จัดทาโดย
นางสาวพนารัตน์ ทองสพุ รรณ์
โรงเรยี นวชั รวชิ ญ์
อาขยาน ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
ความหมายของบทอาขยาน
พจนานุกรมฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พทุ ธศกั ราช 2542 ให้ความหมายคาว่า อาขยาน ไว้วา่ บท
ท่องจา การบอกเล่า การบอก การสวด เรอื่ ง นทิ าน อาขยาน” อ่านออกเสียงได้ ๒ อยา่ ง คอื
อา - ขะ - หยาน หรือ อา - ขะ -ยาน กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดม้ นี โยบายกาหนดให้มกี ารท่องอาขยาน
อยา่ งจรงิ จังในสถานศกึ ษาต้ังแต่ปกี ารศึกษา 2542 เป็นต้นมา โดยมีวัตถปุ ระสงคข์ องการท่องอาขยาน ดงั นี้
1 . เพื่อใหน้ กั เรยี นตระหนกั ในคุณค่าของภาษาไทย และให้ซาบซง้ึ ในความไพเราะของบทร้อยกรอง
2 . เพอ่ื เปน็ พ้นื ฐานในการแต่งคาประพันธ์
3 . เพ่ือเปน็ สอื่ ในการถา่ ยทอดคุณธรรม คตธิ รรม และข้อคิดทีเ่ ป็นประโยชน์แกเ่ ยาวชน
4 . เพือ่ ส่งเสริมให้มจี ติ สานึกทางวัฒนธรรมของคนในชาติในฐานะ“รากร่วมทางวฒั นธรรม”
ประโยชน์และคณุ คา่ ของการทอ่ งอาขยาน
1. ฝกึ ความจา ซึ่งเป็นส่งิ สาคัญยงิ่ เพราะมนุษย์ต้องอาศัยความจา เพอื่ เป็นเคร่ืองมอื ในการคิดวเิ คราะห์
คดิ สังเคราะห์
2. เป็นการฝึกวนิ ัย เพราะการจะท่องให้จาได้ตอ้ งมวี นิ ัย หมั่นฝึก หม่ันทอ่ งอยู่เสมอ
3. เป็นการใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์
4. อนรุ ักษ์วัฒนธรรมไทย ทางด้านภาษาใหค้ งอยู่ตลอดไป
5. ไดร้ บั คติสอนใจจาก บทคาประพนั ธต์ า่ งๆทีท่ อ่ ง
6. ทาใหเ้ ปน็ คนอารมณด์ ี จากความงามของบทประพันธ์ทที่ ่อง
หลักการทอ่ งบทอาขยาน
การทอ่ งอาขยานทาได้ 2 แบบ คือ การอา่ นบทอาขยานตามหลกั ทัว่ ไปหรอื ออกเสียงแบบรอ้ ยแกว้
และการอา่ นแบบทานองเสนาะ ดงั นี้
การทอ่ งบทอาขยานตามหลักการท่ัวไป
การท่องบทอาขยานสว่ นใหญเ่ ปน็ การท่องออกเสียง คอื ผทู้ อ่ งเปล่งเสียงออกมาดงั ๆ ในขณะท่ใี ช้
สายตากวาดไปตามตวั อักษร ยึดหลกั การออกเสยี งเหมือนหลักการอ่านทว่ั ไป เพื่อให้การออกเสยี งมี
ประสิทธิภาพควรฝกึ ฝนดงั นี้
1 . ฝึกเปลง่ เสียงใหด้ ังพอประมาณ ไม่ตะโกน ควรบงั คับเสียง เนน้ เสยี ง ปรบั ระดับเสยี งสงู - ตา่ ให้
สอดคล้องกับจังหวะลีลา ท่วงทานอง และความหมายของเนอ้ื หาทอี่ ่าน
2 . ท่อง ด้วยเสยี งทช่ี ัดเจน แจม่ ใส ไพเราะ มีกระแสเสยี งเดียว ไมแ่ ตกพร่า เปล่งเสียงจากลาคอ
โดยตรงด้วยความมัน่ ใจ
3 . ทอ่ ง ออกเสียงให้ถูกอักขรวิธีหรือความนยิ ม และต้องเข้าใจเนอ้ื หาของบทอาขยานนก้ี ่อน
4 . ออกเสียง ร ล คาควบกล้า ใหถ้ ูกต้องชดั เจน
6 . ทอ่ ง ให้ถูกจงั หวะและวรรคตอน
7 . ท่องใหไ้ ด้อารมณแ์ ละความร้สู กึ ตามเนอื้ หา
การอ่านบทอาขยานเปน็ ทานองเสนาะ
การทอ่ งบทอาขยานเปน็ ทานองเสนาะชว่ ยให้บทอาขยานนนั้ มีความไพเราะ ผู้ทอ่ ง เกดิ ความสนใจ
จดจาบทอาขยานได้ดี และสนุกสนานยงิ่ ขึน้ การฝึกอา่ นทานองเสนาะมีขั้นตอนดงั น้ี
1 . ท่อง เป็นร้อยแกว้ ธรรมดาให้ถกู ตอ้ งชัดเจน ตามอักขรวธิ กี อ่ น ทั้ง ร , ล ตัวควบกล้า อ่านออก
เสียงใหต้ รงตามเสยี งวรรณยุกต์
2 . ท่องใหถ้ กู จงั หวะวรรคตอน การอา่ นผิดวรรคตอนทาให้เสียความ
3 . ทอ่ งใหส้ มั ผัสคลอ้ งจองกันเพ่อื ความไพเราะ
4 . ท่องใหถ้ กู ทานองและลลี าของคาประพนั ธ์แตล่ ะชนิด คาประพันธแ์ ต่ละชนิดจะมีบงั คับจานวนคา
สมั ผสั หรอื คาเอก คาโท แตกตา่ งกัน การอ่านทานองเสนาะจึงต้องอา่ นให้ถูกทว่ งทานองและลีลาของคา
ประพนั ธแ์ ต่ละชนดิ
5 . ท่องโดยใช้น้าเสยี งใหเ้ หมาะสมกับเน้ือหาและอ่านพยางคส์ ุดท้ายของวรรคด้วยการทอดเสียง แล้ว
ปล่อยให้หางเสยี งผวนขน้ึ จมูก
การท่องอาขยานกลอนสภุ าพหรือกลอนแปด
วธิ กี ารท่องมีดังนี้
1. วรรคหน่งึ แบ่งเป็น 3 จงั หวะ คือจังหวะละ 3 คา 2 คา และ 3 คา ตามลาดับ
2. คาสดุ ทา้ ยวรรคทเ่ี ป็นคาเสียงจตั วา ตอ้ งเอ้อื นเสียงให้สูงเป็นพเิ ศษ
3. ในกรณีท่มี คี ามากพยางคเ์ กนิ แผนผังบงั คับ ต้องรวบเสียงคานั้นๆ ให้สน้ั เข้า
4. การท่องวรรค 1 วรรค 2 ข้ึนเสยี งสงู วรรคที่ 3 และ 4 ลงเสยี งต่า
การท่องอาขยานกาพย์ยานี 11
กาพย์ยานี มีวธิ การอา่ นดังนี้
1. แบง่ จังหวะการออกเสยี งเป็น วรรคหนา้ 5 คา แบ่งเป็นจังหวะ 2 คา และจังหวะ 3 คา วรรค
หลัง 6 คา แบ่งเป็น 2 จังหวะ จงั หวะละ 3 คา
2. สุดทา้ ยวรรคทเี่ ปน็ คาเสยี งจัตวา ต้องเออื้ นเสยี งใหส้ งู เป็นพิเศษ
3. ในกรณที ่มี คี ามากพยางคเ์ กนิ แผนบงั คับต้องรวบเสยี งคานั้นๆ ใหส้ ้ันเขา้
4. วรรค 1 และวรรค 2 ขน้ึ เสยี งกลาง แลว้ สงู ทีว่ รรค ที่ 3 แล้วลดต่าลงในวรรคท่ี 4
การทอ่ งอาขยานโคลงสี่สภุ าพ
โคลงสี่สภุ าพมีวิธกี ารอา่ นดงั น้ี
1. อ่านทอดเสียงให้ตรงตามจังหวะของแต่ละวรรค วรรคหน้าแต่ละบาทมี 2 จังหวะ จังหวะละ 2
คา และ 3 คาวรรคหลงั บาทท่ี 1 และบาทท่ี 3 มี 1 จงั หวะ เปน็ จงั หวะ 2 คา ถ้ามคี าสร้อยก็
เพม่ิ อกี 1 จงั หวะ เป็นจังหวะ 2 คา วรรคหลงั บาทท่ี 2 มี 1 จังหวะ เปน็ จังหวะ 2 คา วรรค
หลงั บาทที่ 4 มี 2 จังหวะ จงั หวะละ 2 คา
2. คาท้ายวรรคทีใ่ ชค้ าเสยี งจัตวา ต้องเอื้อนเสียงให้สูงเป็นพิเศษ ตามปกตโิ คลงสสี่ ุภาพทีแ่ ต่ง
ถกู ต้องและไพเราะ ใชค้ าเสียงจัตวาตรงคาทา้ ยของบาทท่ี 1 หรอื คาท้ายบท
เอื้อนวรรคหลังบาทท่ี 2
ขอบคุณ : ภาพจากสานกั พิมพ์อกั ษรเจรญิ ทัศน์