เอกสารประกอบ
การเรยี น
โดย
นสิ ติ ครู ชวี วทิ ยา
Self Actualization for
Professional
Teachers
คำนำ
เอกสารประกอบการเรียนรู้รายวิชาความเป็นครูมืออาชีพ (Self Actualization for
Professional Teachers) เล่มนี้ เกิดขึ้นจากการที่คณะผู้จัดทาได้เรียนศึกษาค้นคว้าข้อมูล
เกี่ยวกับการเปน็ ครูมืออาชีพ โดยไดน้ าเนื้อหาจากหลายแหล่งข้อมูลมาสรุปและจัดรูปแบบ
ใหม่เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น ซ่ึงมีเนื้อหาเกี่ยวกับความสาคัญของวิชาชีพครู การปลูกฝังจิต
วิญญาณความเป็นครูมืออาชีพ สภาพงานครู คุณลักษณะและมาตรฐานวิชาชีพครู การ
จดั การความรูเ้ กี่ยวกับวิชาชีพครู คุณธรรมและจริยธรรมของวิชาชีพครู หลักธรรมาภิบาล
จรรยาบรรณของวชิ าชีพทีค่ ุรุสภากาหนด การพัฒนาวชิ าชีพครู กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับครู
และวิชาชีพครู รวมทั้งการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีมีจิตสานึกสาธารณะและเสียสละให้
สงั คม
คณะผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่าเอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อ
การจัดการเรียนรู้และเป็นหนึ่งตัวช่วยในการพัฒนาวิชาชีพครูให้กับนิสิตครู ขอขอบคุณ
วทิ ยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยาตลอดจนบคุ คลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทาไว้ ณ
โอกาสนี้
คณะผูจ้ ัดทา
นสิ ิตครูชีววทิ ยา
Teacher
Pv REFACE
ความหมายและความสาคัญของวิชาชีพครู
ความหมายของครู สมญานามทเี่ นน้ ความสาคญั ของครู
- “ครู” มาจากศัพท์สันสกฤตคาว่า “คุรุ” และ ครูคอื ผูใ้ ช้อาวธุ ลับของชาติ
มาจากภาษาบาลี “ครุ/คุรุ”
- หมายความว่า “ผู้ส่ังสอนศิษย์และผู้สมควร ครูเป็นผู้คอยอบรมสั่งสอนนักเรียนนักศึกษา
ไดร้ ับการเคารพ” ซึ่งเปรียบเสมือนอาวุธลับของชาติให้เป็นไป
ตามทส่ี ังคมกาหนด
แมพ่ มิ พข์ องชาติ = การ ปชู นียบคุ คล = ครทู ี่
เปน็ แบบอยา่ งทด่ี ขี อง เสียสละ เอาใจใส่เพอ่ื ครูคอื ทหารเอกของชาติ
ความเจริญของศษิ ย์
ลูกศษิ ย์ ครูเป็นบุคคลที่มีความเก่งและมีความสามารถ
ในการเป็นผู้นาของสังคมของชาติบ้านเมืองใน
ความหมายของครู ทุกๆ ด้าน เช่น เปน็ ผูเ้ ผยแพร่ข่างสาร เป็นผู้นา
เชงิ เปรยี บเทียบ ในระเบียบพิธีทางศาสนาและวัฒนธรรม
แสงเทียน = ครคู อื ผู้ ผแู้ จวเรอื จ้าง = อาชีพครูเป็น ครูคอื แมพ่ ิมพข์ องชาติ
ชน้ี า่ แสงสวา่ งแห่งปญั ญา อาชีพทีไ่ มก่ อ่ ใหเ้ กดิ ความรา่ รวย
ครูตอ้ งมคี วามพอใจส่งิ ทเ่ี ปน็ อยู่ ครูเป็นต้นแบบหรือเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่
ใหแ้ ก่ศษิ ย์ เยาวชนและบุคคลท่ัวไปท้ังด้านความรู้และการ
ประพฤตปิ ฏบิ ัตติ น พฤติกรรมตา่ งๆ
ครูกับอาจารยต์ า่ งกันอย่างไร ?
“ครู” เป็นชือ่ เรียกแทน ผูท้ ีส่ อนในระดบั การศกึ ษาขัน้ ครูคอื กระจกเงาของศษิ ย์
พืน้ ฐาน (อนุบาล-ม.6)
“อาจารย์” เป็นชื่อเรียกผู้สอนในระดบั ปรญิ ญาตรีหรอื ค รู ต้ อ ง ค อ ย เ ป็ น ก ร ะ จ ก ส ะ ท้ อ น แ ล ะ อ บ ร ม
สูงกว่า ซงึ่ หมายรวมถึงคณาจารย์ในวทิ ยาลัย ตักเตือนศิษย์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น ชู้
มหาวทิ ยาลัยด้วย สาว ลักขโมย ไม่ตรงต่อเวลา เกียจคร้านการ
งานหรือมีพฤตกิ รรมเสื่อมเสียให้มีพฤติกรรมที่ดี
สมญานามทเี่ นน้ ความสาคญั ของครู ขึน้
ครูคอื นักปฏวิ ตั ใิ นสนามรบทางการศึกษา ครูคอื ดวงประทีปสอ่ งทาง
ปฏวิ ัติ = การเปลีย่ นแปลงระบบ ครูเป็นผู้ให้ความรู้ ให้ปัญญาแก่เยาวชนเพื่อให้
-ช่วยกาหนดปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจและ มีความรู้ความสามารถ รูผ้ ดิ ร้ถู ูก รู้ดีรู้ชั่ว รู้คุณรู้
ยุทธศาสตร์ของโรงเรียน โทษ รูว้ า่ สิ่งไหนควรทาหรือไมค่ วรทา
-พัฒนาหลักสูตร ปรับปรุงการสอนให้ทันสมัย
สมญานามทเี่ นน้ ความสาคญั ของครู ความสาคญั ของครใู นฐานะวศิ วกรสงั คม
ครูคอื ผู้สรา้ งโลก 5. ครูทางานก่อสร้าง
งานก่อสร้างของครูนั้นเป็นการสร้าง
ครูเป็นผู้พัฒนาคนให้มีความรู้ความสามารถ พฤติกรรมของคนให้เป็นไปตามรูปแบบที่
เพื่อ ให้เข าเหล่ านั้นไปพัฒนาสังคม แล ะ สังคมสว่ นใหญต่ ้องการ
ประเทศชาติตอ่ ไป
6. ครูทางานควบคุมโรงเรียน
ครูคอื ผูก้ ุมความเปน็ ความตายของชาตไิ ว้ ส า ห รั บ ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ข อ ง ค รู เ มื่ อ
ในมือ เปรียบเทียบกันจะเหน็ วา่ มีความสอดคลอ้ ง
กัน คือ หากครูสามารถดูแลโรงเรียนให้
-ไมส่ อนวิชาใดๆ ทีไ่ ม่ถูกตอ้ งตามหลักใหแ้ ก่ศิษย์ สะอาดเรียบร้อย ตกแต่งอาคารบริเวณให้
-ไม่แนะนาส่ิงที่ผิดจากทานองคลองธรรมแก่ สวยงาม มีบรรยากาศน่าอยู่ น่าเรียน
ศษิ ย์ นักเรยี นอยูก่ ันดว้ ยความรักความสามัคคี
-ไม่ยุยงส่งเสริมให้ศิษย์สร้างความแตกร้าวใน
สังคม 7. ครูทางานทดสอบ
ครูจะเปน็ ผูร้ ับผดิ ชอบในการออกแบบการ
ความสาคญั ของครใู นฐานะวศิ วกรสงั คม ทดสอบและดาเนินการทดสอบตามความ
เหมาะสม
1. ครูทางานวิจัย
วิ ศ ว ก ร ใ น ฐ า น ะ เ ป็ น นั ก วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ 8. ครูทางานการขายและการตลาด
ป ร ะ ยุ ก ต์ โ ด ย ค้ น ค ว้ า วิ จั ย แ ล ะ แ ป ล ครูต้องเป็นบุคคลสาคัญในการสร้าง
ความหมายข้อมูลจากการวิจัยเพื่อให้ได้ ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง บ้ า น กั บ ชุ ม ช น
ความจริงใหมๆ่ โรงเรียนเปรียบเสมือ นบริษัทห รือ
โรงงานผลิตสินค้า นักเรียนคือสินค้า
2. ครูทางานพัฒนา และชุมชนคือลูกคา้
น า ค ว า ม รู้ ท า ง วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ ไ ป พั ฒ น า
เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ โดยเริ่มจากการ 9. ครูทางานบรหิ าร
สร้างต้นแบบและทาการทดลองความ สถาบันการศึกษาหากการบริหารงานไม่
เหมาะสมของผลติ ภัณฑ์ มีประสิทธิภาพ จะทาให้ขวัญและกาลังใจ
ในการทางานของครูไม่ดีและจะส่งผลไป
3. ครูทางานออกแบบ ถงึ คุณภาพการสอนดว้ ย
การออกแบบของครูเป็นการออกแบบด้าน
กระบวนการเรยี นการสอนให้สอดคล้องกับ 10.ครูทางานทีป่ รึกษา
พื้นฐานความสามารถของนักเรยี น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้คาปรึกษาแก่
ศษิ ย์
4. ครูทางานการผลิต
งานการผลิตของครูคือการให้ความรู้ 11.ครูทางานการศกึ ษาโดยตรง
ความสามารถแก่นักเรียนนักศึกษาก่อนที่ ครูต้องรับผิดชอ บต่อ การศึกษ าทุก
เขาเหล่านัน้ จะออกไปรบั ใช้สังคม ระดบั ชน้ั
ความสาคญั ของครตู อ่ การพฒั นาเยาวชน ความสาคญั ของครตู อ่ การพฒั นาเศรษฐกจิ
1. การให้ความรู้ในวิชาการเพื่อเป็นพื้นฐาน 1. สอนนักเรียนที่ตัวครูเองรับผิดชอบอยู่ให้
ในการศึกษาเล่าเรียนหรือการประกอบ เตม็ เวลา เตม็ หลักสูตร เต็มความสามารถ
อาชีพ
2. ส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษาได้ใช้เวลาว่าง
2. การพยายามทาให้เยาวชนมีความสานึกว่า ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ทาสวนครัว
อะไรดี อะไรไมด่ ี สิง่ ใดควร ส่ิงใดไมค่ วร เลี้ยงสัตว์
3. การให้ความคิด หมายถึง ความคิดริเริ่ม 3. ส่งเสริมกิจกรรมด้านสหกรณ์ร้านค้าใน
สรา้ งสรรค์ การรู้จกั คิดเพื่อแก้ปัญหา โรงเรยี นอยา่ งจริงจงั
“เยาวชน คอื ผสู้ รา้ งโลกในอนาคต เด๋ยี วนี้ 4. สง่ เสริมการออมทรพั ย์ของครูและนักเรยี น
เปน็ เยาวชนอยู่ ศึกษาอยู่ เสร็จแลว้ ก็จะบนั ดาล 5. ให้คาปรึกษา แนะนา กระตุ้นเร่งเร้าหรือ
โลกในอนาคตใหเ้ ปน็ อยา่ งไร ถ้าเยาวชนดีกจ็ ะ
บันดาลให้โลกน่าดูนา่ อยู่ให้มแี ต่สนั ตสิ ขุ ริเรมิ่ งานอาชีพใหมๆ่
ฉะน้ันเยาวชนมีความสาคญั ในขอ้ ที่วา่ โลก 6. ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรรมการ
อนาคตน้ันมันข้ึนอยู่กบั เยาวชนในปัจจุบนั ”
พัฒนาชุมชนเพื่อจัดฝึกอาชีพใหม่ๆให้แก่
-ทา่ นพทุ ธทาสภกิ ข-ุ ประชาชนในท้องถิน่
7. ให้ความรู้และส่งเสริมสุขภาพอนามัยของ
ความสาคญั ของครตู อ่ การพฒั นาสงั คม ประชาชน
8. สง่ เสรมิ การผลิตและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้
ในการผลิต
1. การให้การศึกษาและความรู้แก่ประชาชน ความสาคญั ของครใู นฐานะเปน็ วชิ าชพี ชนั้ สงู
ท่วั ไป
ระดบั อาชีพ
2. การเปน็ ผู้นาหรือริเร่ิม 1. ระดบั แรงงาน กรรมกร (Labour)
3. การเปน็ ผู้ปรบั ปรงุ สง่ เสริม 2. ระดบั แรงงานฝมี ือ (Semilabour)
4. การเป็นท่ปี รึกษาใหก้ ับชุมชน 3. ช่าง (Technician)
5. การเปน็ ผู้สรา้ งความตืน่ ตัว 4. วิชาชีพชัน้ สูง (Profrssion)
6. ก า ร เ ป็น ผู้ อ า นว ย ค ว า ม ส ะ ดว ก แ ล ะ
ประสานงาน ครมู ลี กั ษณะเปน็ วชิ าชพี ชนั้ สงู
1. วิชาชีพชั้นสูงจะต้องมีการบรกิ ารทีใ่ หแ้ ก่สังคมที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงและจาเปน็
2. สมาชิกของวชิ าชีพชั้นสูงจะต้องใช้วิธีการแห่งปญั ญาในการให้บรกิ าร
3. สมาชกิ ของวิชาชีพชัน้ สูงจะต้องได้รบั การศึกษาอบรมใหม้ ีความรู้กว้างขวาง ลกึ ซึ้ง
4. สมาชิกของวชิ าชีพชัน้ สูงตอ้ งมีเสรีภาพในการใช้วิชาชีพนัน้ ๆตามมาตรฐานของวิชาชีพ
5. วชิ าชีพชัน้ สูงจะต้องมีจรรยาบรรณ
6. วชิ าชีพชัน้ สูงจะต้องมีสถาบนั วิชาชีพเป็นแหล่งกลางสรา้ งสรรคจ์ รรโลงมาตรฐานของวชิ าชีพ
การปลูกฝังจิตวญิ ญาณความเปน็ ครู
การเรยี นรแู้ ละการฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชพี ครู ทักษะพื้นฐานสาคัญต่อการเป็นบุคคลแห่ง
การเรียนรู้
การเรียนรูแ้ ละการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
(Internship) จะตอ้ ง - การฟัง - ถาม - อา่ น
1. มีการบูรณาการความรู้ทั้งหมดไปใช้ในการ - คดิ - เขียน -ปฏบิ ัติ
ฝึกประสบการณว์ ชิ าชีพในสถานศกึ ษา คณุ ลกั ษณะของผนู้ าวชิ าการ
2. ฝึกปฏิบัติการวางแผนการศึกษาของ
1. มีใจกว้าง
ผู้เรียนโดยการสังเกต สัมภาษณ์ รวบรวม 2. มีวสิ ัยทศั น์กวา้ งไกล
ข้อมูลและนาเสนอผลการศึกษา 3. ทัศนคติเชงิ บวก
3. มีสว่ นรว่ มกับสถานศึกษาในการพัฒนาและ 4. มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถคิดสร้าง
ปรบั ปรุงหลักสูตร
จินตนาการ
การเปน็ ครทู ี่ดีจะตอ้ งปกครองช้นั เรยี นได้ 5. มีมนุษยสัมพันธท์ ี่ดี
โดยมีจิตวทิ ยาในการปกครองนี้ และตอ้ ง 6. กลา้ ตัดสินใจ
7. รับผดิ ชอบ
-สอนดี
-มีความประพฤตดิ ี การพฒั นาและการมบี คุ ลกิ ภาพทดี่ ี
-มีความมานะอดทน
1. การมอง
การเปน็ บคุ คลแหง่ การเรยี นรู้ สายตาสามารถบ่งบอกถึงความรัก ความ
เกลียดชังและความเมตตาปราณีได้
คือ ผู้ที่มีคุณลักษณะนิสัยใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มี
พ ฤ ติ ก ร ร ม ที่ แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค ว า ม 2. การแตง่ กาย
กระตือรือร้น บ่งบอกความพิถีพิถันและการเอาใจใส่
ตวั เอง ชว่ ยทาให้คนๆหน่งึ ดูดีหรือดูแยไ่ ด้
การเรียนรู้อาจทาได้หาหลายวิธี เช่น การ
อ่านหนังสือ/วารสาร การดูรายการโทรทัศน์ 3. การพูด
การค้นคว้าหาความรู้ผ่านอนิ เทอรเ์ น็ต ต้องมีศิลปะการพูด พูดให้ชนะใจผู้ฟังโดย
จะตอ้ งใช้คาพูดทีม่ ีเหตุผล สุภาพ ไพเราะ
การพฒั นาและการมบี คุ ลกิ ภาพทดี่ ี ครูที่ดี : ครูเอย๋ ครูดี จาต้องมีหลัก 4 สถาน
1. ความรู้ เกง่ กลา้ วชิ าการ
4. การเดิน 2. เชี่ยวชาญการปกครองต้องใจคน
ใหเ้ ดินตวั ตรง อกผายไหลผ่ ึง่ เพือ่ ใหด้ สู งา่ 3. ชานาญการอบรมสัง่ สอนศิษย์ รู้จกั คิดหา
5. การแสดงท่าทาง อุบายใหไ้ ด้ผล
ต้องระวังท่าทางที่ไม่สวยงามเวลาพูดหรือ 4. ประพฤติชอบและอดทนใครได้ผลชื่นชม
ทาอะไรกต็ าม
นิยมเอย
6. ทกั ษะในการทางาน
ในการทางานใดๆก็ตามจะต้องทาให้ดีที่สุด คนเปน็ ครตู ้องมีความรู้
เท่าที่จะดีได้ ต้องทาด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
ดว้ ยความชานาญ ทั่วไป สาขาทีส่ อน การสอน
7. สุขภาพ คณุ ลกั ษณะของครทู ดี่ ตี ามหลกั คาสอนใน
ต้องรักษาสุขภาพให้ดี อย่าให้มีโรค ระวัง พระพทุ ธศาสนา
รักษาสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง
อยู่เสมอ
คณุ ลกั ษณะของครทู ดี่ ี
ข้อคดิ เพือ่ ครูทไี่ ด้จากพระราชดารัส พรหมวหิ าร 4
ของในหลวง ร.9
1. มีเมตตา ปรารถนาดีตอ่ ศษิ ย์
-ครูตอ้ งตัง้ ใจในความดี 2. มีกรุณา สงสาร เอ็นดูศิษย์
-หว่ งความรูค้ วามเจรญิ ของเดก็ 3. มีมุทิตา คือชืน่ ชมยนิ ดีเมือ่ ศิษย์ได้ดี
-ครูทุกคนตอ้ งมีความยตุ ิธรรม 4. มีอุเบกขา คือวางตัวเป็นกลาง ไม่
-การศกึ ษาของเด็กจาเป็นสาหรับทุกคน
แนวคดิ จากกระแสพระราชดารัสถงึ ผู้ทีท่ า ลาเอียง ไม่อคติ
หน้าทคี่ รดู ว้ ยทรงตระหนักอยา่ งถ่องแทว้ า่
พละ 5
“ครูดี” คอื ผู้ที่สรา้ ง “คนด”ี สูส่ ังคมได้
1. ศรทั ธาพละ คือมีความเชือ่ ในทางทช่ี อบ
ค รู เ ป็ น ผู้ เ ปิ ด ป ร ะ ตู ท า ง วิ ญ ญ า ณ 2. วริ ยิ ะพละ คือความเพียรในทางทช่ี อบ
(ความรู้สึกนึกคิด) ของศิษย์ เพื่อนาศิษย์ 3. สติพละ คือความระลึกได้
ไปสู่คุณธรรมชัน้ สูง 4. สมาธิพละ คือความมีใจจดจ่อแน่วแน่
มั่นคงในส่ิงทีเ่ ปน็ กุศล
5. ปญั ญาพละ คือความรอบรู้
คณุ ลกั ษณะของครทู ดี่ ตี ามหลกั คาสอนใน คณุ ลกั ษณะของครทู ดี่ ตี ามพระราชดารสั
พระพทุ ธศาสนา
ครูที่แท้นั้นต้องเป็นผู้กระทาแต่ความดี
วตั ตา ต้องหมัน่ เพียรและอุตสาหะพากเพียร ต้อง
เอือ้ เฟือ้ เผือ่ แผ่และเสียสละ
เป็นผูม้ ีมานะในการตักเตือนสัง่ สอน
1. สันทัสสนา คือสอนให้เข้าใจชัดเจน คณุ ลกั ษณะของครทู ดี่ ตี ามทกั ษะบคุ คลทวั่ ไป
เห็นจรงิ อยา่ งที่ต้องการ -มีลักษณะท่าทางดี
2. สมาทปนา มีการกระตุ้นเร่งเร้า -มีความประพฤติดี
-มีอัธยาศยั ดี อารมณ์ดี
เพือ่ ให้เกดิ ความกระตือรือรน้ -มีความยุติธรรม
3. สมุตเตชนา สร้างกาลังใจ -เขา้ กับคนได้ทุกชนชัน้
4. สัมปหังสนา สร้างความเพลิดเพลิน -เอาใจใสด่ ูแลทุกขส์ ุขของศิษย์
-พัฒนาตนเองอยู่เสมอ
ใหแ้ ก่ผู้เรียน -มีความสามารถในการทางาน
-มีความเปน็ ผูน้ า
ภาวนิโย -มีความรูอ้ ย่างกว้างขวาง
-มีความสามารถในการสอน
การเป็นผูท้ ี่ไดร้ ับการยกย่องวา่ เปน็ ผู้ -มีสุขภาพอนามัยดี เป็นตัวของตัวเอง
มีความประพฤติดีงามควรแก่การ -มีจริยธรรมสูง สติปัญญาดี
เคารพ -เข้มแขง็ อดทน คล่องแคลว่ วอ่ งไว
-ยืดหย่นุ ผอ่ นปรน
วจนักขโม -มีวิจารญาณ ไม่มัวเมาในอบายมุขทัง้ ปวง
การเป็นผู้ที่มีความอดทนต่อถ้อยคา คณุ ลกั ษณะของครทู ดี่ ยี คุ โลกาภวิ ัฒน์
โดยมีเจตนาดีเป็นที่ตั้ง
-รู้ดี
คัมภีรญั จกถงั กัตตา -สอนดี
-มีวสิ ัยทศั น์
1. แ ส ด ง จุ ด เ ด่ น หั ว ข้ อ ส า คั ญ ๆ -ฝึกฝนศิษย์
โครงสรา้ งของวิชานั้นๆ -จติ ใฝ่คุณธรรม
-ดารงอยูด่ ว้ ยศีล สมาธิ ปญั ญา
2. แสดงเหตุผลในวิชานัน้ ๆ
3. แสดงเนื้อหาที่เป็นแก่น สาระสาคัญ
ของวชิ านั้นๆ
โนจัฏฐาเน นิโยชเย
การรู้จักและแนะนาศิษย์ไปในทางที่
ถูกที่ควร
คณุ ลกั ษณะของครใู นศตวรรษที่ 21 ครใู นศตวรรษที่ 21 ตอ้ งมลี กั ษณะทเี่ รยี กวา่
บทบาทของครูในศตวรรษที่ 21 “E-Teacher”
1. ครูเปน็ ผู้อานวยความสะดวก
2. ครูเปน็ ผู้แนะแนวทาง End-User
3. ครูเป็นผูร้ ่วมเรียน รว่ มศึกษา
เป็นผู้ที่ใช้สื่อเทคโนโลยี (USER) อย่าง
ครใู นศตวรรษที่ 21 ตอ้ งมลี กั ษณะทเี่ รยี กวา่ คุ้มค่า
“E-Teacher” Enable
Experience เป็นผู้ที่สามารถใช้เทคโนโลยีสร้าง
บทเรียน เนื้อหาและสื่อการเรียนรู้ได้
มีประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ อย่างมีประสิทธภิ าพ
แบบใหม่ เช่น เรียนผ่านสื่อเทคโนโลยี
Internet, E-mail Engagement
Extended ต้องร่วมมือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซ่ึง
กันและกันผา่ นเทคโนโลยี
มีทักษะการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อ
ขยายองค์ความรู้ของตนเองตลอดเวลา Efficient and Effective
ผา่ นสอ่ื เทคโนโลยี
เป็นผู้ทีส่ ามารถใชส้ ื่อเทคโนโลยีอย่างมี
Expanded ประสิทธิภาพและประสิทธิผลทั้งใน
ฐานะที่เป็นผู้ผลิตความรู้ ผู้กระจาย
มีความสามารถในการถ่ายทอดหรือ ความรูแ้ ละผูใ้ ชค้ วามรู้
ขยายความรู้ของตนเองสู่นักเรียนผ่าน
สื่อเทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะของเดก็ ไทยในยคุ ดจิ ติ อล
Exploration ตอ้ งมีคุณลักษณะที่สาคัญ 3 ประการ คือ
1. มีทักษะที่หลากหลาย เช่น สามารถ
มีความสามารถในการเสาะหาและ
คัดเลือกเนื้อหาความรู้หรือเนื้อหาที่ ท า ง า น ร่ ว ม กั บ ค น เ ย อ ะ ๆ ไ ด้ อ ย่ า ง
ทันสมัย รวดเรว็
2. เดก็ ไทยยุคใหมต่ ้องมีทกั ษะด้านภาษา
Evaluation 3. ต้องมองหาโอกาสใหม่ๆที่มีอยู่อย่าง
มากมาย
เป็นนักประเมินที่ดี มีความบริสุทธิ์และ
ยุตธิ รรม
สภาพงานครู บทบาท หน้าที่
และความรับผิดชอบของครู
บทบาท: การกระทาหนา้ ทีท่ ีก่ าหนด บทบาทหนา้ ทขี่ องครตู ามแนวพระราชบญั ญตั ิ
หน้าที่: กจิ ทีค่ วรทาหรอื กจิ ท่ตี อ้ งกระทา การศกึ ษาแหง่ ชาติ 2542
ความรับผิดชอบ: ยอมตามผลที่ดีหรือไม่ดีใน
กจิ ทไ่ี ดก้ ระทาไป บทบาทผู้สง่ เสรมิ ความสมั พันธอ์ นั ดี
ระหวา่ งสถานศึกษากบั ชุมชน
บทบาทหนา้ ทขี่ องครตู ามแนวพระราชบญั ญตั ิ
การศกึ ษาแหง่ ชาติ 2542 สามารถจดั การศกึ ษาที่ตอบสนองต่อความ
จาเป็นและความต้องการของผู้เรียนและ
ใ ห้ เ ป็ น ไ ป ต า ม พั น ธ กิ จ ข อ ง ค รู ใ น ก า ร จั ด ทอ้ งถ่นิ ได้
กระบวนการเรียนรู้และการประเมินผู้เรียน
หมวดที่ 4 มาตรา 22-30 ดังนี้ บทบาทนักวิเคราะห์ตนเอง
บทบาทผู้พัฒนาหลกั สูตร โดยการวิเคราะห์จิตใจและอารมณ์ของ
ต น เ อ ง ไ ม่ ใ ห้ มี อิ ท ธิ พ ล เ ห นื อ ผู้ เ รี ย น
ครูตอ้ งเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้หลักสูตร ต้อง โดยเฉพาะในเรือ่ งส่วนตัว
รับรู้และทาความเข้าใจหลักสูตรอย่าง หนา้ ทแี่ ละความรบั ผดิ ชอบของครใู น
แท้จรงิ
ภาษาองั กฤษ “TEACHERS”
บทบาทผูอ้ านวยความสะดวกในการเรียนรู้
T-Teaching การสอน
ครูตอ้ งเปน็ ผู้กระตุน้ ให้ผู้เรียนได้เรียนรแู้ ละ
พัฒนาตนเองให้ถงึ ศกั ยภาพสงู สดุ ของคน E-Ethics จริยธรรม
บทบาทนักวจิ ยั A-Academic วิชาการ
ค รู จ ะ ไ ด้ น า ผ ล ก า ร วิ จั ย ไ ป ใ ช้ ใ น ก า ร C-Cultural heritage ดารงวฒั นธรรม
พัฒนาการเรียนการสอน ให้ผู้เรียนเกิด
การเรียนรู้ H-Human relationship มีมนุษยสัมพันธ์
บทบาทผูพ้ ัฒนาวิชาชีพครู
E-Evaluation ประเมินผล
1.คุณลักษณะทีจ่ าเป็น: มีความรู้ ทักษะวชิ าครู
2.คุณลักษณะที่แตกต่างจากอาชีพอื่น: อดทน R-Research การวจิ ยั
รับผิดชอบต่อหนา้ ทีต่ นเอง ขยัน ยุตธิ รรม
S-Service การบรกิ าร
คุณธรรม จรยิ ธรรม “คร”ู
ความหมายของคณุ ธรรม จรยิ ธรรมของครู
-ธรรมที่เป็นคุณ ความดีงาม สภาพที่เกื้อกูล ความประพฤติ การกระทา ตลอดจน
(ป.อ. ปยตุ โต) ความรู้สึกนึกคิดอันดีงามที่ครูควรประพฤติ
-คุณสมบัติฝ่ายดีเป็นที่ตั้งหรือเป็นประโยชน์ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเจริญแก่ตน แก่ศิษย์
แก่สันติวิธีหรือสันติสุข เป็นส่วนที่ต้องอบรม และคนอื่นๆ
โดยเฉพาะหรือให้เกิดข้ึนอย่างเหมาะสมกับที่
ต้องการ (พุทธทาสภิกขุ) คุณธรรมของครจู ะเปน็ แรงผลักดนั ใหค้ รูได้
กระทาหนา้ ทขี่ องครอู ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม
ความหมายของจรยิ ธรรม ไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์
- แนวทางความประพฤติและการปฏิบัติเพื่อ หลกั ธรรมของผเู้ ปน็ ครทู ดี่ ี
บรรลุถึงสภาพชีวิตอนั ทรงคุณค่าพงึ ประสงค์
- ความประพฤติที่ถือว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า -ปโิ ย=น่ารัก
ความประพฤติเหล่านี้ประกอบด้วยศีลธรรม -ครุ=น่าวางใจ
คุณธรรม เนติธรรมและธรรมเนียมประเพณี -ภาวนีโย=น่าเจริญใจ
-วตั ตา=รู้จกั พด พูดเป็น
สรุป จริยธรรมคือ แนวทางในการประพฤติ -คัมภีรญั จะ กะถัง กัตตา=แถลงเรือ่ งลึกซงึ้ ได้
เพื่ออยรู่ ่วมกนั ในสงั คมอยา่ งร่มเยน็ ซ่ึง -โนจัฏฐาเน นิโยชเย=ไม่ชักจูงไปในทางทผ่ี ิด
ประกอบดว้ ย
1. ศีลธรรม = การงดเวน้ ,สงิ่ ที่ไม่ควรปฏิบัติ คณุ ธรรมทพี่ งึ ประสงค์ (มรรค8)
2. คุณธรรม = สง่ิ ทีเ่ ราควรประพฤติปฏบิ ตั ิ
-สมั มาทิฏฐิ (เหน็ ชอบ)
ซงึ่ ทาใหเ้ กดิ จรยิ ธรรม -สมั มาอาชีวะ (เลีย้ งชีพชอบ)
-สมั มาสงั กัปปะ (ดาริชอบ)
คณุ ธรรมของครู -สมั มากัมมันตะ (การงานชอบ)
-สมั มาอาชีวะ (เลีย้ งชีพชอบ)
คุณสมบตั ทิ ี่เปน็ ความดีงาม ความถูกต้อง ซ่ึง -สมั มาวายามะ (เพียรชอบ)
อยู่ภายในจิตใจของครู ทาให้ครูพร้อมที่จะ -สมั มาสติ (ระลกึ ชอบ)
กระทาสงิ่ ต่างๆตามมาตรฐานสงั คม -สมั มาสมาธิ (ตั้งใจมั่นชอบ)
การพฒั นาคณุ ธรรมจรยิ ธรรมครู คณุ ธรรมทจี่ าเปน็ ของครู
จะต้องมีการพัฒนา 3 ด้าน คือ
1. คุณธรรมจรยิ ธรรมประจาตน -ศรทั ธาในวชิ าชีพครู
2. คุณธรรมจริยธรรมเพื่อความสาเร็จ -มีระเบยี บวนิ ัย
ในการประกอบวิชาชีพ -ยุติธรรม
3. คุณธรรมจริยธรรมต่อสังคมส่วนรวม -ซอ่ื สตั ย์สุจรติ
-สานกึ ในหนา้ ทีแ่ ละความรับผดิ ชอบ
ทาความเขา้ ใจ -ขยัน ประหยดั
คุณธรรมจรยิ ธรรม -ใฝ่รู้ หมั่นศึกษาหาความรู้
-การยดึ มัน่ ในชาติ ศาสน์ กษัตริย์และการ
นาคณุ ธรรมมาใชก้ ับ ปกครอง
ตนเอง -ท า นุ บ า รุ ง ศิ ล ป วั ฒ น ธ ร ร ม แ ล ะ
ทรัพยากรธรรมชาติ
นาคณุ ธรรมนนั้ ไปสัง่ -บารุงสุขภาพกายและใจให้สมบูรณ์
สอนศษิ ย์ -มีความเมตตากรุณา ความเสียสละ ความ
เอือ้ เฟื้อเผื่อแผ่
บทบาทครใู นการพฒั นาคณุ ธรรมจรยิ ธรรม -ความกตัญญูกตเวที
-ความกลา้ หาญ
-ปฏบิ ตั ิตามจรรยาบรรณวิชาชีพ -ความสามัคคี
-การเปน็ ครูตน้ แบบ
-การสอนสอดแทรกในการเรียนการสอน
ทุกรายวิชา
-ก า ร จั ด กิ จ ก ร ร ม เ ส ริ ม ส ร้ า ง ห ลั ก สู ต ร
พัฒนานสิ ิต
แนวทางการจดั กจิ กรรมสรา้ งคณุ ธรรมครู
1. เลียนแบบจากตัวอยา่ งทีด่ ี
2. การรวมพลังกลุ่ม รวมความคิด ทางาน
กลุม่
3. การเพิ่มสมรรถภาพทางจติ เช่น การฝึก
ควบคุมอารมณ์ตนเอง ฝึกสมาธิ
หลักธรรมาภบิ าล
ธรรมาภิบาล (Good Governance) ลกั ษณะเงอื่ นไขของธรรมาภิบาล
+ธรรมะ อภิบาล 1. หลักการมีส่วนร่วมของสาธารณชน (Public
Participation) ประชาชนมีโอกาสและมีสว่ นรว่ ม
คือ การปกครองด้วยคุณความดีและการ ในการตดั สินใจอยา่ งเท่าเทยี มกัน (Equity)
บริหารบ้านเมืองที่ดีโดยมี สัญญา (กฎ กติกา 2. หลักความสุจริตและโปร่งใส (Honesty and
มารยาท)ที่ร่วมกันทา มีความเป็นธรรม Transparency) คือ การบริหารที่มีระบบ กติกา
โปรง่ ใส เป็นแนวทางในการจัดระเบียบสงั คม และการดาเนินงานทีเ่ ปดิ เผย ตรงไปตรงมา
ธรรมาภิบาล คอื การมสี ว่ นร่วมของประชาชน 3 . ห ลั ก พั น ธ ะ ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ต่ อ สั ง ค ม
และสังคมอย่างเท่าเทยี มกนั และมีคาตอบ (Accountability) คือ ความรับผิดชอบในบทบาท
พรอ้ มเหตผุ ลท่ีสามารถชีแ้ จงกันได้ ภาระหนา้ ที่
4. หลักกลไกการเมืองที่ชอบธรรม (Political
- องค์การสหประชาชาติ : UN - Legitimacy)เป็นกลไกที่รัฐบาลหรือผู้ที่เข้าร่วม
บรหิ ารประเทศทีม่ ีความชอบธรรม
ความสาคญั ของหลกั ธรรมาภิบาล 5. หลักเกณฑ์ที่ยุติธรรมและชัดเจน (Fair Legal
Framework and Predictability) คือ กรอบของ
-ทาให้เกิดการพัฒนาทีย่ ง่ั ยืน กฎหมายทีย่ ุติธรรมและเป็นธรรมสาหรับกลุ่มคน
-ช่วยลด บรรเทา หรือแก้ปัญหาความขัดแย้ง ต่างๆ ในสังคม
ในองคก์ ร 6. หลักประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efciency
-ชว่ ยให้สงั คมมีความเขม้ แข็งในทุกดา้ น and Effectiveness)คือ การจัดกระบวนการ
-ลดปัญหาการฉอ้ ราษฎร์บังหลวง ทางาน การจัดองค์กร การจดั สรรบุคลากร และ
มีการใช้ทรัพยากรสาธารณะต่างๆ อย่างคุ้มค่า
และเหมาะสม
เปา้ หมายของธรรมาภบิ าล
ตอ้ งการให้เกิดประโยชน์สขุ ของประชาชน เกดิ ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกจิ ของรฐั มีประสทิ ธภิ าพ
และเกิดความคุ้มค่าในเชงิ ภารกจิ รัฐ ไม่มขี ัน้ ตอนการปฏิบตั ิงานเกนิ ความจาเป็น มีการปรับปรุง
ภารกิจของสว่ นราชการใหท้ นั ต่อสถานการณ์ ประชาชนไดร้ ับการอานวยความสะดวกและได้รับ
การตอบสนองความตอ้ งการ มีการประเมนิ ผลการปฏิบตั ริ าชการอย่างสมา่ เสมอ
องคป์ ระกอบของหลกั ธรรมาภบิ าล สรุปขนั้ ตอนการบรหิ ารจดั การทดี่ ี
1. หลกั นติ ิธรรม 1. การจัดตั้งคณะกรรมการ
2. กาหนดนโยบายเกี่ยวกับธรรมาภบิ าล
คือ การตรากฎหมายและกฎข้อบังคับให้ 3. กาหนดทิศทาง นโยบาย เป้าหมายและ
ทนั สมัยและเปน็ ธรรม
ยุทธศาสตร์
2. หลกั คุณธรรม 4. การกากับติดตาม ประเมินผลการ
คือ การยึดมัน่ ในความถูกตอ้ งดีงาม ดาเนนิ งาน
5. การเผยแพรผ่ ลการดาเนินงาน
3. หลกั ความโปร่งใส
ประโยชนก์ ารใชห้ ลกั ธรรมาภบิ าล
คือ การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
ของคนในชาติ 1. เป็นการทางานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
และได้รับผลประโยชน์อย่างทั่วถึงและ
4. หลกั ความรับผิดชอบ เท่าเทียมกัน
คือ การตระหนักในสิทธิหน้าที่ ความ 2. กล้าตัดสนิ ใจกระทาในสง่ิ ที่ถูกต้อง
สานกึ ในความรับผิดชอบตอ่ สังคม 3. ไม่ถูกชี้นาในการตัดสินใจและการ
5. หลกั ความคุม้ คา่ กระทางาน
4. มีความรับผิดชอบ
คื อ ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร แ ล ะ ก า ร ใ ช้ 5. การทางานทีโ่ ปร่งใส
ทรัพยากรทีม่ ีอยา่ งจากัด 6. สรา้ งหลักประกันคุณภาพ
6. หลกั ความมีส่วนร่วม
คือ การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม
รับรู้และเสนอความเห็นในการตัดสิน
ปญั หาสาคัญของประเทศ
ประสิทธิภาพ การมีส่วนรวมของประชาชน
(Efficiency) (Participation)
ความคุ้มค่าของเงิน เปดิ เผยโปรง่ ใส
(Value-for-money) (Transparency)
ประสิทธผิ ล ตอบสนองความตอ้ งการ
(Effectiveness) (Responsiveness)
คุณภาพ (Quality) กระจายอานาจ
ภาระรับผิดชอบ (Decentralization)
(Accountability) นิตธิ รรม (Rule of law)
มาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ
ความหมายและหนา้ ที่ จรรยาบรรณครู 5 ดา้ น
วิชาชีพ คือ ? 1. จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง
วิชาชีพ คือสิ่งที่ผู้ที่ทาหน้าที่หลักทางด้าน ครูต้องมีวินัยในตนเองและต้องมีการ
การเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพและ
ของผูเ้ รียนจะต้องมี วสิ ัยทศั นอ์ ยูเ่ สมอ
มาตรฐานวิชาชีพทางการศกึ ษา 2. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
เป็นข้อกาหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะและ ครูต้องรักและศรัทธา ซ่ือสัตย์สุจริต
คุณภาพทพ่ี งึ ประสงค์ รับผดิ ชอบตอ่ วิชาชีพ
มาตรฐานวชิ าชพี ทางการศกึ ษา 3. จรรยาบรรณตอ่ ผูร้ ับบริการ
1. มาตรฐานความรู้และประสบการณว์ ิชาชีพ ครูตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่สง่ เสริมแก่ศษิ ย์
ข้ อ ก า ห น ด เ กี่ ย ว กั บ ค ว า ม รู้ แ ล ะ โดยต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และ
ประสบการณใ์ นการจัดการเรียนรูห้ รือการ ทักษะ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่
จดั การศกึ ษา กระทาตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญ และ
ใหบ้ ริการดว้ ยความจรงิ ใจและเสมอภาค
2. มาตรฐานการปฏิบัติงาน
ข้อกาหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะและการ 4. จรรยาบรรณตอ่ ผู้รว่ มประกอบวิชาชีพ
แสดงพฤติกรรมการปฏิบัติงานและการ
พัฒนางานของวชิ าชีพครู ค รู พึ ง ช่ ว ย เ ห ลื อ เ กื้ อ กู ล ซ่ึ ง กั น แ ล ะ กั น
ระหวา่ งครูและผู้รว่ มประกอบวชิ าชีพ
3. มาตรฐานการปฏบิ ัตติ น
จรรยาบรรณของวิชาชีพที่กาหนดข้ึนเป็น 5. จรรยาบรรณต่อสงั คม
แบบแผนในการประพฤตปิ ฏิบัตติ น
ครูพึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นาในการ
อนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ
1. จรรณยาบรรณตอ่ ตนเอง 4. จรรณยาบรรณตอ่ ผรู้ ว่ มประกอบวชิ าชพี
สิ่งทีพ่ งึ กระทา ส่งิ ทีไ่ ม่พงึ กระทา สง่ิ ทีพ่ ึงกระทา สิ่งทีไ่ ม่พงึ กระทา
เปน็ แบบอยา่ งทดี่ ี เกี่ยวข้องกับอบายมขุ ลงโทษศษิ ยอ์ ยา่ งไม่
ปฏิบัตติ ามหนา้ ที่ ประพฤติผดิ ทางชู้สาว ใหค้ าปรกึ ษา
ศกึ ษา หาความรู้ ขาดความรับผดิ ชอบ ชว่ ยเหลือศษิ ย์ เหมาะสม
ไม่ใส่ใจหรือไมร่ ับฟัง
2. จรรณยาบรรณตอ่ วชิ าชพี ปกป้องสิทธเิ ด็ก
เยาวชนและ ปญั หาของศษิ ย์
ผู้ด้อยโอกาส
ดูหม่ินเหยยี ดหยาม
ตั้งใจเสยี สละ ศิษย์
สง่ิ ทีพ่ ึงกระทา สง่ิ ที่ไม่พงึ กระทา
แสดงความชนื่ ชม ไมแ่ สดงความ
และศรัทธาในคุณคา่ ภาคภูมิใจในการ 5. จรรณยาบรรณตอ่ สงั คม
ของวิชาชีพ ประกอบวชิ าชีพ สงิ่ ที่พึงกระทา สิ่งที่ไม่พึงกระทา
รักษาชือ่ เสียง ไม่ดูหมน่ิ เหยียดหยาม ยดึ มนั่ สนับสนนุ ไมใ่ ห้ความร่วมมอื
และสง่ เสริมการ หรอื สนับสนนุ
อุทิศตนเพอื่ ไม่ซือ่ สัตยส์ ุจริต ปกครองระบอบ
ความกา้ วหนา้ ประชาธิปไตย กจิ กรรมของชมุ ชนที่
จดั เพือ่ ประโยชนต์ อ่
3. จรรณยาบรรณตอ่ ผรู้ ับบรกิ าร
การศึกษาทัง้
ส่งิ ที่พงึ กระทา สิ่งทีไ่ มพ่ ึงกระทา ทางตรงหรือทางออ้ ม
ลงโทษศษิ ยอ์ ยา่ งไม่
ให้คาปรกึ ษา
ชว่ ยเหลือศษิ ย์ เหมาะสม
ไม่ใส่ใจหรือไมร่ ับฟัง
ปกปอ้ งสทิ ธเิ ดก็
เยาวชนและ ปญั หาของศษิ ย์
ผู้ดอ้ ยโอกาส
ดูหม่นิ เหยยี ดหยาม
ตั้งใจเสียสละ ศิษย์
การพัฒนาวชิ าชีพครู
เสน้ ทางความกา้ วหนา้ ในวชิ าชพี
ประเมนิ ครูชานาญการ ครูชานาญการพิเศษ ครูเชีย่ วชาญ ครูเชีย่ วชาญพเิ ศษ
สอบคดั เลือก ผู้บรหิ ารสถานศึกษา ผู้อานวยการสถานศึกษา
รองผู้อานวยการสถานศึกษา
ครู สอบ/สรรหา ผูบ้ รหิ ารการศึกษา
สอบคดั เลือก ศกึ ษานเิ ทศก์ ผูอ้ านวยการสานักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา
พัฒนาอย่าง โอนย้าย ขา้ ราชการพลเรือนสามญั รองผู้อานวยการสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษา
เข้ม 2 ปี
ประเภททั่วไป
ครูผูช้ ่วย วชิ าการ
อานวยการ
บรหิ าร
โอนย้าย บคุ ลากรทางการศึกษาอ่นื บคุ ลากรทางการศึกษาปฏบิ ัติงานใน สพท.
ตามมาตรา 38 ค.(2) ผูอ้ านวยการกลุ่ม
แนวความคดิ การพฒั นาวชิ าชพี ครู ปญั หาเกยี่ วกบั วชิ าชพี ครู
1. คุณคา่ ของผลผลติ 1. ปญั หาเกี่ยวกับกระบวนการผลติ
2. ก า ร พั ฒ น า ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ข อ ง เนื่องมาจากตัวป้อนเข้าของกระบวนการผลิต
กระบวนการผลติ ครูและคุณลักษณะของบณั ฑติ ครู
3. การพัฒนางานที่เป็นการพัฒนาวิชาชีพ 2. กระบวนการใช้ครู
อยา่ งตอ่ เนือ่ ง การส่งเสริมและสนับสนุนด้านงาบประมาณ
4. ครูทีสามารถพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้ การบารุงขวัญ กาลังใจครุดี การติดตาม
สู ง ข้ึ น อ ย่ า ง ต่ อ เ นื่ อ ง แ ล ะ เ ป็ น ไ ป ต า ม ประเมนิ ผล การปฏบิ ตั ิงาน
มาตรฐาน 3. การบริหารจดั การเพือ่ ให้ผลติ ครูและการใช้
ครูอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ปัญหาความด้อยประสิทธิภาพ การขาดระบบ
การตรวจสอบและการประเมินของผู้บริหาร
นโยบายการปฏริ ูปครขู องสานกั งาน สภาพปัจจุบนั และปญั หาการพฒั นาครู
เลขาธกิ าร สภาการศกึ ษา
ระบบการพัฒนาครูของประเทศยังไม่มี
1. ปฏิรูประบบการผลติ ครู หน่วยงานหลักที่จะทาหน้าทีด่ ูแล
2. สรา้ งแรงจูงใจใหค้ นเรียนดี การพัฒนาครูประจาการยังขาดกลไกใน
3. ขจัดปัญหาการขาดแคลนครูในสาขาวิชา การรวมพลังขับเคลือ่ น
การพัฒนาครูยังขาดการวิเคราะห์สภาพ
หลกั ปญั หา
4. จดั ระบบการศกึ ษา การพัฒนาครูยงั ใช้รูปแบบเดมิ ๆ
5. พัฒนาระบบความกา้ วหน้าของครู การพัฒนาครูส่วนใหญ่เน้นการอบรมตาม
6. ปรบั ปรุงระบบเงนิ เดือน หอ้ งประชุมในโรงแรม
7. แก้ปญั หาหนีส้ นิ ครู ครูยังขาดแรงจูงใจในการศึกษาค้นคว้าหา
8. พัฒนาระบบภมู ิสารสนเทศ ความรูด้ ว้ ยตนเอง
แนวทางการผลติ ครใู นอนาคต การฝกึ อบรมพฒั นาครขู องประเทศทมี่ ี
ระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการศกึ ษาสงู
1. ปจั จัยนาเข้า (Input)
ต้องมีการคัดสรรบุคคลที่เหมาะสมเข้ามา การมีเวลาเรียนรู้ร่วมกันของครูภายใน
เปน็ ครู โรงเรียน
การสร้างสมรรถนะสาหรับการจัดการเรียน
2. กระบวนการ (Process) การสอนในศตวรรษที่ 21 และการเรียนรู้
ร่วมกันของครู
ในการผลิตครู ต้องผลิตครูตามความ การกระจายอานาจการตดั สินใจสู่โรงเรียน
ตอ้ งการของประเทศ ระบบการพัฒนาครูใหม่ (Induction) มี
ระบบการพัฒนาครูท่เี ริม่ เข้าสูว่ ชิ าชีพครู
3. ผลผลิต (Output) การฝึกอบรมระดับเขตพื้นที่การศึกษาและ
คนเป็นครูต้องมีสุขภาพดีทั้งทางกายและ ระดับชาติ (Formal Professional
จิตใจ มีความรู้ ความคิด ความสามารถ Development) มีการลงทุนพัฒนาครู โดย
และความดี จัดฝึกอบรมในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและ
ระดบั ชาติ
นโยบายรฐั บาลดา้ นการผลติ และพฒั นาครู
พัฒนาระบบการผลิตและพัฒนาครูที่มี
คุณภาพและมีจิตวิญญาณความเปน็ ครู เน้น
ครูผู้สอนในมีวุฒติ รงตามวชิ าท่สี อน
การจัดการความรู้ (KM)
“ครทู ่เี ยย่ี มท่สี ดุ คอื ครทู ่ีสามารถสรา้ ง พรี ะมดิ แหง่ การเรยี นรู้
นักเรียนที่ย่งิ ใหญก่ ว่าตนเอง”
-มหาตมะ คานธี-
ความหมายของความรู้ พรี ะมดิ ลาดบั ขนั้ ของความรู้
ส า ร ส น เ ท ศ ที่ ผ่ า น ก ร ะ บ ว น ก า ร คิ ด ปัญญา ความรู้เป็นสินทรัพย์ใช้
เปรียบเทียบเชื่อมโยงกับความรู้อื่นจนเกิด (Wisdom) แล้วไม่มีวันหมด ยิ่งใช้
เป็นความเข้าใจและนาไปใช้ประโยชน์ใน ความรู้ คณุ คา่ ยิ่งเพ่ิม
การสรุปและตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ (Knowledge)
โดยไมจ่ ากัดช่วงเวลา (Hideo Yamazaki) สารสนเทศ
(Information)
คาทสี่ มั พนั ธก์ บั ความรู้
ขอ้ มูล (Data)
ขอ้ มลู
เป็นข้อมูลดิบหรือตัวเลขต่างๆ ที่ยังไม่ผ่าน ความหมายของการจดั การความรู้
การวิเคราะห์
สารสนเทศ กระบวนการในการนาความรู้ที่มีอยู่หรือที่
เป็นข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์แล้ว และ เรียนมา มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ
นาไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจในเรื่อง องค์กรโดยผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น
ตา่ งๆได้ ก า ร ส ร้ า ง ร ว บ ร ว ม แ ล ก เ ป ลี่ ย น
ความรู้ เปรียบเทียบ
เ ป็ น ส า ร ส น เ ท ศ ที่ ผ่ า น ก า ร คิ ด ก า ร
เปรียบเทียบ เชือ่ มโยงกับความรูอ้ ื่น
ความหมายของการจดั การความรู้ องคป์ ระกอบหลกั ของวงจรการจดั การ
ความรู้
องค์กร บรรลเุ ปา้ หมาย
การเปลีย่ นแปลงและพฤติกรรม
การ มีประสทิ ธภิ าพและ
ทางาน ประสิทธิผล -คนในองค์กรอยากเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ
ความรูจ้ นทาใหเ้ กดิ การแลกเปลยี่ นแบง่ ปนั
คน คดิ เปน็ ทาเปน็ และเกิดการเรียนรู้
การสือ่ สาร
KM จะทาให้องคก์ รและคนเก่งขน้ึ
-การสือ่ สารทาใหท้ กุ คนในองคก์ รเขา้ ใจวา่
องคป์ ระกอบสาคญั ของวงจรความรู้ ทาอะไร เพื่ออะไรและทาอย่างไร จนเกิด
ก า ร แ ล ก เ ป ลี่ ย น ค ว า ม รู้ ก ล า ย เ ป็ น
คน วฒั นธรรม
เป็นแหล่งความรู้และเป็นผู้นาความรู้ไปใช้ กระบวนการและเครือ่ งมือ
ประโยชน์ (สาคัญทีส่ ุด)
เทคโนโลยี -กระบวนการหลักๆ ในการจัดการความรู้
เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนค้นหา จัดเก็บ มี 7 กระบวนการ ส่วนนี้เป็นแกนหลักของ
แลกเปลี่ยน นาความรู้ไปใช่ได้ง่ายและ การจัดการความรู้
รวดเร็วข้นึ
ประเภทของความรู้ การฝึกอบรมและการเรียนรู้
ความรู้ในตวั คน (Tacit Knowledge) -เปน็ การให้ความรูเ้ รื่องการจัดการความรู้
กับคนในองค์กรผ่านการสัมมนา การ
อยู่ในตัวแต่ละบคุ คล เกดิ จากประสบการณ์ อบรมแลว้ สอดแทรกความรูเ้ ข้าไป
การเรียนรู้หรือพรสวรรค์ต่างๆ ถ่ายทอด การวดั ผล
ผ่านลายลักษณ์อักษรได้ยาก
-เป็นการวัดผลการดาเนินการตามแผน
ความรูช้ ัดแจง้ (Explicit Knowledge) ผลติ ภณั ฑ์จากการจดั การความรู้
ความรู้ที่เป็นเหตุเป็นผล สามารถรวบรวม การยกย่องชมเชยและให้รางวลั
และถ่านทอดออกมาเปน็ ตาราเขา้ ถึงง่าย
-ยกย่องชมเชย ให้รางวัล เป็นการจูงใจให้
คนในองค์กรหันมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน
มากขึน้
หลกั การสาคญั ของ KM
คือการเปลี่ยนแปลงจากความรู้แบบ Tacit
เป็น Explicit ให้ได้มากทีส่ ุด
กระบวนการจดั การความรู้
ขัน้ ที่ 1 การบง่ ชีค้ วามรู้ (Knowledge
Identification)
ขั้นที่ 2 การสร้างและแสวงหา
ความรู้ (Knowledge Creation
and Acquisition)
ขั้นที่ 3 การจัดการความรู้ให้เป็น
ระบบ(Knowledge Organization)
ขั้นที่ 4 การประมวลและกลั่นกรอง
ความรู้(Knowledge Codification
and Refinement)
ขั้นที่ 5 การเข้าถึงความรู้
(Knowledge access)
ขั้นที่ 6 การแบ่งปันแลกเปลี่ยน
ความรู้ (Knowledge Sharing)
ขั้นที่ 7 การเรียนรู้ (Learning)
ปัจจยั สคู่ วามสาเรจ็
1. ภาวะผู้นาและกลยุทธ์
2. วฒั นธรรมองค์กร
3. เทคโนโลยีสารสนเทศ
4. การวัดผล
5. โครงสรา้ งพื้นฐาน
พระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ 2542
พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ การจดั การศกึ ษาในประเทศไทย
พ.ร.บ.การศกึ ษาแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2542 1. การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
เป็นกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ซึ่ง การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษาตั้งแต่
บุคลากรทุกคนในสถาบันการศึกษาต้อง ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 (รวม
ถือปฏิบัติ ประกอบด้วยหมวดต่าง ๆ มี 12 ป)ี
ทั้งสิ้น 9 หมวด 78 มาตรา 1 บทเฉพาะ
กาล ไดแ้ ก่ 2. การศกึ ษาขั้นอุดมศึกษา
หมวด 1 บททัว่ ไป ( ความมุง่ หมาย) นับตั้งแต่ร ะดับอนุปริ ญญาจนถึ ง
หมวด 2 สิทธิและหน้าทีท่ างการศกึ ษา ปริญญาเอก
หมวด 3 ระบบการศกึ ษา
หมวด 4 แนวการจัดการศกึ ษา การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิ
หมวด 5 การบรหิ ารและการจดั การศึกษา และโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษา
หมวด 6 มาตรฐานและการประกัน ขั้นพืน้ ฐาน ไมน่ อ้ ยกว่า 12 ปี ที่รัฐต้องจัด
คุณภาพการศึกษา ให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บ
หมวด 7 ครู อาจารย์และบคุ ลากรทางการ ค่าใช้จ่าย
ศึกษา
หมวด 8 ทรัพยากรและการลงทุนเพื่อ ความหมายตาม พรบ.การศกึ ษา
การศึกษา
หมวด 9 เทคโนโลยีเพือ่ การศกึ ษา การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
บทเฉพาะกาล ( มาตรา 70 – 78 ) การศึกษาก่อนระดับอดุ มศึกษา
การศกึ ษา หมายถงึ การศกึ ษาตลอดชีวติ
การศึกษาอันเกิดจากการผสมผสาน
กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอก ระหว่างการศึกษาในระบบ นอกระบบ
งามของบุคคลและสงั คม และตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนา
คุณภาพชีวิตได้อยา่ งตอ่ เนือ่ งตลอดชีวติ
ความหมายตาม พรบ.การศกึ ษา ความหมายตาม พรบ.การศกึ ษา
การประกนั คุณภาพภายใน ผู้บริหารสถานศกึ ษา
การประเมินผล และการติดตามตรวจสอบ บุคลากรวิชาชีพ ที่รับผิดชอบการบริหาร
คุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของ สถานศกึ ษา ทั้งรฐั และเอกชน
สถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรใน
สถานศกึ ษา / หนว่ ยงานต้นสงั กัด ผูบ้ ริหารการศกึ ษา
การประกนั คุณภาพภายนอก บุคลากรวิชาชีพ ที่รับผิดชอบการบริหาร
การศึกษา นอกสถานศึกษา ตั้งแต่ระดับ
การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบ เขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาข้ึนไป
คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของ
สถานศึกษาจากภายนอก โดยสานักงาน บุคลากรทางการศกึ ษา
รับรองมาตรฐาน และประเมนิ คุณภาพทาง
การศกึ ษา ( สมศ. ) ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา
และผู้สนับสนุนการศึกษาซ่ึงทาหน้าที่ใน
ผูส้ อน การให้บริการจัดกระบวนการเรียนการ
สอน
ครู และคณาจารย์ในสถานศกึ ษาต่าง ๆ
ครู หมวดที่ 1 ความมงุ่ หมายและหลกั การ
บุคลากรวิชาชีพ ซึ่งที่มีหน้าที่หลักทางด้าน มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไป
การเรียนการสอน และการส่งเสริมการ เพื่อพัฒนาคนไทย ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
เรียนรู้ของผู้เรียน ในสถานศึกษา ทั้งรัฐ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และ
และเอกชน คุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมใน
การดารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้
คณาจารย์ อย่างมีความสุข
มาตรา 8 หลักการจัดการศึกษา มี
บุคลากร ซ่ึงทาหน้าที่หลักทางด้านการ องคป์ ระกอบ ดังนี้
สอน แล ะ ก า รวิจัย ใ น สถาน ศึก ษ า 1.เป็นกา รศึกษาต ลอดชีวิต สาหรับ
ร ะ ดั บ อุ ด ม ศึ ก ษ า ร ะ ดั บ ป ริ ญ ญ า ข อ ง รั ฐ / ประชาชน
เอกชน (ข้อสังเกต ไม่มีคาว่า วิชาชีพ/การ 2.ใหส้ ังคมมีสว่ นรว่ ม ในการจัดการศกึ ษา
เรียน/การส่งเสริม) 3.การพัฒนาสาระ และกระบวนการเรียนรู้
ให้เปน็ ไปอยา่ งตอ่ เนือ่ ง
หมวดที่ 2 สทิ ธิ และหนา้ ทที่ างการศกึ ษา หมวดที่ 3 ระบบการศกึ ษา
มาตรา 10 การจัดการศกึ ษา ตอ้ งจดั ใหบ้ ุคคลมี การจัดการศกึ ษามี 3 รูปแบบ คือ
สทิ ธิ และโอกาสเสมอกนั ในการรับการศึกษา 1. การศึกษาในระบบ เป็นการศกึ ษาที่กาหนด
ขัน้ พืน้ ฐาน ไมน่ อ้ ยกวา่ 12 ปี ทีร่ ฐั ตอ้ งจัดให้ จดุ มุง่ หมายวิธีการศึกษา หลักสูตรระยะเวลา
อยา่ งทว่ั ถึง มีคุณภาพ และไม่เกบ็ ค่าใชจ้ า่ ย ของการศกึ ษา การวัดและประเมนิ ผล ซงึ่ เป็น
การศกึ ษาสาหรับคนพกิ าร รัฐตอ้ งจดั ให้ตั้งแต่ เงือ่ นไขของการสาเรจ็ การศกึ ษาที่แนน่ อน
แรกเกดิ หรอื พบความพกิ าร โดยไมเ่ สียค่าใช้จา่ ย เช่น โรงเรียนและสถาบันการศกึ ษาทัว่ ไป
มีสทิ ธไิ ด้รับสิ่งอานวยความสะดวก สอื่ บริการ 2. การศกึ ษานอกระบบ เปน็ การศกึ ษาที่มีความ
และความชว่ ยเหลือ บคุ คลทีม่ ีความสามารถพิเศษ ยืดหยุ่นในการกาหนดจดุ มุง่ หมาย รูปแบบ
รัฐต้องจัดดว้ ยรูปแบบที่เหมาะสม โดยคานงึ ถงึ วิธีการจดั การศึกษา ระยะเวลาการศึกษา การวัด
ความสามารถของบคุ คล และประเมนิ ผล ซึง่ เป็นเง่ือนไขสาคัญ
มาตรา 13 บดิ ามารดา หรือผูป้ กครอง มีสิทธิ ของการสาเรจ็ การศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตร
ไดร้ ับสิทธปิ ระโยชน์ ( การศกึ ษาตามอัธยาศัย ) จะต้องมีความเหมาะสมและสอดคลอ้ ง
1.การสนับสนุนจากรฐั ใหม้ ีความรูค้ วามสามารถ กับความต้องการของบคุ คล เช่น Home School
ในการอบรมเลีย้ งดแู ละการศึกษาบุตร 3. การศกึ ษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้
2.เงนิ อุดหนุนการจัดการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ผูเ้ รียนเรยี นรไู้ ดด้ ้วยตนเอง ตามความสนใจ
3.การลดหย่อน หรือยกเวน้ ภาษี สาหรับคา่ ใชจ้ า่ ย ศกั ยภาพ ความพรอ้ มและโอกาส
การศึกษา
มาตรา 14 บคุ คล ครอบครัว ชุมชน องคก์ ร หมวดที่ 4 แนวการจดั การศกึ ษา
ชุมชน องคก์ รเอกชน องคก์ รวิชาชีพ สถาบนั
ศาสนา สถานประกอบการและอืน่ ๆ มสี ทิ ธิไดร้ ับ การจัดการศกึ ษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมี
สิทธิประโยชน์ (การศกึ ษาตามอัธยาศัย ) ความสามารถเรียนร้แู ละพัฒนาตนเองได้ โดย
1.การสนับสนุนจากรฐั ใหม้ ีความรู้ ความสามารถ การจัดการศกึ ษาทั้งในระบบ นอกระบบและตาม
ในการอบรมเลี้ยงดู และการศึกษาบุตร อัธยาศยั ต้องเนน้ ความสาคัญท้งั ความรู้ (K)
2.เงินอุดหนุนการจัดการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน คุณธรรม (A) กระบวนการเรยี นรู้ (P)
3.การลดหย่อน หรือยกเวน้ ภาษี สาหรับค่าใชจ้ า่ ย
การศกึ ษา หมวด 5 การบริหารและการจดั การศกึ ษา
การบริหารและการจดั การศึกษาของเอกชนให้มี
ความเป็นอสิ ระ โดยมกี ารกากับติดตามการ
ประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากรฐั
(ซงึ่ มหาวิทยาลัยจะอยูภ่ ายใตก้ ารกากับดแู ลของ
สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
สังกัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร)
หมวด 6 มาตรฐานและการประกนั คณุ ภาพ -ครู ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา ผู้บริหารการศึกษาและ
การศกึ ษา บคุ ลากรทางการศึกษาอนื่ ทั้งของรฐั และเอกชน
ตอ้ งมีใบประกอบวชิ าชีพ ยกเว้น
มาตรา 47 ใหส้ ถาบนั การศึกษามีระบบการประกัน
คุณภาพการศกึ ษาเพอื่ พฒั นาคุณภาพและ 1.บคุ ลากรที่จดั การศกึ ษา ตามอัธยาศยั
มาตรฐานการศกึ ษาทุกระดับ ประกอบด้วย การ 2.ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตการศึกษา
ประกันคุณภาพภายในและระบบการประกัน 3.วทิ ยากรพิเศษทางการศึกษา
คุณภาพภายนอก ให้เปน็ ไปตามที่กาหนดใน 4.คณาจารย์ ผูบ้ ริหารสถานศึกษา ผู้บรหิ าร
กฎกระทรวง
มาตรา 48 และมาตรา 49 ได้ระบใุ ห้สถานศกึ ษาจดั กหามรวศดึกทษี่ า8 ในทรระพั ดยบั าอกุดรมแศลึกะษกาารระลดงับทปนุรญิเพญอื่ า
ใหม้ ีระบบการประกันคุณภาพ และให้ถือวา่ เปน็ การศกึ ษา
สว่ นหน่ึงของกระบวนการบริการการศึกษาท่ตี อ้ ง
ดาเนนิ การอย่างต่อเนอื่ ง มีการจดั ทารายงาน มาตรา 59 บรรดาอสังหารมิ ทรพั ยข์ องสถานศกึ ษา
ประจาปีเสนอตอ่ หนว่ ยงานต้นสังกัด หน่วยงานท่ี ของรัฐ ทีเ่ ปน็ นติ บิ คุ คลไดม้ า โดยมีผู้อุทิศให้หรือซื้อ
เกีย่ วขอ้ ง และเปดิ เผยตอ่ สาธารณชน เพอื่ นาไปสู่ แลกเปลี่ยนจากรายไดข้ องสถานศึกษาไมถ่ ือเป็นที่
การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศกึ ษา และเพื่อ ราชพัสดุใหเ้ ป็นกรรมสิทธขิ์ องสถานศึกษา(ขอ้ สอบ)
รองรับการประกันคุณภาพภายนอก โดยมี บรรดารายได้ และผลประโยชนต์ ่าง ๆ ไมเ่ ปน็
สานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ
การศกึ ษา (สมศ.) เป็นผู้ประเมนิ และพัฒนาเกณฑ์ รายไดท้ ่ตี ้องนาสง่ กระทรวงการคลัง ใหจ้ ัดสรร
เปน็ คา่ ใชจ้ ่ายในการจดั การศึกษาได้
หมวดที่ 7 ครู คณาจารย์ และบคุ ลากร
ทางการศกึ ษา หมวดที่ 9 เทคโนโลยี เพอื่ การศกึ ษา
มาตรา 53 ให้มีองคก์ รวชิ าชีพครู ผูบ้ รหิ าร มาตรา 63 รัฐตอ้ งจัดคลนื่ ความถี่ สอื่ ตัวนา
สถานศึกษา และผูบ้ รหิ ารการศกึ ษา มีฐานะเปน็ โครงสร้างพนื้ ฐานอืน่ ที่จาเป็นตอ่ การสง่
องคก์ รอสิ ระ ภายใตก้ ารบรหิ ารของสภาวิชาชีพ มี วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ เพอื่ ใชป้ ระโยชนส์ าหรบั
อานาจ ( ทาให้เกดิ พ.ร.บ.สภาครู ฯ ) การศึกษา
-กาหนดมาตรฐานวชิ าชีพ / ออก และเพกิ ถอน มาตรา 64 รัฐส่งเสริม และสนับสนุนการผลิต และ
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กากับดูแลการปฏบิ ตั ิ พัฒนาแบบเรียน โดนเปิดใหม้ ีการแข่งขนั โดยเสรี
ตามมาตรฐาน และจรรยาบรรณของวชิ าชีพ / อยา่ งเป็นธรรม
พัฒนาวชิ าชีพ
พระราชบัญญัตริ ะเบียบข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศกึ ษา 2547
พรบ.ระเบยี บขา้ ราชการครู บคุ ลากร 2547 หมวดที่ 2 บททวั่ ไป
เกิดจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ระบบคุณธรรม ความเสมอภาคระหว่างบุคคล
พ.ศ.2547 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 (ฉบับที่ 3) หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good
พ.ศ2553 ประกอบดว้ ยหมวดต่าง ๆ มีทั้งส้ิน 9 governance) มี 6 หลกั
หมวด 140 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
1.หลักนิตธิ รรม 4. หลักความรับผิดชอบ
หมวดที่ 1 คณะการบรหิ ารงานบคุ คลของ 2.หลักคุณธรรม 5. หลักการมีสว่ นร่วม
ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากร 3.ความโปรง่ ใส 6. หลักความคุม้ ค่า
1. คณะกรรมการข้าราชการครูและ มาตรา 30 คุณลักษณะต้องห้ามผู้ซ่ึงจะเข้ารับ
บุคลากรทางการศึกษา โดยเรียกย่อ ราชการเป็นข้าราชการครู จานวน 13 ขอ้
ว่า “ก.ค.ศ”
1. มีสัญชาตไิ ทย (ไม่เกีย่ วกับเชื้อชาติ)
2. คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและ 2. มีอายุไม่ต่ากว่า 18 ปีบริบูรณ์ (สาหรับ
บคุ ลากรทางการศกึ ษาประจาเขตพนื้ ที่
การศึกษาประถมศึกษา โดยย่อว่า ข้าราชการครูตอ้ งไมต่ ่ากว่า 20 ปีบรบิ ูรณ)์
อ .ก .ค .ศ เ ข ต พื้ น ที่ ก า ร ศึ ก ษ า 3. เ ป็ น ผู้ เ ลื่ อ ม ใ ส ใ น ก า ร ป ก ค ร อ ง ร ะ บ อ บ
ประถมศึกษา 10 คน ซ่ึงถูกยกเลิกโดย
คสช. ประชาธปิ ไตย
4. ไม่เปน็ ผู้ดารงตาแหนง่ ทางการเมือง
3. คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและ 5. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือไม่เป็นโรค
บคุ ลากรทางการศึกษาประจาเขตพนื้ ที่
การศึกษามัธยมศึกษา โดยย่อว่า ตามท่กี าหนดใน ก.ค.ศ
อ .ก .ค .ศ . เ ข ต พื้ น ที่ ก า ร ศึ ก ษ า 6. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ
มัธยมศึกษา 10 คน ซ่ึงถูกยกเลิกโดย 7. ไมเ่ ป็นผู้บกพร่องในศลี ธรรม
คสช. 8. ไม่เป็นกรรมการบริหารพักการเมือง
9. ไมเ่ ป็นบคุ คลลม้ ละลาย
โรคตามกาหนดใน ก.ค.ศ คอื โรคเรือ้ น 10.ไมเ่ ปน็ ผูเ้ คยถูกต้องโทษจาคุก
โรคเท้าช้าง วัณโรค โรคติดยาเสพตดิ 11. ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออกจากองค์กรต่างๆ
โรคพิษสุราเรือ่ รัง
และรฐั วสิ าหกจิ
12.ไมเ่ ปน็ ผูเ้ คยถูกลงโทษให้ออกทางวินัย
13.ไมเ่ ปน็ ผูท้ ุจริตในการสอบเขา้ รับราชการ
หมวดที่ 3 การกาหนดตาแหนง่ วทิ ยฐานะ ตาแหนง่ วทิ ยฐานะ
ตาแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการ 1. ตาแหนง่ ครูมีวทิ ยฐานะดังต่อไปนี้
ศกึ ษามี 3 ประเภท คือ ครูชานาญการ
ครูชานาญการพเิ ศษ
1. ตาแหน่งซ่ึงมีหนา้ ทเี่ ปน็ ผูส้ อนใน ครูเชีย่ วชาญ
หนว่ ยงานการศกึ ษา ครูเชีย่ วชาญพเิ ศษ
ครูผูช้ ว่ ย ครู 2. ตาแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา
อาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองผูอ้ านวยการชานาญการ
รองศาสตราจารย์ รองผูอ้ านวยการชานาญการพิเศษ
ศาสตราจารย์ รองผูอ้ านวยการเชีย่ วชาญ
ผู้อานวยการชานาญการ
2. ตาแหนง่ ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษาและ ผูอ้ านวยการชานาญการพเิ ศษ
ผูบ้ ริหารการศกึ ษา ผูอ้ านวยการเชี่ยวชาญ
ผูอ้ านวยการเชีย่ วชาญพเิ ศษ
- รองผู้อานวยการสถานศกึ ษา
- ผูอ้ านวยการสถานศึกษา 3. ตาแหนง่ ผู้บริหารการศกึ ษา
- รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่ รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้น ที่
การศกึ ษา
- ผูอ้ านวยการสานักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา การศกึ ษาชานาญการพิเศษ
- ตาแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่ ก.ค.ศ. รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้น ที่
กาหนด
การศึกษาเชี่ยวชาญ
3. ตาแหน่งบุคลากรทางการศกึ ษาอนื่ ผู้ อ า น ว ย ก า ร ส า นั ก ง า น เ ข ต พื้ น ที่
- ศึกษานเิ ทศก์ การศกึ ษาเชีย่ วชาญ
- ตาแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่ ก.ค.ศ. ผู้ อ า น ว ย ก า ร ส า นั ก ง า น เ ข ต พื้ น ที่
กาหนด
การศกึ ษาเชีย่ วชาญพเิ ศษ
4. ตาแหน่งศึกษานเิ ทศก์
ศึกษานเิ ทศก์ชานาญการ
ศึกษานิเทศก์ชานาญการพเิ ศษ
ศกึ ษานิเทศก์เชีย่ วชาญ
ศึกษานิเทศกเ์ ชีย่ วชาญพิเศษ
5. ตาแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่ ก.ค.ศ.
กาหนดใหม้ ีวิทยฐานะ
หมวดที่ 4 การบรรจแุ ละแตง่ ตงั้ วนิ ัยทีพ่ งึ ปฏิบัติ
(1) ต้องสนับสนนุ การปกครองในระบอบ
ผูม้ ีอานาจส่งั บรรจุและแตง่ ตัง้ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
1. ตาแหน่งที่มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ คือ ดว้ ยความบริสุทธ์ิใจและมีหน้าทีว่ างรากฐานใหเ้ กิด
ระบอบการปกครองเชน่ วา่ นั้น
ค รู เ ชี่ ย ว ช า ญ พิ เ ศ ษ ผู้ อ า น ว ย ก า ร (2) ตอ้ งปฏบิ ัติหน้าทีร่ าชการด้วยความซื่อสัตย์
สถานศึกษา ผู้อานวยการสานักงานเขต สุจรติ เสมอภาค และเที่ยงธรรม มีความวริ ยิ ะ
พื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ อุตสาหะขยันหมัน่ เพียรดูแลเอาใจใส่รักษา
พเิ ศษ ประโยชนข์ องทางราชการและตอ้ งปฏบิ ัตติ นตาม
2. ตาแหน่งรองผู้อานวยการสานักงานเขต มาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพอยา่ งเคร่งครัด
พื้นที่การศึกษา ชานาญการพิเศษ / (3) ตอ้ งปฏบิ ัติหน้าทีร่ าชการใหเ้ ปน็ ไปตาม
เชี่ยวชาญ กฎหมายระเบยี บแบบแผนของทางราชการไมใ่ ห้
3. ตาแหน่งผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่ เกดิ ความเสียหายแก่ทางราชการ
การศึกษา/เชี่ยวชาญ/เชีย่ วชาญพเิ ศษ (4) ตอ้ งปฏบิ ัติตามคาสัง่ ของผูบ้ งั คับบญั ชาซงึ่ สั่ง
ในหน้าทีร่ าชการโดยชอบด้วยกฎหมายแลระเบียบ
หมวดที่ 5 การเสรมิ สรา้ งประสทิ ธภิ าพใน ของทางราชการโดยไมข่ ัดขืนหรือหลีกเลีย่ ง
การปฏบิ ตั ริ าชการ (5) ตอ้ งตรงตอ่ เวลาอุทศิ เวลาของตนให้แกท่ าง
การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติ ราชการและผู้เรียน จะละทงิ้ หรือทอดทิ้งหน้าที่
ราชการซึ่งผู้นั้นมีความชอบสมควรได้รับ ราชการโดยไม่มีเหตุผลอนั สมควรมไิ ด้
บาเหน็จความชอบซึ่งอาจเป็น บันทึกคา (6) ตอ้ งประพฤติเป็นแบบอยา่ งทีด่ ีแก่ผู้เรียน
ชมเชย รางวัล เครื่องเชิดชูเกียรติ หรือการ ชุมชน สังคม มีความสุภาพเรียบรอ้ ยรักษาความ
เลื่อนขั้นเงินเดือน โดยการเลื่อนขั้นเงินเดือน สามัคคีชว่ ยเหลอื เกอื้ กลู ตอ่ ผูเ้ รียนและระหวา่ ง
ให้เลื่อนเงนิ เดือนปลี ะ 2 ครัง้ ขา้ ราชการด้วยกัน ให้ความสะดวกใหค้ วามเปน็
ธรรมแกผ่ ู้เรียนและประชาชนผู้มาติดตอ่ ราชการ
ครัง้ ที่ 1 สาหรับการปฏิบตั ิราชการคร่งึ ปีแรก (7) ตอ้ งไมก่ ลั่นแกล้งกล่าวหาหรอื ร้องเรียนผูอ้ นื่
ครัง้ ที่ 2 สาหรับการปฏิบตั ริ าชการคร่ึงปีหลัง โดยปราศจากความเป็นจรงิ
(8) ต้องไมก่ ระทาการหรือยอมให้ผอู้ ืน่ กระทาการ
หมวดที่ 6 วนิ ยั และการรกั ษาวนิ ยั หาประโยชนอ์ ันอาจทาใหเ้ สือ่ มเสียความเที่ยง
ธรรมหรือเสอื่ มเสียเกียรตศิ กั ด์ิในตาแหน่งหนา้ ที่
คาจากัดความทีส่ าคัญ ราชการของตน
1.ความผิดลหุโทษ: โทษจาคุกไม่เกิน 1 เดือน (9) ต้องไม่คัดลอกหรอื ลอกเลียนผลงานทาง
ปรบั ไม่เกิน 1000 บาท หรือทั้งจาทัง้ ปรบั วิชาการของผอู้ ื่นโดยมิชอบ
2.ทอดทิ้งหนา้ ทีร่ าชการ
3.กลั่นแกล้ง: ดูหมิน่ ,เหยียดหยาม,กดขี่,ข่มเหง
(10) ตอ้ งไมเ่ ปน็ กรรมการผู้จดั การ หรือผูจ้ ดั การ (7) คัดลอกหรอื ลอกเลียนผลงานทางวชิ าการ
หรือดารงตาแหน่งอืน่ ใดทีม่ ีลักษณะงานคล้ายคลงึ ของผอู้ ื่นโดยมิชอบ
กันนนั้ ในหางหุ้นสว่ นหรือบริษัท (8) เข้าไปเกีย่ วขอ้ งกับการดาเนนิ การใด ๆ อนั มี
(11) ตอ้ งวางตนเปน็ กลางทางการเมืองในการ ลักษณะเป็นการทุจริตโดยการซื้อสิทธหิ รือขาย
ปฏิบตั หิ นา้ ที่ เสียงในการเลือกตัง้ สมาชกิ รัฐสภา สมาชกิ สภา
(12) ต้องรกั ษาชือ่ เสียงของตนและรกั ษาเกียรติ ทอ้ งถน่ิ ผูบ้ รหิ ารทอ้ งถ่นิ หรือการเลอื กตง้ั อื่น
ศกั ด์ิของตาแหน่งหนา้ ที่ราชการของตนมใิ ห้เสื่อม (9) การกระทาความผิดอาญาจนไดร้ บั โทษ
เสีย จาคุก หรอื โทษท่หี นกั กวา่ จาคุกโดยคา
พิพากษาถงึ ที่สุดใหจ้ าคุก หรือให้รับโทษที่หนกัก
สงิ่ ทถ่ี ือว่าผิดวินยั รา้ ยแรง วา่ จาคุกเว้นแต่เป็นโทษสา หรับความผดิ ทีไ่ ด้
(1) การปฏบิ ตั ิหรือละเว้นการปฏบิ ตั หิ น้าที่ กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ราชการโดยมชิ อบ เพือ่ ให้ตนเองหรอื ผอู้ ื่นไดร้ ับ (10) เสพยาเสพติดหรือสนบั สนุนใหผ้ ูอ้ นื่ เสพยา
ประโยชน์ที่มคิ วรได้ เสพตดิ เล่นการพนนั เปน็ อาจณิ หรอื กระทาการ
(2) การปฏบิ ตั ิหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏบิ ตั ิ ลว่ งละเมดิ ทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศกึ ษา
ตามกฎหมายระเบียบแบบแผนของทางราชการ
และหน่วยงานการศึกษา ประมาทเลนิ เลอ่ หรือ โทษทางวนิ ัย
ขาดการเอาใจใส่ระมดั ระวังรักษาประโยชนข์ อง
ทางราชการ (1) ภาคทณั ฑ์
(3) การขัดคาสัง่ หรือหลีกเลีย่ งไมป่ ฏบิ ตั ิตามคาสั่ง (2) ตัดเงนิ เดือน
ของผูบ้ งั คับบญั ชา ซึง่ สั่งในหน้าทีร่ าชการโดย (3) ลดเงนิ เดือน
ชอบด้วยกฎหมายและระเบยี บของทางราชการ (4) ปลดออก
อันเป็นเหตุให้เสียหายแกร่ าชการอย่างรา้ ยแรง (5) ไลอ่ อก
(4) ละทิง้ หน้าทีห่ รือทอดทง้ิ หน้าทร่ี าชการโดยไม่
มีเหตผุ ลอันสมควรเปน็ เหตุใหเ้ สียหายแก่ราชการ หมวดที่ 7 การดาเนนิ การทางวนิ ยั
อยา่ งรา้ ยแรง หรือการละท้ิงหน้าทีร่ าชการติดต่อ
ในคราวเดียวกัน เปน็ เวลาเกนิ กว่า 15 วนั 1.ต้งั คณะกรรมการสอบสวน
(5) การกลั่นแกลง้ ดหู มน่ิ เหยียดหยาม กดขหี่ รอื 2.เมื่อได้ดาเนินการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ผู้ถูก
ข่มเหงผู้เรยี น หรอื ประชาชนผู้มาตดิ ต่อราชการ กล่าวหามไิ ดก้ ระทาผดิ วนิ ัยให้สัง่ ยุติเรื่อง
อยา่ งร้ายแรง 3.ถ้าได้ฟังว่ากระทาผิดวินัยไม่ร้ายแรง ให้สั่งลงโทษ
(6) กระทาโดยมีความมุง่ หมายจะให้เปน็ การซือ้ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงนิ เดอื น
ขาย หรือใหไ้ ด้รับแตง่ ต้งั ให้ดารงตาแหน่งหรอื 4.กรณีที่ทาผิดวินัยร้ายแรงต้องลงโทษโดยปลดออก
วิทยฐานะใดโดยไมช่ อบด้วยกฎหมาย ไล่ออก
5.ถ้ามีเหตุผลอันควรลดหย่อยอาจถูกตดั เงินเดอื น
6.กรณีทาผิดวินัยเล็กน้อยให้ทาเป็นหนังสือว่ากล่าว
ตกั เตือน
หมวดที่ 8 การออกราชการ
ข้าราชการครูจะออกจากราชการเมื่อ
1. ตาย
2. พ้นจากราชการตามกฎหมาย
3. ลาออกจากราชการ
4. ถูกสัง่ ใหอ้ อก
5. ไลอ่ อก
6. ถูกเพกิ ถอนใบประกอบวชิ าชีพ
ขา้ ราชการครูผูใ้ ดประสงคจ์ ะลาออกจากราชการ
ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชา จะยับย้ัง
การอนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกิน 90 วัน
นับต้งั แตว่ ันขอลาออก
หมวดที่ 9 การอทุ ธรณแ์ ละการรอ้ งทกุ ข์
- การอุทธรณ์ (กรณีถูกลงโทษทางวินัย 5 สถาน
เท่านัน้ ซึง่ จะต่างกับการรอ้ งทกุ ข์)
1. โทษภาคทัณฑ์ ตัดเงนิ เดือน ลดเงินเดือน (กรณี
ไม่ร้ายแรง) ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ เขต
พื้นที่การศึกษาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับ
แจง้ คาสัง่
2. โทษปลดออก ไล่ออก (กรณีรา้ ยแรง) ให้มีสิทธ์ิ
อุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วันและให้ ก.ค.ศ
พจิ ารณาให้เสรจ็ ภายใน 90 วัน
- การรอ้ งทุกข์ กรณีที่
1. ไม่ได้รับความเป็นธรรม ใหร้ ้องทุกข์ตอ่ อ.ก.ค.ศ
เขตพืน้ ที่การศกึ ษาภายใน 30
2. ถูกสั่งให้ออกจากราชการ ใหร้ อ้ งทุกข์ต่อก.ค.ศ.
ภายใน 30 วัน นับแตว่ ันที่ไดร้ ับแจ้งคาสั่ง
พระราชบัญญัติเงินเดือน เงนิ วทิ ยฐานะ และเงินประจาตาแหนง่
ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะและ บญั ชเี งนิ เดอื นขนั้ ตา่ ขนั้ สงู ของขา้ ราชการครแู ละ
เ งิ น ป ร ะ จ า ต า แ ห น่ ง ข้ า ร า ช ก า ร ค รู แ ล ะ บคุ ลากรทางการศึกษาทมี่ ใี บอนญุ าตประกอบวชิ าชพี
บคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2554 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 บาท บาท บาท บาท บาท บาท
ขั้นสูง 24,750 34,310 41,620 58,390 69,040 76,800
เกิดจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ขั้นตา่ 15,050 15,440 16,190 19,860 24,400 29,980
พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพมิ่ เติมมาตรา 55 อันดับ ครูผู้ชว่ ย คศ.๑ คศ.๒ คศ.๓ คศ.๔ คศ.๕
ความหมายตาม พรบ.เงนิ เดอื น บญั ชอี ตั ราเงนิ วทิ ยฐานะสาหรบั ตาแหนง่ ครทู มี่ ี
ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี
เงินวทิ ยฐานะ
วทิ ยฐานะ อตั รา (บาท/เดอื น)
เงินวิทยฐานะ ตามกฎหมายว่าด้วย ครูเชีย่ วชาญพิเศษ 15,600
เงินเดือน เงินวิทยฐานะและตาแหน่ง 13,000
ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ครูเชีย่ วชาญ 9,900
ครูชานาญการพเิ ศษ 5,600
เงนิ ประจาตาแหนง่ ครูชานาญการ
3,500
เงินประจาตาแหน่งซ่ึงนามาใช้บังคับแก่
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา บญั ชอี ตั ราเงนิ วทิ ยฐานะสาหรบั ตาแหนง่ ศกึ ษานเิ ทศกท์ ี่
สาหรับตาแหน่งที่สภาครูและบุคลากร มใี บอนญุ าตประกอบวชิ าชพี
ทางการศึกษามิได้กาหนดให้เป็นตาแหน่ง
ที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพโดย วทิ ยฐานะ อตั รา (บาท/เดอื น)
อนุโลม ศกึ ษานเิ ทศกเ์ ชีย่ วชาญพเิ ศษ 15,600
สงั กัด 13,000
ศึกษานิเทศกเ์ ชีย่ วชาญ 9,900
ส่วนราชการ สานักงานพื้นที่การศึกษา
หรือหน่วยงานการศึกษาที่เบิกจ่ายวิทย ศึกษานิเทศกช์ านาญการพิเศษ 5,600
ฐานะหรือเงินประจาตาแหน่งข้าราชการ
ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ศึกษานิเทศก์ชานาญการ 3,500
บญั ชอี ตั ราเงนิ วทิ ยฐานะสาหรบั ตาแหนง่ ผบู้ รหิ าร สานักงานคณะกรรมการข้าราชการครู
สถานศกึ ษาทมี่ ใี บอนญุ าตประกอบวชิ าชพี และบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติ
กาหนดอัตราเงินเดือนเพื่อบรรจุแต่งตั้ง
วทิ ยฐานะ อตั รา (บาท/เดอื น) บุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู
ผู้อานวยการเชยี่ วชาญพิเศษ 15,600 และบุคลากรทางการศึกษา ตาแหน่งครู
13,000 ผู้ช่วยตามคุณวุฒกิ ารศึกษาดังนี้
ผูอ้ านวยการเชยี่ วชาญ 9,900
ผู้อานวยการชานาญการพิเศษ 5,600 1. คุณวุฒิปริญญาเอก อัตราเงินเดือนแรก
ผู้อานวยการชานาญการ 3,500 บรรจุ 21,150 บาท
รองผ้อู านวยการเชยี่ วชาญ 9,900
รองผู้อานวยการชานาญการพเิ ศษ 5,600 2. คุณวุฒิปริญญาโท อัตราเงินเดือนแรกบรรจุ
รองผอู้ านวยการชานาญการ 3,500 17,690 บาท
บญั ชอี ตั ราเงนิ วทิ ยฐานะสาหรบั ตาแหนง่ ผบู้ รหิ าร 3. คุณวุฒิปริญญาตรี หลักสูตร 5 ปี อัตรา
การศกึ ษาทมี่ ใี บอนญุ าตประกอบวชิ าชพี เงินเดือนแรกบรรจุ 15,800 บาท (คณะครุ
ศาสตร/์ ศึกษาศาสตร/์ การศกึ ษา)
วทิ ยฐานะ อตั รา (บาท/
เดอื น)
ผูอ้ านวยการเขตพนื้ ที่การศกึ ษาเชี่ยวชาญ 15,600
พิเศษ 13,000
ผูอ้ านวยการสานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษา 9,900
เชี่ยวชาญ
รองผ้อู านวยการสานักงานเขตพนื้ ที่ 9,900
การศกึ ษาเชีย่ วชาญ
รองผ้อู านวยการสานักงานเขตพนื้ ที่ 5,600
การศกึ ษาชานาญการพิเศษ
บญั ชอี ตั ราเงนิ วทิ ยฐานะสาหรบั ตาแหนง่ ทเี่ รียกชอื่ อยา่ ง
อนื่ ตามที่ ก.ค.ศ. กาหนด
ตาแหนง่ ทมี่ วี ทิ ยฐานะ อตั รา (บาท/เดอื น)
เชีย่ วชาญพิเศษ 15,600
13,000
เชี่ยวชาญ 9,900
ชานาญการพเิ ศษ 5,600
ชานาญการ 3,500
ผ้จู ัดทำ
นายปัณณวฒั น์ เพียรวทิ ูร รหัสนสิ ติ 60204136
นายพงศธร มารวชิ ัย รหัสนสิ ติ 60204147
นางสาวพราวพศิ ุทธ์ิ อิวชาวนา รหัสนิสิต 60204170
นางสาวอริศรา พะชะ รหัสนสิ ติ 60204417
นางสาวอังคณา รืน่ รส รหัสนสิ ิต 60205834
นางสาวมณฑติ า ดีรัตน์ รหัสนสิ ิต 60206644
วทิ ยาลัยการศกึ ษา แขนงวิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยพะเยา
ABOUT US