1
ใบความร้ทู ่ี 1 หนว่ ยท่ี 1
ชือ่ วิชาศลิ ปประดิษฐ์ 3400 – 0015 สอนสัปดาห์ท่ี 1
ชื่อหน่วยความรพู้ ื้นฐานงานดอกไม้สด สอนคาบที่ 1- 5
ชือ่ เรื่อง ความรู้พืน้ ฐานการประดษิ ฐ์ดอกไมส้ ด และการประดิษฐ์ดอกข่า จำนวน 5 ช่ัวโมง
หวั ข้อการเรียนรู้
1. ประวัติความเป็นมาของงานประดิษฐ์ดอกไม้สด
2. การเลือกและเตรียมวสั ดุ อุปกรณ์ในการประดษิ ฐ์ดอกไมส้ ด
3. การเลอื กและเตรยี มดอกไม้ ใบไม้ และการเกบ็ รักษา
4. การปฏิบัติงานเก่ียวกับดอกไม้สด
5. การเก็บรักษาดอกไม้สดเมื่อทำเสร็จแล้ว
6. การประดิษฐ์ดอกไม้สด
6.1 การประดิษฐ์ดอกข่า
1. ประวตั ิความเป็นมาของงานดอกไม้สด
บรรพบุรุษของไทยมีชื่อเสียงในงานด้านศิลปประดิษฐ์อย่างมากมาย โดยเฉพาะการประดษิ ฐ์
ตกแต่งพวงดอกไม้ใบไม้ผลไม้และวัสดุอ่ืนๆ เป็นที่ขึ้นชื่อมานานแต่โบราณ แต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่า
ได้มีการเรม่ิ ต้นมาแต่ในสมัยใด เนือ่ งมาจากไม่มีการจดบันทกึ เป็นลายลักษณ์อักษรไว้จึงไม่มีหลักฐาน
ใดๆ ให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบค้น ต่อมาในสมัยสุโขทัยเป็นราชธานีสมัยพระเจ้าอรุณมหาราช คือ
พระร่วงเป็นพระเจ้าแผ่นดินมีพระสนมเอก คือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือ นางนพมาศ ซึ่งเป็นผู้ท่ีมี
ความสามารถในงานด้านฝีมือในการประดิษฐ์ดอกไม้สดเป็นเลิศในสมัยน้ันตามหลักฐานท่ีอ้างถึงใน
พระราชนิพนธ์เร่ือง พระราชพิธีสิบสองเดือนตอนหน่ึงท่ีกล่าวถึงท้าวศรีจุฬาลักษณ์ได้คิดตกแต่ง
โคมลอยให้งดงามวิจิตรกว่าโคมของพระสนมอ่ืนๆ โดยการนำเอาดอกไม้ต่างๆ มาประดิษฐ์ตกแต่ง
และยังนำผลไม้มาทำการแกะสลักตกแต่งประกอบด้วย แต่มิได้มีการอ้างถึงว่าในการตกแต่งคร้ังนั้น
มกี ารร้อยมาลยั มาประดับตกแต่งด้วยหรือไม่ นอกจากนยี้ ังมีหลักฐานที่อ้างถึงอีกตอนหน่งึ วา่ ในเดือน
เมษายนมีพระราชพิธีสนานใหญ่บรรดาเจ้าเมืองเศรษฐีคหบดีเข้าเฝ้าถวายบังคมสมเด็จพระร่วงเจ้า
เพื่อถวายเคร่ืองราชบรรณาการ พระสนมนางกำนัลต่างก็ร้อยกรองดอกไม้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ
ใส่เมี่ยงหมากถวายให้สมเด็จพระร่วงเจ้าพระราชทานแก่ผู้มาเฝ้า ในคร้ังนั้นนางนพมาศได้ร้อยดอกไม้
สีเหลือง เป็นรูปพานทองสองช้ันรองขัน มีระย้าระบายงดงามในขันใส่เม่ียงหมาก แล้วร้อยดอกไม้
เป็นตาข่ายคลุมขันอีกทีหน่ึงดูประณีตงดงามเหมาะสำหรับพระราชพิธีท่ีสำคัญ สมเด็จพระร่วงเจ้า
จึงทรงบัญญัติว่า ถ้าชาวไทยรับแขกเป็นการสนานใหญ่มีการอาวาหมงคล หรือวิวาหมงคลให้ร้อย
กรองดอกไม้เป็นรูปพานขันหมากเช่นนี้และให้เรียกว่า “พานขันหมาก” จึงถือได้ว่าเป็นการถ่ายทอด
งานดอกไม้สดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติมายังอนุชนรุ่นหลังโดยเริ่มจากพระราชสำนัก (วัง) เพราะ
สมัยก่อนการจะศึกษาหาความรู้ทางด้านวิชาการจะศึกษาท่ีวัดแต่ถ้าต้องการศึกษางานด้านศิลปะ
และฝีมือต่างๆ ก็ต้องศึกษาจากวังดังนั้นพระราชสำนัก จึงทำหน้าที่ถ่ายทอดวิชาความรู้เกี่ยวกับ
2
งานดอกไม้สดทง้ั หลายแกก่ ลุ ธดิ าท่ีถกู ส่งเข้าไปรับการอบรมส่ังสอนจากในรัว้ ในวังแล้วจึงแพร่หลายมา
สู่ชาวบ้านชาวเมอื ง และประชาชนทัว่ ไป
งานดอกไม้สดได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์มาจนถึง
ปัจจบุ ันมีการถ่ายทอดวชิ าความรู้อย่างกว้างขวาง ได้มีการจัดต้งั สถานศึกษา เพ่ือให้ความรแู้ ก่เยาวชน
และประชาชนทั่วไปทงั้ การสอนทางด้านสายสามัญ และสายอาชพี แม้จะมหี นว่ ยงาน หลายหน่วยงาน
รับผิดชอบในการถ่ายทอดความรู้แต่พระราชสำนักก็ยังให้ความสำคัญกับศิลปวัฒนธรรมไทยแขนงนี้
อย่างมาก ดังจะเห็นได้จากการจัดต้ังวิทยาลัยในวังขึ้นเพ่ือถ่ายทอดความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงาน
ดอกไมส้ ด และงานฝีมือเกยี่ วกับศลิ ปะประดิษฐข์ องผู้ที่มคี วามชำนาญ ในพระราชวงั ส่ปู ระชาชน
งานดอกไม้สดจึงมีความผูกพันและมีความสำคัญอย่างย่ิงในวิถีการดำเนินชีวิตของสังคมไทย
เพราะไม่ใช่เพียงความสวยสดงดงามตระการตาเท่านั้นหากยังสะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่ง เรือง
วฒั นธรรมอันดีงามและความเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่สืบต่อมาจากอดตี ปจั จุบนั ไปยงั อนุชนรุ่นหลังให้
เปน็ ที่ยอมรับของสงั คมและชาวโลกต่อไปอย่างไม่มที ่สี ้นิ สดุ
2. การเลอื กและเตรยี มวัสดุ อปุ กรณใ์ นการประดิษฐ์ดอกไม้สด
2.1 วสั ดุทใ่ี ชใ้ นงานประดิษฐ์ดอกไม้สด
การเตรยี มวสั ดุที่ใชใ้ นงานประดิษฐ์ดอกไมส้ ดแบ่งออกเปน็ 2 ประเภทได้แก่
2.1.1 ดอกไม้ ดอกไม้ที่ใชใ้ นงานประดิษฐด์ อกไม้สดแบ่งตามประโยชนก์ ารใช้ เชน่
1) ดอกไม้ท่ีใช้ท้ังดอก เช่น ดอกกุหลาบ ดอกบานไม่รู้โรยดอกรักดอกพุดตูม ดอก
มะลิ ดอกเบญจมาศน้ำ ดอกจำปี ดอกจำปาดอกดาวเรอื ง เป็นต้น
2) ดอกไม้ที่ใชเ้ ฉพาะกลีบ เชน่ ดอกกุหลาบมอญ ดอกกล้วยไม้ ดอกบานบุรี ดอก
เฟอ่ื งฟา้ เปน็ ตน้
2.1.2 ใบไมใ้ บไม้ที่นำมาใช้สำหรับประดษิ ฐ์งานดอกไมส้ ดนน้ั ท่ีนิยมใช้เชน่ ใบตอง
ใบกระบือ ใบแก้ว ใบมะยม เป็นต้น
2.2 วัสดุ อุปกรณ์ทีน่ ำมาใช้งานประดิษฐ์ดอกไม้สด ไดแ้ ก่
1) ไม้กลดั ใช้สำหรับเสยี บดอกไม้ เพื่อปักใส่หนุ่ พาน
2) ดอกครอบพลาสติกใช้แทนดอกครอบของสด (กลีบเลี้ยงชบาร่ม) บางกรณีท่ีไม่มีใน
ท้องถนิ่
3) ด้ายขนาดตา่ งๆ เชน่
- ดา้ ยเบอร์ 8 ใชร้ อ้ ยอุบะ หรืองานดอกไมส้ ดขนาดใหญ่
- ด้ายเบอร์ 40 ใช้ร้อยตาข่ายดอกไม้สด ร้อยมาลยั พวงใหญ่ อุบะเทยี ม
- ดา้ ยเบอร์ 60ใชม้ ดั หรือเย็บดอกข่าเยบ็ แบบ
4) กระดาษทราย ใชข้ ัดเขม็ มาลัย ขดั โฟม
5) วาสลีนทาเขม็ มาลยั
6) ลวดตัวยูใช้ปักเสียบดอกไม้และประกอบเครื่องแขวนลวดเปลือยใช้สำหรับดามแบบไม้
แหลมใชเ้ สยี บยึด
3
2.3 อุปกรณ์ทใ่ี ช้ในงานประดษิ ฐ์ดอกไม้สด
อุปกรณ์ทสี่ ำคัญและจำเป็นสำหรบั งานดอกไม้สดมดี ังน้ี
1) เขม็ มือเบอร์ 8 หรือเบอร์9 ใชส้ ำหรับเยบ็ ดอกข่า หรือเย็บแบบ เย็บโบ
2 ) เข็มมาลัยใชส้ ำหรบั ร้อยมาลัย
3 ) กรรไกรควร เลือกใช้ให้เหมาะสมกบั งาน เชน่
- กรรไกรตดั กระดาษ ดอกไม้ ใบไม้ ใบตอง
- กรรไกรตัดด้าย ต ไม่ควรนำมาใช้ปะปนกับกรรไกรตัดกระดาษ หรือดอกไม้ ใบไม้
เพราะจะทำให้ทอ่ื ตดั ด้ายไม่ขาด
4) มดี ใชส้ ำหรับแต่งกลบี ดอกไม้และใช้เฉือนดอกไม้ตามชนิดของมดี และชนดิ ของ
ดอกไม้
5) คมี ตดั ลวด ใชส้ ำหรับดึงเข็มรดู มาลยั และตัดลวดตา่ งๆ
6) ที่ฉีดนาํ้ ใชส้ ำหรับฉีดพรมนำ้ ใหด้ อกไม้ใบไม้ใหค้ งความสดอย่นู าน
7) ผ้าเช็ดทำความสะอาดใช้สำหรับเช็ดใบตองเช็ดมือและเช็ดทำความสะอาดพ้ืนท่ี
ทำงานควรมหี ลายผืนไม่ควรเช็ดหลายๆอย่างรวมกนั
8) ถาดใช้สำหรับวางรองวัสดุของสดและวางเรียงอุปกรณ์ (ถ้าเป็นของสดควรปูใบตอง
วางรองก่อน)
9) ผ้าขาวบางใช้สำหรบั ชุบน้ำคลุมงานที่ทำเสร็จเรยี บร้อยแล้วหรือรอทำช้ินต่อไป
ภาพที่ 1.1 วัสดุ อปุ กรณท์ ี่ใช้ในงานประดิษฐ์ดอกไม้สด
ทมี่ า ศกั รินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ . มาลยั ดอกไมส้ ด , 2550 หน้า 24
4
3. การเลือกดอกไม้ ใบไม้ และการเก็บรักษา
3.1 ดอกไมท้ ่ีใชใ้ นงานประดิษฐ์ดอกไมส้ ดควรมลี ักษณะดังน้ี
3.1.1 ดอกกุหลาบมอญควรเลือกกลีบแขง็ สีสดใสไม่มรี อยช้ำข้ัวท่ีมีความสดกลบี ไม่ร่วง
และควรเลือกขนาดตามความต้องการเหมาะสมกับงาน ขณะทใ่ี ชค้ วรมีผา้ ขาวบางชบุ น้ำคลุมกลีบดอก
ไว้เพื่อปอ้ งกันไมใ่ ห้เห่ยี ว
การเก็บควรพรมน้ำหรอื ฉีดน้ำเบาๆ เพ่ือรักษาความสด นำดอกใส่ถุง หรือกล่องพลาสติก
ทมี่ ีใบตองรองอยา่ ใหโ้ ดนลมเกบ็ ในตเู้ ยน็ ช่องแช่ผกั ไดป้ ระมาณ 3 – 5 วัน
ภาพที่ 1.2 กหุ ลาบมอญ
3.1.2 ดอกรกั มีสีขาวและสีมว่ ง ควรเลือกซื้อดอกท่ีใหม่สดอยู่ในช่อ เพราะช่อจะมีดอก
รกั หลายขนาด สามารถเลือกดอกขนาดใหญ่ไปหาเล็ก เพอื่ ใช้ร้อยอุบะได้สวยงาม และเลือกดอกโต
ทอ่ี ยใู่ นกลบี เล้ียง เพราะได้ดอกท่สี ด และขาวสวย
การเก็บรักษา ขณะใช้ทำงานไม่ควรพรมน้ำ เพราะจะทำให้ดอกรักเนา่ เร็ว ปลิดกลีบเลี้ยง
ออกแยกขนาด ใชใ้ บตองรองหรอื ใสก่ ระทงใบตอง ถ้าอากาศร้อนมากขณะที่ร้อยควรใช้ผ้าขาวบางชุบ
น้ำคลุมไว้ แต่ถ้าต้องการเก็บไว้ใช้ใช้คร้ังต่อไป ควรเก็บดอกที่อยู่ในกลีบเล้ียงแล้วใส่ถุงพลาสติกรัด
ปากถุงใหแ้ น่น เกบ็ ใสต่ ้เู ยน็ อยไู่ ด้ประมาณ 7 – 10 วัน
ภาพท่ี 1.3 ดอกรักสีขาว
5
ภาพท่ี 1.4 ดอกรักสมี ว่ ง
3.1.3 ดอกบานไม่รู้โรย มี 3สีคือ สีขาว สีชมพู และสีม่วงแดง ควรเลือกดอกท่ีสด
กลีบดอกแข็ง ก้านดอกแข็งสีเขียวสด ดอกที่มีอายุขนาดกลาง ขณะใช้งานไม่ควรฉีดน้ำ ปลิดกลีบ
เลย้ี งออก ระวังอยา่ ใหถ้ ูกลมนานๆ เพราะจะทำใหแ้ หง้ กลบี รว่ ง
การเก็บรักษาขณะรอการใช้งาน ตัดดอกออกจากช่อ ใส่ถุงพลาสติกรัดให้แน่นเก็บเข้า
ต้เู ย็นชอ่ งแชผ่ กั ไม่ควรแช่ในถงั น้ำแข็ง
ภาพที่ 1.5 ดอกบานไมร่ ู้โรย
3.1.4 ดอกพุด ควรเลือกดอกตูมสีขาวสะอาดก้านแข็งสดมีสีเขียวอ่อนดอกไม่โตเกินไป
เวลาใช้ผ่ึงให้ดอกนุ่มอ่อนตัวเล็กน้อย ถ้าสดเกินไปยางจะมาก เวลาตัดก้านต้องคลุกแป้ง เพ่ือดูดยาง
ออกเวลารอ้ ยต้องใชน้ ้ำมันวาสลนิ ทาเขม็ ทาดา้ ยให้ลน่ื เวลารูดกลีบดอกจะไม่คลี่ออกมา เม่ือประดิษฐ์
เสร็จแล้วระหวา่ งรอการใชง้ านให้เรยี งใส่ภาชนะคลุมดว้ ยผ้าขาวบางชบุ นำ้ บิดหมาดๆ
6
การเก็บไม่ต้องฉีดน้ำใส่กล่องพลาสติกท่ีมีฝาปิดหรือใส่ถุงพลาสติกป้องกันน้ำและลมเก็บ
ในตเู้ ย็นชอ่ งแชผ่ กั
ภาพที่ 1.5 ดอกพดุ ตูม
3.1.5 ดอกกล้วยไม้ เลือกดอกที่สดแขง็ สดใสตามสีของดอกก้านสีเขียวสดแขง็ แรงดอก
ไมร่ ่วงจากก้านชอ่ มีดอกมาก เปน็ ดอกไม้ทีส่ ดทนนาน มีวธิ ีเกบ็ ปลิดกลบี แยกประเภทเปน็
3 สว่ น
การเกบ็ รักษาผ่ึงให้สะเดด็ นำ้ ไม่พรมน้ำใส่กล่องพลาสติกมฝี าหรอื ถุงพลาสติกกันลมแช่เก็บ
ไว้ในตู้เยน็ ช่องแชผ่ ัก
ภาพท่ี 1.6 ดอกกลว้ ยไม้
3.1.6 ดอกจำปีควรเลือกดอกสีขาวอมเหลืองเล็กน้อย ดอกต้องสดกลีบไม่มีรอยช้ำหรือ
หัก เวลาใชง้ าน คดั ขนาดเพื่อแยกไวเ้ ป็นพวกๆ ปลิดใบท้ิง การเกบ็ รักษาพบั กรวยใบตองหรอื กระทง
มมุ เดียวใส่ดอกจำปโี ดยนำโคนดอกลงก่อนเรยี งกลบี ให้เรยี บร้อยจนเต็มกรวยพรมนำ้ ใหท้ ่วั นำไปเรียง
ใส่กะละมังไว้คลมุ ดว้ ยผ้าขาวบางหรือใสก่ ล่องพลาสติกมฝี าปิดเก็บในตเู้ ย็นช่องแชผ่ ัก
7
ภาพท่ี 1.7 ดอกจำปี
3,1.7 ดอกจำปา ควรเลือกดอกที่มีลักษณะตูม หรือแย้มน้อย ๆ กลีบดอกแข็ง
สเี หลืองทองอรา่ มตลอดปลายกลีบ ไม่มีรอยดำชำ้ หรอื รอยฉีกขาด ข้วั ดอกแขง็ เวลาใช้คดั ขนาดแบ่ง
ไว้เป็นพวกๆ ปลิดใบท้ิง การเก็บรักษาพับกรวยใบตองหรือกระทงมุมเดียวใส่ดอกจำปาโดยนำโคน
ดอกลงก่อนเรียงกลีบให้เรียบร้อยจนเต็มกรวยพรมน้ำให้ทั่วนำไปเรียงใส่กะละมังไว้คลุมด้วยผ้ าขาว
บางหรอื ใสก่ ล่องพลาสตกิ มฝี าปดิ เก็บในต้เู ยน็ ชอ่ งแช่ผัก
ภาพที่ 1.8 ดอกจำปา
3.1.8 ดอกมะลิเลือกดอกสีขาวก้านดอกสีเขียวอ่อนสดไม่ชำ้ น้ำ เวลาใช้งาน ควรนำออก
จากตู้เย็นครั้งละน้อยๆ ไม่ต้องฉีดน้ำ การเก็บรักษา ใส่ถุงพลาสติกปิดปากถุงให้แน่นหรือกล่อง
พลาสตกิ ปิดฝาแช่เกบ็ ไว้ในตู้เยน็
8
ภาพที่ 1.9 ดอกมะลิ
3.2 ใบไม้ทใ่ี ชใ้ นงานประดษิ ฐ์ดอกไม้สดควรมีลกั ษณะดงั น้ี
3.2.1 ใบตองควรใช้ใบตองตานีเพราะนุ่มเหนียวไม่ฉีกขาดง่ายมีขนาดตามต้องการเป็น
ใบไม้ท่ีใช้สำหรับทำแป้นรองฐานในการร้อยมาลยั ใช้สำหรบั รองถาดรองกล่องและใช้ในการห่อหุ้มงาน
ดอกไม้สด ปอ้ งกันดอกไมช้ ้ำก่อนใช้ควรเช็ดให้สะอาดดว้ ยผ้าหมาด การเก็บ พบั ใส่ ถงุ พลาสตกิ เก็บ
ในตเู้ ย็นหรอื ห่อด้วยกระดาษหนงั สอื พมิ พห์ ลายๆชั้นช่วยใหใ้ บตองสดทนนานหลายวนั
ภาพท่ี 1.10 ใบตอง
3.2.2 ใบมะยมเลือกใบสีเขียวเข้มใบไม่อ่อนหรือแก่เกินไปใบเล็กหรือใหญ่ใช้ได้ท้ังหมด
ก่อนใช้ ควรตัดใบเป็นลักษณะรูปกลีบก่อน ถ้าใบใหญ่จะตัดได้ 2 แบบนิยมใช้ฝึกหัดร้อยมาลัยการใช้
งานจริงควรใช้ใบแก้วหรือใบกระบือจะสวยงามกว่า การเก็บ ใส่ถุงพลาสติกหรือกล่องพลาสติกปิดฝา
เก็บในตเู้ ยน็ ช่องแช่ผกั
9
ภาพท่ี 1.11 ใบมะยม
3.2.3 ใบกระบือเลือกใบทสี่ ดสสี ม่ำเสมอใบแข็งแรง ไม่ออ่ นหรอื แกเ่ กินไป ก่อน
นำไปใช้คัดใบเช็ดด้วยผ้าแห้งเรียงใส่ถุงหรือกล่องพลาสติกก่อนนำมาตัดตามแบบ การเก็บใส่กล่อง
พลาสติกปิดฝาเก็บในตูเ้ ยน็ หรือใสถ่ ุงมัดให้แน่นกอ่ นตัดกลบี
ภาพที่ 1.12 ใบกระบือ
3.2.4 ใบแกว้ ควรเลือกใบสีเขยี วสดเขม้ ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป ก่อนนำใบแก้วนำไปใช้ตัด
ใบเป็นลักษณะรูปกลบี ท่ีต้องการตัดใส่กระทงใบตอง การเก็บรกั ษาใบแก้ว เมื่อเกบ็ มาจากตน้ แลว้ ลา้ ง
น้ำให้สะอาด แล้วผึ่งน้ำให้แห้ง กลีบใบจะน่ิมลงเล็กน้อย นำมาตัดตามแบบ แล้วจึงนำไปร้อยมาลัย
ถ้ากลีบใบแก้วเหลือให้พรมน้ำ แล้วใส่ถุงพลาสติกหรือกล่องพลาสติกปิดฝาให้แน่น แล้วนำเก็บใน
ตเู้ ย็นชอ่ งแช่ผัก
10
ภาพที่ 1.13 ใบแกว้
4. การปฏิบัติงานเก่ียวกับดอกไม้สด
4.1 ตอ้ งเตรียมถาดหรอื ภาชนะสำหรบั ใส่กลบี ดอกไม้ ใบไม้ แยกไว้เปน็ สัดสว่ น
4.2 ฉดี น้ำที่ดอกไม้ เพื่อให้สด และกลบี แข็ง เวลานำมาประดิษฐ์จะได้มีความสดสวยงาม
4.3 มอื ของผู้ปฏบิ ตั ิมีความอบอุ่น ทำใหด้ อกไม้เห่ยี ว ควรชุบมอื ในน้ำให้มีความ
ช่มุ ช้นื บ้าง
4.4 ถ้าเยบ็ แบบหรอื ร้อยมาลัย แต่ยงั ไม่ได้ประกอบให้สำเร็จ อยา่ ปลอ่ ยใหถ้ ูกลมควรห่อ
ดว้ ยใบตองหรือใสถ่ งุ พลาสตกิ ไว้
4.5 ถา้ เป็นดอกไมช้ นดิ ที่ถูกนำ้ ไม่ได้ ควรแยกภาชนะใสต่ ่างหาก
5. การเกบ็ รักษาดอกไม้เม่ือทำเสรจ็ แล้ว
5.1 ถ้าเป็นดอกไม้ประดิษฐ์นำไปปักแจกัน ต้องหม่ันฉีดน้ำให้มีความชุ่มช้ืนอยู่เสมอ เพ่ือ
ไมใ่ หด้ อกไม้เหี่ยวเฉา ควรใช้ทฉี่ ดี นำ้ ใหเ้ ป็นฝอยอยา่ ใชว้ ิธพี รม
5.2พวงมาลยั ฉีดนำ้ บาง ๆ ใส่ถุงพลาสติกปิดปากถุงให้สนิทแขวนไว้ในท่ีทม่ี ีความเย็นหรอื ใน
ตเู้ ยน็
5.3 พานดอกไม้ใช้ผา้ ชบุ นำ้ บดิ หมาด ๆ คลุมไว้
5.4 พวงมาลา พวงหรดี ฉดี นำ้ ใช้ผ้าหมาด ๆ คลุมไว้
5.5 ชอ่ ดอกไม้ วางใส่ถุงพลาสตกิ ขนาดใหญ่ ใสท่ างปลายชอ่ ลงไปก่อนปดิ ปากถงุ มัดติด
กับช่อให้แนน่ เก็บไวใ้ นทเี่ ยน็
5.6 เคร่อื งแขวน ใช้ผา้ หมาดคลุมไว้ ถา้ เป็นเคร่ืองแขวนขนาดใหญ่คลุมเป็นส่วน ๆ ไว้
แขวนในที่เย็น
5.7 อย่าใหด้ อกไมป้ ระดษิ ฐท์ ี่จดั ไว้นน้ั ถกู แสงแดดส่อง หรืออย่ใู นที่ร้อนจดั
5.8 ตอนกลางคืน ควรเกบ็ ดอกไม้ไวใ้ นทีท่ ่ีอากาศเย็นและไม่มีลมโกรก
11
6. การประดิษฐ์ดอกไม้สด
6.1 การประดิษฐ์ดอกข่า
ดอกข่า หมายถึง ดอกไม้ท่ีประดิษฐ์จากกลีบดอกไม้ ใบไม้ ให้มีลักษณะเป็นตุ้มค่อนข้าง
ยาวปลายรีแหลมคล้ายดอกข่าจริง ใช้สำหรับทำดอกตุ้มของอุบะหรือใช้เป็นส่วนประกอบของงาน
ดอกไม้สดประเภทต่างๆ ได้
6.1.1 ดอกไม้ ใบไม้ที่นำมาประดษิ ฐ์ดอกข่า
ดอกไม้ท่ีนิยมนำมาประดิษฐ์ดอกข่าได้แก่ ดอกกุหลาบ ดอกพุด ดอกมะลิ ดอกไม้
ใบไม้อ่นื ๆ บางชนดิ ก็สามารถนำมาประดิษฐ์ดอกข่าได้ แต่ไม่ค่อยเปน็ ท่ีนิยม เน่ืองจากใช้เวลาในการ
ประดิษฐ์มากและไม่คงทนต่อการใช้งานเท่าที่ควร เช่น ดอกเฟื่องฟ้า ดอกกล้วยไม้ กลีบดอกบัว
ดอกล่ันทม ดอกบานบรุ ี และใบไมช้ นิดตา่ งๆ เช่น ใบแกว้ ใบกระบอื ใบมะยม เปน็ ตน้
6.1.2 ประเภทของดอกข่า
ดอกข่ามีหลายประเภท ซึ่งต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ประเภทของดอกข่า
มดี งั นี้
1)ดอกข่าจากกลีบดอกกุหลาบ ในปัจจุบันสามารถประดิษฐ์ได้หลายวิธีสามารถนำมา
ประยุกต์ใช้ได้ตามความเหมาะสม การประดิษฐ์ดอกข่าสำหรับทำดอกตุ้มของอุบะ หรือดอกข่าขนาด
เล็กจะใช้กลีบดอกกุหลาบจำนวน 10 กลีบ มี 3 ขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก ถ้าต้องการดอกใหญ่
สามารถเพิ่มจำนวนกลบี ดอกได้
ภาพที่ 1.14 ดอกข่าจากกลบี ดอกกหุ ลาบ
2) ดอกข่าจากดอกพุดใช้ก้านดอกไม้ ใบไม้ ก้านเล็กๆ เช่น ก้านมัน ก้านดอกรัก
ใช้ดอกพุดขนาดเท่าๆ กับช้ันที่ 1 ใส่ดอกพุด 1 ดอก ใช้ด้ายมัดให้แน่นช้ันที่ 2 วางดอกพุดให้ต่ำ
กว่าชั้นท่ี 1 ใส่ดอกพุดโดยรอบ ใช้ดอกพุดประมาณ 3-4 ดอก วางดอกให้ต่ำกว่าชั้นท่ี 1 มัดให้
แน่นช้ันที่ 3 ใส่ดอกพุดให้มากกว่า ชั้นที่ 2 วางสบั หวา่ ง และให้ปลายกลบี ต่ำกวา่ ชน้ั ที่ 2 มัดให้
แน่น ชน้ั ท่ี 4 ทำเหมอื นชั้นที่ 3 มดั ใหแ้ น่น แลว้ ตดั กา้ นดอกให้ส้นั
12
ภาพท่ี 1.15 ดอกขา่ จากดอกพดุ
6.1.3 หลักการประดิษฐด์ อกข่า
1) การประดิษฐ์ดอกข่า มี 2 วิธี คือ วิธกี ารเย็บและวธิ กี ารมดั
2)คัดเลือกกลีบดอกไม้ ใบไม้ และดอกไม้เป็นดอกๆ ให้มีขนาดเหมาะสมกับขนาด
ของดอกขา่ ท่ตี ้องการประดิษฐ์
3) ควรเลือกวัสดุที่ใช้ทำแกนมัด/เย็บดอกข่าให้เหมาะสม เช่น ใบตอง กา้ นมัน ก้าน
ดอกรัก เป็นต้น
4) ใช้ด้ายท่เี ย็บหรือมัด สเี ดยี วกบั ดอกไม้ ใบไม้ทน่ี ำมาประดิษฐ์และใชด้ ้าย 2 เส้น
5) ควรวางกลบี แตล่ ะชนั้ ให้ปลายกลีบเสมอและสบั หวา่ งหรือเลย่ี งหวา่ งกันบ้าง
6) ควรมดั หรือเย็บให้แน่น แต่ระวงั กลีบดอกหรือกา้ นดอกฉีกขาด
6.1.4 ประโยชน์ของดอกข่า
1)ใชร้ อ้ ยเป็นดอกตมุ้ ของอบุ ะ
2)นำมาใส่กา้ นเป็นดอกไม้จดั แจกัน
3)นำมาจดั ช่อเปน็ ดอกไมต้ ดิ เสอ้ื
4)ใชเ้ ปน็ ส่วนประกอบของงานดอกไมส้ ดอ่ืนๆ