The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wannisa.ra, 2022-01-31 06:03:10

การศึกษาปัจจัยการลาออกกลางคันของนิสิต ปีการศึกษา 2564 และความคาดหวังต่อการบริหารจัดการหลักสูตร มหาวิทยาลัยทักษิณ

5-รวมเล่ม รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ การศึกษาปัจจัย

รายงานการวิจยั ฉบับสมบรู ณ์
การศกึ ษาปัจจัยการลาออกกลางคนั ของนิสิต ปกี ารศกึ ษา 2564
และความคาดหวังต่อการบริหารจัดการหลกั สูตร มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ

โดย
อรวรรณ ธนศู ร และคณะ

มกราคม 2565

1

การศึกษาปจั จัยการลาออกกลางคนั ของนิสติ ปีการศกึ ษา 2564
และความคาดหวงั ต่อการบรหิ ารจัดการหลกั สตู ร มหาวิทยาลยั ทกั ษณิ

อรวรรณ ธนศู ร1* วรรณศิ า รัตนา2 และสมภพ ลา่ วัฒนพร

บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งน้ีมีจุดประสงค์เพือศึกษาปัจจัยการลาออกกลางคันของนิสิตปีการศึกษา 2564
ความคาดหวังต่อการบริหารจัดการหลักสูตร มหาวิทยาลัยทักษิณ และเปรียบเทียบข้อมูลการพ้นสภาพการ
เป็นนิสิต ปีการศึกษา 2561-2563 กลุ่มตัวอย่าง นิสิตระดับปริญญาตรีทีพ้นสภาพนิสิตจากการยืนค่าร้องขอ
ลาออก ปีการศึกษา 2564 จ่านวน 58 คน เครืองมือทีใช้ คือ แบบสอบถาม และข้อมูลเชิงคุณภาพโดยวิธีการ
สนทนารายบคุ คล สถติ ิทใี ช้ คอื รอ้ ยละ ค่าเฉลยี และค่าเบยี งเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบวา่
1. ปัจจัยการลาออกกลางคันของนสิ ิต ปีการศกึ ษา 2564 ปัจจัยด้านส่วนตัวนิสิต อาจารย์ผู้สอน
และวิธีการสอน สถานศึกษา หลักสูตร เศรษฐกิจและครอบครัว ( x = 2.99, ±1.42; x = 2.96, ±1.23;
x = 2.82, ±1.19; x = 2.80, ±1.17; x = 2.20, ±1.27)
2. ความคาดหวังต่อการบริหารจัดการหลักสูตร 1) การจัดหาสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
อย่างเป็นระบบ มีคุณภาพ เป็นทียอมรับในตลาดแรงงาน 2) การเปิดหลักสูตรระบบคลังหน่วยกิตทีนิสิต
สามารถเรียนสะสมหน่วยกิตในรายวิชาต่าง ๆ 3) การปรับและทบทวนข้อก่าหนด ระเบียบ ข้อบังคับและ
เกณฑ์การส่าเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลยั ทีเอื้อต่อการส่าเรจ็ การศึกษา 4) เพิมเนื้อหารายวิชาความสามารถ
เฉพาะทางส่าหรับการแข่งขันและการประกอบอาชีพ 5) การเปิดหลักสูตรระยะสั้นเพิมความรู้และทักษะที
เฉพาะเจาะจงเพือใช้ประกอบอาชีพ 6) การจัดการเรียนการสอนทีนิสิตสามารถเลือกเรียนได้ตลอดหลักสูตร
แบบออนไลน์หรือออนไซค์ 7) การปรับลดหน่วยกิตตลอดหลักสูตรและระยะเวลา ( x = 3.86, ±1.13;
x = 3.72, ±.93; x = 3.71, ±.97; x = 3.64, ±1.09 x = 3.57, ±1.01; x = 3.34, ±1.12; x = 3.10
±1.21)
3. การพ้นสภาพการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2561-2563 ร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องลาออก ปี
การศึกษา 2561 (42.21%) 2562 (30.10%) 2563 (25.68%) จ่าแนกตามคณะ คือ คณะนิติศาสตร์
(25.68%) คณะศึกษาศาสตร์ (20.00%) และมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (19.79%)

คาสาคญั : ออกกลางคนั
-----------------------------------------
1 นกั วิชาการช่านาญการ คณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทกั ษณิ สงขลา 90000
2 นักวิชาการ ฝา่ ยบริหารวิทยาเขตสงขลา มหาวิทยาลัยทกั ษณิ สงขลา 90000
3 อาจารย์ สาขาวิชาคณติ ศาสตร์และสถติ ิ คณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทกั ษิณ สงขลา 90000
1Academic Staff Faculty of Science, Thaksin University Songkhla 90000, Thailand
2Academic Staff Division of Compus Administration, Thaksin University Songkhla 90000,
Thailand
3Lecturer, Department of Mathematics and Statistics, Faculty of Science, Thaksin University,
Sogkhla 90000, Thailand
*Corresponding author : Tel .: 081-5988554. E-mail address: [email protected]

2

Factor Study of Student Dropouts Academic Year 2564 and Thaksin University
Curriculum Management Expectation

Orawan Thanoosorn1 Wannisa Rattan2 and Sompob Lumwattanaporn3

Abstract
This study aimed to study factors of student dropouts Academic Year 2564,
expectation for Thaksin University curriculum management and compare the information of
students being withdrawn in Academic Year from 2561 to 2563. Samplings were 58
undergraduate students withdrawn from the university by filing a resignation request
Academic Year 2564. Tools in the study were questionnaires and qualitative data from
individual conversation. The statistics used were percentage, means and standard deviation.
The findings of the study were:
1. Factors of student dropouts Academic Year 2564 were factors of student
personal perspectives, instructors and teaching methods, institutions, curriculum, economics
and family with the statistics at ( x = 2.99, ±1.42; x = 2.96, ±1.23; x = 2.82, ±1.19; x = 2.80,
±1.17; x = 2.20, ±1.27)
2. Curriculum management expectations 1 ) systematically provide places for
professional training with quality accepted in labor market 2 ) offering credit bank for
students to study and accumulate credits in various courses 3) adjustment and review
requirements, regulations and criteria of university graduation conducive to graduation
4) increase courses required specific competence for competition and occupation 5) offer
short curriculum increasing knowledge and specific skills for professional use 6) learning
management where students were able to choose to study all through the curriculum either
online or onsite 7) credit and period reduction all through the curriculum ( x = 3.86, ±1.13;
x = 3.72, ±.93; x = 3.71, ±.97; x = 3.64, ±1.09 x = 3.57, ±1.01; x = 3.34, ±1.12; x = 3.10
±1.21)
3. Student termination Academic Year 2561 to 2563; percentage of students filing a
resignation request Academic Year 2561 were (42.21%), 2562 (30.10%), 2563 (25.68%)
classified by Faculty: Faculty of Law (25.68%), Faculty of Education (20.00%) and Faculty of
Humanity and Social Sciences (19.79%)

Keyword: Dropouts

3

กิตตกิ รรมประกาศ

ขอขอบคุณ รองศาสตราจารย์.ไพบูลย์ ดวงจันทร์ รองอธิการบดีผ่ายบริหารและกิจการนิสิต
มหาวิทยาลัยทักษิณ รองศาสตราจารย์ ดร.เรวดี กระโหมวงศ์ ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นพเก้า ณ พทั ลงุ ผชู้ ่วย
ศาสตราจารย์ ดร.นินนาท์ จันทสรู ย์ และ อาจารย์ ดร.ศริ ริ ัตน์ สินประจักษผ์ ล ทีให้การสนบั สนุนและพจิ ารณา
ให้ค่าปรึกษาและช้ีแนะการท่าวิจัย และขอขอบคุณนิสิตทีลาออกกลางคันปีการศึกษา 2564 มหาวิทยาลัย
ทักษิณ ทีใหค้ วามรว่ มมอื ตอบแบบสอบถาม

4

คานา

งานวิจยั “การศึกษาปัจจัยการลาออกกลางคันของนิสิต ปีการศึกษา 2564 และความคาดหวังต่อการ
บรหิ ารจดั การหลักสูตร มหาวิทยาลยั ทักษิณ เพือศกึ ษาปัจจยั การลาออกกลางคนั ของนสิ ติ ปีการศึกษา 2564 มี
วัตถุประสงคเ์ พือศึกษาความคาดหวงั ต่อการบริหารจัดการหลกั สูตร มหาวิทยาลัยทกั ษิณ และเพอื เปรียบเทยี บ
ขอ้ มูลนิสิตทีพ้นสภาพการเป็นนสิ ิตระดบั ปริญญาตรี ในแตล่ ะคณะทีเปดิ สอนหลักสูตรปริญญาตรี มหาวิทยาลัย
ทักษิณ ซึงสามารถน่าผลการศึกษามาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการปรับปรุงและพัฒนา พร้อมเป็นแนว
ทางการแก้ไขปัญหาการจัดเรียนการสอนของแต่ละคณะและเพือแนวทางให้ผู้บริหาร ผู้สอนและผู้ทีเกียวข้อง
ต่อไป

ผวู้ ิจยั หวงั เปน็ อย่างยงิ วา่ งานวิจัยชิ้นนีจ้ ะเปน็ ประโยชนต์ ่อคณะทเี ปิดสอนหลกั สูตรปรญิ ญาตรี และ
ผู้สนใจทัวไป หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้วิจยั ขอน้อมรับด้วยความเต็มใจและพร้อมทีจะแก้ไขเพือประโยชน์
ในโอกาสต่อไป

ผวู้ ิจัย อรวรรณ ธนศู ร และคณะวจิ ยั
นักวชิ าการชา่ นาญการ

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยทักษิณ
กมุ ภาพันธ์ 2565

5

สารบัญ 2
2
บทคดั ยอ่ 4
ABSTRACT 5
กติ ติกรรมประกาศ 6
คานา 7
สารบญั
รายการตาราง 10
รายการภาพประกอบ 10
บทที่ 1 บททา 11
11
1.1 หลกั การและเหตุผล 11
1.2 วัตถปุ ระสงค์ของการศึกษา 13
1.3 ขอบเขตการศกึ ษา 14
1.4 นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ 14
1.5 ประโยชน์ทไี ด้รบั 17
บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี กีย่ วข้อง 20
2.1 ระเบยี บมหาวทิ ยาลัยทักษิณ วา่ ดว้ ยการศึกษาขั้นปรญิ ญาตรี พ.ศ.2559 20
2.2 งานวจิ ัยทเี กยี วข้อง 20
บทท่ี 3 วธิ กี ารดาเนนิ การวิจยั 21
3.1 ประชากรและกล่มุ ตวั อยา่ ง 21
3.2 เครอื งมอื ทีใช้ในการวจิ ยั 21
3.3 วธิ กี ารเก็บรวบรวมขอ้ มูล 21
3.4 การวิเคราห์ข้อมูลและสถติ ทิ ีใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มลู 22
3.5 สถานทที า่ การวจิ ยั 95
3.6 ระยะเวลาทีท่าการวิจยั 97
บทท่ี 4 ผลการศกึ ษา 98
บทท่ี 5 สรุปและข้อเสนอแนะ 99
5.1 สรุปผลการศึกษาอย่างสงั เขป 100
5.2 ข้อเสนอแนะของผูว้ จิ ัย
บรรณานุกรม
ประวัตผิ ู้วจิ ัย

6

รายการตาราง

ตาราง ช่อื ตาราง หน้า

ที่

1 แสดงการหาค่าเฉลียปัจจัยการลาออกกลางคัน 23

ปกี ารศึกษา 2564 ภาพรวม

2 แสดงการหาค่าเฉลยี ปจั จยั การลาออกกลางคนั ปกี ารศึกษา 2564 23

รายด้าน ดา้ นปัจจยั ส่วนตวั นสิ ติ

3 แสดงการหาค่าเฉลยี ปจั จยั การลาออกกลางคัน ปีการศึกษา 2564 24

ด้านเศรษฐกจิ และครอบครัว

4 แสดงการหาค่าเฉลียปัจจยั การลาออกกลางคัน ปกี ารศกึ ษา 2564 รายดา้ น 25

ดา้ นอาจารย์ผ้สู อนและวิธกี ารสอน

5 แสดงการหาค่าเฉลยี ปัจจัยการลาออกกลางคัน ปกี ารศกึ ษา 2564 รายด้าน 25

ดา้ นหลกั สตู ร

6 แสดงการหาคา่ เฉลียปัจจัยการลาออกกลางคนั ปกี ารศึกษา 2564 รายด้าน 26

ดา้ นสถานศกึ ษา

7 แสดงการหาค่าเฉลียความคาดหวังต่อการบริหารจัดการหลกั สตู ร มหาวทิ ยาลยั ทกั ษิณ 27

8 จ่านวนและรอ้ ยละนสิ ิตทยี ืนค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศกึ ษา 2561-2563 29

9 แสดงการเปรียบเทียบปัจจัยการลาออกของนิสิตทียืนค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนิสิต 33

ตั้งปกี ารศึกษา 2561 -2563

10 แสดงจ่านวนและร้อยละของปัจจัยการลาออกของนิสติ ทยี ืนค่าร้องขอลาออกจากการเป็น 38

นสิ ติ ต้ังปกี ารศกึ ษา 2561-2563 ภาพรวม

11 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2561 44

จ่าแนกตามสาขาวชิ า คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์

12 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2562 47

จา่ แนกตามสาขาวชิ า คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์

13 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2563 50

จ่าแนกตามสาขาวิชา คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์

14 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2561 53

จ่าแนกตามสาขาวิชา คณะวทิ ยาศาสตร์

15 แสดงจ่านวนและรอ้ ยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2561 56

จ่าแนกตามสาขาวชิ า คณะศึกษาศาสตร์

16 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2561 59

จ่าแนกตามสาขาวิชา คณะศึกษาศาสตร์

17 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2563 62

จา่ แนกตามสาขาวชิ า คณะศึกษาศาสตร์

18 แสดงจ่านวนและรอ้ ยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2561 65

จา่ แนกตามสาขาวชิ าคณะเทคโนโลยแี ละพฒั นาชมุ ชน

7

ตาราง ชื่อตาราง หน้า
ท่ี
19 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2561 67
จา่ แนกตามสาขาวชิ า คณะวทิ ยาการสุขภาพและการกฬี า
20 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2561 69
จ่าแนกตามสาขาวิชา คณะศิลปกรรมศาสตร์
21 แสดงจา่ นวนและรอ้ ยละนสิ ิตทยี นื คา่ ร้องของลาออกจากการเปน็ นิสติ ปีการศึกษา 2562 71
จา่ แนกตามสาขาวชิ าคณะศิลปกรรมศาสตร์
22 แสดงจ่านวนและร้อยละนสิ ิตทียนื คา่ รอ้ งของลาออกจากการเป็นนสิ ติ ปกี ารศึกษา 2563 73
จ่าแนกตามสาขาวชิ า คณะศิลปกรรมศาสตร์
23 แสดงจา่ นวนและร้อยละนสิ ติ ทยี ืนคา่ ร้องของลาออกจากการเป็นนสิ ติ ปีการศึกษา 2561 75
แนกตามสาขาวชิ า คณะเศรษฐศาสตร์และบรหิ ารธุรกิจ
24 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2562 77
จ่าแนกตามสาขาวชิ า คณะเศรษฐศาสตรแ์ ละบรหิ ารธุรกิจ
25 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2563 79
จา่ แนกตามสาขาวิชา คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ
26 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2561 81
จ่าแนกตามสาขาวิชา คณะนติ ศิ าสตร์
27 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2562 83
จา่ แนกตามสาขาวิชา คณะนิติศาสตร์
28 แสดงจ่านวนและรอ้ ยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2563 85
จ่าแนกตามสาขาวิชา คณะนติ ศิ าสตร์
29 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2561 87
จ่าแนกตามสาขาวชิ า วิทยาลัยการจัดการเพอื การพฒั นา
30 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2562 89
จ่าแนกตามสาขาวิชา วิทยาลัยการจัดการเพอื การพัฒนา
31 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2563 91
จา่ แนกตามสาขาวิชา วทิ ยาลัยการจดั การเพือการพฒั นา
32 แสดงจ่านวนและรอ้ ยละนิสติ ทียนื ค่าร้องของลาออกจากการเปน็ นิสิต ปีการศึกษา 2561 93
จ่าแนกตามสาขาวิชา คณะวศิ วกรรมศาสตร์
33 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2561 95
จา่ แนกตามสาขาวิชา คณะพยาบาลศาสตร์

8

รายการภาพประกอบ

ภาพประ รายการ หน้า
30
กอบที่ 30
31
1 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิตปีการศึกษา 34
35
2561 36
37
2 แสดงจ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิตปีการศึกษา 40
41
2562 42
43
3 แสดงจ่านวนและรอ้ ยละนสิ ติ ทยี ืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนสิ ติ ปกี ารศึกษา

2563

4 แสดงจ่านวนภาพรวมการลาออกของนิสิตทียืนค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนิสิต

ปจั จัยด้านสว่ นบุคคล ปีการศกึ ษา 2561-2563

5 แสดงจ่านวนภาพรวมการลาออกของนสิ ิตทยี ืนค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนสิ ติ

ปจั จยั ดา้ นการเรียน ปกี ารศึกษา 2561-2563

6 แสดงจ่านวนภาพรวมการลาออกของนสิ ิตทียนื ค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนิสติ

ปจั จยั ดา้ นการเงนิ ปีการศกึ ษา 2561-2563

7 แสดงจา่ นวนภาพรวมการลาออกของนิสิตทียนื ค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนสิ ติ

ปจั จยั ด้านอืน ๆ ปีการศึกษา 2561-2563

8 แสดงจ่านวนและร้อยละของปัจจัยการลาออกของนิสิตทียืนค่าร้องขอลาออกจาก

การเป็นนิสิตตั้งปีการศกึ ษา 2561-2563 ดา้ นปัจจัยส่วนบคุ คล

9 แสดงจ่านวนและร้อยละของปัจจัยการลาออกของนิสิตทียืนค่าร้องขอลาออกจาก

การเป็นนิสิตตง้ั ปกี ารศึกษา 2561-2563 ด้านปัจจัยดา้ นการเรยี น

10 แสดงจ่านวนและร้อยละของปัจจัยการลาออกของนิสิตทียืนค่าร้องขอลาออกจาก

การเปน็ นสิ ิตตงั้ ปกี ารศกึ ษา 2561-2563 ด้านปัจจัยดา้ นการเงนิ

11 แสดงจ่านวนและร้อยละของปัจจัยการลาออกของนิสิตทียืนค่าร้องขอลาออกจาก

การเป็นนิสติ ตง้ั ปกี ารศกึ ษา 2561-2563 ด้านปัจจยั ด้านอนื ๆ

9

บทที่ 1
บทนา

1.1 หลักการและเหตุผล

การศึกษาเป็นพื้นฐานทีส่าคัญในการพัฒนาสงั คม คนเป็นสมาชิกของสังคม คนจะมีคุณภาพ คุณธรรม
นนั้ การศึกษาเป็นตวั ช่วยให้สร้างจิตส่านึกในการเป็นมนุษย์ มีจิตวิญญาณของผู้มีอารยะธรรมทางปญั ญา และ
ความงดงามในจิตใจ การศึกษาสร้างให้คนมีความรู้ในการด่ารงชีวิต การประกอบอาชีพ มีความอดทนในการ
ต่อสู้กบั อปุ สรรค์ของชีวิต การศึกษาเป็นสงิ จา่ เป็นสา่ หรับคนทุกวัย การศกึ ษามคี วามสา่ คญั ได้แก่ ชว่ ยชัดเกลา
ให้คนเป็นมนุษย์ ช่วยอบรมพลเมืองให้เป็นผู้ทีมีคุณภาพชีวิต สามารถช่วยให้ตนเองด่าเนินชีวิตอยู่ได้อย่างมี
ความสขุ อย่างมปี ัญญา การศึกษาช่วยคา้่ จุนให้ชาติศาสนาด่ารงอยู่ได้ การศึกษาช่วยค้่าจุนใหช้ าติสามารถด่ารง
อยู่ได้ ช่วยให้พลเมืองมีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพ และการศึกษาช่วยให้รู้เท่ากันการ
เปลียนแปลงของโลกและสามารถปรับเปลียน ป้องกันตนเองให้รู้เท่าทันต่อการเปลียนแปลงในสถานการณ์
ปัจจุบันได้ ประเทศไทยมีการปฏิรูปการศึกษาจึงเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2558-2564 เป็นการปฏิรูปการศึกษาทีมี
กรอบแนวทางการปฏิรูปการศึกษา 6 ประเด็น คือ 1. ปฏิรูปครู 2. ปฏิรูปการเรียนรู้ 3. เพิม-กระจายโอกาส
และคุณภาพอย่างทัวถึง-ลดความเหลือมล้่า 4. ปฏิรูประบบการบริหารจัดการ 5. ผลติ และพัฒนาก่าลังคนเพือ
เพิมศักยภาพการแข่งขัน 6. ปรับระบบการใช้ ICT เพือการศึกษา (ทปอ.กรอบแนวทางการปฏิรูปการศึกษา
จากรา่ ง Roadmap)

มหาวิทยาลัยทักษิณ หมายถึง สถาบันการศึกษาทีเปิดสอนในระดับอุดมศึกษาเป็นสถาบันแห่งการ
เรียนรู้ รบั ใช้สงั คม มหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ ทผี ลิตบัณฑิต พัฒนาก่าลงั คน วิจัยและบรกิ ารวิชาการ เพือรบั ใช้
สังคมท้องถินใต้ ประเทศชาติ และอาเซียน ให้เป็นสังคมแห่งปัญญาและสันติสุขทียังยืน ซึงเปิดสอนทั้งสิ้น 12
คณะ ไดแ้ ก่ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะศกึ ษาศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์
และบริหารธุรกิจ คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยการจัดการเพือการพัฒนา คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีและ
การพัฒนาชุมชน คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ คณะวิทยาการสุขภาพและการ
กีฬา และคณะพยาบาลศาสตร์ โดยมหาวิทยาลัยทกั ษิณ มุ้งเน้นทีจะผลิตบัณฑติ ทมี ีความ 1) จัดการศกึ ษาเพือ
ผลิตบัณ ฑิตและพัฒนาก่าลังคน คุณภาพรองรับความต้องการของพื้นทีประเทศ และการก้าวสู่
ประชาคม อาเซียน และประชาคมโลก 2) สร้างสรรค์ผลงานการวิจัยและพัฒนาเพือการรับใช้ ช้ีน่าการพัฒนา
ให้กับสังคม และพัฒนาสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยในอนาคต 3) บริการวิชาการ ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคม
ร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ทีเข้มแข็ง 4) ส่งเสริม สนับสนุนการท่านุบ่ารุง รักษา และพัฒนาด้านศิลปะ
วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และสิงแวดล้อมของภาคใต้ตอนล่างให้เกิดคุณค่า มูลค่าเพิมแก่การพัฒนาท้องถิน
ประเทศ และอาเซียน 5) พัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบในระดับสากล ทีค่านึงถึงการ
สรา้ งความเข้มแขง็ ความเชยี วชาญของบคุ ลากรวัฒนธรรมองค์กร และความสขุ แกบ่ ุคลากรในทกุ ระดับ

ปจั จุบันมหาวทิ ยาลยั ทกั ษิณ ไดเ้ ปิดหลักสตู รระดบั ปรญิ ญาตรี ภาคปกติ และภาคพิเศษ จ่านวน 12
คณะ ได้แก่ คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์
และบริหารธุรกจิ คณะนิติศาสตร์ วทิ ยาลยั การจัดการเพือการพัฒนา คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยแี ละ
การพฒั นาชมุ ชน คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตรและชวี ภาพ คณะวิทยาการสขุ ภาพและการ
กีฬา และคณะพยาบาลศาสตร์ จากข้อมลู ปกี ารศึกษา 2561-2563 ผ้วู ิจยั พบว่าในแต่ละปกี ารศกึ ษาจะมนี ิสติ ที
พ้นสภาพการเป็นนิสติ จากการยืนค่ารอ้ งขอลาออกจากการเป็นนิสิตมหาวทิ ยาลยั ทกั ษิณของแตล่ ะคณะ ซึงบาง

10

คณะพบวา่ มีคา่ เฉลยี ทสี งู ขน้ึ และมีแนวโนม้ จะมอี ัตราการลาออกจากการเป็นนสิ ติ สงู ขน้ึ ดังนัน้ ผู้วิจยั จึงมีความ
สนใจทจี ะศึกษาปัจจัยการลาออกกลางคนั ของนสิ ติ ปกี ารศึกษา 2564 และความคาดหวงั ต่อการบริหารจัดการ
หลกั สตู ร มหาวิทยาลยั ทักษิณ ขอ้ มลู ทีได้จะเปน็ ข้อมลู พ้ืนฐานทีเป็นประโยชน์ในการประกอบการพิจารณาและ
ตัดสนิ ใจหรือการก่าหนดมาตรการ นโยบายทางการบริหารจัดการศึกษาของผู้บรหิ ารระดับคณะ มหาวทิ ยาลยั
ทักษิณทุกระดับต่อไป

1.2 วัตถปุ ระสงค์
1. เพือศึกษาปัจจัยการลาออกกลางคันของนสิ ิตปีการศึกษา 2564
2. เพือศกึ ษาความคาดหวังต่อการบริหารจดั การหลกั สูตร มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ
3. เพอื เปรยี บเทยี บข้อมลู นสิ ิตทีพน้ สภาพการเป็นนิสติ ระดับปรญิ ญาตรีปกี ารศกึ ษา 2561-2563
ในแตล่ ะคณะ

1.3 ขอบเขตการวจิ ยั
1.3.1 ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง คอื นสิ ิตระดบั ปรญิ ญาตรีทีพ้นสภาพการเปน็ นิสติ จากการยนื คา่

รอ้ งขอลาออกจากการเป็นนสิ ติ ปกี ารศกึ ษา 2564
1.3.2 วิเคราะห์ข้อมลู จากแบบสอบถามกลุ่มตวั อย่างทีพ้นสภาพการเป็นนิสติ จากการยนื ค่าร้องขอ

ลาออกจากการเป็นนิสติ ปีการศกึ ษา 2564
1.3.3 การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสนทนากลุม่ นิสิตทีพน้ สภาพโดยการยนื ใบลาออกจาก

การศกึ ษาในมหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ ปีการศกึ ษา 2564
1.3.4 วิเคราะห์ข้อมลู ทางสถิติการพ้นสภาพการเป็นนิสติ ปีการศกึ ษา 2561-2563 เพือเปรียบเทียบ

ข้อมลู ในแต่ละคณะ

1.4 นิยามศัพท์เฉพาะ
ในการวิจัยคร้ังนี้ ผ้วู ิจยั ไดก้ า่ หนดค่าศัพท์ทมี คี วามหมายเฉพาะ ดังน้ี
1. นิสิต หมายถึง นิสิตระดับปรญิ ญาตรี ภาคปกติ ภาคพิเศษ ทีพ้นสภาพการเป็นนิสิตจากการยืนค่า

ร้องขอลาออกจากการเป็นนิสิต ปีการศึกษา 2564 ระหว่างเดือน กรกฏาคม – ตุลาคม พ.ศ.2564 ทีสังกัดใน
คณะต่าง ๆ จ่านวน 12 คณะ มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้แก่ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะ
ศึกษาศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกจิ คณะนิติศาสตร์ วิทยาลยั การจัดการ
เพือการพัฒนา คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะ
อุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ คณะวทิ ยาการสขุ ภาพและการกีฬา และคณะพยาบาลศาสตร์

2. หลักสูตร หมายถึง หลกั สูตรทีเปิดสอนในปีการศึกษา 2564 ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ และภาค
พิเศษ จา่ นวน 12 คณะในมหาวทิ ยาลัยทักษิณ

3. ปจั จัย หมายถึง มลู เหตุ หรือเหตุอนั ทที ่าให้นิสิตการลาออกกลางคนั
4. ปัจจัยส่วนตัวนิสิต หมายถึง มูลเหตุ หรือเหตุส่วนตัวของนิสิตอันท่าให้ตัดสินใจลาออกกลางคัน
ปกี ารศกึ ษา 2564
5. ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและครอบครัว หมายถึง ตัวแปรทีมีผลต่อสภาวะการณ์ ณ ปัจจุบัน ทีมีผลต่อ
การลาออกกลางคันของนสิ ิต

11

6. ปัจจัยด้านอาจารย์ผู้สอนและวิธีการสอน หมายถึง อาจารย์ผู้สอนทีประจ่าหลักสูตรและสอนนิสิต
ในหลกั สตู รทีนิสิตเรยี น หรอื ลงทะเบียนเรียนในปีการศึกษา 2564 รวมท้ังวิธีการสอนทถี ่ายถอดไปยังผเู้ รยี นใน
รายวิชานนั้ ๆ

7. ปัจจัยด้านหลักสูตร หมายถึง หลักสูตรทีเปิดสอนในปีการศึกษา 2564 ทีกล่าวถึง ความทันสมัย
ของหลักสูตร จ่านวนหน่วยกิต ระยะเวลาการเรียนตลอดหลักสูตร เนื้อหารายวิชาในหลักสูตร คุณภาพของ
หลักสตู ร ทนิ ิสิตทีเลือกเรยี นในปีการศึกษา 2564

8. ความคาดหวงั ด้านการบริหารจัดการหลักสูตร หมายถงึ ความต้องการ หรือความมงุ่ หวงั ความรูส้ ึก
ของนสิ ิตทลี าออกกลางคนั ทมี ตี ่อการบรหิ ารจัดการหลกั สตู ร มหาวิทยาลยั ทกั ษิณในอนาคต

9. การพ้นสภาพนิสิต มหาวิทยาลัยทักษิณ (หมวดที 8 ข้อบังคับมหาวิทยาลัยทักษิณ ว่าด้วย
การศกึ ษาระดับปริญญาตรี พ.ศ.2559)

9.1 ส่าเรจ็ การสกึ ษาตามหลกั สตู รและไดร้ บั ปริญญาตามขอ้ 37
9.2 หวั หนา้ ส่วนงานวชิ าการทนี สิ ติ สงั กดั อนมุ ัติใหล้ าออก
9.3 ถกู คดั ชือออกจากมหาวิทยลัยในกรณี ดังต่อไปน้ี

9.3.1 ไม่มารายงานตวั เป็นนสิ ิตตามวันทีมหาวิทยาลัยก่าหนด
9.3.2 มารายงานตัวเป็นนิสิตแต่ไม่ลงทะเบียนเรียน ไม่ช่าระเงินค่าบ่ารุงการศึกษา
และคา่ เลา่ เรยี นในภาคเรียนแรก ยกเว้นไดร้ ับอนุมตั จิ ากหัวหนา้ ส่วนงานวิชาการทีนิสิตสังกดั ในกรณีตอ่ ไปนี้

(1) ถูกเกณฑ์เข้ารับราชการทหารกองประจ่าการหรือได้รับหมายเรียกเข้า
รัการตรวจเลอื กหรอื รับการเตรยี มพล หรือการปฏบิ ตั ภิ ารกจิ เพือประเทศชาติในลกั ษณะอนื

(2) ได้รับการทุนแลกเปลียนนักศึกษาะรหว่างประเทศหรือทุนอืนไดซึง
มหาวิทยาลยั เหน็ สมควรสนบั สนนุ

(3) เจ็บป่วยจนต้องพักรักษาตัวเป็นระยะเวลานานเกิน ร้อยละ 20 ของ
เวลาเรียนทงั้ หมดในภาคเรยี นน้นั ตามค่าสังแพทยโ์ ดยใบรบั รองแพทยจ์ ากสถานพยาบาลของทางราชการ หรือ
สถานพยาบาลของเอกชนตามกฏหมายว่าด้วยสถานพยาบาลซึงเป็นของเอกชนและกระทรวงสาธารณสุข
ก่าหนด

9.4 เมือพ้นก่าหนดเวลา 1 ภาคเรียนแล้วไม่ช่าระค่าบ่ารุงมหาวิทยาลัยเพือรักษา
สภาพนสิ ิตหรือลาพักการเรยี น

9.5 ขาดคุณวุฒิหรือคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึงตามข้อ 12 (ข้อบังคับมหาวิทยาลัย
ทักษณิ ว่าดว้ ย การศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี พ.ศ.2559)

9.6 เมือค่าระดับข้ันเฉลียสะสมต่ากว่า 1.80 เป็นเวลา 4 ภาคเรียนทีมีการจ่าแนก
สภาพตอ่ เนืองกนั เมอื สิ้นสดุ การจา่ แนกในครง้ั ที 4

9.7 มีระยะเวลาศึกษาครอบตามข้อทีกา่ หนดในข้อ 9 (ขอ้ บังคบั มหาวิทยาลัยทกั ษิณ
ว่าด้วย การศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ.2559) แต่ไม่ส่าเร็จการศึกษาตามหลักสูตร หรือได้ค่าระดับข้ันเฉลีย
สะสมไมถ่ ึง 2.00

9.8 ถูกลงโทษถงึ ทีสดุ ใหไ้ ลอ่ อก ตามข้อบงั คับมหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ ว่าด้วยวินัยนสิ ิต
10. มหาวิทยาลัยทักษิณ หมายถึง สถาบันการศึกษาทีเปิดสอนในระดับอุดมศึกษาเป็นสถาบันแห่งการ
เรยี นรู้ รับใช้สงั คม มหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ ทีผลติ บณั ฑติ พัฒนาก่าลังคน วิจัยและบริการวชิ าการ เพอื รบั ใช้
สังคมท้องถินใต้ ประเทศชาติ และอาเซียน ให้เป็นสังคมแห่งปัญญาและสันติสุขทียังยืน ซึงเปิดสอนท้ังสิ้น 12
คณะ ได้แก่ ได้แก่ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะ

12

เศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยการจัดการเพือการพัฒนา คณะวิทยาศาสตร์ คณะ
เทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ คณะวิทยาการ
สุขภาพและการกีฬา และคณะพยาบาลศาสตร์ โดยมหาวิทยาลัยทักษิณ มุ้งเน้นทีจะผลิตบัณฑิตทีมีความ 1)
จัดการศึกษาเพือผลิตบัณฑิตและพัฒนาก่าลงั คน คุณภาพรองรับความต้องการของพ้ืนทีประเทศ และการก้าว
สปู่ ระชาคม อาเซียน และประชาคมโลก 2) สร้างสรรคผ์ ลงานการวจิ ัยและพฒั นาเพอื การรับใช้ ชี้น่าการพฒั นา
ให้กับสังคม และพัฒนาสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยในอนาคต 3) บริการวิชาการ ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคม
ร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ทีเข้มแข็ง 4) ส่งเสริม สนับสนุนการท่านุบ่ารุง รักษา และพัฒนาด้านศิลปะ
วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และสิงแวดล้อมของภาคใต้ตอนล่างให้เกิดคุณค่า มูลค่าเพิมแก่การพัฒนาท้องถิน
ประเทศ และอาเซียน 5) พัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบในระดับสากล ทีค่านึงถึงการ
สรา้ งความเข้มแขง็ ความเชียวชาญของบคุ ลากรวัฒนธรรมองค์กร และความสุขแกบ่ ุคลากรในทุกระดับ
1.5 ประโยชนท์ ไี่ ด้รับ

1. ไดศ้ ึกษาปัจจัยการลาออกกลางคันของนิสติ ปกี ารศกึ ษา 2564
2. ไดศ้ ึกษาความคาดหวงั ต่อการบริหารจดั การหลักสตู ร มหาวิทยาลัยทกั ษิณ
3. เปรยี บเทียบข้อมลู นิสติ ทีพน้ สภาพการเปน็ นิสติ ระดับปริญญาตรีปกี ารศึกษา 2561-2563

ในแต่ละคณะ

13

บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ ก่ียวขอ้ ง

ในการศึกษาเรือง การศึกษาปัจจัยการลาออกกลางคันของนิสิต ปกี ารศึกษา 2564 และความคาดหวงั

ตอ่ การบริหารจดั การหลักสตู ร มหาวทิ ยาลัยทกั ษิณ ผวู้ ิจัยไดศ้ กึ ษาค้นคว้าจากเอกสารและงานวจิ ยั ทเี กียวข้อง

ดงั ต่อไปน้ี

- ระเบยี บมหาวทิ ยาลัยทักษิณ วา่ ดว้ ยขอ้ บังคับมหาวิทยาลยั ทกั ษณิ วา่ ด้วย การศึกษาระดับปรญิ ญา

ตรี พ.ศ. 2559

- งานวิจัยทีเกียวขอ้ ง

- ข้อมูลสถติ กิ ารพ้นสภาพการเป็นนสิ ติ มหาวทิ ยาลยั ทักษิณ ปกี ารศกึ ษา 2561-2563

2.1 ระเบียบมหาวิทยาลัยทกั ฺษณิ วา่ ดว้ ยข้อบังคับมหาวทิ ยาลยั ทักษิณ ว่าด้วย การศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี

พ.ศ. 2559

จากระเบยี บมหาวิทยาลยั ทักษิณ ว่าดว้ ยขอ้ บังคบั มหาวทิ ยาลัยทักษิณ ว่าดว้ ยการศึกษาระดบั ปรญิ ญา

ตรี พ.ศ. 2559 การวัดและประเมนิ ผลการศกึ ษา การลาพักการเรยี น การรกั ษาสภาพนสิ ิต และการเปลยี น

ประเภทนิสติ

ระบบการประเมินผลการเรยี นรายวิชา

1. ระบบกาประเมินผลการเรียนของแตล่ ะรายวิชาให้กระทา่ เปน็ แบบระดบั ข้นั ซึงมีความหมาย

และค่าระดบั ขัน้ ดังนี้

ระดบั ขัน้ ความหมาย ค่าระดับข้ัน

A ดีเยยี ม (Excellent) 4.0

B- ดมี าก (Very Good) 3.5

B ดี (Good) 3.0

C+ ดีพอใช้ (Fairly Good) 2.5

C ออ่ น (Poor) 2.0

D+ ออ่ นมาก (Very Poor) 1.5

F ตก (Fail) 1.0

2. ในกรณีทีรายวิชาในหลกั สตู รไมม่ ีการประเมนิ ผลเป็นระดับข้ันใหใ้ ชส้ ญั ลักษณะแทนดังนี้

สัญญาลักษณ์ ความหมาย

AUD การเรยี นโดยไม่นับหนว่ ยกิต (Audit)

W ถอนรายวชิ าโดยได้รบั อนมุ ัติ (Withdraw)

VG ผลการเรยี น/การปฏิบัติ/ฝึกงาน/อยใู่ นระดบั ดีมาก (Very Good)

G ผลการเรียน/การปฏบิ ตั ิ/ฝงึ าน/อยใู่ นระดับดี (Good)

S ผลการเรียน/การปฏบิ ตั ิ/ฝกึ งาน/อยูใ่ นระดับเป็นทีพอใจ (Satisfactory)

U ผลการเรยี น/การปฏบิ ตั ิ/ฝกึ งาน/อยู่ในระดบั ไม่เปน็ ทีพอใจ

(Unsatisfactory)

I การประเมนิ ผลยงั ไม่สมบรู ณ์ (Incomplete)

14

รายวชิ าทีต้องให้สัญลกั ษณ์ VG, G, S และ U ให้เป็นไปตามทีก่าหนดไวใ้ นหลกั สตู รหรอื
ตามทีสภาวิชาการกา่ หนด

3. นอกจากการแสดงผลการประเมนิ ผลเป็นระดบั ขนั้ ตามข้อ 2 หรอื โดยใช้สัญลักษณ์ตามข้อ
2 ใหใ้ ชเ้ ครืองหมายก่ากบั ผลการเรียนในรายวิชา ดังน้ี

เคร่อื งหมาย หมายถงึ
# รายวิชาทีไมค่ ่านวณคา่ ระดบั ขนั้
## รายวิชาทโี อนจากสถาบนั การศึกษาอืนหรอื จากมหาวิทยาลยั ทักษิณ
### รายวิชาทเี ทยี บโอนประสบการณ์
* รายวชิ าทีเทียบ/เรยี นแทน
** รายวาทยี กเว้นหนว่ ยกติ
4. การให้คา่ ระดบั F หรือ U

อาจารย์ผสู้ อนใหร้ ะดบั ข้ัน F หรอื U ในกรณตี ่อไปนี้
4.1 นิสติ ลงทะเบยี นแล้วไม่เขา้ ช้ัเรียนในรายวชิ านั้น หรือมเี วลาเรียนนอ้ ยกว่าร้อยละ 80
ของเวลาเรยี นท้งั หมด
4.2 นิสิตทุจริตในการสอบ โดยมหี ลักฐานการทจุ รติ ให้อาจารย์ผู้สอนประเมนิ ผลการ
เรยี นในรายวิชานนั้ เปน็ ระดับขัน้ F ทง้ั นไ้ี ม่ตอ้ งรอผลการลงโทษทางวินัยนสิ ิต
4.3 นสิ ติ ทไี ดร้ บั การให้สญั ลักษณ์ I ตามขอ้ 4.5 แต่ไมไ่ ด้ขอประเมินผลเพอื แก้สัญลักษณ์
I ใหเ้ สรจ็ สน้ิ ภายใน 30 วัน นบั จากวันเปดิ ภาคเรยี นถดั ไป หากพ้นกา่ หนดดงั กลา่ วมหาวิทยาลยั จะเปลยี น
สญั ลักษณ์ เปน็ ค่าระดบั ขนั้ F หรอื U
4.4 นิสิตทไี ม่มีสว่ นร่วมในกิจกรรมการเรยี นการสอน ตามเงอื นไขทีก่าหนดไว้ตามแผน
หรอื กา่ หนดการจดั การเรยี นการสอนและการสอบของรายวิชานัน้ ซึงเปน็ ไปตามประกาศของมหาวทิ ยาลยั
4.5 การให้ I ในรายวิชาใดจะกระทา่ ได้ในกรณีต่อไปนี้

4.5.1 นสิ ติ ทีเวลาเรียนครบตามเกณฑใ์ นข้อ 19 แตไ่ ม่ไดส้ อบเพราะปว่ ยหรือเหตุ
สุดวสิ ัย และได้รบั อนุมัตจิ ากหัวหน้าสว่ นงานวชิ าการทนี ิสติ สงั กัด

4.5.2 อาจารย์ผู้สอนและหัวหนา้ ภาควิชาหรอื ประธานสาขาวิชาน้นั เห็นสมควรให้รอ
ผลการประเมนิ คา่ ระดบั ข้นั

4.6 นิสติ ทไี ดร้ บั สญั ลกั ษณ์ I ตามควาในข้อ 4.5 ในรายวิชาใดจะต้องด่าเนนิ การขอ
ประเมินผลเพือแก้สญั ลักษณ์ I ใหส้ มบรู ณ์ ภายใน 30 วัน นับจากกวนั เปดิ ภาคเรียนถดั ไปตามระบบการศึกษา
หากพ้นก่าหนดเวลาดงั กลา่ ว มหาวิทยาลยั จะเปลยี นสญั ลักษณ์ I เปน็ ระดบั ขั้น F หรือ U โดยอัตโนมตั ิ เวน้ แต่
ได้รบั อนุมัตจิ ากอธกิ ารบดีหรือรองอธกิ ารบดีทไี ด้รับมอบหมาย เหน็ สมควรใหข้ นายเวลา เนืองจากเหตสดุ วสิ ัย
ไดร้ ับอนุมัติจากอธกิ ารบดีหรือรองอธิการบดีทีไดร้ ับมอบหมาย เห็นสมควรให้ขยายเวลา เนืองจากเหตสุ ุดวิสัย

ทัง้ นใี้ ห้น่าผลการประเมินทีแก้สัญลกั ษณ์ I แลว้ มาค่านวณในภาคเรยี นเดมิ ทนี ิสติ ได้
สญั ลักษณ์ I

4.6 การให้สัญลักษณ์ W ในรายวชิ าใดจะกระทา่ ไดใ้ นกรณตี ่อไปนี้
4.6.1 นสิ ติ ไดร้ บั อนุมัตใิ ห้ถอนรายวิชานัน้
4.6.2 นสิ ติ ถูกสังพักการเรยี นในภาคเรียนน้นั
4.6.3 ได้รับอนุมัติจากหัวหนา้ ส่วนงานวิชาการทนี ิสิตสงั กดั ใหเ้ ปลียนจากสัญลักษณ์ I

ทนี ิสิตได้รบั ตามข้อ 4.3 และครบกา่ หนดการเปลียนสญั ลกั ษณ์ I แลว้ แต่การปว่ ยหรือเหตสุ ุดวสิ ัยยังไมส่ ิน้ สดุ

15

4.6.4 นิสิตลาออกหรอื เสยี ชวี ติ กอ่ นวันสดุ ท้ายของการประเมินผลประจ่าภาคเรียนน้ัน
4.7 การนับจ่านวนหน่วยกิต เพือใช้ในการค่านวณหาค่าระดับขั้นเฉลียในภาคเรยี นใดให้
นับจากรายวิชาทมี กี ารประเมินผลการเรียนเป็นค่าระดบั ขน้ั และไม่มีเครืองหมายกา่ กบั ยกเว้นรายวิชาทีเทยี บ
หรอื เรยี นแทน
4.8 การนับจา่ นวนหนว่ ยกติ สะสมเพือใหค้ รบตามจ่านวนทีก่าหนดในหลักสูตรให้นบั
เฉพาะหนว่ ยกติ ของรายวิชาทีไดร้ ะดับข้นั D ขนึ้ ไป และนบั รวมกับหน่วยกิตทีได้รบั การยกเว้นหนว่ ยกิต
4.9 คา่ ระดบั ขน้ั เฉลยี รายภาคเรยี นให้ค่านวณจากผลการเรียนของนสิ ิตในภาคเรียนนัน้
โดยนา่ ผลคูณระหว่างจ่านวนหน่วยกติ กบั คา่ ระดบั ข้ันของแต่ละรายวิชาเปน็ ตัวต้ังแลว้ หารดว้ ยจา่ นวนหนว่ ยกิต
ตามข้อ 1
4.10 ค่าระดับขัน้ เฉลียสะสมใหค้ ่านวณจากผลการเรยี นของนิสติ ตง้ั แตเ่ รมิ เขา้ เรยี นจนถงึ
ภาคเรียนสดุ ทา้ ย โดยนา่ ผลของผลคณู ระหว่างจ่านวนหน่วยกติ กบั ค่าระดับขัน้ ของแต่ละรายวชิ าทีเรยี นท้งั หมด
เป็นต้วั ต้งั แล้วหารดว้ ยจา่ นวนหน่วยกิตรวมทงั้ หมด
4.11 รายวชิ าทีสญั ลักษณ์ I ไม่น่าไปแสดงในใบแสดงผลการเรยี นแต่จัดเก็บไวใ้ นระเบยี น
วิชาเรียนของนิสิต
4.12 รายวิชาในหลักสูตรทีกา่ หนดให้ผลการประเมนิ เปน็ สญั ลักษณ์ S หรือ U อาจให้มีผล
การประเมนิ เป็น VG หรือ G หรอื S หรือ U
5. การเรยี นซา้่ หรอื เรยี นแทน
5.1 การเรียนซ้่าในรายวิชาใด ๆ ทีนิสติ ไดร้ ะดบั ขน้ั ไมต่ ่ากวา่ D นิสิตจะลงทะเบียนเรียน
ซา้่ อีกได้ต่อเมือได้รับอนุมัตจิ ากหวั หน้าสว่ นงานวชิ าการทรี ายวิชานน้ั สงั กัด ในกรณีทนี สิ ิตลงทะเบยี นเรยี นซา้่
โดยไมไ่ ด้ขออนุมัตจิ ากหัวหน้าสว่ นงานวิชาการทนี ิสติ นัน้ สังกัดให้งานทะเบยี นนิสติ ถอนรายวิชาทีนิสติ
ลงทะเบยี นเรยี นซ้่าออก
5.2 การเรยี นซา้่ ในรายวชิ าใด ๆ ทีนสิ ติ ไดร้ ะดบั ข้นั F นิสิตจะดา่ เนินการอยา่ งใดอย่าง
หนึง ดงั น้ี

5.2.1 นิสิตลงทะเบียนเรียนซา้่ ในรายวิชานนั้ ทไี ด้รบั ระดับขนั้ F
5.2.2 นิสติ จะลงทะเบียนเรยี นซ้่าในรายวชิ านั้นเปน็ กรณีพเิ ศษ (ลงทะเบียนเรียนซา้่
โดยไมม่ ีการเรยี นการสอนและประเมินผลการเรียนจากการสอบเพียงครง้ั เดียวเมือส้นิ สุดภาคเรยี น) ในภาค
เรยี นฤดรู อ้ น

รายวิชาใดทีนิสิตลงทะเบยี นเรียนซ่้าเปน็ กรณีพเิ ศษและไดร้ ะดับขั้น F จะลงทะเยียน
เรยี นซา่้ เปน็ กรณีพิเศษอีกไมไ่ ด้

นสิ ติ ทีลงทะเบียนเรยี นซ้่าเป็นกรณพี ิเศษเพียงอยา่ งเดยี วต้องชา่ ระเงินคา่ บ่ารงุ
การศึกษาและคา่ เล่าเรยี นในอัตราหนึงในสีของอตั ราค่าบ่ารุงการศึกาและค่าเล่าเรยี นตามประกาศของ
มหาวทิ ยาลยั

5.2.3 นสิ ติ จะเลอื กเรียนรายวิชาอืนในหมวดวิชาเดียวกนั แทนได้ โดยตอ้ งมหี น่วยกิต
เทา่ กันหรอื มากกว่ารายวชิ าทีได้รับค่าระดับขน้ั F

ทง้ั น้ใี หอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของอาจารยท์ ปี รกึ ษา คณะกรรมการอาจารย์ประจา่ หลักสตู ร
โดยผา่ นความเหน็ ชอบของหัวหนา้ ภาควชิ าหรือประธานสาขาวิชาทรี ายวชิ านั้นสังกัด และไดร้ ับอนมุ ัติจาก
หัวหนา้ ส่วนงานวิชาการทหี ลักสูตรสังกดั ก่อนลงทะเบยี นเรียน

16

6. การจ่าแนกสภาพนสิ ติ
6.1 นิสิตสภาพสมบูรณ์ ได้แก่ นิสิตทีลงทะเยียนเรียนในสองภาคเรียนแรก หรือนสิ ติ ที

สอบได้คา่ ระดบั ขัน้ เฉลียสะสมไมต่ า่ กว่า 1.80
6.2 นสิ ติ สภาพรอพนิ จิ ไดแ้ ก่ นสิ ิตทสี อบไดค้ า่ ระดบั ขัน้ เฉลยี สะสมตง้ั แต่ 1.50 ถึง 1.79
6.3 การจ่าแนกสภาพนสิ ติ จะกระท่าไดเ้ มอื สนิ้ ภาคเรยี นทนี ิสิตจะลงทะเบยี นเรียนแตล่ ะ

ภาคเรียน ยกเวน้ นสิ ติ ทจี ะเข้าศึกษาเป็นภาคเรียนแรก การจ่าแนกสภาพนสิ ิจะกระทา่ เมอื ส้นิ ภาคเรียนทีนิสติ
ลงทะเบียนเรยี นเป็นภาคเรียนทีสองนับตงั้ แตเ่ ริมเข้าศึกษาและยกเวน้ ภาคเรยี นใดทีนสิ ติ ลงทะเบยี นเรียนโดย
ไมม่ รี ายวิชาทีได้รับผลการเรยี นเป็นระดบั ข้นั ไมต่ ้องจา่ แนกสภาพนิสิต

7. การทุจริตในการสอบ
นสิ ติ ทที ่าการทุจริตดว้ ยประการใด ๆ เกียวกับการสอบทุกชนดิ นอกจากผูส้ อนจะให้

ระดับข้ัน F ในรายวิชานั้นแลว้ มหาวิทยาลัยอาจจะพจิ ารณาลงโทษทางวนิ ยั ตามข้อบงั คบั มหาวทิ ยาลัยทักษณิ
ว่าด้วยวจิ ยั นสิ ติ ได้ด้วย

2.2 งานวจิ ัยที่เก่ียวข้อง
สุรัตน์ เดียวเจริญ. (2543) ได้ศึกษาวิจัยเรือง ปัจจัยทีมีผลกระทบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเร๊ยนของ

นักศึกษาระดับปริญญาตรีทีมีผลการเรียนต่ากว่าเกณฑ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่า
นักศึกษามีความเห็นต่อปัจจัยทีมีผลกระทบต่อผมสัมฤทธ์ิทางการเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และ
เมือพิจารณาเป็นรายปัจจัย พบว่า ปัจจัยด้านสถานศึกษา และปัจจัยด้านส่วนตัว มีผลกระทบต่อผลสัมฤทธิ
ทางการเรยี นในระดับปานกลาง ส่วนปัจจัยด้านครอบครวั มผี ลกระทบตอ่ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนในระดับน้อย
หากพิจาณรายละเอียดเป็นรายปัจจัย พบว่าปัจจัยด้านสถานศึกา เช่น เกียวกับหลักสูตรเกียวกับการสอน
เกยี วกับการประเมนิ ผลเกยี วกบั อาจารย์ผู้สอน นักศกึ ษาเห็นว่ามผี ลกระทบต่อผมสัมฤทธ์ิทางการเรียนในระดับ
ปานกลาง และปัจจัยส่วนตัว เช่น เกียวกับปัญหาเศรษฐกิจ เกียวกับการปรับตัว นักศึกษาเห็นว่ามีผลกระทบ
ต่อสัมฤทธท์ิ างการเรียนในระดบั น้อย เกียวกับอารมณ์ เกียวกบั ทศั นคติ เกียวกบั นิสัยการเรยี น นกั ศกึ ษาเหน็ ว่า
มีผลกระทบต่อผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นในระดบั ปานกลาง

วิศิษฐ วัชรเทวินทร์กุล. (2546) ได้ศึกษาวิจัยเรือง ความเครียดปัจจัยทีส่งผลต่อความเครียดและวิธี
ขจัดความเครียดของนักศึกษาสถาบันราชภัฎนครปฐม พบว่า นักศึกษาสถาบันราชภัฎนครปฐมส่วนใหญ่ คิด
เป็นร้อยละ 60.40 มีความเครียดในระดับปกติ ทีเหลือร้อยละ 35.10 มีความเครียดในระดับปานกลาง และ
ร้อยละ 4.50 มีความเครียดในระดับสูง ปัจจัยส่วนบุคคล รวมถึงปัจจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจ ได้แก่ ด้าน
บคุ ลิกภาพส่วนตัว สภาวะสุขภาพ ความสัมพันธ์ในครอบครัว และฐานะทางเศรษฐกจิ ของครอบครัว มผี ลทา่ ให้
ความเครียดของนักศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยส่าคัญทางสถิติทีระดับ .05 ส่วนปัจจัยด้านเพศ อายุ สภาพ
สมรส ประเภทนักศกึ ษา ผลการเรียน และลักษณะครอบครัว ไมม่ ีผลต่อความเครยี ดของนักศกึ ษา นอกจากน้ัน
วิธีขจัดความเครียดทีนักศึกษาใช้มาก 5 อันดับแรก คือ 1) ท่างานอดิเรก อาทิ ปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ ดู
โทรทัศน์หรือชมวีดีทัศน์เป็นต้น 2) การเรียนรู้วิธีการแก้ปัญกา 3) นอน 4) พูดระบายกับผู้อืน 5) ยอมรับสิงที
เกิดขึ้น/ไมต่ ิดมาก

ลัดดาวัลย์ โภควินท์ และนางสาวฝาติหม๊ะ เหมมันต์. (2552) ได้ศึกษาวิจัยเรือง ปัจจัยทีส่งผลต่อ
ผล สั ม ฤท ธ์ิท างก ารเรียน ขอ งนั ก ศึ ก ษ าภ าค วิช าวิศ ว ก รรม เค รืองก ล ค ณ ะวิศ วก รรม ศ าส ต ร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า ปัจจัยภายในทีมีผลกระทบต่อการเรียนของนักศึกาภาวะปกติและ
นักศึกษาภาวะรอพินิจ ทีมีความคิดเห็นแตกต่างกันด้านสติปัญญา ได้แก่ มีความวิตกกังวลและกลัวความ

17

ล้มเหลวในเรืองการเรียน ด้านแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน ได้แก่ เรียนทันเพือน ๆ ในห้อง ส่งงานได้ทัน
ตามเวลาทีกา่ หนดเสมอ ปัจจัยภายนอกทีมีผลกระทบต่อการเรียนของนักศกึ ษาภาระปกติ และนักศึกษาภาวะ
รอพินิจทีมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ด้านหลักสูตรการศึกษา ได้แก่ คิดว่ามีการบ้าน/รายงานในแต่ละรายวิชา
มากเกินไป ดา้ นสภาพแวดล้อมภายในภาควิชา ได้แก่ คิดว่าเจ้าหน้าทภี าควิชา ฯ มคี วามเอาใจใสค่ ิดเป็นความ
สะดวกในการติดต่อภาควิชา ฯ ผ่านเจ้าหน้าที และคิดว่านักศึกษาทุกช้ันปมี ีความชว่ ยเหลือซึงกันและกัน ด้าน
กิจกรรมต่าง ๆ สามารถฝึกลักษณะทีดีได้เช่น ความรับผิดชอบ ความตรงต่อเวลา ด้านการดูแลของอาจารย์ที
ปรึกษา ได้แก่ คิดว่าอาจารย์ทีปรึกษามีการช่วยเหลือ และมีความเห็นอกเห็นใจนักศึกษาทีมีปัญหา คิดเป็น
อาจารย์ทปี รึกษามกี ารชี้แนวทางตา่ ง ๆ เพอื ให้มีผลการเรยี นทีดีขนึ้ คดิ ว่าอาจารยท์ ปี รึกษามีการชแี้ นะวางแผน
การศึกษา คิดว่าอาจารย์ทีปรึกษามีการเสริมก่าลังใจและกระตุ้นให้นักศึกษาส่าเร็จการศึกษา คิดว่าอาจารย์ที
ปรึกษาให้ความสนใจนักศกึ ษา ไม่ปล่อยปะละเลย สอบถามความคืบหนา้ ทางการเรยี นเสมอ

การวิเคราห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากค่าถามปลายเปิด ปัจจัยของนักศึกษาพบว่านักศึกษามีปัญหาด้าน
ปรับตัวด้านการเรียน เนืองจากนักศึกษาขาดความรับผิดชอบไม่มีความเอาใจใส่ด้านการเรียน แบ่งเวลาไม่
ถูกต้อง ไม่มีการวางแผนการเรียน ส่วนปัจจัยสถานศึกษา ภาควิชา/คณะฯ ควรหารูปแบบการพัฒนา
ความสามารถทางการเรยี นรขู้ องนักศกึ ษาทมี ีต่อผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักศึกษา

มาโนช พิมพ์ทอง. (2564) ได้ศึกษาวิจัยเรือง การศึกษารายกรณีของนักศึกษาซึงอยู่ในสภาพรอพินิจ
ทีมีปัญหาทางการเรียนวิชาเอกการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมซัน พบว่า สาเหตุทีท่าให้
นกั ศึกษาทีมีกลุ่มตัวอย่างมีปัญหาทางการเรยี น เกิดจากการมบี ุคลิกภาพไม่เหมาะสม ขาดแรงจูงใจในการเรยี น
มีพฤติกรรมทางการเรียน มีพฤติกรรมในการเรยี นไม่ถูกต้อง มีทัศนคติไม่ดีต่อการเรียน มีพื้นฐานการเรียนไม่ดี
และมปี ัญหาด้านสุขภาพ สาเหตุภมู ิหลังทางครอบครัว ได้แก่ การอบรมเสียงดูไม่ถูกต้อง ฐานะทางเศรษฐกิจไม่
ดี ระดับการศึกษาของบิดามารดาอยู่ในระดบั ต่า สาเหตุจากสภพแวดล้อมในมหาวิทยาลัย ได้แก่ การคบเพือน
การใช้เวลาทีไม่เหมาะสมในการเรียนและการท่ากิจกรรม จ่านวนอาจารย์ทีปรึกษาไม่เหมาะสมกับจ่านวน
นักศึกษาท่าให้ไม่สามารถให้ค่าแนะน่าและช่วยเหลือนักศึกษาทีมีปัญหาด้านการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เท่าทีควร หลังจากท่าการศึกษารายกรณีแล้วได้ให้การช่วยเหลือดังน้ี การช่วยเหลือโดยตรงได้แก่การให้
คา่ ปรกึ ษา การเพิมแรงจูงใจในการเรยี น และนา่ วิธีการเรยี นทีถูกต้อง การให้ความเอาใจใสด่ ูแล และการใหก้ าร
ช่วยเหลือทางอ้อม ได้แก่ การปรึกษาปัญหากับผู้ทีเกียว้องกับผู้รับการศึกษา หลังจากให้ความช่วยเหลือแล้ว
ปรากฏผลดังนี้ ผู้รับการศึกษามีทัศนคติทีดีต่อตนเองและต่อการศึกษา มีพฤติกรรมการเรียนทีดีขึ้นและมี
ปญั หาด้านการเรียนลดลงอยา่ งเหน็ ได้ชดั

ประสิทธ์ิ อังกินันท์ และรัชนีพร สุขเกษม. (2556) ได้ศึกษาวิจัยเรือง การศึกษาสาเหตุและแนว
ทางแก้ไขปัญหาการออกกลางคันของนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเทคดนิคอุดรธานี ตามกรอบของการวิจัย
เทคนิคอุดรธานี 5 ด้าน ประกอบด้วยด้านสถานศึกษาและสภาพแวดล้อม ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้าน
ครูผู้สอนและครูทปี รึกษา ด้านพฤติกรรมนักเรียน และด้านสถานภาพครอบครัว กลมุ่ ตัวอย่างทีใช้ในการศกึ ษา
ค้นคว้าคร้ังน้ี ได้แ นักเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตร
วิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) ทีคาดว่าจะออกลางคัน จ่านวน 320 คน การก่าหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้แบบไม่
อาศัยความน่าจะเป็น (Nonprobability Sampling) การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive
Sampling) การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้
แบบสอบถามและท่าการวิเคราะห์ข้อมูล เพือหาค่าร้อยละ ค่าเฉลีย ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษา
พบว่า 1. นักเรียน นักศึกษามีความคิดเห็นต่อปัจจัยทีมีสาเหตุต่อการออกกลางคันของนักเรียน นักศึกา
วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางมีค่าเฉลีย 3.09 เมือพิจารณาเป็นรายด้าน

18

เรียงล่าดับจากมากไปน้อย พบว่า ด้านทีมีค่าเฉลียสูงสุด คือ สาเหตุปัญหาการออกกลางคัดด้านสถานศึกษา
และสภาพแวดล้อมมีค่าเฉลีย 3.31 รองลงมาคือ สาเหตุปัญหาการออกกลางคันด้านการจัดการเรียนการสอน
ค่าเฉลีย 3.30 และสาเหตุปัญหาการออกกลางคันด้านครูผู้สอนและครูทีปรึกษา มีค่าเฉลียน 3.20 ตามล่าดับ
2. แนวทางส่าคัญในการแก้ไขปัญหาการออกกลางคันทีมีสาเหตุมาจากนักเรียน นักศึกษา คือ นักศึกษา คือ
นักเรยี น นกั ศึกษา ควรรู้จักอดทน ต้ังใจ มุ่งมัน รบั ผิดชอบ และเห็นประโยชน์ของการศึกษา แนวทางส่าคญั ใน
การแก้ไขปญั หาการออกกลางคันทีมสี าเหตุมาจากสถานศึกษา คอื ควรจัดหอ้ งนา่้ ทีสะอาด สถานทรี บั ประทาน
อาหาร ทีนังพักผ่อน ห้องเรียนทีเหมาะสม แนวทางแก้ไขปัญหาการออกกลางคันทีมีสาเหตุมาจากครู คือ
เสรมิ สรา้ งแรงจูงใจทีดใี หก้ บั ผ้เู รียน โนม้ นา้ ว สง่ เสริม ให้กา่ ลงั ใจในการศกึ ษาต่อ

19

บทที่ 3
วธิ กี ารดาเนินการวิจัย

การวิจยั ครัง้ นีเ้ ป็นการศกึ ษาปัจจยั การลาออกกลางคันของนิสติ ปีการศึกษา 2564 และความคาดหวงั

ต่อการบริหารจัดการหลักสตู ร มหาวทิ ยาลยั ทักษิณ มีวธิ ีการดา่ เนินการวิจัย ดังตอ่ ไปนี้

3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง จ่านวน 58 คน ได้แก่ นิสิตระดับปริญญาตรีภาคปกติ และภาคพิเศษ ที

พ้นสภาพการเป็นนิสิตจากการยนื ค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนิสิต ภาคเรียนที 1 ปีการศึกษา 2564 ระหว่าง

เดือน กรกฎาคม – ตุลาคม 2564 ในคณะตา่ ง ๆ ทีเปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี จ่านวน 12 คณะ ได้แก่

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์และ

บริหารธุรกิจ คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยการจัดการเพือการพัฒนา คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีและการ

พฒั นาชุมชน คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตรและชวี ภาพ คณะวทิ ยาการสุขภาพและการกีฬา

และคณะพยาบาลศาสตร์

3.2 เคร่อื งมอื ที่ใชใ้ นการวิจยั และคุณภาพของเครื่องมอื

เครืองมือทีใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม มีจ่านวน 3 ตอน ตอนที 1 เป็นแบบสอบถามเกียวกับ

ข้อมูลทัวไป ได้แก่ เพศ และสาขาวิชาทีเคยเรียน ตอนที 2 แบบสอบถามเกียวกับปัจจัยการลาออกกลางคัน

ปีการศึกษา 2564 จ่านวน 5 ด้าน จ่านวน 27 ข้อย่อย ตอนที 3 ด้านความคาดหวังต่อการบริหารจัดการ

หลกั สตู ร มหาวทิ ยาลัยทกั ษิณ จ่านวน 7 ข้อ และตอนที 4 ขอ้ เสนอแนะ

เกณฑ์การแปลผล

ข้อค่าถามเป็นค่าถามแบบปิด (Close-ended Question) ลักษณะข้อค่าถามเป็นแบบมาตราส่วน

ประมาณค่า (Rating Scale) โดยใช้วิธีการวัดระดับความคิดเห็นแบบลิเคิร์ทสเกล (Likert Rating Scale) 5

ระดับ (บญุ ธรรม กจิ ปรีดาบรสิ ุทธ์, 2543) ดังน้ี

คา่ คะแนนเฉล่ีย ระดับความคิดเหน็

4.51 – 5.00 มีผลมากทีสุด

3.51 – 4.50 มีผลมาก

2.51 – 3.50 มีผลปานกลาง

1.51 – 2.50 มผี ลนอ้ ย

1.00 – 1.50 มีผลนอ้ ยทสี ุด

การตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบถาม ดา้ นความตรงเชิงเนอ้ื หา โดยผเู้ ชียวชาญ 3 ท่าน ค่านวณ
ดัชนคี วามสอดคล้องระหว่างข้อค่าถามกบั เน้ือ (IOC) ไดค้ ่า = 1.00 และน่าแบบสอบถามไปทดลองใช้ (Try
Out) กับนิสติ ทไี มใ่ ชก้ ลุม่ ตัวอย่าง จา่ นวน 30 คน

20

กา่ หนดการแปลผล

เกณฑใ์ นการแปลคา่ เฉลียความคดิ เห็นของตัวแปรต่าง ๆ โดยการหาความกว้างของอันตรภาคชนั้ ดังนี้

ชว่ งกวา้ งของอันตรภาคชนั้ = คะแนนสูงสุด – คะแนนตา่ สุด

จา่ นวนชนั้

แทนคา่ ได้ = 5–1

5

= 0.80

3.3 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมลู

เก็บข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง คือนิสิตระดับปริญญาตรีทีพ้นสภาพนิสิตจากการยืนค่าร้องขอ

ลาออก ปีการศึกษา 2564 จ่านวน 58 คน จ่านวน 12 คณะ ได้แก่ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์

คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยการจัดการเพือการพัฒนา คณะ

วิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ คณะ

วิทยาการสุขภาพและการกีฬา และคณะพยาบาลศาสตร์ และเก็บข้อมูลทางสถิติการพ้นสภาพนิสิต มหาวิทยาลัยทักษิณ ปี

การศกึ ษา 2561-2563

3.4 การวิเคราห์ข้อมลู และสถิติทใ่ี ชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มูล

งานวิจัยน้ีผู้วิจัยเลือกใช้วิธีวิทยาการวิจัยแบบสถิติเชิงพรรณ (Descriptive Statistics) ในการ

วิเคราะห์ขอ้ มูล เป็นการวิจัยทีมุ่งเน้นการค้นหาค่าตอบ ข้อเท็จจริง เกียวกับสภาพการณ์ของกลมุ่ ตัวอย่าง การ

วิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครืองคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมส่าเร็จรูปทางสถิติ ได้แก่ การใช้ความถี (Frequency)

และค่าร้อยละ (Percentage) เพือวิเคราะห์ข้อมูลประชากรศาสตร์ และใช้ค่าเฉลีย (Mean) และค่าเบียงเบน

มาตรฐาน (Standard Deviation หรือ S.D.) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการวิเคราะห์ข้อมูลรายดา้ น และ

วเิ คราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลนิสิตการลาออกจากการเป็นนิสิต ย้อนหลงั ปีการศึกษา

2561-2563 มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ เพอื วเิ คราะหข์ อ้ มลู ภาพรวม

การหาความนา่ เช่อื ถือของเครอ่ื งมือ

เน้อื หาของแบบสอบถาม (Content Validity) ความเชือมัน (Reliability) เมอื สรา้ งแบบสอบถามแล้ว

ผู้วิจยั ไดน้ ่าไปใหผ้ เู้ ชียวชาญ 3 ท่าน เป็นผตู้ รวจสอบคณุ ภาพของแบบสอบถาม ดา้ นความตรงเชงิ เน้ือหา

คา่ นวณดัชนีความสอดคลอ้ งระหว่างข้อค่าถามกับเนือ้ (IOC) ได้ค่า = 1.00 และนา่ แบบสอบถามไปทดลองใช้

(Try Out) กับปรญิ ญาตรี ชน้ั ปที ี 1 ปีการศึกษา 2564 จา่ นวน 30 คน หาคุณภาพด้านความเทียง โดยใชส้ ตู ร

สัมประสิทธ์ิแอลฟาของครอนบาค ได้ค่าความเทียงท้งั ฉบับเทา่ กบั 0.96 และจัดพิมพเ์ ครืองมือเพือไปใชใ้ นการ

เกบ็ รวบรวมขอ้ มูล

3.5 สถานท่ีทาการวิจัย
มหาวิทยาลัยทกั ษิณ วิทยาเขตสงขลาและวิทยาเขตพัทลงุ

3.6 ระยะเวลาท่ที าการวิจัย
กรกฎาคม – ตลุ าคม 2564

21

บทท่ี 4
ผลการศึกษา

งานวิจัยเรือง การศึกษาปัจจัยการลาออกกลางคันของนิสิต ปีการศึกษา 2564 และความคาดหวังต่อ
การบริหารจัดการหลักสูตร มหาวิทยาลัยทักษิณ เพือศึกษาปัจจัยการลาออกกลางคันของนิสิตปีการศึกษา
2564 การศึกษาความคาดหวังต่อการบริหารจัดการหลกั สูตร มหาวทิ ยาลัยทกั ษิณ และเพอื เปรยี บเทียบขอ้ มูล
นิสิตทีพ้นสภาพการเป็นนิสิตระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2561-2563 ในแต่ละคณะทีเปิดสอนหลักสูตร
ปริญญาตรี มหาวทิ ยาลัยทักษณิ โดยแบง่ ผลการศึกษาออกเป็น 4 ส่วน ดังตอ่ ไปน้ี

ส่วนที 1 แสดงข้อมูลทวั ไปของนิสิตระดับปรญิ ญาตรีภาคปกติ และภาคพเิ ศษ ทีพน้ สภาพ
การเปน็ นสิ ติ จากการยืนคา่ ร้องขอลาออกจากการเป็นนสิ ติ ภาคเรียนที 1 ปกี ารศึกษา 2564 ของแตล่ ะคณะ

ส่วนที 2 การวิเคราะหป์ ัจจัยการลาออกกลางคนั ปีการศกึ ษา 2564 และความคาดหวังต่อ
การบริหารจัดการหลักสตู ร มหาวิทยาลัยทกั ษิณ

สว่ นที 3 การวิเคราะหค์ วามคาดหวงั ตอ่ การบริหารจัดการหลกั สูตร มหาวิทยาลัยทักษิณ
สว่ นที 4 การวิเคราะห์ข้อมูลนิสติ ทีพ้นสภาพการเป็นนิสติ ระดับปรญิ ญาตรี ปกี ารศึกษา
2561-2563 ในแต่ละคณะ

ผลการวจิ ัยและอภิปรายผลการวิจัย
น่าเสนอตามล่าดับของการวเิ คราะหข์ ้อมลู โดยสรุปออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1 สรุปผลวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของนิสิตระดับปริญญาตรีภาคปกติ และภาคพิเศษ ที่พ้นสภาพการ

เป็นนสิ ติ จากการยื่นคาร้องขอลาออกจากการเปน็ นิสติ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
สรุปไดว้ ่า กลุ่มตวั อย่างนสิ ิตระดบั ปรญิ ญาตรีภาคปกติ และภาคพิเศษ ทีพ้นสภาพการเป็นนิสิตจาก
การยืนค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนิสิต ภาคเรียนที 1 ปีการศึกษา 2564 ทีตอบสอบถาม จ่านวน 58 คน
คิดเป็นร้อยละ 74.35 จากจ่านวนนิสติ รวมท้ังหมดทียืนค่าร้องขอลาออก 78 คน พบว่า เป็นนิสิตภาคปกติ คิด
เป็นร้อยละ 96.7 และภาคพิเศษ คิดเป็นร้อยละ 3.3 นิสิตทีส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 74.13 และ
เป็นเพศชาย ร้อยละ 25.86 โดยกลุ่มตัวอย่างทียนื ค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิตสังกัดคณะศึกษาศาสตร์
มากทีสุด คิดเป็นร้อยละ 32.76 รองลงมา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ร้อยละ 20.90 คณะ
วิทยาศาสตร์ คิดเป็นรอ้ ยละ 15.52 คณะเศรษฐศาสตร์และบรหิ ารธรุ กิจ คิดเปน็ ร้อนละ 6.90 คณะเทคโนโลยี
และการพัฒนาชุมชน คิดเป็นร้อยละ 6.90 วิทยาลัยการจัดการเพือการพัฒนา คิดเป็นร้อยละ 5.17 คณะ
นิติศาสตร์ คิดเป็นรอ้ ยละ 3.45 คณะอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ คิดเป็นร้อยละ 3.45 และน้อยทีสุดคือ
คณะวิทยาการสขุ ภาพและการกฬี า คดิ เป็นร้อยละ 1.72

22

ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์ปจั จัยการลาออกกลางคนั ปีการศกึ ษา 2564
ตารางที่ 1 แสดงการหาค่าเฉลียปจั จัยการลาออกกลางคัน ปกี ารศกึ ษา 2564 ภาพรวม

ปัจจยั x S.D. ระดบั

1) ด้านสว่ นตัวนิสติ 2.99 1.42 ปานกลาง
2) ดา้ นเศรษฐกิจและครอบครวั 2.20 1.27 นอ้ ย
3) ด้านอาจารยผ์ ้สู อนและวธิ กี ารสอน 2.96 1.23
4) ด้านหลกั สูตร 2.80 1.17 ปานกลาง
5) ด้านสถานศกึ ษา 2.82 1.19 ปานกลาง
2.75 0.09 ปานกลาง
รวม ปานกลาง

จากตารางที 1 พบว่า ค่าเฉลียปัจจัยการลาออกกลางคัน ปีการศึกษา 2564 ภาพรวม พบว่า มี
ค่าเฉลียระดับปานกลาง ( x = 2.75, S.D. = 0.09) โดยทีปัจจัยด้านส่วนตัวนิสิต มีค่าเฉลียมากทีสุด ( x = 2.99,
S.D. = 1.42) รองลงมาคือ ด้านอาจารย์ผสู้ อนและวิธกี ารสอน ( x = 2.96, S.D. = 1.23) ด้านสถานศกึ ษา ( x =
2.82, S.D. = 1.19) ด้านหลักสูตร ( x = 2.80, S.D. = 1.17) ตามล่าดับ และน้อยสุด คือ ด้านเศรษฐกิจและ
ครอบครัว ( x = 2.20, S.D. = 1.27) ซงึ อยู่ในระดับน้อย

ตารางที่ 2 แสดงการหาคา่ เฉลยี ปัจจยั การลาออกกลางคัน ปกี ารศึกษา 2564 รายดา้ น
ดา้ นปัจจยั สว่ นตวั นสิ ติ

ปจั จัยดา้ นส่วนตวั นสิ ติ x S.D. ระดับ
3.50 1.22 ปานกลาง
1) เมอื เข้าเรยี นแลว้ เหน็ ว่าสาขาวชิ าไม่ตรงกบั ความต้องการ 2.41 1.17
2) ความรูพ้ ้ืนฐานไม่เพียงพอทีจะศึกษาระดบั อุดมศึกษาให้ นอ้ ย
2.05 1.13
ส่าเรจ็ 3.48 1.35 น้อย
3) เรยี นไมท่ นั เพอื นรว่ มช้ันเรียน 3.84 1.35 ปานกลาง
4) มผี ลการเรยี นเฉลยี ตา่ กวา่ เกณฑ์
5) การจดั การเรยี นการสอนรปู แบบออนไลนไ์ ม่เอ้ือต่อการ 3.16 1.53 มาก

เรียนกบั ตัวนิสติ 2.47 1.20 ปานกลาง
6) ต้องการเปลียนวิชาชพี และการเปลียนสถาบนั การศึกษา 2.99 1.42
นอ้ ย
ใหม่ ปานกลาง
7) การแบง่ เวลาในการเรยี นกบั การทา่ งาน

รวม

23

จากตารางที 2 พบว่า ค่าเฉลียปัจจัยการลาออกกลางคัน ปีการศึกษา 2564 รายด้าน ด้านปัจจัย
สว่ นตวั นสิ ิต ภาพรวมพบว่ามีค่าเฉลียระดบั ปานกลาง ( x = 2.99, S.D. = 1.42) โดยที การจัดการเรียนการสอน
รูปแบบออนไลน์ไม่เอื้อต่อการเรียนกับตัวนิสิต มีค่าเฉลยี มากทีสุด ( x = 3.84, S.D. = 1.35) ซึงอยู่ในระดับมาก
รองลงมา คือ เมอื เขา้ เรียนแลว้ เหน็ วา่ สาขาวิชาไม่ตรงกับความต้องการ ( x = 3.50, S.D. = 1.22) มีผลการเรยี น
เฉลียต่ากว่าเกณฑ์ ( x = 3.48, S.D. = 1.35) ต้องการเปลียนวิชาชีพและการเปลียนสถาบันการศึกษาใหม่
( x = 3.16, S.D. = 1.53) การแบ่งเวลาในการเรียนกับการท่างาน ( x = 2.47, S.D. = 1.20) ความรู้พื้นฐานไม่
เพียงพอทีจะศึกษาระดับอุดมศึกษาให้ส่าเร็จ ( x = 2.41, S.D. = 1.17) และน้อยสุด คือ เรียนไม่ทันเพือนร่วม
ชน้ั เรียน ( x = 2.05, S.D. = 1.13)

ตารางท่ี 3 แสดงการหาค่าเฉลยี ปจั จัยการลาออกกลางคัน ปีการศกึ ษา 2564 ด้านเศรษฐกจิ และครอบครวั

ปจั จยั ดา้ นเศรษฐกิจและครอบครัว x S.D. ระดบั
1) ผลกระทบจากรายได้และค่าใชจ้ า่ ยในครอบครัว 2.69 1.33 ปานกลาง
2) ครอบครวั ไม่ส่งเสรมิ การศกึ ษาในระดับอุดมศึกษาทนี ิสิต 1.84 1.11
น้อย
เลอื กเรยี น 2.17 1.22
3) ไมม่ ีอปุ กรณ์สนบั สนุนการเรยี นระบบออนไลน์ 2.10 1.29 นอ้ ย
4) ไมม่ ีทนุ การศึกษาระดับอมุ ศึกษา 2.20 1.27 น้อย
น้อย
รวม

จากตารางที 3 พบว่า ค่าเฉลียปัจจัยการลาออกกลางคัน ปีการศึกษา 2564 รายด้าน ด้าน
เศรษฐกิจและครอบครัว ภาพรวมพบว่ามีค่าเฉลียระดับน้อย ( x = 2.20, S.D. = 1.27) โดยที ผลกระทบจาก
รายได้และค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีค่าเฉลียมากทีสุด ( x = 2.69, S.D. = 1.33) ซึงอยู่ในระดับปานกลาง
รองลงมา คือ ไม่มีอุปกรณ์สนับสนุนการเรียนระบบออนไลน์ ( x = 2.17, S.D. = 1.22) ไม่มีทุนการศึกษาระดับ
อุมศึกษา ( x = 2.10, S.D. = 1.29) ตามล่าดับ และน้อยสุด คือ ครอบครัวไม่ส่งเสริมการศึกษาใน
ระดบั อุดมศึกษาทนี สิ ิตเลอื กเรยี น ( x = 1.84, S.D. = 1.11)

24

ตารางท่ี 4 แสดงการหาคา่ เฉลยี ปจั จัยการลาออกกลางคัน ปกี ารศึกษา 2564 รายดา้ น ดา้ นอาจารยผ์ ูส้ อนและ
วิธีการสอน

ปจั จัยดา้ นอาจารยผ์ ู้สอนและวิธกี ารสอน x S.D. ระดบั
1.11 ปานกลาง
1) การเตรียมความพร้อมของผ้สู อนในรายวิชา 2.88 1.07 ปานกลาง
2) การออกข้อสอบยากเกินไป 2.72 1.34 ปานกลาง
3) การควบคุมอารมณ์หรือแสดงพฤติกรรมของผู้สอน 2.60 1.16 ปานกลาง
4) ความสามารถในการถ่ายทอดความรใู้ หผ้ ู้เรยี นเข้าใจ 2.88 1.31 ปานกลาง
5) ความต้ังใจ กระตือรอื ร้น เอาใจใส่และรบั ผดิ ชอบในการ 3.22
1.26 ปานกลาง
สอน 2.81 1.27 ปานกลาง
6) อาจารย์สอนเรว็ และรวบรัดเกินไป 3.21 1.19 ปานกลาง
7) การมอบหมายงานจากอาจารย์ผูส้ อนมากเกนิ ไป 3.36
8) การดูแล การเอาใจใส่ การชว่ ยเหลือของอาจารย์ใน 1.23 ปานกลาง
2.96
หลักสูตรในสถานการโควคิ -19
รวม

จากตารางที 4 พบว่า ค่าเฉลียปัจจัยการลาออกกลางคัน ปีการศึกษา 2564 รายด้าน ด้าน
อาจารยผ์ ้สู อนและวิธกี ารสอน ภาพรวมพบว่าค่าเฉลียอยู่ในระดับปานกลาง ( x = 2.96, S.D. = 1.23) โดยทีการ
ดแู ล การเอาใจใส่ การชว่ ยเหลือของอาจารย์ในหลักสูตรในสถานการโควิค-19 มคี ่าเฉลียมากทีสุด ( x = 3.36,
S.D. = 1.19) รองลงมา คือ ความต้ังใจ กระตือรือร้น เอาใจใส่และรับผิดชอบในการสอน ( x = 3.22,
S.D. = 1.31) การมอบหมายงานจากอาจารย์ผู้สอนมากเกินไป ( x = 3.21, S.D. = 1.27) การเตรียมความพร้อม
ของผสู้ อนในรายวิชา ( x = 2.88, S.D. = 1.11) ความสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ให้ผู้เรียนเขา้ ใจ ( x = 2.88,
S.D. = 1.16) อาจารย์สอนเร็วและรวบรัดเกินไป ( x = 2.81, S.D. = 1.26) การออกข้อสอบยากเกินไป ( x =
2.72, S.D. = 1.07) ตามลา่ ดบั และน้อยสดุ คือ การควบคมุ อารมณ์หรอื แสดงพฤติกรรมของผู้สอน ( x = 2.60,
S.D. = 1.34)

ตารางท่ี 5 แสดงการหาคา่ เฉลียปจั จัยการลาออกกลางคัน ปีการศึกษา 2564 รายด้าน ด้านหลักสตู ร

ปจั จัยดา้ นหลกั สูตร x S.D. ระดบั
ปานกลาง
1) ความทันสมยั ของหลักสตู รทีนิสติ เรยี นกับความ 3.17 1.09
ปานกลาง
ตอ้ งการของตลาดแรงงาน นอ้ ย

2) จ่านวนหนว่ ยกจิ ตลอดหลกั สูตรมากเกินไป 2.71 1.14 ปานกลาง
ปานกลาง
3) ระยะเวลาศึกษาในระหลักสูตรมากเกนิ ไปไม่ 2.31 1.16 ปานกลาง

เหมาะสมกบั ความต้องการของผูเ้ รยี น 25

4) เนือ้ หาทีเรยี นยากเกนิ ไป 2.78 1.14

5) ความเชือมนั คุณภาพของหลกั สตู ร 3.03 1.15

รวม 2.80 1.17

จากตารางที 5 ค่าเฉลียปัจจัยการลาออกกลางคัน ปีการศึกษา 2564 รายด้าน ด้านหลักสูตร
ภาพรวมพบว่าค่าเฉลียอยู่ในระดับปานกลาง ( x = 2.80, S.D. = 1.17) โดยที ความทันสมัยของหลักสูตรทีนิสิต
เรียนกับความต้องการของตลาดแรงงาน อยู่ในระดับมากทีสุด ( x = 3.17, S.D. = 1.09) รองลงมา คือ ความ
เชือมันคุณภาพของหลักสูตร ( x = 3.03, S.D. = 1.15) เน้ือหาทีเรียนยากเกินไป ( x = 2.78 S.D. = 1.14)
จ่านวนหน่วยกิจตลอดหลักสูตรมากเกินไป ( x = 2.71 S.D. = 1.14) ตามล่าดับ และน้อยทีสุดคือ ระยะเวลา
ศึกษาในระหลกั สูตรมากเกินไปไมเ่ หมาะสมกบั ความตอ้ งการของผเู้ รยี น ( x = 2.31 S.D. = 1.16)

ตารางท่ี 6 แสดงการหาคา่ เฉลียปจั จยั การลาออกกลางคัน ปีการศกึ ษา 2564 รายด้าน ดา้ นสถานศกึ ษา

ปัจจยั ดา้ นสถานศกึ ษา x S.D. ระดบั
1.17 น้อย
1) การกา่ หนด ระเบียบ ข้อบังคับและเกณฑ์การสา่ เร็จ 2.40
การศึกษาของมหาวิทยาลัยไม่เอ้อื ต่อการส่าเร็จ 1.20 ปานกลาง
การศกึ ษา 3.03 1.18 ปานกลาง
3.03 1.17 ปานกลาง
2) การตดิ ตามช่วยเหลอื นสิ ิตรายบคุ คลในสถานการณ์ 2.80
โควติ -19

3) มหาวยิ าลัยได้ช่วยเหลอื หรือสนบั สนนุ สวสั ดิการนิสติ
ในด้านการชว่ ยเหลอื นิสติ ในสถานการณ์โควิด-19

รวม

จากตารางที 6 ค่าเฉลียปัจจัยการลาออกกลางคัน ปีการศึกษา 2564 รายด้าน ด้านสถานศึกษา
ภาพรวมพบว่า ค่าเฉลียอยู่ในระดับปลานกลาง ( x = 2.80, S.D. = 1.17) โดยที มหาวิยาลัยได้ช่วยเหลือหรือ

สนบั สนุนสวัสดกิ ารนสิ ติ ในดา้ นการชว่ ยเหลอื นิสติ ในสถานการณโ์ ควิด-19 ( x = 3.03, S.D. = 1.18) อย่ใู นระดับ
มากทีสุด รองลงมาคือ การติดตามช่วยเหลือนิสิตรายบุคคลในสถานการณ์โควิต-19 ( x = 3.03, S.D. = 1.20)
และน้อยทีสุดคือ การก่าหนด ระเบียบ ข้อบังคับและเกณฑ์การส่าเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยไม่เอื้อต่อการ
ส่าเรจ็ การศกึ ษา ( x = 2.40, S.D. = 1.17)

26

สว่ นที่ 3 การวิเคราะห์ความคาดหวังต่อการบรหิ ารจดั การหลักสตู ร มหาวิทยาลัยทักษณิ
ตารางท่ี 7 แสดงการหาคา่ เฉลยี ความคาดหวงั ตอ่ การบริหารจดั การหลักสูตร มหาวทิ ยาลัยทักษิณ

ความคาดหวังด้านการบริหารจดั การหลกั สูตร x S.D. ระดบั
1.21 ปานกลาง
1) การปรับลดหนว่ ยกิตตลอดหลักสูตรและระยะเวลาศึกษา 3.10 1.09 มาก
ในระหลกั สูตรใหส้ นั้ ลง 3.64
1.01 มาก
2) เพิมเน้ือหารายวิชาในหลักสตู รเกียวกบั ความสามารถ 3.57 1.12 ปานกลาง
เฉพาะทางส่าหรบั การแข่งขันและการประกอบอาชีพใน 3.34
ตลาดแรงงานในอนาคต 1.13 มาก
3.86 0.93 มาก
3) การเปิดหลกั สูตรระยะสน้ั เพือเพิมความรู้และทักษะ 3.72
ทเี ฉพาะเจาะจงเพอื ใชป้ ระกอบอาชีพ 0.97 มาก
3.71
4) การจัดการเรยี นการสอนทนี ิสิตสามารถเลอื กเรยี นได้ 1.09 มาก
เชน่ การเลือกเรยี นแบบออนไลน์ตลอดหลักสตู ร หรือ 3.56
เลอื กเรียนแบบออนไซคต์ ลอดหลกั สตู ร

5) การจดั หาสถานฝึกประสบการณ์วชิ าชพี อย่างเป็นระบบ
มคี ุณภาพ เป็นทียอมรับในตลาดแรงงาน

6) การเปดิ หลักสตู รระบบคลังหนว่ ยกิต ทนี สิ ิตสามารถเรยี น
สะสมหน่วยกิตในรายวิชาตา่ ง ๆ หลกั สูตรระยะส้นั
หลกั สูตรฝกึ อบรม หรือหลักสูตรระยะยาว เรยี นล่วงหนา้
เพือสะสมหน่วยกติ ได้

7) การปรับและทบทวนข้อก่าหนด ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั และ
เกณฑ์การสา่ เร็จการศกึ ษาของมหาวทิ ยาลัยทเี อื้อต่อการ
สา่ เรจ็ การศกึ ษา และทนั ตอ่ การเปลยี นแปลงระบบ
การศกึ ษาในอนาคต
รวม

จากตารางที 7 ค่าเฉลียความคาดหวังต่อการบริหารจัดการหลักสูตร มหาวิทยาลัยทักษิณ
ภาพรวมพบว่าค่าเฉลียอยู่ในระดับมาก ( x = 3.56, S.D. = 1.09) โดยที การจัดหาสถานฝึกประสบการณ์
วิชาชีพอย่างเป็นระบบ มีคุณภาพ เป็นทียอมรับในตลาดแรงงาน มีค่าเฉลียมากทีสุด คือ ( x = 3.86, S.D. =
1.13) รองลงมาคือ การเปิดหลักสูตรระบบคลังหน่วยกิต ทีนิสิตสามารถเรียนสะสมหน่วยกิตในรายวิชาต่าง ๆ
หลกั สูตรระยะสั้น หลักสูตรฝึกอบรม หรือหลักสูตรระยะยาว เรียนล่วงหน้า เพือสะสมหน่วยกิตได้ ( x = 3.72,
S.D. = 0.93) การปรับและทบทวนข้อก่าหนด ระเบียบ ข้อบังคับและเกณฑ์การส่าเร็จการศึกษาของ
มหาวิทยาลัยทีเอื้อต่อการส่าเร็จการศึกษา และทันต่อการเปลียนแปลงระบบการศึกษาในอนาคต ( x = 3.71,
S.D. = 0.97) เพิมเน้ือหารายวิชาในหลักสูตรเกียวกับความสามารถเฉพาะทางส่าหรับการแข่งขันและการ
ประกอบอาชีพในตลาดแรงงานในอนาคต ( x = 3.64, S.D. = 1.09) การเปิดหลักสูตรระยะสั้นเพือเพิมความรู้
และทักษะทีเฉพาะเจาะจงเพือใช้ประกอบอาชีพ ( x = 3.57, S.D. = 1.01) การจัดการเรียนการสอนทีนิสิต
สามารถเลือกเรียนได้ เช่น การเลือกเรียนแบบออนไลน์ตลอดหลักสูตร หรือเลือกเรียนแบบออนไซค์ตลอด

27

หลักสูตร ( x = 3.34, S.D. = 1.12) ตามล่าดับ และน้อยทีสุด การปรับลดหน่วยกิตตลอดหลักสูตรและ
ระยะเวลา ศกึ ษาในระหลกั สูตรใหส้ ั้นลง ( x = 3.10, S.D. = 1.21)
ส่วนท่ี 4 แสดงการเปรยี บเทียบขอ้ มลู นิสติ ท่ีพน้ สภาพการเปน็ นสิ ิตระดบั ปริญญาตรีในแต่ละคณะ

ปกี ารศกึ ษา 2561-2563
จากการศึกษาข้อมูลต้ังแต่ปีการศึกษา 2561-2563 นิสิตทียืนค่าร้องลาออกจากการเป็นนิสิตใน
มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลาและวิทยาเขตพัทลุง ท้ังหมดจา่ นวน 475 คน จาก 12 คณะ ได้แก่ คณะ
มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์และบรหิ ารธุรกิจ
คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยการจัดการเพือการพัฒนา คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน
คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ คณะวิทยาการสุขภาพและการกีฬา และคณะ
พยาบาลศาสตร์
จ่านวนและร้อยละนสิ ติ ทยี ืนค่ารอ้ งขอลาออกจากการเปน็ นิสิตในแต่ละคณะตามปีการศกึ ษา
โดยภาพรวมท้ัง 3 ปีการศึกษา ต้ังแต่ปีการศึกษา 2561-2563 ท้ัง 12 คณะ พบว่าในปีการศึกษา 2561 นิสิต
ได้ยืนค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนิสิตมากทีสุด คิดเป็นร้อยละ 42.21 รองลงมาคือ ในปีการศึกษา 2562
และปกี ารศกึ ษา 2563 คิดเป็นรอ้ ยละ 30.10 และร้อยละ 25.68 ตามลา่ ดบั
หากจ่าแนกตามคณะ ท้ัง 3 ปีการศึกษา พบว่า คณะทีมีนิสิตยืนค่าร้องของลาออกจากการเป็นนิสิต
มากทีสุด คือ คณะนิติศาสตร์ คิดเป็นร้อยละ 25.68 รองลงมา คือ คณะศึกษาศาสตร์ 20.00 ตามล่าดับ
รายละเอยี ดตามตารางทแี สดง 8

28

ตารางท่ี 8 จา่ นวนและรอ้ ยละนสิ ติ ทยี ืนค่าร้องขอลาออกจากการเปน็ นสิ ติ ปกี ารศึกษา 2561-2563

หน่วย : คน

ปีการศกึ ษา (จานวนนิสติ ) รอ้ ยละของ

คณะ 2561 ร้อยละ 2562 รอ้ ยละ 2563 ร้อยละ รวม จานวน

จานวน ทงั้ หมด

นสิ ติ

มนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ 36 17.14 29 20.28 29 23.77 94 19.79

ศกึ ษาศาสตร์ 34 16.19 42 29.37 19 15.57 95 20.00

ศลิ ปกรรมศาสตร์ 6 2.86 12 8.39 14 11.48 32 6.74

เศรษฐศาสตร์และบรหิ ารธรุ กิจ 34 16.19 28 19.58 30 24.59 92 19.37

นิติศาสตร์ 65 30.95 30 20.98 27 22.13 122 25.68

วทิ ยาลยั การจัดการเพอื การพัฒนา 2 0.95 2 1.40 3 2.46 7 1.47

วทิ ยาศาสตร์ 12 5.71 0 0 0 0 12 2.53

เทคโนโลยแี ละการพฒั นาชมุ ชน 9 4.29 0 0 0 0 9 1.89

วศิ วกรรมศาสตร์ 1 0.48 0 0 0 0 1 0.21

อุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ 0 0.00 0 0 0 0 0 0.00

วิทยาการสขุ ภาพและการกฬี า 10 4.76 0 0 0 0 10 2.11

พยาบาลศาสตร์ 1 0.48 0 0 0 0 1 0.21

รวม 210 100 143 100 122 100 475 100

จากตารางที 8 จ่านวนและร้อยละนิสิตทียืนค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนิสิตต้ังแต่ปีการศึกษา
2561-2563 พบว่าคณะนิติศาสตร์ มีจา่ นวนนิสิตทียืนคา่ รอ้ งขอลาออกจากการเปน็ นิสิตมากทสี ุด จ่านวน 122
คน คิดเป็นร้อยละ 25.68 รองลงมาคือ คณะศึกษาศาสตร์ จ่านวน 95 คน คิดเป็นร้อยละ 20.00 คณะ
มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จ่านวน 94 คน คิดเป็นร้อยละ 19.79 คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ
จ่านวน 92 คน คิดเป็นร้อยละ 19.37 คณะศิลปกรรมศาสตร์ จ่านวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 6.74 คณะ
วิทยาศาสตร์ จ่านวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 2.53 คณะวิทยาการสุขภาพและการกีฬา จ่านวน 10 คน คณะ
เทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน จ่านวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 1.89 คณะวิทยาลัยการจัดการเพือการพัฒนา
จา่ นวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 1.47 และน้อยสุดคือคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ จ่านวน 1
คน คิดเปน็ ร้อยละ 0.21 ดังภาพที 1-3

29

ภาพท่ี 1 แสดงจ่านวนและรอ้ ยละนิสิตทียนื ค่ารอ้ งของลาออกจากการเปน็ นิสิตปกี ารศกึ ษา 2561
ภาพที่ 2 แสดงจา่ นวนและรอ้ ยละนสิ ิตทียนื คา่ รอ้ งของลาออกจากการเปน็ นสิ ิตปกี ารศกึ ษา 2562

30

ภาพท่ี 3 แสดงจ่านวนและรอ้ ยละนิสติ ทยี ืนคา่ รอ้ งของลาออกจากการเปน็ นิสิตปกี ารศกึ ษา 2563
31

ส่วนท่ี 5 เปรียบเทียบจานวนและร้อยละของปัจจัยการย่ืนคาร้องขอลาออกจากการเป็นนิสิต
ตั้งปกี ารศกึ ษา 2561-2563

จากการศึกษาข้อมูลต้ังแต่ปีการศึกษา 2561-2563 นิสิตทียืนค่าร้องลาออกจากการเป็นนิสิตใน
มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุงและวิทยาเขตสงขลา ท้ังหมดจ่านวน 475 คน จาก 12 คณะคือ ได้แก่
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์และ
บริหารธุรกิจ คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยการจัดการเพือการพัฒนา คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีและการ
พัฒนาชุมชน คณะวศิ วกรรมศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตรและชวี ภาพ คณะวทิ ยาการสุขภาพและการกีฬา
และคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณได้ก่าหนดแบบค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนิสิต โดยก่าหนด
ปัจจัยการลาออก จ่านวน 5 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการเรียน ปัจจัยด้านการเงิน ปัจจัย
เกียวกับมหาวิทยาลัยและสภาพแวดล้อม และปัจจัยอืน ๆ จึงก่าหนดปัจจัยให้นิสิตระบุเหตุผลการลาออกได้
เพยี ง 1 เหตผุ ล

32

ตาราง 9 แสดงการเปรียบเทียบปัจจยั การลาออกของนิสติ ทยี นื ค่าร้องขอลาอ

คณะ ปจั จัยดา้ นส่วนบุคคล ปจั จัยด้านการเรียน

มนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 2561 2562 2563 2561 2562 256
ศึกษาศาสตร์ 20 5 17 42
ศลิ ปกรรมศาสตร์ 24 17 8 65
เศรษฐศาสตร์และบริหารธรุ กจิ 547 -3
นิตศิ าสตร์ 23 15 21 36
37 9 11 13 5
วิทยาลยั การจัดการเพอื การพัฒนา -12
วิทยาศาสตร์ 7-- --
เทคโนโลยแี ละการพฒั นาชมุ ชน 8-- 4-
วิศวกรรมศาสตร์ 1-- 1-
อุตสาหกรรมเกษตรและชวี ภาพ --- --
วิทยาการสขุ ภาพและการกฬี า 10 - - --
พยาบาลศาสตร์ 1-- --
136 51 66 --
รวม 31 21 1

ออกจากการเป็นนสิ ติ ตั้งปีการศึกษา 2561 -2563

หน่วย : คน

ปจั จยั ด้านการเงิน ปัจจัยเกี่ยวกบั ปัจจยั อ่ืน ๆ

มหาวิทยาลัยทกั และ (ระบุ)

สภาพแวดลอ้ ม

63 2561 2562 2563 2561 2562 2563 2561 2562 2563

4 2 1 - - - - 10 21 8

4 - 2 - - - - 4 18 7

4- 1-- - - 1 4 3

51 1 - - - - 7 6 4

1 1 - 1 - - - 14 16 14

-- --- - - 2 1 1

-- --- - - 1 - -

-- --- - - - - -

-- --- - - - - -

-- --- - - - - -

-- --- - - - - -

-- --- - - - - -

18 4 5 1 0 0 0 39 66 37

31
33

จากตารางที 9 การเปรียบเทียบปัจจัยการลาออกของนิสติ ทียืนค่ารอ้ งขอลาออกจากการเป็นนิสิตตั้ง
ปกี ารศกึ ษา 2561 -2563 พบวา่

โดยภาพรวมทั้ง 3 ปีการศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561-2563 มีนิสิตทียืนค่าร้องขอลาออกจากการ
เป็นนิสิตมหาวิทยาลัยทักษิณ รวม 475 คน ซึงมหาวิทยาลัยทักษิณได้ก่าหนดปัจจัยในแบบฟอร์มค่าร้องของ
ลาออก จ่านวน 5 ปัจจัย เพือครอบคลุมกับเหตุผลทีสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงเพือให้นิสิตสามารถ
เลือกตอบสาเหตุการลาออกตามสภาพความจริง และเพือการวิเคราะห์ทางสถิติ จึงก่าหนดปัจจัยให้นิสิตระบุ
เหตุผลการลาออกได้เพียง 1 เหตุผล ประกอบด้วย 1) ปัจจัยส่วนบุคคล 2) ปัจจัยการเรียน 3) ปัจจัยด้าน
การเงนิ 4) ปจั จยั เกยี วกบั มหาวทิ ยาลัยและสภาพแวดล้อม และ 5) อนื ๆ ดังภาพที 4-7

ภาพท่ี 4 แสดงจา่ นวนภาพรวมการลาออกของนิสติ ทยี ืนค่าร้องขอลาออกจากการเป็นนิสิตปัจจัยด้าน
สว่ นบุคคล ปีการศกึ ษา 2561-2563

34

ภาพที่ 5 แสดงจ่านวนภาพรวมการลาออกของนิสิตทยี ืนค่ารอ้ งขอลาออกจากการเป็นนิสติ ปัจจัยด้าน
การเรียน ปกี ารศึกษา 2561-2563

35

ภาพท่ี 6 แสดงจา่ นวนภาพรวมการลาออกของนิสติ ทียืนค่าร้องขอลาออกจากการเปน็ นิสติ ปัจจัยด้าน
การเงิน ปกี ารศกึ ษา 2561-2563

36

ภาพท่ี 7 แสดงจา่ นวนภาพรวมการลาออกของนิสติ ทียนื คา่ รอ้ งขอลาออกจากการเป็นนิสติ ปัจจัยด้าน
อนื ๆ ปีการศกึ ษา 2561-2563

37

ตาราง 10 แสดงจานวนและรอ้ ยละของปัจจัยการลาออกของนสิ ติ ที่ยน่ื คาร

คณะ ปัจจยั ด้าน ปัจจัยด้านการ ปัจจ

ส่วนบคุ คล เรยี น กา

มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน
ศกึ ษาศาสตร์ 42 16.60 10 14.29 3
ศลิ ปกรรมศาสตร์ 49 19.37 15 21.43 2
เศรษฐศาสตรแ์ ละบริหารธรุ กิจ 16 6.32 7 10.00 1
นติ ิศาสตร์ 59 23.32 14 20.00 2
57 22.53 19 27.14 2
วทิ ยาลัยการจัดการเพือการพฒั นา 3 1.19 0 0.00 -
วทิ ยาศาสตร์ 7 2.77 4 5.71 -
เทคโนโลยแี ละการพฒั นาชมุ ชน 8 3.16 1 1.43 -
วิศวกรรมศาสตร์ 1 0.40 0 0.00 -
อตุ สาหกรรมเกษตรและชวี ภาพ 0 0.00 0 0.00 -
วทิ ยาการสขุ ภาพและการกีฬา 10 3.95 0 0.00 -
พยาบาลศาสตร์ 1 0.40 0 0.00 -
253 53.26 70 14.73 10
รวม


Click to View FlipBook Version