The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติบุคคลสำคัญทางด้านคีตศิลป์ไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kru.jinna, 2020-06-05 11:22:29

ประวัติบุคคลสำคัญทางด้านคีตศิลป์ไทย

ประวัติบุคคลสำคัญทางด้านคีตศิลป์ไทย

Keywords: kru.taew

คุณครทู ว้ ม ประสิทธิกุล เกดิ เมื่อเดือนมิถนุ ายน พ.ศ. ๒๔๓๙ เปน็ บุตรีนายสดุ
นางทับ ชาวจังหวัดนนทบุรี สกลุ เดิม จันทร์สขุ ศรี บิดาเป็นนกั ดนตรี นักร้อง และเจ้าของวงดนตรีที่มี
ชอ่ื เสียง สามชี อ่ื นายพลู ประสิทธิกุล เปน็ นักดนตรี มีน้องสาวชือ่ นางอุษา สุคันธมาลยั

คุณครูท้วม ประสิทธิกุล เริ่มเรียนขับร้องกับบิดา ต่อมาเรียนกับพระยาเสนาะ
ดรุ ิยางค์ (แชม่ สนุ ทรวาทิน) หม่อมสม้ จนี บุนนาค หมอ่ นมาลัย กุญชร ณ อยุธยา
หลวงเสียงเสนาะกรรณ (พัน มุกตวาภัย) และยังได้ความรู้ทางดนตรีไทยจากครูในตาหนักของ
พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภริ มย์ กรมพระสทุ ธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา เชน่
พระประดิษฐ์ไพเราะ (ตาด) ครูเหลือ หม่อมคร้าม และคุณเฒ่าแก่จีบ นอกจากน้ันยังเรียนการขยับ
กรบั เสภาและขบั เสภากับบดิ าและหม่นื ขับคาหวาน (เจิม นาคมาลยั ) ทา่ นเปน็ นักร้องประจาวง
วังสวนกุหลาบและวงั เพ็ชรณ์ รบั ราชการที่กรมปพี าทยแ์ ละโขนหลวง จงึ ย้ายไปสังกดั กรมศิลปากร
สอนขับร้องที่วทิ ยาลยั นาฏศิลปกรุงเทพ จนเกษียณอายแุ ละได้รับเชิญใหเ้ ป็นผูเ้ ชีย่ วชาญสอนตอ่ มา
นอกจากน้นั ยังสอนทีว่ ิทยาลยั บพิตรภมิ ุขและวิทยาลยั เพาะช่าง

คุณครูทว้ ม ประสิทธิกลุ ท่านไดเ้ ปน็ ผู้ว่างระบบการสอนคีตศิลป์ไทย โดยเปน็ ผู้วาง
โครงร่างหลักสูตรการขับร้องเบื้องต้นและเป็นผู้วางเกณฑ์และ
ริเริ่มโครงร่างทฤษฎีการขับร้องคนแรกของวิทยาลัยนาฏศิลป
และประเทศ รวมถึงวิธขี บั รอ้ งเพลงไทยใหไ้ พรเราะ
หลกั การขบั รอ้ งเพลงไทยและการขยับกรับเสภา

คุณครูท้วม ประสิทธิกุล ได้รับการยกย่องเชิดชู
เกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (คีตศิลป์)
ปี ๒๕๒๙

ผลงานที่โดดเด่นของคุณครูท้วม ประสิทธิกุล
ได้แก่ พระทองหวน ซึ่งได้รบั การถา่ ยทอดจากหม่อมสม้ จีน
เพลงเกร็ด เพลงตับ เพลงเถา เพลงละคร เพลงหน้าพาทย์
เพลงเดี่ยว การขบั เสภา คณุ ครูยงั ได้เป็นผรู้ ิเริม่ สร้างสรรค์
การแต่งเพลง นกจาก เถา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ ดว้ ย

คุณครอู ุษา สุคนั ธมาลัย นามเดิมชอ่ื ทบั เกิดเม่อื วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๖
เปน็ บุตรนายสุด กบั นางเทียบ ชาวจังหวดั นนทบรุ ี บิดาเปน็ นักร้องและเจ้าของวงดนตรี สามชี ่อื
หลวงประมาณมนูธรรม (สกลุ บญุ ยรัตพันธ์) เมือ่ สามถี ึงแก่กรรมแลว้ ได้ต้งั นามสกลุ สุคนั ธมาลยั
ขน้ึ ใชเ้ ป็นส่วนตัว พี่สาวชือ่ นางทว้ ม ประสิทธิกุล เปน็ นกั ร้องทีม่ ีชือ่ เสียงมาก

คุณครูอุษา สุคันธมาลัย เริ่มเรียนขับร้องกับบิดา ต่อมาได้เป็นศิษย์หลวงเสียงเสนาะ
กรรณ (พนั มกุ ตวาภยั ) พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์) ซึ่งไดแ้ ตง่ เพลงทยอยเดีย่ ว
ตอ่ ใหร้ อ้ งโดยเฉพาะ นอกจากน้ันเรียนกบั ครูเจรญิ พาทยโกศล และหม่อนสม้ จีน บนุ นาค

คณุ ครอู ุษา สุคันธมาลยั มีความสามารถในการขบั ร้องไดอ้ ย่างยอดเยีย่ ม เป็นครสู อน
ขับร้องประจาวงมโหรีของพระวิมาดาเธอ พระองคเ์ จา้ สายสวลีภริ มย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ
ปิยมหาราชปดิวรชั ดา และวงดนตรีหลวงในพระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยูห่ ัว

ตอ่ มารับราชการทีก่ รมศิลปากร ความที่เป็นผู้ม่ีกระแสเสียงไพเราะน่ารักนี้เองท่านจึง
ได้ฉายาวา่ “ แม่ทพั เสียงทองแห่งกรมศิลปากร ” และได้ยันทึกเสียงไว้มาย ทีม่ ีชื่อเสียงมาก คือ
เพลงฉยุ ฉาย ซึง่ มคี รเู ทียบ คงลายทอง เปา่ ปี่ และนายพริง้ ดนตรีรส เปน็ ผู้ตรี ะนาด
นอกนนั้ เป็นเพลงระบาตา่ งๆ และเพลงละคร เชน่ เพลงสารถี ๓ ชั้น เพลงลมหวน ๓ ชน้ั

เพลงนางนาค ๒ ชัน้ พระลอลงสวน ฟ้อนเงี้ยว ระบาดาวดึงส์
อเิ หนาตอนชมดง ตบั แม่ศรที รงเครื่อง ฯณฯ

ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ ๑๖ ธนั วาคม ๒๕๒๘

คณุ ครศู รนี าฏ เสริมศิริ เกิดเมอ่ื วนั ที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๕ เป็นบุตรนายนาค
กับนางจีบ เสริมศิริ ชาวกรุงเทพมหานคร ต่อมาเม่ือหลวงประดิษฐไพเราะ ( ศร ศิลปบรรเลง ) รับ
เป็นบตุ รบุญธรรมไดเ้ ปลีย่ นช่อื ใหเ้ ปน็ บรรจง ภายหลังเปลยี่ นช่อื อีกครงั้ หนงึ่ เป็น ศรนี าฏ เคยแต่งงาน
กับนายจันทร์ โตวิสุทธิ์ เมือ พ.ศ. 2466 หลวงประดิษฐ์ไพเราะได้ฝากใหเ้ ข้าเรียนในโรงเรียนราชินี
จนจบช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 ขณะอยู่ที่บ้านหลวงประดิษฐ์ไพเราะ ก็ได้ฝึกหัดขับร้องเพลงไทยบ้าง ฝึก
เล่นเครื่องดนตรีประเภทกากับจังหวะ เช่นโทน รามะนา บ้าง และนับเป็นผู้มีความสามารถในการ
บรรเลงพอตวั

คุณครศู รนี าฏ เสริมศิริ เริม่ เรียนดนตรีและขบั ร้องทีบ่ ้านหลวงประดิษฐไพเราะ
แล้วเรียนขบั ร้องเพิ่มเติมกับหลวงเสียงเสนาะกรรณ (พนั มกุ ตวาภยั ) และหม่อนตว่ น ภทั รนาวิก
เรียนเครื่องหนังกับพระพาทย์บรรเลงรมย์ (พิมพ์ วาทิน) เรียนโน้ตสากลและไวโอลินกับพระเจน
ดุริยางค์ (ปติ ิ วาทยกร)

คณุ ครูศรนี าฏ เสริมศิริ เขา้ ถวายตัวเป็นพนกั งานมโหรีหญงิ นี้ คุณครูศรีนาฏ เสริมสิริ
(ขณะน้ัน ช่ือ บรรจง) ก็ได้เป็นผู้หนึ่งในจานวนนี้ คุณครูศรีนาฏมีหน้าที่ปฏิบัติในวงมโหรีหญิงนี้ก็คือ
เป็นคนรอ้ ง สลบั กับตโี ทนรามะนา ในวงมโหรหี ลวงของสมเด็จพระนางเจ้าราไพพรรณีพระบรมราชินี
ในรชั กาลที่7

หลงั จากนนั้ วิยาลยั นาฏศิลป กรมศิลปากร
ไดบ้ รรจใุ หเ้ ป็นครูสอนวิชาคีตศิลป์ ซึง่ ได้สอนตงั้ แต่ชนั้ ต้นปี่ 1
จนถึงช้นั สงู ปีที่ 2 การสอนของ คุณครูศรนี าฏ เสริมสิริ

ได้ผลดีมาก นักเรียนทุกคนที่เรียนกับนางศรีนาฏ เสริมศิริ
จะมีความรู้ความสามารถขั้นดีทั้งสิ้น ภายหลังได้เป็น
อาจารย์พิเศษสอนวิชาขับร้อง ในคณะศิลปกรรมศาสตร์
จฬุ าลงกรณ์หมาวิทยาลยั จนถึงแกก่ รรม

คุณครูทศั นีย์ ขนุ ทอง เกิดวันจันทร์ ที่ ๑๒ เดือน กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๒ ปีเถาะ
สถานที่เกิดโรงพยาบาล วชิรพยาบาล ปจั จุบันอย่บู า้ นเลขที่ 312 ซอยวงศส์ วา่ ง 8 เขตบางซื่อ
กรงุ เทพฯ เป็นบตุ รของนายฉาย ขนุ ทอง และนางแม้นเขยี น ขุนทอง บิดามอี าชีพเป็นพนกั งานโรงพิมพ์
มารดามอี าชีพค้าขาย มพี ีน่ อ้ งรว่ มบิดามารดาทง้ั หมด ๕ คน เป็นชาย ๑ คน หญงิ ๔ คน คุณครทู ัศนีย์
เป็นคนสุดทอ้ ง

หลงั จากจบช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ครูแมก่ ็ได้พามาสมคั รเรียนต่อทีโ่ รงเรยี นนาฏศิลป
ในชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ เรียนราละคร (นาฏศิลป์) ในขณะนน้ั คุณครูจาเรียง คุณครูเจรญิ จิต เป็นครู
สอนเรียนอยู่ ๔ ปี ต่อมาคณุ ครลู ิ้นจี่ จารุจรน เปน็ ครสู อนรอ้ งในวิชานน้ั ซึง่ คณุ ครูทา่ นกเ็ หน็ แววว่าร้อง
เสียงดี จึงแนะนาใหม้ าเรียนเอกขบั รอ้ ง โดนท่านไดน้ ามาฝากกับครูท้วม ประสิทธิกลุ ถือไดว้ ่าเป็นครคู น
แรก นอกจากคุณครูท้วมแล้ว อาจารย์ทัศนียก์ ย็ งั ไดเ้ รยี นกบั ครูศรนี าฏ เสริมสิริ ครปู ระเวช กมุ ุท
ครเู หนี่ยว ดุริยพันธุ์ ครูจิม้ ลิม้ กุลตันฑ์ ครแู ชม่ ช้อย ดุริยพันธ์ และครูจิรัส อาจณรงค์ ทศั นีย์ ยังไดเ้ ข้า
ศึกษาตอ่ ในปริญญาตรที ี่สถาบันเทคโนโลยรี าชมงคล (ในขณะทีต่ ้งั อย่วู ิทยาลยั นาฏศิลป) วิชาเอก
คีตศิลป์ไทย จนกระท่ังจบการศกึ ษาระดบั ปริญญาตรใี นปี พ.ศ. ๒๕๓๕

คณุ ครทู ศั นีย์ ขนุ ทอง เริ่มรบั ข้าราชการเม่อื วนั ที่ ๑ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๐๑ ในตาแหน่ง
ศิลปินสารอง แผนกดรุ ิยางค์ไทย กองการสังคีต กรมศิลปากร และได้สอนอยู่ทวี่ ิทยาลยั นาฏศิลป

กรมศิลปากร จนกระท่ังเกษยี ณอายรุ าชการ

คณุ ครูทัศนีย์ ขนุ ทอง มผี ลงานในการขบั ร้องเพลงไทย
เปน็ จานวนมาก เช่น คุณครูเป็นผ้ปู ระพันธ์บทรอ้ งและ
ทานองเพลงโยสลมั เถา การประพันธท์ านองทางรอ้ ง
ระบาชุดไทยพระราชนยิ ม ฯลฯ อกี ทัง้ ยงั ปฏิบตั หิ นา้ ที่

เป็นผ้เู ชี่ยวชาญการสอนคีตศิลป์ไทย
ของสถาบนั บัณฑิตพัฒนศลิ ป์ กระทรวงวฒั นธรรม

ปัจจบุ นั นี้อาจารยท์ ัศนีย์ ขุนทอง ไดร้ บั การเชิดชูเกยี รติ์
ให้เปน็ ศิลปินแหง่ ชาติ (สาขาศิลปะการแสดง)
ประจาปีพุทธศักราช ๒๕๕๕

คณุ ครูวฒั นา โกศนิ านนท์ (นามสกลุ เดิม แดงสวัสดิ์) เกิดวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน
พ.ศ. 2483 ทีบ่ า้ นทา่ ผา ตาบลปากแรด อาเภอบา้ นโป่ง จงั หวดั ราชบรุ ี บิดาช่อื นายชม้อย แดงสวัสดิ์
มารดาช่อื นางสมบูรณ์ แดงสวสั ดิ์ มพี ีน่ ้องดว้ ยกัน 3 คน คณุ ครเู ป็นคนที่ ๓ ครวู ัฒนาสมรสกบั
นายกมล โกศนิ านนท์ มีบตุ รธิดาด้วยกัน 2 คน

ครูวัฒนา โกศินานนท์ กาเนิดในครอบครัวของศิลปิน โดยมี “หม่ืนพจนาเสนาะ”
(ถึก รัตนเกศ) ซึ่งมีศักดิ์เป็นคุณตาของท่าน เป็นนักพากย์โขนในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจา้ อย่หู วั รัชกาลที่ 6 คุณครูวัฒนาให้ความสนใจดา้ นศิลปะการขบั รอ้ งเพลงไทยด้วยสายเลือดที่ผูกพัน
มากับแวดวงดนตรีไทยและนาฏศิลปไ์ ทย จนกระทั่งโรงเรียนนาฏศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป) เปิดสอนชัน้
ประถมศึกษาและกาลังเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาต่อ ครูวัฒนาเริ่มเรียนวิชาเอกนาฏศิลป์ไทย
ตั้งแต่ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 และเริ่มเรียนวิชาคีตศิลปไทยตั้งชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ คุณครูได้รับการ
ถา่ ยทอดการขบั รอ้ งเพลงจากคณุ ครทู ้วม ประสิทธิกุล จนกระทั่งจบระดับช้ัน สูงปีที่ ๒ รวมระยะเวลา
๑๑ ปี

เมือ่ สาเร็จการศกึ ษาประกาศนียบัตรนาฏศิลป์ช้นั สงู ปีที่ 2 แล้ว ครูวฒั นาได้สอบบรรจุ
เขา้ รับราชการในตาแหน่งครจู ัตวา อตั ราเงินเดือน 450 บาท สังกดั โรงเรียนนาฏศิลป กรมศลิ ปากร
ทาการสอนและปฏิบัติงานอยู่ที่โรงเรียนนาฏศิลปเป็นเวลา 15 ปี จึงย้ายไปปฏิบัติราชการที่วิทยาลัย
นาฏศิลปเชยี งใหมใ่ นปี พ.ศ. 2519 คณุ ครยู งั ได้ดารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการวิทยาลยั นาฏศิลปเชียงใหม่

ในปี พ.ศ. 25๓๑ และย้ายมาเป็นผู้อานวยการที่วิทยาลัยนาฏศิลป์
ลพบรุ ี เมือ่ ปี พ.ศ. ๒๕๓๒

คุณครูวฒั นา โกศนิ านนท์ เปน็ ผู้ที่มนี า้ เสยี งไพเราะมากคณุ ครู
จึงมีผลงานในการขับรอ้ งเป็นจานวนมาก เชน่ เพลงตบั พระลอ
ตอนพระลอตามไก่ รว่ มกบั คณุ ครูอุษา สุคันธมาลยั
และคณุ ครูทศั นีย์ ขุนทอง ตับนางลอย เพลงกลอ่ มนารี เถา ฯลฯ

ปัจจุบันนี้คุณครูได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษปฏิบัติการสอนที่
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เป็นครูผู้ถ่ายทอดเพลง และวิชาการ
ด้านการขับรอ้ งเพลงไทยให้กับศษิ ย์ในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
เป็นประจา

คณุ ครูสุพชั รินทร์ วฒั นพนั ธ์ุ เกิดเมอ่ื วนั ที่ 15 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2486 สกลุ เดิม

“วิจิตรรัตนะ” สมรสกบั นายพิสนฑ์ วฒั นพนั ธ์ุ ไมม่ ีบุตรธิดา

คุณครูสุพชั รินทรเ์ ข้าศึกษาชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 – 3 ที่โรงเรียนในอาเภอหาดใหญ่
จงั หวัดสงขลา ครอบครัวของคุณครูสพุ ชั รินทรจ์ ึงยา้ ยเข้ามาอยทู่ ีก่ รุงเทพมหานครและคณุ ครสู ุพัชรินทร์
ก็ได้เข้ามาศึกษาต่อจนกระทั่งจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนวัดช่างเหล็ก ตลิ่งชัน เม่ือ
พ.ศ. 2497 คุณครูสุพัชรินทร์จบการศึกษาช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดช่างเหล็ก
อายรุ าว 10 คุณพ่อพาไปสมัครเข้าเรียนโรงเรียนนาฏศิลป์ กรมศิลปากร แผนกคีตศิลป์ไทย คุณครูได้มี
โอกาสเรียนวิชาทางด้านคีตศิลป์ไทยกับคุณครูหลายท่าน เช่น คุณครูท้วม ประสิทธิกุล คุณครูศรีนาฏ
เสริมศิริ คุณครูสุดา เขียววิจิตร และคุณครูแช่มช้อย ดุริยพันธุ์ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ในรัชกาล
ที่ 5

คุณค รูสุพั ชริน ทร์ส าเร็ จการศึกษา ระ ดับป ระกาศ นียบั ตรน าฏศิลป์ชั้นสู ง
สาขาคีตศิลปไ์ ทย เมือ่ วนั ที่ 17 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2508 ต่อมาคุณครูสุพชั รินทรต์ งั้ ใจจะศึกษาหาความรู้
เพิม่ เติมด้านภาษาไทยและภาษาศาสตร์ เพื่อนาความรู้ดังกล่าวมาเขียนตาราและผลงานทางวิชาการ
ด้านคีตศิลป์ไทยจึงไดเ้ ขา้ ศึกษาตอ่ ในสถาบนั อดุ มศกึ ษาอื่นจนกระท่งั สาเร็จครศุ าสตรบณั ฑิต
จากสถาบันราชภัฏธนบุรี เม่ือวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2532 และสาเร็จการศึกษาศิลปศาสตรมหา
บัณฑิตจากมหาวิทยาลยั ศลิ ปากร เมือ่ วนั ที่ 10 มนี าคม พ.ศ. 2538

คุณครูสพุ ัชรินทร์จึงสอบผ่านการคัดเลอื กใหเ้ ขา้ รบั ราชการในตาแหนง่
ศิลปินจตั วา กองการสงั คีต กรมศิลปากร เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม
พ.ศ. 2506 ขณะกาลงั ศึกษาอยใู่ นระดบั ชัน้ สงู ปีที่ ๑ และได้ราชการ

เรือ่ ยมาจนเกษยี ณอายรุ าชการ ตอ่ มาคณุ ครจู ึงได้เขามา
สอนทางดา้ นวิชาคีตศิลปไ์ ทยที่สถาบันบณั ฑิตพฒั นศิลป์ มผี ลงาน
มากมาย

ผลงานทีโ่ ดดเด่นของคณุ ครู การได้รบั การถา่ ยทอด
เพลงในบทพระราชนิพนธเ์ รือ่ งเงาะป่า ในระหวา่ งปี พ.ศ.
2517 – 2518 คุณครสู พุ ัชรินทรไ์ ดร้ บั โอกาสที่สาคัญอกี ครงั้ หนึง่
ในการเพิ่มพนู ความรูด้ า้ นคีตศลิ ป์ไทย
เหตดุ ว้ ยเจ้าจอมหม่อมราชวงศส์ ดับ ในรัชกาลที่ 5 ผเู้ คยขับร้องเป็น
ตน้ เสียงในการแสดงละครเรือ่ ง เงาะปา่ พระราชนิพนธใ์ นรัชกาลที่ 5

คุณครูประคอง ชลานภุ าพ เกดิ เมือ่ วนั ศุกรท์ ี่ 5 มนี าคม พ.ศ. 2491 ภมู ลิ าเนา
อยบู่ า้ นเลขที่ 437/28 ถนนจรลั สนิทวงศ์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ด้านครอบครัว
สมรสกับนายอนภุ าพ ชลานุภาพ มีบุตรและธิดารวม 2 คน

คุณครูประคอง ชลานุภาพ เริ่มเข้าที่โรงเรียนนาฏศิลป์ กรมศิลปากร ระดับช้ัน
ประถมศึกษาชั้นปีที่ ๖ จนจบการศึกษานาฏศิลป์ช้ันสูงปีที่ ๒ และได้ศึกษาต่อจนจบระดับปริญญาตรี
สาขาคีตศิลป์ไทย ที่วิทยาลยั เทคโนโลยแี ละอาชีวศึกษา

ปฏิบัติหน้าที่ราชการในตาแหน่งครูดนตรี แผนกโรงเรียนนาฏศิลป กองศิลปศึกษา
กรมศิลปากร ช้ันวิชาสามัญช่ัวคราว และได้ปฏิบัติหน้าที่การสอนด้านคีตศิลป์ไทยจนกระทั่งคุณครู
เกษียณอายุราชการ ปัจจุบันคุณครูเป็นผู้เช่ียวชาญด้านคีตศิลป์ไทย คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิต
พฒั นศิลป์ และคุณครูยงั ไดใ้ หค้ วามอนเุ คราะหม์ าทาการสอนและใหค้ วามรู้ดา้ นการขับร้องเพลงไทยแก่
นักเรียนวิชาเอกคีตศิลปไ์ ทย วิทยาลัยนาฏศิลป อีกด้วย

ตัง้ แต่ พ.ศ. 2513 - 2545 ไดร้ ับความไว้วางใจจากวิทยาลัยฯ ร่วมกับกรมศิลปากร
ในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยยังต่างประเทศ โดยการขับร้องเพลงไทยในการแสดง โขน - ละคร
การแสดงเปน็ ชุดเปน็ ตอน ราวงมาตรฐาน ระบา ฟ้อน ฯลฯ ในการไปต่างประเทศแต่ละครั้ง ได้ปฏิบัติ

หนา้ ที่อย่างดีที่สุด จนได้รับคายกย่องชมเชยกลับประเทศทกุ ครง้ั
คุณครูมีความรู้ความสามารถในการประพันธ์คาร้องและการ
บรรจุเพลง คุณครูจึงได้ประพันธ์เพลงและบรรจุเพลงไว้เป็น
จานวนมาก เช่น บทสวดสรภัญญะในงานสาคัญต่างๆ
บทถวายพระพรตา่ ง ๆ
และยงั เปน็ ผ้เู ชีย่ วชาญในการขับร้องเพลงไทย ให้แก่สถาบัน
การศึกษาต่างๆ อีกดว้ ย

ครูพัฒนี พร้อมสมบัติ เกิดเม่ือวันที่ 1 กรกฎาคม 2487 เป็นบุตรคนที่ 2
ในจานวน 3 คน ของคุณพอ่ พจน์ และคุณแม่ยิ่งฮุ้น พรอ้ มสมบัติ ในปี พ.ศ. 2493

ครูพฒั นี ได้เรม่ิ เขา้ รบั การศกึ ษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนสีตบุตรบารุงและระดับ
มัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม ระหว่างเรียนอยู่ที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม
ได้เริ่มเรียนขับร้องกับครูดารา นาวีเสถียร (อดีตศิลปินกรมมหรสพ) จนจบชั้นมัธมศึกษา ปีที่ 3 ด้วย
ความกรณุ าจากครปู ระพันธ์ สุคนธชาติ ไดพ้ าไปฝากกับ ครทู ว้ ม ประสิทธิกุล ครจู ้มิ ลิม้ กลุ ตัณฑ์
และครลู ิ้นจี่ จารุจรณต์ ใหไ้ ดเ้ ข้าเรียนที่ โรงเรียนนาฏศิลป .ระดับนาฏศิลป ช้ันต้นปีที่ 4 ในสาขาวิชา
คีตศิลปไทย จนสาเรจ็ การศกึ ษาประกาศนียบัตรนาฏศิลปช้นั สูง

ครูพฒั นี ได้เรียนและฝึกฝนวิธีการขับร้องอย่างหนักกับครูท้วมประสิทธิกุล ต่อเพลง
เป็นพิเศษกบั ครจู ิ้มลิม้ กุลตัณฑ์ และระหวา่ งศึกษาอยู่นาฏศิลปช้ันสูง ครูประสิทธิ์ ถาวร ได้ขออนุญาต
ครูทว้ ม พาครพู ฒั นีไปตอ่ เพลงกบั คุณหญิงช้ิน ศิลปบรรเลง ที่บ้านบาตร และครูจันทนา พิจิตรคุรุการ
ไดน้ าเพลงทีต่ อ่ ไวม้ าขับรอ้ งใหก้ บั วงปี่พาทย์ไมแ้ ข็งโรงเรียนนาฏศิลป หลายเพลง โดยครูท้วม ได้กรุณา
ตบแตง่ ทางร้องให้

ระหว่างเรียน ได้สอบคัดเลือกเป็นศิลปินสารอง
เม่ือจบการศึกษา จากวิทยาลัยนาฏศิลป แล้ว เข้ารับราชการ
เป็นศิลปินจตั วา แผนกดรุ ิยางคไ์ ทย กองการสังคีต

กรมศิลปากร ได้รับการถ่าย ทอดเพลงที่ใช้ในการแสดง
ละคร โขน เพลงระบาต่าง ๆ รวมทั้งเพลง เถา และอ่ืน ๆ
จากครูศรนี าฏ เสริมศิริ ครูสดุ า เขียววิจิตร
ครูแช่มช้อย ดุริยพันธุ์ ต่อมาได้ต่อเพลงเพิ่มเติมกับ
ครูประชิตร ขาประเสริฐ และได้รับการเลื่อนระดับจน
เป็นคีตศิลปิน 5 ปัจจุบันคุณครูพัฒนี พร้อมสมบัติ
ได้เป็นครูสอนทางด้าน ขับร้องไทยหลายแห่ง เช่น
โรงเรียนจิตลดา มหาวิทยาลัยบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ฯ

คุณครอู มั พร โสวัตร เปน็ บตุ รของนายนิรันดร์ แดงวิจติ ร และนางสมจิตต์ แดงวิจติ ร
มพี ีน่ อ้ งร่วมทั้งหมด ๖ คน โดยทา่ นเปน็ บตุ รคนโตของครอบครวั ไดศ้ ึกษาวิชาขับรอ้ งเพลงไทย
จากคณุ ครูทว้ ม ประสิทธิกุล จนจบกระศึกษาปริญญาศึกษาศาสตรบณั ฑิต สาขาคีตศิลปไทย
ในปีการศกึ ษา ๒๕๒๒ วิทยาลยั เทคโนโลยแี ละอาชวี ศึกษา

คณุ ครูอัมพร โสวตั ร ได้สมรสกบั คุณครลู ายอง โสวัตร ซึง่ เปน็ ศิษย์รนุ่ พีร่ ว่ มสภาบัน
เดียวกนั และรบั ราชการอย่ทู ีว่ ิทยาลัยนาฏศิลป โดยสอนในสาขาวิชาดุริยางค์ไทย (ปีพ่ าทย์) มบี ตุ ร
๑ คน คือ นางสาวสชุ าดา โสวตั ร ซึ่งไดศ้ ึกษาวิชาขบั ร้องเพลงไทยจากคุณครูอัมพร โสวัตร โดยตรง
ปัจจบุ ันศึกษาอย่ทู ี่ ประเทศสหรัฐอเมรกิ า

ตลอดชวี ิตในงานของทา่ นได้สร้างผลงานทางดา้ นการขับรอ้ งเพลงไทยให้เปน็ ทีป่ ระจักร
ท้งั ผลงานด้านวิชาการและการปฏิบัติการขบั ร้องเพลงไทยไว้มากมาย อาทิเชน่ บนั ทึกเสียงการขับรอ้ ง
เพื่อใช้ในหลักสูตรการเรียนการสอนของวิทยาลยั นาฏศิลป บนั ทึกเสียงการขับร้องเพลงไทย
เกณฑม์ าตรฐานวิชาดนตรีไทยของทบวงมหาวิยาลยั บนั ทึกเสียงเพลงปลุกใจของหลวงวิจิตรวาทการ
เป็นผ้ขู บั ร้องประจาวงดนตรีบา้ นปลายเนินนอกจากน้นั คุณครูยังไดท้ าการบนั ทึกเสียงเพลงไทย เชน่
เพลงตบั เพลงเถา เพลงระบา เพลงประกอบการแสดงโขน – ละครเรื่องตา่ งๆ เพื่อการอนรุ ักษเ์ พลงไทย

ผลงานของคณุ ครอู มั พร โสวตั ร ทีไ่ ดบ้ นั ทึกเสียงไว้นั้น
มมี ากมาย อาทิเชน่

ตับนทราชาคิต
ตบั ภมุ รินทร์
ตับแม่ศรที รงเครือ่ ง
เพลงนกเขามาลาปี

คณุ ครูอมั พร โสวัตร เสียชวี ิตดว้ ยโรคพาร์กนิ สันเทียม
พระราชทานเพลิงศพเมอ่ื วนั ที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๑
ณ วดั มกุฎกษัตรยิ าราม

คณุ ครเู หนีย่ ว ดุริยพนั ธ์ุ เกดิ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๗ เปน็ บุตรของ
นายเนือ่ งกับนางโกสุมภ์ ชาวกรุงเทพมหานคร (ฝ่งั ธนบุรี) บิดาเป็นนักดนตรี ภรรยาช่อื นางแชม่ ชอ้ ย
(สกลุ เดิม ดุริยประณีต) เป็นนกั ร้อง มีบุตรธิดา ๖ คน ที่เป็นนักรอ้ งมีชือ่ เสียง คือนางสุรางค์ ดรุ ิยพนั ธุ์
นางดวงเนตร ดุริยพันธ์ และนายนฤพนธ์ ดรุ ิยพนั ธ์ มีพีช่ ายช่อื นายหนว่ ง ดุริยพนั ธุ์ เป็นนักดนตรี
ทีม่ ีชื่อเสียง

คุณครเู หนีย่ ว ดุริยพนั ธ์ุ เริ่มเรียนดนตรีกบั ครโู นรี ดุริยพนั ธ์ุ ซึ่งเป็นป่แู ละเจ้าของ
วงดนตรี เรียนขับรอ้ งกับพระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สนุ ทรวาทิน) และหลวงเสียงเสนาะกรรณ
(พนั มุกตวาภยั ) เรียนตกี รบั กับหมื่นขบั คาหวาน (เจิม นาคมาลยั ) รบั ราชการทีก่ รมป่พี าทยห์ ลวง
และโขนหลวง ต่อมาเมอ่ื มีการปรบั เปลีย่ นระบบราชการในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยหู่ ัว
จึงย้ายไปสังกัดกรมศิลปากร เปน็ นกั ร้องที่มีชื่อเสียงมาก เสียงดี ขบั ร้องได้อยา่ งไพเราะ ทั้งยงั มีฝีมือ
ในการบรรเลงฆอ้ งมอญและเครื่องหนังทุกชนิด

คุณครเู หนี่ยว ดุริยพัยธ์ุ มผี ลงานขบั รอ้ งบนั ทึกแผน่ เสียงไว้หลายชุด เช่น
ชุดตบั จูล่ง เสภาเรือ่ งกากี และเพลงอ่นื ๆ เชน่ เพลงเขมรไทรโยค เพลงสิงโตเล่นหาง เพลงขอมกลอ่ มลูก

และเพลงพม่าเห่ เถา

คณุ ครเู สียชวี ิตโดยการประสบอุบัติเหตุ

คุณครปู ระเวช กมุ ุท เกดิ เมื่อวนั ที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๖๖ เปน็ บตุ รนายวง กบั
นางช่มุ ชาวจงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา บิดาชอ่ื เป็นนักร้องและนกั ดนตรี ภรรยาชอ่ื กนกรตั น์ มีบุตรธิดา
๗ คน

คุณครปู ระเวท กุมุท เริม่ เรียนขับร้อง ขมิ โทน รามะนา และกลองแขกกับบิดา ต่อมา
เข้าเรียนที่โรงเรียนนาฏดุริยางค์ (ปัจจุบัน คือ วิทยาลัยนาฏศิลปกรุงเทพ) ได้เรียนซอด้วงกับครูมี
พูลเจริญ และครูโสภณ ซื่อต่อชาติ เรียนทางซออู้และซอสามสายจนถึงเพลงเดี่ยวกับครูอนันท์ ดูรย
ชีวิน เรียนจะเข้กับครูสนิทบรรเลงการ ต่อมาเป็นศิษย์หลวงไพเราะเสียงซอ ซึ่งถ่ายทอดให้จนมีความ
ชานาญเป็นอย่างย่ิง เรียนเพลงหน้าพาทย์กับครูมนตรี ตราโมท และได้เข้ารับราชการที่กรมศิลปากร
และจึงลาออกไปทางานที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ต่อมาเป็นผู้เช่ียวชาญดนตรีไทยที่วิทยาลัยนาฏศิลป
เชียงใหม่ จนเกษยี ณอายุ และไดส้ อนดนตรีท้งั ภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติแกส่ ถาบันตา่ งๆ เชน่
มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์

คุณครปู ระเวท กมุ ุท สามารถบรรเลงเครื่องดนตรีไดห้ ลายชนิด เครือ่ งดนตรีทีช่ านาญ
เป็นพิเศษ ได้แก่ ซอด้วง ซออู้ และซอสามสาย นอกจากน้ันยังขับร้อง ขับเสภา และตีกรับได้ไพเราะ
ดว้ ย มีผลงานบนั ทึกเสียงกบั วงดุริยประณีตและวงดนตรีกรมศิลปากรไว้หลายเพลง เช่น เพลงโสมส่อง
แสง เถา เพลงเขมรลออองค์ เถา คุณครยู งั ได้แต่งเพลงไวด้ ว้ ย เชน่ บทรอ้ งเพลงตะลุ่มโปง เถา บทร้อง
และทานองเพลงแขกเล่นกล เถา ซึ่งเพลงนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดเครื่องสายไทยซึ่ง

ธนาคารกสิกรจัดข้นึ

คุณครูประเวท กมุ ุท ได้รับการยกยอ่ งเชดิ ชูเกียรติ
เปน็ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย)
ประจาปี พ.ศ. ๒๕๓๒

คณุ ครูแจ้ง คล้ายสีทอง เกดิ วันอาทิตย์ ที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ ปีจอ บ้านตาบล
บางตาเถร อาเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรคนที่ 3 และเป็นบุตรชายคนเดียว ของ
นายหวัน และนางเพี้ยน คล้ายสีทอง สาเหตุที่ช่ือแจ้งนั้น พ่อบอกว่าฉันเกิดตอนแจ้งพอดีกับพระ
อาทิตย์ขึน้ เขาเลยต้ังชื่อว่า “แจง้ ” ครแู จ้งมพี ีน่ ้อง ท้องเดียวกนั ทงั้ หมด 4 คน

คุณครแู จง้ เกดิ ในครอบครวั ชาวนา และมเี ชื้อสายจีนและมอญ เพราะคุณตาเป็นมอญ
คุณยายมเี ชือ้ จีนในตระกูล “ก๋งหลี” ในจงั หวัดสุพรรณบุรี แต่คุณปู่และคุณย่าเป็นไทยแท้ คุณครูแจ้งมี
สายเลือดศิลปินเต็มตัว ทงั้ เตบิ โตในสภาพแวดลอ้ มของวงปีพ่ าทย์ ครุแจ้งยังมคี วามสามารถพิเศษจนถึง
ข้ันทาขวัญข้าวได้ในระยะหลังคุณครูแจ้งได้รู้จักกับนักดนตรีบ้านบางลาพูหลายคน เช่น นายสืบสุด
ดุริยประณีต (ไก่) คนระนาดฝีมือดีของคณะดุริยะประณีต จ.ส.อ.สมชาย ดุริยประณีต ซึ่งนักดนตรี
เหลา่ นี้มาชว่ ยงานบรรเลงของวงบา้ นครูแคลว้ คลา้ ยจินดา อยเู่ ปน็ ประจา

ครูแจ้งเข้ารับราชการในตาแหน่งคีตศิลปะจัตวา แผนกดุริยางค์ไทย กองการสังคีต
กรมศลิ ปากร เมือ่ พ.ศ. ๒๕๐๘ ครแู จง้ เป็นผู้ชอบใฝ่หาวิชาความรู้เพิ่มเติมใหแ้ ก่ตวั เอง ไม่ว่าครูแจ้งเห็น
สิ่งใดน่าสนใจก็จะขวนขวายศึกษาหาความรู้จากท่านผู้รูและผู้มีประสบการณ์ เช่น คุณครูสุดา คุณครู
แช่มชอ้ ย และเริ่มเรียนจบั กรับเสภาจากคุณครูโชติ ดุริยประณีต และได้เรียนขยับกรับกับคุณครูมนตรี
ตราโมทและคุณครูท้วม ประสิทธิกุล จนเกิดความชานาญและได้รับการช่ืนชมเป็นอย่างมากในการ
ขยบั กรับเสภา จนภายหลังไดร้ บั การยกย่องว่า "เสียงดี ตกี รบั อร่อย"

ครูแจ้ง คล้ายสีทอง ได้มีผลงานทางด้านการขับร้องให้เป็นที่รู้จักกันดี
มากมายทงั้ ทางดา้ นการขบั เสภา การเห่ ตลอดจนการขับร้องเพลงไทย
เดิมตา่ ง ๆ เชน่ ขบั เสภา เรือ่ งขุนช้างขนุ แผน และอกี มากมาย ฯลฯ

ครแู จง้ คล้ายสีทอง ศิลปินแหง่ ชาติ สาขาศิลปะการแสดง
(คีตศิลป์ไทย) พ.ศ. ๒๕๓๘ อายุ ๗๔ ปี
ถึงแก่กรรมโดยสงบ ณ โรงพยาบาลศิริราช ประมาณ 9 นาฬิกา
ใน วันอังคาร ๑๖ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลาประมาณ 09.00 น.
ด้วยอาการโรคหัวใจแทรกซอ้ นและเสน้ เลือดตีบฉบั พลนั

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานวุ ดั ตวิ งศ์ พระนามเดิมวา่
พระองค์เจา้ จิตรเจรญิ ประสตู เิ มื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๐๖ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจา้ อย่กู บั กบั พระสมั พันธวงศ์เธอพระองค์เจา้ พรรณราย เสกสมรสครงั้ แรกกบั
หม่อมราชวงศ์ปลืม้ (ราชสกุลเดิม ศิริวงศ)์ มพี ระธิดา ๑ องค์ เสกสมรสคร้ังที่ ๒ กับหม่อมมาลัย (สกุล
เดิม เศวตามร์) มพี ระโอสร ๒ องค์ เสกสมรสครัง้ ที่ ๓ กับหมอ่ มราชวงศโ์ ต (ราชสกลุ เดิม งอนรส)
มพี ระโอรสพระธิดา ๖ องค์ ทรงเปน็ ต้นราชสกุล จิตรพงศ์

สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟา้ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเรียนดนตรีไทย
กับครูถกึ ดุริยางกูร บตุ รพระประดิษฐไ์ พเราะ (มี ดรุ ิยางกูร) หรอื ครมู ีแขก พระเสนาะดุรยิ างค์
(ขุนเณร) และพระประดิษฐไ์ พเราะ (ตาด) ทรงเครื่องดนตรีไทยหลายชนิด เช่น ระนาด ซอ ขลยุ่ ฆ้องวง
กลองแขก นอกจากนน้ั ยังทรงเรียนอ่านและเขียนโน้ตสากลอีกดว้ ย

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ได้ทรงนิพนธ์เพลง
เชน่ เพลงเขมรไทรโยค (พ.ศ. ๒๔๓๑) ซึง่ เปน็ เพลงที่ไดร้ บั ความนิยมอยา่ งแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบันมี
ความไพเราะฟังแล้วรู้สึกประทับใจและเห็นความงามของทัศนียภาพแห่งไทรโย คได้อย่างซาบซึ้ง
เพลงชา้ ประสม เพลงตบั มศี รีทรงเครือ่ งเพลงปลาทอง ๓ ช้ัน และทรงเรียบเรียงเพลงอ่ืนๆ อีกมาก เช่น
ตับเรื่องสามกก๊ ตอนจูล่งค้นหาเมยี เลา่ ปี่ ตับเรื่องนิทราชาคริต ตอนแต่งงานอาบูหะซนั ตับเรือ่ งพระลอ
ทรงปรบั ปรุงเพลงเตา่ เห่ ๒ ชนั้ ร่วมกับพระเสนาะดรุ ิยางค์ (ทองดี ทองพิรุฬห์)

ทรงเป็นต้นคิดการเล่นละครดึกดาบรรพ์ตามแบบละครเพลงของฝรงั่
(อุปรากร) โดยทรงประพนั ธบ์ ทละครขน้ึ หลายชดุ รวมท้ังปรับปรงุ
ดนตรีไทยให้เหมาะสมกับการขับร้องบรรเลงในอาคาร เพลงตับที่ใช้
เปน็ บทคอนเสิรต์ ได้แก่ เรื่องรามเกียรต์ิ ตอนนางลอย
ตอนศึกพรหมาสตร์ และตอนแผลงศรนาคบาศ บทละครดึกดาบรรพ์

เชน่ เ เรื่องอิเหนา ตอนบวงสรวง ตอนตัดดอกไม้ฉายกริช เรื่องอรุณ รุธ
เรือ่ งมณีพิชยั ทงั้ ทรงเปน็ ตน้ ตดิ ในการจัดกระบวนการเพลงตา่ ง ๆ
ใหเ้ หมาะสมกบั การแสดงและเข้ากับฉากในโอกาสต่าง ๆ
ไดเ้ ป็นอย่างดี

หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เกิดเม่ือวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๒๔ เป็น
บุตรของนายสินกับนางย้ิม ชาวจังหวัดสมุทรสงคราม บิดาเป็นนักดนตรีและเจ้าของวงปี่พาทย์ที่มี
ช่อื เสียง ภรรยาคนแรกชอ่ื โชติ (สกุ ลเดิม หรุ าพนั ธ์) มบี ุตรธดิ า ๘ คน ภรรยาคนที่ ๒ ช่ือ ฟู มีบุตรธิดา
๕ คน

หลวงประดิษฐไพเราะเริ่มเรียนดนตรีกบั บิดา ตอ่ มาได้เป็นศิษย์พระยาประสาน
ดรุ ิยศพั ท์ (แปลก ประสานศัพท)์ เรียนเพลงมอญกับครูสุ่ม ดนตรเี จรญิ ไดร้ บั มอบเป็นผ้อู า่ นโครงการใน
พิธีไหว้ครูกับบิดา ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในจอมพล สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุกเจ้าฟ้าภาณุ
รังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทาหน้าที่ดนตรีและครูสอนดนตรี และได้เป็นหัวหน้าวง
วังบูรพาภิรมย์ เข้ารับราชการเป็นปลัดกรมปี่พาทย์หลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
และได้มีโอกาสถวายความรู้และแนะนาวิธีการแต่งเพลงไทยแด่สมัยพระบาทสมเด็จปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
รวมทง้ั มสี ่วนชว่ ยถวายคาแนะนาในการพระราชนิพนธ์เพลงไทย ๓ เพลง คือ เพลงราตรปี ระดับดาว เถา
เพลงเขมรลออองค์ เถา และโหมโรงคลื่นกระทบฝ่ัง ๓ ชั้น ทั้งยังเป็นผู้ช่วยในการก่อต้ังและฝึกสอน
วงมโหรีส่วนพระองค์และวงมโหรีหญิงในราชสานัก เป็นควบคุมวงวังลดาวัลย์และวงบางคอแหลม
ใน พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไปยังประเทศกัมพูชา พระเจ้ามณี
วงศ์ทรงขอตัวไว้ให้ช่วยสอนดนตรีไทยแก่นักดนตรีในราชสานักอยู่ในระยะหนึ่ง ต่อมาเม่ือมีการ
ปรับเปลี่ยนระบบราชการจึงยา้ ยไปสงั กัดกรมศิลปากรจนเกษยี ณอายรุ าชการ

หลวงประดิษฐไพเราะมีฝีมือในการบรรเลงเครื่องดนตรีได้ดีทุกชนิด
ที่ ไดร้ ับยกยอ่ งเปน็ พิเศษ คือ ระนาดเอก เป็นต้นตาหรับการบรรเลง
เพลงต่างๆ เช่น เพลงที่มีสาเนียงกรออ่อนหวาน การบรรเลงเดี่ยว
ระนาดเอก ๒ ราง แตง่ เพลงทีม่ ีลูกนาขน้ึ ตน้ ริเริม่ การบรรเลงรวมวง
ใหญ่ที่เป็นต้นแบบของวงมหาดุริยางค์ไทยในปัจจุบัน การนา
อังกะลงุ และปี่พาทยม์ อญมาบรรเลงเพลงไทย ริเริ่มแต่งเพลงให้มี
ทางเปลีย่ นของเพลงทอ่ นต่างๆ และเป็นผู้คิดโนต้ เลข ๙ ตัวเพื่อใช้
สอนดนตรีไทยได้แต่งไว้มากมาย เช่น เพลงโอ้ลาว เถา
เพลงเขมรพวง ๓ ชั้น เพลงแขกขาว เถา เพลงพม่าห้าท่อน เถา
เพลงแสนคานึง เถา เพลงไสพ้ ระจนั ทร์ เถา จอมพล
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรม พระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ประทานนามสกุล
ศิลปบรรเลง แก่ หลวงประดิษฐไพเราะ

คุณครมู นตรี ตราโมท นามเดิมว่า บุญธรรม เกดิ เมือ่ วันที่ ๑๗ มถิ ุนายน
พ.ศ. ๒๔๔๓ เป็นบุตรนายยิม้ กบั นางทองอยู่ ชาวจังหวดั สพุ รรณบุรี ภรรยาคนแรกช่ือ ลิ้นจี่ (สกุลเดิม
บุรานนท์ ) มบี ุตร ๒ คนทีม่ ีชือ่ เสียงทางด้านดนตรี คือ นายศิลปี ตราโมท ภรรยาคนที่ ๒ ช่ือ นางพูน
ทรพั ย์ (สกุลเดิมนาฏประเสริฐ) มบี ตุ รธดิ า ๒ คน ที่เป็นนกั รอ้ ง คอื นางสาวดนตรี ตราโมท

คุณครมู นตรี ตราโมท เริม่ เรียนปี่พาทยก์ ับครสู มบุญ นักฆ้อง เรียนวิธีการแต่งเพลง
กบั พระยาประสานดุริยศัพทย์ (แปลก ประสานศัพท์) และหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง)
หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง) เรียนเขียนโน้ตสากลกบั พระเจนดรุ ิยางค์ (ปิติ วาทการ)
และไดร้ ับมอบใหท้ าพิธีไหวค้ รูจากหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง)

รบั ราชการทีก่ รมพิณพาทย์หลวงในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระมุงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เปน็ ผบู้ รรเลงระนาดทมุ้ ประจาวงขา้ หลวงเดิม ตอ่ มาเมื่อมรการปรับเปลีย่ นระบบราชการในรชั กาลที่ ๗
จึงยา้ ยไปสงั กดั กรมศิลปากรจนเกษยี ณอายุ และยังคงปฏิบัติราชการในฐานะผ้เู ชีย่ วชาญดา้ นดนตรไี ทย
จนถึงแกอ่ นิจกรรม

แต่งเพลงไทยท้ังทานองร้อง และทานองดนตรีในเพลงเถา เพลง 3 ช้ัน เพลง 2 ช้ัน
และช้ันเดียว เพลงดนตรีประวัติศาสตร์ เพลงระบาต่างๆ เพลง
เบด็ เตล็ด บทรอ้ ง อวยพร บทร้องเพลงไทย บทเพลงระบา ฯลฯ เช่น
เพลงจระเข้หางยาวทางสักวา ๓ ช้ัน เพลงเทพมน ๓ ชั้น
เพลงพม่าเห่ เถา เพลงแขกต้อยหม้อ เถา
เพลงขอมทรงเครื่อง เถา เพลงกล่อมนารี เถา
ระบาโบราณคดี ระบานพรัตน์ ระบาชมุ นมุ เผาไทย
เพลงชุดประวตั ศิ าสตร์ จนได้รบั การขนานมานให้เป็น
เจ้าแหง่ เพลงระบา

คุณครูมนตรี ตราโมท ไดร้ บั ยกย่องเชดิ ชูเกียรตเิ ปน็
ศิลปินแหง่ ชาติ สาขาดนตรีไทย ประจาปี พ.ศ. ๒๕๒๘
มนตรี ตราโมท ถึงแก่อนิจกรรมเม่อื วนั อาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม
พ.ศ. 2538 ดว้ ยโรคหัวใจลม้ เหลว ณ โรงพยาบาล นนทเวช
สิรริ วมอายุ 95 ปี 1 เดือน 19 วัน

คุณครูประสิทธิ์ ถาวร เกิดเมอ่ื วันที่ ๙ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๖๔ เปน็ บตุ รนายสดุ กับ
นางฟู ชาวจงั หวดั นครศรอี ยุธยา ภรรยาช่อื นางทองเติม มบี ตุ ร ๑ คน

คณุ ครปู ระสิทธิ์ ถาวร เริ่มเรียนดนตรไี ทยกบั ครูละมดุ จาปาเฟื่อง ซึ่งเปน็ พีเ่ ขยจน
สามารถบรรเลงร่วมวงได้ ต่อมาเรียนระนาดเพิม่ เตมิ กบั ครู เจรญิ ดนตรเี จรญิ และได้เป็นศิษย์
หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง) จนมีความเชีย่ วชาญเป็นอย่างย่งิ ท้ังยงั ไดร้ ับการถา่ ยทอด
เดี่ยวระนาด ๒ ราง และวิธีประพันธเ์ พลงจากหลวงประดิษฐ์ไพเราะอกี ดว้ ย ทา่ นรับราชการทีก่ รมศิลปากร
สอนประจาที่วิทยาลยั นาฏศิลปกรงุ เทพ จนเกษยี ณอายุ มีศษิ ย์ที่มชี ่อื เสียง เชน่ นางสาวบษุ กร สาโรงทอง
นายสิริชัยชาญ ฟกั จารญู นายสมาน นอ้ ยนิตย์

คณุ ครูประสิทธิ์ ถาวร มคี วามเชียวชาญในการบรรเลงปี่พาทย์ โดยเฉพาะไดร้ ับ
การยกย่องวา่ บรรเลงระนาดไดด้ มี าก เครง่ ครัดในการบรรเลงดนตรตี ามแบบแผนของดนตรี เปน็ ผกู้ ่อต้งั
“วงมหาดุริยางคไ์ ทย” บรรเลงครงั้ แรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ ในงานเฉลิมพระอสิ รยิ ยศ
สมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราช นบั เปน็ คร้ังแรกในประวัติศาสตร์การดนตรที ไี่ ดจ้ ัดวงมโหรีใหญท่ ี่สดุ
และไดจ้ ัดแสดงข้นั อกี หลายครง้ั

คุณครูยงั มีความสามารถบรรเลงปีพ่ าทยพ์ มา่ และนาเผยแพร่
ในประเทศไทย ได้แตง่ เพลงไว้ เชน่ เพลงมา่ นรามัญ เพลงพม่ากลองยาว
เพลงพมา่ นมิ ติ เพลงทยอยเขมร เถา เพลงแขกลพบรุ ี ทางบางคอแหลม

มผี ลงานบันทึกแผ่นเสยี ง เช่น บรรเลงระนาดเอกในชุดโหมโรงเย็น
และเดีย่ วระนาดเพลงต่อยรปู ๓ ช้ัน

นายประสิทธิ์ ถาวร ไดร้ ับการยกยอ่ งเชดิ ชูเกยี รติเป็น
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) ประจาปี
พ.ศ. ๒๕๓๑ และเปน็ ภาคีสมาชิกประเภทวิจิตรศลิ ป์
สานักศลิ ปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

Kru.jinna

ขอบคณุ
ข้อมลู ภาพจากเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ


Click to View FlipBook Version