จว๋ิ กบั น้อย
วีรศิลป์ วิฬารศิลป์ เขียน
ชมัยภร แสงกระจ่าง คำ�นิยม
นันทวัน วาตะ ภาพปกและภาพประกอบ
ธิติมา สัมปัชชลิต บรรณาธิการต้นฉบับ
พิมพ์ครั้งที่ 1 มกราคม 2561
ราคา 195 บาท
© ลขิ สิทธ์ิ 2561: วรี ศลิ ป์ วฬิ ารศลิ ป์
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558
ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ
วีรศิลป์ วิฬารศิลป์.
จิ๋วกับน้อย. -- กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์, 2561.
152 หน้า.
1. วรรณกรรมเยาวชน. I. นันทวัน วาตะ, ผู้วาดภาพประกอบ. II. ชื่อเรื่อง.
895.913
ISBN 978-616-04-3925-6
กรรมการผู้จัดการ คิม จงสถิตย์วัฒนา ● ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ราตรี สังสกฤษ ● ผู้จัดการสำ�นักพิมพ์ สุชาดา งามวัฒนจินดา
● บรรณาธิการบริหาร อาจารีย์ สุทธิโรจน์ ● บรรณาธิการเล่ม วริษฐา ศรีธัญรัตน์ ● หัวหน้าพิสูจน์อักษร ดวงพร วิญญูธรรมรัตน์ ●
พิสูจน์อักษร บัวช้อย จิตประภัสสร ● ผู้จัดการกองศิลปกรรม กฤษดา เส่งสงค์ ● ผู้ช่วยผู้จัดการกองศิลปกรรม สุนันท์ เพชรวาว ●
ออกแบบปก พมิ พพ์ ศิ า ครุ ธุ รรมณฐั ● กราฟิก สปุ ราณี อภัยแสน ● หัวหน้าประสานงานการผลิต จรัสศรี พรหมเทพ
เพลตที่ กิรติธนพัทธ์ โทร. 0-2439-6000 พิมพ์ที่ พงษ์วรินการพิมพ์ โทร. 0-2399-4525-31
จัดพิมพ์และจัดจ�ำ หน่ายโดย
บริษัท นานมีบุ๊คส์ จ�ำ กัด
เลขที่ 11 ซอยสขุ มุ วิท 31 (สวัสดี) ถนนสขุ ุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร. 0-2670-9800, 0-2662-3000 โทรสาร 0-2662-0919
e-mail: [email protected] ● www.nanmeebooks.com ● www.facebook.com/nanmeebooksfan
กระดาษที่ใช้พิมพ์หนังสือเล่มนี้ช่วยในการถนอมสายตา เนื่องจากสะท้อนแสงเพียงเล็กน้อย
และใช้หมึกธรรมชาติจากนํ้ามันถั่วเหลือง จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
หากหนังสือเล่มนี้ผลิตไม่ได้มาตรฐาน สำ�นักพิมพ์ยินดีรับผิดชอบเปลี่ยนเล่มใหม่ให้ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
โปรดส่งไปเปลี่ยนตามที่อยู่บริษัท หรือติดต่อ Nanmeebooks Call Center โทร. 0-2662-3000 กด 1
คำ�นิยม
วิธีการเล่าเรื่องเพื่อจะส่ือ “เนื้อหา” ตามท่ีต้องการ เป็นคุณสมบัติสำ�คัญ
ประการหนึ่งของการสร้างสรรค์งานวรรณกรรมประเภทเร่ืองเล่า ไม่ว่าจะเป็น
นวนิยาย เรื่องส้ัน หรือวรรณกรรมเยาวชน มีคนเป็นจำ�นวนมากที่มี “เรื่อง”
อยากเล่า แต่ไมร่ ู้วา่ จะเลา่ วิธีไหนดี
“จ๋ิวกับน้อย” เป็นวรรณกรรมเยาวชนท่ีใช้ตัวผู้เล่าเรื่องที่ดูเหมือนเป็น “ผี”
ที่มองเห็นการกระทำ�ทุกอย่างของตัวละครเอก และเล่าแทนตัวละครเอกอย่าง
รู้จิตรู้ใจ ซ่ึงโดยแท้จริงแล้วก็คือ “จิตสำ�นึก” ของตัวละครเอกน้ันเอง มิใช่ภูตผี
ปีศาจแต่อย่างใด แต่สำ�หรับเด็กๆ ที่มีปัญหา และมักชอบพูดคุยกับตนเอง จึงมัก
ถูกสรุปว่า พูดคุยกับผี หรือมีผีมาพูดคุยด้วย ซ่ึงคำ�ว่า “ผี” หรือกลวิธีการใช้ “ผี”
ก็จะเป็นการกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเด็กๆ ทำ�ให้อยากอ่าน ผู้เขียนจึง
เลือกใช้ “ผ”ี แทน “จิต” อีกภาคหน่งึ ของตัวละคร
วรรณกรรมเยาวชนเรื่องน้ีเป็นเร่ืองสะท้อนความเป็นจริงอย่างแท้จริง
โดยมี “ผี” ชื่อจ๋ิวเป็นผู้เล่าเรื่อง และมีเด็กชายน้อยเป็นตัวละครเอก ผู้เขียนแสดง
ให้เห็นปัญหาของสถาบันครอบครัวในสังคมไทย ปัญหาท่ีเกิดข้ึนระหว่างลูกกับ
พ่อแม่ และระหว่างพ่อกับแม่กันเอง แต่โชคดีท่ีสังคมไทยมีครอบครัวใหญ่ท่ีมี
ปู่ย่าตายายรองรับ ดังน้ัน ปัญหาท่ีเกิดขึ้น จึงพอจะมีทางออกอยู่บ้างอย่าง
กระท่อนกระแท่น และเนื่องจากผู้ใหญ่มิได้รู้ตัวและมิได้คลี่คลายปมปัญหา
ปัญหาจึงขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นบาดแผลทางความรู้สึก ลึกจนเกินกว่า
จะเยียวยาได้ หัวใจอันบริสุทธ์ิของเด็กๆ จึงถูกทำ�ให้ปริแตกยับเยิน เด็กชาย
น้อยเยียวยาบาดแผลด้วยตนเองและยืนยันตัวเองได้ในท้ายสุด ท่ามกลางสภาพ
แตกแยกยับเยินของครอบครวั
ผู้เขยี นจบลงดว้ ยความชอกชำ้�อนั เกนิ พรรณนาของเด็กชายนอ้ ย
“ดวงตาของเขาไร้ความรู้สึกเหมือนเหวลึกท่ีว่างเปล่า จากน้ีไปคงไม่มีใคร
อยู่ในสายตาของเขาอีกแล้ว เขาคงมองไม่เห็นใครอีกแล้ว และในไม่ช้าเขาก็จะ
มองไม่เห็นฉันด้วย ฉันไม่รู้หรอกว่า ส่ิงท่ีน้อยเลือกและตัวตนที่เขาจะเป็นหลัง
จากน้ีจะเป็นส่ิงท่ีดีไหม แต่อย่างน้อย เพ่ือนรักของฉันก็ได้เลือกวิถีทองคำ�ของเขา
แล้ว...”
ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าผู้เขียนคิดอะไร แต่ข้าพเจ้าคิดถึงเซเซ่ ใน “ต้นส้มแสนรัก”
ของโจเซ่ วาสคอนเซลอส จบั ใจ
ผู้ใหญ่ที่อ่านหนังสือเล่มน้ี ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ครู หรือใครก็ตาม จะได้
รับบทเรียนที่น่าตระหนก และโปรดบันทึกไว้ด้วยว่า อย่าทำ�ให้ลูกหลานของท่าน
เปน็ อยา่ ง “นอ้ ย” เพราะถา้ เขาสรา้ ง “จว๋ิ ” ขน้ึ มาไมไ่ ด ้ เขากไ็ มอ่ าจกา้ วขา้ มความทกุ ข์
ไดอ้ ย่าง “น้อย” และทุกอย่างก็จะเลวรา้ ยเกินแก้
ขอบคุณผู้เขียนที่กล้าหาญ “เอาความชอกชำ้�เยียวยาความชอกชำ้�” จนได้
และทำ�ไดด้ ดี ้วย
ชมัยภร แสงกระจา่ ง
ศลิ ปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2557
คำ�นำ�สำ�นักพิมพ์
ย้อนกลับไปนานนับสิบปี ณ บ้านริมนำ้�หลังเล็กๆ คือเวทีชีวิตของเด็กชาย
น้อย
น้อยเป็นเด็กเงียบๆ ท่ีต้องเผชิญกับปัญหาคล้ายคลึงกับเด็กอีกหลายคน
แต่เขายังมีจิ๋ว เพื่อนสนิทผู้ไม่มีใครมองเห็นเป็นคู่คิด จ๋ิวเป็นเพื่อนท่ีดีหรือไม่ก็
ไม่ทราบ เพราะแม้จะชอบพูดยุแยงหรือต่อว่าคนท่ีน้อยรัก แต่จ๋ิวก็อยู่เคียงข้าง
น้อยเสมอ
แน่นอนว่าทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ แต่ จิ๋วกับน้อย ผลงานรางวัลรอง
ชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลวรรณกรรมแว่นแก้ว คร้งั ท่ ี 13 เล่มน้ชี วนให้เราต้งั คำ�ถาม
กับตนเองบ้างว่าทางแก้ปัญหาใหญ่ในชีวิตท่ีเด็กตัวเล็กๆ คนหน่ึงค้นพบ จะเป็น
หนทางทด่ี ีทีส่ ุดจรงิ หรอื
หรอื แท้จรงิ แล้วไม่มีทางท่ีดที ส่ี ดุ มแี ตท่ างทแี่ ตล่ ะคนเลอื กเดนิ
นานมีบคุ๊ ส์
1
..บ....า...ง...ร....ะ..ม....า....ด....
คุณปู่เคยเล่าว่า เม่ือก่อนท่ีดินบริเวณนี้เป็นป่ามีแต่หญ้าคาและ
ตน้ บอน มคี รอบครวั อยหู่ า้ ครอบครวั อพยพมาตง้ั ถน่ิ ฐานบรเิ วณนใ้ี นเวลาใกลๆ้ กนั
ซงึ่ ปูก่ บั ย่าก็เปน็ หน่ึงในน้นั
ตระกูลของเราย้ายมาจากอำ�เภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ปู่พาย่าหนีน้ำ�ท่วมมาตามแม่นำ้�เจ้าพระยาล่องลงมาจนถึงบางกอก แต่ถ้าฉันจำ�
ไม่ผิดย่าเคยเปรยว่าตอนที่ย่าเพิ่งแตกเนื้อสาว ปู่ซ่ึงมีฐานะยากจนกว่าเป็นคน
ลักพาตวั ย่ามา
ถ้าเป็นคนสมัยนั้นจะพูดว่าปู่ฉุดย่าหรือย่าหนีตามปู่หรือท้ังสองหนีตาม
กัน เอาเป็นว่าปู่และย่าช่วยกันพายเรือมาเรื่อยๆ จากแม่นำ้�เจ้าพระยามาท่ีคลอง
บางกอกน้อยทะลุมาคลองชักพระจนมาถึงคลองบางระมาด เรือลำ�น้อยก็เกิดร่ัว
ตรงโค้งนำ้�หน้าวัดมณฑป โชคดีท่ีกระแสนำ้�บริเวณนั้นจะผันเข้าหาท่าน้ำ�หน้าวัด
ปูจ่ งึ ประคองเรือใหเ้ ทียบท่าไดท้ ันกอ่ นท่ีเรือจะจม
ตอนนั้นท้ังสองมีเงินเพียงสามสตางค์และมีเสื้อผ้ากันคนละสองชุด คุณปู่
จำ�ต้องผูกเรือไว้ตรงท่านำ้�แล้วทิ้งให้มันจมอยู่ตรงน้ัน ท่านพาย่าข้ึนไปกราบ
เจ้าอาวาสเพ่ือขอพึ่งใบบุญ
8 วรี ศลิ ป ์ วิฬารศิลป์
“เม่ือก่อนแถวน้ันมีแต่ดงหญ้าคา วัดมณฑปก็เป็นแค่วัดเก่าๆ เหมือน
วัดร้างไม่ได้ใหญ่โตเหมือนตอนนี้หรอก ตอนนั้นน่ะมีพระอยู่แค่ไม่ก่ีรูปเอง แต่
ปู่ไม่มีท่ีไปแล้ว เลยปลูกเพิงเล็กๆ ไว้ท้ายวัดอาศัยข้าวก้นบาตรพระท่านยาไส้
พระทา่ นบอกวา่ ทท่ี างแถวนไ้ี มม่ เี จา้ ของ อยากไดแ้ คไ่ หนกไ็ ปลอ้ มเชอื กแลว้ ถางปา่
กันเอาเอง ตอนน้ันปู่เพิ่งจะสิบเจ็ด พวกที่เพ่ิงจะอพยพมาก็มีวัยใกล้ๆ กัน
พวกเราทัง้ หา้ คนเลยชว่ ยกันตัดไมด้ ายหญ้าจนเตยี นไปสดุ ลกู หูลูกตาเลยละ”
หลังจากนั้น คุณปู่และเพื่อนๆ ก็แบ่งที่ดินกันอย่างเท่าเทียม เพื่อนคุณปู่
ส่วนใหญ่จะเลือกฟันดินขุดท้องร่องแล้วทำ�สวนผักสวนผลไม้ แต่คุณปู่เป็นคน
บางบาล ความรู้ท่ีเชี่ยวชาญท่ีสุดคือการทำ�นา ปู่เคยบอกว่าท่ีดินบริเวณนี้เป็น
ดินเหนียวสีดำ�เหมาะกับการทำ�นาที่สุด ทุกเช้าปู่จะออกไปนาตั้งแต่ตะวันยังไม่ข้ึน
พอถึงตอนเที่ยงคุณย่าจะเดินเอาข้าวกับนำ้�พริกไปให้ คุณปู่จะเด็ดผักบุ้งท่ีขึ้นตรง
คนั นาจิ้มน�้ำ พรกิ กินกับข้าว
ตลอดเวลาท่ีทำ�นาในฤดูแรกคุณปู่ไม่เคยให้คุณย่าต้องไปตากแดดตากลม
กับท่านเลย ป้าเล่ียมเคยเล่าว่าตระกูลทางฝ่ายคุณย่าเป็นช่างดอกไม้ ต้นตระกูล
ของท่านเป็นผู้ดีเก่าเคยทำ�ดอกไม้ถวายพระเจ้าอยู่หัวมาต้ังแต่สมัยอยุธยายัง
ไม่สิ้นแผ่นดิน คุณปู่จึงปลูกไม้ดอกหอมนานาพันธุ์ไว้รอบกระต๊อบเล็กๆ ที่ปู่ปลูก
ข้ึนในท่ีดินของตน เพื่อให้คุณย่าใช้ร้อยมาลัยยามคิดถึงคุณทวด ทุกวันคุณย่าจะ
ร้อยมาลัยไหว้พระแล้วร้อยอีกพวงใส่พานไว้ตรงหัวนอนของคุณปู่ คุณย่าบอกว่า
ถา้ ทำ�แบบนี้คณุ ปจู่ ะฝันดแี ละหายเหน่ือย
ข้าวนาแรกให้ผลผลิตดีมาก ส่ิงแรกที่คุณปู่ทำ�คือแบกข้าวกระสอบใหญ่
ไปถวายท่านเจ้าอาวาสท่ีวัดมณฑป คุณปู่แบ่งข้าวอีกส่ีกระสอบให้เพื่อนบ้านท่ี
ร่วมลำ�บากกันมา จากนั้นคุณปู่ก็ขนข้าวท้ังหมดลงเรือแล้วพายไปขายท่ีท่าช้าง
เย็นวนั นน้ั คณุ ปซู่ ือ้ ปลาทเู ขง่ ใหญ่มาฝากคณุ ย่า
“ทำ�ไมตอ้ งซื้อปลาทูดว้ ยละ่ ปา้ ”
“ปลาทูเป็นของแพงมากในสมัยน้ัน มแี ต่คนรวยเทา่ นั้นทีจ่ ะไดก้ ิน”
“แล้วเม่ือกอ่ นปูก่ ับย่าเขากนิ อะไรกัน”
“กนิ ก้งุ ”
จวิ๋ กับนอ้ ย 9
“กงุ้ ฝอยกงุ้ เต้นแบบทน่ี ้อยเคยกนิ น่ะเหรอ”
“ไม่ใชห่ รอก ปกู่ นิ กุ้งใหญ่ ที่สมยั นีเ้ ขาเรียกวา่ กุง้ แม่น้ำ�”
ป้าเล่ียมเล่าว่าสมัยป้ายังเด็กน้ำ�ในคลองยังใสอยู่มาก กุ้งใหญ่ที่ปู่พูดถึงมี
อยู่ดาษด่ืนในคลองบางระมาด ทุกเช้าพวกมันจะเมานำ้�แล้วไต่ขึ้นมาตามเสาที่หัว
สะพาน สมัยยังเด็กป้าต้องกินกุ้งเผาตัวเท่าข้อมือเด็กหรือไม่ก็ไข่เจียวกุ้งสับเป็น
ประจำ� และเพราะกุ้งเป็นสัตว์น้ำ�ท่ีชอบกินซากสัตว์โดยเฉพาะหมาเน่า กุ้งจึง
ถือวา่ เปน็ อาหารชนั้ ต่�ำ ทีม่ ีแตค่ นจนเขากินกนั
ในปีตอ่ มาคณุ ย่าก็ต้งั ท้อง ลูกสาวคนแรกชื่อปบี หรอื ช่อื จริงวา่ ปราณ ี ปนี ้ัน
เองคุณปู่ก็พาคุณย่ากับป้าปีบลงเรือแล้วพากันกลับไปท่ีอยุธยาเพ่ือขอขมาคุณ
ทวด คุณทวดไม่ได้ดุด่าคุณปู่และคุณย่าแต่อย่างใด ทั้งยังนั่งเรือยนต์ตามมา
เย่ียมคณุ ยา่ ถงึ ท่ีบา้ นริมคลองบางระมาด
คุณปู่เล่าว่าคุณทวดยืนมองกระท่อมของคุณปู่อยู่นานแล้วหันไปมอง
คุณย่าด้วยความสงสาร แต่พอคุณย่าพาคุณทวดไปดูที่ดินที่คุณปู่ทุ่มเทแรงกาย
แรงใจเปล่ียนป่ารกชัฏให้เป็นท้องนาเขียวขจีกว้างใหญ่ สีหน้าท่านก็เปล่ียนไป
เย็นนั้นเป็นวันแรกที่คุณทวดได้กินข้าวสวยที่ปลูกด้วยมือลูกเขย ทุกก้อนข้าวท่ี
กัดลงไปช่างหวานล้ำ�นุ่มล้ิน คุณทวดกินไปได้ไม่ก่ีคำ�ก็นำ้�ตาไหล ท่านหันไปตบ
ไหลค่ ุณปแู่ ล้วยมิ้ ให้
หลังจากที่คุณทวดน่ังเรือยนต์กลับอยุธยาไปได้สามวันก็มีเรือยนต์ลำ�ใหญ่
มาเทียบที่ท่านำ้�หน้าบ้าน เรือลำ�น้ันบรรทุกไม้มากองใหญ่และมีคนงานติดเรือ
มาด้วยหลายคน คุณทวดยกเรือนไทยหลังใหญ่ท่ีเคยเป็นห้องนอนของท่านให้
พอคณุ ยา่ ร้กู ท็ รดุ ลงรอ้ งไหต้ ะโกนวา่ “พ่อจ๋าๆ” อย่างไม่อายใคร
นับต้ังแต่วันน้ันครอบครัวของน้อยได้ลงหลักปักฐานอย่างสมบูรณ์แล้วท่ี
ริมคลองบางระมาด หลังจากนั้นคุณย่าก็มีลูกอีกสิบคน ส่วนใหญ่ฉันไม่รู้จักและ
จำ�หน้าไม่ได้ จะมีก็แต่ป้าปีบผู้เป็นลูกสาวคนโต ป้าเล่ียมหรือป้าเล่ียมทองผู้เป็น
ลูกลำ�ดับที่ห้าหรือเป็นลูกคนกลางในจำ�นวนพ่ีน้องสิบคน และคนสุดท้ายที่เป็น
คนสุดท้องชื่อพันธ์หรือช่ือจริงว่าประพันธ์ เป็นลูกชายคนที่คุณย่ารักมากท่ีสุด
และพ่อประพนั ธ์น่ีเองทเ่ี ปน็ พอ่ ของน้อย เพอื่ นสนิทของฉนั
10 วีรศลิ ป ์ วิฬารศิลป์
ฉันพยายามจินตนาการถึงทุ่งนากว้างใหญ่ กระท่อมเล็กๆ ริมน้ำ�ท่ีมี
ดอกไม้นานาชนิดล้อมรอบ มีสายนำ�้ ใสไหลผ่านจนมีก้งุ ตัวโตๆ ข้นึ มาให้กินทุกเช้า
เหมือนที่น้อยเคยเล่าให้ฟัง เพราะตอนน้ีไม่มีท้องนาให้เห็นอีกแล้ว นำ้�ในคลองก็
ไมใ่ สเหมือนที่คิด จะมีก็แตเ่ รอื นไทยหลงั งามทีด่ ูเกา่ แกน่ ่ากลวั
ป้าเลี่ยมเล่าว่าลูกชายและลูกสาวคนอื่นๆ ของคุณปู่ต่างแยกย้ายไปใช้
ชีวิตของตน แต่ถึงแม้จะย้ายไปอยู่ท่ีอื่นคุณปู่ก็แบ่งที่นาของตนเป็นสิบส่วนเท่าๆ
กัน พอได้ที่ดินมาพวกคุณลุงคุณป้าก็พากันล้อมร้ัวแบ่งอาณาเขตกันอย่างชัดเจน
พวกเขาไม่ได้ทำ�สวนหรือใช้ประโยชน์ใดๆ เลยได้แต่ปล่อยให้กลับไปรกเป็นป่า
ดงั เดมิ รอเวลาใหล้ กู หลานได้กลับมาใชป้ ระโยชนใ์ นภายหลัง
ส่วนบ้านที่ริมคลองบางระมาด ป้าเล่ียมและพ่อพันธ์ได้ช่วยกันปลูกขึ้นมา
อีกหลังเช่ือมต่อกับเรือนไทยเพื่อขยายพ้ืนท่ีใช้งาน คุณปู่คุณย่ายังคงพักอยู่ใน
เรือนไทย ส่วนป้าปีบ ป้าเล่ียม และพ่อพันธ์อาศัยอยู่ในบ้านใหม่ท่ีเช่ือมต่อกัน
จนกระทั่งพ่อพันธ์แต่งงานกับแม่กรรณิการ์ พ่อพันธ์ก็แยกมาปลูกบ้านหลังใหม่
แต่ถึงจะสรา้ งบา้ นหลงั ใหม่ก็ยังอยู่ในรวั้ เดียวกัน
บ้านหลังน้อยของพ่อพันธ์เป็นบ้านไม้ริมคลองบางระมาด ยกพ้ืนสูงพอ
ประมาณ พอข้ึนบันไดมาจะเป็นชานบ้านท่ีเช่ือมต่อระหว่างห้องครัวกับห้องน้ำ�
หากเปิดประตูเข้าไปในบ้านจะเห็นโต๊ะกินข้าวอยู่ทางขวามือและมีชุดรับแขกทาง
ดา้ นซ้าย มหี อ้ งนอนใหญ่หนง่ึ ห้องซึ่งทกุ คนต้องนอนรวมกนั บนเตียงขนาดใหญ่
คุณย่าเล่าว่าบ้านหลังน้ีเป็นบ้านท่ีพ่อสร้างขึ้นเองกับมือ ค�ำ ว่าสร้างกับมือ
นั้นหมายถึงพ่อเป็นคนออกแบบ เป็นคนลงเสา เป็นคนเล่ือยไม้ เป็นคนตอกตะปู
ฯลฯ พ่อสรา้ งทกุ อยา่ งด้วยตนเองโดยมคี นช่วยเพียงไม่ก่ีคนเทา่ นน้ั
ตอนแรกฉันก็ไม่เช่ือจนกระท่ังปีท่ีแล้ว ปี พ.ศ. 2525 พ่อกับลูกน้องของ
พ่อแค่สองคนช่วยกันต่อเติมบ้าน พ่อสร้างห้องทำ�งานใหม่และทำ�หัวสะพาน
ย่ืนไปในลำ�คลองบางระมาด การหล่อเสาปูนในนำ้�ไม่ใช่เร่ืองง่ายท่ีใครๆ ก็ทำ�ได้
พ่อพันธ์สามารถทำ�ห้องทำ�งาน หัวสะพาน และศาลาที่หัวสะพานจนเสร็จได้ใน
เวลาแค่เดือนเดียวเท่าน้ัน คุณย่าภูมิใจในตัวพ่อพันธ์มาก แต่ดูเหมือนแม่ณิจะ
ไม่ร้สู ึกแบบนั้น
2
ช่า.ง..ต....ดั....ผ....ม....ม....อื...ใ...ห. ม่
บ่ายแก่ๆ ปลายเดือนเมษายนไม่ได้ร้อนระอุอย่างท่ีคิด เพราะได้
อาศัยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้ต้นนี้คือต้นปีบ เป็นไม้หอมที่คุณย่ารักมากที่สุด
และเป็นต้นสุดท้ายที่เหลือรอดจากน้ำ�ท่วมใหญ่ปี 2485 มันยืนต้นตระหง่านอยู่
ระหว่างบ้านพ่อพันธ์กับบ้านคุณย่า พ่อพันธ์ตอกตะปูตัวเล็กๆ ไว้ท่ีต้นปีบใหญ่
แลว้ เอากระจกเงาไปแขวน จากน้นั กเ็ อาเกา้ อีต้ วั นอ้ ยไปวางแลว้ ร้องเรยี กลูกๆ
พวกเด็กๆ รู้ดีว่าพ่อจะตัดผมให้ แต่ก่อนเวลาจะตัดผมพ่อจะพาพวกเขา
เดินไปตามทางดินเล็กๆ ท่เี ช่อื มต่อระหว่างวัดมณฑป วัดอังกุลา และวัดช่างเหล็ก
หากเดินผ่านวัดอังกุลาแล้วเล้ียวซ้ายไปอีกสิบเมตรจะมีร้านตัดผมเล็กๆ ตั้งอยู่
แต่ถ้าเดือนไหนนำ้�ท่วมจนทางเดินไม่สะดวกพ่อจะพาพวกเขาลงเรือแล้วพาย
ไปข้ึนท่ีท่านำ้�ร้านเจ๊กชุนซ่ึงเป็นร้านของชำ�ร้านใหญ่ ติดกับร้านเจ๊กชุนจะมีร้าน
ตัดผมอีกร้านซ่ึงเป็นร้านขนาดใหญ่ที่มีเก้าอี้ตัดผมถึงส่ีตัวไว้รองรับเหล่านักเรียน
จากโรงเรยี นวดั ช่างเหล็กซึง่ ตัง้ อยู่ไมไ่ กล
พอ่ เคยบอกวา่ ผมทรงนกั เรยี นเปน็ ทรงผมงา่ ยๆ แคต่ ดั ใหเ้ กรยี นทง้ั สามดา้ น
แล้วใช้กรรไกรซอยผมบนหัวให้บางเสียหน่อยก็ใช้ได้ ฉันจำ�ได้ว่าทุกคร้ังที่พ่อพา
ลูกๆ ไปตัดผม พ่อจะต้ังใจมองเพ่ือจำ�วิธีตัดแล้วพยายามชวนช่างคุยเพ่ือถามถึง
12 วรี ศิลป ์ วิฬารศิลป์
เคลด็ ลับ
พ่อเอาปัตตะเล่ียนอันใหม่เอ่ียมออกมาจากกล่อง แล้วเรียกพ่ีใหญ่มา
คนแรก พี่ใหญ่เป็นลูกคนโต เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด แม้ดูเหมือนเป็นคนที่
ไม่ค่อยพูด แต่เขาก็เป็นความภาคภูมิใจของคนในบ้าน หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น
ความภูมิใจของคนทั้งตระกูลเลยกไ็ ด้
ความภูมิใจท่ีว่านี้ไม่ได้เกิดจากการท่ีเขาเป็นลูกชายคนโตแต่อย่างใด แต่
เป็นเพราะเขาสามารถสอบเข้าโรงเรียนมัธยมชายล้วนชื่อดังได้ ใครเลยจะคิดว่า
เด็กท่ีเกิดในตระกูลชาวนาชาวสวนท่ีส่วนใหญ่จะเรียนโรงเรียนวัดจะสามารถสอบ
เขา้ โรงเรยี นช้ันดที มี่ ีแต่ลกู ผมู้ อี นั จะกินเทา่ นน้ั ที่เขา้ ได้
ทันทีที่รู้ผลสอบคุณปู่ก็ถอดแหวนพระวงเก่าแก่ท่ีใส่ติดน้ิวเป็นประจำ�ให้
แม้แต่พ่อกับแม่ที่กำ�ลังทะเลาะกันก็หยุดทะเลาะในทันที มีของขวัญมากมาย
ส่งมาจากญาติและเพ่ือนของพ่อ แต่ไม่ว่าจะได้รับคำ�ชมและของขวัญมากแค่ไหน
พ่ใี หญ่ก็ไมเ่ คยเหอ่ เหมิ ล�ำ พองใจ กลับขยันขน้ึ กวา่ เดมิ อีกหลายเท่า
“การเรียนในโรงเรียนมัธยมมันยากมากนะน้อย ถ้าไม่อ่านล่วงหน้าก็เรียน
ไมท่ ันเขาหรอก”
พ่ีใหญ่เคยบอกน้อยแบบนั้น อีกสองอาทิตย์ก็จะเปิดภาคเรียนใหม่และ
เขาก็จะกลายเป็นเด็กนักเรียนมัธยมเต็มตัวแล้ว แต่แทนท่ีเขาจะเล่นสนุกให้เต็มท่ี
เขากลับต้ังหน้าตั้งตาอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลาแม้กระท่ังตอนท่ีพ่อกำ�ลังตัดผม
ให้เขา
การตัดผมทรงนักเรียนที่พ่อเคยคิดว่าง่ายกลับไม่ง่ายดายอย่างท่ีคิด พ่อ
ใช้เวลานานมากในทุกขั้นตอน พี่ใหญ่มีสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาจับจ้องไปท่ีตัว
หนังสืออย่างมีสมาธิ เขานั่งน่ิงราวหุ่นข้ีผ้ึงจนกระทั่งพ่อตัดผมเสร็จเขาก็ลุกข้ึน
ยืนแล้วยกมือไหว้พ่อ จากนั้นก็เดินขึ้นบ้าน พ่อรีบร้องเรียกให้เขากลับมาที่หน้า
กระจกแล้วถามถงึ ความพอใจของพ่ใี หญ ่
“ผมทรงนักเรียนกค็ อื ผมทรงนักเรียนแหละพอ่ ”
“จะไม่ดใู หด้ อี กี หน่อยรึ เผ่อื พอ่ ตดั แหว่งไปจะได้แก้ให้”
“พ่อตดั ใหท้ ้ังทยี ังไงก็ต้องสวยอยูแ่ ล้ว ใหญไ่ ปอ่านหนังสือต่อนะ”
จ๋ิวกบั น้อย 13
พใ่ี หญย่ กมอื ไหวพ้ อ่ อกี ครง้ั แลว้ เดนิ ขน้ึ บา้ นไป พอ่ มองตามพใ่ี หญ ่ มรี อยยม้ิ
ปรากฏอยู่ตลอดเวลา ท่านหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหง่ือจากน้ันก็หันไปเรียกลูก
คนท่ีสองให้ลงมา
คนที่สองท่ีพ่อเรียกให้มาตัดผมคือนิด ลูกชายคนสุดท้องผู้เป็นที่รัก เป็น
แก้วตาดวงใจของคนท้ังครอบครัว นิดกำ�ลังจะเข้า ป.1 โรงเรียนเดียวกับท่ีน้อย
เรียนอยู่ ด้วยความท่ีเป็นเด็กอนุบาลทำ�ให้เขาไว้ผมหน้าม้าก่ึงส้ันกึ่งยาวที่ใคร
เห็นก็ต้องชมว่านา่ รกั
นิดมีเส้นผมที่ตรงเหมือนแม่แต่ดกหนาเหมือนพ่อ พอจำ�เป็นต้องกล้อน
ออกแล้วไว้ผมทรงนักเรียนเหมือนเด็กประถมท่ัวไปทำ�ให้พ่อและแม่เสียดายมาก
ก่อนท่พี ่อจะลงมือตัดผมแม่ก็ตะโกนห้ามแล้วว่งิ ลงจากบ้านพร้อมถือกล้องถ่ายรูป
ลงมาด้วย พ่อกับแม่ผลัดกันถ่ายรูปนิดเป็นการใหญ่กินเวลาไปนานโขจนกระท่ัง
นิดผล็อยหลับ แม่รีบว่ิงไปเอาหมอนใบน้อยมารองที่คอแล้วปล่อยให้พ่อตัดผม
ใหน้ ดิ
นิดเป็นเด็กอารมณ์ดีและไม่มีความทุกข์ ยามหลับก็หลับไปนิ่งๆ ไม่ละเมอ
ไม่ด้ินจนกระท่ังพ่อตัดผมเสร็จ พ่อดูเหน่ือยมาก ท่านถอนหายใจแล้วเช็ดเหงื่อ
พ่อเอือ้ มมอื มาสะกดิ นิดแต่นดิ ยังคงหลบั พอ่ จึงอุ้มนดิ ขึ้นบา้ นไปวางบนทีน่ อน
“พกั กนิ นำ้�กินขนมก่อนไหมอาพันธ์” แม่หนั ไปถามพ่อ
พ่อไม่ตอบแตก่ ลบั หันไปมองนอ้ ย ทา่ นถอนหายใจเบาๆ แล้วเรียกให้น้อย
ลงไปด้านล่าง
ทีน้ีก็ถึงคราวน้อยเพ่ือนรักของฉัน น้อยเป็นเด็กนักเรียนประถมท่ีกำ�ลัง
จะข้ึน ป.5 เป็นเด็กผู้ชายธรรมดาที่มีผลการเรียนในระดับปานกลาง ท่ีจริงถ้าจะ
พูดแบบไม่เข้าข้างต้องบอกว่าน้อยเป็นเด็กที่เรียนอ่อนและเป็นคนข้ีอาย แม้น้อย
จะไม่ใช่เด็กท่ีมีความโดดเด่นในด้านใด แต่เขาก็ไม่ใช่เด็กก้าวร้าว และไม่เคยสร้าง
ปญั หาใหพ้ อ่ แม่ต้องร้อนใจ
พ่อตะโกนเรียกน้อยอีกครั้ง น้อยรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอน ตรงไปท่ีตู้เส้ือผ้า
แล้วหยิบหนังสือมากองใหญ่ จากนั้นก็วิ่งลงไปหาพ่อที่รออยู่ด้านล่าง พอไปถึง
เขากร็ บี นง่ั ลงบนเกา้ อไ้ี มย่ อมสบตาพ่อท่ีมองเขาผา่ นกระจก พอ่ ถอนหายใจอกี คร้ัง
14 วีรศลิ ป ์ วิฬารศิลป์
แลว้ เรม่ิ ตดั ผมใหน้ ้อย
น้อยเป็นคนผมหนาและผมหยักศกเหมือนพ่อ พ่อรู้ฤทธ์ิผมหยักศกของ
ตนดวี า่ จดั ทรงยากแคไ่ หน ทกุ ครง้ั ทพ่ี อ่ จะออกจากบา้ น ทา่ นจะใชเ้ วลากวา่ ชว่ั โมง
เพ่ือจัดการทรงผมของตัวเอง พ่อจะใช้น้ำ�มันใส่ผมที่เป็นขี้ผ้ึงสีชมพูชโลมผมของ
ตนจนท่ัวแล้วใช้หลอดไฟดวงกลมๆ เสียบไฟให้หลอดร้อนแล้วช้อนอังปอยผม
ด้านหนา้ ให้ตง้ั เป็นทรง
ตลอดเวลาท่ีพ่อตัดผม น้อยได้แต่ก้มหน้าอ่านหนังสือ ระหว่างน้ันก็เง่ีย
หูฟังเสียงหายใจของพ่อ เขารู้ดีว่าพ่อเป็นคนโมโหร้าย ยามหงุดหงิดหรือมีส่ิงท่ี
พอ่ ไมพ่ อใจพอ่ จะเปลย่ี นไปเปน็ คนละคน นอ้ ยพยายามเหลอื บตามองฉนั แววตา
ของเขาบ่งบอกถึงความกลัว ฉันรีบชี้ไปที่หนังสือในมือน้อย เขาแอบพยักหน้า
เบาๆ แล้วก้มหนา้ อ่านหนงั สอื ตอ่ ไป
“จะก้มอะไรนักหนา อา่ นอะไรอย่นู อ้ ย”
“อา่ น...อ่านการ์ตนู ครับ”
“อา่ นไปทำ�ไมไรส้ าระ เอามานีซ่ ิ”
พ่อรีบเอื้อมมือมาคว้าหนังสือการ์ตูนในมือน้อย แล้วทำ�ท่าเหมือนจะ
ฉีกทงิ้
“พ่ออย่าฉกี นะ นนั่ การต์ ูนของพี่ใหญ”่ นอ้ ยรีบร้องห้าม
พ่อถอนหายใจอยา่ งหงดุ หงิดแลว้ เหวย่ี งมันลงพนื้
น้อยรีบกลับมาน่ังตัวตรง เขาสูดลมหายใจแล้วพยายามนั่งให้น่ิงที่สุด พ่อ
ขยับปัตตะเล่ียนแล้วเร่ิมตัดผมให้น้อยต่อ จะด้วยความเหนื่อยของพ่อหรือเพราะ
ผมหยกั ศกของนอ้ ยกไ็ มอ่ าจทราบได ้ ท�ำ ใหก้ ารตดั ผมครง้ั นน้ั ยาวนานกวา่ สองราย
กอ่ นหนา้ มาก
ด้วยความเพลียทำ�ให้น้อยเริ่มง่วงและเร่ิมสัปหงก ทุกคร้ังที่น้อยสัปหงก
พ่อจะคำ�รามในลำ�คออย่างหงุดหงิด จนเม่ือน้อยสัปหงกหลายคร้ังเข้าพ่อก็ตบหัว
น้อยไปเต็มแรง น้อยสะดุ้งต่ืนด้วยความตกใจ เขารีบหันไปมอง พ่อก็จับหัวเขา
หนั กลบั ไปหนา้ กระจกแลว้ เร่ิมตดั ตอ่
“ไอ้หา่ ตัดยากตดั เยน็ จริง” พอ่ บน่ เสยี งดงั
16 วรี ศิลป์ วิฬารศิลป์
น้อยน่ังน่ิง มือทั้งสองข้างจิกท่ีเท้าแขนไว้แน่น เขาเริ่มตัวส่ันพยายามห้าม
น้ำ�ตาไม่ให้ไหล พอตัวน้อยเร่ิมส่ันแรงข้ึนพ่อก็ใช้มือซ้ายกดไหล่เขาไว้ ย่ิงนาน
แรงกดยงิ่ เพม่ิ มากขึ้นทุกที
“พอแล้วพันธ์” ป้าเลี่ยมเดินเข้ามาห้าม
“ไมเ่ ปน็ ไรครับป้า เด๋ยี วพ่อก็ตดั เสรจ็ แล้ว”
น้อยพยายามหันไปยิ้มให้ป้า ดวงตาของเขาแดงกำ่� ป้าเลี่ยมเห็นแล้ว
ก็ใจหาย แกไม่ร้องห้ามอกี ตอ่ ไป กลับเดินไปกระชากปล๊ักปตั ตะเลี่ยนออก
ก่อนที่พ่อจะได้พูดอะไรป้าก็ดึงมือน้อยให้ลุกขึ้นแล้วพาเดินไปที่ท่าน้ำ�
ปา้ เล่ียมพานอ้ ยลงเรอื แล้วพายไปส่งที่ท่าเรอื รา้ นเจก๊ ชนุ
16
แบบบนั ทกึ การอา่ นวเิ คราะหแ์ ละวนิ ิจสารวรรณคดแี ละวรรณกรรม
ชอ่ื ผแู้ ตง่ ..................................................ชอ่ื เรอ่ื ง/หนังสอื .............................................
สถานทพ่ี มิ พ.์...................................สานักพมิ พ.์...................................................
ปีทพ่ี มิ พ.์..........................................จานวนหนา้ ...................................................
๑.ประเภท ………………………………………………………………………………………………………………………
๒.โครงเรอ่ื ง .................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…….
๓.เหตกุ ารณใ์ นเรอื่ ง .................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………..…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………..………...
………………………………………………………………………………………………………….…………………………………
๔.แกน่ เรอื่ ง ………………………………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๕.ฉาก …………………………………………………………………………………..………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๖.ตวั ละคร …………………………………………………………………………………………………….……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๗.บทสนทนา …………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
17
๘.กลวธิ ใี นการแตง่ ………………………………………………………………………………………………………..…
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๙.เนือ้ เรอื่ งยอ่ ................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๑๐.ขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากเรอื่ งทอ่ี า่ น ………………………………………………………………………………………………
.…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๑๑.สาระทสี่ ามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑๒.วรรคทองของฉนั
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑๓.ขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เห็น
๑๓.๑ ขอ้ เทจ็ จรงิ ในเรอ่ื ง................................................................................................................................
๑๓.๒ ขอ้ คดิ เห็นในเรอ่ื ง................................................................................................................................
ลงชอ่ื .........................................นักเรยี น ลงชอื่ .........................................ผปู้ กครอง
(..............................................) (..................................................)
ลงชอ่ื .........................................ครผู สู ้ อน
(..................................................)