อารยธรรมลุ่มแม่นา้ ฮวงโห หรือแม่นา้ เหลอื ง
ปัจจยั ทสี่ ่งเสริมใหเ้ กดิ อารยธรรมจนี
ภมู ศิ าสตร์ • มีดนิ แดนกวา้ งใหญ่ อดุ มสมบรู ณ์ และมีเทือกเขา
มหาสมทุ รเป็นเขตกน้ั
• จีนมีดินแดนเป็นของตนเอง จงึ มีการพฒั นาและหล่อ
หลอมขนึ้ ภายในดนิ แดนของตนเองเป็นสว่ นใหญ่
การปกครอง • สว่ นใหญ่มีการผลดั เปล่ียนการปกครองในรูปแบบราชวงศ์
• สรา้ งคตคิ วามเช่อื ตอ่ ผนู้ าเพ่ือใหไ้ ดม้ าซง่ึ การยอมรบั และง่าย
ตอ่ การปกครองและพฒั นาในส่ิงท่ตี อ้ งการ
มวี ฒั นธรรมหลงซาน ภาชนะสามขาและภาชนะสาริด
อยเู่ ป็นชมุ ชนใหญ่ มีถนน วัฒนธรรมหลงซาน
มกี ารจดั ระเบียบการปกครอง
การทาเครอ่ื งปั้นดินเผาแบบ
รมดา นาหยกมาเป็นเครอ่ื งมือ
เครอ่ื งใช้
ยุคสมัยประวตั ิศาสตร์
สมยั โบราณ (1,570 ปี ก่อนครสิ ตศ์ ักราช ถงึ ค.ศ.220)
สมยั กลาง (ค.ศ.220- ค.ศ. 1,368)
ปลายสมัยกลาง (ค.ศ.1,368 - ค.ศ. 1,911)
(ค.ศ. 1,911 - ปัจจุบนั )
10 ราชวงศจ์ นี
เซ่ยี (บางตาราไม่นบั ) 5.สยุ
1.ชาง 6.ถงั
2.โจว 7.ซง่ หรอื ซอ้ ง
3.จ๋ิน หรอื ฉิน 8.หยวน
4.ฮ่นั 9.หมิง
บางตารามีราชวงศจ์ ิน้ 10.ชิง
ราชวงศเ์ หนือและใต้
ภาชนะสาริดใน
สมยั ราชวงศช์ าง
ตวั อักษร บนกระดองเตา่
เป็ นราชวงศท์ ปี่ กครองจนี นานทสี่ ุด ในประวตั ศิ าสตรร์ าชวงศข์ องจนี
มีความเชอื่ วา่ ฮอ่ งเตค้ อื โอรสแหง่ สวรรค์
แบง่ เป็ น 2 ยุค เริม่ แรกคอื โจวตะวันตก ตอ่ มาคอื โจวตะวันออก
มีความรุ่งเรืองทางปรัชญา เกดิ ลทั ธิขงจอื้ ลัทธเิ ตา๋
มีการประดิษฐ์เข็มทิศ การประดิษฐต์ ะเกียบเพ่ือใช้หยิบอาหารซึ่งได้
กลายเป็ นสญั ลักษณอ์ ยา่ งหนึ่งของจนี
3.ราชวงศฉ์ ิน หรือ จน๋ิ
ปฐมจกั รพรรดิ คือ จ๋ินซฮี อ่ งเต้
สามารถรวมจีนใหเ้ ป็นปึกแผ่น และมีอานาจเดด็ ขาดในการปกครองมณฑลตา่ งๆ
โปรดใหส้ รา้ งถนน ขดุ คลอง เพ่อื เช่ือมโยงราชธานีกบั มณฑลตา่ งๆ แบง่ เป็นระบบจงั หวดั อาเภอ
ทรงใหส้ รา้ งกาแพงเมืองจีน โดยตอ่ เตมิ และเช่ือมโยงจากกาแพงท่ีมีอยเู่ ดมิ
สรา้ งสสุ านท่ีมีทรพั ยส์ นิ และรูปปั้นขนาดเทา่ ตวั จรงิ ของนกั รบและมา้
รวมระบบตวั หนงั สือเกิดระบบภาษี ตราช่งั วดั ตวง เงินตรา เหมือนกนั ทงั้ อาณาจกั ร
ปราบปรามลทั ธิขงขอื๊ และอ่นื ๆ เนน้ หลกั นิติธรรม เนน้ กฎหมาย
4.ราชวงศฮ์ ่นั
ช่วงแรกมีความเจรญิ รุง่ เรอื ง นโยบาย “ผอ่ นภาระประชาชน” เชน่ ลดภาษี ดแู ลประชาชน
แบง่ เป็นฮ่นั ตะวนั ออก และฮ่นั ตะวนั ตก ฮ่ันเจา๋ กู๋
รอื้ ฟื้นลทั ธิขงจือ๊ และใชต้ าราหลกั ในการสอบจอหงวน หรอื สอบราชการ
เกิดเสน้ ทางสายไหม ตดิ ตอ่ คา้ ขายกบั ชาตอิ ่นื ๆ เช่ือมโลกตะวนั ตกกบั ตะวนั ออก
พระพทุ ธศาสนาจากอินเดียเรม่ิ เผยแผส่ จู่ ีน มีผลตอ่ ความเจรญิ รุง่ เรอื งของอารยธรรมจีนมาก
สนิ คา้ ขนึ้ ช่ือในยคุ นนั้ คือ ผา้ ไหม
ซอื หม่า เชยี น ไดป้ รับปรุงปฏทิ นิ จนั ทรคติ และเขยี นหนังสือ สอ่ื จี้
มีการประดษิ ฐก์ ระดาษ และเคร่อื งมอื วดั แผน่ ดนิ ไหว
เม่ือสนิ้ สุดสมัยราชวงศฮ์ ่นั จนี เกดิ การแตกแยกภายใน
หรอื สมัยสามกก๊
เครื่องมอื วดั แผ่นดนิ ไหว
เพมิ่ เตมิ ราชวงศจ์ นิ้ ราชวงศเ์ หนือ ราชวงศใ์ ต้
ตระกลู สมุ า รวมแผ่นดนิ ไวไ้ ดเ้ กิดความสงบในช่วงแรก
มีการแย่งชิงอานาจกนั แบง่ เป็นหลายฝ่ายจากตระกลู ใหญ่ๆ
ถกู แบง่ เป็นจิน้ ตะวนั ตก และ จิน้ ตะวนั ออก
ตอ่ มามกี ารแบง่ แยกเป็นราชวงศเ์ หนือ ราชวงศ์ ตา่ งฝ่ายตา่ งขยายอานาจ
จงึ เป็นขอ้ ดที ่ีทาใหอ้ าณาจกั รจีนขยายกวา้ งก่อนท่ีจะมารวมกนั
สุยหยางต้ี
ยุคทองของจนี ในดา้ นตา่ งๆโดยเฉพาะวฒั นธรรม
มีเขตแดนกว้างใหญ่ อารยธรรมรุ่งเรืองสูงสุด
โดยเฉพาะดา้ นบทกวี และจติ รกรรม
มีการเผยแผ่ศาสนามากมาย และพระถังซาจ๋ัง
เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาท่ีอินเดีย ทาให้
เ กิ ด ก า ร แ ป ล
จานวนมาก
เน้นการค้าแบบเปิ ดประเทศ
ช่วงปลายมีปัญหาภายใน สุดทา้ ยล่มสลายเกดิ เป็ น
ยุค 5 ราชวงศ์
เปาเจิ่ง หรือ เปาบุน้ จิ้น
จนี ถูกชนเผ่าทางเหนือรุกรานตอ้ งยา้ ยเมอื งหลวงลงมาทางใต้
เป็ นยุคทม่ี คี วามกา้ วหน้าทางวทิ ยาการดา้ นตา่ งๆ
- ประดษิ ฐด์ นิ ปื น ใช้ทาดอกไม้ไฟ
- เกดิ เคร่อื งกระเบอื้ ง
- ใชเ้ ขม็ ทศิ เดนิ ทะเล
- แทน่ พมิ พต์ วั หนังสอื
เกดิ ผลงานจติ รกรรม วรรณกรรม และการแสดงตา่ งๆ
ถกู พวกมองโกล นาโดย กุบไลข่าน หลานเจงกสิ ขา่ นเขา้ ยดึ อานาจ
กุบไลขา่ น กุบไลขา่ น พวกมองโกลเขา้ ปกครอง เมอื งหลวง ปักกงิ่
เป็ นผู้นาทด่ี ี ละทงิ้ นิสัยเดมิ ประชาชนรักและยอมรับ
ขยายอานาจไดก้ ว้างไกลถงึ ยุโรป
ชาวยโุ รปเดนิ ทางเข้าสู่ราชสานักจนี และรับราชการ
ทส่ี าคัญ คอื มารโ์ ค โปโล ไดเ้ ขยี นบนั ทกึ เหตุการณ์
เกยี่ วกับจนี ในยคุ นั้นไว้
มกี ารตดิ ตอ่ ขยายอานาจมาในสมัยพ่อขุนราม สุโขทยั จงึ
ส่งเครือ่ งบรรณาการไป
มารโ์ คโปโล นกั เดนิ ทางท่ีย่ิงใหญ่ เขา้ พบกบุ ไลขา่ น แทน่ พิมพ์
และธนบตั รสมยั หยวน
ในระยะแรกขยายอานาจ มกี ารทาสงครามฝิ่ น การเข้ามาของ
ออกไปไดก้ ว้างใหญ่ แต่ ระหวา่ งจนี กบั องั กฤษซง่ึ
ตอ่ มาเสอ่ื มอานาจเพราะ จกั รวรรดนิ ิยม
จนี เป็ นฝ่ ายแพ้
จกั รพรรดไิ ม่มี เกดิ สนธสิ ัญญานานกงิ ตะวันตก เป็ น
ความสามารถ และเกดิ องั กฤษเชา่ เกาะฮ่องกง สาเหตุหนึ่งทท่ี าให้
การฉ้อราษฎรบ์ งั หลวง
การปกครองแบบ
กนั มาก จักรพรรดสิ นิ้ สุดลง
เรม่ิ ตน้ ใน ค.ศ. 1911 การปฏิวตั ซิ นิ ไฮ่ เมื่อจีนปฏิวตั กิ ารเปล่ียนแปลงการปกครองระบอบ
สมบรู ณาญาสทิ ธิราชยม์ าเป็นระบอบสาธารณรฐั (ค.ศ. 1911–1949)
โดย ดร.ซนุ ยตั เซน (Sun Yat-sen)
ตอ่ มาพรรคคอมมวิ นิสตไ์ ดป้ ฏิวตั แิ ละไดป้ กครองจีน
จึงเปล่ียนการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสตต์ งั้ แต่ ค.ศ. 1949 จนถึงปัจจบุ นั
สรุปความเจริญรุ่งเร่ืองของอารยธรรมจนี
ด้านภาษา เกิดภาษาและอกั ษรท่ีใชแ้ บบเดยี วกนั งา่ ยตอ่ การพฒั นา
ดา้ นดาราศาสตร์ เกิดปฏิทินจนั ทรคติใชด้ า้ นการเกษตร กลอ้ งดดู าว
ปรัชญา เกิดลทั ธิท่ีสาคญั ท่ีนามาสกู่ ารพฒั นาบคุ คลและแนวคิด
วิทยาการอน่ื ๆ ดา้ นส่งิ ปลกู สรา้ งท่ีมีความย่ิงใหญ่สวยงาม
เครอ่ื งมือท่ีเป็นรากฐานในการใชง้ านยคุ ตอ่ มา เชน่ เข็มทิศ เครอ่ื งมือตา่ งๆ
เกิดความรูด้ า้ นตา่ งๆ กาหนดมาตรา ช่งั ตวง วดั เงินตรา
การปกครอง กฎหมาย วฒั นธรรม