The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kim061840175, 2023-09-23 09:15:48

สูจิบัตร (1)

สูจิบัตร (1)

วิทยาลัยนาฏศิลป สูจิบัตร โครงการบรรเลงถวายมือ ประจ าปีการศึกษา ๒๕๖๓ ภาควิชาดุริยางค์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ อาคารภาควิชาดุริยางค์ไทย (อาคาร ๗) วิทยาลัยนาฏศิลป


๒ โครงการบรรเลงถวายมือ ภาควิชาดุริยางค์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ อาคารภาควิชาดุริยางค์ไทย (อาคาร ๗)วิทยาลัยนาฏศิลป .............................................................. เวลา ๑๖.๐๐ น. พิธีเปิดโครงการบรรเลงถวายมือ - เชิญประธานจุดธูปเทียนและรับฟังค ากล่าวรายงานจากหัวหน้าภาควิชาดุริยางค์ไทย - ประธานกล่าวเปิดโครงการบรรเลงถวายมือ - ประธานมอบของที่ระลึกให้แก่ตัวแทนวงที่ร่วมโครงการบรรเลงถวายมือ เวลา ๑๖.๓๐ น. การบรรเลง-ขับร้อง - รายการที่ ๑ วงศรีนวล การบรรเลงวงเครื่องสายเดี่ยวเพลงนกขมิ้นสามชั้น - รายการที่ ๒ วงศศิธรจรเเจ่ม การบรรเลงเดี่ยวจะเข้เพลงลาวเเพน - รายการที่ ๓ วงเหลนศิษย์บรรเลงการ การบรรเลงจะเข้หมู่เพลงเดี่ยวสุดสงวน สามชั้น - รายการที่ ๔ วง Super จิ๋ว การบรรเลงเพลงอาหนู เถา ออกเดี่ยวอาเฮียสามชั้น - รายการที่ ๕ วงดุริยะคนธรรพ การบรรเลงเพลงเทพรัญจวน เถา ออกเดี่ยวพญาโศก - รายการที่ ๖ วงตรีอักษรา การบรรเลงเพลงหกบท เถา ออกเดี่ยวนกขมิ้นสามชั้น - รายการที่ ๗ วงกุญชรดุริยะ เพลงสุดสงวน เถา ออกเดี่ยวอาเฮียสามชั้น - รายการที่ ๘ วงเบิ่งระนาดขนม การบรรเลงเพลงช้างประสานงา เถา ออกเดี่ยวอาหนูสามชั้น เวลา ๒๐.๐๐ น. ปิดโครงการบรรเลงถวายมือ หมายเหตุการบรรเลงเพลงแต่ละวงนั้นเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม


๓ ประวัติเพลง รายชื่อผู้บรรเลง – ขับร้อง


๔ เพลงนกขมิ้น สามชั้น ประวัติเพลง เพลงนกขมิ้นเป็นเพลงเก่า อัตรา สองชั้น มี ๓ ท่อน ไม่ทราบนามผู้แต่ง ปรากฏอยู่ในเพลงช้า เรื่องนกขมิ้น ตามประวัติมีว่าเพลงนกขมิ้นเดิมมี ๒ เพลงคือเพลงนกขมิ้นตัวผู้และนกขมิ้นตัวเมีย แต่ที่เป็นที่รู้จักกันคือเพลงนกขมิ้นตัวผู้ โดยครูเพ็ง ครูดนตรีสมัยรัชกาลที่ ๔ เป็นผู้แต่งขยายเพลงนกขมิ้น ตัวผู้จากอัตราสองชั้นเป็นสามชั้น และสอดแทรกการร้องและเป่าปี่เพิ่มเข้าไปในเพลงเดิมที่เรียกว่า “ว่าดอก” (เช่นร้องว่า “ดอกเอ๋ย เจ้าดอกขจร นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ าแล้วจะนอนที่ไหนเอย” ปี่จะเป่าเลียนเสียงดอกเอ๋ย...ค่ าแล้วจะนอนที่ไหนเอย” จ านวน ๑-๒ จบ) ครูทางดนตรีไทยได้น าเพลงนกขมิ้นไปแต่งเป็นทางเดี่ยวเฉพาะเครื่องดนตรีเพื่ออวดความรู้ ความสามารถของนักดนตรี (มนตรี ตราโมท และ วิเชียร กุลตัณฑ์, ๒๕๒๓: ๕๕๘)


๕ รายชื่อผู้บรรเลง – ขับร้อง วงศรีนวล ซอด้วง นางสาวกนกวรรณ อุนาพีร์ ซออู้ นางสาวธิดารัตน์ เครืออุ่น นายทศพล ภคพงศ์พันธุ์ จะเข้ นางสาวนันท์นภัส ผิวสอาด นางสาวประนัตตา ผลจัด นางสาวธนธิดา ปรีดารัตนโกศล ฉิ่ง นายณัฐพล สายประดิษฐ์ กรับ นายกฤติพงศ์ จินดา โทน-ร ามะนา นายอภิวร แปลกพงษ์ศิริ นักร้อง นางสาวแพรวพร ใจดี นางสาวหทัยรัตน์ จ้อยจินดา นางสาวเบญญาภา รัชตารมณ์


๖ เพลงลาวแพน ประวัติเพลง เพลงลาวแพนนี้ บางทีก็เรียกว่า ลาวแพนใหญ่ ซึ่งคู่กับลาวแพนน้อยเป็นส าเนียง ทางภาคอีสาน แม้เพลงพื้นเมืองของภาคอีสานในสมัยนี้ ก็ยังมีคล้ายคลึงกับลาวแพนหรือลาวแพนใหญ่ นี้อยู่ บางท่านสันนิษฐานว่าเดิมคงจะชื่อลาวแคน คือ เพลงลาวที่เป่าแคน แล้วจึงเรียกเพี้ยนมาเป็น ลาวแพน ดูก็ใกล้เคียงและอาจถูกต้องก็ได้แต่ว่าในโบราณก็มีการฟ้อนร าชนิดหนึ่ง เรียกว่า ร าแพน หรือฟ้อนแพน จะมาจากเพลงส าหรับฟ้อนชนิดนี้ได้บ้างกระมัง ทั้งนี้สุดแต่ท่านผู้รู้จะวินิจฉัย แต่เพลงลาวแพนส าหรับเดี่ยวนี้ท่านโบราณาจารย์ได้น าเพลงลาวต่าง ๆ เข้ามาติดต่อเป็นเรื่องไปอีกหลาย เพลง เช่น เพลงลาวสมเด็จ ลาวแพนน้อย เป็นต้น และในโบราณทีเดียวก็ดูเหมือนจะคิดผูกขึ้นส าหรับเดี่ยว ปี่ในเท่านั้น ต่อมาจึงถึงจะเข้ แล้วจึงได้แพร่ออกไปถึงเดี่ยวเครื่องดนตรีชนิดอื่น ๆ ทุกอย่าง (มนตรี ตราโมท และ วิเชียร กุลตัณฑ์, ๒๕๒๓: ๕๖๐-๕๖๓)


๗ บทร้องเพลงลาวแพน ศศิธรส่องสว่างกระจ่างฟ้า ชาวประชาเริงรื่นชื่นใจแสน จะดูไหนงามสิ้นทั้งดินแดน เหมือนเมืองแมนแดนสวรรค์ชั้นวิมาน โอ้ว่าพวกเราเอย ใครบ่เคยเห็นบ้าง ดวงจันทร์แจ่มกระจ่าง แลสว่างเวหา ขอเชิญพวกเราพี่น้อง มาร ามาร้องกันเถิดหนา มาชมแสงจันทร์แจ่มฟ้า ให้ชื่นอุราร่าเริงใจ จันทร์สว่างเวหา อย่าเพิ่งหลบหน้าหนีหาย เราขอชื่นขอชม เราขอรื่นรมย์ให้สมใจ พวกของเราจะเล่น พวกของเราจะฟ้อน ให้ความทุกข์ร้อนเสื่อมหาย มาสุขาบายกันเถิดเหนอ เพื่อนเกลอพี่น้อง สูเพื่อนเอ๋ย ร้องร าเอย


๘ รายชื่อผู้บรรเลง – ขับร้อง วงศศิธรจรแจ่ม จะเข้ นางสาวณัฐนันท์ พรรณโภชน์ ฉิ่ง นางสาวผึ้งหลวง จันทร กรับพวง นางสาวหทัยรดา ชัยมงคล ฉาบเล็ก นายศุภวิชญ์ จิตรขันธ์ โทน-ร ามะนา นายวาทิน ภคพงศ์พันธุ์ นักร้อง นางสาวอนันตญา หงส์พงศ์


๙ เพลงสุดสงวน สามชั้น ประวัติเพลง เพลงเดี่ยว นักดนตรีหลายท่านได้น าเพลงสุดสงวนสองชั้นท านองเก่าไปแต่งเป็นอัตราจังหวะ สามชั้นทางเดี่ยวหลายทางด้วยกัน เช่น จางวางทั่ว พาทยโกศล แต่งส าหรับเดี่ยวจะเข้ นายสอน วงฆ้อง แต่งส าหรับเดี่ยวฆ้องวงใหญ่ เป็นต้น ส าหรับวันนี้จะมาบรรลงเพลงเดี่ยวจะเข้หมู่ด้วยเพลงสุดสงวน สามชั้น ทางครูละเมียด จิตตเสวี(นางสนิทบรรเลงการ) ที่ถ่ายทอดให้กับศิษย์วิทยาลัยนาฏศิลป ส าหรับวันนี้จะบรรเลง เพลงเดี่ยวจะเข้หมู่ด้วยเพลงสุดสงวน สามชั้น ทางคุณครูละเมียด จิตตเสวี (นางสนิทบรรเลงการ) ที่ถ่ายทอดไว้ให้กับศิษย์วิทยาลัยนาฏศิลป (มนตรี ตราโมท และ วิเชียร กุลตัณฑ์, ๒๕๒๓: ๔๗๘-๔๘๐)


๑๐ รายชื่อผู้บรรเลง – ขับร้อง วงเหลนศิษย์บรรเลงการ จะเข้ นายจิตต์เดช โอภาสสุริยะ นายจิตพัฒน์ เจริญธีระภาพ นางสาวสุจิตรา อ่วมสวัสดิ์ นางสาวดุษฎี ศรีเกื้อกลิ่น นางสาวมาลิณี อุ่นหะวงค์ นายภานุพัฒน์ แสนค า นายปิยะ วรรณกูล นางสาวสรัสนันท์ แสวงฟองค า ฉิ่ง นายธรรศ ยุงต้น กรับ นางสาวชุติกาญจน์ กลั่นฤทธิ์ โทน-ร ามะนา นายเมธีพัฒน์ ชุ่มชื่น


๑๑ เพลงอาหนู เถา ประวัติเพลง เพลงอาหนู สองชั้น เป็นเพลงจีนของเก่า ซึ่งได้ดัดแปลงเพิ่มเติมมาจากเพลงของจีนแท้ ครูปุย บาปุยะวาทย์ได้แต่งขึ้นเป็นท านองสามชั้นทางหนึ่งกับจางวางทั่ว พาทยโกศล ก็ได้แต่งเป็นท านอง สามชั้นทางหนึ่ง พร้อมทั้งได้ตัดลงเป็นชั้นเดียวให้ครบเถา เพลงนี้มีความหมายไปในทางสุขส าราญ ด้วยการชมงานรื่นเริง (มนตรี ตราโมท และ วิเชียร กุลตัณฑ์, ๒๕๒๓: ๕๑๓)


๑๒ บทร้องเพลงอาหนู เถา สามชั้น อาหนูน้อยน้อย ค่อยบรรเลงท าเพลงเล่น ไม่กระจ่างทางสุนทรที่ซ่อนเร้น ฟังก็เป็นเพลงได้แต่ไม่ดี ฉันยังเล็กเด็กอยู่ที่ครูสอน ปัญญาก็อ่อนลืมเลือนเชือนวิถี ทั้งร้องรับขับล าเพลงดนตรี จะหาที่เพราะยากล าบากใจ ขออภัยในอักษรกลอนประเทียบ ยังไม่เรียบร้อยแน่เชิญแก้ไข เอ็นดูได้เป็นครูอาหนูเอย สองชั้น เจ้าสาวสาวสาว สาวสะเทิ้น ค่อยเดินค่อยเดิน เดินตามทาง ฝูงอนงค์ ทรงส าอาง นางสาวศรี ห่มสี ใส่ก าไล แลวิไล ทองใบอย่างดี ทองดีดี ประดับสี เพชรพลอย พลอยงาม ดูงาม ชั้นเดียว ใส่ต่างหู สองหู หูทัดดอกไม้ นารีใด ชนใด ในสยาม จะหางาม งามกว่า มาเคียงไม่เคียง ชวนกันเดิน พากันเดิน เดินรอเรียง เจ้าเดินเคียง เรียงคู่ คู่งามดูงาม อาหนูมาดูนี่ มาฟังดนตรีต่างต่าง ฟังไพเราะจับใจ ครูที่ไหนดีแท้


๑๓ เพลงอาเฮีย สามชั้น ประวัติเพลง เพลงอ าเฮียสองชั้นเป็นเพลงท านองเก่ ามีลีลาสนุกสน านใช้ประกอบกา รแสดง พระประดิษฐ์ไพเราะ (มี ดุริยางกูร) แต่งขยายเป็นอัตราจังหวะสามชั้นทางหนึ่ง หลวงกัลยาณมิตตาวาส (ทับ พาทยโกศล) แต่งขยายและแต่งเป็นเป็นเพลงเถาโดยแต่งเป็นท านองทางดนตรี (มนตรี ตราโมท และ วิเชียร กุลตัณฑ์, ๒๕๒๓: ๕๑๔-๕๑๕)


๑๔ รายชื่อผู้บรรเลง – ขับร้อง วง Super จิ๋ว ปี่ใน นายอนุชา ภูริวัตร์ ระนาดเอก เด็กชายธงธวัช เนตยารักษ์ ระนาดทุ้ม เด็กชายอดิชาติ หอมรื่น ฆ้องวงใหญ่ เด็กชายณัฐวุฒิ เอ็นตรี ฆ้องวงเล็ก เด็กชายนวรรณวัฒน์ ม่วงงาม ฉิ่ง เด็กชายสหรัฐ พูลประเสริฐ กรับ เด็กชายพนา จัดเจน ฉาบเล็ก เด็กชายธีรภัทร เพ็งพันธ์ กลองแขก เด็กชายปรมินทร์ วิลัยพฤกษ์ นายยุทธพงษ์ คงก าเนิด กลองจีน เด็กชายกรกฤต หิมพานต์ ผ่าง เด็กชายธนพล สะโมสร นักร้อง เด็กหญิงรินรดา สร้อยศรีข า เดี่ยวระนาดเอก เด็กชายกิตติคุณ เจริญพันธ์สุทธิ


๑๕ เพลงเทพรัญจวน เถา ประวัติเพลง เพลงเรื่องนางหงส์อัตราสองชั้นของเก่า เป็นเพลงชุดที่บรรเลงเดิมต่อกันหลายเพลง เริ่มต้น ด้วยเพลงพราหมณ์เก็บหัวแหวน สาวสอดแหวนแสนสุดสวาท แมลงปอทอง และแมลงวันทอง ซึ่งทุกเพลงเป็นเพลงประเภทหน้าทับปรบไก่แต่ละเพลงมี ๒ ท่อน ท่อนละ ๔ จังหวะ เพลงแสนสุดสวาท ที่เป็นต้นก าเนิดของเพลงเทพรัญจวนนี้ มีท านองเป็น ๒ ทาง ทางหนึ่งเป็นทางพื้น ๆ เรียบ ๆ บรรเลง ในเพลงเรื่องนางหงส์ อีกทางหนึ่งมีเม็ดพรายสอดแทรก บรรเลงเป็นเอกเทศ เมื่อตัดลงเป็นชั้นเดียวใช้ร้อง ในการแสดงโขนละครทั่วไป เปลี่ยนชื่อเรียกว่า “เพลงกระบอกทอง” และยังตัดย่อลงไปอีกชั้นหนึ่ง เรียกว่า ครึ่งชั้น ใช้บรรเลงอยู่ในเพลงเรื่องเพลงฉิ่ง รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระประดิษฐ์ไพเราะ (มี ดุริยางกูร) ได้น าเพลง แสนสุดสวาททางพื้น ๆ ที่บรรเลงอยู่ในเพลงเรื่องนางหงส์นั้น มาแต่งขยายขึ้นเป็นอัตราสามชั้น ตั้งชื่อว่า “เพลงเทพรัญจวน” ต่อมา พระยาอินทราอธิบดีสีหราชรองเมือง (เนียม) ซึ่งภายหลังได้รับพระราชทาน ราชทินนามว่า พระยาจิรายุมนตรี ผู้เป็นเจ้าของละครนอกผู้หญิงที่มีชื่อเสียงโรงหนึ่งในต้นรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีวงปี่พาทย์ด้วย ได้ด าริที่จะให้มีท านองเพลงเทพรัญจวน ที ่พลิกแพลงมีลูกล้อลูกขัดอีกท างหนึ ่งเพื ่อบ ร รเลงเป็นเที ่ย วกลับ ค รูช้อย สุนท ร ว าทิน และพระยาประสานดุริยศัพท์(แปลก ประสานศัพท์) จึงได้ร่วมกันแต่งเพลงเทพรัญจวนขึ้นอีกทางหนึ่ง ตามความด ารินั้น เพลงเทพรัญจวนอัตราสามชั้นที่นิยมบรรเลงกันจะใช้ทางของพระประดิษฐ์ไพเราะ ( มี ดุ ริ ย า ง กู ร ) เ ป็ น เ ที่ ย ว ต้ น ส่ ว น เ ที่ ย ว ก ลั บ ใ ช้ ข อ ง ค รู ช้ อ ย สุ น ท ร ว า ทิ น และพระยาประสานดุริยศัพท์(แปลก ประสานศัพท์) ร่วมกัน ต่อมาถึงยุคที่นิยมฟังเพลงเถา ได้มีครูดนตรี น าเพลงเทพรัญจวนมาตัดลงเป็นอัตราสองชั้นและชั้นเดียวครบเป็นเพลงเถาหลายทางด้วยกัน แต่ทางที่ นิยมแพร่หลายเป็นของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ซึ่งได้ท าไว้ เมื่อราว พ.ศ. ๒๔๗๓ นอกจากหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) จะได้ตัดแต่ง อัตราสามชั้นและชั้นเดียวจากทางของเดิมทั้งทางร้องเเละทางดนตรีครบเป็นเพลงเถาตามปรกติทางหนึ่ง เเล้วท่านยังได้ปรุงแต่งอัตราสามชั้นให้ด าเนินลีลาแปลกเปลี่ยนไปจากของเดิม แล้วตัดลงเป็นอัตราสองชั้น และชั้นเดียวครบเป็นเพลงเถาอีกทางหนึ่งที่นิยมมาจนทุกวันนี้ (มนตรี ตราโมท และ วิเชียร กุลตัณฑ์, ๒๕๒๓: ๓๕๙-๓๖๑)


๑๖ บทร้องเพลงเทพรัญจวน เถา สามชั้น พระวิโยคโศกเศร้าเปล่าเปลี่ยว ดังมาเดียวลิ่วโลดตะลึงหลง จนสายถือที่พระหัตถ์ก็พลัดลง จึงคืนคงได้สมประดีดาล กระจ่างแจ้งแสงเทียนโคมสอง เหมือนเมื่อน้องเสี่ยงเทียนอธิษฐาฯ ลมพัดเพลิงดับอนธกาล ประมาณเหมือนต้องค้างคาวมาดับไฟ สองชั้น กลิ่นล าดวนหวนหอมเหมือนกลิ่นเจ้า ที่คลึงเคล้าเชยชิดยังคิดได้ เดือนดับรับเมฆมืดไป เหมือนมืดในวิหารคีรี แว่วเสียงส าเนียงบุหรงร้อง เหมือนเสียงน้องร้องทูลมะเดหวี วังเวงใจในเวลาราตรี จวนจะแจ้งแสงสีสว่างฟ้า ชั้นเดียว ไก่ขันกระชั้นอยู่ฉ่ าเฉื่อย บุหรงเรื่อยร้องรับจับพฤกษา เห็นนางนวลนึกนวลวนิดา เหมือนนวลพักตร์นางน้องละอองนวล เบญจวรรณเหมือนวันที่เข้าเฝ้า ไม่เห็นเจ้านึกในฤทัยหวน นกกระแลแลรับที่ขับครวญ พี่แลตามทรามสงวนจนหลับตา


๑๗ เพลงเดี่ยวพญาโศก สามชั้น ประวัติเพลง เพลงพญาโศกสามชั้น เป็นเพลงที่รวมอยู่ในเพลงเรื่องพญาโศก อันเป็นเพลงโบราณ สมัยกรุงศรีอยุธยา บางทีก็แยกออกมาใช้เป็นเพลงร้องประกอบการบรรเลงมโหรีและแสดงโขนละคร ในบทที่แสดงอารมณ์เศร้าสลดระหว่างนั่งหรือนอนหรือยืนอยู่กับที่ ร าพึงถึงความทุกข์ยากหรือสูญเสีย สิ่งใดสิ่งหนึ่งอันเป็นเรื่องที่เป็นอดีตและอนาคต ครั้งถึงราวสมัยปลายรัชกาลที่ ๔ พระประดิษฐ์ไพเราะ (มี ดุริยางกูร) จึงแต่งขึ้นเป็นสามชั้นส าหรับร้องและบรรเลงมโหรีปี่พาทย์ แล้วจึงประดิษฐ์เป็นเพลงเดี่ยว ขึ้นอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งดุริยางคศิลปินได้ยึดถือเป็นแบบฉบับส าหรับเดี่ยวด้วยเครื่องดนตรีทุกชนิดสืบมา ทุกวันนี้ ส่วนความหมายของเพลงก็เป็นอย่างที่ใช้ในการแสดงโขนละคร (มนตรี ตราโมท และ วิเชียร กุลตัณฑ์, ๒๕๒๓: ๕๕๙-๕๖๐)


๑๘ รายชื่อผู้บรรเลง – ขับร้อง วงดุริยะคนธรรพ ปี่ใน นายวสิษฐ์พล จุ้ยวงษ์ ระนาดเอก นายณัฐภัทร อันทพิระ ระนาดทุ้ม นายศักรินทร์ ฟักทอง ฆ้องวงใหญ่ นายณัฐวุฒิ ชังชาญพันธุ์ ฆ้องวงเล็ก นายคมสันต์ ครามบุตร ฉิ่ง นางสาวณิชนันทน์ ขาวคล้ายเงิน กรับ นายวรรธนะ ฝูงชมเชย ฉาบเล็ก นายภูริณัฐ สองเมือง กลองแขก นายธนวัฒน์ อุปจันทร์ นายปิยเวศน์ กุลบ่าง นักร้อง นางสาวสุพรรษา เจียมบรรจง


๑๙ เพลงหกบท เถา ประวัติเพลง เพลงหกบท สองชั้น เป็นเพลงโบราณส าหรับบรรเลงมโหรีในสมัยอยุธยา เช่นเดียวกับ เพลงสี่บทสมัยโบราณเรียกว่า ยิกินหกบท หรือลิกินหกบท ณ ปัจจุบันเรียกแต่เพียงหกบท พระประดิษฐ์ไพเราะ (มี ดุริยางกูร หรือครูมีแขก) เป็นผู้แต่งขึ้นเป็นอัตราสามชั้นเพิ่งมาครบเป็นเถาขึ้น เมื่อมีผู้ตัดลงเป็นชั้นเดียวในสมัยรัชกาลที่ ๖ ความหมายของเพลงนี้ เป็นไปในทางร าพึงร าพันด้วย ความโศกสลด (มนตรี ตราโมท และ วิเชียร กุลตัณฑ์, ๒๕๒๓: ๕๐๕-๕๐๖)


๒๐ บทร้องเพลงหกบท เถา กันแสงพลางทางทูลสนองไป คิดไฉนใยฉะนี้พระเชษฐา ท าการหาญหักลักน้องมา สถิตอยู่คูหาถ้ าทอง น้องนิราศมาตุรงค์บิตุเรศ ยังไม่คลายวายเทวศร์หม่นหมอง เห็นแต่ภูวนัยได้ปกครอง จะสลัดตัดน้องไว้เดียวดาย ไหนนั่นสัญญาพาที ว่าจะครองไมตรีไม่หนีหน่าย อันถ้อยค าค ามั่นที่บรรยาย มิรู้เลยว่าจะกลายเป็นมารยา จะไปแก้สงสัยที่ในเมือง หรือจะไปแก้เคืองที่หมันหยา ครั้งนี้พระเสด็จไคลคลา จะกลับมาหรือมิมาก็เท่ากัน ฯ


๒๑ เพลงนกขมิ้น สามชั้น ประวัติเพลง เพลงนกขมิ้นเป็นเพลงเก่า อัตราสองชั้น มี ๓ ท่อน ไม่ทราบนามผู้แต่งปรากฏอยู่ในเพลงช้า เรื่องนกขมิ้น ตามประวัติมีว่าเพลงนกขมิ้นเดิมมี ๒ เพลงคือเพลงนกขมิ้นตัวผู้และนกขมิ้นตัวเมีย แต่ที่เป็นที่รู้จักกันคือเพลงนกขมิ้นตัวผู้ โดยครูเพ็ง ครูดนตรีสมัยรัชกาลที่ ๔ เป็นผู้แต่งขยายเพลงนกขมิ้น ตัวผู้จากอัตราสองชั้นเป็นสามชั้น และสอดแทรกการร้องและเป่าปี่เพิ่มเข้าไปในเพลงเดิมที่เรียกว่า “ว่าดอก” (เช่นร้องว่า “ดอกเอ๋ย เจ้าดอกขจร นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ าแล้วจะนอนที่ไหนเอย” ปี่จะเป่าเลียนเสียงดอกเอ๋ย...ค่ าแล้วจะนอนที่ไหนเอย” จ านวน ๑-๒ จบ) ครูทางดนตรีไทยได้น าเพลงนกขมิ้นไปแต่งเป็นทางเดี่ยวเฉพาะเครื่องดนตรีเพื่ออวดความรู้ ความสามารถของนักดนตรี (มนตรี ตราโมท และ วิเชียร กุลตัณฑ์, ๒๕๒๓: ๕๕๘)


๒๒ รายชื่อผู้บรรเลง – ขับร้อง วงตรีอักษรา ปี่ใน นายเฉลิมวุฒิ ชัยสิทธิ์สงวน ปี่มอญ นายปุรวิทย์ พาหา ระนาดเอก นายปฐมพงษ์ พราหมณ์โสภี ระนาดทุ้ม นายจารุวัฒน์ แววนิล ฆ้องใหญ่ นายภควัต บุญขยาย ฆ้องเล็ก นายปริวรรต สารบรรณ ฉิ่ง นายนครินทร์ รอดบ ารุง กรับ นายธิติภัทร สังขาร ฉาบเล็ก นายธนพล สุทธิแสง ฉาบใหญ่ นายวิศรุต ปัจฉิมมะดิษฐ์ ตะโพน นายสุเมธ ชื่นภักตร์ กลองแขก นายบุรินทร์ธร รอดบ ารุง นายธนิต ฉิมงามข า เปิงมางคอก นายชยพล เชยนิ่ม


๒๓ เพลงสุดสงวน เถา ประวัติเพลง เพลงสุดสงวนสามชั้นนี้ เป็นเพลงส าเนียงมอญที่มีความยาว ๖ จังหวะ (หน้าทับ) ซึ่งเป็นเพลง ขนาดที่อัตราสองชั้น มีไม่สู้มากนัก นายมนตรี ตราโมท มีความเข้าใจอยู่ ๓ ประการ ประการแรก เพลงสุดสงวนสองชั้นของเก่ามีอยู่จริง แต่ได้สูญเสียก่อนที่นักดนตรีชั้นหลังตรวจค้น อีกประการหนึ่งท่าน ผู้แต่งคงจะแต่งจากเพลงใดเพลงหนึ่ง แต่ได้ดัดแปลงเพิ่มเติมหรือตัดทอนเนื้อท านองเดิมเสียบ้าง จึงยาก แก่การที่จะพิจารณาค้นหาเพลงที่เป็นมูลเดิมให้ถูกต้องได้ประการสุดท้ายท่านผู้แต่งอาจแต่งขึ้นเป็น อัตราสามชั้น โดยอัตโนมัติไม่อาศัยเพลงสองชั้นใด ๆ ทั้งสิ้นในสมัยต้นรัชกาลที่ ๖ นั้น การนิยมบรรเลง เพลงเถายังไม่มีนอกจากเพลงที่โบราณได้แต่งไว้แล้ว เช่น ทยอยใน เป็นต้น การบรรเลงโดยทั่วไป มักจะนิยมออกเพลงเล็ก ๆ สั้น ๆ เช่น เพลงภาษาต่าง ๆ ต่อท้ายเพลงสามชั้นเป็นเพลงลูกบท นายกล้อย ณ บางช้าง คนเป่าปี่มีชื่อเสียงผู้หนึ่งของจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ตัดท านองดนตรีเพลง สุดสงวนสามชั้นลงเป็นอัตราสองชั้นและประดิษฐ์ท านองให้เป็นส าเนียงมอญซ่อนเงื่อนง า ส าหรับ ใช้บรรเลงเป็นเพลงลูกบทของเพลงสุดสงวน ก็ได้รับความนิยมในวงการดนตรีเป็นอย่างดี นายมนตรี ตราโมท ได้เพลงสุดสงวนสองชั้นนี้มาจากนายกล้ า ณ บางช้าง ซึ่งเป็นน้องชายของนายกล้อย ผู้แต่งและใช้เป็นเพลงลูกบทตามความประสงค์เดิมของผู้แต่งต่อมาวงการดนตรีได้นิยมบรรเลงและขับร้อง เพลงเถากันมากขึ้น นายมนตรีตราโมท จึงตัดและแต่งท านองดนตรีเพลงสุดสงวนสองชั้นจากทางของ นายกล้อย ณ บางช้าง ลงเป็นอัตราชั้นเดียว พร้อมกันแต่งท านองร้องสองชั้นและชั้นเดียวขึ้นใหม่ โดยใช้บทร้องจากเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนต่อจากบทที่ร้องในอัตราสามชั้นของเก่าเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ เพื่อใช้ขับร้องและบรรเลงเป็นเพลงเถาได้ครบบริบูรณ์ (มนตรี ตราโมท และ วิเชียร กุลตัณฑ์, ๒๕๒๓: ๔๗๘-๔๘๐)


๒๔ บทร้องเพลงสุดสงวน เถา น้องเอ๋ยเพราะน้อยหรือถ้อยค า ช่างหวานฉ่ าจริงแล้วเจ้าแก้วเอ๋ย แม่เนื้อหอมพร้อมชื่นดังอบเชย เงยหน้ามาจะว่าไม่อ าพราง ได้ชมชิดเข้าสนิทอย่างนี้แล้ว ขอเชิญแก้วกิริยาเมตตาบ้าง พี่จะมอบรักไว้ที่ในนาง อย่าระคางข้องแค้นระคายเคือง ถ้าพี่ลวงน้องให้หมองสัตย์ จงวิบัติเกิดเข็ญให้เป็นเนื่อง สารพัดวิชาสง่าเปลือง แม่เนื้อเหลืองดังทองมาทาบทับ ว่าพลางทางเปลื้องเครื่องคาด แขวนพาดฉากลงประจงจับ อุ้มนางวางตักสะพักรับ ทอดทับระทวยลงดังท่อนทอง ฯ


๒๕ เพลงอาเฮีย สามชั้น ประวัติเพลง เพลงอาเฮียสองชั้น เป็นเพลงท านองเก่ าที่มีลีลาสนุกสนานใช้ประกอบการแสดง พระประดิษฐ์ไพเราะ (มี ดุริยางกูร) แต่งขยายเป็นอัตราจังหวะสามชั้นทางหนึ่ง หลวงกัลยาณมิตตาวาส (ทับ พาทยโกศล) แต่งขยายเป็นเพลงเถาโดยแต่งเป็นท านองทางดนตรี (มนตรี ตราโมท และ วิเชียร กุลตัณฑ์, ๒๕๒๓: ๓๓๕-๓๓๖)


๒๖ รายชื่อผู้บรรเลง – ขับร้อง วงกุญชรดุริยะ ปี่ใน นายวัชระพงศ์ กาญจนวรุต ระนาดเอก นายสุวัฒน์ แสงนิ่ม ระนาดทุ้ม นายเอกรินทร์ นิลตีบ ฆ้องวงใหญ่ นายวัชรินทร์ ม่วงท้วม ฆ้องวงเล็ก นายกิติพัธ พัดลม ฉิ่ง นายภัทระ สังขมาน กรับ นางสาวอภิญญา นาครัตน์ ฉาบเล็ก นายฤทธิพร แก้วดี ตะโพน ศราวุฒิ พรมจิตต์ กลองแขก นายนิธิพัชน์ พงษ์พรหม นายอธิชล เทพรักษา เปิง นายพิเชษ โยธี นักร้อง นางสาววรรณิดา วีระกุล


๒๗ เพลงช้างประสานงา เถา ประวัติเพลง เพลงช้างประสานงาชั้นเดียว อยู่ในเรื่องเพลงฉิ่งและท านองสองชั้น ใช้ร้องประกอบการแสดง ละครมาแต่โบราณ เพลงนี้มีผู้แต่งขึ้นเป็นสามชั้น หลายท่านด้วยกันทางของนายจิตต์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ก็เป็นทางหนึ่งที่นิยมกัน ซึ่งได้แต่งขึ้นไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ โดยมุ่งให้มีความหมายถึงการต่อสู้กัน ด้วยการชนช้างที่เรียกว่ายุทธหัตถี (มนตรี ตราโมท และ วิเชียร กุลตัณฑ์, ๒๕๒๓: ๓๓๕-๓๓๖)


๒๘ บทร้องเพลงช้างประสานงา เถา สามชั้น เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกู้ชาติกระท ายุทธหัตถี ขับคชาชะล่าไล่หมู่ไพรี ทิ้งโยธีทวยหาญชาญฉกรรจ์ สองชั้น พระทรงศักดิ์ชักคเชนทร์เบนเข้ารบ พัทธะกอล่อตลบแล้วเหหัน สองช้างประสานงาสง่ายัน พลายทรงธรรม์แบกถนัดงัดกลางทรวง ชั้นเดียว พระนเรศวร์ทรงสังเกตสบโอกาส ก็โถมฟาดฟันตะแบงพระแสงจ้วง เต็มพระหัตถ์ถนัดแรงแล่งตัดทรวง อุปราชาร่วงพิราลัย


๒๙ เพลงอาหนูสามชั้น ประวัติเพลง อัตราสองชั้นของเก่า ประเภทหน้าทับสองไม้มี ๒ ท่อน เป็นเพลงส าเนียงจีนดัดแปลง เพิ่มเติมมาจากเพลงของจีน ครูปุย บาปุยะวาทย์ ได้แต่งขยายขึ้นเป็นอัตราสามชั้นอีกทางหนึ่ง จางวางทั่ว พาทยโกศล ได้แต่งขยายขึ้นเป็นอัตราสามชั้นอีกทางหนึ่งพร้อมทั้งได้ตัดลงเป็นชั้นเดียว ครบเป็นเพลงเถา (มนตรี ตราโมท และ วิเชียร กุลตัณฑ์, ๒๕๒๓: ๕๑๓)


๓๐ ขอขอบคุณ ผู้อ านวยการวิทยาลัยนาฏศิลป รองผู้อ านวยการฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยนาฏศิลป รองผู้อ านวยการฝ่ายศิลปวัฒนธรรม วิทยาลัยนาฏศิลป รองผู้อ านวยการฝ่ายบริหาร วิทยาลัยนาฏศิลป รองผู้อ านวยการฝ่ายนโยบายและยุทธศาสตร์ วิทยาลัยนาฏศิลป รองผู้อ านวยการฝ่ายกิจการนักเรียนนักศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลป ผู้เชี่ยวชาญ วิทยากร คุณครูภาควิชาดุริยางค์ไทย


๓๑


Click to View FlipBook Version