The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักการสร้างแบรนด์ให้เป็นดิจิทัล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by T'ang Kwa, 2022-06-30 11:00:33

บทที่2

หลักการสร้างแบรนด์ให้เป็นดิจิทัล

การสร้างดิแจิบทัรลนด์ธุรกิจ
รหัสวิชา 30204-2006

2หน่วยที่

หลักการสร้างแบรนด์ให้เป็น
ดิจิทัล

สารบัญ

2หน่วยที่

หลักการสร้างแบรนด์ให้เป็นดิจิทัล

ความหมายของการสร้างแบรนด์
ความหมายของแบรนด์ดิจิทัล
ข้อคำนึงถึงเกี่ยวกับแบรนด์ดิจิทัล
ข้อแตกต่างระหว่างการตลาดแบบดิจิทัลกับการสร้างแบรนด์แบบดิจิทัล
ประโยชน์ของการสร้างแบรนด์ดิจิทัล
ขันตอนการสร้างแบรนด์ธุรกิจดิจิทัล
หลักการสร้างแบรนด์
กลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์
ปัจจัยหลักในการสร้างแบรนด์ให้เป็นดิจิทัล

ของกคาวราสมร้หามงแายบรนด์

การสร้างแบร์นด์ (Branding) คือกระบวนการสร้าง ชื่อเสียง ชื่อเสียงสำคัญมาก
เป็นที่มาของความไว้วางใจ (Trus) เป็นที่มาของเครดิต (Credit) เป็นสิ่งที่บอกถึงอดีต
และกำหนดอนาคต ฉะนั้นแบรนด์คือสิ่งที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจ ซึ่งจะเห็นว่าแบรนด์
ดัง ๆ ระดับโลก เช่น Coca Cola, Nike

ภาพที่ 1.1 โลโก้Coca cola

ภาพที่ 1.2 โลโก้Nike

ของคแวบามรนหดม์ดาิยจิทัล

แบรนด์ดิจิทัล (Digital Branding หมายถึง การทำ 'Branding" ผ่านทางสื่อ
และเทคโนโลยีคิจิทัลต่าง ๆ ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน เช่น เว็บไซค์ โทรศัพท์เคลื่อนที่
อีเมล์ โทรทัศน์ เครื่องช่วยงานส่วนบุคคลแบบดิจิทัล (PDA ย่อมาจากPersonal
digital assistants) และ Wireless Application Protocol (WAP) เป็นต้น

ภาพที่ 1.3 BRANDING

เกี่ยวกับข้อกดคาิรำจิสนทึัรงล้าถงึงแบรนด์

1.ต้องยอมรับและเข้าใจว่า ถ้าแบรนด์ประสบความสำเร็จ
2. ให้ความสำคัญกับการนำเสนอคำสัญญาแทนการส่งเสริมในตัวสินค้า
3. ต้องมองไปข้างหน้าโดยทำการวิจัยผู้บริโภค
4. มองหาสิ่งที่เป็นจุดยืดในระดับที่สูงขึ้น
5.ให้ความสำคัญกับวิธีที่จะช่วยให้เกิดการสนทนาระหว่างผู้ขายกับผู้บริโภค
หรือ ระหว่างผู้บริโภคด้วยกัน มากกว่าที่จะใช้วิธีการสื่อสารแบบทางเดียว
(One-way Communication) เหมือนสื่อทีวี และป้ายโฆษณา
6. คำนึงถึงทางเลือกอื่นๆ ในการสร้างแบรนด์ เพื่อเตรียมพร้อมหนทาง
แก้ไขในกรณีที่เกิดความล้มเหลว และหันมาลงทุนในทางเลือกที่จะช่วยกู้
สถานการณ์

ข้อแตกต่า
งระหว่าง

DIGITAL MARKETING กับ DIGITAL BRANDING

ในขณะที่การตลาดดิจิทัล หรือ Digital Marketing มีความยอดเยี่ยมในการตอบ
รับผู้ซื้อหรือผู้ใช้บริการแบบครั้งต่อครั้ง แต่การสร้างแบรนด์ แบบDigital Branding
นั้นดีกว่าในการสร้างความสัมพันธ์ตลอดชีวิตระหว่างธุรกิจและลูกค้า

ภาพที่ 1.4 DIGITAL MARKETING

ภาพที่ 1.5 DIGITAL BRANDING

ของการสปร้ราะงโแยบชนร์นด์ดิจิทัล

1. ช่องทางที่หลากหลาย (Multichannel) การมีแบรนด์ดิจิทัล (Digital Branding) ที่แข็งแกร่งจะช่วยให้
ธุรกิจสามารถแพร่กระจายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงช่องทางต่าง ๆ เช่น โฆษณาออนไลน์
เว็บไซด์แช็ตและสื่อสังคมออนไลน์ ความสามารถในการโปรโมตแบรนด์ในหลาย แพลตฟอร์มนั้นเป็น
ประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับทุก ๆ ธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้สามารถส่งเนื้อหาข้อความที่เป็นหนึ่งเดียวไปยัง
ลูกค้าต่าง ๆ ในแบบที่มีความเป็นส่วนตัวสำหรับแต่ละคนได้
2. การทำให้เกิดไวรอล (Virality) การตลาดที่มีส่วนร่วมกับความรู้สึก อารมณ์ของผู้คนอย่างแท้จริง
เพราะการจะทำสื่อหรือข้อมูลชนิดใดชนิดหนึ่งให้ถูกส่งต่อไปเป็นวงกว้างในเวลาอันรวดเร็วจะต้องทำออก
มาให้ตรงใจผู้รับชมมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคนิคกับความรู้สึกที่เศร้าโศกเสียใจ ความรักความเกลียด
ชัง ความฉลาด ความโง่เขลาหรือแม้แต่ความสุขหรือความบ้าคลั่ง เพราะความรู้สึกเหล่านี้ คือ ความรู้สึกที่
หลายคนปิดเอาไว้ไม่แสดงออกมา หากสามารถทำสื่อประเภทนี้ออกมาได้ นั่นหมายความว่า คุณเป็นคนหนึ่ง
ที่เข้าใจพวกเขาเหล่านั้นซึ่งถือว่าเป็นกระบวนการที่ทำให้สื่อถูกส่งต่อออกไปอย่างง่ายดาย
3. การ โต้ตอบ (Interaction) การสร้างแบรนด์ดิจิทัล
(Digital Branding) ช่วยให้ลูกค้ามีส่วนร่วมและสร้างประสบการณ์ของการเป็นลูกค้าที่ไม่เหมือนใคร วิธีการ
บางอย่างในการสร้างแบรนด์ดิจิทัล (Digital Branding) คืออนุญาตให้บริษัทโต้ตอบกับลูกค้า รวมถึงการ
เแบนเนอร์ที่ลิกได้ในบางเว็บไซต์ หรือการสร้างภาพ เพื่อแสดงคุณสมบัติที่ดีที่สุดของบริษัทหรือตราสินค้า
4. ทำให้แตกต่างจากคนอื่น (Differentiation) ในปัจจุบันเกิดการแข่งขันเป็นอย่างมากในทุกการมีบางสิ่งที่
ทำให้แตกต่างจากบุคคลอื่น ได้ จะทำให้บทบาทในการทำตลาดในอนาคตมั่นคง แบรนด์ดิจิทัล (Digital
Branding) ทำโดยการนำจุดแข็งและความสำเร็จของธุรกิจมารวมกัน ซึ่งความประทับใจและสร้างความแตก
ต่างจากคู่แข่งขัน
5. การเชื่อมต่อที่ดีกว่า (Better Connections) การสร้างแบรนด์ดิจิทัล (Digital Branding) ช่วยเชื่อมต่อกับ
กลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น คุณค่ของแบรนด์ยังคงเป็นจริงตลอดหลายปีที่ผ่านไป และได้รับการพัฒนา ให้
สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่แต่ยังคงคุณค่าดั้งเดิมที่เก็บรักษาคนรุ่นเก่าไว้ด้วย

การสร้าขงัด้นิแจติบทัอรลนนด์ธุรกิจ

1. กำหนดพันธกิจ (BRAND MISSION)
2. รู้จักลูกค้า ออกแบบกลุ่มเป้าหมาย
3. สร้างสิ่งที่ทำให้แตกต่างจากคู่แข่ง
4. ออกแบบบุคลิกของแบรนด์ (Brand Personality)

4.1 Excitement คือ ความตื่นเต้น สนุกสนาน มั่นใจ ท้าทาย
4.2 Sincerity คือ ความห่วงใย จริงใจ ซื่อสัตย์
4.3 Sophistication คือ ความซับซ้อน หรูหรา เลอค่า
4.4 Competence คือ ความสามารถ ความฉลาด เหนือชั้น ก้าวล้ำ
4.5 Ruggedness คือ ความทนทาน ถึกบึกบึน ห้าวหาญ
5. ศึกษาออกแบบโลโก้
6. งานออกแบบ

การสหร้ลาังกแารบรนด์

หลักการสร้างแบรนด์ (Branding) คือ สิ่งที่สามารถทำได้โดยไม่ได้จำกัดอยู่ด้วยวิธีได
วิธีหนึ่งหรือด้วยเพียงแค่อยู่บนพื้นฐานว่าจะทำอย่างไรให้แบรนมีคามแตกต่างและ
ทำให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ได้ซึ่งอาจแบ่งเงื่อนไขออกเป็น 4 ส่วน คือ
1) แตกต่าง ไม่ซ้ำหรือเหมือนใคร
2) มีเป้าหมายขัดเจนว่าจะสื่อสารอะไรให้ลูกค้ารับรู้
3) สามารถสื่อสารได้ว่าแบรนด์ทำอะไร ทันทีที่ลูกค้านึกถึงแบรนด์
4) เป็นที่จดจำหรือง่ายต่อการจดจำ
สำหรับวิธีการที่มักจะนำมาใช้กับการสร้างแบรนด์เพื่อที่จะทำให้ลูกค้าสามารถแยกแยะ
และสามารถจดจำ
แบรนด์ได้ มักจะเป็นเรื่องดังต่อไปนี้
1) ตราสินค้าหรือโลโก้
2) โทนสีของโลโก้
3) ลักษณะตัวอักษรที่แบรนด์ใช้กับโลโก้หรือฉลาก
4) รูปร่าง ลักษณะของบรรจุภัณฑ์
5) สโลแกน (Slogan)
6) สีและรูปแบบของยูนิฟอร์มพนักงาน
7) ลักษณะวิธีการให้บริการ/บริการหลังการขาย
8) บรรยากาศของร้าน (ตั้งแต่การตกแต่งร้านไปจนถึงเรื่องกลิ่น)
9) บุคลิกภาพของแบรนด์ (Brand Personality)
10) Presenter ของแบรนด์ หรือบุคลิกของ Presenter

ในการกสลร้ยาุงทแธ์บรนด์

กลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ มีหลักการสำคัญ 9 ข้อ ดังนี้
1. วิเคราะห์ตนเอง ก่อนที่จะสร้างแบรนด์ให้กับธุรกิจหรือสินค้า จะต้องรู้จักตนเองให้ดีก่อนว่าตนเอง
มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องอะไร จะวางแนวทางการตลาดสำหรับธุรกิจในอนาคตอย่างไร เพื่อกำหนดวิสัย
ทัศน์ของธุรกิจให้ชัดเจน
2. วิเคราะห์คู่แช่งขัน ศึกษาแนวทางการตลาด และจุดแข็ง-จุดอ่อนของคู่แข่งขัน เพื่อดูว่าตนเองมีจุดเด่น ในเรื่อง
อะไรที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งขันได้ ศึกษาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคู่แข่งขันว่ามีลูกค้ากลุ่มไหนที่คู่แข่งขัน ยังเข้า
ไม่ถึง เพื่อให้สามารถเข้าไปทำการตลาดได้ก่อน
3. กำหนดลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำธุรกิจ
เพื่อดูว่ากลุ่มเป้าหมายใดเป็นเป้าหมายหลัก ช่วยให้วางแผนการใช้สื่อโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้งบ
ประมาณในการทำการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างคุ้มค่า
4. เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า ศึกษาว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้รับจากสินค้านั้น ๆ มีปัจจัยอะไรบ้างที่
ลูกค้าใช้ในการตัดสินใจซื้อ รสนิยมของลูกค้าเป็นแบบไหน หากไม่มีสินค้าที่ลูกค้าต้องการจะมีสินค้าตัวไหนที่
สามารถทดแทนได้หรือไม่ เพื่อหาวิธีสร้างแบรนด์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าและสร้างฐานลูกค้าประจำได้
5. สร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทำให้แบรนด์เป็นเสมือนคนคนหนึ่งที่มีตัวตนและแตกต่างจากคู่แข่งขัน
โดยกำหนดบุคลิกของแบรนด์ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของธุรกิจ แนวทางการตลาดและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายซึ่ง
สามารถกำหนดบุดลิกให้แบรนด์ได้มากกว่าหนึ่งบุดลิก แต่บุคลิกเหล่านั้นจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้
แบรนด์มีตัวตนที่ชัดเจน ลูกค้าสามารถรับรู้ถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้
6. สื่อสารอย่างสม่ำเสมอ เมื่อกำหนดลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย กำหนดเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้แล้
รู้ว่ควรสื่อสารกับลูกคำแต่ละกลุ่มเป็หมายในรูปแบบใดให้น่าสนใจและเป็นที่จดจำ โดยไม่สูญเสียความเป็นตัวดนของ
แบรนด์ และต้องมีการสื่อสารอย่างสม่ำาเสมอ เพื่อให้ลูกคำารับรู้ถึงตัวตนของแบรนด์ และทำให้แบรนด์สามารถ
เข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าได้ในที่สุด
7. รักษาตุณภาพสินค้า แม้ว่ามีการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ไว้ตีแต่ไหน หากลูกค้าไม่ประทับใจในสินค้า
โอกาลที่ลูกค้าจะซื้อซ้ำก็มีเปอร์เซ็นต์น้อย และอาจทำให้แบรนด์เสียดวามน่าเชื่อถือไปด้วย ดังนั้น ถ้าทำสินค้าออกมา
มีคุณภาพ ผู้ใช้ประทับใจ เกิดการบอกต่อ ก็จะทำให้แบรนด์กลายเป็นที่นิยมขึ้นมาได้
8. รักษาฐานลูกค้ว ถ้ามีการบริการลูกค้าเก่าไว้ให้ดีมากเท่าไร ลูกด้าจะยิ่งผูกพันและรู้สึกตี่ต่อแบรนด์
กลายเป็นฐานลูกค้าประจำของแบรนค์ที่จะคอยบอกต่อและปกป้องแบรนค์ ทำให้แบรนด์มีชื่อเสียงและได้รับความ
น่าเชื่อถือมากขึ้น
9. รับฟังลูกค้า เจ้าของกิจการต้องหมั่นสอบถามความพึงพอใจของลูกค้า และสำรวจความต้องการของลูกค้า
เพื่อปรับปรุงจุดบกพร่อง รักษามาตรฐานของสินค้า และพัฒนาต่อไปให้ดียิ่งขึ้นเสมอ

ในการสร้างปัแจบจรัยนดห์ใลหั้ไกด้เป็นดิจิทัล

1.ตัวตนต้องชัดเจน

ภาพที่ 1.6 มังกรบาร์บีกอนของ Bar-B-Q plaza

2.รู้จักลูกค้าให้ดีหลังจากกำหนดแบรนด์ดิง

ภาพที่ 1.7 L'Oreal Paris

3.คอนเทนต์ (content)ต้องดี

ภาพที่ 1.8 will finds a way

4.เลือกเครื่องมือโปรโมตให้ถูกต้อง

ภาพที่ 1.9 แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์

5.พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง

ประเสด็นรุสปำคัญ

การสรังแบรนด์ดิจกัล (Digtal Branding) เป็นคำที่ใช้ในการอธิบายวิธีการต่าง ๆ
ทั้งนมดในเชิงธุรกิจที่ใช้ลูกค้บนออนไลน์ ซึ่งมีนมุมทางการตลาดต่าง ๆมากมายหลาก
หลายด้าน รวมถึง SEO,Olarketing Content, Social Media และ Influencer Mar

Digtal Branding หมายถึง การสร้งแบรนด์ผ่านทงสีอและเทโนโลยดิจิกัลต่าง ๆ
ที่นิยมใช้กันในปัจจุบันเช่น เว็บไซต์ โกรค้ท์เคลื่อนที่ อีมล โทรกัศนำ เป็นตัน ซึ่งเป็นสื่อที่
คาดการณ์ว่าจะเป็นสื่อที่มีผู้คนในโลกนันมาใช้
มากขึ้นกว่าสื่ออื่น ๆ น่ว่าจะเป็นแนังลือและวารสารรือแม้นตภิกยุ โกรกัศน์ โดยมีข้อคำ
นึงถิงที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ต้องยอมรับและเข้าใจว่า ถ้านบรนด์ประสบความสำร็จ รกิจก็สามารถทำการ
แข่งขันได้

2.ให้ความสำคัญกับการนำเสนอคำสัญญานทนการส่งเสริมในตัวสินค้า
3.ต้องมองไปข้างหน้าโดยทำการวิจัยผู้บริโภค
4. มองหาสิ่งที่เป็นจุดยืนในระดับที่สูงขึ้น
5.ให้ความสำคัญกับวิที่จะช่วยให้เกิดการสนทนาระหว่างผู้ขายกับผู้บริโภค
6. คำนึงถึงทางเลือกอื่น ๆ ในการสร้างแบรนด์


Click to View FlipBook Version