอ้ ตง้ั ไฟ รอจนนา้ มนั ร้อน
D เทไขใ่ สก่ ระทะ

ก. C D A B
ข. A C D B
ค. A C B D
ง. A B C D

4

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

7. การใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปญั หา มกี ป่ี ระเภท
ก. 1 ประเภท
ข. 2 ประเภท
ค. 3 ประเภท
ง. 4 ประเภท

8. ข้อใดคอื ความหมายของการใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการแกป้ ัญหา
ก. การแกไ้ ขปญั หาโดยการนากฎเกณฑห์ รือเง่ือนไขมาใช้พิจารณา

โดยจะใช้เหตุผลหรือใชป้ ระสบการณม์ าอธบิ ายวธิ กี ารแกไ้ ขปัญหา โดย
คาดหวงั วา่ จะไดผ้ ลลพั ธ์ตามทค่ี าดการณไ์ ว

ข. การใช้ความร้สู ่วนตวั
ค. การแกไ้ ขขอมลู ทผี่ ดิ พลาดและวทาใหถ้ กู ตอ้ ง
ง. ถกู ทกุ ข้อ

5

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

9. การใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ ขอ้ ใดถกู ต้อง
ก. การคดิ อย่างมีเหตผุ ล
ข. การคดิ แบบตาราง
ค. การถามเพ่อื น
ง. การสมุ่

10. หากลงุ พลต้องการเดนิ ไปตลาดในขณะทท่ี อ้ งฟ้ากาลังมดื ฝน ลงุ พลควร
จะต้องเตรยี มอะไรไปตลาด

ก. เตรยี มรม่
ข. เตรียมวง่ิ
ค. เตรยี มเสื้อกนั ฝน
ง. ข้อ ก. และ ค. ถกู ตอ้ ง

6

การใช้ เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ ในการแกป้ ญั หา

โอเค... ไข่เจียว

1.หยบิ ไข่ไก่ 6.เปดิ แกส๊ และตดิ ไฟ

2.ตอกไข่ไกใ่ สภ่ าชนะ 7.ใสน่ า้ มนั พชื

3.ปรุงรส ด้วยเครอื่ งปรงุ 8.นาไข่ทปี่ รงุ รสแลว้ ใสล่ งในกระทะท่ีรอ้ น

4.ตไี ข่ดว้ ยชอ้ นสอ้ ม 9.ทอดจนสกุ

5.ตง้ั กระทะบนเตา 10.ตกั ขน้ั ใสจ่ านท่ีเตรียมไว้

การใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะ คอื การคิดอยา่ งมีเหตุผล

การใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ญั หา
คือ การแก้ไขปญั หาโดยการนากฎเกณฑ์หรอื เง่อื นไขมาใชพ้ จิ ารณา โดยจะใช้

เหตผุ ลหรือใชป้ ระสบการณม์ าอธบิ ายวธิ ีการแกไ้ ขปญั หา โดยคาดหวังวา่ จะได้ผลลัพธ์
ตามทค่ี าดการณ์ไว

7

กระบวนการคดิ อยา่ งมเี หตผุ ล
1. การระบุปญั หาทแ่ี ทจ้ รงิ
2. ระบสุ าเหตุทีอ่ าจทาใหเ้ กิดปญั หา ปัญหาใดปัญหาหน่งึ
3. การเกบ็ รวบรวมข้อมลู และการวิเคราะหข์ อ้ มลู
4. ประเมินสาเหตุทเี่ ป็นไปไดม้ ากทส่ี ุด
5. ระบแุ นวทางแกไ้ ข
6. ตรวจสอบและประเมินผล

เทคนคิ การคดิ แบบมเี หตมุ ีผล
1. การเปดิ กวา้ ง (ยอมรับข้อมูลใหม่ ๆ ที่เขา้ มาเสมอ)
2. กลา้ เปลย่ี นจุดยนื (กลา้ ยอมรับ + การเปลยี่ นแปลง)
3. การหาเหตผุ ลและการใหเ้ หตุผล (จะน าไปสูก่ ารสรุปขอ้ มลู โดยมเี ครือ่ งมือท่ใี ช้
คอื การวิเคราะห)์
4. มุมมอง (การพจิ ารณาทุกแงม่ มุ ของปญั หา)
5. การวางตวั เป็นกลาง (ต้องระวงั ไม่ให้ถูกชกั น าไปทางขา้ งใดข้างหนง่ึ )
6. การต้งั ค าถาม (ท าใหท้ ราบ + เข้าใจรายละเอยี ดไดอ้ ยา่ งครบถ้วน)

8

การใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ญั หา แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่
1. การใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปญั หาโดยใช้เหตผุ ล
2. การใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ัญหาโดยใชป้ ระสบการณ์

1. การใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปญั หาโดยใชเ้ หตุผล
เป็นการแก้ปัญหาโดยใช้กฎเกณฑ์หรือเหตุผลต่าง ๆ มาอ้างอิง

เพอื่ นาไปสู่วิธีการแก้ปญั หา ซึ้งผลลพั ธ์ของการแก้ปัญหาน้ีจะเป็นจริงหรือไม่
ขึ้นอยกู่ ับสถานการณ์เริ่มตน้ ดงั ตัวอยา่ ง เชน่

ใหน้ ักเรียนพจิ ารณาเง่ือนไขตามที่โจทย์กาหนด
“ ฉนั เปน็ ตัวเลข ฉันไมใ่ ช่จานวนคี่ ฉนั มคี า่ มากกวา่ 90
ฉนั มคี ่าไมเ่ กนิ 100 ถา้ คณุ เอาตวั เลข 100 มาลบฉนั ออก
ฉันจะไมเ่ หลอื อะไรเลย ฉนั คอื ตวั เลขอะไร ”

9

คาอธิบาย

เงอ่ื นไขท่ี 1 ฉนั เปน็ ตัวเลข ฉนั ไม่ใช่จานวนค่ี

>>>> ฉนั เปน็ จานวนคู่

เงือ่ นไขที่ 2 ฉันมีคา่ มากกว่า 90 ฉันมีคา่ ไม่เกนิ 100

>>>> 91 92 93 94 95 96 97 99 100

เง่ือนไขที่ 3 ถา้ คณุ เอาตวั เลข 100 มาลบฉนั ออก ฉันจะไม่เหลอื อะไรเลย

>>>> 100-100 = 0

2. การใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ญั หาโดยใชป้ ระสบการณ์

เป็นกระบวนการให้เหตุผลในการแก้ไขปัญหาท่ีได้จาก การต้ังสมมติฐาน
การสารวจ หรือการทดลองจนได้ผล การสั งเ กต หรือ หลั กฐา นท่ีนามาส รุ ป ไ ด้
แ ต่ ข้ อ ส รุ ป อ า จ จ ะ เ ป็ น จ ริ ง ห รื อ ไ ม่ นั้ น ขึ้ น อ ยู่ กั บ ปั จ จั ย อี ก ห ล า ย อ ย่ า ง เ ช่ น
วิธีการสารวจ จานวนตัวอย่างในการสารวจ เปน็ ต้น

>>>>>>>(ตอ่ ) >>>>>>>

10

สถานการณ์ : ถ้าวันน้ีสุวนันท์ช่วยคุณยายทาอาหารม้ือเย็น ในเมนูต้มยากุ้ง
ก็ควรจะใส่น้ามะนาวเป็นข้ันตอนสุดทา้ ย เนิ่งจากประสมการณ์ การสังเกตทาใหส้ ามารถ
ต้ังสมมติฐานได้ว่า เม่ือน้ามะนวมโดนความร้อนสูงนาน ๆ นอกจากจะเกิดรสขมแล้ว
กลนิ่ หอมและวิตามนิ ซกี ็จะหายไปดว้ ย

วนั นสี้ วุ นนั ท์จะใส่นา้ มะนาว
เปน็ ข้ันตอนสุดทา้ ย เพราะจะทา

ใหม้ ะนาวไมเ่ กดิ รสขมคะ่

สวุ นนั ทใ์ ชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ
ในการแกป้ ญั หาจากประสบการณ์ การทดลอง
ทาหลาย ๆ ครั้ง ทผ่ี า่ นมานามาพจิ ารณาและสรปุ

ไดว้ า่ น้ามะนาว เมือ่ โดนความร้อนสูงนาน ๆ
นอกจากจะเกดิ รสขมแล้ว กลนิ่ หอมและวิตามนิ ซี

ก็จะหายไป

11

ตวั อยา่ งการแกป้ ญั หาเชงิ ตรรกะ :
- ตัวอยา่ งท่ี 1 -

วันน้ีอากาสเปน็ ไงบ้างค่ะ
วนั นีฝ้ นน่าจะตกหนักนะ

แล้วนายรูไ้ ดย้ งั ไง
มเี มฆมาก ท้องฟ้ามืดครมึ้

จากบทสนทนา : : เป็นเหตุ
“ มีเมฆมาก ทอ้ งฟา้ มืดครึ้ม ” : เปน็ ผล
“ ฝนนา่ จะตกหนัก ”

12

- ตวั อย่างท่ี 2 -

กาหนดให้มบี ุคคล 3 คน คอื ตารวจ โจร และประชาชน โดยบุคคลทั้ง 3 มี
การกระทาทีแ่ ตกต่างกนั ดงั นี้

ตารวจ จะพดู ความจริงเสมอ

โจร จะพดู โกหกเสมอ

ประชาชน จะพูดความจริงบา้ ง พดู โกหกบา้ ง

ถา้ มีข้อมลู การสนทนาดังต่อไปนี้ ถามนสิ ติ ว่า บคุ คลใดเปน็ โจร ?

ผมไม่ใช่ตารวจ ผมไม่ใชโ่ จร ผมไม่ใช่ประชาชน

13

A : “ผมไม่ใชต่ ารวจ”
ตารวจจะพดู ความจรงิ เสมอ จึงไมส่ ามารถ
บอกว่าตนเองไมใ่ ชต่ ารวจไม่ได้
โจรจะพดู โกหกเสมอ จะบอกวา่ ตนเอง
ไมใ่ ช่ตารวจไม่ได้

ดังน้นั A จึงเปน็ ประชาชน

C : “ผมไม่ใช่ประชาชน”
A เปน็ ประชาชนไปแลว้ C จงึ มโี อกาสเปน็ โจร
หรือตารวจเทา่ นนั้
โจรจะพดู โกหกเสมอ จงึ ไม่สามารถบอกวา่
ตนเองไม่ใช่ประชาชนไม่ได้
(เพราะจะถือว่าพูดความจรงิ )
ตารวจจะพดู ความจรงิ เสมอ ตารวจจึง
สามารถบอกได้วา่ ตนเองไมใ่ ช่ประชาชน

ดังน้นั C จึงเปน็ ตารวจ

14

B : “ผมไม่ใชโ่ จร”
A เป็นประชาชนไปแลว้ และ C เป็นตารวจ
ไปแล้ว C จึงมีโอกาสเปน็ โจรเทา่ น้ัน
โจรจะพดู โกหกเสมอ จงึ สามารถบอกได้ว่า
ตนเองไมใ่ ช่โจร

ดังน้ัน B จึงเปน็ โจร

สรปุ โจร ตารวจ

ประชาชน

15

- แบบฝกึ หัด -
เปด็ น้อยต้องการร้อยลกู ปัดทาเปน็ กาไลข้อมอื เพอ่ื เปน็ ของขวัญใหเ้ พ่ือน
โดยเรยี งลาดบั ลูกปดั ดังนี้

ใช้ลูกปัดทั้งหมด 15 ลกู ให้นกั เรียนลากเส้นเพ่อื รอ้ ยลกู ปัดตามลาดบั ห้ามลากทบั เส้นทางเดนิ

ใช้ลูกปัดทัง้ หมด 15 ลกู ให้นกั เรยี นลากเสน้ เพื่อร้อยลกู ปดั ตามลาดับ ห้ามลากทบั เสน้ ทางเดนิ

16

นกั เรยี นมวี ิธแี กป้ ัญหาอยา่ งไรหากลาดับลูกปดั ไม่ตรงตามเง่ือนไขท่กี าหนด

------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------

17

- แบบฝึกหัด -

จากสถานการณ์หนูนดิ สามารถเลอื กวธิ กี ารเดนิ ทางจากบา้ นไปยังสวนสนกุ ด้วยวิธีใด
ไดบ้ ้าง เพือ่ รบั ชมการแสดงสัตวโ์ ลกนา่ รกั ไดท้ ันเวลา

A. รถจักรยานยนต์ , เดนิ เท้า สถานการณ์ : ขณะน้ีเวลา 08.30 น. หนนู ิดตอ้ งการเดนิ ทางไป
B. เดนิ เทา้ , เรอื ยงั สวนสนุกเพ่อื รบั ชมการแสดงสตั วโ์ ลกนา่ รกั รอบ 09.00 น.
C. รถยนต์ , รถจกั รยานยนต์ โดยการเดินทางจากบ้านไปยงั สวนสนุก หนนู ดิ สามารถเดนิ ทาง
D. รถจกั รยานยนต์ , เรือ ไปไดห้ ลายวิธี และในแตล่ ะวิธใี ชเ้ วลาท่ีแตกตา่ งกัน ดังนี้

รถยนต์ ใชเ้ วลาในการเดนิ ทาง 45 นาที
รถจกั ยานยนต์ ใช้เวลาในการเดนิ ทาง 30 นาที
เรอื ใช้เวลาในการเดนิ ทาง 20 นาที
เดนิ เทา้ ใช้เวลาในการเดนิ ทาง 55 นาที

คาตอบ คอื ---------------------------------------------------
เพราะ––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––
–––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––
–––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––
–––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––

18

แบบทดสอบหลงั เรยี น

1. ปาลม์ ต้องการไปถงึ โรงเรยี นให้ทนั เวลา 07.30 น. แตต่ อ้ งใช้ระยะเวลาในการ
เดินทาง 45 นาที ดงั นนั้ ปาลม์ จะตอ้ งขึน้ รถเมลใ์ น เวลาใด เพ่อื ใหไ้ ปถงึ
โรงเรียนใหท้ นั เวลา

ก. 6.50 น.
ข. 6.30 น.
ค. 7.00 น.
ง. 6.55 น.

2. จากขอ้ ความ ขอใดถกู ต้อง “ ฉนั เปน็ ตัวเลข ฉันไมใ่ ชจ่ านวนค่ี ฉนั มคี า่
มากกวา่ 50 ฉันมคี า่ ไมเ่ กนิ 60 ถา้ คณุ เอาตวั เลข 60 มาลบฉนั ออก
ฉันจะไม่เหลอื อะไรเลย ฉนั คือตัวเลขอะไร ”

ก. 60
ข. 50
ค. 70
ง. 40

19

3. ออย อาม อ้มั นัดกนั ทารายงานในวนั เสาร์ โดยออยไม่ว่างเวลา 8.30 - 11.00 น
อามตอ้ งไปทาธุระใหแ้ มเ่ วลา 10.00 - 13.00 น. และอมั้ วา่ งเวลา 11. 00 -16.30 น.
ทั้ง 3 คนตอ้ งนดั กนั เวลาใด จงึ จะสามารถมาทารายงานครบทกุ คน

ก. 8.30 - 12.00 น.
ข. 10.00 - 14.00น.
ค. 12.00 - 15.30 น.
ง. 13.30 - 16.30 น.

4. ขอ้ ใดกลา่ วถึงการแกป้ ัญหาเชิงตรรกะ
ก. เปน็ การแกป้ ญั หาโดยการใชก้ ฎเกณฑ์ตา่ ง ๆ มาอา้ งอิงเพ่ือนาไปสู่
วธิ กี ารแกไ้ ขปัญหา
ข. เปน็ การแก้ปญั หาทไ่ี มต่ อ้ งอาศยั หลกั การทางวทิ ยาศาสตร์
ค. เปน็ การแกป้ ญั หาโดยใชค้ วามร้สู กึ มาตัดสนิ ปัญหา
ง. เปน็ การแกป้ ญั หาเฉพาะหน้าอยา่ งรวดเร็ว

20

5. พิจารณาขอ้ ความต่อไปนี้

1. เติมน้าในหมอ้ ใสไ่ ขล่ งไป

2. นาหมอ้ ตั้งบนเตา เปดิ ไฟ

3. เตรยี มสว่ นประกอบและอปุ กรณ์

4. เมือ่ นา้ เดือดจบั เวลาอกี 4 นาที ปิดไฟ

5. นาไขท่ ตี่ ม้ สกุ แลว้ ออกจากหม้อ

จงเรยี งลาดบั ขน้ั ตอนในการแกป้ ัญหาการตม้ ไขใ่ หถ้ กู ต้อง

ก. 1 2 3 4 5 ข. 2 1 3 4 5

ค. 4 1 2 5 3 ง. 3 1 2 4 5

6. การใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ข้อใดถกู ตอ้ ง
ก. การคดิ อย่างมีเหตุผล
ข. การคดิ แบบตาราง
ค. การถามเพือ่ น
ง. การสมุ่

21

7. การใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปญั หา มกี ปี่ ระเภท
ก. 1 ประเภท
ข. 2 ประเภท
ค. 3 ประเภท
ง. 4 ประเภท

8. จงเรยี งลาดบั ขั้นตอนการทาไข่เจยี วใหถ้ กู ต้อง
A ตอกไขใ่ สช่ าม และปรุงรส
B เมือ่ ด้านบนเรม่ิ แหง้ พลกิ กลบั อีกด้านทนั ที ทาแบบนจ้ี นกว่าไข่จะเหลอื กรอบ
C เทนา้ มนั ใสห่ มอ้ ตงั้ ไฟ รอจนนา้ มนั ร้อน
D เทไขใ่ สก่ ระทะ

ก. C D A B
ข. A C D B
ค. A C B D
ง. A B C D

22

9. หากลงุ พลตอ้ งการเดนิ ไปตลาดในขณะทท่ี อ้ งฟา้ กาลังมดื ฝน ลุงพลควร
จะตอ้ งเตรยี มอะไรไปตลาด

ก. เตรยี มรม่
ข. เตรยี มว่ิง
ค. เตรยี มเส้ือกนั ฝน
ง. ข้อ ก. และ ค. ถกู ตอ้ ง

10. ขอ้ ใดคือความหมายของการใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการแกป้ ัญหา
ก. การแกไ้ ขปญั หาโดยการนากฎเกณฑห์ รอื เงือ่ นไขมาใชพ้ ิจารณา โดยจะใช้
เหตผุ ลหรอื ใชป้ ระสบการณม์ าอธบิ ายวธิ กี ารแกไ้ ขปัญหา โดยคาดหวังวา่ จะ
ไดผ้ ลลพั ธ์ตามทค่ี าดการณไ์ ว
ข. การใช้ความรูส้ ว่ นตัว
ค. การแกไ้ ขขอมลู ทผี่ ดิ พลาดและวทาใหถ้ กู ต้อง
ง. ถกู ทกุ ข้อ

23

อา้ งองิ

ใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์
จากปญั หาอย่างง่าย

จดุ ประสงค์

1. เขยี นรหัสลาลองเพอื่ แสดงขั้นตอนการแก้ปัญหาหรอื การทางาน
2. ใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปญั หา

ระดับชน้ั

ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5

อา้ งอิง

ครวู ณิดา ตว่ นศริ .ิ (2560). การแก้ปญั หาเชงิ ตรรกะ. [ระบบออนไลน]์ . สบื ค้นจาก
file:///C:/Users/hp/Downloads/%E0%B8%AA% (1)-08301112.pdf

วารนิ โพพันธ์. (2020). การแก้ปัญหาเชงิ ตรรกะ. [ระบบออนไลน์]. สบื คน้ จาก
https://kru-it.com/computingproblems/?preview=true


Click to View FlipBook Version