การควบคมุ การเจรญิ เตบิ โตและ
การตอบสนองของพืช
กรดแอบไซซิก Abscisic acid เปน็ ฮอร์โมนท่อี อกฤทธย์ิ ับยัง้ การเจรญิ เติบโตของพชื
ทาให้พืชทนต่อสภาวะเครียดตา่ งๆไดด้ ี มบี ทบาทในการเจริญพฒั นาของเอ็มบริโอ การ
พกั ตัวของเมลด็ และของตาพืช พบในพืชท่ีมรี ะบบทอ่ ลาเลียงท่ัวไป มอสส์ สาหรา่ ย
แต่ไมพ่ บในลเิ วอรเ์ วริ ต์
การตอบสนองต่อน้า Hydrotropism พชื ท่ีเจริญเตบิ โตในทีแ่ ห้งแล้ง เชน่ พืชใน
ทะเลทรายซึ่งมฝี นตกโดยเฉล่ยี นอ้ ยกว่า 250 มิลลิเมตรตอ่ ปี ดงั นัน้ พชื ท่ขี ้ึนใน
ทะเลทรายจะต้องมกี ารปรับตัวเพอ่ื ตอบสนองตอ่ ปรมิ าณน้าท่มี ีน้อยโดยพชื บางชนิดมี
การเจริญเติบโตออกดอกในฤดูฝนเทา่ น้นั พืชบางชนดิ จะลดขนาดใบหรือเปลี่ยนให้อยู่
ในรปู ของหนาม เพ่อื ป้องกันการสูญเสียน้า
การตอบสนองต่อสารเคมี chemotropism เกดิ ขึ้นเมอื่ ละอองเรณตู กลงบนยอดเกสร
เพศเมยี จะมกี ารงอกของละอองเรณูเข้าหารังไข่
การเบนเนอื่ งจากความโน้มถ่วง gravitropism เป็นการตอบสนองของพืชต่อความโนม้
ถ่วง มีสาเหตุมาจากการเจรญิ เติบโต แบง่ เป็น 2 แบบ ไดแ้ ก่
1 การเคล่ือนไหวเข้าหาแรงโนม้ ถว่ งของโลก (positive gravitropism)
2 การเคลอื่ นไหวหนีแรงโนม้ ถว่ งของโลก (negative gravitropism)
จิบเบอเรลลิน Gibberellin เปน็ ฮอร์โมนพชื ทมี่ ีโครงสรา้ งโมเลกลุ ขนาดใหญ่ ควบคุม
การเจริญเตบิ โตและมอี ิทธพิ ลตอ่ กระบวนการทางพฒั นาการรวมท้งั การยดื ของข้อ การ
งอก การพักตวั การออกดอก การแสดงเพศ การชกั นาการสร้างเอนไซม์ รวมทง้ั
การชราของดอกและผล
ไซโทไคนิน Cytokinin เปน็ กลุ่มของสารควบคุมการเจรญิ เตบิ โตทีม่ บี ทบาทสาคญั ใน
การควบคมุ การแบง่ เซลล์ การขยายตวั และการเปล่ียนแปลงของเซลลพ์ ืช มีผลต่อการ
ข่มของตายอด การเจริญของตาข้าง และการชราของใบ
ทรอปิซึมTropism หมายถงึ การเคลอื่ นไหวของพืช โดยมที ศิ ทางเกย่ี วขอ้ งสัมพนั ธ์กับ
ทศิ ทางของสงิ่ เร้าการเคลอ่ื นไหวแบบนี้ จะทาใหล้ าต้นของพืชโค้งเข้าหาหรอื หนีสงิ่ เร้า
ที่มากระตุ้นนั้น ถา้ โค้งเข้าหาเปน็ Positive tropism แตถ่ า้ โค้งหนีก็เป็น Negative
tropism จาแนกออกหลายชนดิ ตามส่งิ เร้า
นูเทชัน nutation การเคล่ือนไหวของพชื ท่ีปลายยอดโบกไปมาขณะเจริญเติบโต
เน่อื งจากสิง่ เรา้ ภายในของพืชเอง
แนสตกิ มฟู เมนต์ nastic movement การเคลอื่ นไหวแบบนาสติก, การเคลอ่ื นไหว
เนือ่ งจากการเจรญิ เติบโตของพชื ไมถ่ กู กาหนดโดยทศิ ทางของปัจจยั ภายนอกทมี่ ากระต้นุ
เช่น การหุบหรอื บานของดอกไม้ต้องอาศยั แสงสว่าง อุณหภูมิเป็นสง่ิ เร้า
บราสสิโนสเตอรอยด์ Brassinosteroids; BR เป็นสารกล่มุ สเตยี รอยด์ท่อี อกฤทธิ์ต่อ
การเจริญเตบิ โตของพชื ไดห้ ลากหลาย พบครั้งแรกในละอองเรณูของพชื ตระกูลผกั กาด
ในปัจจุบนั พบสารกล่มุ นี้แล้วมากกวา่ 60 ชนดิ นอกจากนน้ั BR ยงั มโี ครงสรา้ ง
คล้ายฮอร์โมนทคี่ วบคมุ การลอกคราบของแมลง และสามารถออกฤทธเิ์ ป็นสารตอ่ ต้าน
การลอกคราบได้ จงึ เป็นสารธรรมชาตทิ ี่น่าสนใจในการใชค้ วบคุมแมลง
พลั ไวนสั pulvinus กลมุ่ เซลลท์ ีม่ ขี นาดใหญ่ผนังเซลล์บาง มีความไวสูงตอ่ ส่ิงเรา้ ท่ีมา
กระตุ้น อยู่บรเิ วณโคนกา้ นใบของพชื บางชนิด เชน่ ต้นไมยราบ
แรงดนั เต่ง Halophyte การเคล่อื นท่ขี องสารละลายทม่ี ีความเขม้ ขน้ ต่า(นา้ มาก)ไปยงั
บรเิ วณทมี่ คี วามเข้มขน้ ของสารละลายสูง (น้าน้อย) โดยผ่านเย่อื เลอื กผา่ นจนกระท่ังถึง
จดุ สมดุลเม่อื อตั ราการเคลอ่ื นท่ีของนา้ ผ่านเย่อื เลือกผ่านไป และกลับมีค่าเท่า ๆ กันซึ่ง
การออสโมซสิ อาจถือได้ว่าเป็นการแพร่อย่างหนึ่ง
สตริโกแลกโทน strigolactone
เกย่ี วขอ้ งกบั การยบั ย้ังการเจรญิ ของตาขา้ ง ในปัจจบุ นั มนุษย์ยังสามารถสังเคราะหส์ าร
ทีม่ ีสมบัตคิ ล้ายฮอรโ์ มนพชื เพอื่ นามาใชป้ ระโยชนท์ างการเกษตรอีกด้วย
สารควบคุมการเจรญิ เตบิ โตของพืช plant growth regulator เป็นสารอินทริย์ซ่ึงไม่
จากดั ว่าพชื จะสร้างขนึ้ เองหรอื มนุษยส์ ังเคราะหข์ ้ึน และถา้ ใช้ในปริมาณเพียงเลก็ นอ้ ยก็
จะสามารถกระตนุ้ ยับย้งั หรอื เปล่ียนแปลงสภาพทางสรรี วิทยาของพืชได้
ฮอรโ์ มนพชื (plant hormones) เป็นสารอินทรยี ์ทพี่ ืซสร้างขน้ึ ในปริมาณเล็กนอ้ ย
และมผี ลในการเปลีย่ นแปลงสภาพทางสรรี วทิ ยาในพชื น้ันๆ อาจมคี วามหมายรวมถึง
วิตามนิ บางชนิด แต่ไมร่ วมถึงอาหารท่ีพชื สรา้ งข้ึน
ออกซิน Auxin หรอื กรดอินโดลแอซตี กิ (indoleacetic acid) เรยี กยอ่ วา่ IAA
เป็นฮอรโ์ มนทพ่ี ชื สรา้ งจากกลมุ่ เซลล์เนอื้ เย่ือเจรญิ บริเวณยอดออ่ นและรากอ่อนแล้วแพร่
ไปยงั เซลล์อ่ืน
เอทิลีน Ethylene เป็นแกส๊ ไฮโดรคารบ์ อนที่มโี มเลกลุ เลก็ เกิดจากการเผาไหม้และ
ผลติ ได้ตามธรรมชาตริ ะหว่างการสุกของผลไม้ กระตนุ้ การหายใจของผลไมห้ ลงั การเกบ็
เกี่ยว แกส๊ เอทิลีนใช้เพอ่ื การบ่มผลไม้