อาหารไทย
ผัดไทยโดยทั่วไปจะน าเส้นเล็กมาผัดด้วยไฟแรงกับไข่ใบกุยช่ายสับ ถั่วงอก หัวไชโป๊ สับ เต้าหู้เหลือง ถั่วลิสงคั่ว และกุ้งแห้ง ปรุงรสด้วยพริก น ้าปลาและน ้าตาล เสิร์ฟ พร้อมกับมะนาว ใบกุยช่าย ถั่วงอกสด และหัวปลีเป็นเครื่องเคียง ร้านผัดไทยบางแห่ง จะใส่เนื้อหมูลงไปด้วย บางที่อาจจะใช้เส้นจันท์ซึ่งเหนียวกว่าเส้นเล็ก เรียกว่า "ผัด ไทยเส้นจันท์" หรือใช้วุ้นเส้น เรียกว่า "วุ้นเส้นผัดไทย" รวมทั้งผัดหมี่โคราชที่มีลักษณะ คล้ายผัดไทย กินกับส้มต า นอกจากนี้ยังมีผัดไทยประยุกต์ โดยน าส่วนผสมทุกอย่างผัดให้เข้ากัน แล้วน าไข่เจียว มาห่อผัดไทยทีหลัง เรียกว่า "ผัดไทยห่อไข่" หรือบางที่อาจจะใส่กุ้งสดแทนกุ้งแห้ง เรียกว่า "ผัดไทยกุ้งสด" ร้านขายผัดไทยมักจะขายหอยทอดหรือขนมผักกาดควบคู่กัน ไปด้วย เนื่องจากเครื่องปรุงที่ใช้มีหลายอย่างใช้ร่วมกัน 1)ผัดไทย
ผัดกะเพรา เป็นอาหารจานเดียวของไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจานหนึ่งเป็น อาหารริมทางอาหารตามสั่งที่มีทั่วไปในประเทศไทย บางครั้งเรียกว่า เมน ู สน ิ ้ คด ิ เนื่องจากเมื่อจะสั่งอาหารแล้วไม่รู้ว่าจะรับประทานอะไรก็มักจะสั่งผัดกะเพรา วัตถุดิบประกอบด้วย เนื้อสัตว์ ใบกะเพรา พริก กระเทียม บ้างใส่ผักชนิดอื่นลงไปด้วย เช่น ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน แครอท หอมหัวใหญ่ เนื้อสัตว์ที่ใช้ในการท าผัดกะเพรา ได้แก่ เนื้อไก่ เนื้อหมูเนื้อวัว กุ้ง ปลาหมึก หรือแม้แต่ ปลา หอยแมลงภู่ เนื้อปู วิธีการ ปรุง ใช้วิธีการผัดวัตถุดิบเข้าไปด้วยกัน มีการปรุงรสด้วยน ้าปลา น ้าตาล บ้างใส่ผงชู รส ซีอิ๊วด า พริกไทยป่ น เติมน ้าสต๊อกพอให้ขลุกขลิก รับประทานกับข้าวสวย อาจกิน ด้วยกับไข่ดาว มีน ้าปลาพริกเป็นเครื่องปรุงให้รสหอมและเผ็ดขึ้น 2)ผัดกะเพรา
แกงม ั สม่ั น เป็นอาหารประเภทแกงที่ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารมลายู ชาวไทยมุสลิมเรียก แกงชนิดนี้ว่าซาละหมน ่ ั แกงมัสมั่นแบบมุสลิมไทยออกรสหวานในขณะที่ต ารับดั้งเดิมของ ชาวมุสลิมออกรสเค็มมัน[1] ในไทยมีวิธีการท าสองแบบคือ แบบไทย น ้าพริกแกงมี พริกแห้ง ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม ลูกผักชียี่หร่า ดอกจันทน์กานพลูปรุงรสให้หวานน า เค็มและ อมเปรี้ยว เป็นแกงมีน ้ามากเพื่อรับประทานกับข้าว อีกแบบเป็นแบบมุสลิม น ้าขลุกขลิก ใช้ จิ้มขนมปังหรือโรตีในน ้าพริกแกงไม่ใส่ข่า ตะไคร้ ส่วนผสมที่เป็นพริกแห้ง หอม กระเทียม ถั่วลิสงจะทอดก่อน ใส่ผงลูกผักชี ยี่หร่า ใส่มันฝรั่ง บางสูตรใส่มะเขือยาว ก่อนจะมีมันฝรั่ง มาปลูกแพร่หลายในไทย จะนิยมใส่มันเทศ[2] สันนิษฐานว่าค าว่า "มัสมั่น" มาจากภาษา เปอร์เซียค าว่า ( مسلمانมุสลิมมาน) ซึ่งหมายถึงชาวมุสลิม 3)แกงมัสมั่น
4)ต้มย ากุ้ง ต้มย ากุ้ง เป็นอาหารไทยภาคกลางประเภทต้ม ย าซึ่งเป็นที่นิยมรับประทานไปทุกภาคใน ประเทศไทย เป็นอาหารที่รับประทานกับข้าว และ มีรสเปรี้ยวและเผ็ดเป็นหลักผสมเค็มและ หวานเล็กน้อย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ต้ม ยา นา ้ ใส และ ตม ้ ยา นา ้ ขน ้
ต้มข่าไก่ เป็นอาหารไทยชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นแกงใส่กะทิใส่เนื้อ ไก่และเห็ด น ้าแกงมีสีขาวขุ่น มีการใส่สมุนไพรต่าง ๆ คล้ายต้มย า เช่น ข่า ใบมะกรูด ตะไคร้มะนาว พริก โรยหน้าด้วยผักชีมีรสชาติ เปรี้ยว เค็ม มัน 5)ต้มข่าไก่
หมูแดดเดียว หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการน า เนื้อหมูมาตัดให้เป็นแผ่นหรือเป็นเส้นหนา ปรุงรส ด้วยเครื่องปรุงรสเครื่องเทศหรือสมุนไพร เช่น น ้าตาล น ้าปลา เกลือซีอิ๊วขาว กระเทียม ราก ผักชีพริกไทย ผงพะโล้หมักให้เข้ากัน น าไปท าให้ แห้งพอหมาดโดยใช้ความร้อนจากแสงอาทิตย์หรือ แหล่งพลังงานอื่นก่อนบริโภคต้องน าไปท าให้สุก 6)หมูแดดเดียว
ก ๋ วยเตย ี ๋ วเร ื อ คือก๋วยเตี๋ยวแบบไทยชนิดหนึ่ง มีรสชาติจัดจ้าน น ้าก๋วยเตี๋ยวสีข้นคล้าย ก๋วยเตี๋ยวเนื้อหรือก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น เพราะใส่เครื่องปรุงที่ต่างจากก๋วยเตี๋ยวชนิดอื่น คือ ซีอิ๊ว ด า เต้าหู้ยี้และ เครื่องเทศต่างๆ เป็นต้น อีกทั้งยังมี น ้าตก คือ เลือดวัวหรือหมูผสมกับ เกลือ ส าหรับปรุงใส่ในน ้าก๋วยเตี๋ยว[1] ก๋วยเตี๋ยวเรือ มีทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และ ก๋วยเตี๋ยวหมู เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทย มานาน ในสมัยก่อน จะขายในเรือพายตามคลองจึงเป็นที่มาของชื่อ ชามที่ใส่จะมีลักษณะ เล็ก ปัจจุบัน ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ก๋วยเตี๋ยวหันมาเปิดร้านบนบกในอาคารพาณิชย์แทน แต่ก็ยังไม่ละทิ้งสัญลักษณ์ของความเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือ โดยจะใช้เรือตั้งอยู่หน้าร้าน และ ชามก็ยังใช้เป็นชามขนาดเล็กอยู่ ขณะที่ก๋วยเตี๋ยวเรือ ก็ยังเป็นอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วย ประวัติศาสตร์ยาวนาน ประกอบกับการที่อยุธยาเคยเป็นราชธานีเก่าของสยาม จึง สันนิษฐานได้ว่า ต้นก าเนิดก๋วยเตี๋ยวเรือจึงมาจากบริเวณพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยเหตุผลนี้เองจึงท าให้ก๋วยเตี๋ยวเรือ มักจะมีค าว่า อยุธยา ต่อท้ายเสมอ 7)ก๋วยเตี๋ยวเรือ
หม ู กระทะ คืออาหารของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีต้นก าเนิดมา จากประเทศไทย ในประเทศฟิ ลิปปินส์สิงคโปร์อินโดนีเซีย และมาเลเซียจะเรียก อาหารชนิดนี้ว่า ม ู กาตา หมูกระทะคือกระบวนการท าอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมการกินฮอตพอต จากจีน และวัฒนธรรมการกินปิ้งย่างจากเกาหลีแล้วน ามารวมกัน โดยมีข้อ สันนิษฐานว่าหมูกระทะมีต้นก าเนิดมาจากการกินปิ้งย่างจากเกาหลีการกินในไทย นั้นจะนิยมใช้ถ่านในการให้ความร้อนส าหรับประกอบท าหมูกระทะ ซึ่งหมูกระทะก็ถือ เป็นรูปแบบอาหารที่มีอิทธิพลในวัฒนธรรมการกินมากในไทย ก่อนที่จะแพร่ขยายไป ยังมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิ ลิปปินส์ และสิงคโปร์ 8)หมูกระทะ
ข้าวหมก หรือ ข ้ าวบ ุ หร ี่ เป็นอาหารที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งในตะวันออกกลาง รวมทั้งชาวมุสลิมในประเทศต่าง ๆ ต้นก าเนิดของข้าวหมกมาจากอินเดียซึ่งรับ วัฒนธรรมการปรุงข้าวหมกจากเปอร์เซียและได้พัฒนามาเป็นบิรยานี เมื่อชาวอินเดียและเปอร์เซียมาติดต่อค้าขายกับประเทศไทย ได้น าข้าวหมกมา เผยแพร่ด้วย ดังมีปรากฏใน กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ของพระบาทสมเด็จพระ พุทธเลิศหล้านภาลัยว่า "ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ รสพิเศษใส่ลูกเอ็น" ข้าวหมกแบบ เปอร์เซีย-อาหรับหุงกับเครื่องเทศ เมื่อสุกแล้วโรยหอมแดงเจียว ลูกเกดและอัล มอนด์ส่วนข้าวหมกที่ใส่ผงขมิ้น สีเหลืองสุกแล้วกินกับเนื้อสัตว์อบ คนไทยเรียกข้าว บุหรี่ ในปัจจุบัน ข้าวหมกที่คนไทยรู้จักกันดีที่สุดคือข้าวหมกไก่ ซึ่งตรงกับข้าวหมก ประเภทบิรยานีของอินเดีย 9)ข้าวหมก
ไส้กรอกอีสาน เป็นการถนอมอาหารแบบอีสานประเภทหนึ่ง แต่เดิมใช้ เนื้อที่เหลือจากการล้มวัวและมีคุณภาพต ่ากว่าเนื้อที่ใช้ท าหม ่า น ามา ผสมกับข้าวเหนียว กระเทียมและเกลือ ยัดใส่ลงในไส้ที่ท าความสะอาด แล้ว หมักไว้ 3-4 วันจนมีรสเปรี้ยวจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องในการหมัก พบว่า ในช่วงแรกพบ Pediococcus cerevisiae เมื่อหมักต่อไปจน ความเป็นกรดด่างต ่ากว่า 5 จะพบเชื้อ Lactobacillus sp. 10)ไส้กรอกอีสาน
ขอบคุณที่รับชม