The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่องสั้นจันทร์เสี้ยว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เรื่องสั้นจันทร์เสี้ยว

เรื่องสั้นจันทร์เสี้ยว

39. เยาวเทพ

พวกเขาเอด็ องึ และฟาดฟน กันโกลาหล เตม็ ไปดว ยความสงสัยและสิน้ หวงั วิวาทกันโดย
ไมวา งเวน

ขอใหชวี ติ ของเจาจงปรากฏประหน่งึ เปลวประทีปเถิด อา ยหนูเอย อยา วบู วาบหว่ันไหว
จงบริสทุ ธ์ิ และนอมนาํ พวกเขาไปสคู วามสงบระงับ

พวกเขาทง้ั โลภท้งั รษิ ยา ถอ ยคาํ เลา กเ็ สมือนกบั มดี กระหายเลือด ซึง่ ซอนไวอยา งมิดชดิ
ออกไปยืนทามกลางหวั ใจทมิฬของพวกเขา อายหนู จงทอดสายตาซ่ือ ๆ ไปยงั พวกเขา
เฉกเชนความสงบยามสายัณห ใหอภยั ตอความวุนวายแหง ทวิ า
เยยี่ มหนาใหเขายล อายหนเู อย เพื่อวา พวกเขาจะไดซ มึ ทราบในความหมายแหง สรรพ
สิ่ง จงทําตัวใหพ วกเขารกั เพอ่ื วาพวกเขาจะไดรจู กั รักใครซ่งึ กนั และกนั บาง
มาสิ มาสถิตในทรวงแหง ความไมร สู ิ้น อา ยหนเู อย จงแยม และเผยอดวงใจ เชนผกา
ขยายกลบี เมือ่ ดวงตะวันขน้ึ และจงคอมศีรษะเม่ือดวงตะวนั ตก เพอื่ สดุดกี าลเวลาซึ่งลวงไป

51

40. การตอรองคร้ังสดุ ทาย

"เชญิ จา เชญิ มาจางฉนั ทํางาน" ฉันรอ งตะโกน ขณะเดินไปตามทางซึ่งปลู าดดวยแผน
หินในเวลาเชา

ราชาเสดจ็ มาในราชรถ พรอ มดว ยพระแสงดาบในอุงหัตถ
พระองคจ บั มอื ฉัน ตรัสวา "ขา จะจา งเจา ดว ยเดชานุภาพของขา"
แตเ ดชานุภาพนั้นเปน สิง่ ไรคา และพระองคก็เคล่อื นราชรถจากไป
ทา มกลางความรอ นระอุยามเที่ยง บานเรอื นซง่ึ เรียงรายอยทู วั่ ไปตา งปด ประตเู งยี บ
ฉนั เตรไปตามซอยคดโคง
ชายชราคนหนึ่งออกมาจากบา นพรอมดวยถงุ ทอง
เขาคิดแลวพูดวา "ฉนั จะจา งแกดวยเงิน"
เขาหยัง่ นํา้ หนักเหรยี ญทีละอัน แตฉนั เดนิ ผา นมาเสีย
ใกลคา่ํ พุมรว้ั ของสวนมดี อกไมแ ทรกอยูพ ราว
สาวสวยคนหน่ึงออกมาและพดู วา "ฉันจะจางคุณดว ยรอยยมิ้ "
ย้มิ ของเธอเจ่อื นและจางลงเปนหยาดนาํ้ ตา แลว เธอกลับเขา ไปตามลาํ พงั ในความมืด
ดวงตะวนั สอ งแสงจาบนพืน้ ทราย และเกลยี วคลื่นกโ็ หมกระหนา่ํ
เดก็ คนหนึง่ กําลงั เลนสนกุ กับเปลือกหอย
เขาเงยหนา ข้ึนและดเู หมอื นรูจกั ฉนั ดว ย เขาพูดวา "ผมจะจา งเปลาๆ"
การตอ รองอันเกิดจากการเลน สนกุ ของเดก็ ไดป ลดปลอ ยฉนั ใหเ ปน คนอสิ ระ ต้ัง
แตบดั น้ันเปน ตน มา

52

ภาคผนวก

รพนิ ทรนาถ ฐากรู

กวีผดู งึ ตะวนั ตกและตะวนั ออกมาพบกัน

๑. ภารตวรรษทฝ่ี รงั่ แลเหน็

มองดวยสายตาของชาวตะวันตก เรือ่ งราวทงั้ หลายอันเกย่ี วกบั ประเทศอินเดยี ลวนพลิ ึกพลิ ั่นไป
หมด เร่มิ ตัง้ แต พระเจาอเลก็ ซานเดอรม หาราช กษตั รยิ ห นมุ ชาวกรกี ครงั้ ยังอยใู นวัยศกึ ษาเคยอานหนังสือ
พรรณนาถึงความตนื่ ตาตืน่ ใจแหง ภูมภิ าคแถบเอเซยี เม่อื ขนึ้ ครองราชยแ ละปราบปรามหัวเมืองใกลเคียง
แลว ไดก รีธาทพั ขามมายงั เปอรเซีย และลว งเขาประชิดชายแดนดา นตะวนั ตกเฉยี งเหนอื ของอินเดยี คอื
แถบลุมแมน ํา้ สนิ ธุ แตถูกตานทานไวเพยี งนน้ั จงึ ตองถอยกลบั กอ นที่จะบรรลุเปาหมายซ่ึงกาํ หนดไว

นน่ั เปนเหตุการณในศตวรรษทีส่ ่ีกอ นคริสตกาล หากพระเจา อเลก็ ซานเดอรไ มถกู วางยาพิษเสยี
กอ น และหวนกลับมารกุ รานอินเดียอีกคร้งั เราคงไดอานเอกสารโลดโผนเอาการทีเดียว เพยี งแตเ ผชญิ
หนากันไมกีว่ นั ยงั มเี รอ่ื งเหลอื เช่อื ตัง้ หลายหนา กระดาษ

อาเรยี น นกั ประวตั ิศาสตรกรีกจดบันทึกไวล ะเอยี ดลออ ซงึ่ ขอความบางตอนบรรยายวา

....กษัตรยิ อ ินเดยี ประทับในวอทองคาํ โดยรอบหลังคามีพวงไขม ุกยอยระยา กระทบกนั เสียงกราว
ๆ เบื้องหลงั ติดตามดว ยทหารรกั ษาพระองค บางคนแบกก่ิงไมม าดว ย บนกิ่งกา นเหลาน้ันนกเกาะอยูเปนฝูง
มนั ถกู ฝก ใหรองเพลงผวิ ปากอยา งคลอ งแคลว

....พระราชวงั เปดโลงตลอดเพ่อื รบั ผเู ขาเฝาทั้งปวง แมข ณะท่กี ษัตรยิ ต กแตงเกศาและฉลององค
ทรงเครือ่ ง การรบั ทตู านทุ ตู และวนิ ิจฉัยคดคี วามกก็ ระทาํ ในเวลาเดยี วกนั น้ันเอง เม่อื เสร็จเรอื่ งราวแลว ชาว
พนกั งานจะถอดฉลองพระบาทออก และนวดฟน ดว ยนํา้ มันหอมชนดิ พเิ ศษสุด

พลูตากรค กบ็ นั ทึกเสรมิ แตง อีกสํานวนหนึง่ ในหนงั สือเรื่อง "ชีวิตของอเล็กซานเดอร" (LIFE OF
ALEXANDER) เลาถึงตอนท่นี า สลดใจไววา

...กษตั รยิ พอรัส27 มวี รกายสูงถึงหกฟตุ ประทับชางทรงขนาดมหมึ า ชา งเชือกนี้ภักดีตอ เจาชีวติ
อยางสุดซึ้ง มันตา นศตั รสู ดุ แรงเกิด และขบั เค่ียวเตม็ กําลงั เมื่อสัตวแ สนฉลาดสังเกตเห็นวาพระองคเ ปนลม

27 ตามหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร กษัตริยอนิ เดยี ทเี่ ผชญิ หนา กบั พระเจาอเลก็ ซานเดอร คอื จันทรคุปต
แหงราชวงศเ มารียา (หมายถงึ ราชวงศนกยูง)

53

เพราะเสยี โลหติ เกรงจะพลดั ลงจากหลัง มนั จะคอย ๆ คอมกายลงสูพน้ื จากนัน้ ประจงถอนลูกธนูดวยงวง
ของมนั เอง

เวลาลว งมาอีกเกือบสองพันป นกั ผจญภยั ชาวอิตาลชี อื่ มารโค โปโล ไดเดนิ ทางเขามาดวยขอ
ราชการของ พระเจา กบุ ไลขา น แลว เขียนหนงั สือเรอื่ ง "ลกั ษณะของโลก" (DESCRIPTION OF THE
WORLD) ออกเผยแพร เขาเลาวาไดเ ดนิ ทางมาประเทศอินเดียสองครัง้ คือในป พ.ศ. ๑๘๑๓ และ ๑๘๓๖
โดยลงเรอื จากเกาะลงั กาขามมาขึน้ ฝงอนิ เดยี ตอนใต

ฝร่ังคนไหนกค็ นน้นั เร่ืองไมแทรกกระสายเปน ไมม ี แลวพวกเขากพ็ ลอยเช่ือหรอื แกลงเชอ่ื วา จริง
เสยี ดวย ลองอา นดูเถดิ

... ในเมืองมาบารไมม ีชา งตดั เสื้อผา เพราะผูค นไมสวมเสื้อผากนั เลย นอกจากใชเ ศษผาผืนเล็ก ๆ
ปด กันเปลือยไวเทานน้ั ทั้งน้เี พราะอากาศไมรอ นไมหนาวตลอดป พระราชาทรงฉลองผา เตย่ี วผืนหนง่ึ และ
ผาเตยี่ วหรอื ภษู าเต่ยี วผนื นว้ี ิจิตรอยา งพรรณนาไมถูก ประดบั ดว ยอัญมณีสูงคา หลากหลายชนิด ไดแ ก
ทับทิม นลิ สคี ราม มรกต และแกว อืน่ ๆ ซึง่ ลว นแตว บู วาบสวา งไสว

.... พระราชาทรงมีมหาดเลก็ ใกลช ิดคณะหน่ึง มหาดเลก็ เหลานีไ้ ดร บั เกียรตสิ งู ขีม่ า รว มขบวนไป
ไดท ุกแหง หน มีอํานาจบริหารงานกวางขวาง แตเ มือ่ พระราชาเสดจ็ สวรรคต พวกมหาดเล็กตอ งกระโดด
เขากองไฟ เพ่ือโดยเสด็จไปยงั ภพอ่นื ไมทอดท้งิ ใหพระองคท รงเหงาในระหวา งทางทามกลางฟากฟา
เปลย่ี ว

... ชาวเมืองมาบารเ ชื่อถือโชคลางอยางจรงิ จงั คนทเ่ี ดินไปตามทางเมอื่ ไดย นิ คนอนื่ จามเขาจะนง่ั
ลงทันที ไมย อมเดนิ ตอ ไปแมกา วเดยี ว นัง่ คอยอยตู รงนนั้ กระทง่ั ไดยนิ เสยี งจามของอกี คนหน่งึ คร้งั น้จี ะ
ผลนุ ผลันรีบลุกข้ึนเดินตอ ถาเกดิ ไมม ีใครผา นมาจามเปนครัง้ ทสี่ อง ตกเย็นเขาจะลูกขน้ึ แลวเดินกลบั บา น
เรือ่ งธุระเอาไวคิดวันตอไป

... โยคีเผามูลโคจนเปนผง แลว ลบู ไลท ่ัวตัวดว ยศรัทธาปสาทะอันสงู เม่อื เดนิ ไปตามหนทาง หาก
ใครแสดงความเคารพ ทานจะอวยพรดวยการใชผงขีว้ ัวเจิมหนาให โยคไี มใ ชภ าชนะใสอาหาร แตใ ชใบไม
แทน เปนใบไมแหงขนาดใหญ ท่ีไมใ ชใบไมส ดเพราะของสดของเขียวมวี ิญญาณ การเด็ดใบไมส ดจงึ เปน
บาปทพ่ี ึงละเวน

.... ตอ คาํ ถามที่วา เหตใุ ดโยคีไมหุม หอ รา งกาย? และไมรสู กึ กระดากอายบางเลยหรอื ? โยคตี อบ
วา "ขา เปลอื ยกายเพราะขาไมปรารถนาอนั ใดในโลก แมเพยี งผาผืนหน่งึ ก็ไมเ คยคดิ อยากได คนเราเกิดมา
ตวั เปลา ไมม ผี า พนั กายออกมา ใบหนา, แขน, และขา เปน อวัยวะที่ไมตองซอนเรน ก็แลว เรื่องอะไรถึงตอ ง
วุนวายปกปด อวยั วะกระจอยรอยสวนอ่นื คนท่ีรูสกึ อายแปลวา เขาใชเจาสิ่งนนั้ ในทางผิด ๆ ตัวขา ไมเคย
ประกอบลามกกรรมใด ๆ เลย"

... เมือ่ ถงึ คราวถายทกุ ขห นัก โยคเี ดนิ ไปชายหาด ขุดหลุมลึกพอประมาณ ถา ยเรยี บรอ ยแลวใชไม
เทา เข่ยี ทรายกลบจนมดิ ทานอธบิ ายวา "ถาไมก ลบทรายไวจ ะเกดิ หนอน ทีนีพ้ อแสงแดดเผากากแหง

54

หนอนจะขาดอาหารและตายไป ตัวเราผูใ หก าํ เนิดแกมัน ตองรบั ผิดชอบเรอ่ื งชวี ติ ของมันดวย การกลบ
ทรายจงึ เหมอื นตัดไฟแตหวั ลม ไมต องนอนสะดงุ วาบาปกรรมจะว่งิ ไลห ลัง"

มารโค โปโล หมายเหตวุ า วิสัยมหศั จรรยข องชาวชมพูทวปี ยงั มอี ีกมากนกั แตจ ําตอ งพกั การเลา
ไวกอน เพราะไมแ นใ จวาจะมคี นเชอ่ื สกั เทาใด เมื่อใกลจ ะถึงแกกรรมในเมืองเวนิส เขาสารภาพกับ
บาทหลวงผูม าทาํ พิธลี า งบาป ดวยทวงทํานองของบุรุษซ่งึ มีอุปนิสยั ถอ มตนวา

"หลวงพอครบั กรรมช่วั ในชีวติ ของผม ไมใชก ารพดู เกนิ ความจรงิ หรอก ผมสํานึกตวั วา ผิด เพราะ
เรื่องทงั้ หมดทเ่ี ลามาน้นั มีจาํ นวนไมถงึ คร่ึงหน่งึ ของที่พบเหน็ ในชีวิต ผมยอหยอนตอ หนาท่จี รงิ ๆ"

ถา เขาเขียนใหหมดสิ้นกระบวนความ ตามที่อวดอา งวา พบเหน็ มา โฉมหนาของอินเดียจะหมองลง
อกี เพียงใดกเ็ หลอื เดา การพดู และเขียนอาจกอ ใหเ กดิ ผลรายได พระพุทธองคจ งึ ตรัสวา

"อภตู วาที นริ ย อุเปติ"

"ผูกลา วคาํ เท็จยอมเขาถึงนรก"

บรษิ ทั อังกฤษ (THE BRITISH COMPANY) เขาควบคุมประเทศอนิ เดยี ไวไดโดยเด็ดขาดต้ัง
แตป พ.ศ. 2400 นับจากนั้นเปน ตนมา ชาวอังกฤษรเู หน็ ชวี ติ ความเปน อยูของชาวอินเดยี มากขึน้ แตแ ทนที่
จะแกไขความเขาใจผดิ ๆ ใหตรงตามขอ เท็จจริง กลับแตงแตม สีสนั ใหฉดู ฉาดอยางสนกุ มอื เชน มสิ เรย
อาเชอร สงบทความเกี่ยวกบั มหาราชแหง แควน ไฮเดอราบาด ไปลงพมิ พใ นนติ ยสาร Titbits วา

.... มหาราชสบู บุหรมี่ วนดวยธนบัตรใบละ 100 รูป (ราว 7 ปอนด) และสูบจดั ชนิดมวนตอ มวนเสีย
ดวย ทา นใชช ีวิตอยา งโดดเด่ยี ว ประทบั อยใู นหอ งเดิมซง่ึ อยูมาต้ังแตตน ศตวรรษ หนาตางปดตายท้ังสาม
บานตลอดเวลา ฝาผนังมีไยแมงมุมระโยงระยาง ฝุนละอองจับเปรอะทุกแหง กนบุหรี่หลายรอยกน เกลื่อน
กระจาย

.... ฉลองพระองคซ งึ่ ไมค อ ยไดส วม และไมเคยซัก แขวนหอ ยกับหวั ตะปู มหาราชบรรทมบนพระ
แทน ลวดสปริง คลุมดวยผา ลินนิ เตม็ ดวยรอยดา งดวง หอ งน้ําที่อยูติดกบั หอ งบรรทมกล็ ่นั กุญแจไว เพราะ
ตงั้ สองเดอื นกวาจะสรงนํา้ ครงั้ หนงึ่

กลุม บุคคลซง่ึ ไดร บั การยกยองวาเปนผสู รางคุณประโยชนใหญห ลวงใหแ กป ระชาชนชาวอินเดยี คอื
คณะนักสอนศาสนา เปรมจนั ท ผวู างแนวนวนยิ ายอินเดียไดก ลาวสดุดีไวในเรอื่ งส้ันชอ่ื "ทเี่ รียกวาอดุ มคติ"
(THE LONE VOICE) วา

"ขาพเจาไมถ งึ กับขอรอ งใหทานสมรสกบั จัณฑาล หรอื เชื้อเชิญเขามารว มรับประทานอาหารดวย
แตม นั เปนการขอรอ งทม่ี ากเกนิ ไปหรือ สาํ หรับใหป ฏิบตั ติ อเขาเยี่ยงมนุษย? ขอใหดูตวั อยางนกั สอนศาสนา
ชาวคริสเตียน พวกเขาสละความสขุ ความสบายทกุ ประการ ออกจากบา นเกิดเมืองนอนมาคนละหลาย ๆ ป
ลืมความรกั ของเพื่อนฝูงและญาตมิ ติ ร เพ่ืออทุ ิศตนใหแ กการรบั ใช เมือ่ แลเหน็ แมชีสาว ๆ ผูมรี ูปรา งงดงาม

55

สวยสงา และบอบบาง ประคองเดก็ ตวั ดาํ ปซ ึ่งเตม็ ไปดว ยแผลเนา เปอย ขา พเจา รูส กึ แทบจะกมศีรษะลงตอ
หนาเธอ"

ศนู ยกลางของครสิ เตยี นอยทู บ่ี อมเบยและมทั ราส แตชาวเบงกอลกเ็ ขา รีตไปไมน อย ทัง้ นีเ้ ปน
เพราะความอตุ สาหะของหมอสอนศาสนาอยาง วลิ เลยี่ ม คารยี  และ อเล็กซานเดอร ดฟั ฟ กิจกรรมของผู
เผยแพรไมเ พง เฉพาะแตการเปลย่ี นศาสนาเพยี งอยางเดยี ว หากยังสงผลใหเ กิดการเปลย่ี นแปลงในดา น
การศกึ ษาและวงวรรณกรรมอยา งกวา งขวางอีกดวย

ในป พ.ศ. ๒๓๔๔ วลิ เล่ียม คารีย ไดร บั แตงตง้ั ใหเปนศาสตราจารยภ าษาเบงกาลี เพื่อฝกชาวพ้นื
เมืองเขา เปนพนักงานของบรษิ ัทองั กฤษ คารียป ฏิบัติหนา ท่ีของเขาอยา งถวายชวี ิตทีเดยี ว เขาผลติ ตาํ รา
ไวยากรณกบั พจนานุกรมเบงกาลซี ึ่งบรรจคุ ําถงึ ๘๐,๐๐๐ คําออกเผยแพร

เพอ่ื นรวมงานของคารยี อกี สองคน คือ มารช แมน และ วอรด กอ ต้ังโรงงานกระดาษและโรงพิมพ
ขนึ้ ทต่ี ําบลเสรามปรุ ะ แปลคมั ภีรไบเบ้ลิ เปนภาษาถ่ินของอินเดียถงึ ๒๖ ภาษา รวมทัง้ ภาษาเบงกาล,ี มารา
ฐ,ี และทมิฬ ผลพลอยไดจากงานดา นนี้กอใหเกิดความเปลยี่ นแปลงในดานรอ ยแกวของอนิ เดียเปนอนั มาก

แตในดา นลบ พวกบาทหลวงกท็ าํ เอาเจบ็ แสบ ปาวประกาศออกไปกึกกองวา ชาวอนิ เดยี โงงม
และทกุ ลัทธดิ ั้งเดิมเหลงไหลหมด ร.ก. นารยนั นักประพันธผ ูม ีทวงทํานองเขียนชนิดน้ํานง่ิ ไหลลึก เขียนถงึ
ความกระตือรอื รนของชาวคริสเตยี นในนวนยิ ายเรือ่ ง "สวามแี ละเพือ่ น" (SWAMI AND FRIENDS)
ตอนหน่งึ วา ...

"โอ, โงอะไรอยา งน้ัน!" มร.เอเนซาร ครสู อนวิชาศีลธรรมตะโกนพรอมกบั กําหมัดแนน "ทาํ ไมหนอ
ถึงไดง มงาย กราบไหวร ูปบชู าทีส่ รางดวยไมแ ละกอนหนิ ซง่ึ สกปรกและไรช ีวติ ? เทวรปู พดู สกั คาํ ไดไ หม?
ไมไ ด มองอะไร ๆ เหน็ ไหม? ไมเห็น ประทานพรใหพ วกเธอไหม? ไมได นําพวกเธอข้นึ สวรรคไดไหม? ก็
ไมไ ดอ กี นนั่ แหละ...."

"เหตุผลนะหรือ? กเ็ พราะวา รปู บูชาเหลานัน้ ไมม ีชีวติ จิตใจ เทพเจา ตั้งมากมายของพวกเธอทํา
อะไรไดบ าง เม่อื มหมัดแหง คาชนี ทาํ ลายเสียเปน ช้ินเล็กชนิ้ นอ ยแลวแถมยังเหยียบซา้ํ และกวาดเอาไป
กอ เปนบันไดสว ม? ถาเทวรปู เหลา น้นั มชี วี ิตจรงิ ทาํ ไมถงึ ไมพ ากันตอสูตา นการทําลายของ มหมดั น้ันเลา ?

ตอ จากน้ัน คุณครเู อเปน ซาร วกเขา หาครสิ ตศาสนา

"ทีน่ ีย้ อ นมาดูองคพ ระเยซแู หงพวกเรา ทา นสามารถรักษาผเู จบ็ ปว ย ชว ยเหลือเกือ้ กลู ผยู ากจน
และทรงนาํ พวกเราขึ้นสสู วรรค อาณาจักรแหง สวรรคอยภู ายในจติ ใจของเราทุกคน"

นาํ้ ตาไหลรินอาบแกม คุณครูเอเบน็ ซาร เมื่อทานจนิ ตนาการถึงพระเยซู ครูหนึ่งตอมา ใบหนา ของ
ทา นกลายเปนสีมวงดว ยโทสะ เมอ่ื คดิ ถึงพระกฤษณะ

56

"เคยบา งไหมที่พระเยซูเกีย่ วกอ ยไปกบั นางระบําตง้ั ฝงู เหมอื นพระกฤษณะของพวกเธอ? เคย
ปรากฏหรอื เปลาท่พี ระเยซดู อม ๆ ไปขโมยเนยเหมอื นพระกฤษณะผูวายราย? พระเยซูของพวกเราเคยเลน
อุบายลามกตอ ผทู อ่ี ยูรอบ ๆ พระองคสกั ครั้งหรอื ไม? "

คณุ ครเู อเบ็นซารห ยุดพกั หายใจ วันนท้ี านไมม ีความยบั ย้งั อดกลั้นเลย เลอื ดในกายของ สวามีนา
ธัน เดือดพลาน เขาลกุ ขน้ึ ตั้งคาํ ถาม

"พระเยซูไมท าํ ผดิ จริง ทาํ ไมจึงถกู ตรงึ กางเขน?"

คุณครตู อบวา ถาเขาขอ งใจ อาจไปพบทานไดเ มอ่ื หมดชวั่ โมงแลว จะไดเรียนเปนการสวนตวั เมื่อ
ครตู อบอยา งนมิ่ นวลเชน นี้ สวามนี าธนั ชักไดใ จ ตง้ั คําถามเขาไปอีกวา

"ถาพระเยซเู ปน พระเจาจรงิ ทาํ ไมทา นถึงรับประทานเนื้อและปลา แลว ยังดื่มเหลาอกี ดว ย?"

ในฐานท่ีเปนเดก็ เกินในตระกลู พราหมณ เขาไมเขา ใจเลยวา ทําไมพระเจา ถงึ ไมเ สวยอาหารแต
จาํ พวกผกั เพอ่ื ตอบใหชัดเจนคุณครูเอเบ็นซารล ุกขึน้ จากโตะ คอ ย ๆ เดินไปที่สวามีนาธนั แลวบิดหขู าง
ซายเสยี ถนดั มอื

ไมตรี เทวี นักเขยี นและนกั คน ควา ผมู ีผลงานเผยแพรห ลายในเบงกอล ใหทรรศนะวา ดวยเหตุผล
บางประการ คณะนักสอนศาสนาเมือ่ ถงึ คราวกลบั ไปจากประเทศอินเดยี แลว มกั ประณามวิถชี วี ิตและขนบ
ธรรมเนยี มตาง ๆ อยางเสียหาย เปนตน วา ความเกียจคราน, การทํางานอยางขาดความรบั ผิดชอบ, พธิ ี
กรรมทางศาสนาอันไรค วามหมาย, และระบบวรรณะ เธอยอมรับวาสิ่งเหลา นคี้ วรแกการตําหนิกจ็ รงิ แตผ ซู ึ่ง
นาํ ไปเลาตอ มักขยายความจนเกนิ พอดี

เกยี รติคณุ ของคณะนกั สอนศาสนาขึ้นอยูกับความยากลาํ บากซึ่งพวกตนผานพบมา ดงั น้ันจงึ จาํ เปน
ตองพิสูจนว าชาวอินเดียโงเ งา และลา หลงั เหมอื นยงั อยูในยุคบรรพกาล เม่ือจงใจทจี่ ะมองในแงนั้นเสยี แลว
ภมู ิปญญาอันซุกซอนอยูภ ายใตก องขยะแหงสงั คมตงึ ไมม ีวนั ไดสัมผสั กนั เลย

ขอ เขียนซึ่งกอใหเกดิ ความสะเทือนใจรุนแรงคือ คําประพนั ธส องวรรคของ รดั ยารด คพิ ลงิ ชาว
อังกฤษผูถ ือกําเนดิ ในประเทศอนิ เดียแท ๆ เมอื่ ป พ.ศ. ๒๔๐๘ คพิ ลิงทาํ งานอยูห าปในกองบรรณาธิการ
CIVIL SNF MILITARY GAZETTE ประจําเมืองลาฮอร และอีกสองปในกองบรรณาธกิ าร THE
PIONEER ประจาํ เมอื งอัลลาหบาด กระนนั้ เขายงั ใจแขง็ พอท่ีจะขดี เสน แบงลงอยางเด็ดขาดวา

57

"East is East and West is West.
And never the twain shall meet."
"ตะวันออกคอื ตะวันออก ตะวันตกคือตะวนั ตก
และทงั้ สองจะไมมวี ันบรรจบกนั แนน อน"
เราจะไดดูกันวา นีเ้ ปนประกาศติ อันถาวรหรอื เปน เพียงสาํ นวนซง่ึ กลา วดวยอารมณเพียง
ชว่ั ครู แลวก็สน้ิ อทิ ธิฤทธิ์ไปในท่ีสดุ ดวยอานุภาพแหงมิตรไมตรีและความรกั

58

เมื่อโลกประจกั ษความจริง

ชาวตะวนั ตกทัว่ ๆ ไปแทบไมร เู ห็นอะไรเลยเก่ยี วกับภมู ิปญ ญาของชมพทู วีป แมก็ มิล
เลอร หรอื ทไี่ ทยเราเคยเรยี กวา “โมกษะมูลาจารย” นกั บูรพทิศวทิ ยา (Orientalist) ชาวเยอรมนั ทุม เท
แรงกายแรงใจผลิตตาํ ราอนั วา ดวยภาษาสนั สกฤต ถายทอดคัมภรี พระเวทและปรัชญาอนิ เดยี ออกเผยแพร
อยา งเต็มขอบเขตแหงวิสยั สามารถ แตก ็บังเกิดผลในวงแคบ ๆ ท้ังน้ีดว ยเหตุทีว่ ามนั เปนงานในรูปแบบที่
เครงขรมึ เกนิ กวาผูอา นสามัญจะรบั รไู ด

แลวจู ๆ ราชบัณฑิตสภาแหงสวเี ดน กป็ ระกาศจากกรงุ สตอ กโฮลม เม่อื วันที่ 13 พฤศจกิ ายน
2456 วา ผไู ดรับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมประจําป คอื รพินทรนาถ ฐากรู เจา ของบทประพันธเรอื่ ง
“คีตาญชลี” มนั กะทันหันจนผฟู งปรับตัวไมทัน จึงเกดิ ปฏกิ ริ ิยาข้นี อยา งกวา งขวางและรุนแรง

นักเขยี นภาพลอประจาํ หนงั สือพิมพเ ยอรมนั คนหนงึ่ ใชพ กู ันตวัดออกเปน รปู ชาวฮินดู ตัวดําป
เปลอื ยกายทอนบน โพกหัวใหญโต กําลังปน ตน มะพราว และชูอวดประกาศนยี บัตรรางวัลโนเบลดวย
อาการเรอรา ประดจุ คางคกขึ้นวอ

ขา วคราวยงั สับสนตอ ไปอีกวา หนังสือ DAILY CITIZEN เดอื นกมุ ภาพันธ 2457 ลงรายงาน
วา...

ช่ือเสียงและเกยี รติคุณของรพนิ ทรนาถ ฐากรู กวีชาวอินเดยี กําลังเริ่มเปนที่รจู กั ในหมนู กั อาน แตก็
ยังไมก ระจา งชดั หอ งสมดุ ประจํากรงุ ลอนดอนแหง หน่ึงไดรบั คําขอรอ งจากสมาชิกเนอื งๆ

จดหมายฉบบั หนึ่งแสดงความประสงควา “โปรดสงหนังสือคีตญาชลขี องนกั เขยี นชาวยวิ ดูเหมอื น
ชอื่ ฐากรู ไปใหขาพเจาดว ย”

อีกฉบับหนึ่งถามวา “คุณมหี นงั สือของฐากรู ผเู ปน ชาวรสั เซียบางไหม?”

59

สวนอกี ฉบบั ปรารภวา “ขาพเจา ใครข อยมื ชมุ นมุ บทเพลงชดุ ใหม ประพนั ธโดยกวีอาหรับ”

ตอนทา ยของรายงานชิ้นนีส้ รปุ วา หาก มร. ฐากูร ไดยนิ คาํ ขอรอ งเหลานเ้ี หน็ คงหัวเราะเปนแน
เพราะเขาเปนผมู ากดว ยอารมณข นั ... อารมณซ ึง่ แทบไมมใี ครคิดถงึ กนั แลว

“คีตาญชลี” อนั มคี วามหมายวา “การบูชาดวยบทเพลง” แมจ ะเปน บทกวซี ึ่งระเกะระกะดว ยคํา
วาพระเจาก็จรงิ แตพ ระเจา องคนี้ไมเอาแตส ถติ อยบู นแทนเฉยๆ รพินทรนาถแสดงความเห็นใหมออกมา ดัง
บทท่ี 11 ความวา...

หยดุ เสียเถดิ การสาธยาย การขบั ขาน และการนงั่ นบั ลูกประคาํ อะไรเหลา นี้ ทานบูชาผูใดกนั ในมุม
สลัวลางและเปลาเปลีย่ วของเทวาลัยซึ่งหบั บานประตูหนา ตา งมิดชดิ รอบดา น? ลมื ตาขึ้นสิ และมองดู พระ
เจา มิไดป ระทบั อยเู บือ้ งหนาทานเลย!

พระองคส ถติ อยู ณ ที่ซึง่ ชาวนากาํ ลงั ไถทอ งทงุ อันแข็งกระดา ง และคนทําถนนกําลังระดมแรงทุบ
กอ นหินใหแตก พระองคอ ยกู ับพวกเขาทามกลางเปลวแดดและสายฝน ภูษาเลา เตม็ ไปดว ยคราบฝุน ฉะน้ัน
ถอดอาภรณแ สนสะอาดของทา นออกแลวกาวลงไปยงั แผนดินซงึ่ คละคลงุ ดว ยละอองธลุ ีบา ง!

ความหลุดพนนะ หรือ? ความหลุดพน จะหาไดจ ากทใี่ ด? พระผูเปน เจา ของเราทรงผกู พนั อยูกบั
นิรมิตกรรม ดว ยความเปรมปราโมทย พระองคท รงใกลชดิ สนิทแนบกับพวกเราช่ัวนิรนั ดร

จงพักการเพง การภาวนาของทานไวเพียงน้ี ทง้ิ ดอกไมธูปเทียนไวก อน มนั จะเปน อะไรหรอื หาก
เคร่ืองแตงกายของทานขาดและเปรอะเปอ นบา ง? ออกไปพบและทาํ งานดว ยหยาดเหง่ือรวมกบั พระเจา
ของทา นเถิด

ดวยความอยากรูอ ยากเหน็ ตามประสาผูมศี รัทธาในผลงาน ไมตรี เทวี ซกั ไซถึงความเปน มาของ
“คตี าญชลี” แลวบนั ทกึ ไวในหนังสอื “ฐากูรขางกองไฟ” (TAGORE BY FRIEND) ตอนหนง่ึ ทา นกวี
เลา วา

“เมอื่ แรกแปลออกเปนภาษาอังกฤษ ฉนั ไมนกึ วามนั จะนาอา น ซาํ้ ยังมีหลายคนกลา วหาวา ชาลส
เฟรยี แอนดูรส เปน คนทําให

ตอนท่ี วิลเลี่ยม บัตเลอร ยีตส จินตกวไี อรแ ลนด จัดชุมนมุ ปญ ญาชนขน้ึ ทบ่ี า นของ วิลเล่ียม โร
เธนสไตน ฉันบอกไมถ ูกวายงุ ยากใจเพยี งใด แตยีตสไมฟ งเสียง อานคตี าญชลีใหฟ ง จนได

ผูฟงเดินเขา มา นง่ั ลงเงียบ ๆ ฟงเงยี บ ๆ แลวกลบั ไปเงียบ ๆ ไมมีการวพิ ากษวจิ ารณ ไมม เี สยี งชื่น
ชอบหรือติฉนิ ฉันแสนจะอดสู อยากใหธ รณีแยกแลว สบู ลงไปเสียจะไดส นิ้ เรอ่ื ง ทําไมหนอฉนั จงึ ยอมเชื่อ
ยตี สอยา งนัน้ ?

ฉันตําหนิตวั เองวาจะเขยี นภาษาองั กฤษไดอ ยางไร ในเมือ่ ไมเ คยศกึ ษาอยา งจรงิ จัง?

60

แตว ันรุงขน้ึ ไดร บั จดหมายไมร ูวากี่ฉบับ ผูฟ งรบั วา รสู ึกประทับใจจรงิ ๆ จนกระทั่งพูดไมอ อก ชาว
อังกฤษมนี สิ ัยสํารวมเชน นีเ้ อง ยตี สร ูเขากต็ ่นื เตน ใหญ”

นั่นเปนเวลาหนึง่ ป กอนหนา การตัดสนิ มอบรางวัล

รพนิ ทรนาถสารภาพวา ไมอ าจจับหลกั ของภาษาอังกฤษได พูดงา ยๆ คอื ขาดกุญแจ จึงตองเขียน
แบบกระโดดขามรั้ว มนั เปน เหมือนกายกรรม ไมใ ชก ารเดนิ ตามธรรมชาติ

ขณะอยใู นประเทศองั กฤษ คราวสง เรอื่ งสน้ั มายัง รามนันท จฏั เฏอรจ ี ก็กําชบั วา “กรุณาตรวจ
ทานการใชภาษาอังกฤษใหดว ย เพราะฉันเขยี นตามความเคยชนิ อาศยั เพียงการสมั ผสั ทางเสยี งเทานนั้ ”

แมกระน้นั ผคู งแกเ รยี นซ่งึ มีอังกฤษเปน ภาษาพดู ตางยนื ยันวา ถอ ยคําของเขาคลอ งแคลว และเปน
อิสระดุจท่ีใชก ันในออกซฟอรดน่นั เทยี ว บทกวีของรพินทรนาถในพากษองั กฤษไมเปนเพยี งงานแปล
ธรรมดา ๆ ชิ้นหนึ่ง แทท ่ีจริงตองถอื วา เปนงานซ่ึงไดกําเนดิ ขน้ึ ใหมใ นภาษาอังกฤษ พรอมดวยพลังรเิ รม่ิ อัน
แขง็ กลา

หนงั สือพิมพฉบับหนงึ่ แสดงความมั่นใจวา “บุคคลผนู ีค้ วรไดรับรางวลั โนเบล ไมใชร างวลั เดียว แต
เปนหลาย ๆ รางวลั เสียดว ย”

ผลพลอยไดจากการชนะรางวัล นอกจากเกียรตปิ ระวตั ิ และเงินประมาณ 120,000 รปู  ซง่ึ นําไป
จา ยในดานการศกึ ษาของเด็กๆ แลว สงิ่ ท่ีตามมาคอื รฐั บาลอังกฤษมอบยศ “เซอร” ให เมื่อป พ.ศ. 2458
แตไ มนานตอ มาเขากบ็ อกคนื เปน การประทวง ในกรณีทีน่ ายพลจัตวา ไดเออร นาํ ทหารเขาลอ มกลมุ ชาว
อินเดยี 20,000 คนซง่ึ ชุมนุมอยใู นงานพธิ ีทางศาสนา ณ สวนชลิยาวาลาในรัฐปญจาป เมื่อวันอาทิตยท ี่ 13
เมษายน 2462 ชว่ั เวลา 10 นาที กองทหารระดมยิงอยา งบาเลอื ดกวา 1,650 นัด ทําใหผูค นเสยี ชีวติ
เหมอื นใบไมถ ูกปลดิ จากขั้วในฤดแู ลง

ถึงไมม คี าํ วา “เซอร” นําหนาช่ือ ใคร ๆ ก็ยงั ใหค วามนยิ มดุจเดมิ รพินทรนาถไดรับคาํ เชญิ จาก
ประมขุ แหง รัฐบาลของประเทศตา ง ๆ ใหเ ดนิ ทางไปเย่ียมเยยี นและแสดงปาฐกถาตลอดเวลา เขาออกเดิน
ทาง 10 คร้งั ซึ่งเปน การเดินทางรอบโลกเสีย 3 ครง้ั เคยลอ งอเมรกิ าใตถงึ ประเทศเปรูและอารเยนตินา ใน
เอเชียกผ็ านญป่ี นุ จีน และมาพกั อยูท่โี รงแรมพญาไทในกรงุ เทพฯ อกี ดว ย

ขณะทอ งเท่ียวในประเทศเยอรมนั นติ ยสาร MODERN REVIEW ฉบับประจําเดือนสิงหาคม
2464 ถา ยทอดขาวมาลงวา...

ณ มหาวทิ ยาลัยเบอรล นิ ทานกวใี ชเ วลาครง่ึ ช่วั โมงยงั ไมสามารถผา นขนึ้ ไปยงั หอประชุมได เพราะ
ประชาชนเบยี ดแนนอยทู กุ ข้ันบนั ได อธิการบดีขอรองอยางไรกป็ ราศจากผล กระท่งั ประกาศวาจะเรยี ก
กาํ ลงั ตาํ รวจมาจัดการก็ไมม คี นถอย เพราะตา งอยากเหน็ ใกล ๆ ทง้ั น้ัน

61

ในทส่ี ุด ศาสตราจารยค ณะแพทยศาสตรท านหนึ่งอาสาออกเดนิ หนา และนักศกึ ษาเดนิ ตาม
ประมาณ 600 คน เพื่อผอนคลายความคบั คัง่ ทา นกวีสัญญาวาจะปลีกเวลาไปพบเปนการพิเศษอกี ครงั้

หลังจากจบปาฐกถาแลว ประชาชนประมาณ 15,000 คนยงั เรียงรายตลอดขา งถนน พรอมทั้งเปลง
เสยี งแสดงความชื่นชอบขณะที่ทา นกวกี ลบั ออกมา

เม่ือแปลออกเปนภาษาสาํ คัญ ๆ ของโลก คตี าญชลไี ดก ลายเปน หนังสือขายดีอนั ดับหนึ่งอยา งรวด
เร็ว นติ ยสาร JOHN O’LONDON’S WEEKLY ฉบับประจําวันท่ี 30 กันยายน 2465 ลงบทความวา ...

ไมเ คยปรากฏวา นักเขยี นนวนิยาย นักเขียนบทละคร หรือกวีชาวเยอรมันคนใด จะประสบความ
สําเร็จเทียบเทากับนักฝน สุภาพชาวอนิ เดยี คนนีเ้ ลย แถวหนังสอื ยาวเหยยี ดของฐากูร ในราคาและรปู แบบ
ตาง ๆ กัน วางเตม็ ตูต ามรานทัว่ ไป ฉบบั ยอ มเยาราคาเลม ละ 15 มารก

ผูเขยี นบทความชนิ้ นย้ี ังพบวา ฉบับสมบูรณจําหนายกนั ชดุ ละ 250 ถึง 300 มารค เฉพาะท่ี “สาํ นัก
พิมพว ูลฟฟ” แหง เดยี วจาํ หนายไปแลว 800,000 เลม

เจา ของสํานักพมิ พแ หงหนึง่ ในนวิ ยอรค หลงั จากกลับจากตระเวนยโุ รปแลว เปด เผยวาขณะท่ีเขา
อยูใ นเบอรล ิน เหน็ เจา ของสํานกั พมิ พห ลายแหง สง่ั กระดาษหนกั ถงึ หน่งึ ลา นกิโลกรัม หรือมากกวาสองลา น
ปอนด เพอ่ื พมิ พหนงั สือของรพนิ ทรนาถใหไดจาํ นวนสามลานเลม

นกั ขา วชาวตะวนั ตกเปรยี บเทียบคีตาญชลไี วใ นลกั ษณะตาง ๆ กัน บางวา ปราดเปรอื่ งเสมอดว ย
“บทเพลงของซโลมอน” (SONG OF SOLOMON) และบางวา บริสุทธก์ิ วา “บทสวดของเดวดิ ”
(PSMLMS OF DAVID)

เอซรา พาวนด ไปไกลกวา นนั้ คอื เปรียบวาสูงสงเทากบั “คัมภรี ไ บเบิ้ล” นั่นเทียว เขาใหเ หตุผล
วา “กลา วโดยสรปุ ขาพเจาไดพ บสามญั สํานึกในบทกวีเหลาน้ี มันเตอื นใหพ วกเราคาํ นงึ ถึงส่ิงอนั เลือนหาย
ไปจากคลองจกั ษุ ทา มกลางความสับสนแหงวิถชี วี ติ แบบตะวันตก”

สว นรพนิ ทรนาถไดร บั การยกยอ งวาเปนเสมือน “ยอหน ผปู ระกอบพิธศี ลี จมุ ” หรือเรยี กตามสาํ นวน
ของหอพระครสิ ตธรรมประเทศไทยวา “โยฮันผูใหบ ัพตสิ มา” คือเปนผูทําหนาที่วางรากฐาน เพื่อใหพระ
เยซปู ระกาศสัจธรรมโดยสะดวก

ยง่ิ กวา นัน้ บางคนพดู ตรง ๆ เลยวา ตอ งเปรยี บกบั พระเยซเู อง จงึ จะตรงกับความเปนจริงมากกวา

แตง านชิ้นตอมาแทนท่ีจะปรากฏในทํานองเอาใจผูอาน รพินทรนาถกลับเสนอบทนพิ นธเ รื่อง “คน
ทาํ สวน” (THE GARDENER) เขาชี้แจงอยางไมอ อ มคอ มวา “เพือ่ เหน็ แกพ ระเจา โปรดอยาลมื วา
ขา พเจาไมใ ชน ักสอนศาสนา แทท ี่จริงขาพเจาเปนกวตี า งหาก”

62

ปรัชญาชีวติ ของรพินทรนาถ ยดึ มั่นอยกู ับการตอ สู ไมหลีกเรนเอาตวั รอดอยางคนสิ้นคดิ ตอนหนึ่ง
ของบทกวนี ิพนธเ รอ่ื ง “ผูห ลบหนี” (THE FUGITIVE) บรรยายวา ชายหนุม คนหน่งึ บําเพ็ญเพียรในปา
ลึก เดก็ สาวคนเกบ็ ฟนพบเขาจึงนาํ ผลไมมาถวาย แตช ายหนมุ ไมย อมแตะตอง ชํ้าหลบไปหาทีพ่ าํ นกั แหง
ใหม เพ่อื ใหพ น จากการรบกวน ในท่ีสดุ พระอิศวรทรงรับรูในตบะอันแกกลา เสด็จลงมาประกาศวา โยคีรปู นม้ี ี
สทิ ธใ์ิ นสวรรคแลว ชายหนมุ กลบั ปฏิเสธวา ไมปรารถนาหรอก มหาเทพทรงซักวาประสงคส งิ่ ใดเลา เขา
ตอบวา “ขา อยากพบหญงิ เกบ็ ฟนผูนัน้ ”

งานในชีวิตของรพินทรนาถ ไมไ ดจํากดั อยูแตศลิ ปะเพียงดา นเดยี ว ทง้ั ๆ ทไี่ มโดดเขา คลุกคลีกับ
การเมืองโดยตรง เขาก็เปนผูรักชาติอยางแรงกลา ไมเกรงตอ การปะทะกับผูใด แมบ ุคคลนั้นจะมีอาชญา
สิทธ์ิลนหลา ขณะที่ประชาชนเดินตาม มหาตม คานธี ตอย ๆ หากแลเหน็ วา เรื่องใดอาจกอใหเ กิดความเสีย
หาย ก็ทว งออกมาโดยไมออ มคอ ม ดงั ในกรณี “สัตยาเคราะห” คอื การไมร ว มมอื กบั รฐั บาลองั กฤษ รพนิ ทร
นาถตง้ั คําถามวา

“การไมส นบั สนุนโรงเรียนและวทิ ยาลัย มีความหมายอยางใด? จะใหเ ยาวชนเสยี สละเพอื่ ผลอัน
ใด? มันมิใชเพ่อื การศึกษาท่สี มบูรณข ึ้นแน หากกลายเปน เพ่ือการไมศ กึ ษาไปเสยี ตางหาก”

เขาไมเ ช่ือวา ลาํ พังคน ๆ เดียวจะรอบรูไปหมด คานธไี มเคยปรารถนาอาํ นาจกจ็ รงิ แตบรรดาสาวก
พยายามยัดเยียดอาํ นาจการบริหารใหจนปราศจากขอบเขต ดังนั้นเขาจงึ อทุ ธรณวา

“คานธีไมวา จะยงิ่ ใหญขนาดไหน ปจจบุ ันทานไมแบกภาระไวหนักเกนิ กวา แรงของคน ๆ เดียวอยู
หรอื ? ภาระอันหนกั ย่ิงของอินเดีย ไมควรอาศยั การตัดสินใจของบคุ คลเพยี งคนเดยี ว มหาตมาเปนผทู รงไว
ซึ่งสจั จะและความรัก แตก ารบรรลุถงึ “สวราช” หรือ “การปกครองตนเอง” เปน ปญหาสลบั ซับซอ น พลังท้ัง
หมดในชาติตอ งถกู ระดมมาใหหมด นกั เศรษฐศาสตรตอ งคน หาหลกั ปฏิบตั ิอันเต็มดวยประสทิ ธิภาพ นกั
การศึกษาตอ งทาํ การสง่ั สอนอบรม รฐั บุรุษตองใชป ญญากําหนดเสนทางไปสอู นาคต กรรมกรตองออกแรง
ทาํ งาน”

โชคดที ี่ประเทศอนิ เดียยุคนั้นมีความสามคั คแี นน เหนยี ว เกิดปญ หาใดข้นึ ก็ตอบโตด วยเหตุผล
คานธไี มถือโกรธและยังคงเรียกเขาเสมอมาวา “คุรเุ ทพ” เชนเดียวกบั ทเี่ ขาเรียกทา นวา “มหาตมา” ดว ย
ความเทดิ ทูนตลอดชั่วชีวติ

งานย่งิ ใหญข องรพนิ ทรนาถอกี สิง่ หนึง่ คอื สถาบันการศกึ ษา ดว ยใจรักการเปน ครจู นไดรบั คาํ สดุดี
วา “คุรเุ ทพ” เขาเร่มิ ตง้ั โรงเรียนขึน้ มาต้ังแตมนี กั เรยี นเพยี ง 10 คน เมอ่ื เดอื นธนั วาคม 2448 ทศ่ี านตินิเก
ตัน (หมายถึง สถานที่แหง ความสงบ) สอนกนั แบบ “ครุ ุกุล” ของอินเดยี โบราณ กลาวคือ ครมู ีความ
สมั พันธกบั ศิษยเชนเดียวกบั ความชดิ เชอ้ื ระหวา งพอและลกู

แลวคอ ย ๆ ขยับขยายออกไปตามกําลังสามารถ กระทั่งอกี 21 ปต อมา จึงยกฐานะข้นึ เปน
มหาวิทยาลยั เมือ่ เดือนธนั วาคม 2464 ใหน ามวา “วิศวภารตี” (หมายถึง สถานอนั เปน ท่ีพกั พงิ แหง โลก)

63

ความคดิ ทจ่ี ะกอต้ังมหาวิทยาลัยเชนนี้ เริ่มตง้ั แตร พินทรนาถเดนิ ทางอยูในประเทศเยอรมนั ขณะ
น้นั เพง่ิ มกี ารสถาปนา “สันนิบาตชาติ” เขาปรารภกบั ดร.ฟอรท นอรต ัน วา องคการซ่งึ อาศยั อํานาจไมใ ช
ศลี ธรรมเปน พนื้ ฐาน ยอ มไมมน่ั คงอยไู ดน าน ควรจะมีสถาบนั การศกึ ษาชนิดท่นี ักศกึ ษาเปน พลเมอื งใน
อาณาจกั รแหงอุดมคติเสยี กอ น “สันนิบาตมนุษยชาติ” ท่ีแทจงึ จะอบุ ตั ขิ ึ้น

รงษ วงษส วรรค (ขณะท่ียงั ไมไ ดข งั คําวา “หนมุ ” ไวทายชื่อ) บนั ทึกถอยคาํ สนทนากบั เฟอ หริ
พทิ กั ษ จิตรกรและอาจารยแ หม หาวิทยาลยั ศลิ ปากรวา

“เม่อื ป พ.ศ. 2483 เฟอ เลอื กทางเดนิ ไปอินเดยี โดยออกจากแมสอด ผานเขา ไปทางมะละแหมง
จากน้ีโดยสารรถไฟไปจนถงึ ยางกงุ จากยางกุงลงเรอื ไปกลั กัตตา แลวอกี รอยไมลเศษจากจดุ ผา นสดุ ทา ย
นี้ เขากถ็ งึ มหาวทิ ยาลยั วศิ วภารตี ณ ศานตินเิ กตัน

ท่ีนเี่ ปนท่ีรวมของปญญา เปน ทีร่ วมของนกั คดิ นักปราชญท้งั หลาย เตม็ ไปดว ยเรอื่ งราวของประวัติ
ศาสตร วิทยาศาสตร วรรณคดี ภาพเขยี น เสยี งขับกลอมของดุรยิ างค ความออ นชอ ยของการฟอ นรํา และ
ความรมเย็นของธรรมชาต”ิ

และ ดร.ภวานี ภฏั ฏาจารย ผแู ปลชุมนุมเร่อื งส้ันของรพนิ ทรนาถบางสวนออกเปนภาษาอังกฤษ
ใหช อ่ื วา “สําเภาทอง” (THE GOLDEN BOAT) ไดก ลาวไวใ นตนเลมของหนงั สอื นีว้ า

“วศิ วภารตีผานการเปลย่ี นแปลงแลว หลายครัง้ หลายหน นับแตว าระแรกซ่ึงถือกําเนิดข้ึน
มา อยางไรกต็ ามมันยงั ดาํ รงสภาพความเปน พินัยกรรมแหงศรัทธาและมโนภาพสรางสรรคข อง
ทานมหากวีไวด ุจเดิม”

64

๒. ชวี ติ ในแงข องการเปน นกั เขยี น

รพินทรนาถ เปน นามซง่ึ รูจกั กนั ในกลุมนกั อานชาวตะวนั ตกวา The Sun of India น่นั คือ
ดวงอาทติ ยแหง ประเทศอินเดีย

ฐากูร (ฐากรุ – ฐกกฺ ุร) ออกสาํ เนียงอยางชาวตะวนั ตกวา Tagore (ตะกอร) หมายถงึ “เทพเจา ”
ปจจบุ ันเปนสกลุ หนึ่งของผูสงั กดั วรรณะพราหมณแ หง รฐั เบงกอล

รพนิ ทรนาถ ฐากรู มีประวัตดิ ังนี้
เกิดทีค่ ฤหาสน “โชราสงั โก” เลขที่ 6 ซอยทวารกานาถ ฐากูร, นครกลั กตั ตา, เม่อื วนั ที่ 7
พฤษภาคม 2404 ระหวา งเวลา 02.30 น. ถงึ 03.00 น.
กลับมาถึงแกกรรมที่คฤหาสนเ ดิม เมือ่ วันที่ 7 สงิ หาคม 2484 เวลา 12.10 น. (ตามรายงานของ
มหาวิทยาลัยรพนิ ทรภารต)ี
รวมอายุ 80 ป 3 เดือน
เวลาเพยี งเทา นี้ใชว าจะนานนักหนาอะไรสําหรบั การสรา งสรรคของคน ๆ หนึง่ แตเ ขากเ็ ขยี น
หนงั สือไวไมตาํ่ กวา 300,000 บรรทัด มที ้ังบทกวี เร่ืองสน้ั นวนิยาย อัตตชีวประวตั ิ และทรรศนวิจารณ ใน
ขณะที่วรรณคดีเปรียบเทียบบันทกึ วา กวีมิลตัน เขียนคาํ ประพันธไวไ มเกิน 18,000 บรรทัด
นอกจากนัน้ ยังแตงเพลงไวเ ปน จาํ นวนพัน กระทั่งวงการศิลปะของอินเดยี ตองแยกประเภทไวตาง
หาก ในนาม “รพินทรสังคตี ” ซ่งึ ใชศึกษากันถึงระดับปริญญาและยังมีงานจิตรกรรมอันเคยแสดง ณ
GALERIE PIGALLE แหง กรุงปารสี จาํ นวน 125 ชิ้น

65

นกั เขยี นผนู ี้แหละคอื เจาของบทนิพนธเ ร่ือง “จันทรเ สย้ี ว” แตดวยขอ จํากดั ทางภาษา เราตอง
อานจากสาํ นวนแปลซึง่ ไมใ ชเ รื่องสะดวกสบายเลย จิตตนิ ธรรมชาติ ก็เคยสาธกขอ ยงุ ยากท้ังฝา ยผแู ปล
และฝา ยผูอา นในความเรียงบทหน่งึ ไวอ ยา งละเอยี ดรอบดา น

ภารกิจทางฝายผูแปลนน้ั ประการหน่งึ เขาแนะนําวา “...เราจาํ เปนจะตองรจู กั ชวี ประวตั ิของผู
ประพันธเปนอยางกวางขวางทส่ี ุด และลํ้าลกึ ที่สดุ เทาท่ีพึงสอบคนมาศกึ ษาได เพ่อื ทวี่ าการแปลถายนัน้ ๆ
เราจะไดส ามารถเขาไปนง่ั อยใู นความคิดจติ ใจของทา นผูประพันธอยา งถกู ตอ ง – หรืออยางนอยทีส่ ดุ ก็ใกล
เคียงกับความถกู ตอ ง”

ภารกิจทางฝายผอู า นเลา เขาก็ใหขอ สงั เกตไวเชนกนั วา “ชวี ประวัตขิ องผูประพนั ธตามท่รี ะบลุ งไว
วา เปน ความสาํ คญั อยางหนงึ่ ของการแปลนวนิยายจากภาษาตางประเทศน้ัน วา กันทจ่ี รงิ ความสาํ คญั ขอนมี้ ิ
ใชแ ตเพียงจะสําคญั สาํ หรบั ผแู ปลฝา ยเดยี ว แตต องนบั วาเปน ความสาํ คัญซงึ่ ถาหากผูอา นไดร บั ทราบไว
ดว ยพอสมควร กจ็ ะทาํ ใหเกดิ รสชาติในการอา นสมบรู ณขนึ้ ”

รพินทรนาถ ออกเดนิ ทางไปยุโรปและสหรฐั อเมริกา ในป พ.ศ. 2455 เพอื่ การพกั ผอ นและรักษา
ตวั เนอ่ื งจากสุขภาพทรุดโทรมอยา งหนกั ขณะนนั้ มีอายุได 50 ปแ ลว แตค วามทรงจําเกย่ี วกับปฐมวยั ยงั
แจมชดั เหมอื นแลเหน็ ภาพเขียนของจติ รกรซึง่ ประดบั ไวเบ้อื งหนา ในระหวา งทางเขาจงึ ลงมือบันทกึ ความ
คลคี่ ลายของชวี ิตโดยมลี ําดบั ดังน้ี

การศกึ ษาขนั้ ตน ของรพินทรนาถเริ่มขึน้ ที่บาน พรอมกับเด็กผูช ายซง่ึ เปนญาตกิ ันอกี สองคน โดย
จางครูพเิ ศษมาสอน ตอมา สัตยา ลกู ของพส่ี าวซึง่ มอี ายแุ กกวาสองปถกู สงไปโรงเรียน ตกบายกลบั มาเลา
อะไรตอ อะไรใหฟ ง อยา งสนุกสนาน ดวยเหตทุ ี่รพินทรนาถไมเ คยนัง่ รถมา หรอื แมแตอ อกนอกบริเวณบา น
รุง ข้นึ จึงรอ งไหต าม ครูพยายามปลอบก็แลว ขูกแ็ ลว แตไมเงยี บ เลยตบเขาใหฉาดพรอมท้ังพดู วา “เด๋ยี วน้ี
เธอรอ งไหจ ะไปโรงเรียน แตวันขา งหนาเถอะจะรอ งยิง่ กวา นเ้ี พราะอยากลาออก”

ขณะเขยี นบนั ทึกเขาจําชอ่ื ครู รูปรา ง ตลอดจนนิสัยใจคอของครไู มไดแ ลว แตความประทับใจตอ
คําพูดน้นั ยังไมจาง มนั ชา งเปนคําพยากรณทแี่ มน ยําท่ีสุด ตลอดชีวติ ไมเคยไดย ินคําพยากรณซงึ่ ตรงตอ
ความเปน จรงิ เชน น้ันเลย

นอกเวลาเรยี น รพนิ ทรนาถถูกจาํ กดั อาณาเขตอยูใ นเรือนคนใช ทางดานตะวนั ออกเฉยี งใตของ
คฤหาสน คนใชคนหนง่ึ ชอื่ ศยาม ตวั ดาํ เปนเหนยี่ ง รปู รางลา่ํ เตีย้ และเสนผมหยกิ เปนกนหอย ผูซงึ่ เดนิ ทาง
มาจากตําบลขลุ นาเปน คนดแู ล คนใชคนนจี้ ะเลอื กจุดเหมาะ ๆ เขาสกั จุด แลว หยิบชอลกลากวงกลมปราด
ลงไป ออกคาํ ส่งั ดว ยหนาขมงึ วาอยาบงั อาจเขยือ้ นออกนอกเสน แลวรพนิ ทรนาถก็น่ังสงบอยใู นน้นั ตลอด
ทั้งวนั

เขาเชื่อฟง โดยดุษณี เพราะเคยอานคมั ภีรร ามายณะและพบความตอนหนึง่ วา นางสีดาถูกลกั พาตวั
ไปทนทุกขอยูนานในกรงุ ลงกา เนื่องมาแตเหตทุ ฝี่ าฝน เดินขา มเสนที่ลักษมนั ขดี ก้ันไว

66

คมั ภีรรามายณะผานเขา มาในชวี ิตของรพนิ ทรนาถ ดว ยอาการทีร่ วดเรว็ ดุจฟาแลบในเวลากลางคืน
แหง ฤดมู รสุม

วนั หนงึ่ ขณะเลนอยคู นเดียวบนระเบียงคฤหาสน มองเพลินไปยงั ทอ งถนน ตอนนั้นกําลงั ครึม้ ฟา
ครม้ึ ฝน ไมร ูวา สตั ยาโผลมาตัง้ แตเ มอ่ื ไร ตะโกนเสยี งล่ันวา “ตํารวจมาแลว ! ตาํ รวจมานน่ั แนะ !” รพนิ ทร
นาถไมแ นใจวาหนาทขี่ องตาํ รวจคอื อะไรบาง รเู พยี งเลา ๆ วาเกี่ยวของกบั อาชญากรรม เมือ่ ตกอยูในเงอ้ื ม
มอื ของตาํ รวจ ก็เหมือนผูเ คราะหร า ยถกู จระเขง ับ มันจะคาบลงสใู ตทองนา้ํ แลวหายไปเลย ดงั นั้นเขาเผน
พรวดเขา ในหอ งแม เลา ใหฟงอยา งไร แมก็แสดงอาการเฉย ๆ เขาจึงน่ังลงและหยบิ คมั ภรี รามายณะมาอาน
ถึงตอนเศรา ก็อานพลางรองไหพ ลาง ยายเขา มาพบเลยดงึ หนงั สอื ไปเสีย น่นั แหละบรรยากาศหมน หมอง
คอ ยสงบลง

วันทงั้ วันหากถูกกกั อยใู นบริเวณเรอื นคนใช เขาจะนง่ั มองออกไปขา งนอกหนา ตาง ชมไทรยอ ย
ขนาดมหึมาและแนวมะพราวพอคลายเหงา ตั้งแตเ ชาผคู นจะเดินมาอาบนาํ้ ในสระ ใครมาเวลาไหนและ
กระทาํ ส่งิ ใดเขาจาํ ไดหมด กระท่ังเวลาเทยี่ งคนหายไป นกเปดน้ําจะบินมาเปน ฝงู ไซปกขนจะสะอาด
สะอาน ภาพเหลา น้ไี ดสมั ผสั ใน “จันทรเสยี้ ว” มาแลว หลายตอน

ระหวางอายุ 6 ถงึ 15 ป รพินทรนาถเขาเรียนสามแหง คือ โรงเรยี นโฮเรยี นทัล เซมินาร่ี, โรงเรียน
นอรม ัล, และโรงเรียนเซนท ซาเวียร’ส นอกจากเรียนตามหลักสูตรแลว พ่ชี ายคนท่สี ามยังสรรหาครูพเิ ศษ
มาสอนทบี่ านอีกหลายคน ดูแลวจะหนกั กวาทโี่ รงเรยี นเสยี อกี เร่มิ ตงั้ แตกอนสวางเปนวิชามวยปล้ํา พอปด
ฝนุ ออกจากตวั ก็เรยี นวิชาวรรณคดี คณิตศาสตร ภมู ศิ าสตร และประวัติศาสตร... จากนน้ั ไปโรงเรยี น พอก
ลับมาถึงบา นกเ็ รียนวชิ าวาดเขียน กายกรรม และภาษาองั กฤษ สามทุม นน่ั แหละจึงเสรจ็ สว นเชาวันอาทติ ย
ตอ งเรียนวชิ าขับรอง และวิทยาศาสตรเปน การเพ่ิมเตมิ

ในจํานวนครูพเิ ศษดว ยกัน ตองยกใหค รสู อนภาษาอังกฤษเปน ยอดแหงความเขม งวด ครูเปน นกั
ศึกษาวิชาแพทยศาสตร ต้ังแตสอนเคยหยุดวนั เดยี ว เน่ืองมาจากการวิวาทระหวางนักศึกษาชาวอินเดียและ
พวกลูกผสมยุโรป ไมร วู าฝา ยใดโยนมานง่ั มา ครูหลบไมท ันเลยหวั แตก นอกน้ันไมเคยหยดุ แมวนั ทฝี่ นตก
หนกั นํา้ ในซอยทว มถงึ เขา พอไดเ วลารม สีดํากโ็ ผลตรงหวั เลย้ี วพอดี ไมคลาดเลยแมนาทเี ดียว

แววกวีของรพนิ ทรนาถเร่ิมปรากฏในชว งน้ันเชนกัน นกึ อะไรขึ้นไดกจ็ ดไวในสมดุ สว นตัว พี่ชายพบ
เชาเกดิ ต่นื เตน ใหญ ชวยประชาสัมพนั ธอ ยา งเกรยี วกราว วันหนง่ึ นวโคปาล มติ เตอร บรรณาธกิ าร The
National Paper แวะมาธรุ ะ พีช่ ายฉวยโอกาสแนะนําวา

“นี่แนะ นวโคปาล บาบ!ู จะไมล องฟงบทกวขี องรพบี า งหรอื ?”

ทานบรรณาธกิ ารเลยตอ งหยดุ ฟงตรงหัวบันไดน่ันเอง

อกี คนหน่งึ ทเ่ี ปนกาํ ลงั สาํ คัญ คือ คุณครสู ตั การี แหงโรงเรียนนอรม ัล อันทจ่ี ริงครคู นนไ้ี มไดส อน
ชัน้ ของรพินทรนาถ แตก ็ชอบพอกันดี ครูเลยแตง แบบเรียนเกยี่ วกบั วชิ าประวัตธิ รรมชาติ ไมร ูวาดว ยเหตผุ ล

67

ใด ครเู รยี กไปพบ ถามวา “เธอเขียนบทกวีดว ยหรอื ?” เขารบั วา ใช จากนน้ั ครมู กั เรียกไปพบเสมอ ย่นื คํา
ประพนั ธใหท อ นหนึ่งแลว สั่งใหเ ขยี นตอ ครูประพฤตแิ ปลก ๆ เชน นี้เสมอจนแยกยายจากกันไป

รพินทรนาถอา นหนังสอื ไดทุกประเภท และอา นดวยอาการของคนหวิ คร้งั หนง่ึ พบหนังสอื “คีตาโร
วนั ทะ” ของกวีชัยเทพ พมิ พเ ปน ตัวอักษรเบงกาลี เขาอานรวดเดยี วจบ ทง้ั ๆ ทไี่ มเ ขาใจโศลกสนั สกฤต
เลย ก็ยังวา เปนทาํ นองเสนาะเสยี งเจื้อยแจว กังวานดนตรีแหงตวั อกั ษรทาํ ใหตองลงทุนคัดลอกไวเ ปน
สมบัติของตนเองทั้งเลม

ระหวางนน้ั มกี ารจัดงานประจาํ ปซ่ึงเรยี กวา “ฮินดูเมลา” โดยมี นวโคปาล มิตเตอร เปน ประธาน
วัตถปุ ระสงคคือพยายามสรา งความสํานึกในหมูประชาชนวา อินเดยี เปน มาตภุ มู ิอันควรแกก ารปกปอ ง มีการ
แสดงศลิ ปะและหัตถกรรมพนื้ เมือง พช่ี ายคนท่ีสองของรพนิ ทรนาถแตง เพลงชาติใหช ือ่ วา “ภารตชยั ” เพอ่ื
บรรเลงในงาน สว นตวั เขาเองเขยี นบทกวปี ลกุ ใจ พาดพงิ ไปถึงงานมหกรรมเดลฮเี ดอรบาร โดยความดาํ ริ
ของ ลอรด ลทิ ทนั ดวยทาทีเยาะหยัน เพราะเปนความสนกุ สนานทามกลางภาวะขาดแคลนซ่งึ กาํ ลงั ครอบ
คลมุ ทกุ หัวระแหง ความโดงดังของรพนิ ทรนาถวัย 14 ป ทําใหไ ดรับสมญาวา “เกอเธแ หงอินเดีย”

ยิง่ กวาน้ันอกี สองปตอ มา พ่ีชายคนโตรบั เปนบรรณาธิการนิตยสาร “ภารต”ี ซ่ึงชว ยกันทําโดย
สมาชิกในครอบครวั รพนิ ทรนาถก็ถกู บรรจุเขา ในกองบรรณาธกิ ารดว ย ฉบบั ปฐมฤกษเขาเขียนคําประพนั ธ
ขนาดยาวใหช่อื วา “เร่อื งราวของกวี” (The Poet’s Story) เพ่อื นของรพินนาถชอบใจ คัดลอกเอาไป
พิมพเปนเลนโดยไมป รกึ ษา เสร็จแลว จึงคอ ยสงมาให โทษทเ่ี พอื่ นไดรบั ไมใชจากผเู ขยี น แตเ กิดจากสา
ธารณชนคนอา น ทราบวาหนงั สือชุดน้ันเหลือมากมาย ทําเอาผูจ ดั พมิ พย ากจนไปนาน คํากลาวทวี่ าพอตื่น
ขึ้นมาในเวลาเชา กพ็ บวาประสบความสาํ เรจ็ แลว คงเปนเรื่องคุยกันสนกุ ๆ กันมากกวา นกั เขียนไมไดเ กดิ
ข้ึนอยางงา ยดายเลย

รพนิ ทรนาถยังฝกฝนอกี นาน เขาเรม่ิ ใชกระดานชนวนเพ่อื จะไดล บโดยไมตอ งเสียดาย ทกุ ครั้งท่ี
หยิบกระดานข้นึ เขารูสึกคลายกบั ไดย ินมนั พูดวา

“อยา กลวั เขียนลงมาตามใจชอบ ลบเพียงครง้ั เดียวก็หายหมด!”

บิดาของรพินทรนาถ คอื เทเวนทรนาภ ฐากรู มีความมุง หมายจะใหล กู ชายศกึ ษาวิชากฎหมาย
จึงสง ไปประเทศองั กฤษ เมื่อวนั ที่ 20 กันยายน 2421 ตอนนัน้ เขาอายุ 17 ปแลว ครั้งแรกเขาเรยี นทโ่ี รง
เรยี นไบรทัน แลว ไปตอทยี่ ูนเิ วอรซ ิตี้ คอลเลจ แตเ ขามักใชเ วลาศกึ ษาดนตรตี ะวันตกบา ง เขาชมวัตถุ
โบราณในพพิ ธิ ภัณฑสถานบาง หรือมโี อกาสกฟ็ ง อภปิ รายของนักการเมืองฝปากเอกอยา ง แกลดสโตน ใน
สภาผูแ ทนราษฎร และยงั เขียนบทประพันธส งมาลงพิมพในกลั กัตตาอยูเนืองๆ

เขาเกลียดลัทธจิ กั รวรรดินิยม แตไมเ กลียดชาวตา งประเทศเปนสวนบุคคล ขณะอยูในอังกฤษเคย
พบคนเลว และเคยถูกคดโกง แตเขากย็ นื ยนั วาคนดียังมีอีกมาก ทน่ี าแปลกใจคอื นักเรยี นในโรงเรียนไบร
ทัน ไมเ คยหยาบคายตอ เขาเลย ตรงกนั ขามพวกนัน้ ยงั เอาสม และแอปเปลใสกระเปาใหบ อยๆ แลว วง่ิ หนี
ไป

68

วนั หน่งึ ในฤดูหนาว รพนิ ทรนาถเดนิ ไปตามถนนในทนั บริดจ เวลส เห็นชายคนหนึ่งยืนอยขู างทาง
รองเทาขาดและน้ิวโผลย ื่นออกมา เขาหยบิ เหรียญสงให สักครชู ายคนนน้ั วิ่งตามหลัง พลางรองวา “ทา น
ครบั ทา นหยิบผิดแลว นี่มันเหรียญทองนะ” พูดจบก็สง คนื ให

นักศึกษาทางสงั คมใหข อ คิดอีกประการหน่งึ วา การท่เี พ่อื นรวมชาตไิ มยกยองรพนิ ทรนาถเทากบั
บคุ คลชั้นนําอน่ื ๆ ก็เพราะเขายดึ มั่นตอ อุดมคติแหง สากลนยิ มน่นั เองเปนสําคัญ

รพนิ ทรนาถเดินทางกลับในป พ.ศ. 2423 โดยไมไ ดร บั ปริญญาใดๆ เลย เหตผุ ลคงเชนเดยี วกับที่
ศรบี รู พา เขียนถงึ หมอ มเจาอากาศดําเกงิ วา

“ขาพเจาไมท ราบการศกึ ษาอยางละเอยี ดของหมอ มเจา อากาศฯ ทตี่ า งประเทศ แตทราบวาหมอ ม
เจาอากาศฯ ไมไ ดรบั ปรญิ ญาในทางกฎหมาย และไมไดร ับเพราะเหตใุ ด ขา พเจาก็ไมทราบอกี ทราบ
แนนอนวาเพื่อนของขา พเจาคนนี้ ไมใ ชคนโงเขลาหรอื ปญ ญาทึบ ขาพเจาเขา ใจวา เหตุหนึง่ ซ่งึ ทาํ ให
หมอมเจา อากาศฯ ไมไดปรญิ ญากฎหมาย เพราะหมอ มเจาอากาศฯ ไมม หี วั ในทางกฎหมาย หมอ มเจา
อากาศฯ เกดิ มาสาํ หรับเปนนกั ประพนั ธ ตามทคี่ ําพรรณนาของหนังสือ “ละครแหง ชีวติ ” บอก ถาหมอม
เจา อากาศฯ จะทรงเปน อยา งอน่ื ทา นจะตองถูกปนใหเปน ”

ชวี ติ ครอบครวั ของรพินทรนาถ เรม่ิ ข้ึนเม่อื วันท่ี 9 ธนั วาคม 2426 ขณะมอี ายุ 22 ป โดยสมรสกบั
มฤณาลินี เทวี จากนัน้ กเ็ ขยี นหนงั สอื อยา งจรงิ จงั รวมท้งั เขยี นบทละครดว ย ในทรรศนะของเขา “บท
ละคร คือ การแสดงออกซึ่งความคิดเปนสาํ คัญ ไมใชการบรรยายอากัปกิรยิ า” พรอมกนั เขาก็รว มแสดงอยู
หลายเร่ือง

นักประพนั ธไมใช “อเสกขบุคคล” กลา วคือ ยังตองศกึ ษาตลอดไป ในภาระดานน้รี พินทรนาถ
ปฏิบัติอยูเ ปน นจิ โรแมง โรลลองค นักเขยี นและนักวจิ ารณช าวฝรัง่ เศสผไู ดรับรางวัลโนเบลสาขา
วรรณกรรมประจาํ ป พ.ศ. 2458 เลาวา

“หนังสือทเ่ี ขาอานตอ งนับวาเปน ส่ิงควรแกการประหลาดใจอยางยง่ิ มที ้งั ดาราศาสตร ชีววิทยา
และวิทยาศาสตรแ ขนงตา ง ๆ หนังสอื วาดว ยการทอ งเทีย่ วทางภูมิศาสตรข อง สเวน เฮดนิ นักสาํ รวจชาว
สวีดชิ ก็เปนเลมโปรดของเขา”

ฉะนนั้ ไมน าสงสัยเลยท่ีเขาสามารถเขียนไดด วยความรอบรู นกั อา นทั้งหลายเรียกบทนพิ นธเ ร่อื ง
“นกเถื่อน” (Stray Birds) วาเปน “คมั ภีรแ หงญาณปญ ญา” (Book of Wisdom) ลองพิจารณาดู
เถิด

- กลมุ ดาวไมล ะอายเลยวา มันจะปรากฏออกมาในลกั ษณาการเดียวกับฝงู หงิ่ หอ ย
- นกกระจอกสงสารนกยูง ที่ตองทนแบกน้ําหนักหางของตัวเอง
- “ใครนน่ั จะรบั ชวงภาระของขา?” อาทิตยอัสดงรองถาม
- “ขาจะทําเทา ท่ีสามารถกระทาํ ได นายครับ” ตะเกียงดนิ ตอบ
- ควนั โออ วดกับทองฟา และขเ้ี ถา คยุ เขอ่ื งกบั ผืนแผน ดิน วามนั ท้ังสองเปนนองชายของอัคคี

69

ผซู งึ่ เขียนหนังสือเปน อาชีพ โดยเฉพาะรายทีย่ ดึ คุณภาพเปนหลัก นอยคนนักที่จะประสบความ
สําเรจ็ ในดา นการเงิน รพนิ ทรนาถเปน คนชอบเปล่ยี นที่ทํางานบอ ย ๆ จึงหาทางออกดว ยการสรางกระทอม
ดิน และบานขนาดยอมในรปู ทรงแปลก ๆ ภายในบรเิ วณเดียวกนั เชน ท่ีเรยี กวา “ศยะมาลี” และ “ตาล
ธวชั ” โดยเอาตน ตาลซง่ึ ยงั มีชีวิตอยูเปน เสากลาง สวนคฤหาสน “ อุทยาน” ลกู ชายเปนหัวเร่ยี วหัวแรงจดั
สรางภายหลงั เพือ่ เปนสถานท่ีตอนรบั แขกคนสาํ คัญซงึ่ เดินทางมาเยีย่ มเยียนมไิ ดขาด

ในฤดูรอ นของเบงกอลมคี นตายเพราะพษิ แดดทุกป เขาจะหลบไปพกั ตากอากาศแถบเชงิ เขาแหง
ไหนก็ได แตย ังสมัครใจเขยี นหนังสืออยูภายใตหลงั คาเตยี้ ๆ ภายในหองซ่ึงมีเคร่ืองเรอื นราคาไมเ กินสิบรปู 
และบอยทีเดยี วไมใ ชพ ัดลม เขาช้แี จงวา พลเมืองจาํ นวนหนึง่ ในสามของประเทศก็อยูเ ชนนน้ั ตกค่ํายงุ รอ ง
หึง่ เหมือนเครอื่ งยนตขนาดมหึมา ซ้ํางูพิษยังโผลออกมาใหเห็นเสมอ

อาหารของเขาใสจ านหินออนสวยงาม ตามวิสยั ของผรู กั ความปราณีต แตเปนอาหารธรรมดา
เหมือนทีช่ าวบา นกินกนั เสอื้ คลุมแลดสู งากต็ ัดจากผาพ้นื เมอื ง รพินทรนาถไมทาํ ตัวใหเปนภาระแกใคร แม
กับคนในครอบครวั เดียวกัน เขานยิ มส่งิ เรียบ ๆ งาย ๆ คร้งั หนง่ึ ขณะโดยสารรถไฟ พนักงานแตง เคร่ือง
แบบนําขนมปงอบเนยมาสงให เขาเรียกเลขานุการมาถามราคา เลขานุการตอบวาแปดแอนนา เลยตองอ
บรมวา

“อะไรกนั ขนมปงกบั เนยแคน ีเ้ อามาเองก็ไดน ีน่ า!”

หลงั จากใชชวี ิตรวมกันมา 19 ป มลี กู 5 คน มฤณาลินี เทวี ก็ถงึ แกกรรม เม่ือวันที่ 23 พฤศจิกายน
2445 รพนิ ทรนาถไดเขยี นบทกวีขึ้นเพ่อื เปนเครอื่ งรําลกึ ถึงความหลัง ใหชื่อวา “สมรณะ” หมายถงึ “ความ
ทรงจาํ ” แทนทีจ่ ะทอแทส ิ้นหวงั เขากลับประกาศชยั ชนะออกมาวา

“แตว ันนีฉ้ ันตระหนักวา เราทง้ั สองไดพ บกนั แลว ณ สว นลึกแหง หวั ใจ”

อกี หกเดอื นตอ มา แพทยม ีคําส่ังใหนาํ เรณกุ า ลกู สาวคนทสี่ องไปรักษาตวั ยังสถานพยาบาลบนภู
เขา ขณะอยเู ปนเพือ่ นลูกสาวทางโนน รพินทรนาถปลีกเวลาเขียนบทกวเี ร่อื ง “ศศิ ” หมายถงึ “เด็กๆ” สง
มาใหญ าตชิ ว ยอานใหลกู ชายคนสดุ ทองชือ่ สมินทรนาถ วัยแปดขวบฟง ขณะนนั้ เขาอายุ 42 ปแลว เรียก
วา เปน ผใู หญเต็มตัว ผานงานและเหตกุ ารณมามาก จึงสามารถเขียนไดอยา งละเอียดลกึ ซ้งึ ภายหลังแปล
บางสว นออกเปนภาษาองั กฤษ ใหชอื่ วา “The Crescent Moon” คือ “จันทรเส้ียว” เลมนี้

ชวี ิตในดานสวนตัว รพนิ ทรนาถทุม เทใหแกล กู ๆ อยางเต็มกาํ ลงั สามารถทาํ หนาท่ีท้งั พอและแมใน
ขณะเดียวกัน บทเพลงทเี่ หก ลอ ม นยิ ายส้ัน ๆ ที่เลาใหลูกฟง กลายเปน วรรณกรรมอันบริสุทธง์ิ ดงาม ลีลา
มยมุ ดาร อดตี อาจารยผ ูบ รรยายวชิ าภาษาตะวันตก แหง มหาวิทยาลัยวศิ วภารดี และเปน นักจดั รายการ
สาํ หรับเด็กทางวิทยกุ ระจายเสียง วจิ ารณไวว า

“มักมีการกลา วกันเสมอวา นักเขยี นเร่อื งสาํ หรับเดก็ ตอ งปนลงมาจากภาวะของผูใหญ แลว ทาํ ตัว
เปนเดก็ คนหนึง่ แตนค่ี วรถือเปน กรณีพิเศษ รพนิ ทรนาถ ฐากูร ไมเคยปน ลงมาจากท่ีสูง ซ่ึงเปนแหลง

70

พํานักวิญญาณของเขา ทั้งไมเคยทําตัวเปน เด็กหรือพดู ดว ยภาษาเดก็ กระน้นั ความคิดฝนอันซอ นเรน ของ
เด็กๆ กม็ ิไดเปนความลับของเขาแตป ระการใด”

มหาวิทยาลยั ออกซฟอรดตดิ ตามผลงานของรพินทรนาถมาตลอดเวลา ในท่สี ุดลงมตใิ หค ณะผู
แทนนาํ ปริญญาอักษรศาสตรดษุ ฎีบัณฑิตกติ ติมศกั ดิ์ มามอบใหถึงมหาวทิ ยาลัยวิศวภารตี เมอื่ วนั ที่ 7
สงิ หาคม 2483

จากน้ัน เขาตอ งเดินทางไปพกั รักษาตวั เกีย่ วกบั โรคกระเพาะปส สาวะทกี่ าลมิ ปอง ซงึ่ เปนเมืองอยู
ทเ่ี ชงิ เขาหมิ าลัย หลังจากกลับมาแลว อาการกย็ ังไมดีขึ้น แพทยว นิ ิจฉัยใหไปรับการรกั ษาในเมืองกัลกตั ตา
หลงั ผาตดั มือสั่นจนเขยี นหนังสอื ไมเ ปน ตัว แตทวาสมองยังแจม ใสโลดแลน ตอนเชาของวนั ที่ 30
มถิ นุ ายน 2484 เขาอาศัยบอกปากเปลาใหเ ลขานกุ ารจดบทกวชี ิน้ สดุ ทา ย ซ่งึ จบลงดว ยวรรคทว่ี า

“รางวลั ชน้ิ สดุ ทา ย ซงึ่ เขานําไปไปรวมไวใ นทเี่ กบ็ ของ คือ สิทธอิ ันมิอาจทาํ ลายได มนั หมายถึง
สิทธทิ ่จี ะพักผอนอยา งสงบ”

คลา ยกบั จะเปนการยนื ยนั ความเชอ่ื ทีเ่ คยเขียนไวครั้งหนึง่ นานมาแลว ในบทนิพนธ เรอ่ื ง “นก
เถือ่ น” ครง้ั น้ันเขาเขยี นวา

“การพักผอนเปน สมบัติของการทํางาน เชน เดียวกบั เปลือกตาเปนสมบัติของดวงตา”
ภายหลงั จากการใชช วี ติ สมกบั คา แหง ชวี ิต เพื่อประเทศชาติของตนเอง และเพือ่ ความเขา ใจอนั ดี
ระหวา งชาวโลก ทงั้ ที่มหี ลักแหลงอยูท างตะวันตกและตะวนั ออกแลวเขากห็ ลบั ตาลงตลอดกาล ในวนั ท่ี 7
สงิ หาคม 2484 ณ คฤหาสนหลังเดยี วกบั ทเี่ ขาถือกําเนิดขน้ึ เม่อื 80 ปกอ นโนน
เปนการยากที่จะรูจักกวีคนหนึง่ ใหถองแท โดยอาศยั กระดาษเพียงไมก ี่หนา แตก ็ไมใชเปน สิ่งสุด
วิสยั เพราะรพินทรนาถเองก็กลาวแยม ๆ ไวว า
“I am the poet. You can never get the poet in his biography”
“ขาพเจาเปนกวี ทานจะรจู ักกวไี มไดเลย หากอาศัยแตชีวประวตั ิ”
นั่นคอื เราจะพบคุณสมบัตอิ ืน่ ๆ ของเขาอีก ดงั ท่ีชําแรกอยูในบทนิพนธตลอดเลม นีแ้ ลว

71

72

แบบบนั ทกึ การอา่ นวเิ คราะหแ์ ละวนิ ิจสารวรรณคดแี ละวรรณกรรม

ชอ่ื ผแู้ ตง่ ..................................................ชอ่ื เรอ่ื ง/หนังสอื .............................................
สถานทพ่ี มิ พ.์...................................สานักพมิ พ.์...................................................
ปีทพ่ี มิ พ.์..........................................จานวนหนา้ ...................................................

๑.ประเภท ………………………………………………………………………………………………………………………

๒.โครงเรอ่ื ง .................................................................................................................................

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………….…….
๓.เหตกุ ารณใ์ นเรอื่ ง .................................................................................................................................

…………………………………………………………………………………………………………………………………..…………

…………………………………………………………………………………………………………………………………..………...

………………………………………………………………………………………………………….…………………………………

๔.แกน่ เรอื่ ง ………………………………………………………………………………………………..…………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๕.ฉาก …………………………………………………………………………………..………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

๖.ตวั ละคร …………………………………………………………………………………………………….……

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

๗.บทสนทนา …………………………………………………………………………………………………..………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..…

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..…

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..…

73

๘.กลวธิ ใี นการแตง่ ………………………………………………………………………………………………………..…

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๙.เนือ้ เรอื่ งยอ่ ................................................................................................................................

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๑๐.ขอ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากเรอื่ งทอี่ า่ น ………………………………………………………………………………………………

.…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๑๑.สาระทส่ี ามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๑๒.วรรคทองของฉนั

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

๑๓.ขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เห็น
๑๓.๑ ขอ้ เท็จจรงิ ในเรอ่ื ง................................................................................................................................
๑๓.๒ ขอ้ คดิ เหน็ ในเรอ่ื ง................................................................................................................................

ลงชอ่ื .........................................นกั เรยี น ลงชอ่ื .........................................ผปู้ กครอง

(..............................................) (..................................................)

ลงชอ่ื .........................................ครผู สู ้ อน
(..................................................)


Click to View FlipBook Version