The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ ลิลิตพายัพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หนังสือ ลิลิตพายัพ

หนังสือ ลิลิตพายัพ

Keywords: การอาน

๔๓ ร่าย ๏ วั น รุ่ ง ขึ้ น ภู บ า ล ส ถ า น ร า ช ก า ร น้ อ ย ใ ห ญ่ ไ ท้ ท ร ง ต ร ว จ ส า เ ร็ จ ทั้งได้เสด็จทรงนมัส วัดสิงห์วัดกลางเวียง เรียงทองสองอาวาส อีกประพาสตลาดเงี้ยว เลี้ยวลดไปตามถนน จนแสงโสมส่องจัด พระจึงรัดรีบกลับ มายังพลับพลาพลัน ครั้นถึงสี่โมงบ่าย กรายกรออกหน้าพลับพลา เพื่อทัศนากระบวนแห่ ครัวทานแส้เสียงเดิร ดูเพลินตาน่าชม น่านิยมรูปสัตว์ สารพัดผูกงามงอน ยังแลฟ้อนฟังร้อง สร้องส่งเสียงถวายชัย ไทยเมืองมูเซอร์เงี้ยว เลี้ยวลดหลามเข้าขบวน มวญมากหลายภาษามี ล้วนยินดีจงรัก สวามิภักดิ์แด่พระเจ้า อยู่หัวเดชปกเกล้า ไพร่ฟ้าอยู่เย็น ฯ โคลง ๓ ๏ ครั้นค่ าแห่ดอกไม้เพลิง เริงรุ่งจุดกระจ่างจ้า แสงควบเดือนสว่างหล้า ขับสิ้นแสงพลัน ฯ โคลง ๔ ๏ วันนี้จันทร์แจ่มตื้น เต็มดวง บังหมู่ดาราปวง แวดล้อม ศะศิดุจเจ้าสรวง เปล่งรัศ มีแฮ ดาวดุจบริพารน้อม นบเกล้ายอมกลัว ฯ ๏ อันตัวนุชนาฏแม้น จันทร หญิงอื่นดุจดารากร ใหญ่น้อย จักเผยอแข่งศรีสมร สมรขับ ลุ่ยฮา หญิงอื่นเทียบนุชต้อย ต่ าสิ้นสีจาง ฯ ๏ นางเองแม้เปรียบด้วย ดวงเดือน ผิวพักตร์เจ้าไป่เลือน เจื่อนแพ้ จันทรรัศมีเฟือน ยามลุ แรมแม่ แต่รัศมีนุชแล้ นิตย์ตื้นเพ็ญพูน ฯ ๏ คิดประมูลเปรียบนุชด้วย ดวงไถง อันส่องสอดแสงใส สว่างหล้า แม้อาทิตย์ตกไป สกลมืด ฉะนี้นา แม้นุชห่างพี่ว้า จิตต์คลุ้มกมลหมอง ฯ ๏วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จวัดพระสิงห์ วัดกลางเวียง ประพาสตลาดเงี้ยว (ตลาดบ้านดู่ ) เวลา ๑๖.๐๐ น. ทอดพระเนตรขบวนแห่ครัวทาน กลางคืนมี การจุดดอกไม้ไฟ ฯ


๔๔ โคลง ๓ ๏ รุ่งเช้าทรงคช ลดเลื่อนริมฝั่งน้ า ไป่เนิ่นเดิรลุถ้ า พระพร้องนามขนาน ฯ โคลง ๔ ๏ ยามนมัสการพระเพี้ยง คูหา หวนระลึกถึงเรื่องชวา แต่งไว้ เมื่ออิเหนาลักบุษบา มาสู่ ถ้ าแฮ จัดแต่งคูหาไล้ ลูบล้วนงามคม ฯ ๏ แม้ถามพี่นี้ตริ เช่นไร จักดาษทองอีกไย เล่าน้อง ตัวนางสถิตที่ไหน ประดับที่ นั่นแม่ สมรอยู่แล้วจักต้อง แต่งแต้มอีกฤา ฯ ๏ กลับทางเรือล่องน้ า แม่กก ชื่อสถิตจิตต์พี่ฟก ชอกช้ า น้องมาจิกอิงอก กกกอด พี่นา กกจักกลายกลับกล้ า สระแก้วกลางสรวง ฯ ๏ วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงช้าง เสด็จไปวัดถ้ าพระ (วัดถ้ าพระ เป็นถ้ าที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ ากก บริเวณ หมู่ 5 บ้านป่าอ้อ ต าบลแม่ยาว อ าเภอเมือง เชียงราย จังหวัดเชียงราย) ทรงล่องเรือกลับทางแม่น้ ากก ฯ โคลง ๓ ๏ วันที่ยี่สิบสามธันวา สุริยายังอ่อนเช้า คชอาสน์ยุพราชเจ้า ยาตร์เยื้องจากเชียง-รายเฮย ฯ โคลง ๔ ๏ เที่ยงเศษหยุดประทับช้าง แม่กอน บ้านนา ฝันใฝ่ไขว่หาสมร ดุจข้า กรคว้าเปล่ากอดถอน ฤทัยเจ็บ จริงแฮ รู้สึกนึกละอายอ้า ไขว่คว้าหาลม ฯ ๏ เดิรจนถึงห้วยถนัด ซ่านหลวง นามพ่อ ทรวงซ่านซ่านแสบทรวง โศกซ้อน ประหนึ่งใครลักปลิดดวง ใจทอด ทิ้งนา รายราครุมร่าร้อน ซ่านซ้ าทรวงโทรม ฯ


๔๕ ๏ โป่งภูเฟื่องที่ไท้ ธพัก เสวยแฮ ภูประดุจปราการยักษ์ ก่อแกล้ง เพราะอสูรคิดลอบลัก เคียงเสน่ห์ นุชแม่ ยามบ่สมคิดแสร้ง กักน้องหลังภู ฯ ๏ แม่สวยสรวยจักสู้ แม่สาว พี่ฤา ปรางแม่ขาวยิ่งขาว ไข่ต้ม ศรรามเปรียบขนงราว ตามพ์เปรียบ มาศแม่ มฤคเนตร์สบเนตร์ก้ม หน้าม้วนเมินอาย ฯ ๏ วันที่ ๑๓-๑๔ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงช้าง เสด็จออกจาก เมืองเชียงราย เวลาเที่ยงเศษทรงหยุดพักที่บ้านแม่กอน เสด็จต่อไปถึงห้วยซ่าน (ห้วยส้าน อ.แม่ ลาว) เสด็จถึงบ้านโป่งภูเฟื่อง (โป่งปู่เฟือง ตั้งอยู่ที่ บ้านโป่งปู่เฟือง ต าบลแม่สรวย อ าเภอ แม่สรวย จังหวัดเชียงราย) และถึงอ าเภอแม่สรวย จ.เชียงราย ฯ ๏ ที่สิบห้าวาระตั้ง พลับพลา ต าบลเรียกสันก้างปลา ชื่อชี้ แม้ไปอีกมากรา ตรีจัก ซูบเพราะโศกนิตย์ฉะนี้ กิ่งก้างปลาเทียม ฯ ๏ ยิ่งเดิรดูยิ่งเศร้า ทรวงรัน ทดฮือ แลสบเนตร์แต่สรรพ์ หมู่ไม้ หวังเพลินเนตร์บ่หัน สิ่งเพลิด เพลินเลย จนลุป่าก๊อได้ แอบเข้านอนคราง ฯ ๏ กลางคืนหิมะหยดย้อย ราวฝน ตกแฮ เยือกเย็นทั่วทุกคน ขดคู้ ดูประหนึ่งฟากฟ้าชล เนตร์หลั่ง ช่วยโศกด้วยเชฏฐผู้ เริศไร้ไกลสมร ฯ ๏ วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงช้าง เสด็จถึง บ้านสันก้างปลา (ต าบลเจดีย์หลวง อ าเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย) ถึงป่าก๊อ (ต าบลท่าก๊อ อ. แม่สรวย) ทรงประทับแรมค้างคืน ฯ ๏ ธันวาคมล่วงแล้ว วันเรียง สิบหกแฮ ภูวนาถแรมที่เวียง ป่าเป้า ควรจักพักพหลเกรียง ไกรอยู่ แม้อยู่จริงจักเข้า เรื่องแท้เจียวหนา ฯ


๔๖ ๏ ทหารครายิงแข่งเข้ม ชิงราง วัลเฮย หวังถูกตรงศูนย์กลาง นับห้า พี่หมายที่ใจนาง เลงรัก ถูกเหมาะกรพี่อ้า โอบน้องเนาทรวง ฯ ๏ รุ้งผ่านบ้านป่างิ้ว กลางวิถี หาพิมานฉิมพลี บ่ได้ แม้พระยาครุฑมี พี่จัก วานถาบถาสู่ใต้ รับน้องมาเคียง ฯ ๏ หยุดเสวยริมบ้านแม่ เจดีย์ เรียกเฮย ตามสถูปณคีรี เซิดซ้อน แม้จริงเช่นฦาผี ปอบอยู่ นี่นา ไตรรัตน์เดชคงต้อง เตลิดสิ้นฤทธิ์มลาย ฯ ๏ ที่โป่งน้ าร้อนนาถ ประทับแรม อุทกก ามถันแกม เดือดได้ อันรักถูกทุกข์แถม จักไม่ เดือดฤา ไฟราคเผาผากไหม้ อกร้อนเรียมเตรียม ฯ ๏ วันที่ ๑๖-๑๗ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงช้าง เสด็จถึง เวียงป่าเป้า ผ่านบ้านป่างิ้ว หยุดเสวยใกล้ ๆ บ้านแม่เจดีย์ ประทับแรมที่โป่งน้ าร้อน (ต.แม่เจดีย์ ใหม่ อ.เวียงป่าเป้า) ฯ ๏ ที่สิบแปดทางไต่ข้าม สันบรร พตพ่อ ปรากฏนามเขาปัน ย่านน้ า ผีเอยอุทกกัน ส าเร็จ แล้วนา ไยอุตส่าห์แสร้งห้ า หั่นข้อยจากเรือน ฯ ๏ เดิรเบียดบรรพตข้าม ล าธาร มากแฮ พักผ่อนกระบวนสาร ป่างอั้น อั้นอึดอุระพี่ราน เรียมแยะ เจียวแม่ หากราชกิจไท้กั้น กีดต้องจ าจร ฯ ๏ เย็นนอนโป่งป่าอ้อ กลางพน พนเหลือบเหลียวแลยล แต่อ้อ อ้อล้อมประดุจคน ท าค่าย ค่ายกักใจย่อมท้อ ทเวศเว้าหานาง ฯ ๏ วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงช้าง เสด็จข้ามดอยนางแก้ว (เทือกเขาผีปันน้ า) ถึงบ้านปางอั้น (ต าบล ป่าเมี่ยง อ าเภอดอยสะเก็ด เชียงใหม่)ประทับแรมที่ โป่งป่าอ้อ (ปงอ้อ ต.ป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด) ฯ


๔๗ ๏ ห้วยหนานสึกใหม่เศร้า ใจยวน จริงนา สุดคิดท าโหยหวน เห่ร้อง โอละเห่โอละหึกครวญ ทิดคร่ า คนึงแม่ ลวงพี่สึกสิน้อง หลีกหน้าหาผัว ฯ ๏ ชรอยหนานสึกใหม่นี้ หากรอน ใจเฮย ป่วนจิตต์เจ็บจ ามรณ์ เผ่นห้วย ผิพี่เจอะเจ้าจร จากแผก เห่แม่ เรียมจักโดดห้วยด้วย ทิดได้เป็นสอง ฯ ๏ ห้วยชุมภูพักร้อน ผ่อนกาย ภูสลับซับซ้อนหลาย ช่วงชั้น ดูไปก็คล้ายลาย ฉากหน้า เตียงแฮ เป็นฉากจริงกั้นฉะนั้น ไป่ช้าถึงนาง ฯ ๏ ถึงดอยสระเกศเจ้า เณรบัว ยลสบแว่นแก้วมัว สระเกล้า หากพี่ทัศนาตัว น้องสระ พี่เฮย ฤาพี่จักแฝงเจ้า หาดล้นดลเคียง ฯ ๏ วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงช้าง เสด็จ ผ่าน ห้วยหนานสึกใหม่ ทรงพักร้อนที่ห้วยชมพู (ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด) ถึงอ.ดอยสระเกศ (ดอยสะเก็ด)ฯ ๏ วันที่ยี่สิบเช้า สองนา ฬิกาเฮย สมเด็จโอรสา ธิราชเจ้า ยุรยาตร์จากพลับพลา ลงสู่ ปร าแฮ เจ้าอุปราชนอบเกล้า นบน้อมบังคมคัล ฯ ๏ อัญเชิญพระบาทไท้ หน่อกษัตริย์ ทรงเปิดถนนเพิ่งตัด ใหม่ไซร้ ถนนแก้วนวรัฐ ประทานชื่อ เป็นเกียรติยศให้ แก่ผู้อ านวยการ ฯ ๏ การพิธีแสร็จแล้ว หน่อไท ทรงอัศว์รีบรัดไป ไป่ยั้ง จนถึงพลับพลาชัย ต าบลแม่ คาวนา จึ่งจัดกระบวนตั้ง แห่เข้าในเมือง ฯ


๔๘ ๏ ทรงเครื่องเต็มยศได้ เวลา ลุแฮ ออกประทับหน้าพลับพลา ฝรั่งเฝ้า เสร็จเสด็จสู่เกยชลา ประทับราช ยานนอ จึ่งอมาตย์โดยเสด็จเจ้า แห่ห้อมล้อมมา ฯ ร่าย ๏ งามคราขบวนเยื้องยาตร์ งามดาดาษขบวนเดิร เพลินพิศขบวนชวนยล จึงจรดลน าหน้า ถับถึงพะม่าทั้งมวญ ประเลรัญจวนให้ฟัง ต่อหลังมาถึงเงี้ยว เดิรก่ายเกี่ยวแกมกัน ทุกพรรณเดิรเป็นขนัด แตรวงขัดบรรเลง ท าเพลงเดิรหลายอย่าง บ้างต่างต่างเพลงภาษา ถึงพลากรกระบวนยุทธ์ รีบรุดเรียงจัตุรตน ถัดพลมาถึงเจ้า ขับคชเข้ากระบวนจร น าภูธรด าเนิรสดวก มีทั้งพวกดรุณบุรุษ ยุดดาบหอกหัตถ์ล้อม ล้อมพระยุรยาตร พวกปี่ชวากลองชนะ ประโคมครึกกึกก้อง เลื่อนลั่นท้องทิวลู่ ยังอีกหมู่เทียวธวัช สบัดปลายปลิวอยู่ระยับ สลับสีพรรณต่าง ๆ ล้วนหลากอย่างหลายประการ ถึงราชยานบ่มิช้า หน่อเจ้าหล้าเลอบล โทแถวพหลแซงข้าง บ้างแข่งแย่งกันมา อีกอาชาหม่อมเจ้า สององค์เต้าไต่งาม ข้าในกรมตามติดไท ต่างไต่เต้าต่อไล้ ล่วงพ้นมรรคา ฯ โคลง ๔ ๏ พาราล้วนประดับด้วย ธงเทียว ผ้าหลากเหลืองแดงเขียว ม่วงจ้า ราษฎรเบียดแน่นเหลียว แลสบ องค์พระหน่อเจ้าหล้า ต่างน้อมนิยมแล ฯ ๏ ขบวนแห่เสียงสนั่นล้ า เลอโพยม เสียงสินาดครืนโครม เกริกก้อง ฟังราวจักเหี้ยนโหม หักเศิก เสียงโห่ฮิ้วแซ่ซ้อง ลั่นฟื้นดินไหว ฯ ๏ ไคลถึงจวนแห่งข้า หลวงใหญ่ มณฑลนา ซึ่งจัดให้หน่อไผท ประทับยั้ง ราชยานเทียบเกยไชย ธ เสด็จ ยุรยาตร์โดยบาททั้ง หมดเต้าตามองค์ ฯ ๏ ครั้นทรงผ่อนพักแล้ว ออกพลับ พลาพ่อ ขึ้นสู่บัลลังก์ระยับ แต่งไว้ ปวงข้าบาทค านับ นอบเกศ เดิรผ่านเรียงตัวให้ หน่อท้าวทรงยล ฯ ๏ ทุกตนผ่านเฝ้าเสร็จ สรรพลง เจ้าราชสัมพันธวงศ ออกหน้า โอมอ่านพจน์ชัยมง คลเลิด ถวายหน่อพระดิลกหล้า ขอบแคว้นแดนสยาม ฯ


๔๙ ๏ งามของถวายเอี่ยมล้วน เงินตระการ เป็นรูปเก้งเผ่นทยาน เหยียบมั่น หลังสุนัขดั่งต านาน ท่านกล่าว ว่าแปลกเป็นนิมิตฉะนั้น จึ่งสร้างเมืองลง ฯ โคลง ๓ ๏ ครั้นพระองค์ด ารัสตอบ ขอบจิตต์นับแต่เจ้า ครองเขตต์ตลอดข้าเฝ้า เสด็จไท้คืนสถาน ฯ โคลง ๔ ๏ ที่ภูบาลสถิตล้วน ควรชม ยิ่งนา ทั้งที่ประทับประทม ดาษผ้า ผนังแลหลากสีผสม สีสลับ การจัดเป็นเกียรติอ้า โอ่แท้แต่ไผท ฯ โคลง ๓ ๏ ข้าหลวงใหญ่พายัพ จัดที่ประทับท่านไท้ เข้าแบบยุโรปให้ สุดคล้ายแบบจริง ฯ ๏ เวลา ๐๘.๐๐ น. วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จจาก พลับพลาที่ประทับ ไปทรงเปิดถนนแก้วนวรัฐ เสร็จแล้ว ทรงม้าเสด็จไปถึงพลับพลาที่ต าบล แม่คาว เพื่อตั้งขบวนเสด็จ ขบวนเสด็จแห่เข้าเมืองเชียงใหม่ ถึงจวนข้าหลวงใหญ่เชียงใหม่ เจ้าราชสัมพันธวงศ์ ทูลรายงาน และถวายพระพรชัยมงคล ประทับแรมที่จวนข้าหลวงใหญ่ มณฑลพายัพ ของ เจ้าพระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ์ (เชย กัลยาณมิตร) ฯ ๏ วันที่ซาวเอ็ดเช้า เยาวรา ชาเฮย ทรงรถเทียมอาชา สี่เต้า ขับเร็วเร่งในพา รานพ ราษฐ์พ่อ แวะเสด็จทรงเยี่ยมเจ้า ครอบแคว้นเชียงอินทร์ฯ ๏ หน่อนรินทร์เสด็จตรวจทั้ง โรงทหาร เริงรุกอาจณรงค์ราญ พ่ายแพ้ ทั้งต ารวจผู้ผลาญ โจรราบ ชนชิดทุจริตแล้ ไม่พ้นราชทัณฑ์ ฯ ๏ ครั้นแสงตวันบ่ายคล้อย ภูบาล เสด็จประพาสถิ่นช่างสาน ช่างปั้น อีกช่างรัชฎาตระการ แต่งประดิษฐ์ ลายสลักเป็นเชิงชั้น หมดล้วนควรชม ฯ


๕๐ ๏ เช้า วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงม้า เสด็จเยี่ยม เจ้าแคว้นเชียงอินทร์ (เจ้าแก้วนวรัฐ ผู้ครองนครเชียงใหม่) และทรงตรวจโรงทหาร เวลาบ่าย เสด็จ ย่านชุมชนช่างสาน ช่างปั้น ช่างเงิน ช่างแกะสลัก รอบเมืองเชียงใหม่ ฯ โคลง ๓ ๏ วันรุ่งขึ้นเวลา นาฬิกา สามเศษเช้า พระเสด็จขบวนรถเข้า เขตต์กั้นปราการ ฯ ๏ ทุกสถานราชการเสด็จ ทอดพระเนตร์เสด็จไป่ช้า ราชรถขับทวีม้า รีบร้นคืนสถาน ฯ โคลง ๔ ๏ ภูบาลทรงพร้อมครี่ง ยศขาว อิศริยาภรณ์วาว วับแพร้ว สามโมงบ่ายเศษราว ครึ่งเศษ โมงนา ทรงเครื่องเรืองระยับแล้ว เหมาะได้เวลาถึง ฯ ๏ จึงยุรยาตร์ออกท้อง พระโรงพลัน เจ้าอมาตย์เสนานันต์ แน่นเฝ้า ประชุมถวายพระวรขวัญ หน่อนาถ พานรัชฎ์จัดครบเก้า ล าดับชั้นบายศรี ฯ ๏ มีพร้อมบุบผชาติซ้อน สลับตระการ เนตร์จริง อีกสรรพโภชนาหาร หลากล้วน ทั้งเมี่ยงหมากรองพาน ค าสุก ผจงแต่งไพจิตร์ถ้วน ครบสิ้นสิ่งปวง ฯ ๏ ข้าหลวงใหญ่และเจ้า ครองนคร ทั้งอมาตย์บุตรหลานสลอน สลับเฝ้า ฉะเพาะพักตร์พระภูธร ทูลบาท พระนา ฉันทะมอบบุรุษเถ้า กล่าวฉะนี้ทูลขวัญ ฯ ร่าย ๏ ศักราชอันใสศรี เป็นวันดีแวนยิ่ง เทพไทยมิ่งมหิทธิศักดิ์ อัครมหาสุริยเทวบุตร์ ตนใหญ่รุดเข้าสู่ อยู่ณห้องยามดี จันทร์มีศรีย้ายถูก ลูกชื่อว่ามหาชัย อังคารไปสู่เมษ พิเศษใดบกลาย ศุกร์เสาร์ย้ายไปนา ถูกราศีอุตมาสน์ พฤหัสชาติถูกมหา ชัยราหูไปเป็นคู่ พุธเข้าสู่เมถุน สุนทรบวรมิ่งมิตร์ อาทิตย์ได้อุสา ลักขณามหาโชคดี วันนี้เหลือประเสริฐ วันวันเลิดชัยชะนะ เป็นวันพระปราบศัตรู สัพพัญญูทรงแท่นแก้ว ปราบแพ้แล้วหมู่พล มารอันผจญมงคลการ ท่านยอเป็นวันดี หยิบบายศรีหลายส่ า หื้อเป็นล าดับสลับ ประดับไปด้วยบุบผาพรรณ อันหอมรสละเมาวอน ปักแซมซ้อนยอดกาบ มีทั้งกุหล าบด าวเ รือง จ าป าเมืองจ าป าแขก จัดซ้อนแซกซ้อนกัน เบญว ร รณและเบญม าศ ดอกหลายชาติหลายสี ดอกจ าปีหอมอุ่น ดอกยี่สุ่นค าแล ฟันกระแตจันทร์กึ่งซีก อีกมณฑาชวะชะวาด เสาวรสชาติสีงาม บุบผาหลามหลากมี ดอกลีลาลาวร้อง คนที่ห้องในวัง เรียกดังว่าซ่อนกลิ่น หอมเย็นสิ้นกลิ่นหวาน ดอกบานควะหอมอ่อน ใต้เรียกขจรนั่นไซร้ แสงใสคือล าเจียก โยนกเรียกเกียงเหมย บุบผาเผยกลิ่นสอาด ดูดาดาษสะพรั่งพร้อม เพื่อว่าจะแต่งน้อม นอบเกล้าทูลขวัญ ฯ


๕๑ โคลง ๔ ๏ อันโภชน์เอมโอษฐ์ล้วน หลากดี จัดแต่งเคียงบายศรี เสร็จไว้ เชิญขวัญพระภูมี อย่าเนิ่น จงเสด็จบริโภคให้ อิ่มสิ้นสิ่งสรรพ์ ฯ ร่าย ๏ พระนักธรรม์เหนือเกศ มาต้องเขตต์พารา เครื่องบูชารับมิ่ง มีหลากสิ่งหลายอัน เศียรสุกรมันต้มใหม่ ใส่โตกใหญ่จัดแสดง มีทั้งแกงและตับต้ม สุกเปื่อยล้มพานแถม มีหมูแนมไส้กรอก บมิยอกหลายกระบวน เนื้อปิ้งหวนตัดสอด เข้าขาวปลอดบริสุทธิ์ ดังดอกพุฒงามงอน นึ่งสุกอ่อนรองพาน ขนมน้ าตาลหวานจะจ้อย ขนมน้ าอ้อยเปียกสาคู เข้าตูแกมน้ ามะพร้าว กล้วยเขียวขาวกลิ่นถนอม ทั้งกล้วยหอมกล้วยตีบ บ่แห้งลีบสุกงามดี จัดบายศรีทุกเยื่อง สรรพครบเครื่องทูลขวัญ บุหรี่พันยากลุ่ม พลูดอกหนุ่มใบบาง เจียนจีบวางพร้อมเลี้ยง อีกหมากเมี่ยงเรียงรอง ในพานยองยอดเหมาะ มะพร้าวเฉาะดูตระการ น้ าหอมหวานเย็นใจ โภชน์อันใดจัดแล้ว เพื่อรับพระมิ่งแก้ว หน่อเจ้าจอมสยาม ฯ โคลง ๒ ๏ สามสิบสองขวัญท่านไท้ มาเถิดจงอย่าได้ อยู่ด้าวดงแดน ฯ ร่าย ๏ แสนวิเศษจอมขวัญ อย่าแผผันเที่ยวเล่น อย่าลนเต้นระหกระเหิน อย่าไปเพลินอยู่เงิ่น เขาเขิ่นเหวหืดถ้ า อย่าไปล้ าในป่า ที่อาศัยเสือหมี ทั้งยักษิณีผีพง และดงโขลงช้างเถื่อน ธบ่มีเพื่อนจะตกใจ ยินสัตว์ใหญ่สัตว์น้อย ยามค่ าคล้อยจิ้งหรีดร้อง เสียงสนั่นก้องแดนไพร เสียงแมลงใยแซ่ซ้อง เสียงลิงร้องโหยคราง ยังเสียงบ่างค่างมี ดังอสนีผีโป่งป่า เวลาคืนมืดค่ า เสียงพลิกพล่ าปุนกลัว ขวัญจะระรัวส่ายสั่น อุระเจียนลั่นเป็นผุยผง นกจุกชะลุยคะทึงทึด จักร้องอืดเสียงวาง นกเค้าคางแมกมืบ อยู่ตามหลืบดอยดอน หมาป่าหอนร่าเล่น วิ่งเต้นโดดยืนยล แม้ขวัญดลพบไซร้ มักจักไล่ขบกัด ในแนวชัฎด่านกว้าง ฝูงช้างมากมวญมี ฝูงชะนีโหนหย่อนห้อย เกาะกิ่งย้อยอวยคราง อย่าไปกลางแดนไพร ป่าไม้แกมแรดหมู่ อย่าไปอยู่แกมฟาน เสียงเพรียกขานโขกก้อง เสือโคร่งร้องสยองเย็น ขวัญอย่าเร้นในดง อย่าละเลิงหลงที่โถงกว้าง ตามหว่างเวิ้งเชิงผา พฤกษาหลากแกมแขม แซมคาและหญ้าแฝก ลมพัดแยกกวัดไกว ปลายใบหันเนือกน้อม ควันหมอกอ้อมโอบท้อง ทุ่งท าหมองหม่นใจ ขวัญอย่าไปจมทราย ชายพระสมุทร์คลื่นใหญ่ ฟองเต้นไต่เป็นเปียว หันแต่น้ าเขียวขอบฟ้า ลมกล้าฟาดฟองเฟือน เงือกงูเลื่อนมา ตามคลื่น ดูน่าตื่นน่ากลัว ดูน่าระรัวตกใจ สินธุไหลใช่ตื้น คลื่นใหญ่เครงคละครื้น ทุกเช้าคืนวัน ฯ โคลง ๓ ๏ ขวัญภูธรขอเชิญ มาฟังเพลินระนาดฆ้อง พิณพาทย์ศัพท์กึกก้อง แจ่มแจ้วดุริยางค์ ฯ


๕๒ ร่าย ๏ ฟังเปิงมางกลองแขก จะเข้แซกซอสี กระจับปี่วังเวง บรรเลงสั่งเสียงวอน ดุจลครฟากฟ้า เลอลบหล้าแดนดิน ขวัญภูมินทร์อย่าเนิ่น อัญเชิญมาครบงาม ยามเมื่อพระราชา ยาตราเจียนจากห้อง ทั้งแดดต้องลมเชย พระก็บ่เคยยุรยาตร์ จากปราสาทวังใน ยามกลางไพรประเวศ สู่ท้องเทศหัวเมืองลาว ท้าวจ าผทมป่ากว้าง ทรงนั่งช้างกระเทือน บ่เหมือนเดิรก าปั่น ฟ้าร้องลั่นขวัญหาย หนีจากกายพระบ่แค่ แม้ไปอยู่ที่ใด เชิญมาไวอย่าช้า พระเสด็จมาครานี้ เดชบารมีปกเกล้า หมู่ข้าเฝ้าทั่วไป ในประเทศลาวเฉียง ชนในเวียงและนอก จัดกันออกทั่วหน้า ท าพลับพลารับนารถ ผู้ฉลาดการโยธา ขีดเขียนมาเป็นอย่าง ทางประจันตะเขตต์หนไกล บ่เหมือนในมหานคร ไม้ไผ่ซ้อนแซมรอง บ่เหมือนท้องพระโรงเลย ธบ่เคยจักต้อง พักห้องแฝกแซมคา ยามราชาประพาส เชิญนารถมายั้งยับ ประทับตามข้าบาท แต่งถวายกลาดตามทาง พระอย่าครางกริ้วโกรธ ขอ ธ โปรดกรุณา เมื่อมาถึงบัดนี้ ที่นครแล้ วส ร รพเส ร็จ เชิญพร ะเสด็จป ระทับ พลับพล า ระยับจ า รูญครัน อันข้ าบ าททั้งหล าย ผจงจัดถวายในเมือง มุงกระเบื้องหลายหลัง ยังฝากระดานตระการตา อันพระยาสุรเสีห์ มียศหากเคยท า เหมือนพระโรงค างามบ่เศร้า เชิญพระเข้าบรรทม ข้าบาทนิยมแฝงใฝ่ ในเบื้องบาทธุลี ดั่งพระมุนีโปรดโลก โชคจงมีแต่ไท้ ชนม์ยืดได้ยาวโยชน์ เป็นผู้โปรดหมู่ประชา ขอสีมายืนเที่ยง อย่าเบี่ยงบ่ายเฟือนคลอน ทุกข์ราษฎรร างับ บ ารุงสรรพสุขชน ทั่วมณฑลขอบกว้าง ภัยอย่ามาสถิตข้าง บาทไท้ภูมี ฯ โคลง ๔ ๏ บัดนี้ข้อยจักได้ กุญชร หนึ่งนา ผูกเครื่องครบงามงอน เศิกกล้า ยังอีกอัศว์สุนทร นวลสว่าง สองสัตว์ควรอาสน์อ้า แห่งไท้ทรงธรรม์ ฯ ร่าย ๏ สรรพอันตรายเศร้าโศก สรรพโรคพยาธิภัย สรรพจัญไรแลเสนียด อย่ามาเบียดเบียฬพาล สมดังสารข้อยพร้อง สามสิบสองวรขวัญ แห่งนักธรรม์เหนือเกศ เลิดวิเศษสุรศักดิ์ อัครวรลักษณ์สมบูรณ์ยิ่ง พระมิ่งแก้ว ร าช า เสด็จม าแล้ วอย่ าคืนคล าย หน่ ายแหนงพระก ายังค์ อย่ าเปปังอย่ าสะดุ้ง อย่าแตกฟุ้งซ่านเซ็น อย่าแยกกระเดนเหินไกล จงสดใสดังแก้ว แวววับค่าควรเมือง อย่าขุ่นเคืองเศร้าโศก เชิญบริโภคเสวยพลัน สรรพโภชน์พร่ าพร้อม อันข้อยน้อมทูลถวาย จัดแต่งรายไว้ท่า เนื้อปลาหลากย าผัด สารพัดมวญมากครัน พระขวัญสามสิบสองไซร้ แห่งนารถไท้จงแขง แรงไปยิ่งกว่าเก่า ได้ร้อยเท่าพันทวี ทุกข์อย่ ามีม าต้อง ภัยอย่ าพ าดพ้องไผท จงตกไปลุ่มธ รณี ขอภูมีมีฤท ธิ์ ฤท ธิ์ยิ่งภิญโญยศ ปรากฏทั้งอานุภาพ ปราบปวงเศิกศัตรู ในหมู่โขงชมพูทวีป ใต้ฟ้ากลีบพสุธา แม้มาสู่จุ่งมลาย ทั้งฝ่ายเหนือปักษ์ใต้ ให้มากราบยอบระบอบ นอบพึ่งโพธิสมภาร พระจงสราญตลอดเฒ่า ขอพระหน่อพุทธเจ้า จุ่งได้ดังประสงค์ปวงนา ฯ โคลง ๓ ๏ ชนน์พระจงเต้าไต่ ได้ผจบจวบขวบร้อย ยี่สิบปีดังข้อย พร่ าพร้องทูลขวัญแม่เทอญ ฯ


๕๓ โคลง ๔ ๏ ครั้นอ่านสารเสร็จเจ้า ครองนพี สีนา ด าเดิรด่วนแทบบายศรี หยิบด้าย มัดกรพระภูมี ตามแบบ เพื่อปัดปวงสิ่งร้าย ชวดสิ้นไกลไผท ฯ ๏ อนึ่งในกาละนี้ ตามธรรม เนียมแฮ มีลูกกุยก าย า ต่อยเป้ง ดนตรีปี่กลองท า เพลงจ๊ะ โจ๋งฮา ตวัดกอดสอดหมัดเท้ง ถูกหน้าฮาครืน ฯ ๏ เช้า วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงม้า เสด็จตรวจเยี่ยม สถานที่ราชการ เวลา ๑๕.๓๐ น. เสด็จเข้าพิธีบายศรีสู่พระขวัญที่เจ้าเมืองเชียงใหม่จัดถวาย ฯ ร่าย ๏ ที่ยี่สิบสามธันวา เช้านาฬิกาสามโมง เสด็จสู่โรงพยาบาล วิทยาคารโรงสวด นักบวชอเมริกะชาติ ปวงค านับบาทภูมี เปรมปรีดีจริงใจ ที่ไผททรงกรุณา ราชาเสด็จทอดพระเนตร์ ทั่วขอบเขตต์เหล่านั้น พลันพระเสด็จขึ้นรถ ลดเลี้ยวกลับพลับพลา ครั้นเวลาล่วงบ่าย เสด็จผันผายออกยัง บัลลังก์จัดหน้าจวน ให้คลาขบวนครัวทาน ผ่านหน้าไท้ถวายองค์ ตั้งบรรจงคิดจัด ผูกรูปสัตว์รูปคน หุ่นยนตร์หลากหน้าดู ไทยเมืองกรูเข้าขบวน ฟ้อนน่ายวนตายิ่ง แม่หญิงแต่งกายงาม หมู่ตุ๊ตามลดเลี้ยว ม่านจีนเงี้ยวจงรัก ภักดีพร้อมหน้ากัน อุตส่าห์สรรพ์ประดาประดับ สรรพบริขารหมดมี ที่ควรภิกษุใช้ คิดจัดเพื่อจักให้ พิศแล้วเจริญตา ฯ โคลง ๔ ๏ สุริยาเลื่อนลับแล้ว ราชา ทรงเครื่องครึ่งยศคลา เพริศแพร้ว พร้อมอมาตย์ราชเสนา แหนแห่ เสด็จเฮย ประทับราชรถคล้อย เคลื่อนด้าวแดนวัง ฯ ๏ หยุดยั้งคุ้มท่านเจ้า นทีสี เจ้าจึ่งรีบจรลี รับไท้ ชวนเสวยโภชนมี รสหลาก ข้าราชกิจปวงได้ นั่งล้อมเรียงตน ฯ ๏ บัดดลเจ้าขึ้นเปล่ง วาจา แสงจิตต์ปลื้มปรีดา สุดเค้า จบจึ่งโห่สามลา ดื่มเพื่อ พระเฮย ด ารัสตอบขอบใจเจ้า จิบซ้ าคลาสอง ฯ


๕๔ ๏ การผองลงเสร็จแล้ว ทรงธรรม์ จึงเสด็จจรจัล สู่ห้อง ทอดพระเนตร์ลครอัน จักเล่น ถวายนา จับเมื่อรามละท้อง เถื่อนเข้านครครอง ฯ ๏ ที่สองระเวงสั่งให้ หาสอง เมืองนา แขกฝรั่งเจ้าทั้งสอง แข่งแกล้ว ชุดสามเมื่อวันทอง ขัดทัพ ลูกฮา กาละควรเลิกแล้ว พระด้นดลสถาน ฯ ๏ การรื่นเริงแห่งนี้ ควรเชย ใดสนุกบ่อละเลย จัดไว้ โดยหวังจักให้เผย พระเกียรติ ท่านนา คิดจัดสรรพสิ่งให้ นารถไท้ทรงสราญ ฯ ๏ เช้า เวลา ๐๙.๐๐ น. วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จเยี่ยมโรงพยาบาลมิชชั่นนารีชาวอเมริกัน เวลาบ่าย เสด็จทอดพระเนตรขบวนแห่ครัวทาน บริเวณหน้าจวนเจ้าเมืองเชียงใหม่ เวลาเย็น เสวยพระกระยาหารที่คุ้มหลวงเมืองเชียงใหม่ ทอดพระเนตรการแสดงละครรามเกียรติ์ พระอภัยมณี ขุนช้างขุนแผน เสร็จแล้วเสด็จกลับที่ ประทับ ฯ ร่าย ๏ ครั้นรุ่งขึ้นพระองค์ ทรงรัถยานขับรี่ สู่ที่ตั้งโรงเรียน อ่านเขียนหนังสือสยาม เล่าบ่นตามก าหนด หมดทั้งเลขวิทยา ราชาทอดพระเนตรเสร็จ ผันพักตร์เสด็จโดยบาท สู่อาวาสเจดีย์หลวง ปวงบริพารแห่น า พระกระท านมัสการเหมาะ ฉะเพาะพักตร์องค์ปฏิมา ยืนใหญ่หน้าแลตระการ ตามต านานกล่าวเค้า ว่าเจ้านครนพีสี มังรายมีนามชัด จัดสร้างขึ้นบูชา ทั้งสร้างอาวาสเสร็จ แล้วพระเสด็จยุรยาตร์ โดยบาทสู่หลักเมือง ตามเรื่องราวกล่าวไว้ ใต้หลักกระทะรองมี สี่ทิศรูปค าอิง ทิศหนึ่งสิงห์พึงประจักษ์ ทิศหนึ่งพยัคฆ์ยืนเผ่น อีกทิศเป็นดาบส ที่สี่คชยืนกราน ต านานเล่าต่อมา ว่าเทวดาท่านใช้ ให้กุมภัณฑ์สองตน ดลแบกอินท์บินเหาะ ลงมาฉะเพาะเชียงใหม่ แล้วเลยให้อยู่อารักษ์ รูปพระยายักษ์ทั้งทวี บัดนี้นั่งก าย า กรก าตะบองมองเขม้น แม้นเห็นใครกล้ ากร าย หม ายอันต ร ายหลักไซ ร้ ยักษ์จักได้สังห า ร ผล าญชีพเสียแม่นมั่น ครั้นเสร็จพลีจึงไผท ไคลโดยรถเร็วยิ่ง สู่พระสิงห์อาราม ตามค ากล่าวกันว่า พระนารายณ์มหาราช นารถสถิตทวาราวดี มีโองการให้ส่ง สงฆ์ไปทวีปลังกา ครั้นถึงกาละสงฆ์ถึง จึงพระเจ้านพีสี มีอักษรนอบเกล้า แทบบาทเจ้าจอมภพ ทั้งถวายครบบรรณาการ ขอพระราชทานปฏิมา แบบลังกาทวีปไซร้ ไว้สักการะสักองค์ จึงพระทรงเดชอุดม บรมกษัตริย์ครองอโยธ โ ปรดพระราชทานพระสิหิงค์ มาเป็นมิ่งเมืองแมน เจ้ายวนแสนปรีดา จัดสร้างอาวาสนี้ ปรากฏตามเรื่องชี้ เช่นข้อยจ ามา ฯ ๏ วันที่ ๒๔-๒๕ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จเยี่ยมโรงเรียนสอน หนังสือไทย (ต่อมาคือ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย) วัดเจดีย์หลวง หลักเมือง (เสาอินทขีล) วัดพระสิงห์ ฯ


๕๔ โคลง ๔ ๏ ยี่สิบหกธันวะเช้า ภูมี เสด็จออกนอกนพีสี แด่นด้าว ทรงรถผูกพาชี สีเศวต ทั้งสี่สินธพก้าว กุบพร้อมควรยล ฯ ๏ ถึงต าบลออกชี้ชื่อ ป่ายาง หยุดรถที่นั่งพลาง ผ่อนม้า แล้วด าเนิรต่อตามทาง เข้าเขตต์ ล าพูนพ่อ ผ่านวัดอุโมงค์ไป่ช้า จึ่งได้เสด็จลง ฯ ๏ อินทยงยศโชติเจ้า ครองนคร หริภุญชัยขจร เกียรติกี้ รับเสด็จพระภูธร พร้อมธูป เทียนแฮ นอบเกศเชิญเสด็จลี้ ลาศเข้าในเมือง ฯ ๏ พระเรืองเดชยั้งอยู่ พอควร จึงเสด็จโดยรถสวน มรรคเต้า ถึงเหมืองเง่ารอบขบวน เจนจัด เพื่อแห่น าเสด็จเข้า สู่เบื้องเวียงไชย ฯ ร่าย ๏ ได้เวลาพระองค์ ทรงเต็มยศขาวเสร็จ เสด็จประทับเลอบัลลังก์ ตรัสสั่งให้ขบวนคลา น าหน้าคือปี่กลอง รองพลธวัชถนัดมือ น าพลถือปืนไฟ ไคลเป็นแถวเรียงสอง ต่อถึงกองต ารวจ เดิรเรียงรวดควรยล ต่อถึงพลหอกราย พลดาบผายผันตาม งามหัตถึประดับรัชฎ์ ถัดถึงกลองชนะตี รองนี้ถึงกองทหาร แลตระการซับซ้อนเรียง แล้วถึงเสลี่ยงเครื่องยศ กับคชผูกจ าลองทอง รองจากนั้นถึงอัย พระชัยนวโลหะ ช้างพระที่นั่งเดิรตาม แลดูอร่ามรุ่งเรือง แต่งเครื่องด าล้ าเลิด เชิดชูเกียรติราชา พระยาวังขวาวังซ้าย กรายกรเดิรท้ายช้าง สล้างสลับราชภัฏตาม งามพลหอกแห่สลอน เสนาซ้อนแถวเรียง เคียงแซงสองข้างไผท ถัดไปข้ างที่นั่ง รอง สองร าชญ าติทรงเทริด ยามขบวนเฉิดฉายฉัน จ รจัลผ่ า นหน้าไป ไทยเมืองโปรยเข้าตอก ดอกไม้เกลื่อนตามมรรค์ เมื่อขบวนบรรลุบ้าน ท่านข้าหลวงประจ านคร พระวรราชโอรส เสด็จจากคชเสวยพลัน ครั้นตอนบ่ายเสวยเสร็จ เสด็จออกที่พลับพลา ข้าราชการจึ่งเข้า เฝ้าเพื่อถวายอภิวาท จึ่งเจ้าราชสัมพันธ์ พลันอ่านสารแทนปวง เจ้าหลวงข้าราชกิจ สถิตที่นครล าพูน ทั้งทูลถวายสิ่งส าคัญ อันป ร า กฏ ต าน าน มี ฤษี ส อง ตน ถนั ด กับ น กหั ศ ดินท ร์ ค าบ ก าบห อ ย เ ชิ ด อ ยู่ไ ซ ร้ ครั้นตรัสตอบเสร็จไท้ เสด็จขึ้นเสร็จงาน ฯ


๕๕ โคลง ๓ ๏ ครั้นรุ่งขึ้นเวลา นาฬิกาสามเศษเช้า ยุรยาตร์หมู่อมาตย์เต้า ไต่ต้อยตามองค์ ฯ ๏ ทรงเยี่ยมเจ้าครองนคร แล้วจรสู่ที่ตั้ง สถานราชกิจทั่วทั้ง หมดแล้วคืนสถาน ฯ โคลง ๔ ๏ ตอนบ่ายเสวยเสร็จแล้ว พระองค์ เสด็จสู่โรงต ารวจทรง ตรวจแล้ว เลยสู่วัดพระคง ชุดพระ พิมพ์พ่อ ค ากล่าวว่าพระแผ้ว ผ่องคุ้มภัยสรรพ์ ฯ ๏ ทรงธรรม์จากวัดแล้ว เสด็จตรง ทอดพระเนตร์ไฟผจง จัดไว้ ราชภาติกะวงศ น าน่า ฟ้อนแฮ จุดเสร็จครบหมดไท้ กลับเข้าคืนจวน ฯ ๏ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงรถม้า เสด็จถึงต าบล ป่ายาง ทรงพัก ผ่านวัดอุโมงค์ เข้าเขตเมืองล าพูน เจ้าอินทยงยศโชติ (เจ้านครล าพูนองค์ที่ ๗) รับ เสด็จเข้าเมืองล าพูน ตอนบ่ายเสวยเสร็จ เสด็จออกที่พลับพลา เจ้าราชสัมพันธ์ ทูลรายงาน และทูลเกล้าฯ ถวายของส าคัญ ตรัสตอบเสร็จแล้ว เสด็จกลับ ฯ เสด็จเยี่ยมเจ้าผู้ครองนคร ล าพูน ทอดพระเนตรสถานที่ราชการ เสร็จแล้วกลับที่ประทับ เวลาบ่าย เสด็จตรวจสถานีต ารวจ เสด็จไปวัดพระคง (วัดพระคงฤาษี หรือวัดอนันทราม ต.ในเมือง) เสร็จแล้วเสด็จกลับจวนที่ ประทับ ฯ โคลง ๓ ๏ เช้าซาวเจ็ดเสด็จวัด เจดีย์หลวงชัดชื่อชี้ ครั้นนมัสเสร็จลาสลี้ ประพาสร้านริมทาง ฯ โคลง ๔ ๏ ปางเมื่อตวันบ่ายเจ้า อินทยง ยศแฮ พร้อมบุตรหลานญาติวงศ แวดเฝ้า บายศรีพิจิตรผจง ประดิษฐ์ มานา สมโภชสมเด็จเจ้า อย่างเบื้องแบบบรรพ์ ฯ ๏ อันสิ่งใดจักต้อง จ ามี มาเพื่อถวายศรี มิ่งแก้ว จัดมาหมดล้วนดี หลาก หลาก บุบผชาติชวาดแพร้ว เพริศล้ าจ าเริญตา ฯ


๕๖ ๏ ราชาทรงเครื่องแผ้ว ผ่องระยับ ครึ่งยศขาวตราประดับ เสร็จไซร้ เสด็จออกนอกขึ้นประทับ เลออาสน์ บุราเฒ่ามาฉะเพาะไท้ อ่อนถ้อยถวายขวัญ ฯ ร่าย ๏ อันว่าสุไชโย บังคโรถมเลิศ ธมาเกิดล าดับมี ปีเดือนวันใหม่อ้า หนุ่มหน้าปานกลางสุข นฤทุกข์ยันขึ้นใหญ่ บุญชักไขว่ถึงกาล พระภูบาลยุรยาตร์ ประพาสถึงหริภุญชัย สราญในอิศรผ่านเฝ้า โอรสเจ้าเสวยรมย์ ข้าบาทประณมกรัญชลี มีเจ้านครเป็นเค้า เฝ้าพร้อมด้วยเทวี บุตรบุตรีวงศญาติ สโมสรอมาตย์พร้อมมุน ท้าวพระยาขุนน้อยใหญ่ ทั้งบ่าวไพร่มากมี แต่งใบศรีบัวจีบ ก้านกาบคีบมงคล ขันใบบนมียอด ประดับจอกลอดปลายขัน หื้อโสภัณแช่มช้อย ทั้งกล้วยอ้อยหมากพลู งามชื่นชูเฉิดฉัน แต่งขันมงคลน้ าพร้อม เส้นสืบล้อมไหมขาว ดอกดวงพราวหอมโหด รสเร้าโรดพลายพรรณ์ มีครบครันตกแต่ง ดังแหล่งนี้เคยท า ขันค าเหลืองเครื่องง้า ผ้าเสื้อเสื่อหมอนหนา มาทั้งสาดพรมวิไล ยังม้าวใส่แขนถนัด ธ ามะรงค์รัตน์ครบคาด สุภสอดราชชัยชู กุณฑลหูห้างสอด เครื่องรับยอดมิ่งแก้ว พระนักธรรม์เพริศแพร้ว พรั่งพร้อมสิ่งสรรพ์ ฯ ๏ ขวัญสมเด็จอย่าเล็ดลอด ชักขอดเข้ามากลาง สามสิบสองวางไว้เรียก ครัวเครื่องเวียกจงเสวย ให้ทรงเสบยทุกเยื่อง พร่ าพร้อมเครื่องชวนชม ทั้งเข้าต้มขนมหวาน ผจงจัดพานหลายตั้ง มังสะพร้อมคู่จ ายาม ล าดับตามตั้งไว้ เป็นของไขว่แกมสุรา มังสังวราห์ชวะชวาด อีกอุทกหยาดฟองฟู ขวัญภูธรศักดิ์ทรง พระองค์ทองเจื่องจ้า จงเข้ามาเสวยอยู่ เลี้ยงทุกหมู่มามวญ ขวัญพระหวนมาเถิด อย่าเพลิดอยู่ป่าไม้ อย่าไปเขาเนายอด อย่าจอดด้าวแดนไกล อย่าคิดไคลไหนเลย เชิญมาเสวยเมืองมิ่ง สุขสร้างสิ่งบารมี หื้อเป็นศรีเมืองสะอาด สมบูรณ์ราชนิเวศน์ เขตต์ขอบสถานใหญ่กว้าง พอแหล่งช้างแสนพลาย พระจงผายสู่มณเทียร พะเหียรดังอินทราธิราช เลออาสน์สถิตอยู่กลาง หมู่สุรางค์สาวสวรรค์ หื้อเหมือนจันทร์ท้องฟ้า ปราศเมฆฟ่าจรัสองค์ จงเป็นฉัตรใบใหญ่ ปกหุ้มไพร่เย็นเมือง เดชะเรืองแผ่กว้าง เป็นเจ้าช้างเปลื่องปัถวี เมืองนี้วิเศษเจียงคาน มีปราการเขื่อนขั้น หมั้นเจดีย์หลวงหมายโลก มั่งมูนโชคลาภา มีอาวาสธาตุเป็น ที่บ าเพ็ญบูชา โอฬาร์สรรพสิ่งไซร้ หริภุญชัยธานี มีดุริยางค์เกริกก้อง พิณพาทย์ฆ้องเสียงมอ ระนาดตะโพนซอหลายสิ่ง มะโข้งมะหิ่งเดงดัง ระฆังกะดายปี่แต้ ขลุ่ยแคลนแน่ซอจ้อย ร้อยร้องขับเสภา ท าเพลงนานามาก หลากภาษาซ้องมี หมายพลีองค์เจ้าฟ้า เกียรติเกริกหล้าแดนดิน เชิญพระนรินทร์หน่อเจ้า แผ่ฤทธิ์พระปกเกล้า เหล่าข้าประชามวญ มากนา ฯ โคลง ๔ ๏ ส านวนจบจึ่งเจ้า ครองนคร อภิวาทหน่อภูธร ดิลกหล้า หยิบด้ายผูกพระกร บ มิเนิ่น ขอพระองค์เจ้าฟ้า จุ่งพ้นภัยพาล ฯ


๕๗ ๏ ในการประเสริฐนี้ เจ้าล าพูน นอบเกศบังคมทูล แด่ไท้ ถวายสินธพมีตระกูล ผ่านคู่ หนึ่งนา เป็นอาสน์สมดั่งได้ มุ่งไว้หมายพลี ฯ โคลง ๓ ๏ ครั้นพิธีจบเสร็จ เสด็จพลับพลามิช้า คู่ลุกกุยเปรียบท้า ต่อยเข้มแข็งแรง ฯ โคลง ๒ ๏ แข็งต่างชกต่างแก้ โดยเหมาะข้างหนึ่งแพ้ หลีกลี้หนีไกล ฯ ร่าย ๏ ยามเย็นไผททรงรถ งดงามม้าเทียมสี่ สู่ที่คุ้มเจ้าหลวง ปวงราชภัฏตามองค์ เจ้าอินทยงยศจร รับภูธรแทบทวาร เชิญขึ้นสถานที่อยู่ สู่บัลลังก์ตั้งไว้ แล้วสั่งให้ลิเกเล่น เป็นเรื่องพระยาน้อย ต้อยชมตลาดร้านแป้ง แย่งภรรยามะเทิ่งไป เป็นใจเราแม้ถูก ยื้อลูกเมียเช่นนั้น จักกลั้นโกรธบมิไหว คงครรไลไล่ตาม พยายามยื้อแย่งคืน แม้นขืนขัดเจ้านาย จักต้องมะลายชีพไซร้ คงมิได้อาลัยนา เมื่อเพลาสมควร เจ้าทูลชวนราชา คลาเช้าเสวยเครื่องว่าง อันจัดอย่างประณีตสรรพ์ ครั้นพระองค์เสร็จเสวย เจ้าหลวงเผยกล่าวค า ส าแดงจิตต์ยินดี ที่เสด็จถึงล าพูนไชย ไผ ท จึงมี ด า รั สต อ บ ช อ บใ จ ตั ว เ จ้ า ห ล วง กั บ ป วง เ จ้ า บุ ต ร ห ล า น ผู้ จั ด ก า ร รั บ เ ส ด็ จ เสร็จออกประทับบัลลังก์ ให้เริ่มตั้งวงเพลง บรรเลงเรื่องโคบุตร สุดรักอัครมเหสี ลี้หลบทิ้งนางอ าพัน นางเดือดดันรันทดแสน ขึ้งแค้นเหลือขัดใจ จึงสาวใช้สนิทพลัน รับฉันทะเจ้าตน จรดลสู่อาวาส หาเถรฉลาดทางเสน่ห์ หญิงเจ้าเล่ห์เจ้ากล อ้อนวอนจนเถรยอม พร้อมใจท าตามงก พวกตลกเล่นสนุกนัก ชักคนดูเฮฮา จนเพลาดึกไซร้ จึงเสด็จทรงรถให้ ขับเข้าคืนสถาน ฯ ๏ วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงรถม้า เสด็จวัดเจดีย์หลวง ประพาสร้านค้าริมทาง ตอนบ่าย เจ้าอินทยงยศโชติ (เจ้าเมืองล าพูน) พร้อมบุตรหลานและญาติ ท าพิธีบายศรีสู่ขวัญ พร้อมน้อมเกล้า ฯ ถวายม้า ๑ คู่ เสร็จพิธีแล้ว เสด็จกลับพลับพลา เวลาเย็น ทรงรถม้าไปคุ้มหลวงเจ้าเมืองล าพูน ทอดพระเนตรลิเกเรื่อง “พระยาน้อย” เสวย พระกระยาหารเย็น ทอดพระเนตรการแสดงเรื่องโคบุตร เวลาดึกเสด็จกลับที่ประทับ ฯ


๕๘ โคลง ๔ ๏ ครั้นดวงสุริยล้ า อัมพร องค์พระเกียรติก าจร จังหวัดฟ้า ทรงรถเลิดดังอมร รัตนาสน์ สี่อัศว์ขาวสอาดอ้า ย่างเยื่องไวครัน ฯ ๏ บรรลุอาวาสอ้าง นามมา เก่าแฮ เรียกอุโมงค์ใต้รา เมศร์ยั้ง เพื่อพักผ่อนอาชา ราวกึ่ง โมงพ่อ ริมนั่นถึงที่กั้ง สกัดแคว้นนพี ฯ ๏ ภูมีทรงรถร้าน ตามทาง ถนนเรียบเปรียบระดับวาง แบบเค้า ไปประทับที่ป่ายาง อีกครู่ แล้วรีบรัดเร่งเต้า ไต่เข้าเชียงอินทร์ ฯ ๏ วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงรถม้า เสด็จกลับเชียงใหม่ ผ่าน วัดอุโมงค์ใต้ หยุดพัก ทอดพระเนตรร้านค้าตามระหว่างทาง พักร้อนที่บ้านป่ายาง (อ.สารภี) เสด็จฯ กลับไปประทับที่เมืองเชียงใหม่ ฯ โคลง ๓ ๏ รุ่งวันนี้ยี่สิบเก้า สมเด็จเจ้าเสด็จช้าง พร้อมหมู่ราชภัฎสล้าง สลับต้อยตามไผท ฯ โคลง ๔ ๏ คชไคลไป่เนิ่นช้า ถึงพนม ดอยสุเทพนามนิยม ออกอ้าง แม้มีสุรเทพสม ดังชื่อ จงเมตตาค่อยบ้าง ประสิทธิ์ให้จินต์สม ฯ ๏ พนมชันสูงเยี่ยมช้าง ยังอาจ ปีนแทบเขตต์อาวาส ยอดไซร้ สรรพสิ่งจักสามารถ กระท าเสร็จ แม้อุตส่าห์คงจักได้ หมดสิ้นดังประสงค์ ฯ ๏ ยามลงพระเสด็จเต้า โดยบาท ลงรวดลุผาลาด จึ่งยั้ง เจ้าหลวงและปวงญาติ วงศสะพรั่ง ต่างประดิษฐโภชน์ตั้ง เครื่องไท้ราชา ฯ


๕๙ ๏ แม้อาสนะลาดล้วน แผ่นผา ก็ดี ฤายี่ภู่ปูหนา นุ่มแล้ แม้มีโภชนา เอมโอช โอชะจักช่วยแก้ อาสน์กระด้างกลายสบาย ฯ ๏ ครั้นบ่ายเสวยเสร็จแล้ว ภูวนาถ เสด็จไต่ลงโดยบาท แทบพื้น แล้วพระจึ่งทรงราช รถเฉิด ฉันพ่อ เสียงบาทอัศวครั่นครื้น ขับเข้าเวียงชัย ฯ ๏ แล้วไผททรงเครื่องขึ้น อาชา ควบสู่คลับยิมคา นะไซร้ ฝรั่งริเล่นนานา เฉลิมเกียรติ พระนอ แสดงจิตต์ปราโมทย์ได้ รับไท้ราชา ฯ ๏ สมาชิกยืนเยียดค้อม ค านับ นายกน าท้าวประทับ ที่แล้ว หญิงเชิญเครื่องเทียบกับ สุธารส พวกเล่นคลี่จึ่งแคล้ว คลาศเข้าตีถวาย ฯ ๏ กรหมายเก็งเหมาะไม้ กอบแรง ยงต่อยงยุดแยง แย่งแย้ง ต่างควบต่างตีแขง เข้าเขตต์ เหวี่ยงวัดแวงว่องแว้ง ไขว่คว้าขวับเขวียว ฯ ๏ บัดเดียวคลีจบแล้ว แข่งอัศ วาเฮย ล้วนสุภาพบุรุษชัด เจ็ดผู้ นายเทียบมหาดเล็กรัช ทายาท ขี่ควบถึงก่อนกู้ เกียรติไว้ในสนาม ฯ ๏ สามลาฝูงฝรั่งร้อง ถวายชัย ฮูเลฮา ฮิโห่โห่ฮิ้วไทย ต่อแต้ม บัดถ้วยรัชฏ์อ าไพ ยืนยอบ ถวายนา ทรงรีบที่ระฦกแย้ม โอษฐเอื้อนยินดี ฯ ๏ จนระพีจรจวบใกล้ อัสดง เสด็จกลับบริพารบง แวดล้อม บ่ชิดบ่ไกลองค์ เกินเงื่อน งามพ่อ ดูดุจทวยเทพห้อม แห่เจ้าไตรตรึงส์ ฯ


๖๐ ๏ วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงช้างขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ ลงมาเสวยพระกระยาหารที่ผาลาด บ่าย ทรงนั่งรถม้ากลับเข้าเมืองเชียงใหม่ ไปทอดพระเนตร การแสดงกีฬาตีคลี แข่งม้า เฉลิมพระเกียรติของฝรั่งที่คลับยิม เวลาเย็นเสด็จกลับ ฯ โคลง ๓ ๏ ที่สามสิบเสด็จจร วัดพระนอนชื่ออ้าง ที่ข่วงสิงห์สิงห์ข่วงช้าง เผือกซ้อนยวนตา ฯ ๏ บ่ายราชาประพาส กาศและตามที่ร้าน ถนนท่าแพทั่วด้าน โปรดซื้อสิ่งของบ้านนา ฯ ๏ วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จวัดพระนอน ข่วงสิงห์ ข่วงช้างเผือก เวลาบ่ายเสด็จประพาสตลาดท่าแพ ฯ โคลง ๔ ๏ วันที่สามสิบเอ็ดเช้า จีนคณะ ผู้ร่มเย็นพึ่งพะ โพธิไท้ น าของจัดถวายพระ เยาวราช หมายมุ่งจะเสด็จให้ ประจักษ์แจ้งกตัญญู ฯ ๏ ภูธรตอนบ่ายเต้า สู่ศา ลาเฮย ทรงแจกทานแก่ยา จกต้อย ในการที่คล้ายวา ระประสูติ มานา คนแก่นับห้าร้อย เศษปลื้มถวายพร ฯ ๏ ตอนเย็นสงฆ์สวดซ้อง พุทธมนตร์ รวมยี่สิบหกตน นับถ้วน ในงานมิ่งมงคล สมัยประเสริฐ ปวงอมาตย์อีกเจ้าล้วน อยู่พร้อมเพรียงกัน ฯ ร่าย ๏ ครั้นการเจริญพุทธมนตร์ มงคลส าเร็จไซร้ ไท้ประทับโต๊ะเสวยพลัน บรรดาเหล่าเจ้านาย อมาตย์พลายคนสะพรั่ง ทั้งชาวยุโรปบางท่าน ที่พระราชทานเกียรติยศ หมดเชิญรับพระราชทาน อาหารเย็นร่วมไท้ นั่งไกลใกล้ตามควร มวญมากปลื้มพร้อมกัน ครั้นจวนอิ่มควรเวลา จึงออกยานามมี สุรสีห์วิสิษฐศักดิ์ กล่าวพจน์ชักชวนประดา ผู้มาประชุมเรียงราย ถวายพระพรเยาวราช นารถจึงมีด ารัสตอบ ขอบใจพอควรการ แล้วภูบาลลีลา สู่พลับพลาพิธี เจ้านพีสีจัดเพลง มาบรรเลงเริงเล่น เป็นเครื่องเพลิดเพลินจริง ทั้งชายหญิงตั้งใจ เล่นให้สนุกเต็มที่ มีทั้งตลกแกมขัน ครั้นสองยามภูบาล สู่อุทยานด าเนิร เหล่ารับเชิญภาคหลัง ตั้งแถวเฝ้าพระองค์ พระเสด็จทรงโต๊ะเลย เสวยเครื่องว่างพอควร ทั้งทรงชวนให้เจ้า บางคนเข้ายืนห้อม ล้อมที่โต๊ะนั่นไซร้ ครั้นเสร็จเสวยหน่อไท้ เสด็จขึ้นจวนพลัน ฯ


๖๑ ๏ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ให้คณะคนจีนเข้าเฝ้า เวลา บ่ายพระราชทานยา เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ เวลาเย็น พระสงฆ์เจริญพระ พุทธมนต์ถวาย พระพรชัยมงคล พิธีเสร็จ เสวยพระกระยาหารเย็น ออกยาสุรสีหวิสิษฐศักดิ์ กล่าวถวายพระพรชัยมงคล ขึ้นพลับพลา ทอดพระเนตรการแสดง เมื่อเสวยของว่างเสร็จ เสด็จ กลับจวนที่ประทับ ฯ โคลง ๔ ๏ ที่หนึ่งมกระใกล้ ถึงเพล สมเด็จพระหน่อนเรนทร์ ราชไท้ เสด็จออกและทรงประเคน บิณฑบาต เจ้าอมาตย์บางท่านได้ จัดพร้อมมาถวาย ฯ ๏ เรียงรายส ารับตั้ง เป็นขนัด ต่างที่ต่างประจงจัด อร่ามล้วน เพื่อสนองพระคุณขัต ติยราช กุมารแฮ ผู้ถูกทรงเกณฑ์ถ้วน ทั่วหน้าปรีดิ์ครัน ฯ ๏ สงฆ์ฉันส าเร็จแล้ว โมทนา สวดเสร็จถวายพรลา บพิตรเจ้า จึ่งปวงพวกที่มา ตามเสด็จ ชวนชักกันเข้าเฝ้า เกศน้อมถวายพร ฯ ๏ น าวรพระยาราชสร้อย วัลลภา นุสิษฐ์แฮ เกศก่งกล่าววาจา แด่ไท้ ข้าบาทต่างปรีดา ดลสู่ พระเฮย ดุมคู่หนึ่งจัดได้ จักน้อมน าถวาย ฯ ๏ เรี่ยรายกันทุกผู้ ปวงตาม เสด็จมา เป็นเครื่องระฦกยาม ประสูติท้าว หนึ่งชันม์พระพลันงาม ห่อนงด สราญเลย หนึ่งพระจักต่อด้าว จุ่งได้ฤทัยเจริญ ฯ ๏ จงด าเนิรแต่ทิศขึ้น ตลอดครา ข้าจักเปรมปรีดา ทั่วผู้ ศัตรูหมู่พาลมา จงพะ พ่ายนอ จงสิทธิ์ดังข้าอู้ อ่านโอ้อวยถวาย ฯ ๏ ตอนบ่ายหมู่ม่านเงี้ยว พากัน พร้อมกับตั้งสู้พลัน นอบเกล้า เฝ้าทูลบาททรงธรรม์ อ้าอ่าน สารแฮ แสดงจิตต์ภักดิ์แด่เจ้า ปกแคว้นแดนสยาม ฯ


๖๒ ๏ มีความปราโมทย์พร้อม ถวายชัย ยุพราชเจริญวัย วุฒิแผ้ว ขอเดชะพระไตรย รัตนเลิด จงปัดปวงปัทว์แคล้ว คลาศไร้วรองค์ ฯ ๏ ไผทจึ่งทรงตอบโต้ วาจา ขอบจิตต์ปวงผู้มา สู่ไท้ พระองค์ก็เมตตา หมู่ม่าน ครันแฮ ขอสิ่งประเสริฐได้ ประสิทธิ์ให้เจริญเทอญ ฯ ร่าย ๏ อนึ่งในบ่ายวันนี้ พระนพีสีพิศาลคุณ สุนทรพรตเค้าคณะ ธรรมยุติกะนิกาย ถวายธรรมเทศนา มงคลคาถาที่ เก้ามีเนื้อความธรรม ตะโปพรหมจริยะ อริยะสัจจานทัสน์ นิพพานสัจฉิกิริยา สี่นี้นาเป็นสิ่ง มิ่งมงคลอุดมสรรพ์ ครั้นเทศนาส าเร็จ พระเสด็จสู่ศาลา ผู้ดีชราหญิงชาย ถวายอภิวาทคอยเฝ้า หน่อนาถเจ้าจ าแนก ผ้าย้ายแยกครบเค้า เจ้าราชสมพันธวงศ์ น าจ านงถวายพร สุนทรพจน์จะเจน ถวายนเรนทรยุพราช ให้พระปราศข้องทุกข์ เสวยสุขทุกคืนวัน ครั้นกล่าวเสร็จภูบาล ทรงโปรยทานทั่วไป ให้ปวงเสนามาตย์ ทั้งราชภัฎคนงาน ทั้งหมดขานศัพท์ซ้อง ชวนชักกันกึกก้อง โห่ฮิ้วถวายราชานอ ฯ โคลง ๓ ๏ ออกยาสุรสีห์วิสิษฐ์ ศักดิ์คิดเชิญเหล่าข้า บาทอีกฝรั่งครบหน้า พรั่งพร้อมสโมสร ฯ ๏ เฝ้าวรบาทภูบาล ในอุทยานนั่นไซร้ เพื่อพระเกียรติหน่อไท้ ธิราชเจ้าจอมสยาม ฯ โคลง ๔ ๏ ยามเย็นเยาวราชไท้ ทรงรัถ ยานแฮ ทอดพระเนตรประทีปจัด แต่งซุ้ม ในวันประสูติขัต ติโยรส บ้านราษฎรและคุ้ม แต่ล้วนควรยล ฯ โคลง ๓ ๏ ทุกถนนประพาสทั่วถึง จึงหวนรถไต่เต้า ม้าสี่ขับรี่เข้า สู่เบื้องจวนพลัน ฯ โคลง ๔ ๏ ครั้นสองทุ่มเศษได้ เวลา ผู้พระทรงกรุณา โปรดให้ อัญเชิญนั่งโต๊ะครา นี้ร่วม พระนอ เดิรด่วนลู่นาถไท้ พรั่งพร้อมเพรียงกัน ฯ


๖๓ ๏ ทรงธรรม์จึ่งโปรดให้ จับฉลาก มีเครื่องแต่งมวญมาก จัดตั้ง ต่างตนแต่งเครื่องหลาก หลายชนิด ไทยฝรั่งจีนแขกทั้ง หมดล้วนชวนยล ฯ ๏ ทุกตนบริโภคแล้ว ภูธร จึ่งเสด็จน าหมู่จร ออกหน้า ไปทอดพระเนตรลคร เจ้าจัด ถวายนา สนุกนักจักเริงร้า โอษฐเอื้อนฮาหา ฯ ๏ วันที่ ๑ มกราคม ๒๔๔๘ (นับเดือนเมษายน เป็นปีใหม่) สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จไปถวายภัตตาหารเพล ตอนบ่ายชาวพม่า ไทใหญ่ เข้าเฝ้า และพระนพีสีพิศาลคุณ สุนทรพรต เจ้าคณะ ธรรมยุตนิกาย ถวายธรรมเทศนา มงคลคาถาที่ ๙ เจ้าราชสมพันธวงศ์ ถวายพระพร พระองค์ทรงโปรยทาน ออกยาสุรสีห์วิสิษฐ์ศักดิ์ จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติ เวลาเย็น เสด็จทอดพระเนตรซุ้มประทีปโคมไฟ เสด็จกลับมาแล้ว เวลา ๒๐.๐๐ น.เศษ ทรงจัดเลี้ยงแขก และทอดพระเนตรการแสดงละคร ฯ ร่าย ๏ ที่สองวาระเช้า หน่อพุทธเจ้าทรงรถ แสนงามงดม้าเรียบ สองคู่เหยียบดินสนั่น รถหลายคันขับตาม ข้ามฟากทางสะพานดล ถึงต าบลจะสร้าง โรงเรียนกว้างควรดู อันเหล่าครูผู้เพียร สอนคฤสเตียนลัทธิ อะเมริกะชาติ ฉลาดจัดท าขึ้นไว้ ปางรถไผทขับถึง จึงอาจารย์แฮร์ริส เชิญพระอิศรธ ารง ทรงด าเนิรสู่บัลลังก์ ฟังครูแมคกิลเวรี่ กล่าววาทีอ่านอ้อน วอนพระผู้เป็นใหญ่ ในสกลเป็นที่นบ ค ารพแห่งพวกเขา ให้ธเอาธุระ ปกป้องพระราชา และโอรสาธิราช ให้สองนาถภิญโญยศ พจน์จบลงอาเมน หมอแมคเคนจึ่งอ่าน สารเป็นภาษาสยาม มีเนื้อความยืดยาว กล่าวว่าชาวอเมริกะ ได้รับพระกรุณา แห่งราชาจอมไทย ได้อยู่เย็นเป็นสุข นฤทุกข์ภัยพาล อาจกอบการบมิขัด สอนลัทธิเยซู ปวงรู้สึกพระคุณ พระการุญภาพยิ่ง มิ่งเมืองนี้เจริญวัย อาศัยพระปรีชา ญาณแห่งราชานาถ ราษฎรไทยเหลือเกษม ชาติอื่นเปรมทั่วกัน ครั้นผองจบอาจารย์ แฮร์ริสอ่านสาร เปรื่อง อธิบายเรื่องปรารภ จบแล้วเชิยยุพราช ให้ยุรยาตรทรงวาง ศิลากลางสนามใหญ่ ให้เป็นฤกษ์เหลือดี ครั้นภูมีตรัสตอบ ขอบใจเสร็จเสด็จลง ทรงจับเก รียงถือปูน แล้วศิลาศูนย์ทรงวาง กลางที่ตามก าหนด ประทับรถบ่มิช้า สารถีขับสี่ม้า กลับเข้าคืนที่ประทับ นา ฯ โคลง ๔ ๏ สุริยาเคลื่อนบ่ายคล้อย เพลา ควรแฮ เสด็จประทับราชรถา ขับต้น สู่สถานถิ่นพลา กรจัด รับนา พระยาฤทธิไกรร้น รับไท้ทูลเชิญ ฯ


๖๔ ๏ น าด าเนิรสู่ที่ได้ จัดสรร ภายนอกผิวยลฉัน เฉกป้อม ภายในช่างผ่อนผัน แผกพลับ พลานอ ประดิษฐ์เยี่ยงคูหาห้อม ห่อห้องยลหาย ฯ ๏ นายทหารช่างจัดถ้ า ที่วิไล ในสถิตโรงเมรัย หลากล้น รูปคชอีกสิงห์ไกร เกรียงหมอบ ต่าง ๆ ช่างแคะค้น คิดตั้งต่างกัน ฯ ๏ การขันแข่งเริ่มต้น ระวางพล ทหารแฮ แข่งคู่แข่งเร็ววน วิ่งเปี้ยว สามขาคู่โทตน เท้าติด กันนา ข้างไล่ข้างลดเลี้ยว หลีกลี้หนีตน ฯ ๏ บัดดลธเสด็จด้วย มาตยา ปวงนอ ยลสิ่งปวงประดา ประดับไว้ รอบราชพลับพลา เสร็จเสด็จ เสวยแฮ พระยาฤทธิไกรได้ ดื่มพร้องยินดี ฯ ๏ พาทีเสร็จแล้วเริ่ม บุบผยุทธ ต่างเหวี่ยงวิ่งอึงอุตม์ แอบขว้าง ช้างหนีไล่อุตลุด ตลบหลีก กันนา กระดาษบุบผชาติสล้าง สลับซ้อนเรียงสี ฯ ๏ ภูมีจึ่งเสด็จขึ้น สู่พลับ พลาเฮย การเล่นต่างร้องรับ เริ่มต้น เพลาสองทุ่มลับ เศษล่วง หน่อยนอ กาละควรธร้น รีบเข้าคืนสถาน ฯ ๏ วันที่ ๒ มกราคม ๒๔๔๘ (นับเดือนเมษายน เป็นปีใหม่) สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จไปวางศิลาฤกษ์โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เสร็จแล้วเสด็จกลับ เวลาบ่าย เสด็จ ทอดพระเนตรการแข่งขันกีฬา ทอดพระเนตรการแสดง ตามค าทูลเชิญของพระยาฤทธิไกร เวลา ๒๐.๐๐ น.เศษ เสด็จกลับที่ประทับ ฯ โคลง ๓ ๏ วันที่สามจวนเพล ธทรงประเคนกับเข้า ถวายแก่สี่ตุ๊เจ้า เรียกร้องครูบา ปวงแฮ ฯ ๏ นิมนต์มาตนที่หนึ่ง ถึงที่สามที่ห้า รวมสวดซร้องเสียงจ้า อย่างเบื้องแบบโย นกนอฯ ๏ วันที่ ๓ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จถวายภัตตาหารเพล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยตามแบบล้านนา (โยนก) ฯ


๖๕ โคลง ๔ ๏ ถึงวันที่สี่ได้ โมงสาม เศษแล พระเสด็จบริพารตาม ติดต้อย เรือนางปะล างาม เป็นอาสน์ ผูกหน้าโขนพู่ห้อย ข้างเบื้องแบบบรรพ์ ฯ๏ ครั้นได้วรฤกษ์แล้ว ขบวนจรัล ปวงพวกส่งเสด็จพลัน โห่ร้อง พระสงฆ์สวดชยัน โตเพิ่ม มงคลนา เสียงสินาดยิงสนั่นก้อง ส่งไท้ทรงธรรม ฯ๏ ล าเอกพระยายอดสร้อย เมืองขวาง ลงเพื่อจักน าทาง เสด็จไท้ น้อยสมพะมิตร์พลาง คุมต ารวจ ลงอยู่ล าโทไซร้ ติดต้อยตามดี ฯ๏ ล าตรีน าหน่อไท้ ภูบาล บรรทุกหมู่พลทหาร เศิกกล้า หลวงสรชิตพลการ คุมแม่น เรือแล่นบ่ห่างหน้า ที่นั่งไท้ราชา ฯ๏ งามนาวาพระผู้ เพ็ญยศ งามรูปแม้นหล่อหมด เชิดช้อย งามลายกนกเขียนงด งามอร่าม งามพู่จามรีย้อย หยาดเย้ายวนลม ฯ๏ งามสมเป็นอาสน์ไท้ สถิตเหนือ เกศนา งามยิ่งเรืออื่นเหลือ เปรียบได้ งามอีกเหล่าลูกเรือ แลสะพรั่ง งามธวัชเยาวราชไท้ ช่อฟ้าแลไสว ฯ๏ ถัดไปเรือออื่นล้น แล่นหลาม แลหลากแต่ล้วนงาม เงื่อนล้ า เปรียบหมู่มัสยาตาม พระยานาค นายนอ แลลิ่วหลามแหล่งน้ า ลิบล้ าล าบึง ฯ๏ วันนี้หมู่ม่านได้ คิดจัด เรือนา มีแม่หญิงงามหัตถ์ อ่อนฟ้อน เข้าพิณพาทย์แห่ขัต ติยราช กุมารแฮ หมายมุ่งจักให้ซ้อน เชิดอ้าเกียรติไผท ฯ


๖๖ ๏ จงใจจัดให้คล้าย แห่องค์ อังวะขัตติยะพงศ์ เกียรติฟุ้ง เพื่อแสดงซึ่งความจง จิตต์ภักดิ์ ส่งเสด็จแทนท้องคุ้ง เกศก้มบังคมลา ฯ๏ นาวาผ่านบ้านท่า แสนยศ อีกสบปะปรากฏ ถิ่นไซร้ ถึงมียศก าหนด แสนอย่าง ก็ดี แม้ยศกันบ่ให้ สบน้องยอมคืน ฯ๏ ครั้นถึงปากทลุไท้ หยุดผทม นามที่ชวนอารมณ์ เหว่ว้า แม้อาจทลุโลกสม ดั่งชื่อ ต าบลนา พี่จักมิรอช้า รีบร้นดลสถาน ฯ๏ แม่ขานหวานเสนาะแท้ จับใจ ทนรับจากห้องใน แจ่มแจ้ว แม่ลี้จักลี้ไย หลบภัศ ดาฤา มาเถิดนางยิ่งแก้ว ค่าน้องควรเมือง ฯ๏ ถึงจอมทองจึ่งไท้ เยาวราช แรมนา ขอเดชะพระธาตุ ปกป้อง เรือจงอย่าเกยหาด เดิรสดวก ไปเทอญ ข้อยจักได้ลุห้อง นิทรน้องเนาเรือน ฯ๏ แม่สวยสรวยจักสู้ นวลนาง ได้ฤา ตัวนุชยิ่งสาวสุรางค์ ฟากฟ้า แม่แจ่มศะศิแจ่มจาง ยามปรียบ แม่แม่ จันทร์ส่องมาสบหน้า นุชแล้วจ าขวย ฯ๏ เรือล่องตามร่องน้ า เร็วมา ผาดชิดเฉียดตีนผา วิ่งชู้ หนุ่มสาวลอบรักพา กันรอด หนีพ่อ เกรงจักพรากสวาดิ์สู้ โดดให้ประลัยรวม ฯ๏ ถึงฮอดนอนนึกปลื้ม ในใจเรารอดสรรพโรคภัย ทั่วหน้า น้ าสรงซึ่งพระชัย โลหนพ เยาวราชทรงรดข้า บาทคุ้มภัยสรรพ์ ฯ


๖๗ ๏ วันที่ ๔- ๖ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จออกจากเมืองเชียงใหม่ ทางเรือ ผ่านบ้านท่า (บ้านต้า) บ้านสบปะ (อ.เมือง ล าพูน) ทรงพักแรมที่ปากทลุ เสด็จผ่านบ้าน แม่ขาน (อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่) ถึงจอมทอง แวะนมัสการพระธาตุศรีจอมทองประทับแรม เสด็จผ่านแม่สวย (บ้านแม่สอย ต าบลแม่สอย อ าเภอจอมทอง) แม่แจ่ม ผาวิ่งชู้ (บ้านดงด า ต าบลฮอด อ าเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่) ประทับแรมที่ฮอด (อ.ฮอด) ๏ ที่เจ็ดเรือจอดแคว้น มืดกา จวนหมดเขตต์แดนพา ยัพไซร้ พระยาสุจริตรักษา ตากนะ ครินทรแฮ มารับเสด็จนารถไท้ ที่นี้ถวายพร ฯ ๏ ผ่านเกาะยองหมากข้า ขอผอง พรเฮย เมี่ยงหมากพลูหนุ่มยอง เซ่นเจ้า ขอเจ้าจุ่งให้สอง สบสวาท ไวเทอญ ให้ล่องเรือสดวกเข้า จวบแคว้นแดนกรุง ฯ ๏ ผาฆ้องคิดฆ้องเมื่อ วิวาหะ เราสดับพุทธมนตร์พระ สวดซร้อง น้ าเศกกรอกสังข์ประ เกล้าเกศ หึ่มหึ่มฆ้องลั่นก้อง ประกาศให้ชัยเฉลิม ฯ ๏ ถึงอุมแปชื่อห้วย แหล่งปัน เขตต์แฮ พายัพโยนกขันฑ์ ขอบด้าว กับเมืองตากต่อกัน ไปจาก นี่นา ใจเบิกไม่กี่ก้าว จักได้เห็นเรือน ฯ ๏ ลุผาหญ้าละล้ า แลหลาม ย่านนา หญ้าละผาจะงาม ห่อนได้ เหมือนชายเมื่อถึงยาม หญิงหลีก ละพ่อ จักหมดศรีสง่าไซร้ บัดนั้นทันที ฯ ๏ ห้อมแสนนึกครั้งอยู่ นวพา ราเฮย ตามกาศนับแสนนา เรศห้อม สาวรุ่นมุ่นเกศา ซิ่นนุ่ง สวยดี เนตรพิศแต่จิตน้อม เสน่ห์น้องนางเดียว ฯ ๏ แก่งค้อนค้อนขอดสู้ ดวงสมร ได้ฤา ยามแม่แสร้งท างอน เงื่อนเย้า ค้อนควักจักให้วอน ง้อเล่น แม้พี่รู้เท่าเจ้า กลับยิ้มยวนเคียง ฯ


๖๘ ๏ ลุแก่งช้างร้องล่อง สดวกดี เสียงคชฟังบ่มี สักเตื้อ ยินอยู่แต่วารี ไหลประทะ หินแฮ ฤาอุทกอทึกเกื้อ กอบให้นามขนาน ฯ๏ ที่เกาะพระแก้วยุพ ราชา แรมเฮย ตั้งจิตต์คิดบูชา ประณตไหว้ ขอรัตนปฏิมา จงโปรด ป้องปกข้าบาทไท้ กลับบ้านดายดี ฯ๏ ผาม่านเปรียบม่านแก้ว กิริยา แผนพ่อพิศเลขา สลับสล้าง แหวกมองสบเสนหา นางแน่ง น้อยแม่ เรียมพี่แหวกแกรกบ้าง เผื่อได้เคียงเนียง ฯ๏ แก่งสร้อยชวนโศกโอ้ สายใจ ยามแรกตัวพี่ไคล ห่างสร้อย สายสร้อยเอี่ยมอุไร พันตวัด กรแม่ นึกอิจฉาสร้อยน้อย ชิดน้องอยู่เนือง ฯ๏ อุมทลุแม้ทลุได้ จริงอย่าง นามนา คงปราดไปเคียงนาง นิ่มเนื้อ นี่แก่งกลับมาขวาง ทางผิด ชื่อฮือ โอ้แก่งไยบ่เอื้อ โอบบ้างเลยหนอ ฯ๏ แก่งอาบนางน่าเศร้า ใจเหลือ ผิวะนุชมาเหนือ นี่ไซร้ พี่คงสั่งรอเรือ ชวนนุช อาบจริงนางเงือกงามแม้ได้ สบน้องเมินอาย ฯ๏ หาดผาเหล็กที่ตั้ง พลับพลา ก้อนเหล็กยังต่อยผา ละเอียดได้ แม้เพียรสิ่งใดมา ข้องขัด ได้ฤา เพียรเปรียบก้อนเหล็กไซร้ ต่อยก้อนหินทลาย ฯ๏ แก่งสองแควชื่อฉะนี้ เหตุไร ฤาศิลาแบ่งไหว ย่านน้ า สายน้ าแบ่งแยกไกล กลับร่วม สายแม่ แม้พรากสองสวาทล้ า ไม่ช้ากลับรวม ฯ


๖๙ ๏ ผาหมอนแก่งแนะให้ หวนคราง ครวญเฮย เขนยยั่วตริเป็นนาง สุดเศร้า หน าซ้ าแก่งผาขวาง ขวางกีด พี่นา ยิ่งอยากรวดถึงเจ้า กลับแกล้งขวางทาง ฯ๏ เกาะค้างเออเกาะนี้ น่าขาม ชื่อจริง แม้นี่เรือติดตาม ชื่อบ้าง พี่คงคิดพยายาม ว่ายต่อ ไปนา คงมิยอมหยุดค้าง อยู่แม้โมงเดียว ฯ๏ ครั้นถึงตละน้อย ตละหลวง คู่แฮ ชวนนึกขึ้นในดวง จิตต์ข้อย ตละเม็งหมื่นแสนปวง สรวยสุด หาเทียบเปรียบนุชน้อย หนึ่งได้ไป่มี ฯ๏ แก่งผาประทุนผ่านแล้ว ไป่นาน นักนา บรรลุแหล่งท่าพิมาน เหมาะหมั้น ประทุนแม่นิ่มนงคราญ เคียงอยู่ พิมานเทียบประทุนนั้น พี่ต้องขอประทุน ฯ๏ เรือล่องตามน้ าลิ่ว แลลาย ตาเฮย ผ่าเกาะผายแก่งหลาย แหล่งบ้าน เกาะขมิ้นนึกขมิ้นสาย สวาทชุบ สไบแม่ เดียดสุทินขมิ้นจ้าน จับเนื้อนวลเสมอ ฯ๏ ล่วงขมิ้นลุย่านบ้าน ปูนมี นามนา ปูนว่าปูนปนสี เสียดเคล้า ยามจีบแม่จักทวี เทวศคร่ า สูฤา ฤาแม่มีสุขไป่เศร้า อยากแจ้งใจไฉน ฯ๏ วังหม้อมีธาตุตั้ง แต่กาล ก่อนนา ได้นบพระธาตุมาน มนัสแผ้ว จุดเทียนธูปนมัสการ เศียรประณต จงประสิทธิ์ให้ข้าแคล้ว คลาศพ้นปวงภัย ฯ๏ แรมบ้านตาดตีนตั้ง พารา เก่าแฮ เดิมเรียกตักกะสิลา ชื่อใช้ เรียกตามแหล่งวิทยา ลัยพุทธ กาลพ่อ ผู้เสร็จศึกษาไซร้ สุขสิ้นจิตต์สม ฯ


๗๐ ๏ หนองบัวเหนือชื่อบ้าน ผ่านมา นึกเมื่อพลายแก้วพา นิ่มน้อง วันทองจากเคหา พักเก็บ บัวแม่ แสนสุขใดบ่ข้อง ขัดให้คลายเกษม ฯ ๏ วันที่ ๗ - ๑๑ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จผ่านแคว้นมืดกา (ท่าเดื่อ-มืดกา อ.ดอยเต่า) เมื่อเสด็จออกจากเขตมณฑลพายัพ พระยาสุจริตรักษา เจ้าเมืองตาก รับเสด็จเข้าเขตเมืองตาก ผ่านเกาะยองหมาก ผาฆ้อง ห้วยอุมแป ผาหญ้าละ แก่งค้อน แก่งช้าง เกาะพระแก้ว ประทับแรม เสด็จผ่าน ผาม่าน แก่งสร้อย อุมทลุ แก่งอาบนาง หาดผาเหล็ก ประทับแรม เสด็จผ่าน แก่งสองแคว แก่งผาหมอน เกาะค้าง ตละน้อย ตละหลวง แก่งผา ประทุน บ้านท่าพิมาน เกาะผาย เกาะขมิ้น บ้านปูน วังหม้อ ประทับแรมที่บ้านตาดตีนตั้ง (บ้านตักศิลา) ผ่าน บ้านหนองบัวเหนือ (ต.หนองบัวเหนือ อ.เมือง จ.ตาก) ร่าย ๏ วันที่สิบสองไซร้ เรือทรงไท้จอดหน้า ที่ว่าราชการเมือง ตากเรืองเกียรติแต่ก่อนมา ครั้นสามนาฬิกาบ่าย พระผันผายสู่สถาน ว่าราชการตากนคร ภูธร ทอดพระเนตรเสร็จ เสด็จประทับณห้องกลาง พลางเหล่าข้าราชการ ทั้งฝ่ายทหารพลเรือน บมิเชือนช้ารีบไคล ไปยืนเรียงเรียบแถว แล้วผู้ว่าราชการ เนืองจึงขานนามกร ถวายภูธรเรียงตน จนครบทุกท่านเสร็จ พระเสด็จสู่ลาน ทวยหาญตั้งแถวไว้ ให้ทรงตรวจเป็นขนัด ยังฝึกหัดก าลังกาย หมายให้พลากรแข็ง แรงเริงรุดปัจจามิตร ยามประชิดบ่มิย่อ ต่อนั้นหัดท่าปืน ยืนนั่งยิงสรไฟ น่ามิใคร่ครั่นคร้าม ขามขยาดยามโรมรัน ครั้น ธ ทอดพระเนตรเสร็จ สมเด็จหน่อนาถไท้ ธครรไลสู่วัด บริษัทกิมเซ่งหลี มีหลวงจิตจ านง ลงนามเป็นหัวหน้า ศรัทธาปฏิสังขรณ์ งามงอนเงื่อนงามงด อุโ บ ส ถ ถูป วิห า ร กุฏ า ค า รโ รง เ รี ย น ส อน อ่ าน เ ขี ย น เ ล ข วิ ช ช า ธ ธ ร ร ม ยุ ติ ก า สง ฆ์ ส ถิ ต หลวงจิตรจ านงทูลวอน ให้ภูธรธขนาน นามประทานวัดใหม่ ไท้กรุณาโปรดให้ ไว้ว่าสีตลาราม ตามนามเดิมหลวงจิตร แล้วบพิตรธกลับ มาสู่พลับพลาพลัน ในวันพรุ่งตอนเช้า ธเข้าสู่ศาลเมือง ทรงฟังเรื่องราวคดี อันมีในวันนั้น ครั้นตะวันบ่ายได้สาม นาฬิกาตามก าหนด ธเลี้ยวลดประพาส ตามตลาดเลยสู่วัด หัวเดียษถนัดแนวทาง เสวยเครื่องว่างนานา อันข้าราชกิจมี จิตต์ยินดีแต่งไว้ ยามหน่อไท้เสวยเสร็จ เสด็จลงนาเวศน้อย แล่นล่องตามร่องคล้อย เคลื่อนเข้าคืนสถาน ฯ ๏ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จถึงศาลาว่าราชการเมือง ตาก ตอนบ่ายเสด็จทอดพระเนตรสถานที่ราชการเมืองตาก เสร็จแล้วให้ผู้ว่าราชการน าเหล่า ข้าราชการเข้าเฝ้า จากนั้นเสด็จไปวัดน้ าหัก ซึ่งบริษัทกิมเซ่งหลี ที่มี หลวงจิตจ านงวานิช (บุญเย็น โสภโณดร) ปลัดฝ่ายจีนเมืองตาก เป็นหัวหน้าการปฏิสังขรณ์ ประทานชื่อวัดใหม่ เป็น “วัดสีตลาราม”( ต.ระแหง อ.เมืองตาก) เสร็จแล้วเสด็จกลับพลับพลา เวลาเช้าวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๔๔๘ เสด็จไปฟังการพิจารณาคดี ที่ศาลเมืองตาก เวลา ๑๕.๐๐ น. เสด็จประพาสตลาด และวัด หัวเดียดระแหง (วัดดอยคีรี) เสด็จลงเรือกลับที่ประทับ ฯ


๗๑ โคลง ๓ ๏ วันที่สิบสี่เพลา นาฬิกาเกือบห้า นาเวศทรงโอ่อ้า ล่องน้ าแลเพลิน ฯ โคลง ๔ ๏ เชียงทองนึกเมื่อครั้ง ขุนแผน ท าศึกเชียงทองแดน สุดแกล้ว ได้ลาวรูปงามแสน ยามเศิก สิ้นแล พี่เสร็จราชกิจแล้ว สุขได้ดั่งพลาย ฯ๏ บ้านห้วยแม่ท้อผ่าน ริมทาง นึกหวั่นว่านวลนาง อยู่ห้อง จักคอยพี่กลับพลาง จิตต์จัก ท้อแม่ รอหน่อยเถอะนิ่มน้อง ไป่ช้าผัวเคียง ฯ๏ ประจ ารักรักพี่ต้อง ประจ าจริง ค้นโลกบ่พบหญิง เปรียบเจ้า ใจพี่เปรียบผีสิง ศาลจอด ใจแม่ หญิงอื่นหมื่นแสนเก้า โกฏิแพ้นางเดียว ฯ๏ เย็นเรือสมเด็จเจ้า จอดวัง เจ้านา นามถิ่นเหมาะดูดัง คาดไว้ ว่าไผทจักต้องยั้ง ยับอยู่ พนมพ่อ ควรยิ่งควรที่ไท้ จักยั้งวังพนม ฯ ๏ พรมแดนเมืองตากนี้ จรดเพียง คลองชื่อวังเจ้าเตียง เขตต์เข้า ต่อไปลุแดนเวียง ก าแพงเพ็ชร์ เรือผ่านหน้าศาลเจ้า ที่นี้ถือขลัง ฯ๏ ท่าคูนน าตริได้ ในครา นี้เฮอ ก่อนรกแม่หนักหนา อยู่แล้ว แต่ยามห่างเสนหา มาเดียว ความรักนางยิ่งแก้ว เติบขึ้นทวีคูณ ฯ๏ เรือจอด ณ เกาะน้อย นามขนาน พิมูลนา พระวิเชียรปราการ ประณตไท้ กราบทูลแด่ภูบาล ในบัด นี้แฮ ก าหนดประพาสไว้ หมดสิ้นในเมือง ฯ


๗๒ ๏ วันที่ ๑๔ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จโดยเรือพระที่นั่ง ผ่านบ้านเชียงทอง ( ต าบลระแหง อ าเภอเมืองตาก) บ้านห้วยแม่ท้อ (ต าบลป่ามะม่วง อ าเภอ เมืองตาก) บ้านประจ ารัก (บ้านประจ ารักษ์ ต.วังหิน) ประทับแรมที่บ้านวังเจ้า ฯ ๏ วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๔๘๘ เสด็จผ่านบ้านท่าคูณ (ต าบลโกสัมพี อ.โกสัมพี จ.ก าแพงเพชร) ขบวนเรือจอดที่บ้านเกาะน้อยพิมูล (บ้านเกาะพิมูล ต.ลานดอกไม้ตก อ.โกสัมพี) พระยาวิเชียรปราการ (ฉาย อัมพเศวต เจ้าเมืองก าแพงเพชร พ.ศ. 2447 – 2454) เฝ้ารับ เสด็จ และทูลเชิญเสด็จเข้าเมืองก าแพงเพชร ฯ ๏ ที่สิบหกเรือผ่านใกล้ วัดด า น้ านา ที่พิสูจน์ความกระท า อย่างกี้ ผู้ด าอดทนช า นะถนัด เป็นแบบมาเช่นนี้ เมื่อครั้งเบาราณ ฯ ๏ เออเกาะปู่เจ้าเอะ ไฉนนา จึ่งหยิบชื่อนี้มา ยกให้ ฤาปู่ฤทธิเรืองอา นุภาพ เกิดเมตตาชาวใต้ ล่องน้ ามาเยือน ฯ ๏ จวนเที่ยงเรือจอดหน้า ก าแพงเพ็ชร์ เรืองเกียรติรับศึกเสร็จ ศึกแพ้ จุดพลุลั่นรับเสด็จ แทนสินาด ทวยราษฎร์ลงเรือแปล้ เพียบน้ าแข่งถวาย ฯ โคลง ๒ ๏ บ่ายสี่โมงล่วงแล้ว พระเสด็จจากเรือแก้ว เสด็จเต้าตามทาง ฯ โคลง ๓ ๏ ศาลากลางศาลคุก ทุกสถานทรงตรวจไซร้ ทั่วหมดจึงหน่อไท้ กลับเข้าคืนสถาน ฯ ๏ ค่ าภูบาลเสวยเสร็จ เสด็จออกมุขหน้าแล้ ลครตลกเล่นสนุกแท้ ทั่วทั้งหมดเริง ยิ่งนา ฯ ๏ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จโดยเรือพระที่นั่งผ่านวัด ด าน้ า (ต.ลานดอกไม้ อ.โกสัมพีนคร) ผ่านเกาะปู่เจ้า เวลาเที่ยงขบวนเรือจอดหน้าเมือง ก าแพงเพชร เวลา ๑๖.๐๐ น. เสด็จทอดพระเนตร ศาลากลาง ศาล คุก เวลาเย็นเสวยเสร็จเสด็จ หน้าพลับพลาที่ประทับทอดพระเนตร การแสดงละคร ฯ


๗๓ โคลง ๔ ๏ วันพรุ่งโอรสเจ้า ทรงอา ชาแฮ ดลสู่เขตต์พารา เก่าไซร้ ข้ามคูป่ายปีนปรา การเก่า พิศพิศเวียงนี้ให้ เหี่ยวแห้งใจจริง ฯ๏ มิ่งเมืองเรืองเกียรติฟุ้ง แต่ครา ก่อนแฮ เป็นที่มีราชา ดิลกด้าว ศรีรัตนปฏิมา เคยสถิต ก าแพงเพ็ชร์เดชอะคร้าว บัดนี้เป็นพง ฯ๏ ปลงจิตต์ลองคิดย้อน ยามเวียง มีนิเวศน์ประสาทเรียง สลับสล้าง บริบูรณ์สรรพสิ่งเพียง เวียงฟาก ฟ้าพ่อ พลรบครบแสะช้าง พรั่งพร้อมเสนา ฯ๏ อาวาสปรางค์ธาตุล้วน แลตระการ พร้อมอุโบสถ์กุฎีวิหาร เลิดล้ า เทวรูปสถิตสถาน ไพจิตร หาเขตต์เวียงใดก้ า กว่านี้มีฤา ฯ๏ ชนฦาเดชราชเจ้า ก าแหง เก่านา ปวงดัษกรพ่ายแรง ฤทธิไท้ ไป่นานซิพยัคฆ์แฝง ในนิเวศน์ ร้างพ่อ พี่แนะให้เห็นได้ โลกล้วนอนิจจา ฯ๏ ราชาเกียรติเกริกกล้ า แดนไตร ทรงยศปรากฏใน แหล่งหล้า ถึงกาล ธ ล่วงไป ตามโลก อัครเรศเดชโอ่อ้า ไป่เพี้ยงปวงตน ฯ๏ แม้ชนผู้จัดสร้าง ปวงสถาน จักล่วงลับไปนาน แน่ไซร้ ป้อมคูและปราการ ยังอยู่ แสดงความอุตส่าห์ให้ ประจักษ์แจ้งแก่ตา ฯ๏ แต่ปราการและป้อม ประตูคง ยังต้องทะลายลง สักคร้ง มั่นจริงก็แต่ตรง บุญบาป เราจึงควรแต่ตั้ง จิตต์เกื้อการกุศล ฯ


๗๔ โคลง ๓ ๏ ปวงข้าราชการเมือง จัดเครื่องเอมโอชไว้ ถวายแด่พระหน่อไท้ เสร็จล้วนยินดี ฯ ๏ โภชนาหารรสหลาก ทั้งบุหรี่หมากจัดพร้อม ผู้ว่าราชกิจน้อม เกศเกล้าทูลถวาย ฯ โคลง ๔ ๏ บ่ายห้าโมงเศษแล้ว ภูบาล ยุรยาตรสู่ท าเลสถาน กะตั้ง ศาลาว่าราชการ เมืองใหม่ ถึงถิ่น ธ ยับยั้ง อยู่หน้าพารา ฯ ๏ เทศาก้มเกศน้อม ทูลเยาว ราชแฮ เชิญเสด็จทรงเจิมเสา เอกไซร้ เสานี้จักถือเอา เป็นหลัก ฤกษ์นา ข้าราชกิจจักได้ สวัสดิ์พร้อมเพรียงกัน ฯ ๏ ทรงธรรม์โปรดรับถ้อย ทูลวอน ธ แตะแจะเจิมขอน เสร็จแล้ว ทรงปักธวัชเงื่อนงอน หมายแหล่ง พิณพาทย์ส่งเสียงแจ้ว แจ่มจ้าเจนประโคม ๏ วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงม้าเสด็จไปทอดพระเนตร เมืองเก่าก าแพงเพชร วัดพระแก้ว (ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ก าแพงเพชร) เสวยพระกระยาหารที่เจ้าเมืองก าแพชเพชร จัดถวาย เวลา ๑๗.๐๐ น. เสด็จไปทรงเจิมเสาเอก ศาลากลางหลังใหม่ ฯ โคลง ๓ ๏ เช้าที่สิบแปดทรงเรือ ถ่อแทบเหนือย่านน้ า เสด็จสู่พระธาตุล้ า เลิดล้วนยวนตา ฯ ๏ พระยาตะก่าที่ล่วงลับ กับพระโป้เกรียงไซร้ ปฏิสังขรณ์ใหม่ไว้ แทบหน้าไตรตรึงศ์ เก่านา ฯ โคลง ๔ ๏ ได้ฤกษ์เรือล่องน้ า แลสลอน แลจับแสงทิณกร กระจ่างจ้า เรือทรงพระภูธร เยาวราช น าหน้าดูอาจอ้า โอ้คล้ายเรือหงส์ ฯ


๗๕ ๏ เกาะแขกนึกแปลกเจ้า จุฬา พลัดพรากจากเมืองมา แปลกด้าว เจ้าไม่ห่วงเคหา และลูก เมียฤา ข้าห่างนิดยังร้าว อกช้ าระก าใจ ฯ๏ เรือเดิรจนจวบใกล้ เวลา เที่ยงแฮ จึงทอดท่าหน้าอา วาสไซร้ ต าบลวังพระธาตุรา ชาเสด็จ ทอดพระเนตร์เมืองเก่าใกล้ ที่นี้ในดง ฯ ๏ เทพนครเมืองเก่านี้ ตามนิยม เรียกนา อีกว่าท้าวแสนปม ธ สร้าง แต่ดูร่องรอยผสม กับเรื่อง ชะรอยจะเป็นค่ายร้าง แต่ครั้งธนบูรี ฯ๏ วัดพิกุลชื่อเย้า ยั่วยวน นีกเมื่อคราแม่นวล อบผ้า พิกุลตระหลบหวน กลิ่นอ่อน กลิ่นบ่จางจืดอ้า อบเย้าอยู่เสมอ ฯ๏ บ้านโคนค่ายเก่าตั้ง หว่างวัน พฤกษ์พ่อ ประชุมทัพไทยเพื่อประชัน ประชิดเสี้ยน พระยานครสวรรค์ เป็นแม่ ทัพนา เมงม่านสังหารเหี้ยน พ่ายแพ้กรุงธน ฯ๏ เรือล่องตามร่องน้ า เวียนวน เลี้ยวลดคดแทบทน บ่ได้ เหมือนแสร้งมิให้ดล ถึงถิ่น เลยแม่ ลุท่าพุทราไท้ หยุดยั้งบรรทม ฯ ๏ เออวังนางรั้งชื่อ เก่งจริง ใจพี่ราวยอดหญิง แม่รั้ง นางรั้งอยู่ใครชิง ไปห่อน ได้เลย รักพี่จอดจู่ยั้ง อยู่ใกล้ใจเพียง ฯ๏ แม่ลาดนามหมู่บ้าน ริมทาง นึกเมื่ออยู่ใกล้นาง นิ่มน้อง เสื่อพรมแม่ลาดพลาง จัดโภชน์ ยามเสร็จเสียงเพราะพร้อง เพรียกให้มากิน ฯ๏ ราษฎรฦาเล่าอ้าง คนที่ วังนา เป็นแหล่งหลากกุมภีล์ สถิตไซร้ ขะรอยเกรงพระบารมี เยาวราช จึ่งบ่โผล่ขึ้นให้ ประจักษ์แจ้งแก่ตา ฯ


๗๖ ๏ เกาะสะพานนากผ่านแล้ว ชวนค า นึงนอ ถึงกษัตริย์ตามนิยายจ า จดไว้ ผู้ปองพระธิดาท า สะพานนาก ทองพ่อ พี่ก็ยอมแม้ได้ สู่น้องเคียงสงวน ฯ ๏ นั่งเหลียวแลย่านน้ า เพลินเผลอ นาเวศหน่อนาถเลอ โลกไซร้ ลุที่ว่าการอ าเภอ ขาณุ จอดพลับพลาแต่งไว้ เพื่อท้าวเธอแรม ฯ ๏ บ้านแสนตออยู่ใกล้ พลับพลา ชนอยู่ที่เกศา ประหลาดแท้ สีแดงแข่งสุริยา โพยมพยับ ดูดุจยุโรปแส้ ตกค้างหว่างไทย ฯ ๏ ตีกระเชียงเรือล่องน้ า ทวนลม เนิบเนิบถึงหาดชะอม ชื่อบ้าน อันเป็นที่สองพรม แดนต่อ ก าแพงเพ็ชร์เขตต์ต่อต้าน เขตต์แคว้นสัคค์นคร ฯ ๏ บ้านใหม่ใหม่ด้วยเหตุ อันใด ชื่อใหม่ตัวบ้านไฉน จึ่งร้าง สุภาษิตขานไข ค าเปรียบ ภายนอกใสสุกสล้าง แก่นไซร้เป็นโพรง ฯ ๏ ท่าจันชื่อแม้นท่า พระจันทร์ กรุงเทพมหานครอัน เกียรติก้อง ชวนจิตต์พี่ชายจรัล จอดนุช เรียมพี่เหาะสู่ห้อง นิ่มน้องเนากรุง ฯ ๏ บ้านน้ าหนักหักน้ า อย่างไร จักหักของอ่อนไฉน จักได้ ชะรอยยากเทียบหักใจ หายโศก ยิ่งรักยิ่งหักให้ เหือดแห้งห่อนหาย ฯ ๏ ร่องน้ าดูดุจแกล้ง เคี้ยวคด เพื่อหน่วงให้ห่างรส สวาทว้า จอดแรมป่าบรรพต อ าเภอสถิต อึดอัดเออช่างช้า ดุจแกล้งแชเชือน ฯ


๗๗ ๏ นาวาผ่านบ้านเกาะ หูกวาง บึงใหญ่มีอยู่ทาง นี่ไซร้ มีถนนตัดข้างกลาง บึงนั่น อีกพะเนียดเก่าใช้ จับช้างโขลงดง ฯ๏ ถนนข้ามบึงใหญ่ ถมครา พระพุทธเจ้าเสือลิลา จับช้าง ช้างต้นถล าราชา พิโรธ โอรสแฮ หาว่าจักคิดล้าง ชีพไท้บิตุรงค์ ฯ๏ องค์ขัตติเยศเจ้า อยุธยา ตรัสเฮย อ้ายลูกเห็นกูชรา อยู่ไซร้ ชวนกันคิดกบฏมา ท าหล่ม ไว้แฮ ยามตกมันจักได้ โดดเข้ารุมประหาร ฯ๏ คชาธารข้ามเขตต์ บึงขวาง แล้วแล แปรพักตรข้างปฤษฎางค์ จึ่งท้าว เห็นเอารสสองพลาง พระพิโรธ นักนา ยกพระแสงของ้าว เงือดเงื้อหมายฟัน ฯ๏ บัณฑูรน้อยเชิดด้าม ขอรับ ปิดพระเชฏฐาฉับ ไป่ต้อง แล้วสองเร่งรีบขับ ช้างแล่น หนีรุดตามเถื่อนท้อง ทุ่งทั้งป่าพง ฯ๏ บิตุรงค์ขับช้างไล่ หมายประหาร จวนชิดจึงนายควาน นั่งท้าย จ้องขอเกี่ยวท้ายสาร ไว้ถนัด ช้างที่นั่งจึงย้าย ยาตรเยื้องไป่ทัน ฯ๏ ครั้นโอรสหลบพ้น จึงนารถ มีราชโองการประภาษ แก่ข้า ทูลละอองธุลีพระบาท จงติด ตามแฮ จับกบฏสองอย่าช้า จับให้ตัวกู ฯ๏ หมู่เสนามาตย์ร้น รีบไป ทันจับสองหน่อไผท ธิราชเจ้า น าองค์รีบครรไล สู่ค่าย หลวงแฮ ธ สั่งให้ผูกเข้า หลักแล้วลงอาญา ฯ๏ ราชาสั่งให้เฆี่ยน เป็นนิตย์ รับเสด็จบรมบพิตร เดชเรื้อง เช้ายกบ่ายยกคิด สมโทษ จนกว่าพระจักเยื้อง ยาตรเข้าคืนนคร ฯ


๗๘ ๏ วรโอรสจึ่งใช้ นายผล ไปนา เชิญพระไอยิกาดล สู่ไท้ เจ้าแม่จึ่งวอนยุคล ขอโทษ ไผทโปรดยกโทษให้ ขับเข้าคืนกรุง ฯ ๏ ท่าลบลบโศกเศร้า หมองศรี ได้ฤา คิดหักรักสักที ห่อนได้ ยิ่งหักรักยิ่งทวี รักหนัก รักกลบลบสุขไซร้ สุขสิ้นศูนย์สลาย ฯ ๏ ลุบ้านเต้าเลี้ยวจอด เรือทรง ที่นี่เหล่าจีนผจง จัดสร้าง ศาลาเพื่อผู้ลง ขึ้นตรวจ การนา ท าเหมาะดีอยู่ข้าง ฝั่งน้ าล าโพ ฯ ๏ พระเสด็จจรอยู่เบื้อง ศาลา เพื่อคณะไหหล าคลา ระยอบเฝ้า กิมฮวยธูปเทียนมา ถวายนารถ ครั้นเสร็จเยาวราชเจ้า ยาตรเยื้องคืนเรือ ฯ ๏ นาวาคลาเคลื่อนคล้อย ลอยตาม น้ านอ ไป่เนิ่นถึงเขตต์คาม ชื่อชี้ หมู่บ้านหาดทรายงาม ปรากฏ ขบวนหยุดอยู่ที่นี้ เพื่อท้าวเธอแรม ฯ ๏ ครั้นรุ่งโมงเศษเช้า ยี่สิบสอง วาระแฮ นาเวศงามเรืองรอง เลิดล้น บริพารพิศดุจกอง เรือรบ งามหมดยามเคลื่อนพ้น หาดบ้านทรายงาม ฯ ๏ แล่นหลามหลากแล่นคล้อย เคลื่อนคลา ถึงปากน้ าโพนา เวศไซร้ เข้าเทียบท่าอันประดา ประดับธวัช กาละควรจึ่งไท้ ย่างเยื้องจากเรือ ฯ ๏ ตลาดเหนือ ธ ผ่านแล้ว เสด็จตรง สู่วัดธรรมฐิติวงศ ชื่อชี้ โรงเรียนจัดจ านง สอนวิทย์ ทอดพระเนตรเสร็จ ธ ลี้ ลาศพ้นอาราม ฯ


๗๙ ๏ เสด็จตามถนนตลาดได้ ถึงศาล อ าเภอนา ลงสู่นาวาตระการ ล่องน้ า ลุหน้าที่ว่าการ มณฑลจึ่ง ประทับพลับพลาล้ า เลิดล้วนแลวิไล ฯ ๏ วันที่ ๑๘-๒๒ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงเรือพระที่นั่งเสด็จไปวัด พระธาตุ ผ่านเกาะแขก ไปวัดวังพระธาตุ (ต าบลไตรตรึงษ์ อ าเภอเมืองก าแพงเพชร จังหวัด ก าแพงเพชร) วัดพิกุล บ้านโคน (ต าบล คณฑี อ าเภอเมืองก าแพงเพชร) ประทับแรมที่ท่าพุทรา (อ าเภอคลองขลุง) ฯ ๏ ผ่านวังนางรั้ง บ้านแม่ลาด (ต าบล แม่ลาด อ าเภอคลองขลุง) ประทับแรมที่อ าเภอ ขาณุวรลักษบุรีฯ ๏ ผ่านบ้านแสนตอ (ต.แสนตอ อ.ขาณุวรลักษบุรี) บ้านหาดชะอม บ้านใหม่ ท่าจัน (ต.พัน ลาน อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์) บ้านน้ าหนัก ประทับแรมที่อ าเภอบรรพตพิสัย (นครสวรรค์) ฯ ๏ ผ่านบ้านเกาะหูกวาง (ต.หูกวาง อ.บรรพตพิสัย) บ้านท่าลบ บ้านเต้าเลี้ยว (บ้านเก้า เลี้ยว) หยุดพัก ที่บ้านหาดทรายงาม ฯ ๏ ถึงปากน้ าโพ เสด็จขึ้นจากเรือ เสด็จไปวัด ธรรมฐิติวงศ์ (วัดโพธาราม) เสด็จลงเรือ เสด็จถึงที่ว่าการเมืองนครสวรรค์ ประทับแรม ฯ ร่าย ๏ ซาวสามมังกรมาศ ยุพราชเจ้าแต่งองค์ ทรงเครื่องครึ่งยศขาว พราวพริ้งเพริศชวนชม พิศท่าคมท่าทหาร สามโมงนรินทรเสด็จออก ทหารบอกเดิรขบวน มวญหมู่ข้าตามขนัด บัดถึงพลับพลาหลวง ปวงข้าราชกิจเฝ้า จึ่งหม่อมเจ้าค ารบ นบเกศเกล้าทูลสาร ว่าปวงทห า รนครสัคค์ จิตต์จงรักต่อไท้ ได้เรี่ย รายส ร้ างสะพาน ทห ารนฤมิตน ามต ระหนัก เพื่อเป็นหลักที่ระลึก นึกถึงคราวเสด็จประพาส ขาดค าทูลยินโห่ โร่รับฮิ้วสามที พิณพาทย์ตีสรรเสริญ จบเพลงเมิลพระยาชล หัวหน้าพลเรือนค านับ รับฉันทะอภิวาท เทพพระบาทยุคล ว่าผองพลเรียนเฉลี่ย เรี่ยรายทรัพย์สรรสร้าง สะพานข้างหนึ่งส าเร็จ ขอเชิญเสด็จพระองค์ ทรงเปิดให้เป็นฤกษ์ เบิกทางให้ราษฎร ได้สัญจรไปมา เปรมปรีดาทั่วผู้ รู้ระฦกคุณคราวเสด็จ พอกล่าวเท็จโห่ก้อง โห่ฮิ้วร้องรับเพลงก่อน นรินทรตอบเสร็จ ธ ก็เสด็จสู่สะพาน ตัดสายม่านแพรขึง ดึงแพรสีปกป้าย ฝ่ายพิณพาทย์บรรเลง เป็นเพลงสาธุการ เสร็จเปิดสะพานท่านท้าว ยาตร์กลับทางเก่าก้าว สู่ห้องต าหนักน้ าท่านนา ฯ โคลง ๒ ๏ ยามเย็นทรงแสะเต้า ตามมรรคริมฝั่งเข้า สู่เบื้องโรงทหาร ฯ โคลง ๔ ๏ หม่อมเจ้าค ารบผู้ บัญชา การเฮย แต่งเครื่องมีโอชา รสไว้ ตั้งโต๊ะที่ศาลา บัญชากิจ เชิญเสด็จพระหน่อไท้ นารถเข้าไปเสวย ฯ


๘๐ ๏ ครั้นกาลเลี้ยงเสร็จแล้ว เหล่าทหาร ถือประทีปแลลาน เนตรล้ า ร้องยอเกียรติภูบาล เดิรวก เวียนแฮ เพลงเสนาะค าเพราะซ้ า เนตรนั้นแลเพลิน ฯ ๏ สโมสรนามออกอ้าง จัตุรงค์ เริงเล่นลิเกวง หนึ่งไซร้ หมายประเลงพระเผ่าพงศ์ สมมติเทพ และหมู่ราชภัฎให้ สนุกพร้อมเพรียงกัน ฯ โคลง ๓ ๏ ครั้นเวลาดึกควร จวนเที่ยงคืนอยู่แล้ว ยุพราชทรงอัศว์แผ้ว สิริเข้าคืนสถาน ฯ ๏ เวลา ๐๙.๐๐ น.ที่ ๒๓ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จไปทรงเปิด สะพานที่สร้างใหม่ เสร็จแล้วเสด็จกลับ เวลาเย็น ทรงม้าเสด็จตรวจโรงทหาร เสวยพระกระยา หารที่หม่อมเจ้าค ารบจัดถวาย เหล่าทหารร้องเพลงเฉลิมพระเกียรติ ใกล้เที่ยงคืน เสด็จกลับที่ ประทับแรม ฯ โคลง ๔ ๏ ที่ยี่สิบสี่เช้า เวลา ควรเฮย เสด็จประทับกลนาวา เคลื่อนคล้อย สู่บึงบอรเพ็ดรา ชาประพาส ปวงราษฎร์แควใหญ่น้อย มุ่งหน้าพระองค์ ฯ ๏ พระทรงเรือเล็กเลี้ยว ตามล า คลองแฮ ประทับพลับพลาปร า หว่างน้ า เสวยเครื่องราษฎรท า เทียบจัด ถวายนา เลิดอร่อยรสล้ า น่าลิ้มลองดู ฯ ๏ หมู่มัสยาเลี้ยวไล่ เวียนวน แหวกว่ายตามสายชล แช่มช้อย ยิ่งพิศยิ่งเยือนยล ยวนเนตร์ หลายหลากพรรณใหญ่น้อย กว่าร้อยเรียงราย ฯ ๏ ต่างว่ายเคียงคู่เคล้า คลึงชม แสนสุขสมคู่สม สวาทไซร้ ……………………………………. ……………(บาทที่ 3 ขาดไป) สาจิตต์สูบ่ได้ รับน้องมาเคียง


๘๑ ๏ สุริยาเพียงยอดไม้ บัดดล สู่เรือที่นั่งกล กลับหน้า แล่นเรือล่องล าชล ถึงถับ กาละถ้วนโมงห้า บ่ายได้พอดี ฯ ๏ เวลาเช้า วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงเรือกลไฟพระที่นั่ง เสด็จบึงบอระเพ็ด ทรงเปลี่ยนเป็นเรือพายไปตามล าคลอง ประทับที่พลับพลาและเสวยพระ กระยาหารที่ราษฎรจัดถวาย เวลาบ่ายทรงเรือกลไฟกลับที่ประทับ ฯ โคลง ๒ ๏ ยี่สิบห้าวาระเช้า นาเวศสมเด็จเจ้า เคลื่อนคล้อยจากนคร สัคค์นา ฯ โคลง ๔ ๏ ผ่านบ้านกลางแดดแจ้ง สุริยา ส่องแฮ บ้านร่มเงาพฤกษา อยู่บ้าง ฝ่ายเราสิจ าคลา กลางแดด ร้อนนา ร้อนอกโอ้อกร้าง เริ่มไร้เสน่หา ฯ ๏ร้อนอากาศอาบน้ า บรรเทา ร้อนแดดพอแฝงเงา ร่มได้ ร้อนในอุระเรา เหลือหลีก ร้อนอกราคหมกไหม้ หม่นเพี้ยงเพลิงรุม ฯ ๏ ย่านมัทรีตริเจ้า มัทรี ยามทราบโพธิสัตว์ศรี กษัตริย์ไซร้ ยกกุมารประทานชี หินะชาติ แล้วนา เหลือโศกนางร่ าให้ นึกไว้สงสาร ฯ ๏ เรือทรงพระหน่อไท้ ภูมี ล่องแล ลุแหล่งยางเศรษฐี ที่ตั้ง อ าเภอพยุหคีรี เวียงเก่า ขบวนเสด็จถึงจึ่งรั้ง อยู่ใกล้ศาลอ าเภอ ฯ ๏ ท่าน้ าอ้อยนึกอ้อย หวานจริง ยังไป่สู้ยามหญิง สวาทล้ า นั่งแนบแอบเอนอิง แทบอก หวานเสน่ห์รสอื่นก้ า กว่านี้มีฤา ฯ


๘๒ ๏ มโนรมย์สมชื่อแม้ นางมา ด้วยพี่ นี่สิมัวคนึงหา แต่เจ้า เสียดายมิอาจพา มาเที่ยว นี้แม่ แม่จักชวนสร่างเศร้า สวาทน้องเสวยรมย์ ฯ ๏ วัดโคกนามวัดโอ้ สะกิดใจ อาวาสนามดุจใคร แซ่งเย้า ชื่อชวนใฝ่ฝันไป ว่าอยู่ บ้านแม่ ตาเหลือบบ่เห็นเจ้า จึงรู้สึกตน ฯ ๏ เกาะตารักให้ตริ ถึงครา หลังแล แรกพี่พบกัลยา นิ่มน้อง ตาพี่ลักจับตา นุชหลบ ตาพี่ ตาสบตาต่างต้อง จิตต์พ้องเสน่หา ฯ ๏ ธรรมามูลแวะขึ้น พิมพ์จักร มาฝากแม่ยอดรัก ยิ่งแก้ว จักรจงช่วยพิทักษ์ เราเถิด ขอโรคภัยจุ่งแคล้ว คลาศพ้นตนไป ฯ ๏ ไชยนาทนฤนารถก้อง ฦาชัย บารมี ยามพระเหลือเกศไทย ชนะเสี้ยน บรเทศศัตรูกษัย สิบทิศ พระเดชพระปราบเหี้ยน ระยอบน้อมยอมกลัว ฯ ๏ พระไชยนฤนารถผู้ ครองเวียง จัดที่ประทับเคียง เขตต์บ้าน ละคอนเล่นซ้องเสียง เจนบท ต ารวจทหารตรวจด้าน พิทักษ์ให้ทรงธรรม์ ๏ เวลาเช้า วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงเรือพระที่นั่งเสด็จ ออกจากนครสวรรค์ ผ่านบ้านกลางแดด (ต าบลกลางแดด อ าเภอเมืองนครสวรรค์) ย่านมัทรี (ต าบลย่านมัทรี อ าเภอพยุหะคีรี) บ้านยางเศรษฐี ทรงพักที่อ าเภอพยุหะคีรี ผ่านบ้านท่าน้ าอ้อย อ าเภอมโนรมย์ (ชัยนาท) ว้ดโคก เกาะตารัก (เกาะตาลัด หมู่ที่ ๑ ต าบลคุ้งส าเภา อ าเภอมโนรมย์) วัดวัดธรรมามูล ประทับแรมที่จวนเจ้าเมืองชัยนาท (พระไชยนฤนารถ) ฯ ๏ วันรุ่ง ธ เสด็จขึ้น สู่สถาน ที่ว่าสรรพราชการ ใหญ่น้อย และเสด็จตรวจโรงทหาร ชาญศึก ครั้นเสด็จทรงเรือคล้อย ล่องน้ าตามกาล ฯ


๘๓ ๏ บางแม่ลูกอ่อนโอ้ อกเรา ยมจากลูกยังเยาว์ อยู่แท้ ตนจรแต่ใจเนา เคหะ เคียงแม่ เจ็บอกฟกสุดแก้ เกศก้มจ าทน ฯ ๏ สรรพยาขนานชื่อบ้าน นาวา ผ่านเฮย ดีแต่ชื่อยาหา ห่อนได้ ขนาดใดจักรักษา คลายโรค ได้นอ ข้อยเจ็บหนักยิ่งไข้ พิษกล้ายากลัว ฯ ๏ ครั้นนาวาล่องพ้น พรมแดน ไชยนาทเข้าสิงห์แสน สุขไซร้ สู้ทนอดใจแขวน รอไม่ ช้าเลย ก็จะกลับถึงได้ กอดน้องเนาทรวง ฯ ๏ จวนค่ าเรือต้นหน่อ นฤบดินทร์ ลอยล่องลุเมืองอินทร์ อับอั้ง จึ่งสิงหนครินทร์ รับเสด็จ เตรียมผูกพลับพลาตั้ง เสด็จให้ไผทแรม ฯ ๏ เวลาเช้า วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงเรือพระที่นั่งเสด็จ ออกจากอ าเภอพยุหะคีรี ผ่านบางแม่ลูกอ่อน (ต าบลบางหลวง อ าเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท) บ้านสรรพยา (ต.สรรพยา) เมืองอินทร์บุรี (จ.สิงห์บุรี) เจ้าเมืองสิงห์บุรีรับเสด็จ ประทับแรมที่ จวนเจ้าเมืองสิงห์บุรี ฯ ๏ ท่างามนึกเมื่อครั้ง แรกยาม พี่ประสบสมรแม่ทราม สวาทนั้น ท่วงทีท่าหล่อนงาม ทุกท่า แสนโกรธผู้เกียดกั้น กักน้องนางงาม ฯ ๏ โคกขามชวนให้นึก ต่อไป เห็นฉับพี่จงใจ เสน่ห์น้อง ใช่เกรงใช่ขามใคร จึ่งสงบ ไว้ที ขามแต่นุชจักข้อง ผิวะข้อยท าเหิม ฯ ๏ บ้านสมัคต่อเรื่องข้าง บนมา พอพี่ทราบกัลยา สมัคแล้ว เหลือที่จะปรีดา ทรวงซ่าน ยามยาตร์ยังหอแก้ว ดุตเข้าวิมานสรวง ฯ


๘๔ ๏ เรือทรงหน่อนาถเจ้า ธรณี บรรลุสิงหบุรี จอดใกล้ เขตต์จวนนครินทร์มี ปรากฏ นามมา พระราชพินิจจัยให้ จัดตั้งพลับพลา ฯ ๏ บ่ายทรงเครื่องเสร็จไซร้ ไผทพลาง จรสู่ศาลากลาง บุระนี้ นครินทร์ยาตร์น าทาง ธ เสด็จ น าหมู่อมาตย์ลี้ ลาศเฝ้าเรียงตน ฯ ๏ ครั้นทรงตรวจทั่วแล้ว ภูมี ยุรยาตร์โดยพาชี ไต่เต้า สู่ต าบลชื่อจักษี แพรวัด พระพุทธไสยาสน์เข้า ประณตน้อมบูชา ฯ ๏ จากสิงห์ขบวนล่องล้ า งามตระการ แล่นผ่านบ้านหมื่นหาญ ชื่อชี้ นึกถึงเรื่องนิทาน ทิดเพ็ด เพราะอดทนทิตนี้ จึ่งได้ดังหมาย ฯ ๏ ถึงไชโยหยุดยั้ง นาวา พระเสด็จขึ้นสู่อา วาสนั้น นมัสการพระปฏิมา กรเกตุ คุณพระเป็นฉัตรกั้น เกศข้าทั้งปวง ฯ ๏ ที่อาวาสใหญ่นั้น เทศา ภิบาลแฮ ครองเขตต์กรุงเทพทวา ระไซร้ โบราณบุรา นุรักษ์ นามเฮย มาประณตโอรสไท้ ปกแคว้นแดนดิน ฯ ๏ เกินไชโยหน่อยแล้ว เรือกล ไฟแฮ มาพ่วงเรือจรดล ล่องน้ า เห็นเรือนโรงกระมล ดูอิ่ม ไป่เนิ่นอกพี่ช้ า จักได้หายระบม ฯ ๏ ครั้นห้าโมงบ่ายแล้ว เรือทรง ลุอ่างทองจอดตรง ท่าไซร้ หน้าจวนหม่อมอมรวงศ์ วิจิตร นคเรศจัดที่ไว้ เพื่อท้าวแรมสราญ ฯ


๘๕ ๏ วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงเรือพระที่นั่งเสด็จออกจาก สิงห์บุรี ผ่านท่างาม (อ.อินทร์บุรี) ผ่านโคกขาม (อ.เมือง) บ้านสมัค ถึงเมืองสิงห์บุรี พระราชพินิจจัย (เหม, เจ้าเมืองสิงห์บุรี พ.ศ. 2448) รับเสด็จเข้าพลับพลา เวลาบ่ายเสด็จศาลา กลาง เจ้าเมืองน าเหล่าราชการเข้าเฝ้า เสร็จแล้วทรงม้าเสด็จต าบลจักษี (ต.จักรสีห์ อ.เมือง สิงห์บุรี) นมัสการพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ตั้งอยู่ใน ต าบลจักรสีห์ อ าเภอ เมืองสิงห์บุรี) ผ่านบ้านหมื่นหาญ (อ าเภอพรหมบุรี, จังหวัดสิงห์บุรี) ถึงอ าเภอไชโย (จ.อ่างทอง) นมัสการหลวงพ่อโต (วัดไชโยวรวิหาร อ่างทอง) ณ ที่วัดนี้พระยาโบราณบุรานุรักษ์ (ปลัดเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า) เฝ้ารับเสด็จ ออกจากอ าเภอไชโย เวลา ๑๗.๐๐ น. ถึงท่าเรือ เมืองอ่างทอง ประทับแรมที่จวนหม่อมอมรวงศ์วิจิตร (หม่อมอมรวงษ์วิจิตร์,(หม่อมราชวงศ์ปฐม คเนจร) ฯ ๏ พรุ่งสองโมงเศษเช้า ภูบาล เสด็จแวะทรงตรวจสถาน ที่ตั้ง ศาลาว่าราชการ เมืองอ่าง ทองแฮ ทอดพระเนตรทั่วเขตต์ทั้ง หมดแล้วคืนเรือ ฯ ๏ เรือนางปะพ่วงข้าง เรือมะโรง เรือเครื่องเคียงแคมโยง เหมาะซ้าย แล่นเร็วบ่มิโคลง แคลงคลื่น แล่นเฉียดพายุย้าย ล่องน้ างามเหลือ ฯ ๏ พอขบวนเรือล่องเลี้ยว บางไทร ตึกตึกใจเต้นกระไร แค่แล้ว ลุบางปอินไผท ธ ประทับ แรมแฮ งามสุดราชวังแพร้ว เพริศพริ้งเพลินตา ฯ


๘๖ ๏ นึกถึงจะกลับบ้าน แสนปรี ดาแฮ ยามห่างนุชพี่มี แต่เศร้า สามเดือนเปรียบสามปี เหลือเนิ่น ตรอมจิตต์คิดถึงเจ้า ไป่เว้นวายวัน ฯ ๏ จักผันพักตร์สู่ใต้ ฤาเหนือ ก็ดี เดิรบกฤาลงเรือ แช่มช้า ขึ้นช้างขับม้าเหลือ ห้ามนึก แลเหลือบใดเห็นหน้า นุชเย้าอยู่เสมอ ฯ ๏ มีค าท่านกล่าวไว้ เหมาะดี ยามจากทุกข์มากมี หม่นไหม้ ยิ่งทุกข์สุขยิ่งทวี ตามส่วน ยามกลับถึงห้องไซร้ จักล้างกันหาย ฯ ๏ ตามค าที่กล่าวนี้ ชอบกล พี่นึกถึงยามดล สู่บ้าน กรกอดนุชเปรมกระมล ปีติ ทรวงชิดทรวงสองส้าน สุขสิ้นดังหวัง ฯ ๏ วันที่ ๒๘-๓๐ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงเรือพระที่นั่งเสด็จออก จากอ่างทอง ผ่านบางไทร ประทับแรมที่บางปอิน (บางปะอิน) โคลง ๓ ๏ วันสิ้นเดือนมกรา นาฬิกาสามเศษเช้า สมเด็จเยาวราชเจ้า เสด็จเบื้องสถานรถ ไฟนา ฯ ๏ งามงดรถหลังทรง แห่งองค์หน่อนารถไท้ ได้ฤกษ์รถจักรใช้ จักรเข้าสู่กรุง ฯ โคลง ๔ ๏ บรรลุกรุงเทพแล้ว หรรษา ยิ่งพิศยิ่งเพลินพา เพลิดยิ้ม สมเป็นปิ่นพารา สมมติเทพ สถิตจริง ทวยราษฎร์แสนสุขปิ้ม เปรียบคล้ายเมืองแมน ฯ ๏ แสนงามแสนเงื่อนพร้อม เจริญใจ โสมส่องแสงสดใส สุกแท้ แสงจับระยับอ าไพ จรูญจรัส ยวนเนตรนคเรศแล้ เลิดแคว้นแดนไทย ฯ


๘๗ ๏ วิไลนิเวศน์ท้าว จอมสยาม ปราสาทปรางมาศงาม เพริศแพร้ว ประเสริฐพระอาราม อุโบสถ องค์พระมรกตแก้ว เหล่าข้าปวงนิยม ฯ ๏ บังคมบรมนารถผู้ ธ ารงฤทธิ์ เดชะพระบารมีบพิตร ผ่านฟ้า ปกเกศทั่วทุกทิศ ข้าบาท เกษมนา พระเกียรติพระเกริกหล้า ลบล้ าปัถพี ฯ ๏ ภูมีเอาเดชป้อง ปกราษฎร์ หมู่ปัจจามิตรขยาด ทั่วด้าว ระยอบหมอบแทบบาท บงกช เหมือนหมู่เทพนบท้าว สักรผู้ครองสรวง ฯ ๏ ขอปวงอมรเทพคุ้ม จักรพรรดิ ราชแฮ ตลอดเหล่าเผ่าพงศขัต ติเยศร์ไซร้ อีกขอจุ่งสยามรัฐ บาลยิ่ง เจริญนา ปวงอุปัทว์จงอย่าได้ พะพ้องเพียรพาล ฯ โคลง ๒ ๏ พรทุกประการอย่าช้า จงสิทธิสมดั่งข้า บาทพร้องพร่ าถวาย สิ้นเทอญ ฯ โคลง ๔ ๏ เรื่องนี้หนานชื่อแก้ว เมืองบูรพ์ เริ่มแฮ น้อยสบจินดาพูน เพิ่มถ้อย หนานขวายอีกนายมยูร รวมสี่ ตริแต่งตนละน้อย รวบร้อยกรองสาร ฯ ๏ ขนานนามลิลิตเบื้อง พายัพ จบเสร็จบริบูรณ์ระงับ เท่านี้ ใดพร่องปราชญ์เชิญรับ ฉันท์เพิ่ม ที่ผิดโปรดช่วยชี้ ชักให้ลงทาง ฯ ๏ เวลาเข้า วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๔๔๘ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จพระราชด าเนิน โดยรถไฟพระที่นั่งจากบางปะอิน ถึงกรุงเทพฯ เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชวังดุสิต ฯ


๘๗ เอกสารอ้างอิง พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จ (2511). ลิลิตพายัพ. (พิมพ์ครั้งที่ ๓). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ประเสริฐการพิมพ์. ราชบัณฑิตยสภา. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554. (พิมพ์ครั้งที่ ๒). กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน. วศวรรษ สบายวัน. (2561). การใช้เวลาในการเล่าเรื่องในลิลิตพายัพ พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยมหิดล. สมโชติ อ๋องสกุล. (2549).เส้นทางในประวัติศาสตร์จากบันทึกร่วมสมัย.เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.


Click to View FlipBook Version