1
ใบความรหู้ นว่ ยที่ 1
เร่ือง ความรู้เบอ้ื งตน้ เกี่ยวกับการบัญชี
ประวัติของการบญั ชี
ยุคอุตสาหกรรม(industrial age) เรม่ิ ในศตวรรษท1ี่ 9 เป็นต้นมา บรษิ ัทขนาดใหญม่ กี าร
จัดทารายงานผลการดาเนนิ งานและฐานะการเงิน (งบดลุ และ งบกาไรขาดทนุ )เพือ่ ใหท้ ราบสถานะ
ของธุรกิจ เพ่อื สร้างความมนั่ ใจว่าผูบ้ ริหารได้ดาเนินกจิ กรรมตามวตั ถุประสงคข์ องเจ้าของ
ความหมายของการบญั ชี
ความหมายของการบัญชี (accounting) นนั้ ไดม้ ีสถาบนั ทางการบญั ชีใหค้ าจากดั ความ
และความหมายให้มคี วามเหมาะสม ความหมายท่ีสาคัญ ได้แก่
1. สมาคมนกั บัญชขี องสหรฐั อเมริกา (The American Institute of Certified public
Accountants) ได้ใหค้ าจากัดความและความหมายของการบัญชไี วว้ ่า
“การบัญชีเปน็ ศลิ ปะอยา่ งหน่งึ ของการจดบันทึก การจาแนกประเภทและการสรุปผลของ
เหตกุ ารณต์ ่างๆ ทางการเงนิ โดยอยใู่ นรูปของหน่วยเงินตรา รวมทั้งแปลความหมายของผลสรปุ ทไ่ี ดร้ ับ
ด้วย”
2. สมาคมนักบัญชีและผูส้ อบบญั ชรี บั อนุญาตแหง่ ประเทศไทยได้ใหค้ าจากัดความและ
ความหมายของการบัญชไี ว้วา่
“ การบัญชี คือ ศลิ ปะของการเกบ็ รวบรวม บันทึก จาแนก และสรปุ ขอ้ มลู อันเกี่ยวกับ
เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในรูปตัวเงนิ ผลงานข้นั สุดทา้ ยของการบญั ชี กค็ ือ การใหข้ อ้ มลู ทางการเงนิ
ซง่ึ เป็นประโยชนแ์ ก่บคุ คลหลายฝ่าย และผูท้ ่สี นใจในกจิ กรรมของกิจการ”
จากคาจากัดความเบอ้ื งตน้ สรุปได้ว่าการบัญชจี ะตอ้ งประกอบดว้ ยกระบวนการดงั นี้
1. การจดบนั ทกึ รายการคา้ (recording) จดบนั ทึกในสมุดรายวนั ทั่วไป โดยการ
บนั ทึกจะจดบันทกึ เหตุการณก์ ่อนหลัง โดยอาศัยหลักฐานประกอบ เชน่ ใบกากับกับสินคา้
ใบเสร็จรับเงนิ เปน็ ต้น แต่ในปัจจุบนั มรี ะบบคอมพวิ เตอร์ซ่ึงเปน็ เทคโนโลยีสมัยใหมเ่ ข้ามามบี ทบาทใน
ชวี ิตประจาวนั ทาใหม้ โี ปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชขี นึ้ มา เพอ่ื ใหก้ ารเกดิ ความถกู ต้อง และรวดเร็ว
2. การจัดหมวดหมู่ (classifying) หมายถงึ การนาข้อมลู ที่ไดบ้ ันทกึ ไวใ้ นสมุด
รายวันทว่ั ไปมาแยกประเภทไวใ้ นสมุดแยกประเภทเรยี กว่า “สมุดขั้นปลาย” โดยจะแยกบญั ชอี อกเป็น
5 หมวดหมู่ ได้แก่หมวด สนิ ทรพั ย์ หนีส้ นิ ส่วนของเจา้ ของ รายได้ และคา่ ใช้จา่ ย
3. การสรุปผล (summarizing) หมายถึง การนาขอ้ มูลทไ่ี ดบ้ ันทึกและจดั แยกเป็น
หมวดหมู่ไวน้ น้ั มาสรุปผล โดยการจัดทาเปน็ รายงานทเ่ี รยี กว่า “งบการเงนิ ” ท่ีสาคญั ไดแ้ ก่
งบกาไรขาดทุนและงบดุล ทั้งน้ี เพอื่ ให้ทราบผลการดาเนินงาน และฐานะทางการเงนิ ของกิจการ
สาหรับรอบระยะเวลาหนง่ึ เชน่ 3 เดอื น 6 เดอื น หรือ 1 ปี ตามรอบระยะบัญชีของกิจการ
4. การวิเคราะห์และแปลความหมาย (analysis and interpreting) หมายถงึ การนา
ครูลวิตรา ไชยเดช รายวิชาหลกั การบญั ชี รหสั วชิ า ง30226
2
รายงานซึง่ ได้สรุปผลไว้แล้วในรปู ของงบการเงนิ มาทาการวเิ คราะห์ เพ่ือให้เห็นภาพของการบรหิ ารงาน
โดยรวมของกจิ การ และสามารถนาไปใช้ในการตดั สินใจเกย่ี วกับการวางแผนงานในอนาคตของฝ่าย
บริหารได้
วตั ถปุ ระสงคก์ ารจดั ทาบญั ชี
1. เพื่อจดบันทกึ รายการคา้ ตา่ ง ๆ ทีเ่ กิดขน้ึ ของกจิ การโดยเรียงตามลาดับเหตกุ ารณ์
ก่อนหลังตามระเบียบและหลกั เกณฑท์ ่ถี ูกต้อง
2. เพื่อเป็นเคร่ืองมือในการควบคุมและตรวจสอบ
3. เพื่อเป็นตามบทบัญญัติของกฎหมายให้ผ้ปู ระกอบธุรกจิ ทาบญั ชี
4. เพ่ือใหท้ ราบผลการดาเนินงานของกจิ การในรอบระยะเวลาที่กาหนด
5. เพอ่ื ใหท้ ราบฐานะทางการเงินของกิจการ
6. เพ่ือเป็นเคร่อื งมอื ในการวางแผนการดาเนนิ ธรุ กิจในอนาคต
7. เพอ่ื ใช้เป็นรายงานต่อหนว่ ยงานของรัฐบาล และเป็นแหล่งข้อมลู ทางการเงินของ
บุคคลท้ังภายในและภายนอกกจิ การ
ผู้ใชข้ ้อมูลทางการบญั ชี
ผใู้ ช้ข้อมูลทางการบญั ชจี ะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
1.บคุ คลภายในกจิ การ (internal users) ไดแ้ ก่ ผ้บู ริหารหรือฝา่ ยจดั การ
2.บุคลภายนอกกจิ การ (external users) ไดแ้ ก่ ผู้ถือห้นุ หรือผ้สู นใจลงทนุ
ผขู้ ายสินค้าหรือเจ้าหนี้อืน่ สถาบันการเงินหรอื บคุ คลท่ใี หก้ ิจการก้ยู ืม ลกู ค้า หน่วยงานรัฐบาล
สาธารณชนและลุกจ้าง
ประเภทของการบญั ชี
การบญั ชสี ามารถแบ่งเปน็ 2 ประเภทคือ
1. บญั ชกี ารเงนิ (financial accounting) เป็นบัญชีท่ีจัดทาขึ้นตามหลักการบญั ชีที่รบั รอ
โดยทัว่ ไป โดยมวี ัตถุประสงค์ทีจ่ ะจดั ทาเป็นข้อมูลทางการบัญชี เพื่อเสนอตอ่ บคุ คลภายนอก ไดแ้ ก่
เจา้ หนี้ เจา้ ของหรอื ผ้ถู อื หุ้น สถาบนั การเงนิ หน่วยงานภาครัฐบาล และผูส้ นใจโดยทัว่ ไป
2.บัญชีเพ่ือการจัดการ (managerial accounting) หรอื บญั ชบี รหิ าร เป็นบญั ชที ี่จดั ทา
ข้นึ ตามความตอ้ งการของฝา่ ยบริหารของกจิ การ โดยมวี ัตถุประสงคท์ จี่ ะจัดทาเปน็ ขอ้ มลู ทางการเงนิ ที่
เปน็ ประโยชนเ์ พ่ือเสนอต่อฝา่ ยบริหารซ่ึงเปน็ บุคคลภายในกิจการ
ประโยชน์ของข้อมูลการบญั ชี
1. เป็นหลกั ฐานในการอ้างองิ เพื่อประกอบการตดั สินใจในการลงทุนของกจิ การ
2. ทาให้สามารถควบคุมดแู ลบริหารสินทรพั ยข์ องกิจการได้อย่างรดั กุมทัว่ ถึง
3. ชว่ ยใหท้ ราบผลการดาเนินงานของกิจการในรอบระยะเวลาใดเวลาหนึง่ มผี ลกาไรหรือ
ขาดทุน
4. ช่วยใหท้ ราบฐานะทางการเงนิ ของกจิ การ ณ วนั ใดวันหนงึ่ วา่ มี สินทรพั ย์ หนี้สินและ
ส่วนของเจา้ ของเท่าไร
ครูลวิตรา ไชยเดช รายวิชาหลกั การบญั ชี รหสั วิชา ง30226
3
ประเภทของการประกอบธุรกจิ
การประกอบธรุ กิจ สามารถจดั ประเภทของการดาเนนิ ธุรกิจได้ 2 ประเภท ได้แก่
1. ประเภทธรุ กิจจดั ตามลกั ษณะของการประกอบการ
ประเภทธุรกิจจดั ตามลักษณะของการประกอบการ สามารถแบ่งธุรกิจออกได้เปน็
2 รูปแบบ คือ
1.1 ธรุ กิจเก่ยี วกับการใหบ้ รกิ าร(service firm) เปน็ ธรุ กจิ ท่จี ัดต้ังข้ึนเพ่ือให้บรกิ ารแก่
ลกู ค้า โดยไดร้ ับรายไดจ้ ากการให้บรกิ ารเปน็ หลกั เช่น โรงแรม โรงภาพยนตร์ อซู่ ่อมรถยนต์
บริษทั ขนสง่ ธนาคาร เป็นตน้
1.2 ธรุ กิจเกย่ี วกับการจัดจาหนา่ ย (product firm) เป็นธรุ กจิ ที่จัดตง้ั ข้นึ เพื่อขายสนิ คา้
สาเร็จรูปหรือสินคา้ ทผี่ ลิตเอง โดยไดร้ บั รายไดจ้ ากการขายสินค้าเป็นหลัก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. ธุรกจิ ซอ้ื มาขายไป (merchandising firm) เป็นธุรกิจทจี่ าหน่ายสินค้า
ซึง่ ไมไ่ ด้ผลติ ขึ้นมาเอง แต่เป็นการซื้อสนิ คา้ มาเพื่อจาหน่ายอีกตอ่ หนง่ึ เช่น หา้ งสรรพสินค้า
ซูเปอรม์ าร์เกต็ ร้านสะดวกซ้ือ รา้ นคา้ ปลีกตา่ ง ๆ เปน็ ตน้
2. ธรุ กจิ อตุ สาหกรรม (manufacturing firm) เปน็ ธรุ กิจท่จี าหน่ายสนิ ค้า
ซึ่งผลิตขน้ึ มาเอง โดยการซอ้ื วตั ถุดบิ มาทาการแปรสภาพใหเ้ ป็นสนิ คา้ สาเรจ็ รูปเพือ่ จาหน่ายให้แก่
ร้านค้าส่ง หรือร้านค้าปลกี เช่น บรษิ ัทผลิตอาหารสาเร็จรูป โรงงานตดั เย็บเสื้อผ้า โรงงานผลิต
รถยนต์ บรษิ ทั ผลติ ภัณฑ์ยา เปน็ ตน้
2. ประเภทของธรุ กจิ จดั ตามรูปแบบการจัดต้งั
ประเภทของธุรกจิ จดั ตามรปู แบบการจัดต้งั เป็นการจดั ประเภทของธรุ กิจโดยพิจารณา
จากรูปแบบการจดั ตง้ั แบ่งออกเปน็ 3 รูปแบบ คอื
1. กจิ การเจ้าของคนเดียว (single proprietorship) หมายถึง กจิ การท่จี ดั ตง้ั
และลงทุนโดยบุคคลคนเดยี ว จะตอ้ งเป็นผูร้ ับผดิ ชอบทัง้ ต่อสินทรพั ย์ และต่อหน้สี นิ ท้งั หมดโดยไม่จากัด
จานวน เช่น สานกั งานทนายความ อู่ซอ่ มรถยนต์ ร้านซักรดี ร้านขายของชา รา้ นให้เช่าหนังสอื
เปน็ ตน้
2. ห้างหุ้นสว่ น (partnership) หมายถึง กจิ การท่จี ดั ตัง้ ข้ึนตามประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณชิ ย์ ซ่งึ บุคคลต้ังแต่สองคนขน้ึ ไปตกลงเข้ากันเพ่อื กระทากจิ การรว่ มกันดว้ ยประสงค์ท่จี ะแบ่ง
กาไรอนั พึงได้แต่กิจการท่ที านน้ั แบ่งเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่
2.1 ห้างหนุ้ สว่ นสามัญ (general partnership)
2.2 ห้างหุ้นสว่ นจากัด (limited partnership)
3. บริษัทจากัด (corporation or limited company) หมายถงึ กิจการที่
กอ่ ตัง้ จากการรว่ มทุน โดยมกี ารขายทนุ แบ่งออกเปน็ หนุ้ ๆ ละเทา่ ๆ กัน โดยผูถ้ ือหนุ้ ต่างรับผิดชอบ
จากัดเพยี งไมเ่ กินจานวนเงินทีต่ นยงั ส่งใชไ้ ม่ครบมลู คา่ ของห้นุ ที่ตนถอื เท่านั้น แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท
3.1. บริษทั เอกชนจากดั (private company limited)
3.2. บริษัทมหาชนจากัด (public company limited)
สาหรบั การบนั ทกึ รายการทางบญั ชขี องธรุ กจิ ไม่วา่ จะเป็นประเภทหรือรูปแบบใดจะใช้
หลักการบัญชีอย่างเดยี วกัน สว่ นความแตกต่างนัน้ จะเปน็ เรอ่ื งทเี่ กี่ยวขอ้ งกับส่วนของเจา้ ของลักษณะ
ของรายการค้าทีเ่ กดิ ขน้ึ และชอื่ บัญชแี ยกประเภทในหมวดต่าง ๆ
ครลู วติ รา ไชยเดช รายวชิ าหลกั การบญั ชี รหสั วิชา ง30226
4
ขอ้ สมมตุ ิตามแมบ่ ทการบญั ชี
แม่บทการบัญชี (accounting framework) เปน็ แนวคดิ พ้นื ฐานในการจดั ทาและนาเสนอ
งบการเงนิ แกผ่ ้ใู ชง้ บการเงนิ ทเ่ี ปน็ บคุ คลภายนอก ซ่งึ กาหนดโดยสมาคมนกั บัญชีและผู้สอบบัญชรี บั
อนุญาตแหง่ ประเทศไทย เม่อื วนั ที่ 25 กมุ ภาพนั ธ์ 2542 เพอื่ ใชเ้ ป็นแนวทางในการปรับปรุงมาตรฐาน
การบญั ชี
ข้อสมมตุ ใิ นการจัดทาและนาเสนองบการเงนิ ทีส่ าคญั มี 2 ประการ คือ
1. เกณฑ์คงคา้ ง(accrual basis) หมายถึงรายการและเหตกุ ารณ์ทางบญั ชีจะรับรเู้ ม่อื
เกดิ ขึ้นมิใช่รับรู้เมื่อมีการรับหรอื จา่ ยเงนิ สดแตเ่ พยี งอยา่ งเดียว โดยรายการตา่ ง ๆ จะบนั ทกึ บัญชแี ละ
แสดงในงบการเงินตามรอบระยะเวลาบัญชที ่เี กยี่ วขอ้ งซึ่งเกิดรายการน้ัน ๆ ขน้ึ เป็นเกณฑว์ ดั ผลการ
ดาเนนิ งาน กล่าวคอื เม่อื มีรายไดแ้ ละคา่ ใชจ้ า่ ยเกิดขึน้ แมจ้ ะไมม่ ีการรับหรือจา่ ยเงนิ ในรอบระยะเวลา
บัญชนี ้นั ก็จะต้องบนั ทกึ รายไดห้ รอื ค่าใช้จ่ายทีเ่ กิดข้นึ ตามจริงตามรอบระยะเวลาบญั ชีน้นั ๆ
2. การดาเนินงานตอ่ เน่ือง (going concern concept) หมายถึง การจดั ทา
งบการเงนิ จะทาขนึ้ ตามข้อสมมตุ ิท่วี ่า กจิ การจะดาเนินงานอยา่ งต่อเน่ือง และสามารถดารงอยูต่ อ่ ไปใน
อนาคต โดยสมมตุ วิ ่ากิจการไม่มเี จตนาที่จะเลกิ กจิ การภายในระยะเวลาอนั ใกล้ หรือหากมีเจตนาจะ
เลกิ กิจการอันใกล้จะตอ้ งเปิดเผยไวใ้ นงบการเงิน ซง่ึ การจดั ทางบการเงินจะต้องมวี ธิ แี ละหลักเกณฑ์ท่ี
แตกต่างกนั จากงบการเงินทัว่ ไป
ข้อแนะนาในการศึกษาวชิ าการบัญชี
วิชาการบัญชี เป็นลักษณะวิชาทท่ี าความเข้าใจได้ยาก ถึงแมว้ ่าในปัจจบุ ันจะมโี ปรแกรม
สาเร็จทางการบัญชีมาชว่ ยจดบนั ทึกรายการทางบัญชี และชว่ ยใหม้ กี ารประมวลผลทถ่ี ูกตอ้ งและ
รวดเรว็ กต็ าม ผศู้ ึกษากจ็ ะต้องมีความรูแ้ ละความเข้าใจเกย่ี วกับหลักการบัญชใี หถ้ ูกตอ้ ง และแมน่ ยา
ก่อน ดงั น้ันเพ่ือให้การศึกษาสมั ฤทธ์ิผลผู้ศกึ ษาควรใหค้ วามสนใจควรปฏิบตั ติ ามขอ้ แนะนาดังตอ่ ไปน้ี
1. การอ่านตารา ผูศ้ กึ ษาควรอ่านตาราวชิ าการบัญชแี ต่ละบทให้เข้าใจกอ่ นเรยี น
เบื้องต้นและทบทวนอีกคร้งั หลงั เรยี น
2. ควรตั้งใจเรยี น ทาความเขา้ ใจในบทเรยี น และการทาแบบฝึกหัดด้วยตนเองอยา่ ง
สมา่ เสมอ เนอื่ งจากการศึกษาแตล่ ะบทเรียนมีเนอื้ หาต่อเนื่อง กัน
3. การเขยี นตัวเลขและตัวอกั ษร ควรใหอ้ ่านง่าย สะอาด ชดั เจน โดยการเขยี น
ตัวเลขจะตอ้ งฝึกเขียนให้ตรงหลักกันในแต่ละบรรทัดและทุก ๆ สามหลักจะต้องใส่เครื่องหมาย “ ,”
โดยนับจากทางขวามือ สว่ นการเขียนตัวเลขเศษสตางค์ถา้ ไมม่ ีจะต้องใสเ่ ครอื่ งหมาย “ - ” ตวั อยา่ งดงั น้ี
8,350 -
12,690 50
269,370 25
4. ถ้ามกี ารเขียนผิดตอ้ งแกไ้ ข ควรใชไ้ มบ้ รรทดั ขดี เส้นทบั จานวนที่ผิด และเซน็ ชอื่
กากบั เสมอ
5,999,100 -
887,090 - ลวติ รา
ครูลวิตรา ไชยเดช รายวชิ าหลกั การบญั ชี รหสั วชิ า ง30226
5
แบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ 1 ทบทวนความเข้าใจ
ข้อ 1. ใหอ้ ธบิ ายความหมายของคาว่า “การบัญชี” มาพอเขา้ ใจ
ข้อ 2. ข้นั ตอนในการทาบัญชี 4 ขัน้ ตอน มอี ะไรบา้ ง อธบิ ายพอสังเขป
ข้อ 3. วัตถุประสงค์ของการบัญชมี ีอะไรบา้ ง
ข้อ 4. ใหอ้ ธบิ ายความสัมพันธ์ของวงจรบญั ชี
ข้อ 5. ใหน้ ักเรยี น ฝกึ การเขยี นจานวนตัวเลขเพอ่ื การหาผลรวมหรือผลต่าง ให้ตรงหลกั หลกั หน่วย
หลกั สบิ หลักร้อย และ หลัก ตอ่ ๆ ไป และใชห้ ลักสากลในการเขยี น (,) คัน่ เมื่อนับจานวนได้
3 หลกั และใชก้ ารเขยี นสญั ลักษณ์ (-) กรณีไมม่ ีเศษสตางค์
โจทย์ กจิ การแหง่ หนง่ึ มรี ายได้ เป็นจานวนเงินดังนี้ (หน่วยเปน็ บาท)
529884.00, 97522.25, 3587126.50, 7587.75, 659408.75 369158.00
59628.25 960000 156550 และ 456
ครูลวิตรา ไชยเดช รายวิชาหลกั การบญั ชี รหสั วชิ า ง30226
6
สรปุ
การบัญชี หมายถึงศลิ ปะของการเกบ็ รวบรวม การจดบันทกึ การจัดจาแนก และการ
สรุปข้อมลู อันเก่ยี วกับเหตกุ ารณ์ทางเศรษฐกิจในรปู ของตัวเงิน
ประโยชน์ของการบัญชี ได้แก่ เพื่อเปน็ หลักฐานในการอ้างอิง เพือ่ ใหท้ ราบรายการ
สินทรพั ย์ของกจิ การ เพื่อเป็นการรวบรวมสถิติ เพื่อให้เปน็ หลกั ฐานในการตรวจสอบความถูกต้อง
และเพื่อให้ทราบผลการดาเนินงานและฐานะทางการเงินของกิจการในระยะเวลาหนึ่ง โดยผูท้ นี่ าขอ้ มลู
ทางการบัญชีไปใชป้ ระโยชน์มที ้ังบุคคลภายในและภายนอกกิจการ
วฎั จักรทางการบัญชี (accounting cycle) หมายถึง ลาดับข้นั ตอนทางการบัญชี เรม่ิ จาก
การบนั ทึกรายการบญั ชที ี่เกิดขึ้น จนถงึ การเสนอรายงานทางการเงินของรอบระยะเวลาบัญชีหน่ึง ๆ
รอบระยะเวลาบัญชี (accounting period) หมายถึง งวดเวลาของการจัดทางบการเงิน
เช่น 1 เดือน 3 เดือน หรือ 1 ปี
แม่บททางการบัญชี เปน็ แนวคิดพื้นฐานที่ถูกกาหนดโดยสมาคมนักบัญชแี ละผสู้ อบบัญชีรบั
อนญุ าตแห่งประเทศไทย เพื่อเปน็ แนวทางในการจัดทาและนาเสนองบการเงนิ
ข้อแนะนาในการศึกษาวชิ าการบญั ชี ผศู้ กึ ษาจะตอ้ งต้ังใจเรยี น ทาแบบฝกึ หดั ด้วยตัวเอง
สม่าเสมอ การเขียนตัวเลขชัดเจน สะอาดถูกต้อง ห้ามขีดฆ่าหรือลบให้ขดี ตัวเลขที่ผิดด้วยไม้บรรทัด
แล้วเขยี นตัวเลขที่ถกู เหนือตัวเลขทีผ่ ิดพร้อมเซ็นชื่อกากบั
ครูลวติ รา ไชยเดช รายวิชาหลกั การบญั ชี รหสั วิชา ง30226
7
1. ขอ้ ใดคอื "การบัญช"ี
ก. Bookkeeping
ข. Bookkeeper
ค. Accounting
ง. Account
2. หนว่ ยงานใดรับผดิ ชอบร่างมาตรฐานการบญั ชใี นปจั จบุ ัน
ก. สมาคมนักบัญชแี ละผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแหง่ ประเทศไทย
ข. กรมพฒั นาธรุ กิจการคา้ กระทรวงพาณิชย์
ค. สภาวชิ าชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์
ง. ถูกทุกข้อ
3. ขอ้ ใดถือเป็นการรวบรวมขอ้ มลู
ก. บันทกึ รายการคา้ ในสมดุ รายวนั
ข. จดั หมวดหมู่บญั ชี
ค. หลักฐานการรับและจ่าย
ง. การทางบการเงิน
4. การบัญชีคือข้อใด
ก. Bookkeeping
ข. Bookkeeper
ค. Accounting
ง. Report
5. ผู้มหี นา้ ทใ่ี นการจัดทาบัญชีคอื ใคร
ก. Bookkeeping
ข. Bookkeeper
ครลู วิตรา ไชยเดช รายวชิ าหลักการบญั ชี รหสั วชิ า ง30226
8
ค. Accounting
ง. Auditor
6. ข้อมูลทางการเงนิ มีประโยชน์ต่อบคุ คลตามข้อใดบ้าง
ก. ผู้ลงทุน
ข. เจา้ หน้ี
ค. รัฐบาล
ง. ถูกทุกข้อ
7. ข้อใดแสดงถึงการใหข้ อ้ มลู ทางการเงิน
ก. ใบกากบั สนิ คา้
ข. งบกาไรขาดทนุ
ค. งบประมาณเงินสด
ง. การบนั ทกึ รายการคา้
8. ขอ้ ใดหมายถึง "Collecting"
ก. การรวบรวม
ข. การบันทึก
ค. การจาแนก
ง. การสรปุ
9. ขอ้ ใดหมายถึง "Recording"
ก. การรวบรวม
ข. การบันทึก
ค. การจาแนก
ง. การสรุป
ครูลวติ รา ไชยเดช รายวชิ าหลักการบญั ชี รหสั วิชา ง30226
9
10. ข้อใดเป็นลกั ษณะของการสรปุ ขอ้ มลู
ก. ใบกากบั สินค้า
ข. งบกาไรขาดทนุ
ค. การวางระบบบัญชี
ง. สมดุ รายวันขน้ั ต้น
*************************************************
ครลู วติ รา ไชยเดช รายวชิ าหลักการบญั ชี รหสั วชิ า ง30226