The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nantarat42, 2022-05-24 15:27:52

ความสำคัญของพระพุทธศาสนา

PPT หน่วยที่ 1-2

ลกั ษณะประชาธิปไตยในพระพทุ ธศาสนา

พระพุทธศาสนาให้สิทธิ เสรภี าพ และความเสมอภาคแกพ่ ระภกิ ษสุ งฆท์ กุ
หม่เู หล่าภายใตพ้ ระธรรมวนิ ัย

มกี ิจกรรมทพ่ี ระภกิ ษุสงฆท์ กุ รูปจะตอ้ งถือเปน็ เรื่องสาคญั
• การประชมุ อุโบสถสงั ฆกรรม ภิกษุทกุ รูปตอ้ งเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

การลงมตใิ นทปี่ ระชุมสงฆ์ พระภกิ ษสุ งฆจ์ ะตอ้ งเห็นพ้องต้องกนั เป็นเอกฉันท์
จึงจะสามารถปฏิบัติกิจกรรมนั้นได้
• พิธรี ับกฐิน พระสงฆท์ ีไ่ ดร้ บั เลอื กจะรับผ้ากฐนิ ไดพ้ ระภิกษสุ งฆ์ทกุ รูปจะต้อง

ลงมติเป็นเอกฉนั ท์
การตดั สนิ ปญั หาทมี่ คี วามคดิ แตกแยกเปน็ สองฝา่ ย ตดั สนิ โดยถอื เอาเสียงข้าง
มากเป็นขอ้ ยุติ เรยี กวา่ เยภยุ ยสกิ า

สิทธิและเสรีภาพของภิกษุในเรอ่ื งการประชมุ พระภิกษุสงฆ์ทุกรปู มสี ทิ ธิเขา้
ร่วมประชมุ และแสดงความคิดเห็นทงั้ ทเ่ี ห็นด้วยหรอื คดั คา้ น

หลกั การของพระพทุ ธศาสนากับหลกั วทิ ยาศาสตร์

๑ ด้านความเชือ่ ๒ ดา้ นความรู้ ๓ ดา้ นความแตกตา่ ง

๑ ดา้ นความเช่อื หลกั การวิทยาศาสตร์น้นั จะเช่ือในเรื่องใดจะต้องมกี ารพิสจู นค์ วามจรงิ โดยใชก้ ารทดลอง
และทุกอย่างจะต้องดาเนินไปอยา่ งมกี ฎเกณฑ์และมีเหตผุ ลเปน็ ตัวตดั สินโดยอาศัยปญั ญาใน
กาลามสตู ร ๑๐ ประการ การพจิ ารณา พระพทุ ธศาสนาก็มีหลักการดา้ นความเชอื่ เช่นเดียวกบั วิทยาศาสตร์ ดงั หลัก
คาสอนทป่ี รากฏอย่ใู น “กาลามสตู ร”

๑. อยา่ เพง่ิ ปลงใจเชอ่ื เพียงเพราะได้ยนิ ได้ฟังตามๆ กันมา
๒. อย่าเพง่ิ ปลงใจเชอ่ื เพยี งเพราะยดึ ถอื สืบๆ กนั มา
๓. อย่าเพิ่งปลงใจเช่ือ เพยี งเพราะขา่ วเลา่ ลือ
๔. อยา่ เพิ่งปลงใจเชื่อ เพียงเพราะอ้างตารา
๕. อย่าเพ่งิ ปลงใจเชือ่ เพียงเพราะเดาเอาเอง
๖. อยา่ เพงิ่ ปลงใจเช่อื เพียงเพราะคาดคะเน
๗. อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อ เพียงเพราะตรึกตามอาการ
๘. อย่าเพ่งิ ปลงใจเช่อื เพยี งเพราะชอบใจว่าตรงกบั ความเห็นของตน
๙. อยา่ เพง่ิ ปลงใจเชอ่ื เพยี งเพราะเช่อื วา่ ผพู้ ดู สมควรจะเชอ่ื ถือได้
๑๐. อยา่ เพง่ิ ปลงใจเช่ือ เพยี งเพราะนับถอื วา่ สมณะผ้นู ้นั เปน็ ครูของตน

๒ ด้านความรู้ ทง้ั วทิ ยาศาสตรแ์ ละพระพุทธศาสนาตา่ งยอมรบั ความรจู้ ากประสบการณ์ซึ่งมกี ารพสิ ูจนโ์ ดยผา่ น
ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ พระพุทธเจา้ ทรงเรม่ิ คิดจากประสบการณ์ทไี่ ด้เหน็ คือ ความเจ็บ
ความแก่ และความตาย ซ่งึ ลว้ นเปน็ ความทุกข์ พระองค์ทรงทดลองโดยอาศัยประสบการณ์ของ
พระองค์ จนในท่ีสดุ ก็ทรงสามารถคน้ พบหลกั ความจรงิ อนั เปน็ หนทางที่จะหลุดพน้ จากความ
ทุกข์

๓ ด้านความแตกต่าง วทิ ยาศาสตรม์ งุ่ แสวงหาความจริงภายนอกดา้ นวตั ถเุ ปน็ สาคัญ สว่ นพระพุทธศาสนาเน้นการ
แสวงหาความจรงิ ภายใน คือ ความจรงิ ดา้ นจิตใจ ที่มุ่งให้มนษุ ยส์ ามารถพัฒนาจติ ใจของตนให้
หลดุ พ้นจากกิเลสได้อยา่ งส้ินเชงิ

การคิดตามนัยแห่งพระพทุ ธศาสนาและการคดิ แบบวิทยาศาสตร์

• การคดิ ตามนัยแห่งพระพทุ ธศาสนา เรยี กวา่ “วิธีคิดแบบโยนโิ สมนสกิ าร”

๑ วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปจั จยั ๖ วธิ ีคดิ แบบคณุ โทษและทางออก

๒ วธิ ีคดิ แบบแยกแยะส่วนประกอบ ๗ วิธคี ดิ แบบคุณคา่ แท้คุณคา่ เทียม
(วธิ คี ดิ แบบกระจายเนือ้ หา) ๘ วธิ ีคดิ แบบอบุ ายปลกุ เร้าคุณธรรม

๓ วธิ คี ิดแบบสามัญลักษณะ (วธิ คี ดิ แบบปลุกเร้ากศุ ล)
(วธิ คี ดิ แบบรู้เท่าทนั ธรรมดา) ๙ วิธคี ดิ แบบเปน็ อยู่ในขณะปจั จุบัน

๔ วธิ คี ิดแบบอรยิ สจั ๑o วิธคี ดิ แบบวภิ ัชชวาท
(วธิ คี ิดแบบแก้ปญั หา)

๕ วธิ คี ิดแบบตามหลกั การและความมงุ่ หมาย
(วิธคี ิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์)

ทดลอง ต้งั สมมตฐิ าน กาหนดปัญหา
และเก็บขอ้ มูล

วิเคราะหข์ ้อมูล สรุปผล

พระพทุ ธศาสนาเนน้ การฝึกหัดอบรมตนเอง การพ่ึงตนเอง และการมงุ่ อิสรภาพ

• การทีบ่ คุ คลจะทาอะไรได้ดแี ละทาเปน็ นัน้ ข้นึ อยกู่ บั การฝึกหดั อบรม ซงึ่ กระทาได้ ๒ ทาง

การฝึกหดั อบรมตนและการพึง่ ตนเอง พระพุทธศาสนามุ่งสูอ่ สิ รภาพ

เรียกวา่ สกิ ขา มี ๓ ขน้ั ตอน • เป้าหมายของการฝึกหัดอบรมตนเองตามหลกั
• อธศิ ีลสิกขา คอื การฝึกอบรมหรือการควบคมุ ตน พระพทุ ธศาสนาคอื วิมุตติ หรือ ความหลดุ พ้น
หมายถงึ ความหลุดพ้นจากการครอบงาของ
ในเรอื่ งศีล ความโลภ ความโกรธ และความหลง ซ่งึ จัดได้
• อธิจิตตสิกขา คอื ฝึกอบรมในเรอ่ื งจติ เรยี กง่ายๆ ว่าเปน็ อิสรภาพอย่างหน่งึ

วา่ สมาธิ เป็นการฝกึ ฝนพัฒนาจติ ใหด้ งี ามยิ่งๆ ขน้ึ
ไปในดา้ นต่างๆ
• อธิปัญญาสกิ ขา เป็นการฝกึ อบรมในเร่ืองปัญญา
ให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ ทง้ั ความรใู้ นทาง
วชิ าการซ่งึ เป็นประโยชน์ต่อการดาเนินชีวติ

พระพทุ ธศาสนาเป็นศาสตรแ์ หง่ การศึกษา

ศาสตรแ์ ห่งการศกึ ษาในพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนากบั การศึกษาท่ีสมบูรณ์

• ศลี สิกขา • พฤติกรรม
• จติ ตสิกขา • จติ ใจ
• ปญั ญาสกิ ขา • ปัญญา

พระพทุ ธศาสนาเน้นความสัมพันธข์ องเหตปุ จั จัยและวธิ ีการแก้ปญั หา

หลกั คาสอนที่เน้นเหตุ ปรากฏอยู่ในหลักอรยิ สัจ ๔ ซง่ึ เป็นศาสตร์แห่งเหตแุ ละผลสามารถแยกเปน็ คู่ได้

ทุกข์ เป็น ผล นิโรธ เปน็ ผล

(เป็นตวั ปัญหา เป็นสถานการณ์ท่ีไม่ตอ้ งการ) (เป็นภาวะสนิ้ ปัญหา เปน็ จุดหมายท่ตี อ้ งการจะเขา้ ถึง)

สมุทัย เป็น เหตุ มรรค เปน็ เหตุ

(เป็นที่มาของปญั หา เป็นจุดทต่ี ้องกาจดั หรือแก้ไข (เป็นขอ้ ปฏบิ ัติท่ีตอ้ งกระทาในการแกไ้ ขปญั หาเพอ่ื
จงึ จะพ้นจากปัญหาได้) บรรลุจดุ หมาย คือ ภาวะสน้ิ ปญั หา หรือความทกุ ข์)

สรุปไดว้ ่า สมทุ ัย-มรรค เปน็ เหตุ ทกุ ข์-นิโรธ เป็นผล

พระพทุ ธศาสนาฝกึ คนไม่ใหป้ ระมาท

ความไมป่ ระมาท

• ความเปน็ อยู่อยา่ งมสี ติรอบคอบหรือระมัดระวังทจ่ี ะไมท่ าเหตุแห่ง
ความผิดพลาดเสยี หาย

• แนวทางในการปฏบิ ัติตนไมใ่ ห้ประมาทน้นั จะต้องเรมิ่ ต้นจากการ
ตั้งสติ รู้สึกตวั อยเู่ สมอวา่ ตนจะทาอะไร กาลังทาอะไร

• หลักธรรมในเรอ่ื งความไม่ประมาท มี ๔ ประการ ได้แก่ ไมป่ ระมาทใน
การละกายทุจรติ (ประพฤติกายสุจริต)ไม่ประมาทในการละวจีทุจริต
(ประพฤติวจสี จุ รติ ) ไมป่ ระมาทในการละมโนทจุ ริต (ประพฤตมิ โน
สุจริต) และไมป่ ระมาทในการละความเห็นผิด (ทาความเหน็ ให้ถูก)

พระพทุ ธศาสนาม่งุ ประโยชนส์ ขุ และสันติภาพแกบ่ คุ คล สงั คม และโลก

๑ พระพทุ ธศาสนามุ่งประโยชนส์ ุขและสันติภาพแก่บุคคลและสังคม

หลกั ธรรมทีก่ อ่ ให้เกิดการชว่ ยเหลอื เกอ้ื กลู กนั ระหวา่ งสมาชิกในสมาชิก คือ สงั คหวตั ถุ ๔ ดงั น้ี
• ทาน
• ปิยวาจา
• อตั ถจรยิ า
• สมานตั ตตา

๒ พระพุทธศาสนามุง่ ประโยชน์สุขและสันติภาพแกช่ าวโลก

• หลักคาสอนทใ่ี ห้ละเว้นจากการเบยี ดเบียนชีวิตผูอ้ ื่น
• หลักคาสอนทีใ่ หล้ ะความโลภ ความเหน็ แก่ตวั
• หลกั คาสอนทีใ่ หล้ ะจากความโกรธ
• หลกั คาสอนทีใ่ หล้ ะจากความหลงผดิ
• หลักคาสอนในเรอื่ งความอดทน
• หลักคาสอนของพระพทุ ธศาสนาซ่ึงอย่ใู นลักษณะของพุทธศาสนสุภาษิต

พระพุทธศาสนากับเศรษฐกิจพอเพยี ง

พุทธศาสนิกชน

สามารถนาหลักคาสอนในพระพุทธศาสนามาเปน็ แนวทางในการปฏิบัติตนใหส้ อดคล้องกับหลกั การเศรษฐกจิ พอเพียงได้
โดยปฏิบัติตนตามทางสายกลาง คอื

อรยิ มรรคมอี งค์ ๘

สัปปุริสธรรม ๗

บญุ กริ ยิ าวตั ถุ ๑๐
อุบาสกธรรม ๗


Click to View FlipBook Version