The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สมุนไพรบำรุงสายตา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by neeranuchnfe, 2021-09-09 09:03:31

สมุนไพรบำรุงสายตา

สมุนไพรบำรุงสายตา

สมนุ ไพรบำรุงสำยตำ

ผักใบเขยี ว แครอท

ถว่ั อลั มอนด์

เกำ๋ กหี้ รอื โกจิเบอร่ี

ปลำแซลมอน ไข่

สมนุ ไพรบำรงุ สำยตำ

1 #แครอท (และผลไมส้ เี หลอื งสม้ )

แครอทอุดมไปด้วยวิตำมินและแร่ธำตุท่ีมีประโยชน์ เชน่ เบตำแคโรทีน วิตำมนิ เอ วิตำมนิ บี 1 วิตำมินบี 2 วิตำมินซี
วติ ำมินอี ธำตแุ คลเซยี ม ธำตุโพแทสเซียม ธำตฟุ อสฟอรัส ธำตุเหล็ก และยงั มสี ำรสำคัญคอื "ฟอลคำรินอล" (falcarinol) ซ่ึง
ชว่ ยตอ่ ตำ้ นเซลล์มะเรง็ เปน็ ต้น ใชป้ ระกอบอำหำรไดอ้ ย่ำงหลำกหลำยเมนู ไมว่ ่ำจะเป็นของหวำนของคำว ทัง้ ผดั ทอด แกง ตม้
ซปุ สลดั ยำ ก็มแี ครอทเปน็ ส่วนประกอบท้งั นั้น และยังมีเคร่อื งดืม่ เพ่ือสขุ ภำพอย่ำงน้ำแครอทปั่นอีกด้วย ยงั ไมห่ มดเท่ำนี้
สรรพคณุ ของ แครอทท่ใี ช้เปน็ ยำรกั ษำโรคกใ็ ช้รกั ษำได้อย่ำงหลำกหลำยเชน่ กนั

สรรพคุณของแครอท

1. ชว่ ยบำรงุ สุขภำพผวิ ให้สดใสเปล่งปล่ัง
2. ชว่ ยป้องกันเซลล์ผิวไมใ่ ห้ถกู ทำลำยได้งำ่ ยจำกมลภำวะแสงแดดต่ำง ๆ
3. ชว่ ยเสรมิ สร้ำงกำรเจรญิ เตบิ โตของร่ำงกำย
4. ชว่ ยบำรงุ กระดูก ฟัน เหงอื ก เล็บ ให้แขง็ แรงย่งิ ข้นึ
5. มีสำรตอ่ ต้ำนอนมุ ลู อสิ ระ ซึ่งมีส่วนช่วยในกำรชะลอวยั และกำรเกดิ ริ้วรอยแหง่ วัย
6. ช่วยสรำ้ งสรำ้ งภูมิต้ำนทำนโรคของร่ำงกำยใหแ้ ข็งแรงยงิ่ ข้นึ
7. ชว่ ยยับยัง้ ต่อต้ำนกำรเกิดโรคมะเรง็
8. ช่วยลดระดบั คอเลสเตอรอลในรำ่ งกำย
9. ช่วยรักษำโรคควำมดันโลหติ สูง
10. ช่วยรักษำระดับน้ำตำลในเลือด
11. ช่วยเพิม่ ประสทิ ธิภำพในระบบไหลเวียนของเลือด
12. ช่วยบำรุงเซลล์ผวิ หนงั
13. ชว่ ยบำรุงเสน้ ผม
14. ชว่ ยลดอัตรำกำรเกดิ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤษ์ อัมพำต
15. ชว่ ยลดควำมเสี่ยงจำกกำรเกดิ โรคหัวใจและภำวะหัวใจล้มเหลว
16. ชว่ ยบำรุงและรักษำสำยตำ รักษำโรคตำฟำง และต้อกระจก
17. ช่วยรกั ษำโรคถุงลมโปง่ พองและไทยรอยดเ์ ปน็ พิษ
18. ช่วยย่อยอำหำร และช่วยแก้และบรรเทำทอ้ งผูก
19. แครอทมสี รรพคุณใช้เป็นยำขับปัสสำวะ
20.ใช้เปน็ ยำถำ่ ยพยำธไิ สเ้ ดอื น
21. ชว่ ยรักษำฝี แผลเน่ำต่ำง ๆ

2 #ผกั ใบเขยี ว

ผกั ใบเขยี ว คอื ผกั ท่มี ีใบสีเขยี วและบริโภคได้ ซ่ึงเปน็ แหล่งของสำรแคโรทีนอยด์ และแรธ่ ำตุ
แมกนเี ซยี ม ซ่งึ เป็นองคป์ ระกอบอยใู่ นโมเลกุลของคลอโรฟลิ ล์ เช่น ใบคะนำ้ ปวยเล้ง ใบตำลึง ชะอม ผกั กวำงตุ้ง
และผักกำดเขียวปลี เป็นตน้

ผกั ทุกชนดิ มปี ระโยชนต์ อ่ รำ่ งกำย โดยเฉพำะอยำ่ งยิง่ ผักใบเขยี ว สเี ขยี วในผกั ประกอบไปดว้ ย
คลอโรฟลิ ล์ เบตำ้ แคโรทีนและวิตำมนิ อซี ึ่งมีสำรชว่ ยตอ่ ต้ำนอนมุ ูลอสิ ระ ซง่ึ เปน็ สำเหตหุ นง่ึ ของโรคมะเร็ง อกี ทง้ั ยัง
ช่วยบำรงุ หวั ใจและหลอดเลอื ด ชว่ ยบำรุงสมองและควำมจำ ชะลอควำมเสอื่ มของเซลลต์ ำ่ งๆ ควบคุมสมดุลของระดบั
แคลเซียม เป็นตน้ ตวั อยำ่ งของผกั ใบเขยี วเชน่ คะนำ้ บลอ็ กโคลี ผกั โขม กวำงตงุ้ กะหล่ำปลี ชะอม ซึ่งผักเหลำ่ นี้
สำมำรถหำซ้อื ได้ทว่ั ไป ตงั้ แต่ตลำดสดจนถงึ ซเู ปอร์มำรเ์ ก็ตชน้ั นำ รำคำกไ็ ม่สงู

ดงั น้ันกำรรบั ประทำนผกั ใบเขยี วเหลำ่ นน้ี อกจำกจะเปน็ ผลดีตอ่ สขุ ภำพกำยแลว้ ยังเปน็ ผลดตี ่อสุขภำพ
กระเปำ๋ (ตังค)์ อกี ดว้ ย มแี ร่ธำติอกี ชนดิ หนงึ่ ทม่ี มี ำกในผักใบเขยี ว นน่ั กค็ อื แคลเซี่ยม แคลเซี่ยมชว่ ยใหก้ ระดูกและฟัน
แขง็ แรง ชว่ ยในกำรทำงำนของระบบประสำท กำรหดตัวและขยำยตวั ของกลำ้ มเนอ้ื และแคลเซียมยงั ชว่ ยใหเ้ ลือด
แขง็ ตัวได้เรว็ เมือ่ มีบำดแผล ตัวอย่ำงของผักใบเขยี วท่ีมปี รมิ ำณแคลเซยี่ มสงู เชน่ ใบยอ ใบชะพลู ผักแผว ยอดแค
ยอดกระถนิ ผกั กะเฉด ยอดสะเดำ เป็นต้น ซึ่งผักเหล่ำนกี้ ็สำมำรถหำรับประทำนไดง้ ำ่ ย รำคำไม่แพง ประโยชน์ของกำร
รบั ประทำนผกั ใบเขียวไมไ่ ด้มเี พียงแคท่ ี่กลำ่ วมำขำ้ งต้น แต่ผักใบเขียวและผกั ทุกชนดิ ทีม่ กี ำกใยอำหำรสงู ยงั ชว่ ยให้
กำรขับถำ่ ยเปน็ ไปอยำ่ งปกติ ไม่เปน็ โรคทอ้ งผกู อดึ อดั ทอ้ ง ทำ่ นทม่ี ีปัญหำเรอ่ื งระบบขบั ถ่ำยแนะนำเลยครบั ลอง
ทำนผกั ใบเขยี วหรอื ผกั ทีม่ เี สน้ ใยสูง ระบบขบั ถำ่ ยจะกลบั มำทำงำนได้ปกติ ควำมพรง่ั พรูจะเกิดกับทำ่ นทกุ เชำ้ สมกับท่ี
มีคนกลำ่ วไว้วำ่ เวลำท่ีมคี วำมสุขที่สดุ คอื เวลำทีไ่ ด้ถ่ำยทกุ ข์นัน่ เอง

3 #ไข่

คณุ ค่ำทำงโภชนำกำร

ไขไ่ กใ่ หก้ รดอะมโิ นจำเปน็ ทุกชนดิ ตลอดจนวิตำมนิ และเกลอื แรอ่ ีกหลำยชนดิ รวมทงั้ เรตินอล(วติ ำมนิ เอ),
ไรโบฟลำวนิ (วติ ำมินบี2), กรดโฟลกิ (วติ ำมินบี9), วติ ำมนิ บ6ี , วติ ำมนิ บ1ี 2, โคลนี , เหล็ก, แคลเซยี ม, ฟอสฟอรสั
และโพแทสเซยี ม วิตำมินเอ ดีและอีทงั้ หมดในไข่อยู่ในไขแ่ ดง ไขเ่ ป็นหนึ่งในอำหำรไมก่ ่ชี นดิ ในธรรมชำตทิ ีม่ ี
วติ ำมินดี ไขแ่ ดงขนำดใหญใ่ ห้พลังงำนประมำณ 60 แคลอรี (250 กิโลจูล) ไขข่ ำวใหพ้ ลงั งำนประมำณ 15
แคลอรี (60 กิโลจลู ) ไขแ่ ดงขนำดใหญม่ ปี ริมำณคอเลสเตอรอลท่ีแนะนำให้รบั ประทำนตอ่ วนั ท่ี 300 มิลลิกรมั
มำกกวำ่ สองในสำม แม้กำรศกึ ษำหนึง่ จะชวี้ ่ำรำ่ งกำยมนษุ ย์ไม่อำจดดู ซับคอเลสเตอรอลจำกไข่ไดม้ ำกนัก

ไขแ่ ดงมีน้ำหนกั คิดเปน็ 33% ของนำ้ หนักของเหลวของไข่ ไขมันทง้ั หมดอยู่ในไขแ่ ดง นอ้ ยกวำ่ ครึ่งหนงึ่ ของ
โปรตนี เล็กนอ้ ย และสำรอำหำรอน่ื ส่วนใหญ่ ไขแ่ ดงยงั มโี คลีนทัง้ หมด และไขแ่ ดงหนง่ึ มีปรมิ ำณเกอื บคร่ึงหนึ่งของ
ปรมิ ำณท่ีแนะนำตอ่ วัน โคลีนเปน็ สำรอำหำรสำคญั ตอ่ พฒั นำกำรของสมอง และกล่ำวกนั ว่ำสำคัญต่อสตรมี ีครรภ์
และสตรีให้นมบตุ รเพอื่ ประกันพฒั นำกำรทำงสมองของทำรก

4 #ถว่ั อลั มอนด์ (และถว่ั ชนดิ ตำ่ ง ๆ) ถว่ั อลั มอนด์ เป็นถว่ั ทมี่ คี ณุ ค่ำทำงสำรอำหำรตอ่ รำ่ งกำยสงู กวำ่ ถวั่ ชนดิ อื่น ๆ มำก ตดิ

1 ใน 10 ของสดุ ยอดอำหำรเพอ่ื สขุ ภำพอกี ดว้ ย ถำ้ คณุ ไดเ้ ห็นคณุ คำ่ ทำงโภชนำกำรของถวั่ ชนดิ นเ้ี ทยี บกบั ผกั และผลไมช้ นดิ อ่นื ๆ
แลว้ คณุ จะตอ้ งตกใจ เพรำะมวี ติ ำมนิ และแรธ่ ำตทุ สี่ ำคญั ทม่ี ปี ระโยชนต์ อ่ รำ่ งกำยทงั้ นนั้ และแถมยงั มปี รมิ ำณทมี่ ำกเสยี ดว้ ย

ประโยชนข์ องอัลมอนด์

1. อัลมอนด์มีประโยชน์ช่วยตอ่ ต้ำนอนุมูลอิสระ เสริมสร้ำงระบบภมู คิ ุ้มกันในร่ำงกำย
2. ช่วยในกำรชะลอวัยและกำรเกิดริว้ รอยแห่งวยั ได้ดี
3. ประโยชนข์ องอัลมอนด์ ช่วยเพิ่มพลังงำนให้กับรำ่ งกำย
4. ช่วยบำรุงระบบประสำท และช่วยเพ่มิ สติปญั ญำและสมำธิให้มำกขึน้ ช่วยในกำรทำงำนของสมอง ชว่ ยป้องกันกำรเกิดโรคอลั

ไซเมอร์
5. ช่วยเสริมสรำ้ งเซลล์และซอ่ มแซมสว่ นที่สกึ หรอในร่ำงกำย ไมว่ ่ำจะเปน็ ผวิ พรรณ เสน้ ผม เลบ็ ฯลฯ
6. กำรรับประทำนอลั มอนด์เป็นประจำจะช่วยลดควำมเส่ยี งของโรคหัวใจวำยได้ถงึ 50%
7. ช่วยบำรุงและเสริมสร้ำงกระดูกและฟันใหแ้ ข็งแรง ชว่ ยลดควำมเสี่ยงของโรคกระดกู พรุน
8. ช่วยลดระดับนำ้ ตำลในเลือด ป้องกันกำรเกิดโรคเบำหวำนได้ถึง 30-50% เพรำะช่วยในกำรหล่ังอินซลู นิ หลงั อำหำร ทำให้

น้ำตำลในกระแสเลอื ดท่เี พม่ิ ขึน้ ถูกดดู ซึมเก็บไว้ท่ตี บั และเนือ้ เย่ืออื่น ๆ จงึ มผี ลทำใหส้ ำมำรถลดระดบั น้ำตำลในเลอื ดได้
9. อลั มอนดล์ ดนำ้ หนกั จำกงำนวจิ ยั หลำยอยำ่ งระบุวำ่ ผูท้ ร่ี ับประทำนถัว่ หรอื อลั มอนดเ์ ป็นประจำจะมีน้ำหนกั ตัวลดลงโดยเฉลย่ี

มำกกว่ำผูท้ ไ่ี มเ่ คยรบั ประทำนถ่ัว โดยผู้ทีร่ บั ประทำนถ่วั อัลมอนดอ์ ย่ำงนอ้ ยสปั ดำหล์ ะ 2 ครงั้ รอ้ ยละ 31% พบวำ่ มีน้ำหนัก
ตวั ทลี่ ดลง ถงึ แมว้ ำ่ ถั่วอลั มอนด์จะมีไขมันท่สี งู มำกก็ตำม
10. อลั มอนดล์ ดควำมอว้ น ช่วยลดระดบั คอเลสเตอรอลในรำ่ งกำย ชว่ ยเพ่ิมระดบั ไขมนั ดี (HDL) และลดระดับไขมันเลว (LDL)
ในร่ำงกำย ซงึ่ เปน็ สำเหตุของกำรเกดิ โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยงำนวจิ ัยจำกสถำบนั ชน้ั นำในอเมรกิ ำและยุโรปพบวำ่
กำรรับประทำนอัลมอนดว์ ันละ 1 หยิบมอื จะช่วยลดระดับไขมนั เลวไดถ้ งึ 4.4% แตถ่ ำ้ รับประทำนวนั ละ 2 หยบิ มือก็จะช่วยลด
ระดบั ไขมันเลวได้ 9.4%
11. ช่วยลดควำมเสีย่ งของกำรเกดิ โรคมะเรง็ ลำไส้ใหญ่ไดเ้ ป็นอยำ่ งดี
12. ช่วยป้องกนั อำกำรทอ้ งผูก เนอ่ื งจำกอลั มอนด์มเี สน้ ใยอำหำรในปริมำณมำก มันจึงช่วยในกำรขบั ถำ่ ยและป้องกันอำกำร
ท้องผกู ได้เปน็ อยำ่ งดี
13. ช่วยปอ้ งกันกำรเกิดโรคน่ิว จำกฐำนข้อมูลจำก Nurses' Health Study จำกผู้หญงิ กวำ่ 80,000 รำยแสดงใหเ้ หน็ วำ่
ผูห้ ญงิ ทีร่ บั ประทำนถว่ั อยำ่ งน้อย 1 ออนซ์/สัปดำหจ์ ะช่วยลดควำมเส่ียงขกำรเกดิ โรคน่ิวได้ถงึ 25%
14. อัลมอนด์เป็นถั่วที่มโี ปรตีนสูงมำก ซง่ึ มปี ระโยชนใ์ นเรือ่ งของกำรซอ่ มแซมส่วนทส่ี ึกหรอสร้ำงควำมเจริญเตบิ โต ให้พลงั งำน
แก่รำ่ งกำย ชว่ ยรักษำสมดลุ ของกรดด่ำงในร่ำงกำย ฯลฯ
15. เมลด็ อลั มอนด์มีโพสแทสเซียมสูง ซ่ึงเป็นตวั ช่วยในกำรควบคุมควำมดันโลหติ
16. กำรรบั ประทำนอัลมอนด์จะช่วยลดกำรกนิ จุบจบิ และกำรรับประทำนทุกวันก็จะช่วยระงบั ควำมหิวไดเ้ ป็นอย่ำงดี ถือว่ำเป็น
กำรไดเอ็ตไปดว้ ยในตัวเลยทีเดยี ว
17. สำหรบั ผู้ทก่ี งั วลเรอื่ งน้ำหนักตวั รับประทำนถ่วั อลั มอนดแ์ ทนของหวำนหรือขนมขบเคยี้ วในระหวำ่ งวันได้ นอกจำกจะไม่ทำ
ให้อว้ นแล้วยังไดค้ ณุ คำ่ จำกธรรมชำตไิ ปเต็ม ๆ และยงั ชว่ ยลดนำ้ หนักไปในตวั ด้วย

5 #แซลมอน (และปลำไขมันสงู )

ในปจั จุบนั กำรรับประทำนเนอื้ ปลำแซลมอน นอกจำกควำมอร่อยของปลำแซลมอนทหี่ นึบหนับ และหวำนแบบ
ธรรมชำติ คุณประโยชนข์ องมนั กแ็ จ๋วไมแ่ พก้ บั รสชำตเิ หมือนกนั เนอื้ ปลำสีสม้ แทรกไขมันขำวนำ่ กนิ มีคุณประโยชนม์ ำกมำยตอ่ รำ่ งกำย
ถงึ 7 ประกำรดว้ ยกนั มำดกู ันวำ่ มอี ะไรบ้ำงครำวหนำ้ จะไดร้ บี สง่ั ปลำแซลมอนซำซิมมิ ำกินก่อนใคร!

1. ชว่ ยรกั ษำโรคข้อเข่ำเส่อื ม ใครกำลงั ประสบปัญหำเรอื่ งขอ้ เขำ่ เสอ่ื ม ต้องเลือกรบั ประทำนเน้อื ปลำแซลมอนเพม่ิ เตมิ
แลว้ ละคะ่ เพรำะในเนอ้ื ปลำสสี ม้ น้ันอุดมไปดว้ ยโปรตนี ทีช่ อ่ื วำ่ ไบโอแอคทฟี เปปไทด์ ซงึ่ กรดโปรตนี ทมี่ ปี ระโยชนต์ อ่ ขอ้ เขำ่ นนั้ คือ แคล
ซิโทนนิ (calcitonin) ทไ่ี ดร้ ับกำรวิจยั แล้วว่ำชว่ ยเพม่ิ คอลลำเจน อกี ทั้งยงั ควบคมุ คอลลำเจนในกระดกู ออ่ นของข้อเข่ำคงท่ี นอกจำกนี้
ยังช่วยเพมิ่ ควำมหนำแน่น และควำมแขง็ แรงใหเ้ น้อื กระดูกดว้ ย

2. กินปลำแล้วฉลำด แถมมีควำมสขุ เพ่ิม อยำกรู้ไหมว่ำกนิ อะไรแลว้ มีควำมสขุ แถมฉลำดขนึ้ ด้วย? คำตอบคอื เนื้อ
ปลำแซลมอนไง เพรำะระบบสมองประกอบไปด้วยกรดไขมนั โอเมก้ำ 3 กวำ่ 60% สว่ นอกี 30% นัน้ คอื กรด DHA ซ่ึงมคี วำมสำคญั มำก
ตอ่ ระบบประสำท ดังนน้ั กำรรบั ประทำนเน้ือปลำแซลมอนเปน็ ประจำจะช่วยลดควำมเส่ยี งของกำรอยใู่ นสภำวะซมึ เศร้ำ และสภำวะ
เครยี ดในหมู่วยั รนุ่ ส่วนในวยั ผใู้ หญ่ และวยั ชรำน้ันเนอื้ ปลำแซลมอนจะชว่ ยในเรอื่ งของควำมจำ ช่วยลดควำมเสยี่ งของกำรปว่ ยเป็นโรค
ควำมจำเสอ่ื ม

3. ช่วยรกั ษำสุขภำพหวั ใจ และระบบหลอดเลือด ถ้ำอยำกรกั ษำหวั ใจใหม้ ีสขุ ภำพแขง็ แรง ตอ้ งอยำ่ ไปคบคนไมด่ ี
เดย๋ี วหัวใจจะช้ำซะเปลำ่ ๆ เอะ๊ ! ไม่ใชล่ ะ เพรำะถ้ำอยำกมสี ขุ ภำพหวั ใจทีแ่ ขง็ แรงตอ้ งรับประทำนแซลมอน เพรำะเนอื้ ปลำแซลมอนอดุ ม
ไปด้วยกรดไขมนั โอเมกำ้ 3, กรดอีโคซะเพนตะอโี นอกิ (EPA) และกรด DHA กรดไขมนั เหลำ่ น้ใี หป้ ระโยชนม์ ำกมำยต่อระบบหวั ใจ และ
หลอดเลอื ด อำทิ ชว่ ยลดกำรติดเชื้อ, ชว่ ยไมใ่ หเ้ ลอื ดแขง็ ตวั และขยำยหลอดเลอื ดแดง หำกรับประทำนเนอื้ ปลำแซลมอน 2–3 ครง้ั ต่อ
สัปดำหเ์ ปน็ ประจำจะปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ ปน็ โรคหัวใจวำย, โรคหลอดเลอื ดสมองแตก, โรคหวั ใจเตน้ ผดิ จังหวะ, โรคควำมดนั โลหิตสูง และ
ภำวะไตรกลเี ซอไรด์ในเลอื ดสูง

4. รกั ษำสำยตำ และปอ้ งกันโรคประสำทจอตำเสอื่ ม เน้อื ปลำสสี ้มอำหำรโปรดของใครหลำยๆ คน นอกจำกจะอรอ่ ย
แล้วยงั ช่วยปกป้องสำยตำอกี ดว้ ย กำรรับประทำนเนอื้ ปลำแซลมอนอยำ่ งนอ้ ย 2 ครัง้ ต่ออำทิตยจ์ ะชว่ ยชะลอควำมเสยี่ งของจอประสำท
ตำเสอื่ มท่อี ำจนำไปสกู่ ำรสญู เสียกำรมองเหน็

5. ช่วยให้นอนหลบั ลกึ และหลับสนิทตลอดทัง้ คอื ประโยชนส์ ุดท้ำยแตไ่ ม่ทำ้ ยสุดของเนื้อปลำแซลมอนคอื ชว่ ยใน
เรอื่ งกำรนอนหลบั เพรำะเนอื้ ปลำแซลมอนอดุ มไปดว้ ยทรปิ โตเฟน (Tryptophan) ซ่ึงมคี ุณสมบัติคล้ำยๆยำนอนหลบั แต่เป็นของ
ธรรมชำตลิ ้วนๆ และไรอ้ นั ตรำยแน่นอน จำกงำนวจิ ยั พบว่ำทริปโตเฟนมฤี ทธทิ์ ำให้ง่วง และชว่ ยใหห้ ลับเร็วขนึ้

6 #เก๋ำกี้ หรือ โกจเิ บอร์ร่ี (และผลไม้ตระกูลเบอรร์ ี)่

(枸杞 : Wolfberry) เป็นผลไม้ชนดิ หนึง่

กำรแพทย์แผนจีนจดั ใหเ้ กำ๋ กีเ้ ปน็ ยำรสหวำนมฤี ทธ์เิ ป็นกลำง แก้ไอ เสมหะนอ้ ย เจบ็ รอ้ นผำ่ วในลำคอ
จมกู และปำกแห้ง วงิ เวียนศีรษะหนำ้ มดื ตำลำย บำบดั โรคตำบอดกลำงคืน หอู อ้ื บำรุงไต เลือด ตับและ แก้กลุม่
อำกำรรำ่ งกำยออ่ นแอ สำยตำมืดมวั ซูบผอม ปวดเอว กระตุน้ กำรทำงำนของลำไสเ้ ล็กและลำไส้ใหญ่ กล่อม
ประสำท ช่วยให้นอนหลับไดด้ ี และยงั สำมำรถลดน้ำตำลในเลือด บำบดั อำกำรน้ำกำมหลั่งเอง ใน ตำรำเภสชั
ศำสตร์โบรำณของจนี เล่มหนึ่งบนั ทกึ ไว้ว่ำ “เกำ๋ กี้บำรงุ ไต บำรุงปอด บำรงุ สำยตำ”

รสชำตแิ ละสรรพคุณ รสหวำน มีธำตเุ ปน็ กลำง บำรุงเลอื ด ไต และสำยตำ ช่วยใหผ้ มดำและบำรุง
ผิวพรรณ ทำใหร้ ่ำงกำยกระฉบั กระเฉง ใช้บำบดั ผทู้ ่ีตบั ไตออ่ นแอ หญิงท่ีมปี ระจำเดอื นผดิ ปกติ โลหติ จำง ตำมวั
และแกก่ อ่ นวยั วิธปี รงุ ชงน้ำด่ืมแทนน้ำชำ หรือ ใสล่ งในนำ้ ซปุ ตุ๋น ใชค้ รัง้ ละ 5-30 กรมั ผไู้ มค่ วรบรโิ ภค เปน็
หวัด ตวั รอ้ น อำหำรไม่ยอ่ ย ท้องผูก ม้ำมออ่ นแอ อจุ จำระเหลว


Click to View FlipBook Version