The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jeffko.089, 2022-02-09 22:58:58

pdf_20220210_105833_0000

pdf_20220210_105833_0000

คิดถึงผลที่ตามมา

ไม่เอายาเสพติด!
ในสถานศึกษา

ยาเสพติดไม่เพียงมีผลกระทบต่อชีวิตคุณ
แต่มีผลกระทบต่อทุกคน

NO NEW FACE ไม่มีคนหน้าใหม่ จัดทำโดย นายทัศนพงษ์ สมชัย
เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ใช้ยาเสพติด
NO DRUGS

59 .-

ยาเสพติด หมายถึง ยาหรือสารเคมีหรือวัตถุชนิดใดๆ ที่อาจเป็นผลิตภัณฑ์จาก
ธรรมชาติ หรือจากการสังเคราะห์ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยวิธีการกินดม สูบ ฉีด
หรือวิธีใดๆก็ตามเป็นช่วงระยะเวลาๆหรือนานติดกัน จนทำให้ร่างกายทรุดโทรมและตกอยู่
ไต้อำนาจหรือเป็ นทาสของสิ่งนั้นทั้งด้านร่างกายและจิตใจหรือจิตใจเพียงอย่างเดีเนื่ องจาก
ต้องเพิ่มขนาดการเสพมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเมื่อเสพเข้าไปสักระยะจะเกิดภาวะดื้อยา
ปริมาณยาเดิมไม่สามารถทำให้เมาได้เมื่อถึงเวลาเสพหากไม่ได้เสพจะทำให้เกิอาการขาด
ยา ทำให้ทรมานทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ หรือจิตใจเพียงอย่างเดียว ยาเสพติด นับว่า
เป็นเรื่องยากต่อการแก้ไขอย่างมาก การเข้าใจธรรมชาติของผู้เสพติดหรือผู้ติดยามีความ
เอื้อเฟื้ ออาทร มีสัมพันธ์ที่ดีของผู้ที่ผู้ป่วยเคารพรัก จะเป็นเหตุให้เขายอมเล่าความจริงโดย
ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิอย่างรุนแรง และควรนำความจริงและข้อผิดพลาดนั้น มา
วิเคราะห์แล้วหาวิธีการช่วยเหลือ จะเป็นการป้ องกันการกลับไปติดยาซ้ำ (Relapse
prevention) เพราะผู้ติดยามีโอกาสผิดพลาดอีก แม้จะเลิกได้เป็นเวลานานแล้วก็ตาม

รัฐบาลในแต่ละยุคได้ดำเนินการแก้ไข
ปัญหายาเสพติดมาตลอด จนกระทั่งใน
พ.ศ. 2501 คณะปฏิวัติภายใต้การนำของ
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ออกประกาศ
คณะปฏิวัติฉบับที่ 37 ลงวันที่ 9 ธันวาคม
2501 ให้เลิกการสูบฝิ่นทั่วราชอาณาจักร
โดยมีการเผาทำลายฝิ่ นและอุปกรณ์การสูบ
ฝิ่นที่ท้องสนามหลวงในคืนวันที่ 30
มิถุนายน 2502 หลังจากนั้นปี พ.ศ. 2504
รัฐบาลได้จัดตั้ง “คณะกรรมการปราบปราม
ยาเสพติดให้โทษ” ใช้ชื่อย่อว่า ป.ป.ส.
สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีโดยมีอธิบดีกรม
ตำรวจเป็นประธาน และมีผู้แทนจากทุก
ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็ นกรรมการ
ต่อมาในสมัยนายธานินทร์ กรัยวิเชียร
เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลได้เล็งเห็นว่า
การปราบปรามยาเสพติดไม่สามารถแก้ไข
ได้โดยการดำเนินการเฉพาะกรมตำรวจ
ฝ่ายเดียว จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ
ป้ องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.
2519 ต่อสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
และประกาศใช้เป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 16
พฤศจิกายน 2519

ประเภทของยาเสพติด
จำแนกตามการออก
ฤทธิ์ต่อระบบประสาท แบ่งเป็น 4 ประเภท

๑. ประเภทกดประสาท
ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟน เฮโรอีน ยานอนหลับ ยาระงับประสาท ยากล่อม
ประสาท
เครื่องดื่มมึนเมา ทุกชนิด รวมทั้ง สารระเหย เช่น ทินนอร์ แล็กเกอร์
น้ำมันเบนซิน กาว เป็นต้น

อาการ มักพบว่าผู้เสพติดมี ร่างกายซูบซีด ผอมเหลือง
อ่อนเพลีย ฟุ้งซ่าน อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย

๒. ประเภทกระตุ้นประสาท
ได้แก่ยาบ้า ยาอี กระท่อม โคเคน

อาการ มักพบว่าผู้เสพติดจะมีอาการ หงุดหงิด กระวนกระวาย จิตสับส
นหวาดระแวงบางครั้งมีอาการคลุ้มคลั่งหรือทำในสิ่งที่คนปกติไม่กล้าทำ
เช่น ทำร้ายตนเอง หรือฆ่าผู้อื่น เป็นต้น

๓. ประเภทหลอนประสาท
ได้แก่ แอลเอสดี และเห็ดขี้ควาย เป็นต้น

อาการ ผู้เสพติดจะมีอาการประสาทหลอน ฝันเฟื่ อง หูแว่ว
ได้ยินเสียงประหลาดหรือเห็นภาพหลอนที่น่าเกลียดน่ากลัว
ควบคุมตนเองไม่ได้ในที่สุดมักป่ วยเป็ นโรคจิต

๔. ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน
คือทั้งกระตุ้นกดและหลอนประสาทร่วมกัน

อาการ ผู้เสพติดมักมีอาการหวาดระแวงความคิดสับสนเห็นภาพลวงตา
หูแว่ว ควบคุมตนเองไม่ได้และป่วยเป็นโรคจิตได้

โทษและพิษภัยของสารเสพติด

๑. สารเสพติดจะให้โทษโดยทำให้การปฏิบัติหน้ าที่ ของอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย
เสื่อมโทรม พิษภัยของสารเสพย์ติดจะทำลายประสาท สมอง ทำให้สมรรถภาพเสื่อมลง
มีอารมณ์ จิตใจไม่ปกติ เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เช่น วิตกกังวล เลื่อนลอยหรือ
ฟุ้งซ่าน ทำงานไม่ได้ อยู่ในภาวะมึนเมาตลอดเวลา อาจเป็นโรคจิตได้ง่าย

๒. ด้านบุคลิกภาพจะเสียหมด ขาดความสนใจในตนเองทั้งความประพฤติความสะอาด
และสติสัมปชัญญะ มีอากัปกิริยาแปลกๆ เปลี่ยนไปจากเดิม

๓. สภาพร่างกายของผู้เสพจะอ่อนเพลีย ซูบซีด หมดเรี่ยวแรง ขาดความ
กระปรี้กระเปร่าและเกียจคร้าน เฉื่อยชา เพราะกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ปล่อยเนื้อ ปล่อย
ตัวสกปรก ความเคลื่อนไหวของร่างกายและกล้ามเนื้อต่างๆ ผิดปกติ

๔. ทำลายสุขภาพของผู้ติดสารเสพติดให้ทรุดโทรมทุกขณะ เพราะระบบอวัยวะต่าง ๆ
ของร่างกายถูกพิษยาทำให้เสื่อมลง น้ำหนักตัวลด ผิวคล้ำซีด เลือดจางผอมลงทุกวัน

๕. เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย เพราะความต้านทานโรคน้ อยกว่าปกติ ทำให้เกิดโรคหรือ
เจ็บไข้ได้ง่าย และเมื่อเกิดแล้วจะมีความรุนแรงมาก รักษาหายได้ยาก

๖. อาจประสบอุบัติเหตุได้ง่าย สาเหตุเพราะระบบการควบคุมกล้ามเนื้อและประสาท
บกพร่อง ใจลอย ทำงานด้วยความประมาท และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุตลอดเวลา

๗. เกิดโทษที่รุนแรงมาก คือ จะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ถึงขั้นอาละวาด เมื่อหิวยาเสพติด
และหายาไม่ทัน เริ่มด้วยอาการนอนไม่หลับ น้ำตาไหล เหงื่อออก ท้องเดิน อาเจียน
กล้ามเนื้อกระตุก กระวนกระวาย และในที่สุดจะมีอาการเหมือนคนบ้า เป็นบ่อเกิดแห่ง
อาชญากรรม

นโยบายการแก้ปัญหายาเสพติดใน
สถานศึกษา (Drugs)

Drug Free ห่างไกล ยาเสพติด รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการแก้ไขปัญหายาเสพ
ติด โดยมีนโยบาย 5 รั้วป้ องกัน คือ รั้วครอบครัวรั้วโรงเรียน รั้วชุมชน รั้วสังคม และ รั้ว
ชายแดน ซึ่งจะต้องมีมาตรการอย่างชัดเจน ทั้งมาตรการการป้ องกันไม่ให้เด็กหันไปหายา
เสพติดการป้ องปราม และปราบปราม ดังนั้น หากมีเด็ก หรือ บุคลากรทางการศึกษา เป็นผู้
ค้ายาเสพติด ก็ต้องป้ องปราม และหากมีผู้ติดยาเสพติดก็จำเป็นต้องมีการบำบัดรักษา โดย
จะมีโครงการต่างๆ เช่น TO BE NUMBER ONE โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน กิจกรรม
ต่างๆไม่เว้นการต่อต้านการดื่มสุรา และ การสูบบุหรี่ เพราะสิ่งเหล่านี้ จะนำพาไปสู่การติด
ยาเสพติดในอนาคต ไม่เฉพาะนักเรียน นักศึกษาเท่านั้น แต่ครู อาจารย์ ผู้บริหาร และ
บุคลากรทางการศึกษาก็จำเป็นต้องเป็นตัวอย่างที่ดี แก่เด็ก และเยาวชน

ต้องล้อมรั้วโรงเรียน เพื่อป้ องกันยาเสพติดแพร่ระบาดเข้ามาในสถานศึกษาอย่างครบวงจร
โดยมีมาตรการต่างๆ ในการป้ องกัน บำบัดรักษา ปราบปรามผู้ค้า ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจ
ด้วยว่ายาเสพติดนั้นให้หมายรวมถึงบุหรี่ด้วย เพราะผลวิจัยถือว่า บุหรี่เป็นจุดเริ่มต้นที่จะ
นำไปสู่การติดยาเสพติดอื่นที่รุนแรงขึ้น จึงจำเป็นต้องสกัดเยาวชนไม่ให้สูบบุหรี่ นอกจากนี้
การจะแก้ปัญหาให้ได้ผล จะต้องให้สถานศึกษาเป็นเขตปลอดบุหรี่ โดยครู ผู้บริหาร จะต้อง
ไม่สูบบุหรี่เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็ก นอกจากนี้สถานศึกษาต้องยอมรับความจริงได้ว่า
เด็กของท่านเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยง จำนวนเท่าใด เพื่อจะได้นำไปสู่การแก้ปัญหาได้ตรงจุด

การป้องกันและการแก้ไขปัญหายาเสพติด

๑. ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติด และระมัดระวังในการใช้ยา

๒. รู้จักเลือกคบเพื่อนที่ดี ส่งเสริมให้คิดและกระทำสิ่งดีมีประโยชน์กล้าพูดปฏิเสธเพื่อน
ที่ชักจูงไปใน ทางที่ไม่ดี เช่น การพูดปฏิเสธเพื่อนที่ชวนให้ลองเสพยาเสพติด

๓. ใช้เวลาว่าง และความอยากรู้ อยากลอง ไปในทางที่เป็นประโยชน์พึงระลึกเสมอว่า
ตนเองนั้นมีคุณค่าทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม

๔. มีความภาคภูมิใจและนับถือตนเอง ด้วยการไม่พึงพาหรือเกี่ยวข้องอบายุมขและสิ่ง
เสพติดใดๆ ซึ่งจะนำความเสื่อม ไปสู่ชีวิตของตนเอง

๕.รู้จักแก้ไขปั ญหาชีวิตของตนเองด้วยเหตุและผล

๖. รู้จักบทบาทหน้ าที่ของตนเอง ด้วยการตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เชื่อฟังคำสั่งสอนของ พ่อ
แม่และประพฤติแต่ในสิ่งที่ดีงาม จะช่วยให้เยาวชนประสบกับความสำเร็จในชีวิต

๗. ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส เข้าใจวิธีการดำเนินชีวิตและยอมรับความเป็นจริง ที่ตนเอง
เป็นอยู่ โดยนำหลักศาสนามาเป็น แนวทางในการดำเนินชีวิต จะช่วยให้เยาวชนเกิด
ความมั่นคงทางด้านจิตใจมากขึ้น

๘. เมื่อมีปัญหา รู้จักปรึกษาผู้ใหญ่ พ่อ แม่ หรือผู้ที่ไว้วางใจ หรือ หน่วยงานต่างๆ ที่รับ
ให้คำปรึกษา ในฐานะที่เยาวชนเป็น สมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว จึงควรมีส่วนช่วย
พ่อแม่ ผู้ปกครอ

มุ่งมั่นเเก้ไข
ขจัดภัยยาเสพติด!


Click to View FlipBook Version