แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย รหสั ท๑๖๑๐๑
ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ (ภาษาพาท)ี
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๔ เรอื่ งกทลตี านี
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
ของ
นายธัชพงศพ์ ัชร์ พันธุ์แก้ว ตาแหนง่ ครูชานาญการ
โรงเรยี น บา้ นแมต่ ะละเหนือ
อาเภอ กัลยาณิวฒั นา จงั หวดั เชียงใหม่
สานกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเชยี งใหม่ เขต ๖
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๑
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖
หนวยการเรียนรูที่ ๔ เรือ่ ง กทลีตานี เวลา ๑๓ ชั่วโมง
เรื่อง อาน เขียน คาํ ควรรคู คู วามหมาย เวลา ๑ ช่วั โมง
.....................................................................................
สาระสําคัญ
การอา น และการเขยี นคําควรรูค ูความหมาย จะชวยใหการอานเร่ืองราวในบทเรียนเขาใจไดงาย และ
สามารถพัฒนาทกั ษะทางภาษาไดด ี
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรแู ละความคดิ เพ่ือนําไปตดั สินใจแกปญหาในการดําเนินชีวิตและ
มนี ิสยั รกั การอาน
ตัวชวี้ ัด
ป.๖/๒ อธิบายความหมายของคํา ประโยคและขอ ความทเี่ ปน โวหาร
จุดประสงค
๑. นักเรยี นอา นคาํ ศพั ทยากไดถกู ตอง
๒. นักเรียนบอกความหมายของคําในบทเรียนได
๓. นกั เรียนใชค าํ ไดถกู ตองตามบรบิ ท
สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต
คุณลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยูอ ยางพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
- ความหมายของคํา
- การใชคาํ
กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. ครูใชบัตรคาํ ชูใหนักเรียนดูและฝกอานเพ่ืออธิบายความหมายของคําวา “กทลี กลวยตานี กาบ
เจากรรมนายเวร โจงกระเบน เชงิ ตะกอน แทงหยวก น้าํ มนต บิณฑบาต สะพายเฉียง สําทับ หมอผี หริ่ง
ฯลฯ” ใหนักเรยี นแตละกลุม ชว ยกนั อธิบายความหมายของคําเหลา น้ี
๒. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ไปสบื คนขอมลู และหารปู ภาพที่ตรงกับคําและคนหาความหมายของคําเหลาน้ี
เปนการบา น นาํ มาเฉลยกันในชั่วโมงตอไป
๓. นกั เรยี นทาํ แบบฝกทักษะ เรื่อง เขียนความหมายของคําที่กําหนดให จากคําท่ีกําหนดให จากน้ัน
นาํ สงครู ครเู ฉลยและตรวจสอบความถูกตอ ง
๔. นกั เรยี นทําแบบฝกหัด รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชีวิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปที่
๖ บอกความหมาย อธบิ ายและฝกใชค ํา หนา ๓๔ จากนัน้ นําสงครู ครเู ฉลยและตรวจสอบความถูกตอง ครูเนน
ใหนกั เรยี นมคี วามขยนั หมัน่ เพียร ซือ่ สัตย และตรงตอ เวลา
๕. นักเรยี นทําแบบฝกทักษะรายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชวี ิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาป
ที่ ๖ เขียนคาํ อา นและนําคาํ มาแตง ประโยค เสรจ็ แลว นําสงครูตรวจสอบความถูกตองและอานประโยคที่ตนเอง
แตง ใหเ พื่อนฟง เพื่อนๆ ชว ยกันวิเคราะหความถกู ตอง
สอื่ / แหลง เรียนรู
๑. บตั รคํา
๒. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๖
๓. แบบฝกหัด รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ ทกั ษะภาษา ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๖
การวัดผลและประเมินผล
๑) วธิ ปี ระเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒) เครอ่ื งมือประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- ทาํ แบบฝกหดั
๓) เกณฑก ารประเมิน
- นกั เรียนผา นเกณฑการสังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผานเกณฑก ารทําแบบฝกหัด รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ ๒
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๖
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๔ เรอ่ื ง กทลตี านี เวลา ๑๓ ช่ัวโมง
เรอื่ ง การอา นออกเสียง เวลา ๑ ชั่วโมง
.....................................................................................
สาระสําคัญ
การอา นออกเสียง เปน การอานใหผูอ่ืนฟง ฉะนั้นผูอานจะตองแบงวรรคตอน เนนเสียงหนักเบา และ
ออกเสยี งใหถ ูกตอ งชดั เจน จึงจะส่อื ความหมายไดอ ยางมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรางความรูแ ละความคิดเพ่อื นําไปตัดสนิ ใจแกปญหาในการดําเนินชีวิตและ
มนี ิสัยรักการอาน
ตัวชวี้ ัด
ป.๖/๑ อานออกเสยี งบทรอยแกวและบทรอ ยกรองได
จดุ ประสงค
๑. นกั เรยี นอานออกเสยี งเน้อื หาในบทเรยี นได
๒. นกั เรียนจับใจความเรื่องท่อี านได
๓. นักเรยี นตอบคําถามเรอ่ื งทอ่ี า นได
สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ิต
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มีวินยั
๕. อยูอยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- การอา นออกเสียง
- การจบั ใจความสําคญั
- การตอบคําถาม
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ครูใหนกั เรยี นชวยกนั บอกหลักเกณฑก ารอา นออกเสียงที่ดี เชน อานคลอง อานถูกตอง ชัดเจน เวน
วรรคตอนถูกตอ ง ใชน ํ้าเสยี งสอดคลองกบั อารมณของตัวละคร เปน ตน
๒. ครสู าธติ การอานท่ดี ีใหนกั เรยี นฟง หรือใหนักเรียนฟงจากเครอื่ งบันทึกเสียงก็ได เพื่อเปนแนวทางใน
การอา นของนักเรยี น
๓. นักเรียนอานเน้ือหาในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ช้ัน
ประถมศกึ ษาปที่ ๖ หนา ๕๒ – ๕๘ โดยอา นตอ กนั คนละ ๑ ยอ หนา แลวรวมกันสนทนาถงึ เนื้อหาวา ใคร ทํา
อะไร ทีไ่ หน ผลเปน อยา งไร แลวชวยกนั เลา เรอ่ื งตอเนือ่ งจนจบ โดยครูชว ยเพิ่มเติมสวนทีบ่ กพรอ ง
๔. นกั เรยี นชว ยกนั สรปุ ความรู เรอ่ื งการอานออกเสียงและการตอบคาํ ถาม และขอคดิ ทีไ่ ดจากบทอาน
๕. นักเรียนทําแบบฝก หัด รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชีวิต ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษาป
ที่ ๖ หนา ๒๙ – ๓๐ ขอ ๑ – ๔ เสร็จแลว นาํ สง ครูเพ่ือตรวจสอบความถกู ตอ ง
ส่ือ / แหลง เรยี นรู
๑. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
๒. แบบฝกหัด รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖
การวดั ผลและประเมินผล
๑) วธิ ีประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกหัด
๒) เคร่อื งมอื ประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- ทําแบบฝกหดั
๓) เกณฑการประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑการสงั เกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารทําแบบฝก หัด รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๓
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๔ เร่อื ง กทลีตานี เวลา ๑๓ ช่วั โมง
เร่ือง การอานคดิ วิเคราะห เวลา ๑ ช่วั โมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
การวิเคราะหเ รอ่ื ง เปนการพจิ ารณาสวนตางๆ ของเร่ือง เชน ขอเท็จจริงและขอคิดเห็น สวนดีและสวน
บกพรองของเน้ือเร่ือง จดุ ประสงคข องผูแตง ความเหมาะสมในการใชค ํา ประโยค ขอความ ฯลฯ สรุปขอคิดท่ีได
จากเรื่อง สามารถนาํ ความรทู ่ไี ดรบั ไปใชประโยชนใ นชีวติ ประจาํ วนั
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรา งความรแู ละความคิดเพ่ือนําไปตดั สนิ ใจแกปญหาในการดําเนินชีวิตและ
มีนิสัยรกั การอาน
ตวั ชี้วดั
ป.๖/๔ แยกขอเทจ็ จริงและขอคดิ เหน็ จากเรอื่ งท่อี าน
จดุ ประสงค
๑. นกั เรียนตั้งคําถาม – ตอบคาํ ถามเร่ืองทอ่ี า นได
๒. นักเรยี นแยกขอ เทจ็ จริงและขอ คิดเห็นจากเร่ืองท่ีอานได
๓. นกั เรยี นสรปุ ขอคิดทไ่ี ดจ ากการอา นได
สมรรถนะสําคัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- การตัง้ คําถามและตอบคําถาม
- การแยกขอ เทจ็ จรงิ และขอ คดิ เหน็
กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครูสนทนากบั นักเรยี นถึงเรอ่ื งเก่ยี วกับผตี านี ท่ีเปน ความเชื่อของคนโบราณ ครนู ําตนกลวยจาํ ลองมา
ใหน กั เรยี นดสู วนประกอบของตนกลวยและอภิปรายซักถาม
๒. ใหน ักเรียนแตล ะกลุม อา นในใจเนอื้ หาบทเรียน จากหนงั สอื ภาษาไทยชุด ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษา
ปที่ ๖ บทท่ี ๔ “กทลีตานี” จากหนา ๕๒ ถึงหนา ๕๘ อีกคร้ัง จากนั้นใหแตละกลุมตั้งคําถามใหกลุมอ่ืนตอบ
กลมุ ละ ๒ คาํ ถาม
๓. ครูตง้ั คําถามตอไปน้ใี หน กั เรยี นแตละกลมุ ตอบ
คําวา “กทลีตาน”ี หมายความวาอยา งไร
นักเรียนรจู กั ตน กลวยตานหี รือไม มลี ําตน ใบ และผลเปน อยา งไร
กลวยตานีมลี กั ษณะอยา งไร แตกตา งจากกลวยชนดิ อ่ืนอยางไร
ประโยชนของกลว ยตานที าํ อะไรไดบา ง
นักเรียนเช่ือเรอ่ื งผกี ลว ยตานหี รือไม เพราะเหตใุ ด
๔. ใหแตละกลมุ ชว ยกนั เขยี นคาํ ตอบลงในแผนกระดาษ จากนั้นสงตัวแทนออกมาอานคําตอบท่ีหนาชั้น
เรยี น ครชู มเชยกลมุ ท่ีตอบไดด ี และชว ยเพม่ิ เตมิ คาํ ตอบท่บี กพรองใหสมบรู ณยง่ิ ข้ึน
๕. รว มกันสนทนาถึงเน้ือหาของเร่ือง “กทลตี าน”ี ครูซักถามนกั เรียนวานักเรียนไดขอคิดอะไรบางจาก
การอา นเร่อื งนี้
๖. นกั เรยี นทาํ แบบฝกหัด รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษา
ปที่ ๖ หนา ๓๐ – ๓๑ ขอ ๕ – ๘ เสร็จแลว นาํ สงครูเพอ่ื ตรวจสอบความถูกตอง
สอ่ื / แหลง เรียนรู
๑. หนงั สือเรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖
๒. แบบฝก หัด รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวติ ทกั ษะภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๖
การวดั ผลและประเมินผล
๑) วิธปี ระเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกหดั
๒) เครื่องมอื ประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- ทาํ แบบฝก หัด
๓) เกณฑก ารประเมิน
- นักเรยี นผา นเกณฑการสังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารทาํ แบบฝกหัด รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๔
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
หนวยการเรียนรูท ี่ ๔ เรอื่ ง กทลีตานี เวลา ๑๓ ชั่วโมง
เรอ่ื ง การอา นเสรมิ บทเรียน เวลา ๑ ชั่วโมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
การอา นเสรมิ บทเรียน ทาํ ใหผ อู า นไดร บั ความรู ความบนั เทงิ และขอ คดิ จากการอาน และสามารถเลือก
หนงั สอื อานไดต รงตามความตอ งการ นอกจากน้ีที่สําคัญ คือสามารถนําความรูท่ีไดรับจากการอานมาปรับใชให
เปนประโยชนในชวี ติ ประจําวันได
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรแู ละความคิดเพื่อนําไปตดั สินใจแกปญหาในการดําเนินชีวิตและ
มนี สิ ยั รักการอาน
ตัวชี้วัด
ป.๖/๑ อานออกเสยี งบทรอ ยแกว และบทรอยกรองไดถูกตอ ง
จุดประสงค
๑. นกั เรียนอา นและจบั ใจความสาํ คญั ของบทรอยกรองได
๒. นักเรียนคิด วเิ คราะหสรปุ บทรอยกรองทอ่ี าน
สมรรถนะสาํ คัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยูอ ยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- การอานเสรมิ “กลว ยตาน”ี
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ทบทวนเนื้อหาท่ีเรียนในช่วั โมงท่แี ลว ดวยการใหน ักเรยี นมารว มกันตรวจสอบแบบฝกทกั ษะและเฉลย
อกี ครง้ั
๒. นักเรียนอา นในใจบทอานเสริม “กลวยตาน”ี จากนั้นนักเรียนรวมกันอภิปราย ซักถามเนื้อหาสาระ
การเรียนรู ครตู ้งั คาํ ถามใหนักเรียนแตล ะกลุม ชว ยกนั คดิ หาคําตอบ ตัวอยาง เชน
ถน่ิ กาํ เนดิ ของกลวยตานอี ยทู ใี่ ด มีการนําเขาปลกู ในไทยเมอ่ื ใด
กลวยตานีมีลักษณะอยา งไร
ทาํ ไมจงึ ไมน ิยมกนิ กลว ยตานี
คนโบราณมีความเชอื่ เร่ืองการตดั ใบกลวยอยางไร
กลว ยมีประโยชนอยา งไรบา งอยางไรบา ง
เหตใุ ดจงึ ไมนยิ มปลูกกลว ยตานีไวใ นบริเวณบา น
นกั เรยี นเช่อื เรื่องผีตานหี รือไม เพราะเหตุใด
๓. นักเรยี นทุกคนเขียนคาํ ถามและคําตอบลงในสมดุ นกั เรยี นและครูชวยกนั สรปุ เนื้อหาสาระการเรยี นรู
ทง้ั หมดอีกครัง้ หน่ึง
๔. นกั เรียนเขยี นแผนภาพความคิด เก่ยี วกบั กลวยตานี เสร็จแลวนาํ สงครู
สื่อ / แหลง เรยี นรู
๑. หนังสอื เรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖
๒. แบบฝกหดั รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวติ ทักษะภาษา ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
การวัดผลและประเมินผล
๑) วิธีประเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒) เคร่อื งมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- ทําแบบฝก หัด
๓) เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผานเกณฑการทาํ แบบฝก หดั รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๕
กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๖
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๔ เร่อื ง กทลีตานี เวลา ๑๓ ชว่ั โมง
เรอื่ ง คํานาม เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
คาํ นาม คอื คําที่ใชเรียกช่ือคน สัตว ส่ิงของ สภาพธรรมชาติ สถานที่ตางๆ ท้ังที่เปนส่ิงมีชีวิตและไมมี
ชีวิต ทัง้ ทเ่ี ปนรูปธรรมและนามธรรม
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลกั การใชภ าษา การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมปิ ญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ขิ องชาติ
ตัวชี้วัด
ป.๖/๑ วิเคราะหช นดิ และหนา ทขี่ องคําในประโยค
จุดประสงค
๑. นกั เรียนบอกความหมายและชนดิ ของคํานามได
๒. นักเรยี นใชค ํานามในการส่ือสารไดถูกตอ ง
สมรรถนะสําคัญของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวินยั
๕. อยอู ยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- ความหมายและชนดิ ของคํานาม
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. แบงกลมุ ออกเปน กลุม ละ ๔ – ๕ คน แตละกลุมประกอบไปดวยนักเรียนท่ีมีระดับ ภูมิปญญาสูง
กลาง และต่ํา ใหแตล ะกลมุ เลอื กหวั หนากลุม รองหวั หนากลมุ และเลขานุการกลุม
๒. นกั เรยี นนาํ แผนผังคํานามและคํานามชนิดตางๆ ที่ครูนํามาเปนส่ือ และยกใหดู อานคํานามและ
คํานามชนดิ ตางๆ ตามครู แลวสนทนาอภิปรายแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั คํานามและชนิดของคาํ นาม
๓. ครูใหความรูเพมิ่ เตมิ วา “คาํ นามคอื คาํ ท่ีใชเ รยี กชอ่ื คน สตั ว ส่งิ ของเคร่อื งใช สวนคําที่บอกลักษณะ
อาการ สณั ฐาน รปู หรือขนาดของคาํ นามสามญั เรียกวา “คําลักษณนาม” นามท่ีบอกความเปนหมวดหมู หรือ
กลมุ เรียกวา “สมุหนาม” นามท่ีบอกอาการ ซึ่งจะมีคําวา การ หรือ ความ นําหนา เรียกวา “อาการนาม”
คํานามชนดิ ตางๆ จะทาํ หนาที่ตางๆ ในประโยค อาจทาํ หนาท่ีเปน ประธานของประโยค ทําหนาที่เปนกรรมของ
ประโยคก็ได”
๔. นักเรยี นศกึ ษาเนอ้ื หาเกีย่ วกับ คาํ นามในหนงั สือเรยี นหนา ๖๑ – ๖๒ ทาํ ความเขาใจเกี่ยวกับคํานาม
แลกเปลีย่ นเรยี นรูรว มกันกับเพ่ือน รวมกนั สรุปหลกั การและความสาํ คัญของคํานาม
๕. ใหน ักเรยี นแตละกลมุ หาคํานามชนิดตางๆ ตามหัวขอท่ีครูกําหนดให เชน ครูกําหนด คํานามทั่วไป
ใหแตละกลุมชวยกันเขียนคําที่เปนนามทั่วไปกลุมละ ๕ คํา ครูกําหนดชนิดของนามคําใหแตละกลุมเขียน ๕
ชนิด กลุม ใดเสร็จกอนและถูกตองถือวา เปน ผชู นะ
๖. นักเรียนทําแบบฝก หัด รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษา
ปที่ ๖ หนา ๓๕ – ๓๖ เสรจ็ แลว นาํ สงครตู รวจสอบความถูกตอง ครเู นนใหนักเรียนมีความซ่ือสัตย และมีความ
รบั ผิดชอบตองานท่ไี ดรับมอบหมาย ใหช วยเหลอื เพื่อนทีเ่ รยี นออ นดวย
ส่ือ / แหลง เรยี นรู
๑. แผนผงั คาํ นาม
๒. หนังสือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖
๓. แบบฝกหดั รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ทกั ษะภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖
การวัดผลและประเมินผล
๑) วธิ ีประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒) เครอ่ื งมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- ทาํ แบบฝกหัด
๓) เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรยี นผานเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผา นเกณฑการทาํ แบบฝก หัด รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรูท ่ี ๖
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๖
หนวยการเรยี นรูที่ ๔ เร่ือง กทลีตานี เวลา ๑๓ ชัว่ โมง
เรื่อง คาํ สรรพนาม เวลา ๑ ชัว่ โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คญั
คาํ สรรพนาม คือ คาํ ทใี่ ชแทนช่อื คน สัตว ส่งิ ของ (คํานาม) ซึง่ ในการพดู หรอื เขียน เมื่อใชค าํ นามคาํ ใดคํา
หน่ึง และจะกลาวถึงคํานนั้ ๆ ในโอกาสตอ ไป มกั ใชค าํ สรรพนามมาใชแ ทน
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั การใชภาษา การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมปิ ญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ขิ องชาติ
ตัวช้ีวดั
ป.๖/๑ วิเคราะหช นิดและหนา ที่ของคําในประโยค
จดุ ประสงค
๑. นกั เรียนบอกความหมายและชนดิ ของคาํ กริยาได
๒. นกั เรียนใชค ําสรรพนามในการสือ่ สารไดถกู ตอง
สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยอู ยา งพอเพียง
สาระการเรยี นรู
- ความหมายและชนดิ ของคําสรรพนาม
กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. แบงกลมุ ออกเปน กลมุ ละ ๔ – ๕ คน แตละกลุมประกอบไปดวยนักเรียนท่ีมีระดับ ภูมิปญญาสูง
กลาง และต่าํ ใหแตละกลมุ เลือกหวั หนากลุม รองหวั หนา กลมุ และเลขานกุ ารกลุม (อาจใชกลมุ ถาวร)
๒. ครูนําส่ือแผนผังคําสรรพนามชนิดตาง ๆ มาใหนักเรียนดู ใหนักเรียนอานคําสรรพนามตามครู
แลว สนทนาอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับคําสรรพนามและชนดิ ของคําสรรพนาม
๓. ครใู หค วามรเู พม่ิ เติมวา “คาํ สรรพนาม คือคําทใ่ี ชเ รียกแทนช่ือคน สตั ว สิ่งของเครือ่ งใชค ําสรรพนาม
จะทําหนาทตี่ าง ๆ ในประโยคอาจทาํ หนาท่เี ปน ประธานของประโยค ทาํ หนา ที่เปนกรรมของประโยคก็ได เพื่อให
การเรยี นรูและการใชภาษาไทยเปน ไปอยา งมีประสิทธิภาพ นักเรียนควรทําความเขาใจและนําไปใชใ หถูกตอง จึง
จะถือวา การเรียนภาษาประสบความสาํ เร็จ”
๔. นกั เรยี นศกึ ษาเนื้อหาเกี่ยวกบั คาํ สรรพนามในหนังสือเรียนหนา ๖๓ ทาํ ความเขาใจเกี่ยวกบั คําสรรพ
นาม แลกเปล่ียนเรียนรรู วมกนั กับเพอ่ื น รวมกนั สรปุ หลักการและความสาํ คัญของคาํ สรรพนาม
๕. ใหนักเรียนแตละกลุมหาคําสรรพนามชนิดตางๆ ตามหัวขอที่ครูกําหนดให เชน ครูกําหนด บุรุษ
สรรพนาม ใหแ ตละกลุมชว ยกันเขียนคําทเ่ี ปน บุรษุ สรรพนาม ๕ คํา ครูกําหนดชนิดของคําสรรพนามใหแตละ
กลมุ เขียน ๕ ชนิด กลุม ใดเสรจ็ กอ นและถกู ตองถือวาเปน ผชู นะ
๖. นักเรียนทําแบบฝก หัด รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษา
ปท ี่ ๖ ขอ ๕ หนา ๓๘ เสร็จแลวนําสงครตู รวจสอบความถกู ตอง ครูเนนใหนักเรียนมีความซ่ือสัตย และมีความ
รบั ผดิ ชอบตอ งานทีไ่ ดร บั มอบหมาย ใหชวยเหลอื เพ่อื นทเ่ี รยี นออนดว ย
ส่อื / แหลง เรียนรู
๑. แผนผงั คาํ สรรพนาม
๒. หนังสอื เรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
๓. แบบฝก หัด รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ติ ทักษะภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖
การวัดผลและประเมินผล
๑) วธิ ีประเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒) เครอ่ื งมือประเมิน
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- ทาํ แบบฝกหัด
๓) เกณฑก ารประเมิน
- นกั เรียนผา นเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผานเกณฑก ารทําแบบฝกหดั รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๗
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๖
หนว ยการเรยี นรูที่ ๔ เร่อื ง กทลีตานี เวลา ๑๓ ช่วั โมง
เรอ่ื ง คาํ กรยิ า เวลา ๑ ช่วั โมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
คาํ กริยา เปนคาํ ท่ีบอกอาการ หรือบอกสภาพของคน สตั ว พชื ส่งิ ของ เครื่องใช
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักการใชภาษา การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมปิ ญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ขิ องชาติ
ตวั ชว้ี ัด
ป.๖/๑ วเิ คราะหช นดิ และหนา ที่ของคําในประโยค
จดุ ประสงค
๑. นักเรยี นบอกความหมายและชนดิ ของคําสรรพนามได
๒. นกั เรยี นใชคาํ สรรพนามในการสอื่ สารไดถกู ตอ ง
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยูอยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- ความหมายและชนิดของคํากรยิ า
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ทบทวนเนอื้ หาที่เรยี นในชั่วโมงทแ่ี ลวดวยการใหน ักเรียนมารว มกันตรวจสอบและเฉลยแบบฝกทักษะ
อกี ครัง้
๒. ใหน ักเรียนศกึ ษาเร่อื ง คาํ กริยา จากหนังสือเรียนภาษาพาที ชนั้ ป.๖ หนา ๖๔ ครูอธบิ ายเพิ่มเติม
โดยใหด แู ผนผงั คาํ กริยา เปดโอกาสใหน กั เรียนซักถามปญหาขอสงสัย รวมกันสรุปหลักการและความสําคัญของ
คาํ กรยิ า
๓. นักเรียนทําแบบฝก หัด รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษา
ปที่ ๖ ขอ ๔ หนา ๓๗ เสร็จแลว นาํ สง ครตู รวจสอบความถกู ตอง ครูเนนใหนักเรียนมีความซ่ือสัตย และมีความ
รบั ผดิ ชอบตอ งานทไ่ี ดรบั มอบหมาย ใหช วยเหลอื เพอ่ื นที่เรยี นออ นดวย
สอ่ื / แหลงเรียนรู
๑. แผนผังคํากริยา
๒. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖
๓. แบบฝกหดั รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวติ ทกั ษะภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖
การวัดผลและประเมนิ ผล รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วธิ ปี ระเมิน รอยละ ๗๕ – ๘๐
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกหดั
๒) เคร่อื งมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- ทาํ แบบฝก หดั
๓) เกณฑการประเมนิ
- นักเรยี นผานเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม
- นักเรยี นผานเกณฑก ารทาํ แบบฝก หัด
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๘
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๖
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๔ เรอื่ ง กทลีตานี เวลา ๑๓ ช่วั โมง
เรื่อง การวิเคราะหห าเหตุผล เวลา ๑ ช่วั โมง
.....................................................................................
สาระสําคัญ
การคิดวิเคราะหหาเหตุผลทีแฝงอยูในขอความตางๆ เปนการวิเคราะหหาความรูจากการอานเพื่อ
ประยุกตใชเปน แนวทางปฏิบัตใิ นการดําเนินชีวติ อยา งไมป ระมาท
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพ่ือนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการดําเนินชีวิต
และมนี สิ ัยรกั การอาน
ตัวชว้ี ดั
ป.๖/๔ แยกขอ เท็จจรงิ และขอคดิ เห็นจากเรอื่ งท่อี า น
จดุ ประสงค
๑. นักเรยี นคิดวิเคราะหห าเหตุผลทีแ่ ฝงอยใู นเรอื่ งท่อี า นได
๒. นักเรยี นหาคําตอบจากคําถามทกี่ าํ หนดใหไ ด
สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต
๕. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยูอยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- การหาเหตุผลแฝง
- การคิดวเิ คราะหห าคําตอบ
กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. ทบทวนเนอ้ื หาทีเ่ รยี นในชวั่ โมงทแ่ี ลว ดวยการใหน กั เรยี นมารว มกันตรวจสอบและเฉลยแบบฝกทักษะ
อีกครัง้
๒. ใหนักเรียนอา นบทเรยี นเรอื่ ง “กทลตี าน”ี อีกคร้ัง แลว ใหแตล ะกลุม ชวยกันวิเคราะหหาคําตอบโดยครู
ต้ังคําถาม ดังนี้
“เจาหมอผปี านดาํ ” ในบทเรยี นหมายถึงอะไร
นักเรยี นมีความคิดเห็นอยางไรกับคํากลาวท่ีวา “ตนกลวยตานี มีนางตานีสิงอยู เปนหญิงสาว
สวย ผมยาว นงุ ผาสเี ขยี ว หม สไบสตี องออน”
ทําไมคนโบราณจึงสอนวา ไมใ หเลน ปด แอบเวลาโพลเพล เพราะจะทําใหผ ีนาํ ตัวไปซอ นไมใ หใ ครเหน็
ทําไมคนโบราณจงึ สอนวา หามออกจากบานเม่ือไดย นิ เสยี งจ้งิ จกรอ งทกั
ทาํ ไมคนโบราณจงึ สอนวา หา มกวาดบานตอนกลางคืน
นักเรยี นคดิ อยา งไรกับคาํ กลาวท่วี า “โลกนจ้ี ะมที ี่อยูสําหรับคนคดิ ดี ทําดเี ทาน้ัน”
๓. ใหแ ตละกลุมชวยกันคดิ หาคาํ ตอบ เขยี นแลว สงตัวแทนออกมาอานคาํ ตอบของกลุมท่หี นา ชั้นเรยี น
๔. ครูอธบิ ายเกยี่ วกับกลอุบายในการสอนคนของคนโบราณ มักนําเอาความเช่ือมาผูกเปนเรื่องราว โดย
มีเหตุผลแฝงอยู เพ่อื ใชเ ปนแนวปฏบิ ตั ิในการดาํ เนินชีวิตอยางไมประมาท เชนเร่ืองของกลวยก็มีอุบายสอน เชน
สอนใหเชอ่ื วา ไมใหเ ดนิ ลอดไมค้ําตนกลวยเพราะจะทําใหกลวยออกหวีเครือเล็ก เหตุผลแฝงก็คือ ไมคํ้าจากตน
กลวยอาจลมใสเปน อันตรายได
๕. ใหนกั เรียนทาํ ช้ินงานรวบยอด สืบคนขอมูล เร่ืองความเชื่อของคนโบราณ การใชกลอุบายสอนคน
ของคนโบราณ จากแหลงตางๆ คําสัมภาษณจ ากคนเฒา คนแก หรือส่ืออิเล็กทรอนิกส พรอมบอกเหตุผลแฝง
จัดทําเปน รูปเลม
สอื่ / แหลง เรยี นรู
๑. ตวั อยางความเชือ่ ของคนโบราณ
๒. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
๓. แบบฝกหัด รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวติ ทกั ษะภาษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖
การวัดผลและประเมินผล รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วิธีประเมนิ รอยละ ๗๕ – ๘๐
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒) เครอ่ื งมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- ทาํ แบบฝก หดั
๓) เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรม
- นักเรียนผานเกณฑการทําแบบฝก หดั
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๙
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๔ เรือ่ ง กทลตี านี เวลา ๑๓ ชวั่ โมง
เร่อื ง อา น เขยี น คําควรรูคคู วามหมาย (นกั สืบทองอนิ ) เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
การอาน และการเขียนคาํ ควรรูคูความหมาย จะชวยใหการอานเร่ืองราวในบทเรียนเขาใจไดงาย และ
สามารถพัฒนาทักษะทางภาษาไดดี
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูแ ละความคิดเพือ่ นําไปตัดสนิ ใจแกปญหาในการดําเนินชีวิตและ
มนี ิสัยรกั การอา น
ตวั ช้วี ดั
ป.๖/๒ อธบิ ายความหมายของคาํ ประโยคและขอ ความที่เปน โวหาร
จดุ ประสงค
๑. นกั เรียนอานคาํ ศพั ทยากไดถ ูกตอ ง
๒. นกั เรยี นบอกความหมายของคาํ ในบทเรียนได
๓. นกั เรยี นใชคาํ ไดถกู ตองตามบริบท
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
- ความหมายของคาํ
- การใชคํา
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ครูใชบตั รคําชูใหน ักเรียนดูและฝกอา นเพ่อื อธิบายความหมายของคําวา ฉลาก ขยะแขยง ลักษณะ
บรรยากาศ ราชการ ฯลฯ แลวรวมกันสนทนา แสดงความคดิ เห็น ชว ยกันอธบิ ายความหมายของคาํ เหลา นี้
๒. ใหน ักเรียนฝกอานคาํ และหาความหมาย โดยใชพ จนานุกรม
๓. ครสู ุมนักเรียนใหออกมาอา นคําและบอกความหมายของคํา โดยใหเ พ่ือนๆ ชวยกันประเมินการอาน
จนครบทกุ คาํ ครูชว ยแนะนํา
๔. นกั เรยี นรว มกันสรปุ ผลการเรยี นรู โดยถามตอบเกี่ยวกับคาํ ศัพทเปนการประเมินตนเองของนักเรียน
ครูสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูข องนกั เรียน
๕. นักเรียนทาํ กิจกรรมฝกทกั ษะเขยี นคาํ ศัพทและความหมายของคํา นาํ สงครูตรวจสอบความถูกตอ ง
สื่อ / แหลง เรียนรู
๑. บัตรคํา
๒. พจนานุกรม
๓. หนังสือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๖
๔. แบบฝก หัด รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวติ ทกั ษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๖
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑) วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกหดั
๒) เครื่องมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- ทาํ แบบฝก หดั
๓) เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรยี นผานเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผานเกณฑก ารทาํ แบบฝก หดั รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๑๐
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๖
หนวยการเรยี นรูท่ี ๔ เรอ่ื ง กทลตี านี เวลา ๑๓ ชว่ั โมง
เร่ือง การอานออกเสียง (นกั สบื ทองอิน) เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
การอานออกเสียง เปนการอา นใหผ ูอ่ืนฟง ฉะนัน้ ผูอานจะตองแบง วรรคตอน เนน เสียงหนกั เบา และออก
เสียงใหถ กู ตองชดั เจน จงึ จะสอื่ ความหมายไดอยางมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคดิ เพอ่ื นําไปตัดสินใจแกปญหาในการดําเนินชีวิตและ
มนี ิสยั รักการอาน
ตวั ชีว้ ดั
ป.๖/๑ อา นออกเสยี งบทรอยแกวและบทรอยกรองได
จดุ ประสงค
๑. นักเรียนอานออกเสียงเนอ้ื หาในบทเรียนได
๒. นักเรียนจับใจความเรือ่ งทีอ่ านได
๓. นกั เรยี นตอบคาํ ถามเร่ืองท่อี านได
สมรรถนะสําคญั ของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
- การอา นออกเสียง
- การจับใจความสาํ คัญ
- การตอบคาํ ถาม
กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครูใหน กั เรียนชว ยกนั บอกหลักเกณฑการอา นออกเสียงที่ดี เชน อานคลอง อานถูกตอง ชัดเจน เวน
วรรคตอนถูกตอง ใชนาํ้ เสยี งสอดคลอ งกับอารมณข องตัวละคร เปน ตน
๒. ครูสาธิตการอา นท่ดี ใี หน ักเรียนฟง หรอื ใหนักเรยี นฟง จากเคร่อื งบันทึกเสียงก็ได เพ่ือเปนแนวทางใน
การอานของนักเรียน
๓. นกั เรยี นอา นเน้อื หาในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชีวิต วรรณคดีลํานํา ช้ัน
ประถมศึกษาปที่ ๖ หนา ๑๑ – ๒๑ โดยอานตอกันคนละ ๑ ยอหนา เรียงเลขที่ แลวรวมกันสนทนาถึง
เนื้อหาวา ใคร ทําอะไร ที่ไหน ผลเปนอยางไร แลวชวยกันเลาเรื่องตอเน่ืองจนจบ โดยครูชวยเพ่ิมเติมสวนที่
บกพรอง
๔. นักเรยี นชว ยกนั สรุปความรู เร่อื งการอา นออกเสยี งและการตอบคาํ ถาม
สื่อ / แหลงเรียนรู
- หนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ิต วรรณคดีลาํ นาํ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑) วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒) เครอื่ งมือประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- ทําแบบฝกหดั
๓) เกณฑการประเมิน
- นักเรยี นผานเกณฑการสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผา นเกณฑการทาํ แบบฝก หัด รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑๑
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๖
หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๔ เร่ือง กทลตี านี เวลา ๑๓ ชว่ั โมง
เรือ่ ง การอา นออกเสยี ง (นกั สบื ทองอนิ ) ครัง้ ท่ี ๒ เวลา ๑ ช่ัวโมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
การอานออกเสยี ง เปนการอานใหผ ูอืน่ ฟง ฉะนั้นผูอ านจะตองแบงวรรคตอน เนน เสียงหนกั เบา และออก
เสียงใหถ ูกตอ งชัดเจน จงึ จะส่ือความหมายไดอยางมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรา งความรูและความคิดเพื่อนาํ ไปตัดสินใจแกปญหาในการดําเนินชีวิตและ
มนี สิ ัยรักการอาน
ตัวช้ีวัด
ป.๖/๑ อานออกเสยี งบทรอ ยแกว และบทรอยกรองได
จดุ ประสงค
๑. นกั เรยี นอา นออกเสยี งเนือ้ หาในบทเรียนได
๒. นักเรียนจบั ใจความเร่อื งท่อี า นได
๓. นกั เรียนตอบคาํ ถามเรื่องทอ่ี า นได
สมรรถนะสาํ คัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยูอยางพอเพียง
สาระการเรียนรู
- การอานออกเสียง
- การจบั ใจความสําคัญ
- การตอบคาํ ถาม
กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. ครูใหนกั เรียนชว ยกันบอกหลกั เกณฑการอานออกเสียงท่ีดี เชน อานคลอง อานถูกตอง ชัดเจน เวน
วรรคตอนถกู ตอ ง ใชน้ําเสียงสอดคลองกบั อารมณข องตัวละคร เปนตน
๒. ครสู าธิตการอานท่ีดใี หน ักเรยี นฟง หรอื ใหน ักเรียนฟงจากเครอื่ งบันทึกเสียงก็ได เพื่อเปนแนวทางใน
การอานของนกั เรียน
๓. นกั เรียนอานเนื้อหาในหนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชีวิต วรรณคดีลํานํา ชั้น
ประถมศึกษาปท่ี ๖ หนา ๒๒ – ๓๙ โดยอานตอกันคนละ ๑ ยอหนา เรียงเลขท่ี แลวรวมกันสนทนาถึง
เน้ือหาวา ใคร ทําอะไร ท่ีไหน ผลเปนอยางไร แลวชวยกันเลาเรื่องตอเนื่องจนจบ โดยครูชวยเพิ่มเติมสวนท่ี
บกพรอง
๔. นกั เรยี นชวยกนั สรุปความรู เรอื่ งการอานออกเสียงและการตอบคําถาม
สอ่ื / แหลง เรียนรู
- หนงั สือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ติ วรรณคดลี ํานาํ ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๖
การวดั ผลและประเมินผล
๑) วธิ ีประเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒) เครอ่ื งมือประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- ทําแบบฝกหัด
๓) เกณฑก ารประเมิน
- นกั เรียนผา นเกณฑการสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผานเกณฑการทาํ แบบฝก หดั รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรูที่ ๑๒
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๔ เร่อื ง กทลตี านี เวลา ๑๓ ชั่วโมง
เรือ่ ง การอา นคดิ วิเคราะห (นกั สบื ทองอนิ ) เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสําคัญ
การวเิ คราะหเ รอื่ ง เปนการพจิ ารณาสว นตา งๆ ของเร่ือง เชน ขอเท็จจริงและขอคิดเห็น สวนดีและสวน
บกพรองของเน้อื เรือ่ ง จุดประสงคข องผูแตง ความเหมาะสมในการใชคาํ ประโยค ขอความ ฯลฯ สรุปขอคิดที่ได
จากเรือ่ ง สามารถนาํ ความรูท ไ่ี ดร ับไปใชป ระโยชนในชีวติ ประจําวนั
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรางความรแู ละความคิดเพื่อนาํ ไปตัดสนิ ใจแกปญหาในการดําเนินชีวิตและ
มีนิสัยรักการอาน
ตวั ชว้ี ดั
ป.๖/๓ อานเรอื่ งส้ันๆอยางหลากหลาย โดยจบั เวลาแลว ถามเก่ียวกบั เรอ่ื งทอี่ า น
ป.๖/๔ แยกขอ เท็จจรงิ และขอ คิดเห็นจากเรอ่ื งที่อาน
จดุ ประสงค
๑. นักเรียนตงั้ คําถาม – ตอบคําถามเร่ืองที่อานได
๒. นกั เรียนแยกขอเท็จจรงิ และขอคดิ เห็นจากเรอ่ื งท่อี า นได
๓. นักเรียนสรปุ ขอ คิดท่ไี ดจ ากการอานได
สมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยูอยา งพอเพียง
สาระการเรยี นรู
- การตัง้ คาํ ถามและตอบคําถาม
- การแยกขอเทจ็ จริงและขอคิดเห็น
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ครูสนทนากับนักเรียนถึงเรื่องเก่ียวกับผีแมนากพระโขนง ตามประสบการณที่นักเรียนเคยไดยิน
ไดฟงมา
๒. ใหนักเรียนแตละกลุมอานในใจเน้ือหาบทเรียน จากหนังสือภาษาไทยชุด วรรณคดีลํานํา ช้ัน
ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ เร่ืองนักสืบทองอิน ตอนนากพระโขนงที่สอง อกี ครง้ั จากน้ันใหแ ตล ะกลมุ ตั้งคาํ ถามใหกลมุ อ่ืน
ตอบ กลมุ ละ ๒ คาํ ถาม
๓. ครูต้งั คําถามตอไปน้ีใหน ักเรียนแตล ะกลมุ ตอบ
นิทานทองอิน เปนบทพระราชนิพนธใ นรชั กาลใด
นิทานทองอินมีความแตกตางจากนทิ านท่ัวไปอยา งไร
ชอ่ื บางพระโขนง ปรากฏหลกั ฐานในพงศาวดารสมัยใด
ใครเปน ผูเลา เรื่องนิทานทองอนิ
ในเร่ืองนิทานทองอนิ ปศ าจนางนากมาชวยทาํ สิ่งใดทกุ คนื
เพราะเหตุใดนายชมจึงตองทาํ เปน ผมี าหลอกคน
ฯลฯ
๔. ใหแตล ะกลุม ชว ยกันเขยี นคาํ ตอบลงในแผน กระดาษ จากน้ันสงตัวแทนออกมาอานคําตอบที่หนาช้ัน
เรยี น ครชู มเชยกลุมที่ตอบไดดี และชวยเพ่ิมเตมิ คาํ ตอบท่บี กพรองใหสมบูรณย่งิ ข้นึ
๕. รวมกันสนทนาถงึ เนือ้ หาของเร่ือง “นิทานทองอิน” ตอนนากพระโขนงท่ีสอง ครูซักถามนักเรียนวา
นักเรยี นไดข อ คิดอะไรบางจากการอานเรอ่ื งน้ี
๖. นกั เรยี นทําแบบฝกหดั รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษา
ปท่ี ๖ หนา ๓๒ – ๓๓ เสรจ็ แลว นําสงครูเพอ่ื ตรวจสอบความถูกตอง
สอ่ื / แหลง เรียนรู
๑. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวิต วรรณคดีลํานาํ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
๒. แบบฝก หดั รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ทกั ษะภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖
การวดั ผลและประเมินผล
๑) วธิ ีประเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒) เคร่ืองมอื ประเมิน
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- ทําแบบฝก หดั
๓) เกณฑการประเมิน
- นักเรยี นผานเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผา นเกณฑการทาํ แบบฝกหัด รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๑๓
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๔ เร่อื ง กทลตี านี เวลา ๑๓ ช่ัวโมง
เรือ่ ง การอานอยา งมีวจิ ารณญาณ (นทิ านทองอิน) เวลา ๑ ช่ัวโมง
.....................................................................................
สาระสาํ คญั
การคดิ วิเคราะหบทเรียนอยางมีเหตผุ ล เปนเครอื่ งบงช้ีถึงการมีทักษะในการฟง การฝกคิดและออกมา
พูดอภิปราย ขอคิดเหน็ ของเราใหค นอน่ื ฟง ถอื วา เปนคนทีม่ ีความสามารถและแสดงออกอยางถูกตอง สวนการมี
ทกั ษะในการเขียน ทําใหคัดลายมือไดถูกตอ ง รวดเร็ว และสวยงาม
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรางความรแู ละความคดิ เพ่ือนาํ ไปตัดสนิ ใจแกปญหาในการดําเนินชีวิตและ
มีนสิ ยั รักการอาน
ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขยี น เขยี นสอื่ สาร เขยี นเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบตางๆ
เขียนรายงานขอ มูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาคน ควา อยางมปี ระสทิ ธิภาพ
ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคาและนํามา
ประยกุ ตใ ชในชวี ิตจริง
ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอเท็จจริงและขอคดิ เหน็ จากเร่อื งทีอ่ า น
ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธบิ ายการนาํ ความรแู ละความคดิ จากเร่ืองทอ่ี า นไปตัดสินใจแกป ญ หาในการดําเนนิ ชวี ติ
ท ๒.๑ ป.๖/๑ คดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัด และครง่ึ บรรทัด
ท ๒.๑ ป.๖/๒ เขียนส่อื สารโดยใชคาํ ไดถ กู ตองชดั เจน และเหมาะสม
ท ๕.๑ ป.๖/๑ แสดงความคดิ เห็นจากวรรณคดีหรอื วรรณกรรมท่ีอา น
ท ๕.๑ ป.๖/๓ อธบิ ายคุณคาของวรรณคดแี ละวรรณกรรมที่อา นและนาํ ไปประยุกตใ ชในชีวิตจรงิ
จดุ ประสงค
๑. นกั เรียนสามารถพูดวเิ คราะหแ ละสรปุ เร่อื งได
๒. นกั เรียนคดั ลายมือดว ยตัวบรรจงเต็มบรรทดั และครึ่งบรรทัดไดส วยงาม
๓. นกั เรยี นเขียนส่อื สารได
สมรรถนะสาํ คัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยูอ ยา งพอเพยี ง
๖. มีจิตสาธารณะ
สาระการเรยี นรู
- การคิดวิเคราะหบทเรียนอยา งมีเหตุผล เปน เคร่ืองบง ชถ้ี ึงการมที ักษะในการฟง
- การฝก คดิ และออกมาพดู อภิปราย ขอคดิ เหน็ ของเราใหค นอ่ืนฟง ถือวาเปนคนท่ีมีความสามารถและ
แสดงออกอยา งถูกตอง
- การมีทักษะในการเขียน ทําใหคัดลายมือไดถกู ตอ ง รวดเรว็ และสวยงาม
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ครสู นทนากับนักเรยี นเกยี่ วกับบทเรียน นิทานทองอิน วาเราไดร ับความรูอะไรบาง ใหนักเรียนแสดง
ความคิดเห็น
๒. นักเรียนแตละกลุมชวยกันกําหนดแนวปฏิบัติตนที่ไดจากเน้ือเร่ืองในบทเรียนเพื่อนํามาใชใน
ชวี ติ ประจําวนั
๓. นักเรยี นรวมกนั สรปุ ขอวิเคราะหท ไี่ ดจากความคิดเหน็ ของนกั เรยี นทง้ั หมด
๔. นกั เรียนเลอื กขอความจากบทเรียนตอนใดตอนหน่ึงท่ีนักเรยี นชอบ แลว นํามาคดั ลายมือ
๕. ตัวบรรจงเต็มบรรทัด และคร่ึงบรรทัด เพ่ือใหเกิดความภาคภูมิใจและรวมกันจรรโลงมรดก
วฒั นธรรมทางภาษาในเรื่องตวั อักษรและตัวเลขไทย
ส่ือ / แหลง เรยี นรู
๑. หนังสอื เรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ วรรณคดลี าํ นํา ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๖
๒. หนังสอื แบบฝก หดั รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวติ ทักษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษา
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑) วิธปี ระเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกหดั
๒) เครอ่ื งมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- ทําแบบฝก หัด
๓) เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรียนผา นเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผานเกณฑการทําแบบฝก หัด รอยละ ๗๕ – ๘๐