The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือหลักสูตรโรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือหลักสูตรโรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึ

คู่มือหลักสูตรโรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึ

Keywords: คู่ม,ือ

คู่มือ หลักสูตร “โรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึมเศร้า” สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2566 โครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์


ชื่อหนังสือ คู่มือวิทยากรหลักสูตร “โรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึมเศร้า” ผู้เขียน ศศกร วิชัย ปาณิตา กัณสุทธิ์ หนึ่งฤทัย ถิ่นวงษ์เย็น อมรรัตน์ แสงโสด ชลธิชา แย้มมา อังคณา สมสง พิมพ์ครั้งที่ 1 มิถุนายน 2566 จำนวน (เอกสารอิเล็กทรอนิกส์) จัดพิมพ์โดย สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 0 2248 8999 โทรสาร 0 8848 8998


คำนำ คู่มือหลักสูตร “โรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึมเศร้า” เป็นพื้นฐานสําหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ในการพัฒนาเรียนรู้ทักษะที่จำเป็น การดูแลเบื้องต้นในการดูแลนักเรียนที่มีภาวะซึมเศร้าสำหรับครูและบุคลากร ทางการศึกษาที่ต้องดูแลนักเรียนที่มีภาวะซึมเศร้า และการสร้างระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีภาวะ ซึมเศร้า โดยวิทยากรผู้นําหลักสูตรไปใช้ในการฝึกอบรมสามารถประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบุคลากรผู้รับการ อบรมในแต่ละบริบทของพื้นที่ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข มุ่งหวังให้คู่มือ ฉบับนี้เป็นประโยชน์ในการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรสาธารณสุข ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็น ทรัพยากรบุคคลที่เป็นพลังสําคัญที่จะผลักดันระบบบริการสุขภาพวัยรุ่น เป็นไปอย่างมีคุณภาพและเกิด ประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อวัยรุ่นของประเทศ


สารบัญ หน้า คำนำ สารบัญ บทนำ 1 - ความเป็นมาของคู่มือ 1 - โครงสร้างของหลักสูตร 3 - เป้าหมายของหลักสูตร 5 - การนำหลักสูตรไปใช้ 5 - รูปแบบการฝึกอบรม 6 - การประเมินผลการฝึกอบรม 7 แผนการสอนที่1 เรื่อง ภาวะซึมเศร้าในวัยเรียนวัยรุ่น 8 - แผนการสอนที่ 1 เรื่อง ภาวะซึมเศร้าในวัยเรียนวัยรุ่น 9 - ใบงานที่ 1 แผนการสอนที่ 1 ตัวอย่างวัยรุ่นที่เป็นโรคซึมเศร้า 10 - ใบงานที่ 2 แผนการสอนที่ 1 แบบประเมินภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น 11 - ใบความรู้ แผนการสอนที่ 1 เรื่องภาวะซึมเศร้าในวัยเรียนวัยรุ่น 12 แผนการสอนที่ 2 เรื่อง การรับฟังเชิงลึกสำหรับผู้มีภาวะซึมเศร้า 15 - แผนการสอนที่ 2 เรื่อง การรับฟังเชิงลึกสำหรับผู้มีภาวะซึมเศร้า 16 แผนการสอนที่ 3 เรื่อง การปฐมพยาบาลทางใจ (Psychological First Aid : PFA) และแผนเผชิญเหตุ 21 - แผนการสอนที่ 3 เรื่อง การปฐมพยาบาลทางใจ (Psychological First Aid : PFA) และแผนเผชิญเหตุ 22 แผนการสอนที่ 4 เรื่อง ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ (School Health HERO) 26 - แผนการสอนที่ 4 เรื่อง ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ (School Health HERO) 27 ตัวอย่างแบบประเมินที่ใช้ในการอบรม 30 - แบบประเมินภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น 31 - เครื่องมือเฝ้าระวังอาการที่เป็นปัญหาด้านสุขภาพจิตในเด็กและวัยรุ่นไทย (9S) 32 อ้างอิง 33


1 บทนำ ความเป็นมาของคู่มือ วิทยากรหลักสูตร “โรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึมเศร้า” สำหรับบุคลากร สาธารณสุข ครู และบุคลากรทางการศึกษา ผลจากการสำรวจวัยรุ่นอายุ 11-19 ปี ที่ศึกษาในโรงเรียน เป็นตัวแทน 13 จังหวัด จาก 13 เขต สุขภาพทั่วประเทศ ใช้แบบประเมินภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นฉบับภาษาไทย (Thai version of Patient Health Questionnaire for Adolescents; PHQ-A) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและวิเคราะห์ ความสัมพันธ์โดยใช้ Odds Ratio (OR) โดยกลุ่มตัวอย่าง 5,345 คน พบวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้าร้อยละ 17.5 มีความคิดฆ่าตัวตายร้อยละ 5.1 และเคยพยายามฆ่าตัวตาย ร้อยละ 6.4 แสดงให้เห็นถึงขนาดของปัญหาภาวะ ซึมเศร้าและฆ่าตัวตายของวัยรุ่นในบริบทโรงเรียนซึ่งควรได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ชี้ให้เห็นถึง ความสำคัญของระบบคัดกรองด้านสุขภาพจิตในโรงเรียนและการส่งต่อสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ ใกล้เคียง (วิมลวรรณ ปัญญาว่อง รัตนศักดิ์ สันติธาดากุล และโชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ, 2563) จากสถานการณ์ในปัจจุบันได้มีข่าวการฆ่าตัวตายของนักเรียนมากขึ้นในหลายพื้นที่ เนื่องจากภาวะ โรคซึมเศร้า เช่น นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อายุ 14 ปี จังหวัดนครราชสีมา ตกตึกชั้น 8 เสียชีวิต ซึ่งนักเรียนที่เสียชีวิต มีอาการซึมเศร้า และกรณีนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กระโดดจากอาคารเรียนชั้น 6 เสียชีวิต เหตุเกิดภายในโรงเรียนระดับมัธยมชายล้วนขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด นครราชสีมา แพทย์หญิงวิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวถึง กรณีเด็กและวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง แบบตั้งใจให้ถึงกับเสียชีวิต ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุของโรค ซึมเศร้า ซึ่งโรคซึมเศร้านี้ มาจากปัจจัยทางชีวภาพ คล้ายโรคเบาหวานหรือโรคอื่นๆที่มาจาก กรรมพันธุ์และถูก กระตุ้นจากปัจจัยภายนอก เช่นปัญหาเรื่องการเรียน ได้รับความกดดันจากความคาดหวังของครอบครัว เรื่อง ความรัก เรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวและเพื่อน ทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้ จึงหาทางออกด้วยการทำร้าย ตัวเองหรือฆ่าตัวตายในที่สุด จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าภาวะซึมเศร้าจะเป็นที่มาของ “โรคซึมเศร้า” กำลังพบมากขึ้นโดยเฉพาะในเด็กวัยรุ่น พบว่าประชากร (2564) ในประเทศตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้น ไปทั่วประเทศ จำนวน 50,521,654 คน พบจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสะสมที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาจำนวน 1,235,335 ราย โดย 3 จังหวัดที่พบมากที่สุดได้แก่ 1. นครราชสีมา 64,928 ราย 2. จังหวัดเชียงใหม่ 50,112 ราย และ 3. อุบลราชธานี 46,809 ราย จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าผลกระทบของภาวะโรคซึมเศร้านั้น เป็นปัญหาระดับประเทศและระดับโลก ในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยของการคึกคะนองและสามารถที่จะตัดสินใจทำอะไรได้


2 อย่างฉับพลัน จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการและแก้ไขปัญหาอย่าง เร่งด่วน และจะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ได้แก่ ครอบครัว โรงเรียน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทางด้าน สาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่จะส่งผลรุนแรงตามมา และการดูแลช่วยเหลือโรงเรียน ในด้านต่างๆ จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ตระหนักและ เล็งเห็นความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน มหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนสุนันทา และสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต จึงได้จัดทำ “โครงการโรงเรียน สุขใจ ปลอดภัยโรคซึมเศร้า” โดยจะดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ตั้งแต่เดือน มีนาคม - กันยายน 2566 มีกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาทุกเขต พื้นที่ 75 จังหวัด ๆ ละ 2 โรงเรียน (ยกเว้นกรุงเทพมหานครและจังหวัดนครราชสีมา) รวม 150 โรงเรียน รวมจำนวนครู 600 คน โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดละ 5 โรงเรียน รวมจำนวนครู 40 คน รวมทั้งสิ้น 160 โรงเรียน จำนวนครูรวมทั้งสิ้น 640 คน โดยคัดเลือกครูแกนนำแต่ละโรงเรียน ๆ ละ 4 คน ได้แก่ ครูแนะแนว ครูฝ่ายปกครอง และครูที่รับผิดชอบปัญหาเด็กนักเรียน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเป้าหมายเป็น สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา ทุกเขตพื้นที่ จำนวน 62 เขตพื้นที่ ๆ ละ 3 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริม การจัดการศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา และนักจิตวิทยาโรงเรียน ประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งสิ้น 186 คน โดยวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อสร้างระบบการ ดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีภาวะโรคซึมเศร้า และพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีทักษะที่จำเป็นในการ ดูแลนักเรียนที่มีภาวะโรคซึมเศร้า เนื่องจากครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดนักเรียน ความสำคัญในการเพิ่มทักษะการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีภาวะโรคซึมเศร้า การฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) ทักษะการเผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤติ และการดูแลเบื้องต้นสำหรับครูที่ต้องดูแลนักเรียนที่มี ภาวะโรคซึมเศร้าให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้สามารถที่จะ เตรียมพร้อมรับมือในการดูแลนักเรียนกลุ่มที่มีภาวะโรคซึมเศร้าได้ทันท่วงทีและดูแลช่วยเหลือให้นักเรียนกลุ่มนี้ ได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ รวมทั้งพัฒนาและขยายผลโครงการโรงเรียนสุขใจปลอดภัยโรคซึมเศร้า ให้ครอบคลุมในทุกโรงเรียน โดยสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนสุนันทา และสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน พัฒนาหลักสูตร “โรงเรียนสุขใจ ปลอดภัย โรคซึมเศร้าสำหรับบุคลากรสาธารณสุข ครู และบุคลากรทางการศึกษา ด้วยการเริ่มต้นจัดทําร่างหลักสูตรฯ จากพื้นฐานประสบการณ์ในการจัดบริการระบบคัดกรองด้านสุขภาพจิตในโรงเรียนและการส่งต่อสถานบริการ สาธารณสุขในพื้นที่ใกล้เคียงร่วมกับการศึกษารวบรวมและวิเคราะห์ความต้องการจากโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มีการพัฒนาร่างหลักสูตรฯ ดําเนินการทดลองใช้ร่วมกับ


3 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี โดยมีครูโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี และบุคลากรสาธารณสุข จาก สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นภาคใต้ สถาบันราชานุกุล และศูนย์สุขภาพจิตที่1-13 เข้าร่วมเรียนรู้เพื่อทดลองการใช้หลักสูตรฯ และได้ร่วมกันสรุปการเรียนรู้และพัฒนา จัดทํา เป็นหลักสูตร “โรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึมเศร้า” สำหรับบุคลากรสาธารณสุข ครู และบุคลากร ทางการศึกษา เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรสาธารณสุข ครู และบุคลากรทางการศึกษา สามารถนําหลักสูตรไปใช้ ในการฝึกอบรมบุคลากรสาธารณสุข ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้มีทักษะที่จำเป็น ใช้ในการดูแลนักเรียนที่มีภาวะซึมเศร้า และการสร้างระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีภาวะซึมเศร้าที่มี คุณภาพต่อไป โครงสร้างของหลักสูตร “โรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึมเศร้า” สำหรับบุคลากรสาธารณสุข ครู และ บุคลากรทางการศึกษา หลักสูตร “โรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึมเศร้า” สำหรับบุคลากรสาธารณสุข ครู และบุคลากรทางการ ศึกษา ประกอบด้วยแผนการสอน 4 แผน เน้นการดูแลเบื้องต้นสำหรับบุคลากรสาธารณสุข ครู และบุคลากร ทางการศึกษาที่ต้องดูแลนักเรียนที่มีภาวะซึมเศร้า พัฒนาบุคลากรสาธารณสุข ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีทักษะที่จำเป็นใช้ในการดูแลนักเรียนที่มีภาวะซึมเศร้า การฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) การเผชิญหน้า กับสถานการณ์วิกฤต และการสร้างระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีภาวะซึมเศร้า ตามภาพรวมโครงสร้าง หลักสูตรดังภาพที่ 1 ได้แก่ 1. การดูแลเบื้องต้นสำหรับบุคลากรสาธารณสุข ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องดูแลนักเรียนที่มี ภาวะซึมเศร้า แผนการสอนที่ 1 เรื่องภาวะซึมเศร้าในวัยเรียนวัยรุ่น 2. การพัฒนาบุคลากรสาธารณสุข ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้มีทักษะที่จำเป็นใช้ในการดูแล นักเรียนที่มีภาวะซึมเศร้า แผนการสอนที่ 2 เรื่องการฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) แผนการสอนที่ 3 เรื่องการเผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤต 3. การสร้างระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีภาวะซึมเศร้า แผนการสอนที่ 4 เรื่องระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ (School Health HERO)


4 ภาพที่ 1 ภาพรวมโครงสร้างหลักสูตร “โรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึมเศร้า” สำหรับบุคลากรสาธารณสุข ครู และบุคลากรทางการศึกษา แผนการสอน สาระสำคัญ 1.ภาวะซึมเศร้าในวัยเรียนวัยรุ่น อารมณ์เศร้า กับ ภาวะซึมเศร้าในวัยเรียนวัยรุ่นมีความแตกต่างกัน การเข้าใจธรรมชาติอารมณ์ทั้งบวกและลบในวัยรุ่น การช่วยสังเกตอาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้นจะช่วยให้นักเรียนได้รับการช่วยเหลือ เบื้องต้น หรือส่งต่อภายใน/ภายนอกโรงเรียนได้ทันท่วงที 2.การฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) การฟังเชิงลึกหรือการฟังอย่างใส่ใจ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วม มอบรมเข้าใจเรื่องราว ความคิด อารมณ์ของผู้พูดอย่างลึกซึ้ง รวมถึงเข้าใจถึง ความสำคัญของการฟัง การแสดงออกถึงความเข้าใจ (Empathy) และฝึก ปฏิบัติเกี่ยวกับทักษะการรับฟังเชิงลึกในกลุ่มผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า ได้แก่ ทักษะ การฟัง การถาม การสะท้อนความรู้สึก การทวนคำ/ทวนความ และการสรุป เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกวิเคราะห์จากสิ่งที่เกิดขึ้นจากการฟัง ทั้งเนื้อหาและ ความรู้สึกของผู้พูด และสามารถประยุกต์ใช้ทักษะเพื่อช่วยเหลือด้านจิตใจใน ภาวะเศร้ากับผู้อื่นได้ 3.การเผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤต การให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจจากภาวะวิกฤตหรือ เหตุการณ์รุนแรงในระยะแรก เป็นการประเมินสภาพปัญหาสุขภาพจิตที่อาจ เกิดขึ้นและการให้การปฐมพยาบาลทางใจ (Psychological First Aid : PFA) ด้วยหลักการ สอดส่องมองหา (Look) ใส่ใจรับฟัง (Listen) และส่งต่อเชื่อม โยง (Link) เพื่อลดความเครียดและช่วยประเมินความต้องการเร่งด่วน ซึ่ง ความรู้ในเรื่องการปฐมพยาบาลทางใจ เป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นใจ สำหรับผู้ปฏิบัติงาน


5 แผนการสอน สาระสำคัญ 4.ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ (School Health HERO) ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ (School Health HERO: Health and Educational Reintegrating Operation) คือ ระบบที่ออกแบบให้เป็นแอป พลิเคชันบนเว็บไซต์เพื่อให้ครูใช้เฝ้าระวัง เรียนรู้และรับคำปรึกษาเพื่อดูแล นักเรียนที่เสี่ยงต่อปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และทักษะสังคม ระบบนี้ พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการประเมินนักเรียนแบบเก่า ที่ครูต้องประเมิน นักเรียนทุกคนดัวยแบบประเมิน SDQ จำนวน 25 ข้อ ด้วยกระดาษ มีความ ยุ่งยากและใช้ระยะเวลานานเป็นภาระงานของครูที่ส่งผลให้ครูไม่อยาก ประเมินนักเรียน ตารางที่1 สาระสำคัญของแผนการสอนหลักสูตร“โรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึมเศร้า” สำหรับบุคลากรสาธารณสุข ครู และบุคลากรทางการศึกษา เป้าหมายของหลักสูตร เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุข ครู และบุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ความเข้าใจการดูแลเบื้องต้น รวมถึงทักษะที่จำเป็นใช้ในการดูแลนักเรียนที่มีภาวะซึมเศร้า และการสร้างระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มี ภาวะซึมเศร้า การนำหลักสูตรไปใช้ 1. วิทยากร ได้แก่ บุคลากรผู้ผ่านการอบรมวิทยากรหลักสูตร“โรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึมเศร้า” สำหรับบุคลากรสาธารณสุข ครูและบุคลากรทางการศึกษา และ/หรือบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเด็ก และวัยรุ่น 2. ผู้รับการฝึกอบรม ได้แก่ บุคลากรสาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานด้านสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่อยู่ใกล้ชิดนักเรียน 3. จำนวนผู้รับการอบรม 190-200 คน/รุ่น โดยมีวิทยากรหลัก 4 คน และวิทยากรผู้ช่วย 2-3 คน 4. ระยะเวลาในการฝึกอบรม ใช้เวลาในการฝึกอบรม 2 วัน ดังตาราง


6 วันที่1 เวลา หัวข้อ 09.00 – 09.30 น. ลงทะเบียน 09.30 –10.00 น. พิธีเปิดการอบรม 10.00 – 10.40 น. อภิปราย เรื่อง ภาวะอารมณ์เศร้า และโรคซึมเศร้า 10.40 – 11.00 น. กิจกรรม Super Hero 11.00 – 11.30 น. อภิปราย เรื่อง การได้ยิน และการฟัง (Hearing & Listening) 11.30 – 12.00 น. อภิปราย แบ่งกลุ่มทำกิจกรรม “ปรับ-ไม่ปรับ” 12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 13.00 – 13.30 น. อภิปราย เรื่อง ความเข้าใจ และความเห็นใจ (Empathy VS Sympathy) 13.30 – 14.30 น. อภิปราย เรื่อง การฟังอย่างตั้งใจ (Active listening) 14.30 – 16.30 น. อภิปราย เรื่อง ทักษะการฟังเชิงลึก 5 ทักษะ (Skill of Active listening) วันที่ 2 เวลา หัวข้อ 08.30 – 10.30 น. บรรยาย เรื่อง School Health Hero “ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่” 10.30 – 12.00 น. อภิปราย เรื่อง การปฐมพยาบาลปฏิกิริยาทางใจต่อภาวะวิกฤต 12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 13.00 – 14.30 น. อภิปราย เรื่อง แผนเผชิญเหตุ 14.30 – 16.30 น. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและซักถามข้อสงสัย 16.30น. พิธีปิดการอบรม ตารางที่2 ตัวอย่างตารางการฝึกอบรมหลักสูตร“โรงเรียนสุขใจ ปลอดภัยโรคซึมเศร้า” สำหรับบุคลากรสาธารณสุข ครู และบุคลากรทางการศึกษา รูปแบบการฝึกอบรม เพื่อให้ผู้รับการอบรมได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากที่สุด จึงได้นํากระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (ParticipatoryLearning) มาใช้ในการฝึกอบรมโดยเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับการฝึกปฏิบัติ


7 การประเมินผลการฝึกอบรม 1. ประเมินผลก่อนและหลังการอบรม 2. ประเมินความร่วมมือขณะเข้าร่วมกิจกรรมการตอบคําถาม การมีส่วนร่วมความสนใจ 3. ประเมินหลังเข้าร่วมกิจกรรมโดยการสรุปการเรียนรู้ร่วมกัน (After Action Review)


8 แผนการสอนที่1 เรื่อง ภาวะซึมเศร้าในวัยเรียนวัยรุ่น


9 แผนการสอนที่1 เรื่อง ภาวะซึมเศร้าในวัยเรียนวัยรุ่น จำนวนชั่วโมง 40 นาที วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้แนวทางในการสังเกตอาการโรคซึมเศร้าในวัยเรียนวัยรุ่น 2. เพื่อให้ผู้รับการอบรมได้ฝึกการใช้แบบประเมินภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น (Thai version of The Patient Health Questionnaire for Adolescents: PHQ-A) สาระสำคัญ อารมณ์เศร้า กับ ภาวะซึมเศร้าในวัยเรียนวัยรุ่นมีความแตกต่างกัน การเข้าใจธรรมชาติอารมณ์ทั้ง บวกและลบในวัยรุ่น การช่วยสังเกตอาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้นจะช่วยให้นักเรียนได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้น หรือ ส่งต่อภายใน/ภายนอกโรงเรียนได้ทันท่วงที กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นตอนกิจกรรม ระยะเวลา สื่อ/อุปกรณ์ 1.วิทยากรกล่าวทักทาย และนําเข้าสู่บทเรียน โดยเปิดคลิป วิดีโอประกอบ 5 นาที -ฉันมีหมาดำตัวหนึ่ง...มันชื่อว่า ซึมเศร้า https://www.youtube.com /watch?v=xCN6zS4TLDI 2. บรรยายจากสไลด์ประกอบแผนการสอน / ใบความรู้ แผนการสอนที่ 1 15นาที -สไลด์ประกอบแผนการสอน / ใบความรู้แผนการสอนที่ 1 3. ทำกิจกรรมตามใบงานแผนการสอนที่ 1: ตัวอย่างวัยรุ่นที่ เป็นโรคซึมเศร้า สุ่มถามผู้เข้ารับการอบรม 1-2 คน 5 นาที -ใบงานที่ 1 4. บรรยาย (ต่อ) เรื่องการประเมินเบื้องต้นในโรงเรียน และ ฝึกการใช้แบบประเมินภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น สุ่มถามความ เข้าใจผู้เข้ารับการอบรมจากการใช้แบบประเมิน 1-2 คน วิทยากรตอบข้อซักถาม 15 นาที -สไลด์ประกอบแผนการสอน / ใบความรู้แผนการสอนที่ 1 -ใบงานที่ 2 การวัดและประเมินผล 1. ประเมินผลก่อนแหละหลังการอบรม 2. ประเมินระหว่างการอบรมและฝึกปฏิบัติ โดยการสังเกต การซักถาม และการมีส่วนร่วมของ ผู้เข้าร่วมอบรม 3. การทบทวนหลังปฎิบัติงาน (After Action Review : AAR)


10 ใบงานที่ 1 แผนการสอนที่ 1 ตัวอย่างวัยรุ่นที่เป็นโรคซึมเศร้า วงกลมคำ หรืออาการของโรคซึมเศร้า ตัวอย่าง ตุ้ยอายุ 15 ปี เล่นเกมทั้งวัน ไม่สนใจการเรียน ทะเลาะกับแม่บ่อยเพราะเรื่องเล่นเกม • ประวัติโดยละเอียดพบว่า ตุ้ยรู้สึกเบื่อไม่อยากทำอะไร การเล่นเกมบางทีก็เบื่อแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรทำ ตุ้ยนอนไม่หลับมานานประมาณหนึ่งเดือน เบื่ออาหารบางครั้งรู้สึกหงุดหงิดง่าย เคยชอบเตะบอลกับ เพื่อนแต่ปัจจุบันก็ไม่ได้ไปเล่นแล้วเพราะรู้สึกเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ไม่ส่งงานครูเพราะไม่มีสมาธิในการทำงาน เคยมีความรู้สึกอยากจะหลับไปไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกแต่ไม่มีความคิดจะฆ่าตัวตาย


11 ใบงานที่ 2 แผนการสอนที่ 1 แบบประเมินภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น (Thai version of The Patient Health Questionnaire for Adolescents: PHQ-A) อายุ _______ปี เพศ: ชาย หญิง วันที่_____________________ คำชี้แจง: ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คุณมีอาการต่อไปนี้บ่อยแค่ไหน? โปรดกาเครื่องหมาย “/” ลงใน ช่องว่าง ที่ตรงกับความรู้สึกของคุณมากที่สุด (0) ไม่มี เลย (1) มีบาง วัน (2) มี มากกว่า 7 วัน (3) มีแทบ ทุกวัน 1. รู้สึกซึม เศร้า หงุดหงิด หรือสิ้นหวัง 2. เบื่อ ไม่ค่อยสนใจหรือไม่เพลิดเพลิน เวลาทำสิ่งต่างๆ 3. นอนหลับยาก รู้สึกง่วงทั้งวัน หรือนอนมากเกินไป 4. ไม่อยากอาหาร น้ำหนักลด หรือกินมากกว่าปกติ 5. รู้สึกเหนื่อยล้า หรือไม่ค่อยมีพลัง 6. รู้สึกแย่กับตัวเอง หรือรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว หรือทำให้ ตัวเองหรือครอบครัวผิดหวัง 7. จดจ่อกับสิ่งต่างๆ ได้ยาก เช่น ทำการบ้าน อ่านหนังสือ หรือดู โทรทัศน์ 8. พูดหรือทำอะไรช้าลงมากจนคนอื่นสังเกตเห็นได้หรือในทาง ตรงกันข้ามคือ กระสับกระส่ายหรือ กระวนกระวาย จนต้อง เคลื่อนไหวไปมามากกว่าปกติ 9. คิดว่าถ้าตายไปเสียจะดีกว่า หรือคิดจะทำร้ายตัวเอง ด้วยวิธี ใดวิธีหนึ่ง รวมคะแนน ใน 1 เดือนที่ผ่านมา มีช่วงไหนที่คุณมีความคิดอยากตาย หรือไม่อยากมีชีวิตอยู่อย่างจริงจังหรือไม่ ใช่ ไม่ใช่ ตลอดชีวิตที่ผ่านมา คุณเคยพยายามที่จะทำให้ตัวเองตาย หรือลงมือฆ่าตัวตายหรือไม่ ใช่ ไม่ใช่


12 ใบความรู้ แผนการสอนที่1 เรื่องภาวะซึมเศร้าในวัยเรียนวัยรุ่น อารมณ์เศร้า มนุษย์ทุกคนมีอารมณ์พื้นฐาน (Basic Emotions) ทั้งด้านบวกและด้านลบ ความเศร้า หรือ sadness เป็นหนึ่งในอารมณ์พื้นฐาน เช่นเดียวกับอารมณ์อื่น: ร่าเริง โกรธ กลัว รัก ชอบ ไม่ชอบ อารมณ์เศร้าในวัยรุ่น ด้วยพัฒนาการวัยรุ่นเป็นวัยที่กำลังค้นหาตนเอง และต้องการเข้ากลุ่มกับเพื่อน ในวัยเดียวกัน หรือมีความสนใจเหมือน ๆ กัน ต้องการเป็นส่วนหนึ่งและได้รับการยอมรับในกลุ่มเพื่อน ดังนั้นวัยรุ่นจึงเริ่มให้ความสนใจในเรื่องภาพลักษณ์ของตนและอิทธิพลของเพื่อนมีผลต่อความรู้สึก ความคิดอย่างมาก หากวัยรุ่นมีการเปลี่ยนผ่านในช่วงวัยนี้ไม่ดีนัก เช่น มีมุมมองต่อตนเองในทางลบ มี ปัญหากับเพื่อนหรือครูที่โรงเรียน โดนกีดกันจากกลุ่มเพื่อน มีปัญหาการปรับตัว รวมถึงวิกฤตต่าง ๆ ที่ เข้ามาในช่วงวัยรุ่น เช่น การหย่าร้างของพ่อแม่ การสูญเสียบุคคลที่รัก ฯลฯ โดยไม่มีคนใกล้ชิดคอย สนับสนุนรับฟังอย่างใส่ใจ หรือให้กำลังใจในการผ่านเรื่องราว อารมณ์เศร้าหากมีระยะเวลายาวนาน ต่อเนื่อง วัยรุ่นไม่มีวิธีการรับมือหรือไม่เห็นทางออกของปัญหา ในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดปัญหา สุขภาพจิตอื่น ๆ ได้ ดังนั้นเพื่อน ครอบครัว รวมถึงครูที่วัยรุ่นรู้สึกไว้วางใจ หากสังเกตเห็นตั้งแต่ต้นที่วัยรุ่นรู้สึกเศร้า สามารถช่วยเหลือได้ด้วยวิธีการรับฟังอย่างใส่ใจ หรือการให้กำลังใจอย่างแท้จริงก็จะทำให้วัยรุ่นรู้สึก ว่าตนเองยังมีคนที่ห่วงใยเขาอยู่ และสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ไวขึ้น โรคซึมเศร้า เกิดจากความไม่สมดุลของสารเคมีในสมองที่ส่งผลต่อความคิด อารมณ์ความรู้สึก และ พฤติกรรมของวัยรุ่น ครูจึงมักเห็นเพียงปัญหาพฤติกรรมบางอย่างที่แสดงออกมา แต่แท้จริงแล้ว สาเหตุของปัญหาลึกกว่าพฤติกรรมที่มองเห็น ทั้งนี้โรคซึมเศร้าในวัยรุ่นเป็นโรคที่พบบ่อยและมากกว่า ร้อยละ 20 จะยังคงมีอาการของโรคต่อเนื่องจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยอาการที่สามารถสังเกตได้มีดังนี้ ▪ ทางกาย/พฤติกรรม ไม่อยากลุกจากที่นอน หลีกหนีเพื่อนหรือพ่อแม่หรือ ครูไม่พูดคุย ไม่มาโรงเรียน อยู่กับเกม/มือถือมาก ไม่ส่งงานผลการเรียนตกลง อาจใช้ สารเสพติด บุหรี่ แอลกอฮอล์ อาจเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์หรือตั้งครรภ์ ทำร้าย ตัวเองหรือพูดถึงการตายไม่อยากมีชีวิตอยู่ ▪ อารมณ์ความรู้สึก เหนื่อยล้า ไม่มีพลังงานในการทำอะไร ไม่มีความสุข ซึมเศร้า รู้สึกว่างเปล่า เบื่อหน่าย หรือหงุดหงิดง่าย มีปัญหาในการจัดการอารมณ์ หรือใช้ความรุนแรงเมื่อเกิดปัญหา ▪ ความคิด คิดลบกับตนเอง สิ่งรอบตัว ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ไม่มั่นใจตนเอง ตัดสินคุณค่าในตนเองต่ำ โรคซึมเศร้าในวัยรุ่นกระทบกับการทำหน้าที่ในชีวิตประจำวัน วัยรุ่นไม่สามารถพาตนเองออก จากความคิดความรู้สึกนี้ได้เนื่องจากภาวะความเจ็บป่วยจนกว่าจะได้รับการรักษา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ ครูจะช่วยสังเกตและเชื่อมต่อกับนักเรียนเพื่อให้สามารถเข้าถึงแพทย์เพื่อรักษาโดยเร็ว


13 สาเหตุของโรคซึมเศร้า ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งแต่มักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ▪ พันธุกรรม จากการศึกษาพบว่าเด็กที่พ่อแม่มีภาวะซึมเศร้า จะมีอัตราการเกิดภาวะ ซึมเศร้าได้สูงกว่าเด็กทั่วไป ▪ สารเคมีในสมอง การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองที่ผิดปกติส่งผลต่อการควบคุม อารมณ์ ร่างกาย และจิตใจ ซึ่งในปัจจุบันยาที่ใช้รักษาภาวะซึมเศร้าจะมีหน้าที่โดยตรง ในการปรับสารเคมีเหล่านี้ให้อยู่ในภาวะสมดุล ▪ ปัจจัยแวดล้อมภายนอกหรือปัญหาทางจิตสังคม ความรุนแรงในครอบครัว การหย่า ร้าง เผชิญเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น สูญเสียบุคคลที่รัก ถูกทารุณกรรม การถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนหรือถูกเพื่อนกีดกันออกจากกลุ่ม cyberbullying ▪ มุมองต่อตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ บุคลิกภาพวิตกกังวลสูง ใช้วิธีแก้ปัญหา แบบหนีปัญหา โทษตัวเองซ้ำ ๆ การประเมินเบื้องต้นในโรงเรียน ครูสามารถทำได้โดย ▪ สังเกตพฤติกรรมอาการ ของนักเรียนจากพฤติกรรมอาการที่บ่งชี้ภาวะซึมเศร้า ▪ เตรียมตนเองในการเชื่อมต่อกับนักเรียน รวมถึงกำหนดขอบเขตที่เหมาะสม เพื่อให้ครูมั่นใจในการช่วยเหลือนักเรียนมากขึ้น และยังคงมีพื้นที่ส่วนตัวในกรณี นอกเหนือจากเวลางานหรือกรณีที่ครูต้องรับมือเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน มีระบบ ข้อสังเกตในวัยรุ่นซึมเศร้า ▪ ในวัยรุ่นอาจแสดงอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว หรือก้าวร้าว เปลี่ยนไปจากเดิมไม่ใช่เพียง แสดงออกอารมณ์เศร้าเท่านั้น ▪ “ไม่มีความสุข” อาจแสดงออกเป็นพฤติกรรม เช่น อยู่กับมือถือตลอดเวลาไม่อยากพูดคุย กับเพื่อน ครอบครัว ครู ▪ “เหนื่อยล้า ไม่มีพลังงานในการทำอะไร” อาจแสดงออก เช่น ไม่อยากไปโรงเรียน ไม่ ทำงานที่ครูมอบหมายทั้งที่เคยรับผิดชอบทำได้ ▪ “ไม่ส่งงาน ผลการเรียนตกลง” เป็นพฤติกรรมที่อาจตีความผิดว่า ขาดความรับผิดชอบ หรือขี้เกียจ แต่ลึก ๆ คือวัยรุ่นรู้สึกเศร้า ไม่มีพลังงานซึ่งเป็นผลมาจากความไม่สมดุลของ สารเคมีในสมอง


14 โรงเรียนที่สนับสนุนในส่วนงานสุขภาพจิตในโรงเรียน การมีนักจิตวิทยาโรงเรียน เพื่อเป็นที่ปรึกษาหรือช่วยเหลือครู หรือประสานสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ▪ พูดคุยด้วยความใส่ใจและประเมินการฆ่าตัวตายอย่างจริงจัง (ใบงานที่ 2: PHQ-A และสไลด์บรรยายการสอน: แนวคำถามประเมินการฆ่าตัวตาย) ▪ พิจารณาส่งต่อภายใน หรือภายนอกโรงเรียน ตัวอย่าง คำถามเพื่อประเมินความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย ▪ ความรู้สึกเศร้า ทำให้เคยคิดอยากตายหรือไม่อยากอยู่หรือไม่ ▪ เวลามีความคิดนี้ คิดจะทำอะไร/ คิดถึงวิธีการหรือไม่ว่าจะทำอะไร ▪ คิดจะทำร้ายตนเองหรือไม่/ เคยทำมาก่อนหรือไม่ ▪ อะไรที่ทำให้ยังไม่ได้ทำ(คำถามที่ช่วยให้เห็นทรัพยากรที่จะเอามาช่วยเหลือต่อ) ข้อมูลประกอบแผนการสอน


15 แผนการสอนที่2 เรื่อง การรับฟังเชิงลึกสำหรับผู้มีภาวะซึมเศร้า


16 แผนการสอนที่ 2 เรื่อง การรับฟังเชิงลึกสำหรับผู้มีภาวะซึมเศร้า จำนวนชั่วโมง 6 ชั่วโมง วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้และทักษะเกี่ยวกับการฟังเชิงลึกสำหรับผู้มีสัญญาณเสี่ยงภาวะ ซึมเศร้า 2. เพื่อฝึกทักษะในการฟังอย่างตั้งใจ สาระสำคัญ การฟังเชิงลึกหรือการฟังอย่างใส่ใจ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมมอบรมเข้าใจเรื่องราว ความคิด อารมณ์ของผู้พูดอย่างลึกซึ้ง รวมถึงเข้าใจถึงความสำคัญของการฟัง การแสดงออกถึงความเข้าใจ (Empathy) และฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับทักษะการรับฟังเชิงลึกในกลุ่มผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า ได้แก่ ทักษะการฟัง การ ถาม การสะท้อนความรู้สึก การทวนคำ/ทวนความ และการสรุป เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกวิเคราะห์จากสิ่งที่เกิดขึ้น จากการฟัง ทั้งเนื้อหาและความรู้สึกของผู้พูด และสามารถประยุกต์ใช้ทักษะเพื่อช่วยเหลือด้านจิตใจในภาวะ เศร้ากับผู้อื่นได้ กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นตอนกิจกรรม ระยะเวลา สื่อ/อุปกรณ์ ขั้นนำ 1. กิจกรรม check in หัวใจ 1.1. ให้ผู้เข้าร่วมอบรม หลับตา กระบวนบวนให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้นึกถึง ช่วงเวลาตั้งแต่เช้าจนถึงปัจจุบันที่อยู่ร่วมกันในการอบรม และตั้งคำถามว่า หัวใจ คุณสีอะไร และให้ผู้เข้าร่วมอบรม บอกว่า “หัวใจเป็นสี...” จากนั้นแลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งเหตุการณ์และอารมณ์ความรู้สึกเพื่อประเมิน ความพร้อมของผู้เข้าร่วมอบรม 15 นาที ใบความรู้ ใบงาน สไดล์นำเสนอ รูปแบบ powerpoint ขั้นดำเนินการ 1.1. อภิปรายการฟังและการได้ยิน Hearing & Listening และ ระดับของการ ฟัง Level of Listing การได้ยิน กับ การฟัง เหมือนหรือต่างกันอย่างไร คุณสมบัติ/ลักษณะของผู้ฟังที่ดีมีอะไรบ้าง การฟังมีความสำคัญอย่างไร ต่อผู้พูด และต่อผู้ฟัง เท่าที่เราสังเกต/รับรู้ มีการฟังระดับไหนบ้าง (นำสู่บทเรียน Level of Listening) กิจกรรม “ปรับ-ไม่ปรับ” - อธิบายกติกาของกิจกรรม : จะมีโจทย์ให้ผู้เข้าร่วมการอบรมทั้งหมด 5 ข้อ ให้ สมาชิกแต่ละกลุ่มลงความเห็นว่าบุคคลในโจทย์แต่ละข้อควรได้รับบทลงโทษอะไร 5.30 ชั่วโมง


17 ขั้นตอนกิจกรรม ระยะเวลา สื่อ/อุปกรณ์ โดยมีบทลงโทษทั้งหมด 6 แบบ ได้แก่ ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต ปรับ 1 ล้านบาท ปรับ 5 หมื่นบาท ปรับ 2 พันบาท และปล่อยตัว - ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มใหญ่ว่าในโจทย์แต่ละข้อ ได้บทลงโทษแบบใด และเพราะอะไร - วิทยากรชวนให้สังเกตทัศนคติ อคติ และการตัดสินของแต่ละกลุ่ม พร้อม ชี้ให้เห็นว่าทั้งสามสิ่งนั้นมีผลต่อการฟังอย่างไร “การตัดสินเป็นหลุมพรางของการ ฟัง เมื่อใดที่เราตกหลุมพรางของการตัดสิน จะทำให้เราเป็นผู้ฟังที่ไม่เหมาะสม” - วิทยากรสรุปบทเรียนของกิจกรรมปรับ-ไม่ปรับ เรื่อง การทำความเข้าใจ เรื่องราวหรือฟังสิ่งที่เกิดขึ้นของแต่ละคน เพราะเราไม่รู้ว่าสิ่งที่แต่ละคนคิดหรือ แสดงออก มีอะไรที่กำหนดหรือเขาเคยผ่านอะไรมาบ้าง การไม่ใช้ อภิปรายหัวข้อ Empathy and Sympathy - ความแตกต่างระหว่าง Empathy กับ Sympathy - ระดับของ Empathy (Spectrum of empathy) - Iceberg Theory: อธิบายว่าคนเรานั้นมีทั้งพฤติกรรมที่มองเห็น (Behavior) และความรู้สึกและความต้องการที่มองไม่เห็น (Feelings and needs) และการมี empathy จะช่วยให้เราเข้าถึงส่วนล่างของน้ำแข็ง (ความรู้สึกและความต้องการ) และเข้าใจผู้อื่นได้มากขึ้น - สรุปหลักการและเชื่อมโยงการเรียนรู้ เรื่องการรับฟังอย่างมีEmpathyและ ชี้ให้เห็นความสำคัญและประโยชน์ของการฟังอย่าง Empathy ในฐานะผู้ฟัง ทักษะการฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening) บรรยาย Overview skill และ Active Listening - การฟังเรื่องราว กับ การฟังความรู้สึก - การฟังอย่างตั้งใจ (ฟังผ่านตา หู ปาก หัวใจ สมอง) - ความหมายของ Active Listening โดยตั้งคำถามนำสู่การเรียนรู้ “การฟัง อย่างตั้งใจคืออะไร” - 5 ทักษะของการฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening) กิจกรรมนิทานชีวิต 1. บอกกติกากิจกรรม “นิทานชีวิต 5 นาที” โดยจะแบ่งห้องย่อย จับคู่ ทำกิจกรรม 15 นาที โดยแต่ละคนมีหน้าที่ดังนี้ - A ให้“เล่าเรื่องราวชีวิตตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงอายุ 7 ขวบจนถึงชีวิตในปัจจุบัน” ภายในเวลา 5 นาที


18 ขั้นตอนกิจกรรม ระยะเวลา สื่อ/อุปกรณ์ - B เป็นคนฟัง ให้ฟังอย่างตั้งใจ โดยห้ามถาม แต่มีภาษากายตอบโต้ได้ เช่น การพยักหน้า และเมื่อ A เล่าจบ ให้ B เล่าเรื่องของ A ที่ได้ฟัง โดยขึ้นต้นว่า “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…” และจบด้วย “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…” 2. เมื่อ B เล่าจบ ให้ A ให้คะแนนการฟังของ B (1-10 คะแนน) 3. สลับบทบาทกัน 4. สรุปบทเรียน “นิทานชีวิต 5 นาที” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรมทราบว่าการฟังนั้นสามารถฟังได้ทั้งเรื่องราวและ ความรู้สึก และทราบว่าการฟังอย่างตั้งใจสามารถทำได้อย่างไรบ้าง อภิปรายและฝึกทักษะการฟังอย่างตั้งใจ 5 ทักษะ 1. บรรยายทักษะที่1 : การถาม (Open-end Questioning) (10 นาที) - วัตถุประสงค์การถาม - ประเภทของการถาม; คำถามปลายปิด-ปลายเปิด - เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรมเข้าใจวัตถุประสงค์ของคำถาม และสามารถเลือกใช้ รูปแบบคำถามได้อย่างเหมาะสม 2. ฝึกตั้งคำถามในกลุ่มใหญ่ อภิปรายทักษะที่ 2 : การสะท้อนความรู้สึก (Reflective Feeling) 1. ความหมายของ Reflective Feeling การสะท้อนความรู้สึกคืออะไร สังเกต จากอะไรได้บ้าง (เนื้อหา น้ำเสียง) - เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรมเข้าใจว่าการสะท้อนความรู้สึกคืออะไร และเรา สามารถสังเกตความรู้สึกของผู้พูดได้จากอะไรบ้าง อภิปรายทักษะที่ 3 : การทวนคำ ทวนความ (Paraphrasing/Rephrasing) 1. ความหมายของ Paraphrasing การทวนความคืออะไร มีจุดประสงค์อะไร และทำอย่างไร 2. ฝึกทวนความจากสถานการณ์จำลอง กิจกรรม Right reflect!! - เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรมเข้าใจว่าการทวนความคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร - เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรมเห็นความแตกต่างระหว่างการสะท้อนความรู้สึก (เน้นที่อารมณ์) และการทวนความ (เน้นที่เรื่องราว) อภิปรายทักษะที่ 4 : การสรุปความ (Summarize)


19 ขั้นตอนกิจกรรม ระยะเวลา สื่อ/อุปกรณ์ 1. บรรยาย Summarize การสรุปความคืออะไร มีจุดประสงค์อะไร และทำ อย่างไร - เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรมได้ฝึกทักษะการทวนความ การฟังอย่างตั้งใจ และ การจับประเด็นที่สำคัญของเนื้อหา อภิปรายทักษะที่ 5 : การชื่นชม ยืนยัน รับรอง (Affirmation) 1. บรรยาย Affirmation คืออะไร มีจุดประสงค์อะไร และทำอย่างไร - เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรมได้ฝึกทักษะการชื่นชมโดยการมองหาจุดแข็งของผู้อื่น และพูดชมออกมาเป็นประโยคที่ได้ใจความ ฝึกทักษะทั้ง 5 ทักษะ กิจกรรม “ปลดล็อคสกิลหูทองคำ” 1. แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมอบรมเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 8 – 10 คน 2. ให้แต่ละกลุ่มนั่งเป็นวงกลม แต่ละกลุ่มจะได้รับบอล 1 ลูก และฟังเสียง สัญญาณจากกระบวนกรหลักก่อนเริ่มกิจกรรม 3. กระบวนกรหลักเปิดเพลง และให้ผู้เข้าร่วมอบรมส่งบอลต่อไปให้คนทาง ขวามือ เมื่อเพลงหยุด กระบวนกรกลุ่มย่อยจะแจกการ์ดโจทย์ และให้ฝึกทักษะ ตามคำสั่งในโจทย์ 4. ใช้เวลาทำกิจกรรมประมาณ 20 – 30 นาที 1. ลูกบอลตาม จำนวนกลุ่ม 2. การ์ดบัตรคำ ขั้นสรุป 1. สรุปบทเรียนและเชื่อมโยงการเรียนรู้ Active Listening / Deep Listening 2. สอบถามข้อสงสัย Q&A (5 นาที) 3. วัดความรู้หลังฝึกกิจกรรม 4. สำรวจความพึงพอใจ QR Code (10 นาที) กล่าวปิดและจบกิจกรรม 15 นาที


20 การวัดและประเมินผล 1. ประเมินระหว่างการอบรมและฝึกปฏิบัติ โดยการสังเกต การซักถาม และการมีส่วนร่วมของ ผู้เข้าร่วมอบรม 2. การทบทวนหลังปฎิบัติงาน (After Action Review : AAR) โดยให้ผู้เข้าร่วมอบรมสแกน QR Code ข้อมูลประกอบแผนการสอน


21 แผนการสอนที่3 เรื่อง การปฐมพยาบาลทางใจ (Psychological First Aid : PFA) และแผนเผชิญเหตุ


22 แผนการสอนที่3 เรื่อง การปฐมพยาบาลทางใจ (Psychological First Aid : PFA) และแผนเผชิญเหตุ ระยะเวลา 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจการปฐมพยาบาลทางใจในเด็กและวัยรุ่น 2. เพื่อให้เข้าใจและสามารถนำความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลทางใจไปใช้ในการดูแลสุขภาพจิต นักเรียนที่ประสบเหตุวิกฤตในชีวิตได้ สาระสำคัญ ภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์รุนแรงต่างๆที่ เกิดขึ้นในโลก เช่น สงคราม ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ อัคคีภัย รวมถึงตัวอย่างเหตุการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เช่น สึนามิ แผ่นดินไหว น้ำท่วม อุบัติเหตุ ไฟไหม้ ดิน ถล่ม โป๊ะล่ม การระบาดของโรค COVID-19 และความรุนแรงที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ล้วนส่งผล กระทบต่อบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคม แม้ว่าทุกคนจะได้รับผลกระทบในทางใดทางหนึ่งจากเหตุการณ์เหล่านี้ แต่ปฏิกิริยาตอบสนองและ ความรู้สึกอาจแตกต่างกัน บางคนอาจรู้สึกมืดมน สับสน ไม่แน่ใจในสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกหวาดกลัว หวั่นวิตก มึนชา นิ่งเฉย บางคนอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองเพียงเล็กน้อย ในขณะที่บางคนอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรุนแรง ซึ่งการตอบสนองของแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ความแข็งแกร่งและศักยภาพในการรับมือกับเหตุการณ์ ท้าทายในชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามบางคนอาจอ่อนแอมากกว่าบุคคลอื่นในภาวะวิกฤตหรือ เหตุการณ์รุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงตามช่วงวัย เช่น เด็ก หรือผู้สูงอายุ เพราะพวกเขามีแนวโน้มที่จะได้รับ ความรุนแรง และผลกระทบทางจิตใจ หรือทางร่างกายมากกว่ากลุ่มอื่น จึงอาจต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม มากกว่ากลุ่มอื่นด้วย การให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจจากภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์รุนแรงใน ระยะแรก เป็นการประเมินสภาพปัญหาสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นและการให้การปฐมพยาบาลทางใจ (Psychological First Aid : PFA) ด้วยหลักการ สอดส่องมองหา (Look) ใส่ใจรับฟัง (Listen) และส่งต่อเชื่อม โยง (Link) เพื่อลดความเครียดและช่วยประเมินความต้องการเร่งด่วน ซึ่งความรู้ในเรื่องการปฐมพยาบาลทาง ใจ เป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นใจสำหรับผู้ปฏิบัติงาน


23 สื่อ อุปกรณ์การสอน 1. คลิปวีดีโอ 2. สไลด์ 3. แบบประเมิน Symptom check list กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นตอน/กระบวนการ กิจกรรม ระยะเวลา เนื้อหา/สื่อ ขั้นนำ วิทยากรกล่าวทักทายผู้เข้าอบรม เพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ - 5 นาที ขั้นดำเนินการ วิทยากรบรรยายเรื่อง “การปฐมพยาบาลทางใจ” - ความหมายของการปฐมพยาบาลทางใจ - ความเข้าใจเรื่องการปฐมพยาบาลทางใจ - ตัวอย่างการปฐมพยาบาลทางใจในโรงเรียน - จุดประสงค์ของการปฐมพยาบาลทางใจ - คุณสมบัติผู้ที่ให้การปฐมพยาบาลทางใจ - ผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการปฐมพยาบาลทางใจ - บรรยาย - กลุ่มใหญ่ - 10 นาที - สไลด์การปฐม พยาบาลทางใจ วิทยากรบรรยายเรื่อง “ปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียด หลังเผชิญเหตุ” - ปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียด - ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อเผชิญข่าวร้ายและการช่วยเหลือ - บรรยาย - กลุ่มใหญ่ - 15 นาที - สไลด์การปฐม พยาบาลทางใจ วิทยากรบรรยายเรื่อง “ทักษะการปฐมพยาบาลทางใจ การสอดส่องมองหา (Look)” - กระบวนการค้นหาเด็กและวัยรุ่นผู้ประสบภาวะวิกฤต/ เหตุการณ์รุนแรง ที่ต้องการความช่วยเหลือ จัดลำดับ ความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือและขั้นตอนการ ให้ความช่วยเหลือ - ดูคลิปเหตุการณ์ - บรรยาย - กลุ่มใหญ่ - 15 นาที - คลิปผู้ประสบ เหตุการณ์ภัยพิบัติ - สไลด์การปฐม พยาบาลทางใจ วิทยากรบรรยายเรื่อง “ทักษะการปฐมพยาบาลทางใจ การใส่ใจรับฟัง (Listen)” - ดูคลิปเหตุการณ์ - บรรยาย - กลุ่มใหญ่ - 15 นาที - คลิปสถานการณ์ ภัยพิบัติ - สไลด์การปฐม พยาบาลทางใจ


24 กิจกรรม ระยะเวลา เนื้อหา/สื่อ - การเข้าหาเด็กและวัยรุ่นผู้ประสบภาวะวิกฤต/เหตุการณ์ รุนแรงอย่างให้เกียรติ สร้างความรู้สึกปลอดภัย สงบ ลด ความตึงเครียด ให้การช่วยเหลืออย่างเข้าใจ ใส่ใจ และรับฟัง วิทยากรบรรยายเรื่อง “ทักษะการปฐมพยาบาลทางใจ ส่ง ต่อ เชื่อมโยง (Link)” - กระบวนการและวิธีการส่งต่อเด็กและวัยรุ่นผู้ประสบภาวะ วิกฤต/เหตุการณ์รุนแรงที่เหมาะสมกับความต้องการ รวมถึงให้ข้อมูลการช่วยเหลือที่ถูกต้องและเข้าถึงได้ทันที - ดูคลิปเหตุการณ์ - บรรยาย - กลุ่มใหญ่ - 15 นาที - คลิปผู้ประสบภัย พิบัติ - สไลด์การปฐม พยาบาลทางใจ ขั้นสรุป วิทยากรเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมซักถาม/เสนอแนะเพื่อ ความเข้าใจ - ซักถาม/ เสนอแนะ - กลุ่มใหญ่ - 5 นาที แผนเผชิญเหตุ กิจกรรม ระยะเวลา เนื้อหา/สื่อ ขั้นนำ วิทยากรกล่าวทักทายผู้เข้าอบรม เพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ - 5 นาที ขั้นดำเนินการ วิทยากรบรรยายเรื่อง “การจัดการภาวะฉุกเฉินทาง สาธารณสุข” - 2P2R - การแบ่งกลุ่มผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ - บรรยาย - กลุ่มใหญ่ - 20 นาที - สไลด์แผนเผชิญ เหตุ วิทยากรบรรยายเรื่อง “แผนผังแสดงขั้นตอนการปฏิบัติงาน ช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัย” - บรรยาย - กลุ่มใหญ่ - 10 นาที - ภาพแผนผัง ขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน ช่วยเหลือเยียวยา จิตใจผู้ประสบภัย วิทยากรบรรยายเรื่อง “แบบประเมินต่างๆ” - แบบประเมิน PHQ-A - บรรยาย - กลุ่มใหญ่ - แบบประเมิน PHQ-A


25 กิจกรรม ระยะเวลา เนื้อหา/สื่อ - แบบประเมิน CRIES-8 - แบบประเมิน Symptoms check list - 45 นาที - แบบประเมิน CRIES-8 - แบบประเมิน Symptoms check list ขั้นสรุป วิทยากรเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมซักถาม/เสนอแนะเพื่อ ความเข้าใจ - ซักถาม/ เสนอแนะ - กลุ่มใหญ่ - 10 นาที การวัดและประเมินผล 1. ประเมินผลก่อนและหลังการอบรม 2. ประเมินระหว่างการอบรมและฝึกปฏิบัติ โดยการสังเกต การซักถาม และการมีส่วนร่วมของ ผู้เข้าร่วมอบรม 3. การทบทวนหลังปฏิบัติงาน (After Action Review : AAR) ข้อมูลประกอบแผนการสอน


26 แผนการสอนที่4 เรื่อง ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ (School Health HERO)


27 แผนการสอนที่ 4 เรื่อง ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ (School Health HERO) ระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้เข้าใจและสามารถนำระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ (School Health HERO) หรือ โปรแกรม HERO ไปใช้ในการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนกลุ่มเสี่ยงปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ สังคมได้ 2. เพื่อให้สามารถสมัครเข้าใช้งานโปรแกรม HERO ด้วยตนเองได้ 3. เพื่อให้สามารถเข้าใช้งานโปรแกรม HERO ด้วยตนเองได้ สาระสำคัญ ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ (School Health HERO: Health and Educational Reintegrating Operation) คือ ระบบที่ออกแบบให้เป็นแอปพลิเคชันบนเว็บไซด์ เพื่อให้ครูใช้เฝ้าระวัง เรียนรู้ และรับคำปรึกษาเพื่อดูแล นักเรียนที่เสี่ยงต่อปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และทักษะสังคม ระบบนี้พัฒนาขึ้นเพื่อ แก้ปัญหาการประเมินนักเรียนแบบเก่า ที่ครูต้องประเมินนักเรียนทุกคนดัวยแบบประเมิน SDQ จำนวน 25 ข้อ ด้วยกระดาษ มีความยุ่งยากและใช้ระยะเวลานาน เป็นภาระงานของครูที่ส่งผลให้ครูไม่อยากประเมินนักเรียน กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และ คณะวิศวกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้พัฒนาระบบจึงได้ร่วมกัน พัฒนาระบบ School Health HERO: HERO โดยเชื่อมต่อกับ HERO Dashboard ที่เป็นระบบฐานข้อมูล กลางสำหรับจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประเมินนักเรียนประจำโรงเรียนโดยครู โดยเริ่มพัฒนาช่วง ปีงบประมาณ 2563 และดำเนินงานมาตั้งแต่ช่วงปีงบประมาณ 2564 จนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่เริ่มเปิดใช้มา โปรแกรม HERO ได้ช่วยให้ครูผู้ใช้งานสามารถเฝ้าระวังและช่วยเหลือนักเรียนที่มีความเสี่ยงได้อย่างมาก สื่อ อุปกรณ์การสอน 1. คลิปวีดีโอ 2. สไลด์ 3. แบบสังเกตอาการ 9S Plus 4. โปรแกรม HERO Demo เพื่อใช้ในการสอน


28 กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นตอน/กระบวนการ กิจกรรม ระยะเวลา เนื้อหา/สื่อ ขั้นนำ วิทยากรกล่าวทักทายผู้เข้าอบรม และเปิดคลิปวีดีโอ เมื่อคลิปวีดีโอจบ สุ่มถามผู้อบรม ดังนี้ - หลังจากดูคลิปวีดีโอจบท่านรู้สึกอย่างไร - ท่านคิดว่าสนใจนำโปรแกรมHEROไปใช้หรือไม่ - และเพราะอะไร - 10 นาที (คลิป 3 นาที ซักถาม/พูดคุย 7 นาที) คลิปวีดีโอ “ประสบการณ์ ครูที่ได้ใช้โปรแกรม HERO” ขั้นดำเนินการ วิทยากรบรรยายเรื่อง “ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถี ใหม่: School Health HERO” - สถิติการใช้งานโปรแกรม HERO - MOU ความร่วมมือในการพัฒนา ระบบสุขภาพจิต โรงเรียนวิถีใหม่: School Health HERO - ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่: School Health HERO - HERO Consultant - บรรยาย - กลุ่มใหญ่ - 30 นาที - สไลด์ระบบสุขภาพจิต โรงเรียนวิถีใหม่: School Health HERO - แบบสังเกตอาการ 9S Plus วิทยากรบรรยายเรื่อง “การใช้งานโปรแกรม HERO” - การจัดการผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งาน - ขอบเขตรับผิดชอบและการเข้าถึงข้อมูลของผู้ดูแล ระบบและผู้ใช้งาน - บรรยาย - กลุ่มใหญ่ - 10 นาที สไลด์การใช้งานโปรแกรม HERO วิทยากรสาธิตวิธีการสมัครเข้าใช้งานโปรแกรม HERO และให้ผู้อบรมปฏิบัติตามเพื่อสมัครเข้าใช้งานโปแกรม HERO - สาธิต/ทดลอง ปฏิบัติ - กลุ่มใหญ่ - 20 นาที โปรแกรม HERO Demo เพื่อใช้ในการสอน วิทยากรสาธิตการใช้งานโปรแกรม HERO และให้ผู้ อบรมทดลองปฏิบัติตามเพื่อใช้งานโปรแกรม HERO - สาธิต/ทดลอง ปฏิบัติ - กลุ่มใหญ่ - 10 นาที โปรแกรม HERO Demo เพื่อใช้ในการสอน


29 กิจกรรม ระยะเวลา เนื้อหา/สื่อ ขั้นสรุป วิทยากรเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมซักถาม/เสนอแนะเพื่อ ความเข้าใจ - ซักถาม/ เสนอแนะ - กลุ่มใหญ่ - 10 นาที การวัดและประเมินผล 1. ประเมินผลก่อนแหละหลังการอบรม 2. ประเมินระหว่างการอบรมและฝึกปฏิบัติ โดยการสังเกต การซักถาม และการมีส่วนร่วมของ ผู้เข้าร่วมอบรม 3. การทบทวนหลังปฎิบัติงาน (After Action Review : AAR) ข้อมูลประกอบแผนการสอน


30 ตัวอย่างแบบประเมินที่ใช้ในการอบรม 1. แบบประเมินภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น (Thai version of The Patient Health Questionnaire for Adolescents: PHQ-A) 2. เครื่องมือเฝ้าระวังอาการที่เป็นปัญหาด้านสุขภาพจิตในเด็กและวัยรุ่นไทย (9S)


31 แบบประเมินภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น (Thai version of The Patient Health Questionnaire for Adolescents: PHQ-A) อายุ _______ปี เพศ: ชาย หญิง วันที่_____________________ คำชี้แจง: ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คุณมีอาการต่อไปนี้บ่อยแค่ไหน? โปรดกาเครื่องหมาย “/” ลงใน ช่องว่าง ที่ตรงกับความรู้สึกของคุณมากที่สุด (0) ไม่มี เลย (1) มีบาง วัน (2) มี มากกว่า 7 วัน (3) มีแทบ ทุกวัน 1. รู้สึกซึม เศร้า หงุดหงิด หรือสิ้นหวัง 2. เบื่อ ไม่ค่อยสนใจหรือไม่เพลิดเพลิน เวลาทำสิ่งต่างๆ 3. นอนหลับยาก รู้สึกง่วงทั้งวัน หรือนอนมากเกินไป 4. ไม่อยากอาหาร น้ำหนักลด หรือกินมากกว่าปกติ 5. รู้สึกเหนื่อยล้า หรือไม่ค่อยมีพลัง 6. รู้สึกแย่กับตัวเอง หรือรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว หรือทำให้ ตัวเองหรือครอบครัวผิดหวัง 7. จดจ่อกับสิ่งต่างๆ ได้ยาก เช่น ทำการบ้าน อ่านหนังสือ หรือดู โทรทัศน์ 8. พูดหรือทำอะไรช้าลงมากจนคนอื่นสังเกตเห็นได้หรือในทาง ตรงกันข้ามคือ กระสับกระส่ายหรือ กระวนกระวาย จนต้อง เคลื่อนไหวไปมามากกว่าปกติ 9. คิดว่าถ้าตายไปเสียจะดีกว่า หรือคิดจะทำร้ายตัวเอง ด้วยวิธี ใดวิธีหนึ่ง รวมคะแนน ใน 1 เดือนที่ผ่านมา มีช่วงไหนที่คุณมีความคิดอยากตาย หรือไม่อยากมีชีวิตอยู่อย่างจริงจังหรือไม่ ใช่ ไม่ใช่ ตลอดชีวิตที่ผ่านมา คุณเคยพยายามที่จะทำให้ตัวเองตาย หรือลงมือฆ่าตัวตายหรือไม่ ใช่ ไม่ใช่


32 เครื่องมือเฝ้าระวังอาการที่เป็นปัญหาด้านสุขภาพจิตในเด็กและวัยรุ่นไทย (9S) ชื่อ-สกุล (ระบุนามเป็นหมายเลขแทนตัว)..................................................อายุ.................................. ระดับชั้น...................................................... เพศ ชาย หญิง อาการ มี ไม่มี 1. ซนเกินไป 2. ใจลอย 3. รอคอยไม่ได้ 4. เครียดหงุดหงิดง่าย 5. ท้อแท้เบื่อหน่าย 6. ไม่อยากไปโรงเรียน 7. แกล้งเพื่อน 8. ถูกเพื่อนแกล้ง 9. ไม่มีเพื่อนสนิท นิยาม (อ้างอิงตามเกณฑ์วินิจฉัยโรค DSM-V) ซนเกินไป หมายถึง ซน มากกว่า และ/หรือ บ่อยกว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน ใจลอย หมายถึง ใจลอยหรือไม่สามารถจดจ่อหรือไม่มีสมาธิ มากกว่า และ/หรือ บ่อยกว่าเด็กคน อื่นในวัยเดียวกัน รอยคอยไม่ได้ หมายถึง ไม่สามารถรอคอยได้ มีอาการมากกว่า และ/หรือ บ่อยกว่าเด็กคนอื่นในวัย เดียวกัน เครียดหงุดหงิดง่าย หมายถึง หงุดหงิดหรือกังวลใจ หรือไม่สบายใจ จนคนรอบข้างสังเกตได้ มีอาการ ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ ท้อแท้เบื่อหน่าย หมายถึง มีอารมณ์ซึมเศร้า ท้อแท้ ไม่อยากทําอะไร ไม่สนใจในสิ่งที่เคยสนใจ จนคนรอบ ข้างสังเกตได้ มีอาการติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ ไม่อยากไปโรงเรียน หมายถึง ไม่อยากไปโรงเรียน มีอาการติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ แกล้งเพื่อน หมายถึง เป็นผู้กระทําทางร่างกายหรือทางวาจา เช่น ตบตี ชกต่อย ขโมยของ เปิด กระโปรง ตั้งฉายา เรียกชื่อบุพการี ล้อเลียนหยาบคาย จนอีกฝ่ายได้รับ ผลกระทบหรืออับอาย ถูกเพื่อนแกล้ง หมายถึง เป็นผู้ถูกกระทําทางร่างกายหรือทางวาจา เช่น ตบตี ชกต่อย ขโมยของ เปิด กระโปรง ตั้งฉายา เรียกชื่อบุพการี ล้อเลียนหยาบคาย จนได้รับผลกระทบหรืออับอาย ไม่มีเพื่อน หมายถึง ไม่มีเพื่อนสนิท


33 อ้างอิง 1. ธันวรุจน์ บูรณสุขสกุล ศศกร วิชัย วินัย นารีผล และจันทร์ชนก โยธินชัชวาล. หลักสูตรการให้การ ปรึกษาวัยรุ่นสํา หรับบุคลากรสาธารณสุข (ฉบับปรับปรุง) : คู่มือวิทยากร. สถาบันสุขภาพจิตเด็ก และวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, 2558. 2. มาโนช หล่อตระกูล. (2022). โรคซึมเศร้าโดยละเอียด. จาก https://www.rama.mahidol.ac.th/ramamental/ generalknowledge/general/09042014- 1017 3. ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. (2565). เข้าใจวัยรุ่นซึมเศร้า. จาก https://www.happyhomeclinic.com/sp16-depression-teen.html 4. สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์(2565). อาการโรคซึมเศร้าในวัยรุ่น. จาก https://www.camri.go.th/th/knowledge/article/ar2/ar2-52 5. กลุ่มงานสังคมสงเคราะห์. (2565). การป้องกันการฆ่าตัวตายในวัยรุ่น. จาก Website: https://new.camri.go.th/ 6. องค์การอนามัยโลก (WHO) แปลภาษาไทย โดย สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์. (2563). ฉันมีหมาดำตัวหนึ่ง...มันชื่อว่าซึมเศร้า https://www.youtube.com/watch?v=xCN6zS4TLDI 7. แบบประเมินภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น (Thai version of The Patient Health Questionnaire for Adolescents: PHQ-A). จาก bit.ly/426OGFr 8. Gerald coey .Theory and practice of counseling and psychotherapy. America,2015 9. Nielsen Norman Group.The Spectrum of empathy.สืบค้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2564 https://tooledesign.com/empathy/ 10. Maryville University.How to Be a Better Listener: Exploring 4 Types of Listening. สืบค้น เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 https://online.maryville.edu/blog/types-of-listening/ 11. Anthony Spirito.Cognitive-behavioral therapy for adolescent depression and suicidality.Child Adolesc Psychiatr Clin N Am. 2011 Apr; 20(2): 191–204. 12. สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต. การปฐมพยาบาลทางใจสำหรับผู้ ประสบภาวะวิกฤตและสูญเสีย: คู่มือสำหรับผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม. กรุงเทพฯ, 2565. 13. สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต. การปฐมพยาบาลทางใจ (Psychological First Aid : PFA) ในเด็กและวัยรุ่น : คู่มือวิทยากร. กรุงเทพฯ, 2565. 14. สมาคมอีเอ็มดีอาร์ ประเทศไทย. การปฐมพยาบาลทางใจ (Psychological First Aid). โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, 2565.


34 15. Save the Children. Psychological first aid training manual for child practitioners. Copenhagen, Denmark : Save the Children. 2013. 16. World Health Organization. Psychological first aid: facilitator’ s manual for field workers. WHO, 2013. 17. ผศ.ดร.อิสระ อนันตวราศิลป์. SCHOOL HEALTH HERO ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ : คู่มือ การใช้งานสำหรับครู. 2565


Click to View FlipBook Version