ยินดีต้อนรับสู่ วิชาภาษาไทย
เรื่อง นิทานพื้นบ้าน
และเพลงพื้นบ้าน
ผู้จัดทำ
รหัสนนักางศึสกาษวาสุช๖า๔ด๑า ๒ก๑วิน๓ธ๘ร0ร๒ม0๕
รหัสนนักาศงึกสษาวาสุท๖ธ๔ิรั๑ต๒น์๑ส๓ีน๘ว0น๒0๗
คำนำ ก
คำชี้แจง
สาระสำคัญ ๑
จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒
แบบทดสอบก่อนเรียน ๔๓
ความหมายของนิทานพื้นบ้าน ๕-๗
ลักษณะของนิทานพื้นบ้าน ๘
ความสำคัญของนิทานพื้นบ้าน ๙
นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ ๑0
นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน ๑๑
นิทานพื้นบ้านภาคกลาง ๑๒
นิทานพื้นบ้านภาคใต้ ๑๓
เพลงพื้นบ้าน ๔ ภาค ๑๔
เพลงพื้นบ้านภาคเหนือ ๑๕
พลงพื้นบ้านภาคอีสาน ๑๖
เพลงพื้นบ้านภาคกลาง ๑๗
เพลงพื้นบ้านภาคใต้ ๑๘
แบบทดสอบหลังเรียน ๑๙
คำนำ
สื่อนวัตกรรมการสอนออนไลน์ เรื่องนิทานพื้นบ้านและเพลงพื้นบ้าน กลุ่มสาระการ
เรียนรู้ภาษาไทย ได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านและเพลงพื้น
บ้าน เพื่อให้ผู้ศึกษาได้เพิ่มพูมความรู้ ความเข้าใจในนิทานพื้นบ้านและเพลงพื้นบ้านของ
ไทย ที่มีความสนุกสนาน มีติสอนใจ ได้ทราบประว้ัติความเป็นมาของประเพณีไทย และ
เป็นกาสร้างนิสัยรักการอ่าน พัฒนาทักษาะการอ่าน การใช้ท่วงทำนองและถ้อยคำที่มี
คารมคมคาย และสามารถใช้ภาษาได้อย่างมีปะสิทธิภาพ
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสื่อเพ่ื่อการศึกษาออนไลน์วิชาภาษาไทย เรื่องนิทานพื้นบ้าน
และเพลงพื้นบ้านนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ศึกษาสื่อการเรียนรู้ภาษาไทยต่อไป
ผู้จัดทำ
คำชี้แจง
บทเรียนออนไลน์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย เรื่องนิทาน
พื้นบ้านและเพลงพื้นบ้าน เพื่อให้ผู้เรียนอ่านคำชี้แจงและทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
๑. ผู้เรียนศึกษาจุดประสงค์ของการเรียนรู้ โดยทำแบบทดสอบก่อนเรียนก่อนเข้าศึกษา
บทเรียนต่อไป
๒. ศึกษาความหมาย ประวัติความเป็นมา ที่มา ประเภท จุดประสงค์ และคุณค่าของ
นิทานพื้นบ้านและเพลงพื้นบ้าน
๓. หลังจากศึกษาเนื้อหาแล้วให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนด้วยความซื่อสัตย์
๔. หลังจากศึกษาเนื้อหาและทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเรียบร้อย เก็บรวม
รวบข้อมูลเพื่อนำไปศึกษาได้ต่อไป
สาระสำคัญ
นิทานพื้นบ้านและเพลงพื้นบ้านแต่ละภาคของไทยมีทั้งหมด ๔ ภาค ได้แก่
๑. ภาคเหนือ
๒. ภาคอีสาน
๓. ภาคกลาง
๔. ภาคใต้
จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒. เพื่อให้ผู้ศึกษาสามารถนำความรู้
เรื่องนิทานพื้นบ้านและเพลงพื้นบ้านไป
๑. ช่วยเสริมสร้างทักษะกระบวนการคิด
วิเคราะห์ การอ่าน และการใช้ถ้อยคำ ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละโอกาสได้
๓. เพื่อการศึกษาความหมาย ประวัติ
ความเป็นมา ที่มา ประเภท จุดประสงค์
และคุณค่าของนิทานพื้นบ้านและเพลง
พื้นบ้าน
สแกน QR CODE หรือคลิก Link
เพื่อทำแบบทดสอบก่อนเรียน
https://forms.gle/DTxWGVMMEDsNFKph9
ความหมายของนิทานพื้นบ้าน
“นิทาน” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 (2546, หน้า 588)
อธิบายความหมายไว้ว่า “นิทาน คือ เรื่องที่เล่ากันมา เช่น นิทานชาดก และนิทาน
อีสป เป็นต้น” นอกจากนี้ยังมีท่านผู้รู้อธิบายความหมายไว้คล้ายๆกัน
กิ่งแก้ว อัตถากร (2519, หน้า 12) อธิบายว่า นิทาน หมายถึง เรื่องเล่าสืบต่อกัน
มาเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ส่วนใหญ่ถ่ายทอดด้วยวิธีมุขปาฐะ แต่ก็มีอยู่ส่วนมากที่บันทึก
เป็นลายลักษณ์อักษรไว้ และนอกจากนี้ยังอธิบายว่านิทานเป็นเรื่องเล่าทั่วไป มิได้จงใจ
แสดงประวัติความเป็นมา จุดใหญ่เล่าเพื่อความสนุกสนาน บางครั้งก็จะแทรกคติเพื่อสอน
ใจไปด้วย นิทานมิใช่เรื่องเฉพาะเด็ก นิทานสำหรับผู้ใหญ่ก็มีจำนวนมาก และเหมาะ
สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น
กุหลาบ มัลลิกะมาส (2518, หน้า 99-100) กล่าวถึง “นิทาน” ไว้ในหนังสือคติชาวบ้านว่า
นิทานเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะที่เล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน เพื่อความสนุกสนานเบิกบานใจ ผ่อน
คลายความตึงเครียด เพื่อเสริมศรัทธาในศาสนา เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นคติเตือนใจ ช่วยอบรมบ่ม
นิสัย ช่วยให้เข้าใจสิ่งแวดล้อมและปรากฏการณ์ธรรมชาติ เนื้อเรื่องของนิทานเป็นเรื่องนานาชนิด อาจ
เป็นเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัย ความรัก ความโกรธ เกลียด ริษยา อาฆาต ตลกขบขัน หรือเรื่องแปลก
ประหลาดผิดปกติธรรมดา ตัวละครในเรื่องก็มีลักษณะต่างๆกัน อาจเป็นคน สัตว์ เจ้าหญิง เจ้าชาย
อมนุษย์ แม่มด นางฟ้า แต่ให้มีความรู้สึกนึกคิด พฤติกรรมต่างๆเหมือนคนทั่วไปหรืออาจจะเหมือนที่เรา
อยากจะเป็น เมื่อนิทานตกไปอยู่ในท้องถิ่นใดก็มักมีการปรับเนื้อเรื่องให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมของถิ่นนั้น
นิทานในแต่ละท้องถิ่นจึงมีเนื้อเรื่องส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน คือ สภาพความเป็นมนุษย์ อารมณ์ ความ
รู้สึกรัก เกลียด ความโง่ ฉลาด ขบขัน อาฆาตแค้น หรือทุกข์ สุข ส่วนรายละเอียดจะแตกต่างไปบ้าง
ตามสภาพแวดล้อมและอิทธิพลของวัฒนธรรมความเชื่อของ แต่ละท้องถิ่น
สุมามาลย์ พงษ์ไพบูลย์ (2542, หน้า 7) กล่าวว่า นิทานเป็นคำศัพท์ภาษาบาลี
หมายถึง คำเล่าเรื่อง ไม่ว่าเป็นเรื่องประเภทใด แต่อยู่ที่ลักษณะการเล่าที่เป็นกันเอง
แม้จะเป็นข้อเขียนก็มีลักษณะคล้ายกับการเล่าที่เป็นวาจา โดยใช้ภาษาพูดหรือภาษา
ปากในการเล่า
กล่าวโดยสรุป นิทาน คือ เรื่องเล่าที่มนุษย์ผูกเรื่องขึ้นด้วยภูมิปัญญา โดยส่วน
ใหญ่จะถ่ายทอดด้วยวิธีมุขปาฐะ เนื้อเรื่องมีหลากหลายและใช้เล่าเพื่อจุดประสงค์
ต่างๆกัน ตามโอกาสและสภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่น คำที่ใช้เรียกนิทานมีต่างๆ
กันไป เช่น นิทานชาวบ้าน นิทานพื้นบ้าน นิทานพื้นเมือง วรรณกรรมมุขปาฐะ
เป็นต้น ในที่นี้จะใช้ว่านิทานพื้นบ้าน
ลักษณะของนิทานพื้นบ้าน
นิทานพื้นบ้านมีลักษณะเฉพาะที่เห็นเด่นชัด คือ เป็นเรื่องเล่าที่มีการดำเนินเรื่อง อย่างง่ายๆโครงเรื่องไม่ซับซ้อน วิธีการ
ที่เล่าก็เป็นไปอย่างง่ายๆตรงไปตรงมา มักจะเริ่มเรื่องโดยการกล่าวถึงตัวละครสำคัญของเรื่อง ซึ่งอาจจะเป็นรุ่นพ่อ-แม่ของ
พระเอกหรือนางเอก แล้วดำเนินเรื่องไปตามเวลาปฏิทิน ตัวละครเอกพบอุปสรรคปัญหา แล้วก็ฟันฝ่าอุปสรรคหรือแก้ปัญหาลุล่วง
ไปจนจบเรื่อง ซึ่งมักจะจบแบบมีความสุข หรือสุขนาฏกรรม ถ้าเป็นนิทานคติ ก็มักจะจบลงว่า “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…..” ถ้า
เป็นนิทานชาดกก็จะบอกว่าตัวละครสำคัญของเรื่องในชาติต่อไป ไปเกิดเป็นใครบ้าง ถ้าเป็นนิทานปริศนาก็จะจบลงด้วยประโยค
คำถาม ลักษณะของนิทานพื้นบ้าน กุหลาบ มัลลิกะมาส (2518, หน้า 99-100) ได้สรุปไว้ดังนี้
๑. เป็นเรื่องเล่าด้วยถ้อยคำธรรมดา เป็นภาษาร้อยแก้วไม่ใช่ร้อยกรอง
๒. เล่ากันด้วยปากสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน และเมื่อการเขียนเจริญขึ้น ก็อาจมีการเขียนขึ้นตามเค้าเดิมที่เคยเล่าด้วยปาก
๓. ไม่ปรากฏว่าผู้เล่าดั้งเดิมเป็นใคร อ้างแต่ว่าเป็นของเก่าฟังมาจากผู้เล่า ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญยิ่งในอดีตอีกต่อหนึ่ง ผิดกับนิยาย
สมัยใหม่ที่ทราบตัวผู้แต่ง แม้นิทานที่ปรากฏชื่อ ผู้แต่งเช่น นิทานของกริมม์ ก็อ้างว่าเล่าตามเค้านิทานที่มีมาแต่เดิมไม่ใช่ตนแต่ง
ขึ้นเอง
ความสำคัญของนิทานพื้นบ้าน
นิทานพื้นบ้านมีบทบาทสำคัญต่อการถ่ายทอด
การเรียนรู้ เสริมสร้างบุคลิกภาพ มีพลังโน้ม
น้าวความคิด ทัศนคติ และพฤติกรรมของแต่ละบุคคล รวมทั้งมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์
และสังคมในหลายด้าน กล่าวโดยสรุปได้ดังนี้ (ประยูร ทรงศิลป์, 2542, หน้า 6)
1. นิทานพื้นบ้านเป็นเครื่องช่วยให้มนุษย์เข้าใจสภาพของมนุษย์โดยทั่วไปได้ดียิ่งขึ้น
เพราะในนิทานพื้นบ้านเป็นที่ประมวลแห่งความรู้สึกนึกคิด ความเชื่อ ความนิยม ความ
กลัว ความบันเทิงใจ ระเบียบแบบแผน และอื่นๆ
2. นิทานพื้นบ้านเป็นเสมือนกรอบล้อมชีวิตให้อยู่ในขอบเขตที่มนุษย์ในสังคมนั้นๆนิยมว่า
ดีหรือถูกต้อง แม้กฎหมายบ้านเมืองก็ยังไม่สามารถบังคับจิตใจของมนุษย์ได้เท่า เพราะ
มนุษย์ได้ฟัง ได้ซึมซับสั่งสมการอบรมนั้นๆไว้ในวิถีชีวิตตั้งแต่เด็ก
3. นิทานพื้นบ้านทำให้มนุษย์รู้จักสภาพชีวิตท้องถิ่นโดยพิจารณาตามหลักที่ว่าคติชาวบ้าน
เป็นพื้นฐานชีวิตของคนชาติหนึ่งๆหรือชนกลุ่มนั้นๆ
นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ
เรื่อง สองสัตว์
สลักจะหยุด ประตูจะเลื่อนตกลงมาปิดไว้ทัน
ที ทำให้ปลาออกไม่ได้) …นากพยายามหาทางออก แต่
ทำอย่างไรก็ออกไม่ได้ มันร้องขอให้กระต่ายช่วย …กระต่ายลงมาดูเห็นกะต้ำแน่นหนาเกินกว่ากำลัง
นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่องสองสัตว์ เป็นนิทานล้านนา น้อยๆ ของตนจะรื้อหรือทำลายได้
มีเนื้อเรื่องที่เล่าสู่กันฟังเพื่อให้เกิดความสนุกสนาน ขณะนั้นพอดีนายพรานผู้วางกะต้ำ จึงตรงเข้าไปดูเห็นนากติดอยู่ก็ดีใจ …ส่วนกระต่ายเห็นคนเดินมา
เพลิดเพลิน มีแง่คิดสอนใจที่ดีให้ทั้งกับเด็กและผู้ใหญ่ และ จึงหลบซ่อนตัวนิ่งอยู่ข้างๆ กอหญ้า …นากพอเห็นนายพรานเปิดประตูกะต้ำออก มันแกล้งทำเป็นตาย
สามารถเล่าเป็นนิทานก่อนนอนสำหรับคุณหนูๆได้เป็นอย่างดี กลั้นลมหายใจ เบ่งท้องให้พองคล้ายกับตายมานานแล้ว …เมื่อกระต่ายแลเห็นนายพรานจับเพื่อนของ
(เล่าโดย นายคำรณ เดชประยุทธ อำเภอเมือง จังหวัด ตนขึ้นมาเช่นนั้น …กระต่ายจึงกระโดดออกมา และดิ้นรนกระเสือกกระสนคล้ายกับถูกตีหรือถูกยิง
แล้วนอนนิ่งบนหาดทรายห่างจากกะต้ำไม่ไกลนัก …
เชียงใหม่)
ในกาลก่อนมีสัตว์สองตัวเป็นเพื่อนกัน …เวลาไปหากิน นายพรานมองเห็นกระต่ายมานอนดิ้นตาย ดีใจรีบขึ้นจากน้ำ …วางนากลงกับพื้น วิ่งตรงเข้าไปเพื่อจะ
หรือไปในที่ใดๆ มักจะไปด้วยกันเสมอสัตว์คู่นี้ได้แก่ บ้วน จับกระต่ายอีกตัว …นากพอเป็นอิสระจึงกระโดดลงน้ำหนีไป …กระต่ายเห็นเพื่อนของตนหนีลงน้ำไป
(นาก) กับกระต่าย …มันหากินอยู่ตามริมฝั่งน้ำปิงเป็นประจำ ได้รีบลุกขึ้นกระโดดวิ่งหายเข้าป่าไป …ตกลงนายพรานไม่ได้สัตว์อะไรเลยแม้แต่ตัวเดียว!!
อยู่มาวันหนึ่ง นากออกไปหากิน มองเห็นช่องว่างคิด “กะต้ำ” เป็นเครื่องจับปลาโดยกั้นเป็นคอก มีประตูสำหรับปลาว่ายเข้าไป เมื่อปลาชนสายใยประตูจะ
ว่าเป็นทางน้ำจึงว่ายเข้าไป พอเข้าไปแล้วปรากฏว่าไปชน ปิดลง
สายใยประตูกะต้ำ (เครื่องดักจับปลาชนิดหนึ่งที่ทำไว้ตามข้าง • “นาก” เป็นสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ด้วยกันเป็นฝูง ๆ เที่ยวหากินปลาในน้ำ
นิทานพื้นบ้าน เรื่อง ตำนานผาแดงนางไอ่
ภาคอีสาน
นางไอ่เป็นธิดาพระยาขอมผู้ครองเมืองชะธีตา นางไอ่เป็นสตรีที่มีสิริโฉมงดงามเป็นที่เลื่องลือไปในนครต่าง ๆ ทั้งโลก
มนุษย์และบาดาล มีชายหนุ่มหมายปองจะได้อภิเษกกับนางมากมายในจำนวนผู้ที่มาหลงรักนางไอ่ มีท้าวผาแดงและท้าว
พังคี โอรสสุทโธนาค เจ้าผู้ครองนครบาดาล ท้าวทั้งสองต่างเคยมีความผูกพันกับนางไอ่มาแต่อดีตชาติ จึงต่างช่วงชิงจะได้
เคียงคู่กับนาง แต่ก็พลาดหวัง จึงมิได้อภิเษกทั้งคู่เพราะแข่งขันบั้งไฟแพ้ ท้าวพังคีนาคไม่ยอมลดละ แปลงกายเป็นกระรอก
เผือกคอยติดตามนางไอ่ สุดท้ายถูกฆ่าตาย พญานาคผู้เป็นพ่อจึงขึ้นมาถล่มเมืองล่มไป กลายเป็นหนองน้ำใหญ่ คือ
หนองหาน
อย่างไรก็ตาม ในตำรา อ้างอิงถึงเรื่องผาแดงนางไอ่จบลงด้วยการเกิดเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ จากการต่อสู้ของ
พญานาคกับท้าวผาแดง ต่างก็มีข้อมูลอ้างอิงถึง หนองน้ำที่ชื่อหนองหาน แต่กล่าวต่างกันไปในตำราแต่ละเล่มถึงหนองน้ำ
ทั้ง 3 แห่ง หนองหาน ที่อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี และหนองหาน อำเภอกุมภวาปี ซึ่งก็ไม่ไกลจากที่แรกมากนัก
และอีกที่หนึ่งก็คือหนองหาร จังหวัดสกลนคร
นิทานพื้นบ้านภาคกลาง เรื่อง เณรน้อย
“คือว่ามีพระต่างถิ่นมาเยี่ยมหลวงพ่อ”
หลวงพ่อ”ก็ธรรมดา” …เณรน้อย “เปล่าครับ องค์ที่มานี่หูแก่ตึง หลวงพ่อต้องตระโกนคุยนะ
หลวงพ่อ”
มีหลวงพ่อองค์หนึ่งจำพรรษาอยู่กับเณรน้อย….นานๆจะมีพระต่าง หลวงพ่อ”ไม่เป็นไร ดีแล้วที่บอกไว้ก่อน”
ถิ่นมาเยี่ยมสักครั้งหนึ่ง เสร็จเรียบร้อยเณรน้อยเข้าไปแอบดูผลงานของตัวเอง…. พระต่างถิ่นพอมาถึงก็ตระโกน
วันนี้มีพระต่างถิ่นมาเยี่ยมหลวงพ่อ…เณรน้อยนึกสนุกขึ้นมา…คิดหาวิธีที่
จะให้ตัวเองสนุกและมีความสุขที่สุด พอคิดได้แล้วก็วิ่งไปรับสิ่งของที่ ด้วยเสียงอันดังแบบสุดๆ
พระต่างถิ่นหิ้วมาฝาก เณรรับย่ามและสิ่งของแล้วจึงพูดกับพระต่างถิ่น พระต่างถิ่น “เป็นไงหลวงพ่อ สบายดีหรือเปล่า?” หลวงพ่อได้ยินก็ให้นึกสงสารว่า อายุยัง
ว่า”หลวงพี่ครับ หลวงพี่ต้องทำใจหน่อยนะครับ” “มีอะไรหรือเณร” น้อยไม่น่าจะเป็นคนหูตึง นี่แสดงว่าต้องหูตึงแบบสุดๆ จึงตระโกนกลับไปด้วยเสียงอันดัง
พระต่างถิ่นถาม เณรน้อยได้พูดว่า”หลวงพ่อผมหูตึงแบบสุด พูดแทบจะ หลวงพ่อ “สบายดี แล้วท่านเป็นอย่างไรบ้าง?” …พระต่างถิ่นกล่าว “สบายดี”
ไม่ได้ยิน ต้องตระโกนคุย“…”ไม่เป็นไรเณร คนแก่ก็งี้แหละ“พระต่างถิ่น หลวงพ่อ “งั้นก็ดีแล้ว ขอให้เจริญในธรรม”
กล่าว เสร็จตามแผนเณรน้อยแล้ววิ่งสุดๆ ไปหาหลวงพ่อที่กุฏิ หลวงพ่อ หลวงพ่อคุยนานเข้าหลวงพ่อชักเหนื่อย จึงพูดขึ้นเบาๆว่า “น่าเสียดายความรู้ก็ดี พรรษาก็
กล่าวว่า “เณรน่าจะสำรวมบ้างนะ วิ่งได้ไงเป็นเณร” เณรน้อย มาก แต่กลับหูตึง”
กล่าว”หลวงพ่อครับ ของอย่างนี้ต้องรีบรายงาน” …”อะไรกัน” หลวง พระต่างถิ่นได้ยิน “ผมไม่ได้หูตึง ท่านนั้นแหละหูตึง”
พ่อกล่าว เณรน้อย หลวงพ่อรู้ทันทีว่าโดนเณรแกล้งเข้าแล้วจึงพูดว่า “ช่างเถอะ”
…พระต่างถิ่นก็เลยงง!!
นิทานพื้นบ้าน เรื่อง กินเหล้าอายุยืน
ภาคใต้
นานมาแล้วมีเรื่องเล่าว่า …ชายคนหนึ่งชอบกินเหล้าเป็นชีวิตจิตใจ งานการก็ไม่เคยนำพาเรื่องบุญกุศลก็ไม่เคยทำ แต่การทำบาปแกก็ไม่เคยทำเช่นกัน
ครอบครัวของแก มีอยู่ด้วยกันสามคน คือ ตัวแกเองพร้อมด้วยเมียและลูกอีกคนหนึ่ง ชายคนชอบกินเหล้าผู้นี้คิดอยู่เสมอว่าก่อนที่แกจะตายลงนั้นก็ขอให้ลูกชายได้
บวชเสียก่อน เพราะแกอยากเห็นชายผ้าเหลืองของลูก แต่ชายคนนั้นก็ได้ตายลงเสียก่อนที่จะได้บวชลูก เมื่ออายุของแกได้ห้าสิบปีพอดีก่อนที่จะตายนั้น แกได้สั่งให้
ลูกเมียของแก เอาเหล้าใส่โลงไปด้วยสักสองสามขวดเผื่อหิวเหล้าขึ้นมาก็จะได้กินในปรโลก เมื่อชายคนนั้นได้ลงไปอยู่ในเมืองนรกแล้ว ยมบาลก็ถามว่า “ทำไมถึง
ได้ชอบกินเหล้านักล่ะ เหล้านั้นมันเอร็ดอร่อยมากหรือไรกัน” แกก็ตอบออกไปว่า “อันเหล้านั้น ถ้าได้กินมันเข้าไปแล้ว ก็จะ…….รู้รสชาติทันทีว่า ไม่มีอะไรแล้วใน
โลกมนุษย์จะอร่อยเท่า บอกไม่ถูกอธิบายไม่ได้ว่ามันมีรสชาติอย่างไร ต้องกินดูเองถึงจะ……รู้” ยมบาลจึงพูดว่า “ในเมืองนรกของเรานี้ไม่มี ไม่งั้นแล้วเราจะลองชิม
ดูว่ามันจะเอร็ดอร่อยเหมือนดังคำกล่าวของท่านจริงหรือไม่” ชายผู้ชอบกินเหล้าคนนั้นจึงบอกกับยมบาลว่า “แกได้นำมันมาด้วย ถ้ายมบาลจะลองชิมดูก็มีให้ลอง”
ยมบาลจึงได้ชิมเหล้าของชายคนนั้นเข้าไป ชิมไปๆ ยมบาลก็ชักติดใจในรสชาติของมัน จึงได้ขอเหล้าชายคนนั้นกินจนหมดขวด ยมบาลจึงได้เมาขึ้นมาทันที เพราะ
ไม่เคยกินเหล้ามาก่อน หรือเพราะคอยังอ่อนอยู่นั่นเอง ในเวลาต่อมา ยมบาลก็ได้ชอบพอกันกับชายคนนั้น จนกระทั่งสัญญาเป็นเพื่อนเกลอกัน แล้วบอกชายคนนั้น
ว่า “ถ้าแกต้องการอะไรที่พอผ่อนปรนกันแล้วก็ขอให้บอกมาเถิดเราจะช่วยเหลือ” ชายคนนั้นจึงบอกยมบาลว่า “ในชีวิตของแกไม่เคยได้ทำบุญอะไรเลย แกจึง
อยากเห็นชายผ้าเหลืองของลูกชายสักครั้ง” แล้วแกจึงขอร้องต่อ ยมบาลว่า “ขอมีอายุต่อไปอีกแค่ปีเดียวเท่านั้น เพื่อบวชลูกชายได้หรือไม่” ด้วยความรักใคร่
สงสารต่อชายผู้นั้นเป็นพิเศษ ยมบาลก็อนุญาตด้วยการต่ออายุให้ แล้วลงไว้ในบัญชีของยมโลก โดยยมบาลเพิ่มอายุให้อีกหนึ่งปี จึงได้เขียนเลข 1 ต่อจากเลข 50
ซึ่งเป็นอายุขัยของชายผู้นั้นลงในบัญชีทันที แต่ด้วยความเมาของยมบาลเอง จึงเลยลืมลบเลข 0 ออกเสียก่อน จึงกลายเป็นว่าชายคนนั้นมีอายุไปจนถึง 501 ปี
เมื่อยมบาลต่ออายุให้แล้ว ชายผู้ชอบกินเหล้าคนนั้นก็ได้ฟื้นกลับมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง แกก็ได้จัดการบวชลูกชาย จนได้เห็นชายผ้าเหลืองสมความตั้งใจแล้ว แกก็รอวัน
ตายของแกเรื่อยมาแต่ก็ไม่ตายสักที จนกระทั่งเมีย ลูก หลาน เหลน ได้พากันตายไปแล้วเกือบทุกคนแต่แกก็ยังไม่ตายอยู่นั่นเอง ทำให้ชายผู้นั้นมีชีวิตอยู่อย่าง
ทรมานใจเป็นอย่างยิ่งที่จำเป็นต้องอยู่ และเห็นคนที่แกรักตายจากไปทีละคนสองคนอยู่เสมอ
เพลงพื้นบ้านภาคเหนือมีลักษณะบางอย่าง
คล้ายคลึงกับเพลงของหมอลำทางภาคอีสาน
การร้องเพลงพื้นบ้าน ทางภาคเหนือมี
เครื่องดนตรีประกอบด้วย เช่น ปี่ ซึง สะล้อ
คำว่า เพลง ที่ใช้กันอยู่ในภาคกลาง ทาง
ภาคเหนือมีศัพท์ท้องถิ่นเรียกว่า ซอ คำหนึ่งที่มี
ความหมายคล้ายซอ ซึ่ง
มีลักษณะเด่นในตัวเอง
คือคำว่า จ๊อย
ภาคกลางมีเพลงพื้นบ้านมากถึง ๔๐ กว่าชนิด หรือ ๔๐ กว่าทำนอง เรียก
ได้ว่ามีความหลากหลายกว่าภาคใดๆ เพลงพื้นบ้านพื้นเมืองที่สร้างขึ้นนี้ บ้างก็
ใช้ฉันทลักษณ์หรือรูปแบบกลอนเหมือนกัน บ้างก็มีฉันทลักษณ์คล้ายคลึงกัน
บ้างก็มีฉันทลักษณ์เฉพาะตัวไม่คล้ายใคร เพลงพื้นบ้านภาคกลางมีโอกาสใน
การเล่นแตกต่างกันไป
แบ่งออกได้เป็น ๔ ประเภท คือ
๑. เพลงที่นิยมเล่นในหน้าน้ำ
๒. เพลงที่นิยมเล่นในหน้าเกี่ยวข้าว นวดข้าว
๓. เพลงที่นิยมเล่นหน้าสงกรานต์
๔. เพลงที่ร้องเล่นได้ทั่วไป ไม่จำกัดเทศกาล
เพลงพื้นบ้านในภาคอีสานตามกลุ่มวัฒนธรรม ๓ กลุ่ม
ใหญ่ คือเพลงในกลุ่ม
วัฒนธรรมหมอลำ กลุ่มวัฒนธรรมเพลงโคราช และ
กลุ่มวัฒนธรรมเจรียงกันตรึม
ลักษณะเด่นโดยรวมของเพลงพื้นบ้านในภาคอีสาน
คือการขับร้องที่ใช้
ดนตรีบรรเลงประกอบ เพลงพื้นบ้านของอีสาน ได้แก่
๑. ลำ
๒. เซิ้ง
๓. เพลงโคราช
๔. เจรียงต่างๆ
๕. เพลงเด็ก
เพลงพื้นบ้านภาคใต้เกิดขึ้นในแต่ละกลุ่มชน แต่ละ
ท้องถิ่น และแพร่กระจายไปตามสังคมที่มีวัฒนธรรม
เดียวกัน มีการปรับปรุงพัฒนาไปตามที่คนในแต่ละท้องถิ่น
เห็นว่าดีงาม การที่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้มีการติดต่อ
กับชาวต่างชาติ ทั้งชาวจีน อินเดีย เปอร์เซีย ยุโรป ฯลฯ
จึงส่งผลให้เพลงพื้นบ้านภาคใต้มีลักษณะที่สะท้อนความ
ต่างของสังคม วัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา และ
ชาติพันธุ์ด้วย เพลงพื้นบ้านของภาคใต้มีประมาณ ๘ ชนิด
มีทั้งร้องเดี่ยว
และร้องเป็นคณะ โดยแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ คือ
เพลงเฉพาะโอกาส กับเพลงไม่จำกัดโอกาส
สแกน QR CODE หรือคลิก Link
เพื่อทำแบบทดสอบหลังเรียน
https://forms.gle/3TdstGTDxaxMcSQH8