มโนทัศนศิลป์ Conceptual Art
มโนทัศนศิลป์ Conceptual Art หรือที่บางคนรู้จักในชื่อ ‘ศิลปะเน้นแนวคิด’ 1
เป็นกระแสเคลื่อนไหวทางศิลปะที่ให้ ความส�ำคัญกับความคิดมากกว่าสุนทรียะและ ความงามหรือแม้แต ่รูปแบบหรือองค ์ ประกอบทางสายตาของงานศิลปะแต่จะเรียก กระแสเคลื่อนไหวก็ไม่ถูกเพราะเป็นการรวม ตัวของแนวโน้มทางศิลปะหลากหลาย คอนเซ็ปชวลอาร์ตเป็นอีกกระแสศิลปะที่เกิด จากปฏิกิริยาต ่อต้านศิลปะกระแสหลัก เป็นการตอบโต้แนวโน้มที่ศิลปะกลายเป็น สินค้าพาณิชย์มากขึ้น ศิลปินคอนเซ็ปชวล อาร์ต จึงท�ำผลงานในแนวทางที่ตลาดศิลปะ ไม่ชอบเพราะคอนเซ็ปชวล อาร์ต เน้นที่ความ คิดมากกว่าตัววัตถุและความสวย แนวทางศิลปะที่สร้างความ งุนงงให้กับคนดูงานมากที่สุด ส�ำหรับพวกเขางานศิลปะไม่ จ�ำเป็นต้องดูเหมือนงาน ศิลปะอย ่างที่มันเคยเป็นมา ก่อนหน้าหรือแม้แต่ไม่จ�ำเป็น ต้องมีตัวงานให้เห็นเลยก็ได้ Conceptual art 2 Joseph Kosuth: Clock (One and Five), English/Latin Version 1965 “ ”
เริ่มต้นในช่วงกลางคริสต์ทศวรรษ1960 - ปลาย1970 นับได้ว่า เป็นช่วง 20 กว่าปีที่วงการศิลปะตะวันตกคึกคักต็มไปด้วยและในช่วงนี้เองที่เกิดกระแสศิลปะที่ส�ำคัญ อีกกระแสหนึ่งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 คอนเซ็ปชวล อาร์ต (Conceptual Art) คือชื่อ ที่ได้จากข้อเขียนอันโด่งดัง พารากราฟส์ ออน คอน เซ็ปชวล อาร์ต (Paragraphs on Conceptual Art) ของ โซล เลวิทท์ (Sol LeWitt) ศิลปินคนส�ำคัญในกลุ่มมินิมอลลิสม์ (Minimalism) หากจะสืบย้อนกลับไปที่ต้นตอของศิลปะแนวนี้ก็คงหนีไม่พ้น คนส�ำคัญของกลุ่ม ดาด้า (Dada) ซึ่งเน้นที่ความคิดของศิลปินที่เข้าไปจัดการกับข้าวของและวัสดุส�ำเร็จรูป ต่างๆ ต่อมาก็เป็นกลุ่ม แอ็คชัน (Action) เป็นงานศิลปะที่ก่อให้เกิดค�ำถามว่า “งาน ศิลปะคืออะไร” 3 Arnulf Rainer: Untitled (Body Language) 1973
การท�ำงานของ คอนเซ็ปชวล อาร์ต ใช้วิธีการแบบสัญวิทยา (Semiotics, เซมิโอติคส์), เฟมินิสม์ (Feminism, ลัทธิสตรีนิยม) และวัฒนธรรมพ็อพ (ศิลปะ และวัฒนธรรมแบบตลาดชาวบ้านซึ่งตรง กันข้ามกับศิลปะชั้นสูงอย่างวิจิตรศิลป์) คอนเซ็ปชวล อาร์ต ได้กลายเป็น ค�ำอธิบายถึงศิลปะที่มีรูปแบบที่ไม่ใช่ทั้ง จิตรกรรมหรือประติมากรรม เช่น งานที่ ใช้สื่อการแสดงอย่างเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Performance) หรือ วิดีโอ อาร์ต (Video Art) หรืองานอย่างพวกเอิร์ธ-อาร์ต (Earth-Art) Paul Nash: Black and white negative, grasses, dry ground 1889–1946 Sophie Calle: Purloined (Turner) 1998–2013 Nam June Paik’s Electronic Superhighway: Continental United States, Alaska, Hawaii 1995 4
ศิลปินคอนเซ็ปชวลปฏิเสธแนวทาง และขนบธรรมเนียมเดิมๆ ของศิลปะ อย่างสิ้นเชิง พวกเขามองว่าความ คิดนั้นเป็นสิ่งที่จ�ำเป็นที่สุดและพอ เพียงแล้วส�ำหรับศิลปะส ่วนสิ่งอื่น อย่างความงาม สุนทรียะ ทักษะ ฝ ีมือของศิลป ินหรือแม้แต ่การ แสดงออกทางอารมณ์และมูลค ่า ทางการตลาดเป็นสิ่งที่ไม่จ�ำเป็นเลย ด้วยเหตุนี้เองที่ท�ำให้คนส่วนใหญ่ อาจมองว่าคอนเซ็ปชวลอาร์ต “ไม่ใช่ ศิลปะ” คอนเซ็ปชวลอาร์ตได้รับอิทธิพลอย่าง สู งจ ากแน วท า งศิลป ะแบบด าด า (Dada) และศิลปินอย่าง มาร์แซล ดู ชองป์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลงาน เรดี้เมดส์ (Ready-mades) ของเขาที่ สั่นสะเทือนทุกนิยามของศิลปะและ ท�ำลายกรอบและกฎเกณฑ์เดิมๆ ใน วงการศิลปะลงอย่างราบคาบ ด้วย การหยิบเอาข้าวของเก็บตกเหลือใช้มา ท�ำให้เป็นศิลปะ โดยแทบจะไม่มีการ ดัดแปลงอะไรเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลงาน Fountain (1917) ที่เขาหยิบ เอาโถฉี่ธรรมดาๆ ที่วางขายในร้าน สุขภัณฑ์มาวางเป็นงานศิลปะหน้าตา ความคิด คือศิลปะในตัวมันเอง 5 Marcel Duchamp: Fountain (1917) Robert Rauschenberg: Erased de Kooning Drawing (1953)
ด้วยเหตุที่คอนเซ็ปชวลอาร์ตให้ ความส�ำคัญกับ ‘ความคิด’ มากกว่าตัววัตถุ ทางศิลปะ ศิลปินคอนเซ็ปชวลบางคนจึง ท�ำงานด้วยการเริ่มต้นแค ่เพียงความคิด และส่งต่อให้พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์และคนดู เป็นผู้สานต่องานชิ้นนั้นให้เสร็จสมบูรณ์ ผลงานของศิลปินชาวอเมริกัน โจเซฟ โคซุธ (Joseph Kosuth) กับผล งานที่มีชื่อว่า One and Three Chairs (1965) เป็นผลงานศิลปะจัดวางที่ ประกอบด้วยเก้าอี้ธรรมดาๆ หนึ่งตัวกับ ภาพถ่ายเก้าอี้ตัวนั้นขนาดเท่ากับของจริง และมีกระดาษถ ่ายส�ำเนาขนาดใหญ ่ที่ พิมพ์ความหมายของค�ำว่า เก้าอี้ จาก พจนานุกรมลงไป “สิ่งที่คุณเห็นเวลาที่คุณมองไปที่เก้าอี้ ต้องปรากฏอยู่ในรูปทุกสิ่งอันอย่างไม่ผิดเพี้ยน ดังนั้นเวลาที่ผลงานชิ้นนี้เปลี่ยนสถานที่จัดแสดง จึงต้องมีการถ่ายรูปมันขึ้นมาใหม่ ทุกครั้ง ผมชอบที่ตัวงานมันมีอะไรมากกว่าที่คุณเห็น แม้จะเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยน เก้าอี้และภาพถ่าย หากแต่ที่สุดมันก็ยังคงเป็นงานชิ้นเดิมอยู่ดี มันแสดงให้เห็นถึง ‘ความคิด’ ที่เป็นสิ่งที่ส�ำคัญที่สุดในงานศิลปะ หาใช่องค์ประกอบอื่นใด” ต่างสถานที่ แต่... ความคิดยังคงเดิม 6 Joseph Kosuth: One and Three Chairs (1965)
“มันไม่ส�ำคัญว่างานศิลปะจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะถ้ามันมีรูปทรงทางกายภาพ มันก็ต้องมีลักษณะที่คล้ายกับบางสิ่งบางอย่างอยู่ดี และท้ายที่สุดไม่ว่ามันจะมีลักษณะยังไง ศิลปะก็ต้องเริ่มต้นด้วยความคิดเสมอ” ศิลปะเริ่มต้นด้วยความคิดเสมอ ส�ำหรับคอนเซ็ปชวลอาร์ตหรือมโนทัศน์เป็นสิ่งที่ส�ำคัญที่สุดส�ำหรับการ ท�ำงานศิลปะ เมื่อศิลปินท�ำงานศิลปะในแบบคอนเซ็ปชวล หมายความว่าการวางแผน และกาตัดสินใจทั้งหมดได้ถูกท�ำขึ้นล่วงหน้า การให้ความส�ำคัญกับความคิดมากกว ่าวัตถุและการให้คุณค ่ากับความ ตระหนักรู้มากกว่าคุณค่าทางสุนทรียะ ขัดแย้งอย่างรุนแรงกับทฤษฎีและข้อเขียนของ นักวิจารณ์และนักประวัติศาสตร์ศิลปะชาวอเมริกันผู้ทรงอิทธิพลแห่งศตวรรษที่ 20 คเลเมนต์ กรีนเบิร์ก (Clement Greenberg) และ ไมเคิล ฟรายด์ (Michael Fried) ซึ่งให้ความส�ำคัญกับความเป็นวัตถุของศิลปะอย่างสีสันและรูปทรงซึ่งมีส่วน อย่างมากในการก�ำหนดกฎเกณฑ์และนิยามคุณค่าทางสุนทรียะของศิลปะรุ่นก่อนหน้า John Kasmin and Lord Dufferin in the Kasmin Gallery, London, 1963 7
ผลงานของศิลปินชาวญี่ปุ่น โยโกะ โอโนะ (Yoko Ono) กับผลงานที่มีชื่อว่า Half a Room (1967) เป็นผลงานที่มีสิ่งของและวัตถุต่างๆในห้องถูกตัดออกไปครึ่ง หนึ่งและทาสีด้วยสีขาว โดยผลงานนี้เกิดขึ้นจากความรู้สึกของ โยโกะ โอโนะ ในเวลานั้น ที่รู้สึกว่าชีวิตของเธอเหมือนขาดหายไปครึ่งหนึ่ง เนื่องจากเช้าวันหนึ่งที่โยโกะสังเกตได้ ว่า Anthony Cox (สามีคนที่สองของเธอ) ไม่ได้กลับมาบ้านในคืนที่ผ่านมา ด้วยเหตุผล นี้โยโกะจึงรู้สึกว่าเหมือนมีพื้นที่ว่างครึ่งหนึ่งในชีวิต อย่างเช่นในผลงาน Buried Cube Containing an Object of Importance but Little Value (1968) ของ โซล เลวิตต์ ที่ประกอบกิจกรรม ทางศิลปะด้วยการฝังกล ่องสี่เหลี่ยม ลูกบาศก ์ในสวนในชนบทแห ่งหนึ่ง กิจกรรมนี้ท�ำขึ้นโดยที่ไม่มีใครร่วมรู้เห็น ไม่มีใครรู้ด้วยซ�้ำว่ามีอะไรอยู่ในกล่อง มี เพียงภาพถ ่ายเป็นหลักฐานว ่าเขา ประกอบกิจกรรมครั้งนี้ขึ้นเท่านั้น 8 Sol LeWitt: Buried Cube Containing an Object of Importance but Little Value (1968) Yoko Ono: Half a Room (1967)
ภาษาเครื่องมือ ของการท�ำงานศิลปะ ภาษาเป็นเครื่อง มือที่ศิลปินคอนเซ็ปชวล หยิบมาเป็นเครื่องมือใน การท�ำงานศิลปะอยู ่บ ่อย ครั้ง ถึงแม้การใช้ภาษาจะ ไม ่ใช ่สิ่งใหม ่ในการท�ำงาน ศิลปะแต่ศิลปินคอนเซ็ปชว ลหลายคนต ่างก็ใช้ภาษา และตัวหนังสือเป็นองค์ ประกอบหลักไม ่ใช ่ในรูป แบบของงานเขียนถ้อยค�ำที่ สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม ห รื อ แ ม ้ แ ต ่ เ ป ็ น อ ง ค ์ ประกอบทางทัศนธาตุของ งานศิลปะแบบเดียวกับสีสัน เส้น น�้ำหนัก และรูปทรง คอนเซ็บชวล อาร์ต มักได้แรงบันดาลใจจาก ทฤษฎี ปรัชญารวมถึงจิตวิทยา การเมือง ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์และสิทธิมนุษยชนมักจะมีบทบาทในการ วิจารณ์สังคม General Idea กลุ่มศิลปินแคนาเดียนที่ ประกอบด้วยศิลปินอย่างฟิลิกซ์ พาร์ตซ์ (Felix Partz), ฮอร์เฮ ซอนทัล (Jorge Zontal) และ เอเอ บรอนสัน (AA Bronson) พวกเขาท�ำงานศิลปะจัดวางและผลงานศิลปะที่ ใช้สิ่งของธรรมดาและมักขยายขอบเขตการแสดงงานออกสู่ พื้นที่นอกหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์เพื่อเข้าถึงผู้ชมจ�ำนวน มากกว่า ในช่วงทศวรรษ ’80s ศิลปะที่ ตีแผ่อุตสาหกรรมยาและวิกฤตโรคเอดส์ ในแอฟริกาใต้ อาทิ โรเบิร์ต อินเดียนา (Robert Indiana) มาดัดแปลงเป็นโลโก้ ค�ำว่า AIDS และเผยแพร่ในแบบต่าง ๆ ที่ง ่ายต ่อการแพร ่กระจาย(เช ่นเดียวกับ เชื้อไวรัส) เปลี่ยนการลอกเลียนแบบอัน ไร้รสนิยมให้กลายเป็นแคมเปญ รณรงค์ความตระหนักรู้ 9 General Idea: AIDS 1988-1990 General Idea in front of Test Pattern: T.V. Dinner Plates from the Miss General Idea Pavillion (detail), 1988
ด้วยความที่คอน เซ็ปชวลอาร์ตมีแนวคิดที่ต่อ ต้านขนบและรูปแบบเดิมๆ ขอ งศิลป ะ จึ งไม ่ แปลกที่ ศิลป ินเหล ่านี้จะต ่อต้าน ความเป็นสถาบันในโลก ศิลปะ ที่คอยตัดสินชี้ขาดว่า ศิลปะอันไหนเป็นศิลปะ คุณค่างานศิลป์ที่ไม่ถูกใครก�ำหนด ในช่วงทศวรรษ 60s เหล่า ศิ ล ป ิ น ค อ น เ ซ็ ป ช ว ล จึ ง ท�ำงานที่วิพากษ์วิจารณ์ สถาบันตลาดการค้าศิลปะ และขนบธรรมเนียมเดิมๆ หนึ่งในผลงานที่เจ็บแสบ ที่สุดก็คือผลงานของศิลปิน ชาวอิตาเลียน ปิแอโร แมน โซนี (Piero Manzoni) ที่ มีชื่อว่า Merda d’artista หรือแปลตรงตัวได้ว่า “ขี้ ของศิลปิน” คอนเซ็ปชวลอาร์ต ชัวร์หรือมั่วนิ่ม เนื่องจากคอนเซ็ปชวลอาร์ตเป็นศิลปะที่ขยายขอบเขตและพรมแดนของการ สร้างสรรค์ให้กว้างไกลและเป็นอิสระและมีรูปแบบในการท�ำงานที่หลากหลายจนบาง ครั้งท�ำให้อาจแยกไม่ออกว่ามันเป็นงานศิลปะชัวร์ๆ หรือมั่วนิ่มและด้วยความที่มันเป็น งานศิลปะที่เปิดโอกาสให้ใครๆ ก็ท�ำได้ แต่อย่างไรก็ดี คอนเซ็ปชวล อาร์ต ได้ส่งอิทธิพล ทางความคิดต่อศิลปินรุ่นหลังๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปินที่ต้องการน�ำเสนอความหลาก หลายทางสังคม “มันเป็นเรื่องตลกล้อเลียนตลาดงานศิลปะ การวิพากษ์วิจารณ์บริโภคนิยม และความสูญเปล่าที่สร้างขึ้น” - Stephen Bury - 10 Manzoni: Artist’s Shit (1961)
คณะผู้เรียบเรียง 631310395 อธิฏญา จันทร์ศรีเมือง 631310397 ออมสิน โคกเสือ 631310399 อัญชลี จุดแก้ว 631310468 จตุพร ทองยอดเกลื่อง 631310477 ธนกร พุมวงค์ 631310481 ธัญพร ทิพย์ประเสริฐ 631310499 เพ็ชราภรณ์ แย้มศรวล IF THIS ISN’T ART, THEN WHAT IS IT? IF THIS ISN’T ART, THEN WHAT IS? IF THIS ISN’T ART, THEN WHAT?