the birth of human
คำ นำ มนุษย์เกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นเมื่อไหร่และ เกิดยังไง หากเกิด มาแล้วควรใช้ชีวิตแบบใดจึงจะ ถูกเหตุใดจึงกำ เนิดมนุษย์บนโลกใบนี้ เพราะพระเจ้า หรือควรฟังฟัเหตุผลจากวิทยาศาสตร์ มหลักคณิต และ สามารถให้เหตุผลได้ไหม เป็นสิ่งที่เกิดการถก เถียงมานานแต่ในแต่ละด้าน ก็มีความเกี่ยวข้องกับ การกำ เนิดมนุษย์ทั้งสิ้น การทําเนิดมนุษย์ในทางวิทยาศาสตร์มีหลายแง่ มุมที่ถูกศึกษาอยู่ การแตกต่างของทฤษฎีกำ เนิดมนุษย์ มักจะขึ้นอยู่กับมุมมองทาง วิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ซึ่งรวม ถึงทฤษฎีวิวัฒนธรรม (cultural evolution) และทฤษฎี ลงคมวิทยา (sociocultural theory) fi เป็นความลำ คัญของปัจจัยสังคมและวัฒนธรรมในการกำ เนิดมนุษย์. แง่มุมทางวิทยาศาสตร์มีการศึกษาซึ่งสนับสนุนทฤษฎี วิวัฒนธรรมที่ มนุษย์เกิดจากการพัฒนาทางวัฒนธรรม และความสามารถในการใช้ เครื่องมือ การคิดวิเคราะห์ และการสื่อสารที่ทันสมัย
สารบัญ บั หน้า 1.การกำ เนิดมนุษย์ในทางพระพุทธศาสนา 2.การกำ เนิดมนุษย์ใย์นทางหลักลัวิทวิยาศาสตร์ 3. หลักลัความน่าจะเป็น ป็ ในการทําทํเนิดของมนุษย์ 4. หลักลัการดำ เนินชีวิชีตวิของมนุษย์ตย์ามหลักลั มงคล 38 5.สรุปรุ 6.ข้อมูลมูอ้าอ้งอิงอิ 1 9 11 17 16 5
ชีวิชีตวิของมนุษย์มีย์อมีงค์ปค์ระกอบ 2 ประการคือคื ร่าร่งกายกับกัจิตจิ ใจ ทั้งทั้ร่าร่งกายและจิตจิ ใจอาศัยซึ่ง ซึ่ กันกัและกันกัทำ หน้าที่ เพื่อดำ เนินชีวิชีตวิต่อต่ ไป หรือรืเรียรีกอย่าย่งหนึ่งว่าว่รูปรูกับกันาม ได้แด้ก่ขั ก่นธ์ 5 คือคืรูปรูเวทนา สัญญา สังขาร และวิญวิญาณ การกำ เนิดมนุษย์ในทาง พระพุทธศาสนา จากการศึกษากำ เนิดของมนุษย์ในพระสุตตันตปิฎปิก พบว่า กำ เนิด ของมนุษย์ เป็น ป็ กำ เนิดจากครรภ์มารดา มีองค์ประกอบ 3 ประการคือ 1) บิดามารดาอยู่ร่วร่มกัน มีเพศสัมพันธ์กัธ์ กัน 2) มารดาอยู่ในวัยมีระดู 3) มีคันธัพธัพะมาปรากฏในครรภ์มารดา 1
ส่วนด้าด้นจิตจิ ใจ ก็มี ก็ ส่มี ส่วนสำ คัญคั ไม่น้ม่ น้อยไปกว่าว่ทางด้าด้นร่าร่งกาย ต้อต้งได้รัด้บรัการฝึกฝึอบรม เพื่อให้จิตจิ ใจเข้มข้แข็ง ข็ มั่นมั่คง เจริญริงอกงาม ด้วด้ยศีลธรรมและคุณคุธรรม มีเมีมตตาความรักรัความปรารถนาดี กรุณรุาความสงสาร มุทิมุตทิาความเบิกบิบานพลอยยินยิดี และอุเอุบกขา ความวางเฉย จึงจึจะได้ชื่ด้อ ชื่ ว่าว่เป็น ป็ ผู้ที่มี ที่ กมีายพัฒนาแล้วล้มีจิมีตจิพัฒนา แล้วล้มีพัมี พัฒนาการด้าด้นคุณคุธรรม ด้วด้ยการปฏิบัฏิติบัจติริงริลงมือมืทำ ให้รู้ เห็นประจักจัษ์ ให้บังบัเกิดกิผลประจักจัษ์แก่ชีก่วิชีตวิและเป็น ป็ สมาชิกชิที่ดี ที่ ขดีอง สังคมตลอดไป ในครรภ์มภ์ารดานั้น มีวิมีวัวิฒวันาการจากสัปดาห์ที่ 1 เป็น ป็ กลละ น้ำ เมือมืกใส มีลัมีกลัษณะเป็น ป็ เมือมืกคล้าล้ยเนยใส ขนาดเท่าท่หยาดน้ำ มันมั งา เป็น ป็ การเริ่มริ่ต้นต้ของกำ เนิดชีวิชีตวิมนุษย์ มีโมีครงสร้าร้งกาย ชีวชีภาพอยู่สยู่ามด้าด้นคือคื โครงสร้าร้งร่าร่งกาย โครงสร้าร้งสมอง และ โครงสร้าร้งเพศ จนถึงถึสัปดาห์ ที่ 42 เพราะอาศัยกรรมชวาต ลม เกิดกิจากกรรม ร่าร่งกายของเด็ก ด็ เปลี่ย ลี่ นท่าท่หันเท้าท้ขึ้น ขึ้ ศีรษะลงคว่ำ และเคลื่อ ลื่ นไปสู่ช่อช่งกำ เนิด ทารกก็ค ก็ ลอดออกมาจากครรภ์มภ์ารดา 2
พระพุทธเจ้าจ้ตรัสรัว่าว่มนุษย์จย์ะต้อต้งมีคุมีณ คุ ธรรมด้วด้ย จึงจึจะได้ ชื่อ ชื่ ว่าว่เป็น ป็ ผู้มีจิมีตจิ ใจสูง และเป็น ป็ มนุษย์โย์ดยสมบูร บู ณ์ พระพุทธ ศาสนาได้สด้ะท้อท้นให้เห็นถึงถึคุณ คุ ค่าค่ของความเป็น ป็ มนุษย์ ความ สำ คัญคัของชีวิชีตวิว่าว่กว่าว่จะได้อัด้ตอัภาพเป็น ป็ มนุษย์นี้ย์ นี้ ยากแสนยาก จิตจิของมนุษย์นั้ย์ นั้ถือถืว่าว่เป็น ป็ ธรรมชาติพิติ พิเศษ สามารถสร้าร้ง คุณ คุ ค่าค่ ให้เกิดกิขึ้น ขึ้ ได้ เมื่อ มื่ จิตจิ ได้รัด้บรัการฝึกฝึอบรม เจริญริคุ้มคุ้ ครอง รักรัษา สำ รวมอย่าย่งดี จะให้ประโยชน์มาก ให้ผลมหาศาล ดังดัพุทธ พจน์ที่ต ที่ รัสรัว่าว่ “จิตจิที่ฝึที่ กฝึดีแดีล้วล้นำ ความสุขมาให้” 3
๑. เป็นกลละ คือรูปละเอียด กลม ใส มีขนาดเท่าหยดน้ำ มันที่ติดอยู่บนขนแกะ หลังจาก สลัด๓ ครั้งแล้ว รูปละเอียดนี้คงสภาพเช่นนี้อยู่ ๑ สัปดาห์ (กลละนี้น่าจะเป็นไซโกตของนัก วิทยาศาสตร์ แต่มีปฏิสนธิวิญญาณเข้าร่วมแล้ว จึงมีการพัฒนาต่อไปได้) ๒. ในสัปดาห์ที่ ๒ กลละ พัฒนาเป็นอัพพุทะ คือรูปที่มีสีเหมือนน้ำ ล้างเนื้อ มีลักษณะ เหมือนดีบุกเหลว ๓. ในสัปดาห์ที่ ๓ อัพพุทะพัฒนาเป็นเปสิ คือเป็นชิ้นเนื้อเล็กๆ มีลักษณะเหมือนอ้อยงบ ขนาดเท่าเมล็ดพริกไทย ๔. ในสัปดาห์ที่ ๔ เปสิพัฒนาเป็นฆนะ คือเป็นก้อนเนื้อ มีลักษณะเหมือนฟองไข่ไก่ ๕. สัปดาห์ที่ ๕ ฆนะพัฒนาเป็นปัญจสาขา คือเป็นปุ่ม ๕ ปุ่ม ได้แก่ แขน ๒ เท้า ๒ และศีรษะ ๖. ในสัปดาห์ที่ ๖ เป็นต้นไปถึงสัปดาห์ที่ ๔๒ จึงเกิด ผม ขน เล็บ11 พระอรรถกถาจารย์อธิบายว่า พระพุทธองค์ทรงตอบว่า สัตว์ใน ครรภ์เกิดและ พัฒนาการไปตามลำ ดับกาล ไม่ใช่มีรูปร่างเป็นทารก ในทันทีที่มารดาตั้งครรภ์ กล่าวคือ เริ่มต้นเมื่อมีปฏิสนธิวิญญาณ มาปรากฏและเกิดขึ้นพร้อมกับกลละก่อนแล้วพัฒนาต่อไปตาม ลำ ดับ ดังนี้ 4
การกำ เนิดมนุษย์ในทาง วิทยาศาสตร์ ตามหลักวิทยาศาสตร์สภาพชีวิตของทารกในครรภ์ เริ่มต้นจากไซโกต (zygote) คือ ไข่ผสมเซลล์เดียว ที่ เกิดจากไข่ของแม่ (ovum) ผสมกับอสุจิของพ่อ (sperm) แล้วเจริญเป็นบลาสโตซิสต์ (blastocyst) คือ ตัวอ่อนระยะที่เจริญเติบโตขึ้นหลังปฏิสนธิได้ ๕ วัน เป็นตัวอ่อนก่อนฝังฝัตัวที่เยื่อบุในมดลูก มีจำ นวน เซลล์ ๑๒๐ เซลล์ เมื่อมีอายุ 14 วันหลังปฏิสนธิ จะฝังฝัตัวที่เยื่อบุในมดลูก และจะเจริญเป็นเอมบริโอ (embryo) คือตัว อ่อน ถามว่าว่ตามหลักลัวิทวิยาศาสตร์ ความเป็น ป็ มนุษย์เย์ริ่มริ่ต้นต้ ในขั้นขั้ตอน ไหน นักวิทวิยาศาสตร์ส่ร์ ส่วนใหญ่ จะตอบว่าว่ความเป็น ป็ มนุษย์เย์ริ่มริ่เมื่อ มื่ ไซโกตเจริญริเป็น ป็ บลาสโตซิสซิต์อต์ายุคยุรบ 14 วันวัหลังลัปฏิสฏินธิ และฝังฝัตัวตั ที่เ ที่ ยื่อ ยื่ บุใบุนมดลูกลูแล้วล้ก่อก่นเจริญริเป็น ป็ เอมบริโริอ แต่นัต่ นักวิทวิยาศาสตร์ บางท่าท่นจะตอบว่าว่ความเป็น ป็ มนุษย์ เริ่มริ่ต้นต้เมื่อ มื่ เป็น ป็ เอมบริโริอแล้วล้ 5
สายพันธ์ของมนุษย์ พบครั้งรั้แรกโดย แมรี และหลุยลุส์ ลีกลีกี ใน ทศวรรษ 2500 จากการขุดขุค้นค้ที่โที่ อลดูไดูว กอร์จร์ (Olduvai Gorge) ในประเทศ แทนซาเนีย ต่อต่มาก็มี ก็ กมีารค้นค้พบที่อื่ ที่ น อื่ ๆ อีกอี เช่นช่ที่แ ที่ หล่งล่กูบีกูบีโฟรา (Koobi Fora) ใน ประเทศเคนยา และที่ส ที่ เติร์ติกร์ ฟอนทีนที (Sterkfontein) ในประเทศแอฟริกริาใต้ 3 สายพันธุ์หธุ์ ลักลัๆ ได้แด้ก่ โฮโม แฮบิลิบิสลิ (Homo habilis) โฮโม อีเอีรกตัสตั (Homo erectus) โฮโม เซเปียปีนส์ (Homo sapiens) โฮโมแฮบิลิบิสลิ (Homo habilis) ซากที่พ ที่ บส่วนมากเป็น ป็ กะโหลก มีคมีวามจุสจุมองระหว่าว่ง 510 - 650 ลูกลูบาศก์เก์ซนติเติมตร หรือรืประมาณครึ่ง รึ่ หนึ่ง ของขนาดสมองของมนุษย์ปัย์จปัจุบัจุนบัและมีใมีบหน้าใหญ่ ฟันฟัยังยัมีขมีนาดใหญ่พญ่อสมควร นอกจากนี้พฤติกติรรมทาง วัฒวันธรรมที่สำ ที่ สำคัญคัคือคืมีกมีารใช้เช้ครื่อ รื่ งมือมืหิน จากการขุดขุ ค้นค้ ได้พด้บเครื่อ รื่ งมือมืหินกะเทาะอย่าย่งหยาบ เป็น ป็ เครื่อ รื่ งมือมื สับตัดตั 6
โฮโมอีเรกตัส ตั (Homo erectus) ปรากฏขึ้นในช่วช่งหลังลัต่อต่จาก โฮโมเออร์แร์ก สเตอร์ เมื่อ มื่ ราว 1.4 ล้าล้นปีถึปีงถึเมื่อ มื่ ประมาณ 300,000 ปีมปีาแล้วล้เป็น ป็ สายพันธุ์ที่ธุ์ แ ที่ พร่ กระจายอย่าย่งกว้าว้งขวาง เนื่องจากพบทั้งทั้ ในทวีปวีแอฟริกริา เอเชียชีและยุโยุรป โดยพบ ครั้งรั้แรกที่เ ที่ กาะชวา ประเทศอินอิ โดนีเซียซีเมื่อ มื่ พ.ศ. 2434 ความจุสจุมองใหญ่ขึ้ ญ่นเฉลี่ย ลี่ 1,000 ลูกลูบาศก์ เซนติเติมตร หรือรืประมาณ 3 ใน 4 ของสมอง มนุษย์ปัย์จปัจุบัจุนบักะโหลกหนากว่าว่ของโฮโมเออร์ แกสเตอร์ มีสัมี สันคิ้วคิ้ โปนอย่าย่งเด่นด่ชัดชัและที่ สำ คัญคัคือคื โฮโมสายพันธุ์นี้ธุ์ นี้ รู้จัรู้กจัทำ เครื่อ รื่ งมือมืหิน ที่มี ที่ กมีารประดิษดิฐ์อย่าย่งประณีตกว่าว่เครื่อ รื่ งมือมืหิน แบบโอลโดวาน ส่วนมาก เป็น ป็ ขวานมือมืรูปรูหยด น้ำ กะเทาะสองหน้า วัฒวันธรรมเครื่อ รื่ งมือมืหิน เหล่าล่นี้เรียรีกว่าว่เครื่อ รื่ งมือมืหินแบบอะชูเชูลียลีน ตามแหล่งล่ที่พ ที่ บครั้งรั้แรกในประเทศฝรั่งรั่เศส ทั้งทั้นี้ โฮโมอี เรกตัสตัดำ รงชีวิชีตวิด้วด้ยการล่าล่สัตว์ และเก็บ ก็ อาหารป่าป่ พฤติกติรรมทางวัฒวันธรรมที่สำ ที่ สำคัญคัอีกอีอย่าย่งหนึ่งของโฮ โมอีเอีรกตัสตัคือคืการรู้จัรู้กจั ใช้ไช้ฟ ซึ่ง ซึ่ เริ่มริ่ต้นต้เมื่อ มื่ ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ปีมปีาแล้วล้ 7
โฮโม เซเปีย ปี นส์ (Homo sapiens) เป็น ป็ สายพันธุ์ขธุ์ องมนุษย์ที่ย์ ปัที่ จปัจุบัจุนบัพบในทุกทุ พื้นที่ข ที่ องโลก ทั้งทั้ ในทวีปวีแอฟริกริา เอเชียชียุโยุรป อเมริกริาเหนือ อเมริกริาใต้ และออสเตรเลียลีเป็น ป็ สายพันธุ์ที่ธุ์ ส ที่ ามารถปรับรัตัวตัทางวัฒวันธรรมได้ดีด้ ดี ที่สุ ที่สุด และได้สด้ร้าร้งสรรค์วัค์ฒวันธรรมต่าต่งๆ มาก ที่สุ ที่สุดด้วด้ย คำ ถามที่ว่ ที่ าว่ โฮโมเซเปียปีนส์ มาจากที่ใที่ ด ยังยั เป็น ป็ ข้อโต้เต้ถียถีงกันกัอยู่ โดยมีอมียู่ ๒ ทฤษฎี คือคื ทฤษฎีคฎีวามต่อต่เนื่อง (Continuity Theory) หรือรืเรียรีกอีกอีชื่อ ชื่ หนึ่งว่าว่ โมเดลพหุภูมิภูภมิาค (Multiregional Model) และทฤษฎีกฎีารเข้าข้ มาแทนที่ (Replacement Theory) เรียรีกอีกอี ชื่อ ชื่ หนึ่งว่าว่ โมเดลอพยพออกจากแอฟริกริา (Out of Africa Model) 8
ความน่าจะเป็น ป็ (probability) เป็น ป็ ตัวตัเลขที่บ ที่ อกถึงถึ โอกาส หรือรืความเป็ นไปได้ที่ด้จ ที่ ะเกิดกิ เหตุกตุารณ์ที่ส ที่ นใจ เช่นช่ความน่าจะเป็น ป็ ของการประสบผลสา เร็จ ร็ ในธุรธุกิจกิอสังหาริมริทรัพรัยเ์ท่าท่กบั 0.85 หมายความวา่ โอกาสหรือรื ความเป็น ป็ ไปไดท้ ี่ ธุรธุกิจกิอสังหาริมริทรัพรัยจ์ะจ์ประสบผลสา เร็จ ร็ เท่าท่ กบั 80% หลัก ลั ความน่าจะเป็น ป็ ใน การกำ เนิดของมนุษย์ ซึ่ง ซึ่ การกำ เนิดมนุษย์สย์ามารถนำ ไปบูรบูณาการกับกัวิชวิา คณิตศาสตร์ เกี่ย กี่ วกับกัเรื่อ รื่ งความน่าจะเป็น ป็ ของเหตุกตุาร์ณร์ (PROBABILITY OF AN EVENT) เช่นช่การคาดเดาหมู่เมู่ ลือลืดของ ลูกลูที่จ ที่ ะเกิดกิ ในรุ่นรุ่ ถัดถั ไป แซมเปิลปิสเปซ(Sample Space)คือคืเซตของผลลัพลัธ์ที่ธ์อ ที่ าจจะเกิดกิ ขึ้นได้ทั้ด้งทั้หมดจากการทดลองสุ่มและเป็น ป็ สิ่งที่เ ที่ ราสนใจเรานิยมใช้ สัญลักลัษณ์ S แทนแซมเปิลปิสเปซ 9
ตัวตัอย่าย่งเช่นช่พ่อมีหมีมู่เมู่ ลือลืด B แบบ Homozygous และแม่มีม่หมีมู่ เลือลืด A แบบ Heterozygous จงหาความน่าจะเป็น ป็ ที่ลู ที่ กลูจะเกิดกิมา เป็น ป็ กรุ๊ปรุ๊ เลือลืด B เมื่อ มื่ เราทำ การหาจีโจีนไทป์แป์ละฟีโฟีนไทป์แป์ล้วล้จะได้เด้ป็น ป็ โอกาสที่ลู ที่ กลูเกิดกิมาหมู่เมู่ ลือลืด AB B AB B ซึ่ง ซึ่ มี อัตอัราส่วน 2 : 2 10
หลัก ลั การดำ เนินชีวิ ชีวิตของ มนุษย์ตามหลัก ลั มงคล 38 การศึกษาตามหลักลัมงคลชีวิชีตวิ ให้เข้าข้ใจง่าง่ย เราต้อต้งมอง ภาพรวมของมงคลสูตรให้เข้าข้ใจว่าว่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจ้ ทรงได้จัด้ดจัลำ ดับดัหมวดหมู่ไมู่ ว้อว้ย่าย่งเป็น ป็ ระบบ เรียรีงลำ ดับดั จากง่าง่ยไปหายาก สามารถนำ มาปฏิบัฏิติบั ไติด้ตด้ามลำ ดับดั มงคลเปรียรีบเสมือมืนการขึ้น ขึ้ บันบั ไดที่ล ที่ ะขั้นขั้จนถึงถึขั้นขั้สูงสุด มงคลสูตรทั้งทั้ 38 ข้อนั้น แบ่งบ่ ได้เด้ป็น ป็ 10 หมู่ 5 หมู่แมู่ รกเป็น ป็ ข้อข้ ปฏิบัฏิติบั ใตินการพันาชีวิชีตวิเป็น ป็ สิ่งที่ทุ ที่ กทุคนจะต้อต้งพบต้อต้งปฏิบัฏิติบั ใติน ชีวิชีตวิ ประจำ วันวัที่ทุ ที่ กทุคน ทุกทุชาติ ทุกทุภาษา ทุกทุศาสนาสามารถนำ ไปใช้ไช้ด้ผด้ลเหมือมืนกันกัหมด หลักลั ปฏิบัฏิติบัทั้ติงทั้ 18 มงคลเป็น ป็ เรื่อ รื่ งของ การครองตน ครองชีวิชีตวิ ให้มีคมีวามเจริญริก้าก้วหน้าทั้งทั้ทางโลกและ ทางธรรม รวมถึงถึสามารถนำ ไปใช้คช้รอบคลุมลุถึงถึการพันา ปรับรัปรุงรุองค์กค์รด้าด้นธุรธุกิจกิสังคม การเมือมืงการปกครอง ให้ เจริญริก้าก้วหน้าประสบผลสำ เร็จ ร็ ส่วน 5 หมู่หมู่ ลังลัเป็น ป็ การฝึกฝึ ใจโดยตรง เมื่อ มื่ เราปฏิบัฏิติบัตติาม หลักลัมงคลทั้งทั้ 10 หมู่แมู่ ล้วล้เราก็ส ก็ ามารถพัฒนาตนเองจน บรรลุคลุวามเจริญริก้าก้วหน้าทั้งทั้ 3 ระดับดัคือคืความเจริญริ ก้าก้วหน้าในโลกนี้ ในโลกหน้า และการบรรลุมลุรรคผล นิพพาน ดังดันี้ 11
หมวดหมู่มมู่ งคล 38 มงคลหมู่ที่มู่ ที่1 ฝึกให้เ ห้ป็นคนดี มงคลที่ 1 ไม่คม่บคนพาล มงคลที่ 2 คบบัณบัฑิตฑิ มงคลที่ 3 บูช บู าบุค บุ คลที่ค ที่ วรบูช บู า มงคลหมู่ที่ 2 สร้างความ พร้อมในการฝึกตนเอง มงคลที่ 4 อยู่ใ ยู่ นถิ่นถิ่ที่เ ที่ หมาะสม มงคลที่ 5 มีบุมีญบุ วาสนามาก่อก่น มงคลที่ 6 ตั้งตั้ตนชอบ 12 มงคลหมู่ที่ 3 ฝึกตนให้เ ห้ป็นคนมีประโยชน์ มงคลที่ 7 เป็น ป็ พหูสูต มงคลที่ 8 มีศิมี ศิลปะ มงคลที่ 9 มีวิมีนัวิ นัย มงคลที 10 มีวมีาจาสุภาษิต
มงคลหมู่ที่มู่ ที่4 บำ เพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว มงคลที่ 11 บำ รุง รุ บิดบิามารดา มงคลที่ 12 เลี้ย ลี้ งดูบุ ดู ต บุ ร มงคลที่ 13 สงเคราะห์ภรรยา(สามี)มี มงคลที่ 14 ทำ งานไม่คั่ม่งคั่ค้าค้ง มงคลหมู่ที่มู่ ที่5 บำ เพ็ญประโยชน์ต่อสังคม มงคลที่ 15 บำ เพ็ญทาน มงคลที่ 16 ประพฤติธติรรม มงคลที่ 17 สงเคราะห์ญาติ มงคลที่ 18 ทำ งานไม่มีม่ โมีทษ 13 มงคลหมู่ที่ 6 ปรับเตรียม ภาพใจให้พ ห้ ร้อม มงคลที่ 19 งดเว้นว้จากบาป มงคลที่ 20 สำ รวมจากการดื่ม ดื่ น้ำ เมา มงคลที่ 21 ไม่ปม่ระมาทในธรรม
มงคลหมู่ที่มู่ ที่7 การแสวงหาธรรมะ เบื้อ บื้ งต้น ต้ ใส่ตั ส่ ว ตั มงคลที่ 22 มีคมีวามเคารพ มงคลที่ 23 มีคมีวามถ่อถ่มตน มงคลที่ 24 มีคมีวามสันโดษ มงคลที่ 25 มีคมีวามกตัญูตัญู มงคลที่ 26 ฟังฟัธรรมตามกาล มงคลหมู่ที่ 8 การแสวงหา ธรรมะเบื้อ บื้ งสูง สู ใส่ตั ส่ ตั วให้เ ห้ ต็ม ต็ ที่ มงคลที่ 27 มีคมีวามอดทน มงคลที่ 28 เป็น ป็ คนว่าว่ง่าง่ย มงคลที่ 29 เห็นสมณะ มงคลที่ 30 สนทนาธรรมตามกาล 14 มงคลหมู่ที่มู่ ที่9 การฝึกภาค ปฏิบัฏิติ บั เติพื่อกำ จัดกิเลสให้สิ้ ห้ สิ้น สิ้ ไป มงคลที่ 31 บำ เพ็ญตบะ มงคลที่ 32 ประพฤติพติรหมจรรย์ มงคลที่ 33 เห็นอริยริสัจ มงคลที่ 34 ทำ พระนิพพานให้แจ้งจ้
มงคลหมู่ที่ 10 ผลจาก การปฏิบัฏิติ บั จตินหมดกิเลส มงคลที่ 35 จิตจิ ไม่หม่วั่นวั่ ไหวในโลกธรรม มงคลที่ 36 จิตจิ ไม่โม่ศก มงคลที่ 37 จิตจิ ปราศจากธุลี ธุลี มงคลที่ 38 จิตจิเกษม 15 แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด มันแสนสุดลึกล้ำ เหลือกำ หนด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำ ใจคน กลอนสุนทรภู่ จากเรื่องพระอภัยมณี
สรุป Science mathematics ทฤษฎีวิฎีวัวิฒวันาการ ตาม ทฤษฎีขฎีองชาลล์ ดาร์วิร์นวิ มนุษย์พัย์ พัฒนาการขึ้นมาจาก สิ่งมีชีมีวิชีตวิ ไม่ไม่ ด้ถูกถูสร้าร้งมา โดยต้นตำ รับรัจากพระเจ้าจ้ ในมุมมุมองของทางคณิตศาสตร์ เกี่ย กี่ วข้อข้งกับกัความน่าจะเป็นป็ของ เหตุกตุาร์ณร์ ใดเหตุกตุาร์ณร์นึง เช่นช่ การหาความน่าจะเป็นป็ของลูกลูว่าว่ เกิดกิเป็นป็เลือลืดหมู่ใมู่ ด มียีมีนยีด้อด้ย อย่าย่งไร Social ในพุทธศาสนา มุมมุมองเกี่ย กี่ วกับกัการกำ เนิดมนุษย์แย์ละความเกี่ย กี่ วข้อข้งกับกัสังสาร วัฒวันธรรม มีลัมีกลัษณะเฉพาะตามหลักลัสูตรธรรมะของ พุทธศาสนา ภาษาสันสกฤต หรือรื ไพทูรทูย์ มีบมีทที่ก ที่ ล่าล่วถึงถึเรื่อ รื่ งนี้ ภาษาสันสกฤตนี้ถือถืเป็นป็คำ สอนที่พ ที่ ระพุทธเจ้าจ้พูดหรือรื สอนให้ลูกลูศิษย์โย์ดยตรง ในเรื่อ รื่ งของมงคลสูตรคำ ฉันฉัท์หท์รือรืหลักลัมงคล 38 ประการ จะเกี่ย กี่ วข้อข้งกับกัการ ทำ ความดีใดีนสิ่งที่ดี ที่ ดี Thai มงคลเป็นป็เรื่อ รื่ งของการครองตน ครองชีวิชีตวิ ให้มีคมีวามเจริญริก้าก้วหน้าทั้งทั้ทางโลก และทางธรรม รวมถึงถึสามารถนำ ไปใช้คช้รอบคลุมลุถึงถึการพัฒนา ปรับรัปรุงรุองค์กค์ร ด้าด้นะุรกิจกิสังคม การเมือมืงการปกครอง ให้เจริญริก้าก้วหน้าและประสบความสำ เร็จร็ 16
ข้อมูลอ้างอิง 17 พุทธศาสนา วิท วิ ยาศาสตร์ มงคล 38 คฌิตศาสตร์
ผู้จัดทำ 1.โอลิเวอร์ ฮอล์ซล์ ม.4 / 7 เลขที่ 9 2.นันทวัฒน์ ธงพุดซา ม.4 / 7 เลขที่ 2 3.อมรพันธ์ุ พรมพิงค์ ม.4 / 7 เลขที่ 3 4.พณิชพล ชูประเสริฐ ม.4 / 7 เลขที่ 6 18
การกำ เนิด นิ มนุษย์ การกำ เนิดนิมนุษ นุ ย์ ตามหลัก ลั ทางวิทวิยาศาสตร์ คณิตณิศาสตร์ สัง สั คมศึก ศึ ษาและ ภาษาไทย มีก มี าร วิเวิคราะห์แ ห์ ละกล่า ล่ วถึง ถึ ความเป็น ป็ มาอย่า ย่ งไรแตกต่า ต่ ง กัน กั อย่า ย่ งไรด้า ด้ นไหนที่เ ที่ ป็น ป็ ความจริงริ