The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ทิพย์วรรณ คงฟัก, 2020-08-11 06:47:55

ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน

ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน

0

1

คาอธบิ ายรายวิชา พท 32011 ภาษาไทยในชีวติ ประจาวนั

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย จานวน 40 ชว่ั โมง

คาอธิบายรายวิชา พท3101 ภาษาไทย จานวน 5 หน่วยกิต
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

มาตรฐานที่ 2.1 มคี วามรู้ ความเข้าใจ และทกั ษะพน้ื ฐานเกีย่ วกบั ภาษาและการส่อื สาร
การฟัง การดู
1. สามารถเลอื กส่ือ ในการฟัง และดูอย่างสร้างสรรค์
2. สามารถฟงั และดู อย่างมีวิจารณญาณ
3. เป็นผ้มู ีมารยาท ในการฟงั และดู
การพูด
1. สามารถพูด ท้ังที่เปน็ ทางการและไม่เปน็ ทางการ โดยใช้ภาษาถูกต้องเหมาะสม
2. สามารถแสดงความคดิ เห็นเชงิ วิเคราะห์ และประเมินค่าการใชภ้ าษาพูดจากส่ือต่างๆ
3. มีมารยาทในการพูด
การอ่าน
1. สามารถอ่านอย่าง มวี ิจารณญาณ จัดลาดับความคิดจากเรื่องท่อี ่าน
2. สามารถศึกษาภาษาถิ่น สานวน สุภาษติ ท่มี อี ยใู่ นวรรณคดี วรรณกรรมปจั จบุ ัน และ

วรรณกรรมท้องถิน่
3. สามารถวเิ คราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่าองค์ประกอบของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจบุ นั

วรรณกรรมท้องถิน่
4. สามารถค้นคว้าหาความรู้จากส่อื ส่งิ พิมพ์และสื่อสารสนเทศ
5. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มมี ารยาทในการอา่ น และนิสัยรักการอา่ น
การเขยี น
1. ร้แู ละเข้าใจหลักการเขียนประเภทต่างๆ โดยใช้คาในการเขียนได้ตรงความหมาย และ

ถูกต้องตามอักขระวิธีและระดับภาษา
2. สามารถวพิ ากษ์วจิ ารณ์และประเมนิ งานเขียนของผูอ้ น่ื เพ่ือนามาพัฒนางานเขียน
3. สามารถแต่งคาประพันธ์ประเภทรอ้ ยแกว้ และร้อยกรอง
4. มมี ารยาทในการเขยี น และนสิ ัยรกั การเขยี น
หลักการใช้ภาษา
1. รู้และเข้าใจธรรมชาตขิ องภาษา
2. สามารถใช้ภาษาสร้างมนุษยสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อ่ืน และใช้คาราชาศัพท์

คาสุภาพได้ถูกตอ้ งตามฐานะของบคุ คล

2

วรรณคดี วรรณกรรม
1. สามารถวิเคราะห์และเห็นคุณค่าวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบัน และวรรณกรรมท้องถ่ิน โดยใช้
หลกั การพินจิ วรรณคดี
ศึกษาและฝกึ ทกั ษะเกี่ยวกับเรอ่ื งดงั ต่อไปนี้
การฟัง การดู
การวิจารณค์ วามสมเหตุสมผล การลาดบั ความและความเป็นไปได้ของเร่ืองที่ฟังและดูจากส่ือ
ทหี่ ลากหลาย ตลอดจนมารยาทของการฟังและดู
การพูด
ศิลปะการพูดที่เปน็ ทางการและไม่เปน็ ทางการ และมารยาทในการพดู
การอ่าน
การอ่านเพ่ือตีความ แปลความ ขยายความ ความหมายของภาษาถิ่น สานวน สุภาษิต
องค์ประกอบ ของการประเมินค่าวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบัน และวรรณกรรมท้องถิ่น ตลอดจนมารยาท
ในการอ่าน
การเขยี น
หลักการเขียนประเภทตา่ งๆ และการแตง่ คาประพนั ธ์ประเภทร้อยกรอง ตลอดจนมารยาท
ในการเขียน
หลักการใชภ้ าษา
ธรรมชาติของภาษา การใช้ถ้อยคา ประโยค สานวน สุภาษิต คาพังเพย คาสภุ าพ คาราชา
ศัพท์
วรรณคดแี ละวรรณกรรม
หลักการพินิจและประเมินคุณค่าเกี่ยวกับวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบัน และวรรณกรรม
ท้องถนิ่
การจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
จัดประสบการณ์หรือสถานการณ์ในชีวิตประจาวันให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริงเกี่ยวกับทักษะ
การฟัง การดู การพูด การอา่ น การเขยี น และหลักการใชภ้ าษาเป็นรายบคุ คลหรือ ใชก้ ระบวนการกลุม่
การวัดและประเมินผล
การสังเกต การฝึกปฏิบัติ การทดสอบ ตรวจสอบ ตอบคาถาม และการประเมินชิ้นงานในแต่
ละกิจกรรม

3

มาตรฐานการเรยี นรู้

มีความรู้ ความเข้าใจและทกั ษะพืน้ ฐานเกี่ยวกับภาษาและการสอื่ สาร

ที่ หวั เร่อื ง ตัวช้วี ดั เนื้อหา จานวน (ชว่ั โมง)

1 ลักษณะและความสาคญั - บอกความสาคัญของภาษาไทย - ความสาคัญของภาษาไทย 4

ของภาษาไทยใน - บอกลักษณะของภาษาไทย - ลักษณะของภาษาไทย

ชีวติ ประจาวนั

2 ความหมายของคา - ใชภ้ าษาในชวี ติ ประจาวนั ได้ - ภาษาไทยท่ใี ช้กนั ใน 4

สแลงและการใช้ อย่างเหมาะสม ชวี ติ ประจาวนั

ภาษาในชีวิตประจาวนั - เขา้ ใจความหมายของคาแสลง - คาที่ใช้กนั ในปจั จบุ ัน

คาทับศัพท์ และใช้ได้อย่าง คาแสลง คาทับศพั ท์

ถูกต้องเหมาะสม

3 การพิจารณาประกาศ - พจิ ารณาข้อเทจ็ จรงิ ท่พี บจาก - การประกาศโฆษณาที่พบใน 8

โฆษณาและการพูด ประกาศโฆษณา ปัจจุบัน

ประชาสมั พันธ์ สนิ ค้า - พูดประชาสัมพันธส์ ินคา้ - การประชาสมั พนั ธ์สินคา้

และผลิตภณั ฑ์ ผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม ผลติ ภณั ฑ์

4 การใช้ภาษาในโอกาส - พูดทกั ทาย แนะนาแสดงความ - การพูดทักทายแนะนาแสดง 20

ตา่ ง ๆ เสยี ใจ ดีใจ ได้อย่างถูกต้อง ความดใี จ เสยี ใจ ขอรอ้ ง

เหมาะสม - การพดู โทรศัพท์ การตดิ ตอ่

- ปฏเิ สธการเสนอขายสนิ ค้าหรือ ราชการ

บริการได้อย่างนุ่มนวล - การปฏิเสธ การเสนอขาย

- การพูดโทรศัพท์และตดิ ต่อ หรอื ใหบ้ ริการ

สถานที่ - การพดู โทรศัพท์ การติดตอ่

ราชการต่าง ๆไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ราชการ

- พูดให้ข้อมูลขอข้อมูล แนะนา - การพูดเพ่ือขอขอ้ มูล ขอ

ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม คาแนะนา

-การพดู เพอื่ ให้ข้อมลู ให้

คาแนะนา

5 การใช้ภาษาในการ สามารถกรอกแบบฟอรม์ ตา่ งๆ การพดู ทักทาย แนะนา แสดง 4

กรอกแบบฟอร์ม ในชีวิตประจาวันไดอ้ ย่างถูกต้อง ความดีใจ เสียใจ ขอร้อง

ต่างๆ ในชีวิตประจาวัน

4

ตารางวิเคราะหร์ ายวชิ า ภาษาไทยในชีวิตประจาวัน พท 32011 จานวน 1 หน่วยกิต
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ภาคเรยี นท่ี 1/2563

กระบวนการเรียนรู้

ที่ หัวเรือ่ ง ตัวชว้ี ัด เนื้อหา ตนเอง พบกลุ่ม สอน โครงงาน จานวน
(งา่ ย) (ปาน เสรมิ (ชว่ั โมง)

กลาง) (ยาก

1 ลักษณะและ - บอกความสาคัญ - ความสาคัญ  6

ความสาคัญของ ของภาษาไทย ของภาษาไทย

ภาษาไทยใน - บอกลักษณะของ - ลักษณะของ

ชีวิตประจาวนั ภาษาไทย ภาษาไทย

2 ความหมายของ - ใชภ้ าษาใน - ภาษาไทยที่ใช้  4

คา ชีวิตประจาวันไดอ้ ยา่ ง กนั ใน

สแลงและการใช้ เหมาะสม ชีวิตประจาวนั

ภาษาใน - เข้าใจความหมาย - คาที่ใช้กนั ใน

ชวี ิตประจาวัน ของคาแสลง คาทบั ปัจจุบัน

ศพั ท์ และใชไ้ ด้อย่าง คาแสลง คาทับ

ถูกต้องเหมาะสม ศัพท์

3 การพิจารณา - พจิ ารณาข้อเทจ็ จริง - การประกาศ  6

ประกาศโฆษณา ทพ่ี บจาก โฆษณาที่พบใน

และการพดู ประกาศโฆษณา ปัจจุบนั

ประชาสัมพันธ์ - พดู ประชาสัมพันธ์ - การ

สนิ คา้ สนิ ค้าผลติ ภณั ฑไ์ ด้ ประชาสัมพนั ธ์

และผลติ ภณั ฑ์ อยา่ งเหมาะสม สนิ คา้ ผลติ ภัณฑ์

4 การใช้ภาษาใน - พูดทกั ทาย แนะนา - การพดู ทักทาย  20

โอกาสต่าง ๆ แสดงความ แนะนาแสดง

เสียใจ ดใี จ ได้อยา่ ง ความดใี จ เสยี ใจ

ถูกต้อง ขอร้อง

เหมาะสม - การพูด

- ปฏเิ สธการเสนอขาย โทรศพั ท์ การ

สนิ ค้าหรือ ตดิ ตอ่

บริการได้อยา่ ง ราชการ

นุ่มนวล - การปฏเิ สธ การ

- การพดู โทรศัพทแ์ ละ เสนอขายหรอื 5

ติดต่อสถานท่ี ให้บริการ 4

ราชการต่าง ๆไดอ้ ย่าง - การพูด

เหมาะสม โทรศัพท์ การ

- พดู ให้ข้อมลู ขอ ตดิ ตอ่

ข้อมูล แนะนาตา่ ง ๆ ราชการ

ได้อยา่ งเหมาะสม - การพดู เพอื่ ขอ

ขอ้ มลู ขอ

คาแนะนา

-การพูดเพื่อให้

ข้อมลู ให้

คาแนะนา

การใช้ภาษาใน สามารถกรอก การพูดทักทาย 
การกรอก
แบบฟอร์ม แบบฟอร์มตา่ งๆ ใน แนะนา แสดง
ตา่ งๆ ใน
ชีวติ ประจาวนั ชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ ง ความดใี จ เสยี ใจ

ถูกต้อง ขอร้อง

แผนจัดการเรียนรู้ รายวิชา พท 32
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย จาน

คร้ัง เนื้อหารายวิชา ผลการเรียนทีค่ าดหวงั บ
ครใู ห
การพิจารณาประกาศโฆษณาและ - พิจารณาข้อเท็จจริงทพ่ี บจาก โฆษณ
การพดู ประชาสมั พันธ์ สนิ คา้ และ ประกาศโฆษณา คลิป
ผลิตภณั ฑ์ - พูดประชาสมั พันธส์ ินค้า ส่ิงพ
ผลิตภัณฑไ์ ด้อยา่ งเหมาะสม

6

2011 ภาษาไทยในชีวิตประจาวัน

นวน 1 หน่วยกติ ( 40 ชั่วโมง )

การจัดกจิ กรรม ส่อื การเรยี นรู้ วดั และประเมนิ ผล
บทบาทครู บทบาทผู้เรียน
-ผเู้ รียนออกแบบ
ห้ดูตวั อย่าง แบง่ กลมุ่ ผ้เู รียน ข้อความประกาศ ประกาศ โฆษณา
คนละ 1 ชิ้น พรอ้ ม
ณาสินคา้ จาก และให้สมาชกิ ใน โฆษณา จากส่ือตา่ ง ๆ นาเสนอ
-สังเกตพฤตกิ รรม
ป วีดโี อ จากส่ือ กลมุ่ ออกแบบและ

พิมพต์ า่ ง ๆ นาเสนอสนิ ค้า/

โฆษณา ตามท่ี

ผเู้ รียนได้ออกแบบ

7

ใบความรู้
การพิจารณาประกาศ โฆษณา ทีพ่ บในปจั จบุ ัน

การอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ
การตคี วามสารประเภทต่างๆ
ในการอ่านนน้ั บางครั้งสานวนขอ้ ความเนอ้ื เรื่องของส่ิงท่ีอา่ นไมไ่ ดม้ ีความหมายตามตัวอกั ษร แตผ่ อู้ ่าน
ต้องอาศยั การตคี วามจึงจะเข้าใจความหมายของเร่อื งท่ีอา่ นไดต้ รงเรื่องกับทผ่ี ้เู ขียนเขียน ดงั นน้ั การตีความจึงมี
ความสาคญั อย่างย่งิ ต่อการทาความเขา้ ใจความหมายของเร่ืองให้ถูกต้อง หนังสือที่เราอ่านนนั้ มีหลายประเภท
ผู้อ่านตอ้ งรจู้ ักลกั ษณะของเรื่องที่อา่ น แล้วอา่ นให้ถกู ต้องและตีความตามลกั ษณะเน้ือหาของเร่ืองนน้ั ๆ
ความหมายของการตีความ

การตีความ เปน็ ความเขา้ ใจความหมายของคาสานวน ขอ้ ความ หรอื เนื้อเร่ือง ซงึ่ ไม่ไดม้ คี วามหมาย
ตามตัวอกั ษร การอา่ นตคี วามนีต้ ้องอาศยั ประสบการณ์ของผ้อู า่ นท่ตี รงกันกับประสบการณท์ ผ่ี เู้ ขยี นส่อื มาใน
สาร ถา้ ผ้อู า่ นกับผเู้ ขียนมีประสบการณต์ รงกัน ผอู้ า่ นก็จะตีความได้ถูกต้องตรงกับทผ่ี สู้ ง่ สารสอ่ื มา แต่ถ้าไม่มี
ประสบการณ์ตรงกนั ผเู้ ขยี นมีประสบการณ์อย่างหนึ่งส่วนผู้อ่านมปี ระสบการณ์อีกอยา่ งหนึง่ กจ็ ะตีความไป
ตามประสบการณข์ องตน ความหมายท่ีได้กจ็ ะไมต่ รงกบั ความหมายที่ผเู้ ขยี นตอ้ งการส่งมาสารท่เี ราอ่านนน้ั
แบ่งเป็นประเภทใหญๆ่ ได้ ๒ ประเภท คอื ประเภทร้อยแก้วและประเภทร้อยกรอง

การตคี วามสารประเภทรอ้ ยแกว้
1. บทความ มีหลายประเภทแยกไปตามลักษณะเนื้อหา เช่น บทความแสดง ความคิดเห็นบทความ
ทางวชิ าการ ประเภทวจิ ารณ์ ประเภทชีวประวัติ สารคดีการอ่านบทความก็เหมือนการอ่านหนังสือโดยทว่ั ไป
คือ ต้องจบั ใจความสาคญั ให้ได้ว่าใคร ทาอะไร ทีไ่ หน เมอื่ ไร เกิดผลอย่างไรและรูจ้ ักแยกข้อความทเี่ ปน็
ขอ้ เท็จจรงิ พิจารณาให้ได้วา่ ข้อความนน้ั มีเหตผุ ลถูกต้องสมควรเชือ่ ถือไดเ้ พียงใด
ตัวอย่างบทความแสดงความคดิ เห็น
“เป็นที่ยอมรบั กนั อยวู่ า่ ในปัจจุบันผ้พู ูดและผเู้ ขียนภาษาไทยไมค่ ่อยคานึงถงึ แบบแผนของภาษานกั
จะเป็นด้วยการศึกษาเล่าเรยี นภาษาไทยเดยี๋ วนี้ไม่ได้ผลเหมือนแต่ก่อน เพราะขาดครูผู้รู้ภาษาไทยดีพอก็ตาม
จะเปน็ เพราะคะแนนภาษาไทยและชั่วโมงเรียนภาษาไทยที่กระทรวงกาหนดใหม้ นี ้อยมาก จนแทบจะไร้
ความหมายสาหรับเด็กนักเรียนกต็ าม หรือจะเปน็ เพราะความไม่รบั ผิดชอบ ส่วนบคุ คลผู้คดิ เพียงวา่ ทาอะไรได้
ตามใจเปน็ ไทยแท้ก็ตาม รวมทั้งสน้ิ นยี้ ่อมเป็นปจั จัยแหง่ ความเสอื่ มของภาษาไทยทง้ั สิน้ ผลจงึ ปรากฏออกมา
ในรูปทีผ่ ดิ ๆ แพร่หลายเต็มบา้ นเต็มเมืองอยู่ในขณะนี้ ไมว่ ่าจะทางวทิ ยุ โทรทัศน์ป้ายโฆษณา จอภาพยนตร์
หรอื หนังสือพิมพ์ และนติ ยสารต่างๆ ถา้ จะประมวลมาบันทึกกันจรงิ ๆ กจ็ ะไดเ้ อกสารแหง่ ความผิดเล่มมหมึ า
ซ่ึงจะต้องใชเ้ วลานานปเี ตม็ ที่กว่าจะทาความเขา้ ใจใหถ้ ูกต้องโดยตลอดได้ การพูดตวั “ร” “ล” และการออก
เสียงพยัญชนะควบกล้านน้ั แทบจะแก้ไขใหถ้ ูกต้องไม่ไดแ้ ลว้ แมจ้ ะพยายามอย่างแสนเขญ็ เพยี งไรก็ตาม”

8

บทความน้ีผู้เขียนแสดงความคดิ เหน็ วา่ รฐั บาลไมไ่ ดใ้ หค้ วามสาคญั แก่การเรยี นการสอนภาษาไทย ครูท่ี
รภู้ าษาไทยดีพอกข็ าดแคลน และคนไทยปจั จุบนั ก็ขาดความรบั ผดิ ชอบในการใช้ภาษาไทย ซึง่ ตคี วามไดว้ า่
ผู้เขียนคดิ วา่ การใช้ภาษาไทยเสื่อมทรามลงเปน็ เพราะคนไทยไมส่ งั วรในความเป็นไทย ไม่ตระหนกั วา่ ภาษาไทย
เป็นเอกลักษณ์ของความเป็นชาตไิ ทย
การตคี วามบทความชน้ิ นี้จะเห็นได้วา่ ผู้อา่ นต้องทราบภูมิหลังของเร่ืองก่อน คือ มีคนจานวนมากเขยี น
หรอื พดู ถึงเรอ่ื งคนไทยปัจจุบันเขยี นและพูดภาษาไทยไม่ถูกตอ้ ง ผูเ้ ขยี นเปน็ อาจารยส์ อนภาษาไทยในคณะ
อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัยกต็ ้องพบปญั หาน้ีมากในการสอนลูกศิษย์ของท่าน นอกจากนี้ ยงั มเี รื่อง
จานวนครูสอนภาษาไทยท่รี ู้และสอนภาษาไทยไดด้ มี นี ้อยและช่วั โมงเรียนภาษาไทยก็ลดลง จากเดิมเคยเรยี น 3
คาบ/สปั ดาห์ เหลอื เป็น 2 คาบ/สัปดาห์ คะแนน 100 คะแนน กจ็ ริง แตเ่ วลาสอบเข้ามหาวทิ ยาลยั หรือเขา้
เรยี นตอ่ ในโรงเรยี นแตล่ ะระดับชั้น กพ็ จิ ารณาคะแนนวชิ าอ่ืนมากกว่าวชิ าภาษาไทย คนไทยก็พูดและเขียนผิดๆ
ให้พบเห็นประจา ถา้ ผู้อา่ นทราบภูมิหลงั หรือมปี ระสบการณเ์ ชน่ ทเ่ี ขยี นมานีย้ ่อมตีความสารท่ีส่งมาได้ตรงกับที่
เขียนให้ดเู ป็นตวั อย่าง

2. ข่าว ในการอ่านข่าว มีหลักอยู่วา่ จะตอ้ งอ่านพาดหัวขา่ ว ซ่งึ เปน็ ข้อความสัน้ ๆตัวโตๆ ก่อนเสมอ
เพอ่ื ให้รู้เรอื่ งราวทั้งหมดจากหนงั สือพิมพ์ แลว้ จงึ อา่ นสรุปข่าวยอ่ ๆ ซ่งึ ขา่ วทุกขา่ วจะมีสรุปหัวขอ้ ขา่ วก่อนท่ีจะ
บรรยายรายละเอียดจะทาให้ผเู้ รยี นทราบวา่ ขา่ วน้นั เป็นข่าวอะไร กลา่ วถึงใครทาไมจึงเป็นเช่นนแี้ ละข่าวนีเ้ กิด
ทไี่ หน ทาให้เกดิ ผลอย่างไรแล้วจึงอ่านข้อความละเอียดของขา่ วต่อไป
ข่าวท่ัวๆ ไปจะไม่ค่อยต้องอ่านแบบตคี วาม เพราะการเขียนขา่ วจะพยายามใชภ้ าษาชาวบา้ นอา่ นแลว้
เขา้ ใจได้ทันที แต่กม็ ีขา่ วบางประเภททต่ี ้องอาศัยการอ่านแบบตคี วามจงึ จะเข้าใจความหมายได้ถกู ต้อง ได้แก่
ขา่ วการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ขา่ ววชิ าการตา่ งๆ ขา่ วพวกนผ้ี ู้อา่ นตอ้ งมคี วามร้เู กี่ยวกบั เรื่องท่อี ่านพอสมควร ต้อง
ทราบภมู ิหลังของข่าวและต้องมปี ระสบการณ์พอจงึ จะตีความได้ โดยเฉพาะขา่ วการเมอื งจะมกี ารใชภ้ าษาท่ี
อาจทาให้เกดิ ความเข้าใจอย่างใดอย่างหนงึ่ การเลน่ สานวนภาษาจะพบเสมอในการใชภ้ าษาของนกั การเมือง
และนกั ขา่ วการเมือง ฉะนนั้ จึงมคี วามจาเปน็ ต้องอา่ นแบบตีความและต้องหาความรูป้ ระกอบข่าวน้ันด้วยเพ่อื
การตีความจะได้มีความถกู ต้องย่ิงข้นึ
ตวั อย่างข่าวจากหนังสือพิมพ์รายวัน__

พระวรชายาทรงห่วงเด็กให้ชว่ ยกวดขนั โฆษณาทวี ี
พระเจา้ วรวงศเ์ ธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรชายา ทรงมคี วามหว่ งใยในเยาวชนของชาติ ฝากผมู้ สี ว่ น

เกยี่ วข้องชว่ ยกวดขนั โฆษณาทวี ีซ่งึ มีอิทธพิ ลต่อเดก็ อยา่ งมาก
ในวโรกาสท่เี สด็จเปน็ องคป์ ระธานเปดิ การสมั มนา“การพฒั นาเยาวชนเพือ่ พัฒนาสังคม” ซง่ึ ฝ่ายเนติ
ธรรม สภาสตรแี ห่งชาตฯิ และคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สานกั นายกรัฐมนตรรี ่วมกันจัดข้นึ ท่ีหอประชมุ
บา้ นมนงั คศิลา เมื่อวนั ศุกร์ทผ่ี ่านมาในตอนหนง่ึ ของพระดารัสเปดิ การสมั มนาทรงมรี บั สั่งว่า “เยาวชนและเด็ก
เป็นความหวงั ท่ีสาคญั ของประเทศ ในการท่ีจะเปน็ ผธู้ ารงไวซ้ ึง่ ความมน่ั คงและรักษาวฒั นธรรมอนั ดีงามของ

9

ชาติใหย้ ่งั ยืนตอ่ ไป แต่ทน่ี ่าเป็นหว่ งกค็ ือระยะน้ีเยาวชนของเราบางสว่ นเปลยี่ นแปลงไปในทางเสอ่ื มลง ทั้งใน
ความประพฤติและจิตใจการกระทาท่ีไม่ถูกต้องหลายอยา่ ง มที ่าทีจะกลายเปน็ ส่ิงท่ีคนท่วั ไปยอมรับและสม
ยอมให้กระทากันได้เปน็ ธรรมดา สภาวการณ์เชน่ นีเ้ ป็นปญั หาใหญจ่ าเปน็ ทจ่ี ะต้องไดร้ บั การแกไ้ ข และ
ช่วยเหลืออย่างเร่งดว่ น เพราะแทจ้ ริงแล้วเยาวชนเหล่านน้ั มไิ ดต้ ้องการทาตวั ให้ตกตา่ หรือใหเ้ ปน็ ปัญหาแก่
สงั คมประการใด ทุกคนต้องการจะเป็นคนดีมีประโยชน์ต่อสงั คมและประเทศชาติ ด้วยกันทง้ั นน้ั แตก่ ารที่จะ

บรรลถุ ึงความประสงค์นี้ไดจ้ าตอ้ งอาศัยผูแ้ นะนาควบคุมให้ดาเนินการอย่างถูกต้อง ผ้ทู ม่ี ีหนา้ ท่ีด้านนีท้ กุ ฝ่ายทุก
ระดับจงึ ต้องร่วมมือกัน เพือ่ เสริมสรา้ งเยาวชนเหลา่ นน้ั ให้พฒั นาไปในทางทถ่ี กู ในทุกๆ ดา้ นเพ่ือทีจ่ ะไดเ้ ติบโต
ขน้ึ เป็นพลเมืองดีมคี ณุ ภาพสามารถสืบทอดทุกสิ่งทุกอยา่ งต่อไปไดด้ งั ทท่ี ุกคนปรารถนา”
กอ่ นเสด็จกลับได้เสด็จทอดพระเนตรนทิ รรศการเกีย่ วกบั เรื่องผู้บริโภคทีค่ วรรดู้ ้วย ศ.ล้ินจี่หะวานนท์
รองประธานสภาสตรีฯ และประธานฝ่ายเนตธิ รรม ซงึ่ เป็นผู้จดั การสมั มนาในคร้ังนี้ ได้เปิดเผยวา่ พระเจ้าวรวงศ์
เธอพระองคเ์ จ้าโสมสวลพี ระวรชายา ทรงเป็นหว่ งใยเยาวชนของชาตมิ าก โดยเฉพาะการจัดสัมมนาน้ีกท็ รงชืน่
ชมมาก เพราะเหตุว่า เรอ่ื งการบริโภคขณะนีม้ ีส่งิ ท่จี ะต้องช่วยเหลอื ประชาชนมากทีเดยี ว โดยเฉพาะการ
โฆษณาในทีวีตอนนี้ไม่ค่อยจะดี มีรับส่งั วา่ น่าจะได้มีการดูแลกันบา้ ง พร้อมกับฝากให้คณะกรรมการได้
ดาเนนิ การอย่างต่อเนอื่ งตอ่ ไป อยา่ ทาเพียงแค่น้ีและในการทไี่ ด้นาเยาวชนมาอบรมเช่นนี้ ทรงให้การสนบั สนุน
ว่า ทาถกู ต้องแล้วแต่อยา่ งไรก็ตาม ศ.ลนิ้ จี่ ก็ได้กราบทลู วา่ ถ้าจะใหด้ ีตอ้ งอบรมผู้ใหญด่ ้วย แลว้ มาพบกันครงึ่
ทางจะไดไ้ ม่สวนทางกนั แต่พระวรชายาทรงแย้งวา่ ผู้ใหญ่น้ันดอ้ื จงึ ควรใหค้ วามรแู้ ละคาแนะนาท่ีถูกต้องแก่เด็ก
(จากหนงั สอื พิมพ์ไทยรฐั ฉบับวันจันทร์ที่ 18 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2525)

ผเู้ รยี นอ่านขา่ วตามวธิ กี ารท่เี สนอแนะมาแล้ว คราวนี้ลองถามตัวเองดูซวิ า่
1. ผู้เรียนอา่ นขา่ วไดร้ วดเรว็ และเข้าใจเนื้อเร่ืองโดยตลอดหรือไม่
2. ขา่ วน้ีกล่าวถึงใคร ทาอะไรทีไ่ หนและผลจากข่าวนเ้ี ปน็ อย่างไร
3. ขา่ วนีเ้ ปน็ จรงิ หรือไม่ อย่างไร มีข้อความท่ีน่าเชื่อถือไดห้ รือไม่พิจารณาให้ถ่องแท้
ถา้ ผูเ้ รยี นสามารถตอบคาถามเหล่านี้ได้ และฝึกฝนตนเองสมา่ เสมอผู้เรยี นกจ็ ะอ่านข่าว ได้อยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพ

3. ประกาศและโฆษณาต่างๆ ประกาศและโฆษณาตา่ งๆ ส่วนใหญ่ใชภ้ าษาง่ายๆ และมีความหมาย
ตรงตามตัวอักษร แตก่ ม็ ีประกาศและโฆษณาจานวนมากเช่นกันทต่ี ้องตคี วามใหด้ ี ไม่เช่นนนั้ ก็จะเข้าใจไม่
ตรงกนั หรืออาจถูกหลอกใหซ้ ื้อสนิ คา้ หรอื บริการเพราะความเข้าใจผิด การอา่ นสารประเภทน้บี างครั้งต้อง
อาศยั ความรูป้ ระกอบด้วย เชน่ โฆษณาเคร่ืองตดั ไฟตราหน่ึงใชข้ ้อความว่า
“ป้องกันไฟดดู –ไฟรั่ว–ไฟช็อต–ไฟเกิน ได้แน่นอนกว่า วางใจได้ มาตรฐานระบบ GFCI สหรฐั อเมรกิ า
เซอร์กติ มาตรฐาน U/C สหรัฐอเมริกา มีจาหนา่ ยตามร้านไฟฟา้ ชน้ั นาทว่ั ประเทศ พูดถงึ เครื่องตดั ไฟฟา้ ชา่ งไฟ
พูดถงึ ……”
การอา่ นตีความโฆษณาช้นิ นี้ต้องมีความรูเ้ ร่อื งไฟดูดไฟชอ็ ต ไฟรัว่ และไฟเกนิ วา่ เม่ือมีไฟรั่วจาก

10

อุปกรณ์ไฟฟา้ หรือสายไฟ ถ้ามใี ครไปแตะต้องตรงท่ีมีไฟรัว่ อยู่ก็จะถกู ไฟดดู และถา้ ใช้ไฟเกนิ กาลังไฟในหมอ้
แปลงไฟฟา้ กจ็ ะเกิดไฟชอ็ ตตามมา นอกจากน้นั ตอ้ งรูว้ ่าเคร่อื งตดั ไฟคืออะไร รูปร่างเป็นอยา่ งไร มีหนา้ ที่ทา
อะไรบา้ ง มาตรฐานระบบ GFCI และเซอรก์ ิตU/C เปน็ อยา่ งไร ถา้ ผอู้ ่านไม่มคี วามรู้เรื่องดงั กล่าวกไ็ มอ่ าจ
ตีความข้อความโฆษณาช้นิ นไ้ี ด้ เพราะไม่มีความรู้จงึ ไม่เข้าใจความหมายซ่ึงนาไปส่ปู ญั หา คอื ตดั สินใจ ไมไ่ ด้ว่า
จะซอ้ื สินค้าชิ้นน้ีดีหรอื ไม่ แต่การโฆษณาสินค้าที่ไม่ใชส่ ินค้าพเิ ศษเฉพาะผ้ใู ชบ้ างอาชีพแลว้ มกั ใชภ้ าษางา่ ยๆ
อ่านแล้วเข้าใจหรือตีความได้ทนั ที เชน่ “น้ามันถว่ั เหลือง…รนิ …คุณคา่ ถั่วเหลืองเพอื่ สุขภาพ” ผู้อา่ นตคี วามได้
ทนั ทวี ่าน้ามันพชื ตราน้ที ามาจากถัว่ เหลอื งรบั ประทานแล้วสุขภาพแข็งแรง

11

กิจกรรมการเรียนรู้
1. ใหผ้ ู้เรยี นหาขอ้ ความประกาศ โฆษณา จากส่ือต่าง ๆ คนละ 1 ชน้ิ พรอ้ มทั้งอธิบายประกอบบรรยาย
นาเสนอในห้องเรยี น
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. ................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................................... .....
............................................................................................................................. ................................................

2. ใหผ้ เู้ รยี นออกแบบประกาศ โฆษณา คนละ 1 ช้ิน พร้อมนาเสนอ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. ................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................................... ....

12

ใบความรู้

การอา่ น คือ การรบั รู้ความหมายจากถ้อยคาที่พิมพ์อยูใ่ นส่ิงพิมพห์ รอื ในหนังสือ เป็นการรบั รู้วา่
ผเู้ ขยี นคิดอะไรและพดู อะไร โดยเริ่มต้นความเขา้ ใจถ้อยคา แตล่ ะคาเข้าใจวลเี ขา้ ใจประโยค ซ่ึงรวมอยู่ในย่อ
หนา้ เข้าใจแตล่ ะย่อหนา้ ซ่ึงรวมเป็นเรื่องราวเดียวกัน การอ่านเปน็ การบรโิ ภคคาท่ีถกู เขยี นออกมาเป็น
ตวั หนงั สือหรือสัญลักษณ์การอา่ นโดยหลัก วทิ ยาศาสตรเ์ ริ่มจากการท่ีแสงตกกระทบที่สื่อและสะท้อนจาก
ตวั หนังสอื ผ่านทางเลนสน์ ัยน์ตาและประสาทตา เข้าสูเ่ ซลลส์ มองไปเปน็ ความคิด (Idea) ความรบั รู้
(Perception) และก่อใหเ้ กิดความจา (Memory) ทั้ง ความจาระยะสั้นและความจา าระยะยาว กระบวนกร
อา่ น มี 4 ข้นั ตอน คือ ข้ันแรก การอ่านออก อา่ นได้หรอื อ่านออกเสียงได้ถกู ต้อง ขั้นที่สอง การอา่ นแล้วเข้าใจ
ความหมายของคา วลปี ระโยค สรปุ ความได้ ขัน้ ท่สี าม การอา่ นแลว้ รจู้ กั ใชค้ วามคดิ วิเคราะหว์ จิ ารณแ์ ละออก
ความเหน็ ในทางท่ีขัดแยง้ หรอื เหน็ ดว้ ยกับผู้เขียนอย่างมเี หตุผล ข้ันสดุ ท้ายคอื การอ่านเพื่อนาไปใชป้ ระยกุ ต์ใช้
ในเชิงสร้างสรรคด์ ังน้ันผทู้ ี่อ่านไดแ้ ละอา่ นเป็น จะตอ้ งใช้กระบวนการทั้งหมดในการอ่านทกี่ ่อให้เกดิ ประโยชน์
สูงสดุ โดยการถา่ ยทอดความหมายจากตัวอักษร ออกมาเป็นความคดิ และจากการคิดท่ีได้จากการอ่าน
ผสมผสานกบั ประสบการณ์เดิม และสามารถความคิดนั้น ไปใช้ประโยชน์ตอ่ ไป คณุ คา่ ของการอ่าน
วัตถุประสงคใ์ นการอ่านของแตล่ ะบคุ คลย่อมแตกต่างกนั ออกไป เช่น อา่ นเพือ่ ความรู้อ่านเพอื่ ให้เกิด ความคิด
อ่านเพ่ือความเพลดิ เพลนิ อา่ นเพอื่ ความจรรโลงใจ เปน็ ตน้ ซึง่ ผูอ้ า่ นจาเป็นต้องทราบจดุ มงุ่ หมายของ การอา่ น
นน้ั ๆ ไวก้ ่อนการอ่านทกุ คร้ัง อย่างไรกต็ ามการอ่านมีความสาคัญต่อชวี ติ ที่ช่วยใหเ้ กดิ การเรยี นรตู้ ลอด ชีวิต
เปน็ การช่วยใหไ้ ด้รบั ข้อมลู ข่าวสารเพอื่ ประกอบการตัดสนิ ใจในชวี ิตประจาวัน การอา่ นมีความจาเป็นต่อ
การศึกษาเล่าเรยี น ทั้งในระบบและนอกระบบ คนท่ีเรยี นหนังสอื เก่งมกั จะเป็นคนทีอ่ ่านหนงั สือเกง่ เพราะ การ
อา่ นช่วยใหไ้ ด้รบั ความรู้และความเข้าใจที่จะทาใหป้ ระสบความสาเรจ็ และสามารถศึกษาตอ่ ในระดบั สงู ได้ การ
อ่านมีคุณค่าต่อมนษุ ย์เนื่องจากเป็นการสนองความต้องการของมนุษย์ทาใหม้ นุษยเ์ กดิ ความรู้ยกระดบั
สติปัญญาใหส้ งู ขน้ึ ทาใหม้ นษุ ยเ์ กดิ ความคดิ สรา้ งสรรค์พัฒนาความคิดให้กา้ วหน้า สง่ ผลตอ่ การพฒั นาใน
อาชพี ทาให้มนษุ ย์ทนั ตอ่ เหตุการณไ์ ด้รับความรู้เพิ่ม ชว่ ยอานวยความสะดวกในชวี ติ ประจาวนั ช่วยให้มนุษย์
สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ และสามารถดารงชวี ิตในสังคมได้ช่วยพฒั นาจติ ใจใหง้ อกงาม ช่วยขจดั ความทุกข์
ความเศรา้ หมอง การอ่านท าใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจ ความร่วมมือในการอย่รู ่วมกันในสังคม เปน็ การใช้เวลาว่างให้
เปน็ ประโยชนไ์ ดร้ ับความเพลิดเพลินและพกั ผ่อนหยอ่ นใจ การเตรียมพร้อมเพ่ือการอา่ น 16 การอ่านจะดาเนิน
ไปไดด้ เี พยี งใดขึน้ อยกู่ บั ส่งิ แวดล้อมทางกายภาพและองค์ประกอบที่อยู่ ภายในร่างกาย การอ่านทา่ มกลาง
บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม จะนามาซึ่งประสิทธิและประสทิ ธิผล ในการอา่ น ทัง้ นคี้ วรคานึงถึง

13

1. การจัดสถานทแี่ ละสิง่ แวดล้อม สถานที่ท่ีเหมาะกับการอ่านควรมีความเงียบสงบ ตัดสิ่ง ตา่ งๆ ที่
รบกวนสมาธอิ อกไป มีอุณหภมู ิและแสงสว่างท่ีเหมาะสม มโี ต๊ะทมี่ ีความสูงพอเหมาะและเกา้ อ้ีท่นี ั่ง สบายไมน่ ุ่ม
หรอื แข็งจนเกนิ ไป 97

2. การจดั ท่าของการอ่าน ต าแหน่งของหนังสือควรอยหู่ ่างประมาณ ๓๕-๔๕ เซนตเิ มตร และหน้า
หนงั สือจะต้องตรงอย่กู ลางสายตา ควรนัง่ ให้หลังตรงไมค่ วรนอนอา่ น ท้ังนีเ้ พ่ือใหส้ มองได้รบั เลือดไป หลอ่ เลี้ยง
อยา่ งเต็มท่ี ก็จะท าให้เกดิ การตืน่ ตัวตอ่ การรับรู้ จดและอ่านไดน้ าน

3. การจดั อุปกรณช์ ่วยในการอา่ น การอ่านอาจมีอุปกรณ์ที่จาเปน็ เช่น กระดาษสาหรับ บนั ทึกดินสอ
ปากกา ดินสอสี

4. การจัดเวลาทเ่ี หมาะสม สาหรับนกั ศกึ ษาท่ีต้องมีการทบทวนบทเรยี นควรอา่ นหนงั สือ ในช่วงท่ี
เหมาะสมคอื ช่วงที่ท่ีไมด่ ึกมาก คือ ต้งั แต่ ๒๐.๐๐ - ๒๓.๐๐ น. เนือ่ งจากร่างกายยงั ไมอ่ ่อนล้าเกนิ ไป นัก หรอื
อ่านในตอนเชา้ ๕.๐๐-๖.๓๐ น. หลังจากที่รา่ งกายได้รับการพกั ผอ่ นอยา่ งเพียงพอ ท้ังนี้ในการอา่ นแต่ ละครั้ง
ไม่ควรเกนิ ๕๐ นาทีและให้เปลีย่ นแปลงอริ ยิ าบถสัก ๑๐ นาทีก่อนลงมืออา่ นต่อไป

5. การเตรียมตนเอง ไดแ้ ก่การท าจิตใจให้แจ่มใส มีความมุ่งมนั่ มีความต้ังใจ และมีสมาธิใน การอา่ น
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ มีสุขภาพสายตาทดี่ ีตัดปญั หารบกวนจิตใจให้หมด การแบ่งเวลาให้ ถกู ต้อง และมี
ระเบียบวินัยในชวี ิตโดยใหเ้ วลาแต่ละวันฝึกอ่านหนังสือ และพยายามฝึกทักษะใหม่ๆ ในการอ่าน เชน่ ทกั ษะ
การอา่ นเร็วอยา่ งเข้าใจ เปน็ ต้น การเลือกสรรวสั ดุการอ่าน การเลอื กสรรวัสดกุ ารอา่ น ขน้ึ อยกู่ ับจุดมุ่งหมาย
หรอื วัตถปุ ระสงคข์ องการอา่ น เชน่ การอา่ นเพ่ือ การศกึ ษา การอา่ นเพ่ือหาข้อมูลประกอบการทางาน การอ่าน
เพอ่ื ความเพลดิ เพลิน การอ่านเพ่อื ฆา่ เวลา การ รจู้ กั เลือกวัสดุการอา่ นที่มีประโยชน์จะชว่ ยให้ผอู้ า่ นไดร้ ับ
ประโยชน์ตามเปา้ หมาย

การเลือกสรรวัสดุการอา่ นมี ความสมั พนั ธ์กับการเลือกใช้ทรัพยากรสารนิเทศในห้องสมุด เชน่

1. การอ่านเพอ่ื ความรเู้ ช่น ตาราวชิ าการ

2. การอ่านเพ่ือความบนั เทิงใจ

3. การอ่านเพอื่ เป็นกาลังใจ เสรมิ สร้างปญั ญา เช่น หนงั สือจิตวทิ ยา หนงั สอื ธรรมะ

4. การอ่านเพอื่ ใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ เม่ือเลอื กวัสดุการอ่านหรอื หนงั สือไดแ้ ลว้ ก็จะตอ้ งกาหนด
ว่าต้องการอะไรข้อมูลในลักษณะ ใดจากหนังสอื เล่มน้ัน ขอบเขตของข้อมูลในลักษณะกว้างหรือแคบแตล่ กึ ซ้ึง
ท้งั นเ้ี พื่อกาหนดรูปแบบการ อ่านเพ่ือความต้องการต่อไป การกาหนดจดุ มุ่งหมายการอ่าน การรู้ความมุง่ หมาย

14

ในการอ่านเปรยี บเหมือนการรู้จุดหมายปลายทางของการเดนิ ทาง ทาให้สามารถ เตรียมพร้อมสาหรับ
สถานการณ์ต่างๆ และเดินทางไปสู่ทหี่ มายไดน้ ักอา่ นทด่ี คี วรมจี ุดมงุ่ หมายวา่ ต้องการอ่าน เพอ่ื อะไร เพ่ือจะได้
กาหนดวธิ ีอา่ นไดเ้ หมาะสม

การอา่ นเพ่ือการศึกษาคน้ ควา้ และทารายงาน มีจดุ มุ่งหมาย ดงั น้ี

1. อ่านเพ่ือความรู้พนื้ ฐาน เป็นการอา่ นเพื่อรเู้ ร่อื งโดยสังเขป หรือเพ่ือลกั ษณะของหนังสือ เชน่ การ
อ่านเพ่ือ รวบรวมสิง่ พมิ พ์ท่ีจะใชใ้ นการค้นคว้าและเขยี นรายงาน

2. อ่านเพื่อรวบรวมขอ้ มลู เป็นการอ่านใหเ้ ขา้ ในเนื้อหาสาระ และจดั ลาดบั ความคดิ ได้เพ่ือ สามารถ
รวบรวม และบนั ทึกข้อมูลสาหรบั เขยี นรายงาน

3. อ่านเพื่อหาแนวคิด หมายถึง การอ่านเพื่อรู้ว่าสงิ่ ทอ่ี า่ นนั้นมแี นวคดิ หรอื สาระสาคญั อย่างไร จะ
นาไปใช้ประโยชนไ์ ดห้ รือไม่ ในลกั ษณะใด เช่น การอา่ นบทความ และสารคดีเพื่อหาหัวข้อสาหรบั เขยี นโครง
รา่ งรายงาน

4. อ่านเพื่อวเิ คราะหห์ รือวิจารณ์คือการอ่านเพ่ือให้เขา้ ใจลึกซ้ึงพอที่จะน าความรู้ไปใชห้ รอื แสดง
ข้อคิดเหน็ เกี่ยวกับ เรื่องที่อา่ นได้เชน่ การอา่ นบทความทีแ่ สดงความคิดเหน็ การอา่ นตารางและรายงาน
วิธกี ารอา่ นทเี่ หมาะสม การอา่ นมหี ลายระดับและมวี ิธีการต่างๆ ตามความมุ่งหมายของผู้อ่าน และประเภทของ
ส่อื การอา่ น การอา่ นเพ่ือการศึกษา ค้นคว้าและเขยี นรายงาน อาจใช้วิธอี า่ นต่าง ๆ เชน่ การอ่านสารวจ การ
อ่านข้าม การ อา่ นผา่ น การอ่านจบั ประเด็น การอ่านสรุปความ และการอา่ นวิเคราะหซ์ ึ่งมรี ายละเอียดดังนี้
การอ่านสารวจ คือ การอา่ นข้อเขยี นอย่างรวดเร็ว เพ่ือรู้ลักษณะโครงสร้างของข้อเขยี น สานวนภาษา เน้อื เรื่อง
โดยสังเขป เป็นวิธอี า่ นทเ่ี ป็นประโยชน์อยา่ งย่ิงในการเลือกสรรสง่ิ พมิ พส์ าหรับใช้ ประกอบการคน้ คว้า หรือ
การหาแนวเรื่องสาหรับเขยี นรายงาน และรวบรวมบรรณานกุ รมในหวั ข้อท่ีเขียน รายงาน การอ่านข้าม เป็นวธิ ี
อ่านอยา่ งรวดเรว็ เพ่ือเขา้ ใจเนื้อหาของข้อเขยี น โดยเลือกอ่านข้อความ บางตอน เชน่ การอ่านคานา
สาระสงั เขป บทสรุป และการอ่านเนื้อหาเฉพาะตอนทีต่ รงกับความตอ้ งการ เปน็ ตน้ การอา่ นผ่าน เป็นการ
อ่านแบบกวาดสายตา (Scanning Reading) โดยผอู้ ่านจะทาการ กวาดสายตาอยา่ งรวดเร็วไปยังส่งิ ที่เป็น
เปา้ หมายในข้อเขยี น เช่น คาสาคญั ตวั อกั ษร หรือ สัญลกั ษณ์แลว้ อ่าน รายละเอียดเฉพาะที่เกย่ี วกับสง่ิ ท่ี
ตอ้ งการ เชน่ การอ่านเพอื่ คน้ หาชอ่ื ในพจนานุกรม และการอ่านแผนที่ การอา่ นจบั ประเด็น หมายถงึ การอ่าน
เรื่องหรือข้อเขียนโดยทาความเขา้ ใจสาระสาคัญใน ขณะท่ีอา่ น มักใช้ในการอ่านข้อเขียนทีไ่ ม่ยาวนัก เช่น
บทความ การอา่ นเร็วๆ หลายครงั้ จะช่วยใหจ้ บั ประเดน็ ได้โดยการอา่ นมีเทคนิคคือ ต้องสังเกตคาสาคญั
ประโยคสาคัญท่มี ีคาสาคัญ และทาการย่อสรุปบนั ทึกประโยค สาคญั ไวเ้ พื่อใช้ประโยชนต์ ่อไป

15

การอา่ สรุปความ หมายถงึ การอ่านโดยสามารถตีความหมายส่ิงท่อี ่านไดถ้ ูกต้องชัดเจนเข้าใจ เรือ่ ง
อยา่ งดีสามารถแยกสว่ นทีส่ าคัญหรอื ไม่สาคัญออกจากกนั รู้วา่ ส่วนใดเปน็ ขอ้ เท็จจริง หรือขอ้ คิดเห็น ส่วนใด
เป็นความคิดหลกั ความคดิ รอง การอ่านสรุป ความมีสองลักษณะคือ การสรุปแต่ละย่อหน้าหรือแตล่ ะตอน
และ สรุปจากทัง้ เร่ือง หรอื ทั้งบท การอ่านสรุปความควรอย่างอย่างคร่าว ๆ คร้งั หน่ึงพอใหร้ เู้ ร่ือง แล้วอ่าน
ละเอยี ดอีก ครง้ั เพื่อเข้าใจเรอ่ื งอย่างดีหลกั จากนัน้ ตง้ั คาถามตนเองในเรื่องที่อ่านว่าเก่ียวกับอะไร มเี ร่อื งราว
อย่างไร แลว้ เรยี บ เรยี งเนื้อหาเป็นสานวนภาษาของผู้สรปุ การอา่ น วิเคราะห์การอ่านเพ่ือค้นคว้าและเขยี น
รายงานโดยทว่ั ไปต้องมีการวิเคราะห์ ความหมายของข้อความ ท้ังนเี้ พราะผเู้ ขยี นอาจใชค้ าและสานวนภาษาใน
ลักษณะตา่ ง ๆ อาจเป็นภาษาโดยตรง มคี วามชดั เจนเขา้ ใจง่าย ภาษาโดยนยั ทตี่ อ้ งทาความเข้าใจ และภาษาที่
มคี วามหมายตามอารมณ์และความรู้สกึ ของผูเ้ ขียน ผ้อู ่านท่มี ีความรู้เรื่องคาศัพทแ์ ละสานวนภาษาดมี ี
ประสบการณ์ในการ อา่ นมากและมสี มาธใิ น การอ่านดยี ่อมสามารถวิเคราะห์ไดต้ รงความหมายทผี่ เู้ ขยี น
ต้องการสอื่ และสามารถเขา้ ใจเรอ่ื งท่ีอา่ นได้ดีการ จะพดู ภาษาใดน้ันต้อง

16

ใบงาน
การอา่ น
ให้นกั ศึกษาอธิบายรายละเอยี ดในหัวข้อท่ีกาหนดให้

1. ความสาคญั ของการอา่ น
............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... ........
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... ........
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

2. วจิ ารณญาณในการอ่าน หมายถงึ

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... ........
...................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... .........

...................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

17

3. ขัน้ ตอนของการใชว้ ิจารณญาณในการอา่ น

............................................................................................. .................................................................................
..................................................................................................................................................................... ........
.................................................................................................................................................... ..........................
......................................................................................................... .....................................................................

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... ........

...................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... .........

4 หลักการใชว้ จิ ารณญาณในการอา่ น

..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................... ..............................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... .........

...................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... .........

18

5. การอ่านตคี วาม

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... ........
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

6. การอา่ นขยายความ

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... ........
......................................................................................................... .....................................................................
............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
7 การอา่ นจบั ใจความหรือสรปุ ความ

............................................................................................. .................................................................................
..................................................................................................................................................................... ........
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

...................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... .........

19

8. ให้นกั ศึกษาอ่านโครงสส่ี ภุ าพทกี่ าหนด พร้อมเรยี บเรียงเนอ้ื หาเปน็ รอ้ ยแกว้ ที่สละสลวยและสรุปสาระใน
ส่วนของข้อคดิ ทผ่ี ้แู ต่งต้องการนาเสนอ หา้ มเพลงิ ไว้อยา่ ให้ มีควนั หา้ มสรุ ิยะแสงจันทร์ ส่องไซร้ หา้ มอายุให้ทนั
คนื เลา่ ห้ามดงั น้ีไว้ได้ จงึ หา้ มนินทา การแปลความ
............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... ........
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... .........

ข้อคิดทไี่ ด้รบั
........................................................................................... ...................................................................................
................................................................................................................................................................... ........
.................................................................................................................................................................. ............
....................................................................................................................... .......................................................

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... .........
9 โทษทา่ นผูอ้ ืน่ เพย้ี ง เมล็ดงา ปองติฉนิ นนิ ทา ทอ่ นเวน้ โทษตนเท่าภูผา หนักยิ่ง ป้องปดิ คิดซ่อนเรน้ เร่ืองราย
หายสูญ การแปลความ
............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... ........
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

...................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... .........

20

ขอ้ คิดทีไ่ ดร้ ับ
.......................................................................................................................................................... ...................

............................................................................................. .................................................................................
..................................................................................................................................................................... ........
............................................................................................................................................... ...............................
.................................................................................................... ..........................................................................

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... ........
10. ให้นักศึกษาอา่ นนวนยิ าย 1 เรอื่ ง พร้อมสรุปสาระสาคัญตามหลักการอา่ น

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................ ..............................

...................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................. ................................................................. ................
..................................................................................................................................................................... .........


Click to View FlipBook Version